The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกการอ่านจับใจความนิทาน ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by atisa2010, 2022-07-05 08:59:46

แบบฝึกการอ่านจับใจความนิทาน ป.6

แบบฝึกการอ่านจับใจความนิทาน ป.6

แบบฝกทกั ษะการอา นจบั ใจความนทิ าน

กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖

โดย...............................................................

ชอ่ื นางอทิสา วงศส ุวัฒน
ตำแหนง ครู
โรงเรยี นชุมชนสวี

สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชมุ พร เขต 2
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

คาํ นํา

แบบฝึกทกั ษะการอ่านจบั ใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษา
ปี ที่ ๖ การอา่ นจบั ใจความนิทาน เลม่ น้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ใชใ้ นการฝึกทกั ษะการอ่านจบั
ใจความจากสื่อส่ิงพิมพต์ ่างๆ ซ่ึงเป็ นวิธีการหน่ึงที่จะทาํ ให้ผูเ้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจ
เกี่ยวกบั หลกั เกณฑ์ทางภาษาอยา่ งแม่นยาํ สามารถอ่านจบั ใจความไดถ้ ูกตอ้ ง และยงั ทาํ ให้
นกั เรียนมีความเพลิดเพลิน ตลอดจนมีทกั ษะท่ีดีในการเรียน ภูมิใจในผลงานของตนเอง
และเกิดเจตคติท่ีดีตอ่ การเรียนภาษาไทย

ผูจ้ ดั ทาํ หวงั เป็ นอยา่ งยง่ิ วา่ แบบฝึ กทกั ษะการอา่ นจบั ใจความเล่มน้ี จะเป็ นประโยชน์
สูงสุดแก่ผเู้ รียน ครูและผสู้ นใจทุกท่าน

อทิสา วงศส์ ุวฒั น์

สารบัญ หน้า

เรื่อง ก

คาํ นาํ ๑
สารบญั ๓
ใบความรู้การอา่ นจบั ใจความสาํ คญั ๕
แบบฝึกทกั ษะที่ ๑ ๙
แบบฝึกทกั ษะที่ ๒ ๑๒
แบบฝึกทกั ษะที่ ๓ ๑๔
แบบฝึกทกั ษะที่ ๔ ๑๘
แบบฝึกทกั ษะท่ี ๕
บรรณานุกรม

1

ใบความรู้
การอ่านจบั ใจความสําคญั

การอ่านจบั ใจความสําคญั
หมายถึง การอา่ นเพื่อคน้ หาความคิดสาํ คญั หรือสาระสาํ คญั ของเรื่องที่ผเู้ ขียน
มงุ่ เสนอใหผ้ อู้ ่านทราบ
ใจความสําคัญ หมายถึง ขอ้ ความที่มีสาระคลุมขอ้ ความอื่นๆ ในยอ่ หนา้
หรือเร่ืองน้นั ท้งั หมด (ท่ีจะทาํ ใหผ้ อู้ า่ นสามารถเขา้ ใจเรื่องไดง้ ่าย) โดยมีขอ้ ความ
อ่ืนๆ เป็นเพยี งส่วนขยายใจความสาํ คญั เท่าน้นั ขอ้ ความหน่ึงหรือตอนหน่ึงจะมี
ใจความสาํ คญั เพยี งหน่ึงเดียว นอกน้นั เป็นใจความสาํ คญั รองลงไป

ตัวอย่าง
พอ่ แม่มีหนา้ ท่ีอบรมส่งั สอนลูกใหเ้ ป็นคนดี ใหป้ ฏิบตั ิในส่ิงที่ดีงาม
เช่น ต้งั ใจเรียนหนงั สือ เชื่อฟังผใู้ หญ่
ใจความสําคญั คือ พ่อแม่มีหนา้ ท่ีอบรมสง่ั สอนใหล้ ูกเป็นคนดี

ปลาโลมาเป็นสัตวเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนม อาศยั อยใู่ นทะเล เป็นสัตวท์ ่ีฉลาด
วอ่ งไวนาํ มาฝึกแสดงทา่ วา่ ยน้าํ กระโดดน้าํ ทา่ ต่าง ๆ ได้

ใจความสําคัญ คือ ปลาโลมาเป็นสตั วเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนม

2

ใบความรู้
การอ่านจับใจความนทิ าน

นิทาน
หมายถึง เร่ืองราวท่ีเล่าสืบตอ่ กนั มา มงุ่ ใหเ้ ห็นความบนั เทิงสอดแทรก
แนวคิด และสอดแทรกแงค่ ิดหรือแฝงคติสอนใจใหแ้ ก่ผอู้ ่าน

หลกั ในการอ่านจับใจความ นทิ าน

๑. ต้งั ใจอ่าน มีสมาธิในการอ่าน
๒. อา่ นเรื่องราวต้งั แตต่ น้ จนจบเรื่อง
๓. พยายามต้งั คาํ ถามจากเรื่องท่ีอ่าน โดยใชค้ าํ ถาม มีใคร

ทาํ อะไร ท่ีไหน เม่ือไร เพราะอะไร และผลเป็นอยา่ งไร
๔. อ่านอยา่ งพิจารณา เพอ่ื ตอบคาํ ถามที่ต้งั ไว้ แลว้ สรุป

เร่ืองตามความเขา้ ใจโดยการเลา่ เร่ือง หรือเขียนเรื่องยอ่
๕. วเิ คราะห์ความสาํ คญั ของเรื่องท่ีอ่าน ลกั ษณะนิสัย

ของตวั ละคร การกระทาํ ของตวั ละคร ขอ้ คิดท่ีได้
จากนิทานเพื่อเป็นแนวทางในการดาํ เนินชีวิต



แบบฝึ กที่ ๑

คาํ ชีแ้ จง นกั เรียนอ่านนิทานเรื่อง “ห่านกบั ไข่ทองคาํ ”แลว้ เขียนเครื่องหมาย 
หนา้ ขอ้ ความที่ตรงกบั เน้ือเร่ือง และเขียนเครื่องหมาย X หนา้ ขอ้ ความ
ท่ีไม่ตรงกบั เน้ือเร่ือง (๑๐ คะแนน)

นิทานเรื่อง “ห่านกบั ไข่ทองคํา”
กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ มีชายยากจนผหู้ น่ึงเล้ียงห่านไวเ้ พอื่ เก็บไขไ่ ปขาย
วนั หน่ึงเขาไดเ้ ขา้ ไปเกบ็ ไข่ในเลา้ ตามปกติทุกวนั ในวนั น้ีเขาไดส้ ังเกตเห็นวา่ มีไข่
ฟองหน่ึงส่องแสงสีเหลืองทองอร่ามแวววาวก็รู้สึกแปลกใจ จึงเดินเขา้ ไปเพ่ือหยบิ
ข้ึนมาดู และเมื่อหยบิ ข้ึนมาแลว้ เขากต็ อ้ งแปลกใจเพราะไข่ฟองน้ีคือไขท่ องคาํ
และหลงั จากน้นั ห่านตวั น้ีก็ไดอ้ อกไขท่ องคาํ ใหแ้ ก่ชายยากจนผนู้ ้ีทุกเชา้ จนเขา
ร่ํารวยเป็นเศรษฐีไปในท่ีสุด แตเ่ ขาก็ยงั คงอยากร่าํ รวยมากกวา่ น้ี อยากใหม้ ี
ทรัพยส์ ินเงินทองมากกวา่ ที่เป็นอยู่ เขาจึงบอกกบั ตนเองวา่ “ในทอ้ งของห่านตวั น้ี
จะตอ้ งมีไขท่ องคาํ อยมู่ ากมายเป็นแน่” เม่ือคิดไดด้ งั น้นั แลว้ เขาจึงตดั สินใจใชม้ ีด
ผา่ ทอ้ งของห่านดู เพ่อื หวงั วา่ จะไดไ้ ขท่ องคาํ มากมายดงั ท่ีเขาคิดไว้ แต่แลว้ เขากต็ อ้ ง
ผิดหวงั เม่ือไม่พบไข่ทองคาํ แมแ้ ต่เพยี งฟองเดียว ในขณะที่ห่านน้นั ไดต้ ายและไม่
สามารถออกไขท่ องคาํ ใหแ้ ก่เขาไดอ้ ีกต่อไป

4

ตวั อย่าง

X ชายยากจนเล้ียงหมูและมา้

๑. ไขท่ องคาํ กลายเป็นกอ้ นหิน

๒. ชายยากจนขยนั ทาํ มาหากิน

๓. ชายยากจนคิดวา่ ในทอ้ งห่านตอ้ งมีไขท่ องคาํ มากมาย

๔. ห่านออกไข่ทองคาํ ทกุ เชา้

๕. สุดทา้ ยห่านตอ้ งตายและไม่สามารถออกไข่ทองคาํ ไดอ้ ีก

๖. ชายยากจนอยากร่ํารวยมากกวา่ เดิม

๗. ไข่สีเหลืองแวววาวคือไขท่ องคาํ

๘. ชายยากจนขายไขท่ องคาํ จนกลายเป็นเศรษฐี

๙. ห่านที่ชายยากจนเล้ียงไม่ยอมออกไข่

๑๐.ชายยากจนใชม้ ีดผา่ ทอ้ งห่านและมีไขท่ องคาํ มากมาย

5

แบบฝึ กท่ี ๒

คาํ ชีแ้ จง นกั เรียนอา่ นนิทานเรื่อง นกอินทรีกบั อีกา แลว้ ตอบคาํ ถาม (๑๐ คะแนน)

นทิ านเรื่อง “นกอนิ ทรีกับอกี า”

วนั หน่ึงมีอีกาหิวโซตวั หน่ึง บินมาเกาะอยทู่ ี่บนตน้ ไม้

ใกลๆ้ กบั หนา้ คอกเล้ียงแกะแห่งหน่ึงเขา้ อยา่ งบงั เอิญ “อ๋า อ๋า อา้ วนั น้ีขา้ ยงั

ไมไ่ ดก้ ินอะไรและไม่มีอะไรตกถึงทอ้ งมาต้งั แตเ่ ชา้ แลว้ หิวจงั เลย

เฮอ้ ...หิว” มนั พดู ดว้ ยความข้ีเกียจ แตต่ าของมนั ก็จอ้ งมองไปท่ี

ฝงู แกะที่กาํ ลงั หากินและเลม็ หญา้ กนั อยทู่ ี่ทุ่งกวา้ งหนา้ คอกเล้ียงแกะ เผอิญขณะน้นั

ไดม้ ีนกอินทรีตวั หน่ึงบินผา่ นมา เมื่อมนั แลเห็น

ลกู แกะตวั หน่ึงเดินอยู่ ก็บินโฉบลงมา ดว้ ยความไว

และเฉี่ยวเอาลูกแกะท้งั ตวั ติดกรงเลบ็ ของมนั ข้ึนไป

สู่ทอ้ งฟ้าเบ้ืองบน อีกาเม่ือแลเห็นเช่นน้นั มนั ก็

นึกอิจฉานกอินทรีตวั น้นั ข้ึนมาเป็นอยา่ งมาก

“แหม...ช่างน่าอิจฉาเจา้ นกอินทรีมนั เสียเหลือเกิน ใจกลา้ โฉบแกะ ข้ึนไปไดท้ ้งั ตวั เลยมนั

คงจะอิ่มทอ้ งและสบายไปท้งั วนั เลยละ่ ” มนั คิดและมองตามนกอินทรีที่โฉบลูกแกะและ

กาํ ลงั บินหนีไป และมนั เริ่มคิดอยากท่ีจะกินแกะไดอ้ ยา่ งนกอินทรีบา้ ง

มนั จึงบินตรงข้ึนไปสู่ทอ้ งฟ้า บินสูงข้ึนไปจนสูงท่ีสุด

เท่าที่มนั จะทาํ ได้ แลว้ พุ่งถลาตรงแน่วลงมาที่กลางฝงู แกะ

และขณะท่ีมนั บินถลาลงมาน้นั มนั กใ็ ชส้ ายตาของมนั

6

มองเลือกหาแกะตวั ที่ใหญท่ ี่สุด หมายจะกินใหอ้ ิ่มและหวงั เหนื่อยทีเดียวตามนิสยั โลภ
มากของมนั มนั จึงเลือกแกะตวั ที่ใหญ่ที่สุดและอว้ นท่ีสุดในฝงู น้นั ทนั ที แลว้ มนั ก็พุง่
ตรงเขา้ โฉบลงไป และเอากรงเลบ็ อนั นอ้ ยนิดของมนั จิกลงที่หลงั ของแกะไวอ้ ยา่ งมน่ั คง
จนเลบ็ ของมนั ติดแน่นและพนั อยกู่ บั ขนแกะ มนั พยายามที่จะบินและยกแกะข้ึนไปสู่
เบ้ืองบนใหไ้ ด้ แต่ดว้ ยแกะตวั ท่ีมนั เลือกน้นั ท้งั ตวั ใหญแ่ ละหนกั มากนนั่ เอง ไมว่ า่ มนั จะ
พยายามบินเทา่ ไหร่ก็ไมเ่ ป็นผล เลบ็ ของมนั พนั อยกู่ บั ขนแกะน้นั แน่นข้ึนไปทุกที ๆ
ไมน่ านคนเล้ียงแกะกเ็ ห็นมนั เขา้ แลว้ ว่งิ มาจบั มนั ไวไ้ ด้ เขาตีมนั ดว้ ยไมจ้ นน่วมไปหมด
ท้งั ตวั และเขายงั ขริบขนปี กของมนั จนเห้ียนจนบินไปไหนไม่ได้ ตกเยน็ เขาก็ยงั เอามนั
ไปใหล้ กู เล่น ลูกเม่ือเห็นมนั ก็ถามวา่ “พอ่ จ๋า นี่เอานกอะไรมาล่ะพอ่ ” พ่อตอบและนึกขาํ
ไปดว้ ยวา่ “มนั คงคิดวา่ มนั เป็นนกอินทรี จึงพยายามล่าเหยอ่ื อยา่ งอินทรี แต่ลกู ก็เห็นนี่
วา่ มนั เป็นเพียงอีกาตวั หน่ึงเท่าน้นั ”

7

กจิ กรรมท่ี ๑ นกั เรียนเขียนแผนผงั ตวั ละครท่ีปรากฏในนิทานเร่ือง นกอินทรีกบั อีกา
(๕ คะแนน)

ตวั ละครในเร่ือง
นกอนิ ทรีกบั อกี า

8

กจิ กรรมที่ ๒ นกั เรียนตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี (๕ คะแนน)
๑. นกอินทรีทาํ อะไร
๒. เหตกุ ารณ์น้ีเกิดข้ึนที่ไหน
๓. นกั เรียนคิดวา่ อีกามีนิสัยอยา่ งไร
๔. เพราะเหตใุ ดอีกาจึงถกู คนเล้ียงแกะจบั ได้
๕. นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอะไรจากนิทานเร่ืองน้ี

9

แบบฝึ กที่ ๓

คําชีแ้ จง นกั เรียนอา่ นนิทานเรื่อง คา้ งคาวเลือกพวก แลว้ ตอบคาํ ถาม (๑๐ คะแนน)

นทิ านเร่ือง “ค้างคาวเลือกพวก”

กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ มีคา้ งคาวตวั หน่ึงมนั ถือวา่ ตนมีปี กเหมือนนก
เเละก็มีหูเหมือนสตั วอ์ ื่นทวั่ ๆ ไป ดงั น้นั เม่ือนกยกพวกไปตอ่ สูก้ บั สัตวอ์ ่ืนๆ
คา้ งคาวก็ขอตวั …ไม่เขา้ ขา้ งฝ่ ายใดโดยทาํ ตวั เป็นกลาง แต่พอเม่ือพวกนกน้นั
มีท่าทีวา่ จะชนะ…คา้ งคาวกจ็ ะ
ประกาศตวั แลว้ ไปเขา้ ขา้ งกบั
พวกนกทนั ที ต่อมาพวกนกกาํ ลงั
พลาดทา่ เสียทีเเก่สตั วอ์ ่ืนๆ…
คา้ งคาวก็ผละจากพวกนก ไปเขา้
พวกกบั สัตวอ์ ่ืนๆ ต่อมาพวกนก
ต่อสูจ้ นใกลจ้ ะไดร้ ับชยั ชนะ…
คา้ งคาวก็กลบั มาอยกู่ บั พวกนกอีก
เม่ือนกกบั สตั วอ์ ่ืนๆ ทาํ สัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อกนั สัตวท์ ้งั หลายต่างก็พากนั
ขบั ไล่คา้ งคาว ไมย่ อมใหเ้ ขา้ พวกดว้ ย คา้ งคาวอบั อายจึงตอ้ งไปซ่อนตวั อยใู่ นถ้าํ …
และจะออกจากถ้าํ ไปหาอาหารในตอนกลางคืนเท่าน้นั

10

กจิ กรรมท่ี ๑ นกั เรียนตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี (๕ คะแนน)
๑. นิทานเรื่องน้ีมีสตั วอ์ ะไรบา้ ง
๒. เหตกุ ารณ์น้ีเกิดข้ึนที่ไหน
๓. คา้ งคาวมีนิสยั อยา่ งไร
๔. เพราะเหตุใดสัตวท์ ้งั หลายจึงพากนั ขบั ไลค่ า้ งคาว
๕. นิทานเรื่องน้ีใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร

11

กจิ กรรมที่ ๒ ใหน้ กั เรียนเลือกคาํ ตอบขอ้ ที่ถกู ตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดียว (๕ คะแนน)
๑. คา้ งคาวมีรูปร่างลกั ษณะอยา่ งไร
ก. มีปี ก มีหู
ข. มีหู ไมม่ ีปี ก
ค. มีปี ก ไมม่ ีขา
ง. มีปี ก ไมม่ ีหาง
๒. สตั วใ์ นนิทานแบง่ ออกเป็ นก่ีพวก
ก. ๔ พวก
ข. ๓ พวก
ค. ๒ พวก
ง. ๑ พวก
๓. เม่ือมีการต่อสู้กนั คา้ งคาวเลือกเขา้ ขา้ งสตั วพ์ วกใด
ก. พวกนก
ข. พวกผเี ส้ือ
ค. พวกสตั วอ์ ่ืนๆ
ง. ไม่เขา้ ขา้ งฝ่ายใด
๔. เหตุการณ์ใดเกิดข้ึนก่อน
ก. สตั วท์ ้งั หลายพากนั ขบั ไล่คา้ งคาว
ข. นกกบั สัตวอ์ ่ืนๆทาํ สัญญาสงบศึกกนั
ค. เมื่อนกกบั สตั วอ์ ่ืนๆตอ่ สู้กนั คา้ งคาวจะไมเ่ ขา้ ขา้ งฝ่ายใด
ง. เมื่อพวกนกตอ่ สูช้ นะคา้ งคาวจะประกาศตวั ไปเขา้ ขา้ งพวกนกทนั ที
๕. เพราะเหตุใดพวกสัตวท์ ้งั หลายจึงพากนั ขบั ไลค่ า้ งคาว
ก. เพราะคา้ งคาวไมม่ ีความจริงใจ
ข. เพราะคา้ งคาวมีนิสัยชอบลกั ขโมย
ค. เพราะคา้ งคาวไม่มีหูเหมือนสัตวอ์ ื่นๆ
ง. เพราะคา้ งคาวออกหากินในเวลากลางคืน

12

แบบฝึ กที่ ๔

คาํ ชี้แจง นกั เรียนอ่านนิทานเร่ือง นกขมิน้ นอ้ ยผอู้ ารี แลว้ ตอบคาํ ถาม (๑๐ คะแนน)
นิทานเรื่อง “นกขมิน้ น้อยผ้อู ารี”

คร้ังหน่ึงนานมาแลว้ มีนกขมิ้นตวั หน่ึงอาศยั อยใู่ นป่ า
ทาํ รังอยบู่ นตน้ ไมต้ น้ หน่ึง โดยเลือกเอาตรงงา่ มไมส้ ูงๆ คุม้ แดด
คุม้ ฝนและคอ่ นขา้ งปลอดภยั จากอนั ตรายท่ีจะมาจากสตั วร์ ้าย
และคนร้าย เจา้ นกขมิ้นเหลืองอ่อนนอนอยบู่ นรังอยา่ งสงบสุขเรื่อยมา คราวหน่ึงเกิด
ฝนตกชุกติดต่อกนั มาหลายวนั ไม่วา่ ฝนจะตกมาหนกั หนาขนาดไหน กไ็ ม่ทาํ ใหเ้ จา้
นกขมิ้นเดือดร้อนอะไรเลย เพราะรังของมนั ป้องกนั ลมและฝนไดเ้ ป็นอยา่ งดี

ท่ีใกล้ ๆ รังของนกขมิน้ มีลิงตวั หน่ึงนง่ั หลบฝนอยู่ มนั เปี ยกปอน
ไปท้งั ตวั นงั่ สน่ั งนั งกจนนกขมิ้นอดสงสารไม่ได้ จึงร้องถามวา่
“พล่ี ิงจ๋า.. ทา่ นพ่ีมีลกั ษณะเหมือนอยา่ งมนุษยแ์ ต่ทาํ ไมจึงไม่สร้าง
บา้ นอยอู่ ยา่ งมนุษยล์ ะจ๊ะ มาทนตากฝนอยทู่ าํ ไม” ลิงตอบนกขมิ้น
วา่ “เม่ือก่อนน้ีฉนั อาศยั อยใู่ นถ้าํ ซ่ึงมีท้งั อาหารและน้าํ อยรู่ อบ ๆ
บริเวณถ้าํ …แต่ตอนน้ีไดม้ ีลิงแมล่ กู ออ่ นหลายตวั มาอาศยั อย.ู่ ..
ฉนั สงสารแมล่ กู ออ่ นเหล่าน้นั ไม่อยากแยง่ อาหาร…ฉนั ก็ตอ้ งออกมาหาท่ีอยใู่ หม่ แต่ยงั
ไม่ทนั ไดท้ าํ ที่อยอู่ าศยั เลย…ฝนกต็ กหนกั มาหลายวนั แลว้ แตถ่ า้ ฝนหยดุ ฉนั อยากจะทาํ
ท่ีอยใู่ กลๆ้ กบั เจา้ ไดไ้ หม!” นกขมิ้นนอ้ ยตอบวา่ “ไดซ้ ิจะ๊ พ่ลี ิง เพราะฉนั กอ็ ยตู่ วั เดียวจะ
ไดม้ ีเพ่อื น” ลิงดีใจ และลงมือทาํ ท่ีอยอู่ าศยั ใกลก้ บั รังของนกขมิ้น จากน้นั มาลิงกบั
นกขมิน้ กเ็ ป็นเพื่อนที่ดีตอ่ กนั ช่วยกนั คิดแกป้ ัญหาหรือเมื่อมีความทกุ ข…์ ก็ปรึกษาร่วมกนั
คิดแกป้ ัญหา

13

๑. นกั เรียนเขียนตวั ละครที่ปรากฏในนิทานเร่ือง นกขมิน้ นอ้ ยผอู้ ารี ( ๒ คะแนน)

๒. นกั เรียนอธิบายลกั ษณะนิสยั ของตวั ละคร (๒ คะแนน)

ลกั ษณะนิสัยของนกขมิน้ น้อย ลกั ษณะนิสัยของลงิ

๓. นกั เรียนบอกเหตกุ ารณ์สาํ คญั ในนิทาน (๕ คะแนน)

เหตุการณ์ที่ ๑
เหตกุ ารณ์ที่ ๒
เหตุการณ์ที่ ๓
เหตกุ ารณ์ท่ี ๔
เหตุการณ์ที่ ๕

๔. นกั เรียนบอกขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอา่ นนิทาน (๑ คะแนน)

14

แบบฝึ กท่ี ๕

คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรียนอา่ นนิทานแลว้ เลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุด (๑๐ คะแนน)
อ่านนทิ านต่อไปนแี้ ล้วตอบคาํ ถามข้อ ๑ – ๕

นิทานเรื่อง “หนูนากบั หนูบ้าน”

วนั หน่ึง หนูนาเชิญหนูบา้ นซ่ึงเป็ นญาติให้มาเที่ยวบา้ นของตน เม่ือหนู
บา้ นไดพ้ บเห็นชีวิตท่ีอดอยากและลาํ บากของหนูนา หนูบา้ นจึงกล่าวว่า “ทาํ ไม
จึงต้องทนอยู่กับความทุกข์ จงไปอยู่กับพี่เถิด เพราะบ้านคนมีอาหารให้กิน
มากมาย” หนูนาตดั สินใจเดินทางไปกับหนูบา้ น เม่ืออยู่ในบา้ นคน หนูนาได้
นอนในท่ีสุขสบาย

มีอาหารอุดมสมบูรณ์จริง แต่ตอ้ งคอยหลบหนีเจา้ ของบา้ นและหมาอีก
หลายตวั หนูนาจึงพูดกบั หนูบา้ นว่า “พี่หนูบา้ น ฉันชอบอยูใ่ นท่ีที่สงบเหมือน
อยา่ งท่ีบา้ นฉนั แมอ้ าหารจะขาดแคลนและไมส่ ะดวกสบาย กย็ งั ดีกวา่ จะมาอยใู่ น
ที่ที่มีแตอ่ นั ตรายและความหวาดกลวั เช่นน้ี”

15

๑. หนูนาชอบอาศยั อยสู่ ถานท่ีแบบใด
ก. วนุ่ วาย
ข. เสี่ยงตาย
ค. เสียงดงั
ง. เงียบสงบ

๒. นิทานเรื่องน้ีใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร
ก. การพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่
ข. การรู้จกั เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ค. การรู้จกั เสียสละและใหอ้ ภยั ผอู้ ่ืน
ง. การรู้จกั รับฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น

๓. นิทานเร่ืองน้ีเป็นการสนทนาของใคร
ก. หนูนา กบั หนูผี
ข. หนูนา กบั หนูบา้ น
ค. หนูบา้ น กบั หนูตะเภา
ง. หนูตะเภา กบั หนูแฮมส์เตอร์

๔. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง
ก. หนูนาไปเยยี่ มบา้ นของหนูบา้ น
ข. หนูบา้ นจดั งานเล้ียงจึงเชิญหนูนา
ค. หนูนาเชิญหนูบา้ นมาบา้ นของตน
ง. หนูบา้ นและหนูนาพากนั ไปเลน่ ในบา้ นของคน

๕. เพราะเหตใุ ดหนูนาจึงยา้ ยไปอยกู่ บั หนูบา้ น
ก. มีอาหารท่ีอดุ มสมบูรณ์
ข. อยากรู้จกั ผคู้ นในเมือง
ค. อยากไปตามหาญาติพน่ี อ้ ง
ง. อยากหลบซ่อนเจา้ ของบา้ นและสุนขั

16

อ่านนทิ านต่อไปนีแ้ ล้วตอบคําถามข้อ ๖ – ๑๐

นทิ านเร่ือง “สองพน่ี ้องแบ่งของ”

มีชาวนาผูห้ น่ึงมีบุตรสาวอยู่สองคน วนั หน่ึงชาวนาอยากจะทาํ การทดลอง
ปัญญาของบุตรท้งั สองของตน ชาวนาจึงส่งแตงโมให้กบั บุตรสาวท้งั สองไป ๑ ผล
โดยบอกวา่ ให้ไปแบ่งกนั กินแต่จะตอ้ งแบ่งให้เท่าๆกนั เพื่อจะไดไ้ ม่ตอ้ งมานงั่ เถียงกนั
ทะเลาะกนั เร่ืองใครได้มากกว่าน้อยกว่า ถ้าแบ่งไดไ้ ม่เท่ากันแล้วเกิดเถียงกันหรือ
ทะเลาะกนั ข้ึน ก็จะตอ้ งถูกลงโทษท้งั สองคนเป็ นแน่ เด็กท้งั สองคนเม่ือไดร้ ับแตงโม
มาแลว้ ก็ไม่รู้ว่าจะตอ้ งแบ่งกนั อย่างไรจึงจะสามารถแบ่งไดเ้ ท่าๆกนั ดว้ ยกลวั ว่าตน
น้ันจะตอ้ งถูกทาํ โทษ ในท่ีสุดจึงตกลงกนั ว่าจะใชว้ ิธีการดงั น้ี โดยท่ีเด็กท้งั สองคนน้นั
เห็นวา่ เป็นวธิ ีท่ียตุ ิธรรมที่สุด คือ ถา้ หากใครตอ้ งเป็นคนที่ผา่ แตงโม คนน้นั จะตอ้ งเป็ น
ฝ่ ายเลือกทีหลงั และจะตอ้ งยอมให้ฝ่ ายท่ีไม่ใช่เป็นคนผา่ เป็นฝ่ ายเลือกก่อน ท้งั น้ีก็เพื่อ
ป้องกนั ไมใ่ หค้ นผา่ ลาํ เอียง โดยผา่ เป็นช้ินใหญ่ช้ินหน่ึงและช้ินเลก็ ชิ้นหน่ึง แลว้ คนที่ผา่
รีบเลือกเอาชิ้นใหญ่ไปเป็ นของตนก่อน เม่ือเดก็ ท้งั สองผา่ แตงโมและแบง่ กนั เสร็จแลว้
จึงรีบวิ่งไปเล่าใหบ้ ิดาฟัง เม่ือบิดาไดฟ้ ังดงั น้นั ก็พอใจในสติปัญญาของบุตรสาวท้งั สอง
น้นั มาก

๖. เหตกุ ารณ์ใดเกิดข้ึนก่อน
ก. บุตรสาวเล่าวิธีการแบ่งแตงโมใหบ้ ิดาฟัง
ข. บตุ รสาวของชาวนาคดิ วิธีการแบง่ แตงโมใหเ้ ท่ากนั
ค. ชาวนาใหบ้ ุตรสาวสองคนแบง่ แตงโม ๑ ผล ใหเ้ ทา่ ๆกนั
ง. บตุ รสาวท้งั สองคนผา่ แตงโม โดยผเู้ ป็นผผู้ า่ แตงโมจะเป็นฝ่ ายเลือกทีหลงั

17

๗. บตุ รสาวท้งั สองใชว้ ิธีใดในการแบง่ แตงโมใหเ้ ท่าๆกนั
ก. ใชม้ ีดผา่ แตงโมแลว้ ชงั่ น้าํ หนกั ใหเ้ ท่าๆกนั
ข. ผทู้ ่ีผา่ แตงโมจะเป็นผเู้ ลือกช้ินแตงโมก่อน
ค. ผทู้ ่ีผา่ แตงโมจะเป็นผเู้ ลือกชิ้นแตงโมทีหลงั
ง. ใชม้ ีดผา่ แตงโมแลว้ ใหพ้ อ่ เป็นผตู้ ดั สินวา่ ใครจะไดส้ ่วนไหน

๘. นิทานเร่ืองน้ีใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร
ก. ควรใชช้ ีวติ อยา่ งประหยดั อดออม
ข. ควรมีความซื่อสัตยส์ ุจริตตอ่ หนา้ ท่ี
ค. การใชป้ ัญญาจะสามารถแกป้ ัญหาตา่ งๆได้
ง. ความขยนั อดทน เป็นหนทางสู่ความสาํ เร็จ

๙. นิทานเรื่อง สองพนี่ อ้ งแบ่งของ มีตวั ละครคือใครบา้ ง
ก. ชาวนา นอ้ งของชาวนา
ข. ชาวนา พีช่ ายของชาวนา
ค. ชาวนา พ่สี าวของชาวนา
ง. ชาวนา ลูกสาวของชาวนา

๑๐. เพราะเหตใุ ดชาวนาจึงใหบ้ ตุ รสาวท้งั สองคนแบง่ แตงโมใหเ้ ทา่ ๆกนั
ก. เพราะตอ้ งการใหล้ กู ไดก้ ินแตงโม
ข. เพราะตอ้ งการใหล้ กู รู้วธิ ีการผา่ แตงโม
ค. เพราะตอ้ งการใหล้ ูกแบง่ แตงโมใหผ้ อู้ ่ืน
ง. เพราะตอ้ งการทดลองปัญญาของลูกท้งั สองคน

18

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ. ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกล่มุ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ
ไทย จาํ กดั , ๒๕๕๑.
. แนวทางการจดั การเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑. พมิ พค์ ร้ังที่ ๒.กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พช์ ุมนุม
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , ๒๕๕๓.
. ภาษาไทยสาระทค่ี วรรู้.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , ๒๕๕๓.

กิติยาวดี บญุ ซื่อ. จากหลักการสู่การสอนเพื่อครูภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร :
ศูนยส์ ่งเสริมวชิ าการ จาํ กดั , ๒๕๕๕.

ราชบณั ฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒.
กรุงเทพมหานคร : นานมีบ๊คุ พบั ลิเคชน่ั , ๒๕๔๖.

วรรณี โสมประยรู . การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร :
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร, ๒๕๔๗.

อจั ฉรา ชีวพนั ธ์. ศิลปะการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับประถมศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : เบน็ พบั ลิซช่ิง, ๒๕๔๖.

อิทธิพทั ธ์ สุวทนั พรกูล. การอ่าน คิด วเิ คราะห์ และเขียนภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร :
พีบีซี จาํ กดั , ม.ป.ป.


Click to View FlipBook Version