บทที่ 3
วธิ ดี ำเนนิ กำรวจิ ัย
การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นการวจิ ยั เชิงสารวจ (Survey Research) โดยศึกษาเร่ือง ความพงึ
พอใจของผปู้ กครองนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาทมี่ ีต่อการดาเนินงานของโรงเรียนรมย์
บรุ ีพิทยาคม รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32 โดยมี
ข้นั ตอนการวิจยั ดงั น้ี
1. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
2. ตวั แปรทีศ่ ึกษา
3. เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั
4. การสร้างเครื่องมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
5. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
6. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
7. สถิติทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง
ประชากร ในการศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีเป็ น ผูป้ กครองนักเรียนโรงเรียนรมย์บุรี
พทิ ยาคม รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32 ภาคเรียนท่ี 2
ปี การศึกษา 2555 จานวน 1,014 คน
กลุ่มตวั อยา่ ง ท่ีใชใ้ นการวจิ ยั คร้ังน้ีเป็น ผปู้ กครองนกั เรียนโรงเรียนรมยบ์ ุรีพทิ ยา
คม รัชมงั คลาภิเษก สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32 ภาคเรียนที่ 2 ปี
การศึกษา 2555 ได้จากการเปิ ดตารางของเครซี่( Krejcie) และมอร์แกน(Morgan)
(การศึกษาอิสระ, 2555, หน้า 132) ได้กลุ่มตวั อย่าง 282 คน แต่เน่ืองจากมีเวลาจากัด
ผวู้ ิจยั จึงสุ่มตวั อยา่ งอยา่ งง่าย(Simple Random Sampling) มาจานวน 100 คน
28
ตวั แปรทศี่ ึกษำ
1. ตวั แปรอิสระ ได้แก่ อายุ และเพศ ของผปู้ กครองนักเรียนโรงเรียนรมย์บุรี
พิทยาคม รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32
2. ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ความพึงพอใจของผปู้ กครองนักเรียนโรงเรียนรมยบ์ ุรี
พิทยาคม รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32 จาแนกเป็น 4
ดา้ น ดงั น้ี
2.1 ดา้ นวชิ าการ
2.2 ดา้ นครูผสู้ อน
2.3 ดา้ นสภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศของโรงเรียน
2.4 ดา้ นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโรงเรียนกบั ผปู้ กครอง
เครื่องมือท่ีใช้ในกำรวจิ ยั
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวิจยั คร้ังน้ีเป็ นแบบสอบถามความพึงพอใจของผูป้ กครอง
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาทม่ี ีต่อการดาเนินงานของโรงเรียนรมยบ์ รุ ีพิทยาคม
รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษาเขต 32 ภาคเรียนท่ี 2
ปี การศึกษา 2555 แบ่งออกเป็น 2 ตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม เป็ นแบบสอบถามเก่ียวขอ้ งกับ
สถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็ นแบบสารวจรายการ (Check List)
จานวน 2 ขอ้
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของผปู้ กครองนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาที่มีต่อการ
ดาเนินงานของโรงเรียนรมยบ์ ุรีพิทยาคม รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา
มธั ยมศึกษาเขต 32 มีคาถามเป็ นแบบนิมานท้งั หมด มีจานวน 40 ข้อ แบ่งออกเป็ น
4 ดา้ น ไดแ้ ก่
29
ดา้ นท่ี 1 ดา้ นวิชาการ จานวนขอ้ 10 ขอ้
ดา้ นที่ 2 ดา้ นครูผสู้ อน จานวนขอ้ 10 ขอ้
ดา้ นที่ 3 ดา้ นสภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศของโรงเรียน จานวนขอ้ 10 ขอ้
ดา้ นท่ี 4 ดา้ นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโรงเรียนกบั ผปู้ กครอง จานวนขอ้ 10 ขอ้
ลกั ษณะคาตอบเป็นคาตอบแบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั
ตามแบบของลิเคิร์ท (Likert) คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยท่ีสุด การให้
คะแนนมีดงั น้ี
มากที่สุด ได้ 5 คะแนน
มาก ได้ 4 คะแนน
ปานกลาง ได้ 3 คะแนน
นอ้ ย ได้ 2 คะแนน
นอ้ ยทสี่ ุด ได้ 1 คะแนน
การแปลความหมายของค่าเฉลี่ย โดยเทยี บกบั เกณฑก์ ารแปลค่าของคะแนนเฉล่ีย
ดงั น้ี
คะแนนเฉลยี่ กำรแปลควำมหมำย
4.50 – 5.00 ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากท่ีสุด
3.50 – 4.49 ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก
2.50 – 3.49 ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง
1.50 – 2.49 ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั นอ้ ย
1.00 – 1.49 ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั นอ้ ยทส่ี ุด
30
ข้นั ตอนกำรสร้ำง พฒั นำ และปรับปรุงเครื่องมือ
1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี จากเอกสาร ตารา บทความทางวิชาการ และงานวิจยั
ที่เกี่ยวขอ้ ง ตลอดจนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเตอร์เนต็
2. นาขอ้ มูลทไี่ ดม้ ากาหนดกรอบแนวคิดในการวจิ ยั
3. สร้างเครื่องมือเป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 2 ตอน
ตอนท่ี 1 เป็ นแบบสอบถามแบบสารวจรายการ (Check list) จานวน 2 ข้อ
สอบถามสถานภาพ ขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจของผปู้ กครองนักเรียนระดบั ช้นั
มัธยมศึกษาท่ีมีต่อการดาเนินงานของโรงเรียนรมย์บุรี พิทยาคม รัชมังคลาภิเษก
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 32 มีคาถามเป็ นแบบนิมานท้งั หมด
มีจานวน 40 ขอ้ ลกั ษณะคาตอบเป็นคาตอบแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)
5 ระดบั ตามแบบของลิเคิร์ท (Likert)
4. นาแบบสอบถามท่ีสร้างข้ึนไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญ จานวน 5 คน ตรวจสอบ คือ
1. นายไพศาล จิตนวฒั นา
2. นางสาวณฏั ฐินี เทพอกั ษรณรงค์
3. นายนิรันดร์ แซ่เตียว
4. นางสาวกรรณิกา เส็งนา
5. นายมนสั วาปี โส
โดยใหผ้ เู้ ช่ียวชาญหาความเที่ยงตรงตามเน้ือหา(Validity) ใชด้ ชั นีความ
สอดคลอ้ ง (Index of congruence : IOC) กาหนดคะแนนไวด้ งั น้ี
31
ถา้ เห็นวา่ สอดคลอ้ ง ใหค้ ะแนน 1
ถา้ เห็นว่า ไม่แน่ใจ ใหค้ ะแนน 0
ถา้ เห็นว่า ไม่สอดคลอ้ ง ใหค้ ะแนน -1
ถา้ ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งต้งั แต่ 0.5 ข้ึนไป ถือวา่ ขอ้ คาถามอย่ใู นเกณฑใ์ ชไ้ ด้
ถา้ ต่ากวา่ น้นั จะนามาปรับปรุงแกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะจากผเู้ ช่ียวชาญ
5. คดั เลือกขอ้ คาถามในแบบทดสอบ จานวน 40 ขอ้ ที่มีค่า IOC ต้งั แต่ 0.5 ข้ึน
ไปมาสร้างเป็นแบบสอบถามฉบบั จริง จานวน 40 ขอ้ ในดา้ นต่าง ๆ ดงั น้ี
ดา้ นท่ี 1 วิชาการ มีจานวนขอ้ 10 ขอ้
ดา้ นที่ 2 ครูผสู้ อน มีจานวนขอ้ 10 ขอ้
ดา้ นที่ 3 สภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศของโรงเรียน มีจานวนขอ้ 10 ขอ้
ดา้ นที่ 4 ความสมั พนั ธ์ระหว่างโรงเรียนกบั ผปู้ กครอง มีจานวนขอ้ 10 ขอ้
จากน้นั นาขอ้ คาถามท้งั 40 ขอ้ ในแบบสอบถามไปหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของ
แบบสอบถามท้งั ฉบบั ไดค้ ่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบสอบถามอยรู่ ะหวา่ ง 0.8 ถึง 1
6. นาแบบสอบถามท่ีผา่ นผเู้ ชี่ยวชาญแลว้ ไปทดลองกบั กลุ่มทดลอง ไม่ใช่กลุ่ม
ตวั อยา่ ง จานวน 30 คน เพอื่ หาคุณภาพของเคร่ืองมือ
7. นาแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแลว้ มาหาค่าความเชื่อมน่ั (Reliability) โดยการหา
ค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟ่ า (Alpha coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach) ไดค้ ่า
ความเช่ือมน่ั ของแบบสอบถาม เท่ากบั 0.97
8. นาแบบสอบถามฉบบั สมบูรณ์ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างและดาเนินการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู ในการทาวจิ ยั ต่อไป
32
กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ผวู้ ิจยั เป็นผสู้ ่งแบบสอบถาม และเก็บรวบรวมท้งั หมดดว้ ยตนเอง
ในวนั ท่ี 7 – 10 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
ผวู้ ิจยั ไดน้ าขอ้ มูลมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม จดั ระบบขอ้ มูล
ลงรหสั ขอ้ มูลโดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป ดงั น้ี
1. ขอ้ มลู ทวั่ ไปเกี่ยวกบั ผตู้ อบแบบสอบถาม ใชก้ ารวเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยการหาค่า
ความถ่ี(Frequency ) และหาคา่ ร้อยละ (Percentege)
2. ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรี ยนระดับช้ันมัธยมศึกษาท่ีมีต่อการ
ดาเนินงานของโรงเรียนรมยบ์ ุรีพิทยาคม รัชมงั คลาภิเษก สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา
มธั ยมศึกษาเขต 32 ใชก้ ารวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยการหาค่าคะแนนเฉล่ีย ( X ) และค่าส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation ,S.D.)
3. การเปรียบเทียบความพึงพอใจของผปู้ กครองนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาที่มี
ต่อการดาเนินงานของโรงเรียนรมยบ์ ุรีพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 32 จาแนกตามเพศ ใชก้ ารวเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยการทดสอบค่าที
(t-test) แต่ถา้ จาแนกตามอายุ ใชก้ ารวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – way
Analysis of Variance) และมีความแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 จึง
เปรี ยบเทียบค่ าเฉลี่ยเป็ นรายคู่ ตามวิธี การของเชฟเฟ (Scheffe ̓ s Post hoc
Comparison)
33
สถิตทิ ่ใี ช้ในกำรวจิ ยั
ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู ผวู้ ิจยั ใชว้ ิธีการทางสถิติ ดงั น้ี
1. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู พ้นื ฐาน
1. หาค่าร้อยละ (Percentage)
2. ค่าเฉล่ียเลขคณิต (Arithmetic Mean , )
3. ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation, S.D.)
2. สถิติท่ีใชใ้ นการตรวจสอบเคร่ืองมือเพื่อหาความเช่ือมน่ั ของแบบสอบถามท้งั
ฉบบั โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟา(Alpha coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค
(Cronbach)
3. สถิติท่ีใชท้ ดสอบสมมุติฐาน
3.1 ทดสอบความแตกต่างของคะแนน 2 กลุ่ม วเิ คราะห์โดยการหาค่า
ที ( t – test)
3.2 ทดสอบความแตกต่างของคะแนนมากกวา่ 2 กลุ่มโดยวิเคราะห์
ความแปรปรวนทางเดียว (One – way analysis of variance ) เม่ือพบความแตกต่างกนั
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั 0.05 จึงเปรียบเทียบค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ ตามวิธีการของ
เชฟเฟ (Scheffe s̓ Post hoc Comparison)