The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติราชวงค์จักกรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunapornlt, 2021-02-01 23:48:41

ประวัติราชวงค์จักกรี

ประวัติราชวงค์จักกรี

สารบญั รชั กาลท่ี ๖
รัชกาลที่ ๗
รัชกาลท่ี ๑
รัชกาลที่ ๒ รัชกาลท่ี ๘
รัชกาลท่ี ๙
รชั กาลท่ี ๓
รชั กาลท่ี ๔ รัชกาลที่ ๑๐

รัชกาลท่ี ๕

รัชกาลที่ 1

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช

รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระราชสมภพ

พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช มพี ระนามเดิมวา่ “ทองด้วง” เสดจ็ พระราชสมภพ
เมอ่ื วนั ท่ี 20 มนี าคม พ.ศ. 2279 ในแผน่ ดินสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวบรมโกศแหง่ อาณาจกั รอยุธยา
พระองค์เป็นบตุ รคนที่ 4 ของพระอักษรสุนทรศาสตร์ (ทองด)ี ซง่ึ ต่อมาได้รบั การสถาปนาข้ึนเป็น
สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก กับพระอัครชายา (หยก) เมื่อเจรญิ วัยข้นึ ไดถ้ วายตัวเปน็ มหาดเล็กในสม
เดจ็ เจ้าฟา้ กรมขุนพรพนิ ติ (ตอ่ มาคอื สมเดจ็ พระเจา้ อุทมุ พร) ครั้นพระชนมายคุ รบ 21 พรรษา กเ็ สดจ็ ออกผนวช
เป็นภกิ ษุอยู่วดั มหาทลาย 1 พรรษา แลว้ ลาผนวชเข้ารบั ราชการเปน็ มหาดเลก็ หลวงในสมเดจ็ พระเจา้ อทุ มุ พร
ดังเดมิ เมือ่ พระชนมายไุ ด้ 25 พรรษา พระองค์เสดจ็ ออกไปรับราชการทเี่ มอื งราชบรุ ใี นตาแหนง่
"หลวงยกกระบัตร" ในแผน่ ดินสมเด็จพระทน่ี งั่ สรุ ิยาศนอ์ มรินทร์และไดส้ มรสกับคณุ นาค (ภายหลังไดร้ ับการ
สถาปนาทีส่ มเดจ็ พระอมรินทราบรมราชิน)ี ธิดาในตระกูลเศรษฐมี อญทมี่ รี กรากอยู่ทบี่ า้ นอมั พวา

เมืองสมทุ รสงคราม

รชั กาลท่ี 1 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2279
-พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราชพระราชสมภพที่กรุงศรอี ยุธยาในรชั สมยั พระเจ้าอยูห่ วั บรมโกศ
พระนามเดิม ทองด้วง
พ.ศ. 2325
-สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช เสด็จสวรรคต
-ปราบดาภเิ ษกขึน้ ครองราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั รยิ ์แห่งราชวงศ์จกั รี
-สถาปนากรุงรตั นโกสนิ ทร์ เป็นราชธานี
-โปรดให้สมเด็จพระอนุชาธริ าชเถลงิ พระราชมนเทยี รทพ่ี ระมหาอุปราช กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล
องเชียงสือ (ญวน) และนักองค์เอง (เขมร) ขอเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
-โปรดใหอ้ าลักษณค์ ัดนทิ านอหิ ร่านราชธรรม

รชั กาลท่ี 1 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2326
-กาหนดระเบียบการพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก
-ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรอ่ื งอณุ รทุ
-เร่มิ งานสรา้ งพระนคร ขุดคูเมืองทางฝ่งั ตะวนั ออก สร้างกาแพงและป้อมปราการรอบพระนคร
-สรา้ งพระบรมมหาราชวังและวดั พระศรีรตั นศาสดาราม
พ.ศ. 2327
-โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพทุ ธมหามณรี ตั นปฏมิ ากร จากหอพระแก้วในพระราชวงั เดมิ
-โปรดเกลา้ ฯ ให้สรา้ งเสาชงิ ช้า
-สงครามเกา้ ทัพ พระเจ้าปดงุ กษตั ริยพ์ มา่ ทรงกรีธาทัพเขา้ มาตเี มอื งไทยต้งั แตเ่ หนอื จดใต้ รวม 9 ทพั กองทพั
ไทยตกี องทัพพมา่ แตกพา่ ยยับเยินไปทกุ ทัพ

รัชกาลท่ี 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2328
-งานสรา้ งพระนครและปราสาทราชมณเฑียรสาเรจ็ เสรจ็ สน้ิ
-พระราชทานนามของราชธานใี หม่
พ.ศ. 2329
-สงครามรบพม่าที่ท่าดนิ แดง
-ทรงพระราชนพิ นธ์ นริ าศรบพมา่ ท่าดนิ แดง
-ประเทศโปรตเุ กสขอเข้ามาเจรญิ พระราชไมตรี
-สหราชอาณาจกั รเช่าเกาะปนี ัง จากพระยาไทรบุรี
พ.ศ. 2330
-องเชยี งสอื เขยี นหนังสือขอถวายบงั คมลา ลอบหนีไปกบู้ า้ นเมอื ง
-อญั เชิญพระพุทธสหิ ิงคม์ าประดิษฐานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล

รชั กาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2331
-โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ังคายนาพระไตรปิฎกครง้ั ทีเ่ ก้า ท่วี ัดมหาธาตยุ วุ ราชรงั สฤษฎ์ิ
พ.ศ. 2333
-องเชียงสือกูบ้ า้ นเมอื งสาเรจ็ และจัดต้นไม้เงนิ ตน้ ไม้ทองมาถวาย
พ.ศ. 2337
-ทรงอภเิ ษกใหน้ ักองคเ์ องเป็นสมเด็จพระนารายณร์ ามาธบิ ดี ไปครองประเทศกมั พูชา
พ.ศ. 2338
-โปรดเกลา้ ฯ ใหช้ าระพระราชพงศาวดาร ฉบับพนั จันทนมุ าศ (เจิม)
-โปรดเกลา้ ฯ ให้สร้างพระมหาพชิ ัยราชรถ
พ.ศ. 2339
-งานสมโภชพระบรมอัฐิสมเดจ็ พระปฐมบรมมหาชนก

รชั กาลท่ี 1 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2340
-ทรงพระราชนิพนธบ์ ทละคร เรื่อง รามเกียรต์ิ
พ.ศ. 2342
-โปรดเกล้าฯ ใหส้ ร้างเวชยันตราชรถ
พ.ศ. 2344
-ฉลองวดั พระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม และวัดสระเกศ
-ฟ้นื ฟกู ารเลน่ สักวา
พ.ศ. 2345
-ราชาภเิ ษกพระเจา้ เวยี ดนามยาลอง (องเชยี งสือ)
พ.ศ. 2347
-โปรดเกล้าฯ ให้นกั ปราชญ์ ราชบัณฑติ ชาระกฎหมาย จดั เป็นกฎหมายตราสามดวงข้นึ

รัชกาลท่ี 1 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2349
-ทรงอภิเษกให้นกั องค์จนั ทร์เป็นสมเดจ็ พระอุทยั ราชา ครองกรุงกัมพูชา
พ.ศ. 2350
-เริ่มสรา้ งวดั สุทศั นเ์ ทพวราราม
พ.ศ. 2352
-ไดร้ เิ รม่ิ ใหม้ ีการสอนพระปรยิ ตั ธิ รรมในพระบรมมหาราชวงั ตลอดจนตามวงั เจา้ นายและบ้านเรอื นของขา้ ราชการ
ผใู้ หญ่ ทรงตรากฎหมายคณะสงฆข์ ึ้น เพ่ือจัดระเบยี บการปกครองของสงฆ์ให้เรยี บร้อย โปรดเกลา้ ฯให้มีการสอบ
พระปริยตั ิธรรม
-เสด็จสวรรคต

รชั กาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

รัชกาลท่ี 2
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั

รชั กาลที่ 2 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั

พระราชประวตั ิ

พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นพระมหากษัตริยไ์ ทยองค์ท่ี 2 แห่งราชวงศจ์ กั รี
ทรงประสูติเมือ่ 24 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2310 ตรงกบั วันพธุ ข้ึน 7 ค่า เดือน 3 ปกี นุ มพี ระนามเดิมวา่ "ฉมิ "
พระองคท์ รงเป็นพระบรมราชโอรสองคท์ ่ี 4 ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชและกรมสมเด็จ
พระอมรนิ ทรามาตย์พระบรมราชชนนีพนั ปีหลวง ประสูติ ณ บา้ นอมั พวา แขวงเมอื งสมทุ รสงคราม ขณะนน้ั
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช เป็นหลวงยกกรบั ัตรเมืองราชบุรี พระบิดาได้ให้เข้าศกึ ษากับ

สมเดจ็ พระวนั รัต ( ทองอยู่ ) ณ วดั บางหวา้ ใหญ่

รัชกาลท่ี 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2310
-24 กุมภาพนั ธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราช
พ.ศ. 2325
-พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช ทรงปราบดาภเิ ษกขน้ึ เป็นปฐมกษตั รยิ ์แหง่ ราชจกั รวี งศ์
-ทรงไดร้ ับการสถาปนาพระยศเปน็ สมเดจ็ พระเจา้ ลูกยาเธอ เจา้ ฟ้ากรมหลวงอิศรสนุ ทร
พ.ศ. 2352
-พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราชเสดจ็ สวรรคต
-พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนางกราบบังคมทลู อญั เชิญพระองค์ขึน้ ครองราชสมบตั ิเป็นรัชกาลท่ี 2
แห่งพระราชวงศ์จกั รี เฉลิมพระนามวา่ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั
-เจ้าฟา้ กรมขุนกษตั รานุชติ กบั พวก คดิ กบฏ หมน่ื เจษฎาบดินทรช์ าระความสงครามกบั พม่าทเ่ี มอื งถลาง

รชั กาลที่ 2 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2353
-โปรดเกลา้ ฯ ให้ส่งคณะทตู อญั เชญิ พระราชสาส์นไปถวายจกั รพรรดิเกยี เข้งแหง่ อาณาจกั รจนี
-ราชทตู ญวนเขา้ มาถวายราชสาส์นและเครือ่ งราชบรรณาการ พรอ้ มทง้ั ทลู ขอเมืองบันทายมาศคนื ซึ่งพระองคก์ ็
พระราชทานคนื ให้
พ.ศ. 2354
-โปรดเกล้าฯ ให้เจา้ นายไปกากับราชการตามกระทรวงต่างๆ
-โปรดเกล้าฯ ให้เจา้ พนักงานออก "เดนิ สวนเดินนา"ออกพระราชกาหนดห้ามสบู และซือ้ ขายฝน่ิ
-จดั พระราชพธิ ีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
-เกิดอหิวาตกโรคครงั้ ใหญ่
-โปรดเกลา้ ฯ ให้มีพระราชพธิ ี "อาพาธพินาศ“

รชั กาลที่ 2 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัย

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

-โปรดเกลา้ ฯ ใหก้ องทพั ไทย ไประงบั ความวุ่นวายในกัมพูชา อิน-จัน แฝดสยามค่แู รกของโลกถือกาเนดิ ขน้ึ
พ.ศ. 2355
โปรดเกล้าฯ ใหอ้ ญั เชญิ พระแกว้ ผลกึ (พระพุทธบุษยรัตน์) จากเมอื งจาปาศกั ดม์ิ ายังกรงุ เทพฯ
พ.ศ. 2356
-พม่าใหช้ าวกรุงเก่านาสาสน์ จากเจา้ เมืองเมาะตะมะมาขอทาไมตรกี บั สยาม
-พระองคเ์ จา้ ชายทบั (พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว) ไดร้ บั การสถาปนาเปน็ กรมหม่ืนเจษฎาบดินทร์
พ.ศ. 2357
โปรดเกลา้ ฯ ให้สง่ คณะสมณทูตเดนิ ทางไปศรีลังกา
โปรดเกล้าฯ ให้สรา้ ง นครเข่ือนขนั ธ์ ข้นึ ทบี่ รเิ วณพระประแดง เพอ่ื สาหรบั รับขา้ ศึกทม่ี าทางทะเล

รชั กาลท่ี 2 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2359
-โปรดเกล้าฯ ใหจ้ ัดการปรับปรงุ การสอบปรยิ ัตธิ รรมใหม่ กาหนดขน้ึ เปน็ 9 ประโยค
พ.ศ. 2360
ทรงฟื้นฟูประเพณี วนั วสิ าขบชู า
พ.ศ. 2361
-ขยายเขตพระบรมมหาราชวังจนจรดวดั พระเชตพุ น โดยสร้างถนนทา้ ยวงั คัน่
พ.ศ. 2362
-หมอจสั ลิส มชิ ชนั นารปี ระจายา่ งกุง้ หล่อตวั พมิ พอ์ ักษรไทยเป็นคร้ังแรก

รัชกาลท่ี 2 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2363
-ฉลองวัดอรณุ ราชวราราม
-สงั คายนาบทสวดมนต์ภาษาไทยครัง้ แรก ในประเทศไทย
-โปรตเุ กสตั้งสถานกงสลุ ในกรุงเทพฯ นับเป็นสถานกงสลุ ต่างชาติแหง่ แรกของสยาม
พ.ศ. 2365
-เซอร์จอห์น ครอฟอรด์ เปน็ ทตู เข้ามาเจรญิ พระราชไมตรี
พ.ศ. 2367
-เสดจ็ สวรรคต

เซอร์จอห์น ครอฟอรด์

รชั กาลที่ 3
พระบาทสมเดจ็ พระปรมาธวิ รเสรฐมหา
เจษฎาบดนิ ทรฯ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั

รัชกาลท่ี 3 พระบาทสมเด็จพระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดนิ ทรฯ พระนั่งเกลา้ เจ้าอยหู่ วั

พระราชประวตั ิ

พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจา้ อยหู่ วั ทรงเปน็ พระมหากษัตรยิ ์ไทยองคท์ ี่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลัย และสมเดจ็ พระศรสี รุ าลัย ( เจ้าจอมมารดาเรยี ม ) ประสตู ิ ณ วนั

จันทร์ เดอื น 4 แรม 10 ค่า ปีมะแม ตรงกับวนั ท่ี 31 มนี าคม พุทธศกั ราช 2330 มีพระนามเดมิ ว่า
"พระองค์ชายทับ"

พ.ศ. 2365 พระองคช์ ายทบั ได้รบั สถาปนาเปน็ กรมหมน่ื เจษฎาบดินทรก์ ากับราชการกรมทา่ กรม
พระคลงั มหาสมบัติ กรมพระตารวจวา่ การฎกี า นอกจากน้ียังไดท้ รงรับพระกรณุ าใหแ้ ตง่ สาเภาหลวงออกไปค้าขาย

ณ เมอื งจีน พระองคท์ รงได้รับพระสามัญญานามวา่ "เจ้าสัว"

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดนิ ทรฯ พระนัง่ เกล้าเจ้าอยูห่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2367
-พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย เสดจ็ สวรรคต ขณะมพี ระชนมายไุ ด้ 57 พรรษา ครองราชย์ได้ 15 ปี
-พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจา้ อยูห่ ัวปราบดาภเิ ษกเป็นพระมหากษตั รยิ อ์ งคท์ ่ี 3 แห่งราชวงศ์จกั รี
-โปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ มจดั พิธใี ห้อุปราชาภิเษกพระองคเ์ จา้ อรโุ ณทยั ขนึ้ เปน็ ท่ี "กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล
“ โปรดเกล้าฯ ใหส้ ่งกองทพั ไทยไปชว่ ยอังกฤษรบพมา่
พ.ศ. 2368
-เฮนรี เบอรน์ ี ขอเข้ามาทาสญั ญาค้าขาย
พ.ศ. 2369
-ลงนามในสญั ญา เบอร์นี เจา้ อนุวงศ์เป็นกบฏ โปรดเกล้าฯ ใหก้ รมพระราชวงั บวรฯ เปน็ แมท่ ัพใหญ่ยกไปปราบ
กาเนิดวรี กรรมทา้ วสรุ นารี (คุณหญิงโม) และโปรดเกลา้ ฯ ให้พระยาราชสุภาวดี (สิงห์ สิงหเสนี) แม่ทัพหน้าเป็น
เจา้ พระราชสุภาวดี ว่าทส่ี มุหนายก

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดินทรฯ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยูห่ ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2370
-เร่ิมสร้างพระสมุทรเจดยี ์
พ.ศ. 2371
-รอ้ ยเอกเจมส์โลว์ จดั พมิ พห์ นังสอื ภาษาไทยเป็นครง้ั แรก มชิ ชันนารีอเมรกิ นั เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาใน
เมืองไทย
พ.ศ. 2372
-เจ้าพระยาราชสภุ าวดี (สงิ ห์ สิงหเสนี) จบั เจา้ อนวุ งศ์ จดั สง่ ลงมากรงุ เทพฯ ไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ให้สถาปนาเป็น
เจา้ พระยาบดนิ ทรเดชา ท่สี มุหนายกกาเนดิ สงฆธ์ รรมยตุ กิ นกิ ายโปรดเกลา้ สร้างวดั ใหม่ คอื วัดเทพธดิ าราม วัด
ราชนัดดา วัดเฉลิมพระเกยี รติ และวดั พระเชตพุ นฯลฯ ได้ตัง้ โรงเรียนหลวง (วัดพระเชตพุ น) ขึ้นเป็นครงั้ แรก
เพอื่ สอนหนงั สอื ไทยแกเ่ ดก็ ในสมยั นี้ และได้ถือกาเนดิ นกิ ายธรรมยุติขึ้น ขณะที่ผนวชอยไู่ ด้ทรงศรัทธาเลอ่ื มใส
ในจรยิ าวัตรของพระมอญ จงึ ได้ทรงอปุ สมบทใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2372 ไดต้ ั้งคณะธรรมยตุ ขิ ึ้นในปี

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเดจ็ พระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดนิ ทรฯ พระน่ังเกล้าเจา้ อยูห่ ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2373
-พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ทรงตง้ั ใหเ้ จา้ พระยาพระคลงั (ดิศ บนุ นาค) เปน็ ว่าท่ีสมหุ พระกลาโหม
พ.ศ. 2374
-ทาการบูรณะวัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม ใชเ้ วลา 16 ปีในการสร้าง
-เกิดน้าทว่ มใหญ่ในพระราชอาณาจกั ร
พ.ศ. 2375
-ประธานาธบิ ดีแจคสัน แหง่ สหรฐั อเมริกา สง่ เอด็ มนั ต์ โรเบริ ์ต เข้ามาขอเจริญพระราชไมตรที าการค้ากบั ไทย
พ.ศ. 2376
-ญวนเกดิ กบฏ ใหเ้ จ้าพระยาบดินทรเดชา (สงิ ห์ สิงหเสนี) เปน็ แม่ทัพใหญผ่ สู้ าเร็จราชการไปรบกับญวน
พ.ศ. 2377
-ออกหวย ก.ข. เปน็ ครั้งแรกญวนได้ส่งพระอุไทยราชามาปกครองเขมร

รชั กาลที่ 3 พระบาทสมเดจ็ พระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดนิ ทรฯ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยู่หัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2378
-เกดิ ภาวะเงนิ ฝืดเคอื ง
พ.ศ. 2380
-หมอบรัดเลย์ คดิ ตัวพมิ พ์อกั ษรไทยขน้ึ ใหม่ โปรดเกลา้ ฯ ใหห้ มอหลวงไปหดั ปลูกฝกี บั หมอบรัดเลย์
พ.ศ. 2381
-เกิดกบฏหวันหมาดหลี ท่หี วั เมอื งไทรบุรี
พ.ศ. 2382
-ทรงประกาศห้ามสูบฝนิ่ เพื่อสง่ เสริมศลี ธรรมในบา้ นเมือง และ มีการเผาฝน่ิ
และ โรงยา ฝิน่ พร้อม มกี ารปราบอง้ั อ้งั ยซ่ี ึง่ คา้ ฝ่ิน เหลา่ น้นั
พ.ศ. 2385
-หมอบรดั เลย์ พิมพป์ ฏทิ ินภาษาไทยข้นึ เปน็ ครั้งแรก

รชั กาลที่ 3 พระบาทสมเดจ็ พระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดนิ ทรฯ พระนั่งเกล้าเจา้ อยู่หวั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2386
-เกดิ สุริยปุ ราคาเตม็ ดวงขึ้นในวันท่ี 21 ธนั วาคม พ.ศ. 2386 แนวคราสมดื พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง กรุงเทพฯ
เหน็ เป็นชนิดบางส่วน 82%
พ.ศ. 2389
-ญวนขอหย่าทัพกับเจ้าพระยาบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สงิ หเสนี) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโลหะปราสาทวัดราชนัดดาราม
พ.ศ. 2390
-ทรงอภิเษกให้นักองค์ด้วงเปน็ พระบาทสมเด็จพระนโรดม หริรักษ์รามาธิบดีครองกรุงกัมพูชา
พ.ศ. 2391
-ญวนขอเจริญพระราชไมตรีดังเดิม กองทพั เจ้าพระยาบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กลบั กรงุ เทพฯ

รชั กาลท่ี 3 พระบาทสมเด็จพระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดินทรฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยหู่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2392
-กองทพั เจ้าพระยาบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สงิ หเสนี) และ เจ้าพระยาพระคลงั (ดศิ บุนนาค) ปราบอั้งย่ี ที่ ฉะเชิงเทรา
เกิดอหวิ าตกโรคระบาด มคี นตายมากกวา่ 30,000 คน ซ่งึ รวมถงึ เจ้าพระยาบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
พ.ศ. 2393
-อังกฤษ และสหรัฐฯ ขอแกส้ นธสิ ญั ญา
พ.ศ. 2394
-เสดจ็ สวรรคต เมื่อ 2 เมษายน พ.ศ. 2394

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเดจ็ พระปรมาธวิ รเสรฐมหาเจษฎาบดินทรฯ พระน่งั เกล้าเจา้ อย่หู วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

รชั กาลท่ี 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

รชั กาลท่ี 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว

พระราชประวตั ิ

พระราชสมภพ 18 ตลุ าคม พ.ศ. 2347 - สวรรคต 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411) พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลท่ี 4 แหง่
ราชวงศจ์ กั รี มพี ระนามเดิมว่า "เจา้ ฟ้ามงกฎุ " เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวงั เดมิ เมือ่ วนั พฤหัสบดี ข้นึ 14 ค่า
เดอื น 11 ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตลุ าคม พ.ศ. 2347 ในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
เปน็ พระราชโอรสพระองคท์ ่ี 43 และเป็นลาดบั ที่ 2 ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัยกับสมเด็จพระศรี
สุรเิ ยนทราบรมราชนิ ี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัวเสวยราชสมบัตใิ นวนั พุธ ข้ึน 1 ค่า เดอื น 5 ปีกุน ยงั
เปน็ โทศก พ.ศ. 2394 รวมดารงสิรริ าชสมบัติ 16 ปี 6 เดือน และมีพระราชโอรส - พระราชธดิ ารวมทง้ั ส้ิน 84
พระองค์ เสดจ็ สวรรคตเมอื่ วนั พฤหสั บดี ขนึ้ 15 คา่ เดอื น 11 ปมี ะโรง เวลาทุ่มเศษ ตรงกับวนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ.
2411 สริ พิ ระชนมพรรษา 64 พรรษา วดั ประจารชั กาลคอื วดั ราชประดิษฐสถติ มหาสมี ารามราชวรวหิ าร

รัชกาลท่ี 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2394
-โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีพระราชพธิ ีถอื น้าพระพิพัฒนส์ ตั ยาสาหรบั พระราชวงศ์ เสนาบดี ทหารและพลเรอื นทัง้ หลาย
ต่างดม่ื นา้ พระพิพัฒน์สตั ยาท่ัวทกุ คน พระองค์มไิ ด้มีพระราชประสงคใ์ ห้ขา้ ราชบริพารซ่อื สัตยจ์ งรกั ภักดีตอ่
พระองคฝ์ ่ายเดยี ว แต่ทรงพระราชดารวิ ่าจะตอ้ งทรงใหค้ าม่นั สญั ญาต่อประชาชนของพระองคด์ ้วยพระองค์จงึ เปน็
กษัตริย์พระองคแ์ รกท่เี สวยนา้ พระพพิ ัฒน์สัตยา
พ.ศ. 2395
-โปรดเกลา้ ฯ ให้ขนุ นางสวมเสือ้ เวลาเขา้ เฝา้ รอ้ ยเอกอิมเปญ์ เข้ามาฝึกทหารแบบยุโรปคณะมิชชันนารี สอน
ภาษาองั กฤษ ในพระบรมมหาราชวงั รอ้ ยเอกโทมสั ยอร์ช นอ็ กซ์ เข้ามาเป็นครูฝกึ ทหารวังหนา้ คณะมิชชนั นารี
อเมรกิ า เข้ามาสอนภาษา
-กองทัพไทยไปตีเมืองเชยี งตงุ

รชั กาลท่ี 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2396
-ให้ใช้ “หมาย” แทนเงนิ ตราไทยรบพมา่ ทีเ่ มืองเชยี งตงุ ( เปน็ สงครามครง้ั สดุ ทา้ ยระหวา่ ง ไทย - พม่า )
พ.ศ. 2398
-เซอร์ จอหน์ เบาริง ขอเขา้ มาเจริญพระราชไมตรี ทาสนธิสญั ญาใหมก่ ับอังกฤษ
พ.ศ. 2399
-ทาสนธิสัญญาการทตู กับอเมรกิ าและฝรงั่ เศส
พ.ศ. 2400
-โปรดเกลา้ ฯ ให้ส่งทูตไปเจริญทางพระราชไมตรกี ับประเทศองั กฤษโปรดเกล้าฯ ใหส้ รา้ งเครือ่ งราชอสิ ริยาภรณ์
ไทยขึ้นเป็นคร้งั แรก เพอื่ พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการเปน็ บาเหน็จความดีความชอบ
เริม่ สร้างกาปนั่ เรอื กลไฟ

รัชกาลท่ี 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2401
-โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ง้ั โรงพมิ พ์หลวงขึ้นในวัง เรยี กวา่ "โรงราชกิจจานเุ บกษา" เพอ่ื เสนอข่าวราชการเปน็ ครงั้ แรก
พ.ศ. 2402
-โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระท่นี งั่ ประพาสพพิ ิธภัณฑ์ และ พระราชวังนครคีรี
พ.ศ. 2403
-ให้สรา้ งโรงกษาปณข์ ึ้นท่หี น้าพระคลังมหาสมบตั ใิ นพระบรมมหาราชวงั เพ่ือผลติ เหรยี ญเงินราคาตา่ ง ๆ เพอื่ ใช้
เปน็ ส่งิ แลกเปลย่ี นแทนเงนิ อย่างเก่าคือพดด้วง
พ.ศ. 2404
-โปรดเกล้าฯ ให้ส่งทูตไปเจริญทางพระราชไมตรกี บั ประเทศฝรงั่ เศสแรกมตี ารวจพระนครบาลโปรดเกลา้ ฯ ให้
ตัดถนนและขดุ คลองให้เป็นทางสญั จรอย่างใหม่ สาหรับชาวไทยและชาวตา่ งประเทศเหมือนกับประเทศทเ่ี จรญิ
แล้วทางยุโรป

รชั กาลท่ี 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. 2405
-นางแอนนา ลโี อโนเวนส์ เข้ามารบั ราชการเปน็ ครสู อนภาษาอังกฤษในพระราชสานัก
พ.ศ. 2407
-สรา้ งวดั ราชประดษิ ฐสถิตมหาสีมาราม
พ.ศ. 2408
-พระบาทสมเดจ็ พระปนิ่ เกล้าเจา้ อยู่หวั เสด็จสวรรคต
พ.ศ. 2411
-โปรดเกล้าฯ ให้ตัง้ กรมเรอื กลไฟทรงคานวณวา่ จะเกิดสรุ ยิ ปุ ราคาเตม็ ดวงทีต่ าบลหว้ากอ
จงั หวัดประจวบคีรขี นั ธ์ ได้อย่างถกู ตอ้ งแมน่ ยา
-เสด็จสวรรคต

รัชกาลท่ี 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

รชั กาลที่ 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยหู่ วั

รัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั

พระราชประวตั ิ

พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาจฬุ าลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว (20 กันยายน พ.ศ. 2396 – 23
ตลุ าคม พ.ศ. 2453) เปน็ พระมหากษตั รยิ ส์ ยาม รัชกาลท่ี 5 แหง่ ราชวงศ์จกั รี เสดจ็ พระราชสมภพเมอ่ื วันอังคาร
เดือน 10 แรม 3 ค่า ปฉี ลู ตรงกับวนั ท่ี 20 กนั ยายน พ.ศ. 2396 เปน็ พระราชโอรสพระองคท์ ี่ 4 ใน
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว และเป็นพระองค์ท่ี 1 ในสมเด็จพระเทพศริ นิ ทราบรมราชินี เสวยราช
สมบัตเิ มื่อวันพฤหัสบดี เดอื น 11 ข้ึน 15 คา่ ปมี ะโรง พ.ศ. 2411 เสดจ็ สวรรคต เมอ่ื วนั อาทิตย์ เดือน 11 แรม 4
คา่ ปจี อ ตรงกบั วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ดว้ ยโรคพระวกั กะ

รชั กาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๓๙๖
-๒๐ กันยายน พระราชสมภพ พระนามเดมิ เจ้าฟา้ จฬุ าลงกรณ์
พ.ศ. ๒๔๐๔
-เจา้ ฟ้าจุฬาลงกรณ์ ทรงได้รบั การสถาปนาเป็น กรมหมนื่ พฆิ เนศวรสุรสงั กาศ
พ.ศ. ๒๔๐๙
-ทรงผนวชเปน็ สามเณร
พ.ศ. ๒๔๑๐
กรมหมืน่ พิฆเนศวรสุรสงั กาศ ทรงไดร้ บั การสถาปนาเปน็ กรมขนุ พินติ ประชานาถ
พ.ศ. ๒๔๑๑
-พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั เสดจ็ สวรรคต ๑๑ พฤศจิกายน

รชั กาลท่ี 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๑๒
-มนี าคม พระราชพธิ ถี วายพระเพลงิ พระบรมศพพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั ใหส้ ร้างวัดราชบพิธสถติ
มหาสีมารามขนึ้ สาหรับเปน็ วัดประจารชั กาล
พ.ศ. ๒๔๑๓
-เสดจ็ ประพาสสงิ คโปร์และชวาเปน็ คร้ังแรก ยกเลิกการไวผ้ มทรงมหาดไทย เสดจ็ ประพาส อนิ เดยี
พ.ศ. ๒๔๑๔
-ตัง้ โรงเรียนหลวงข้ึนในพระบรมมหาราชวัง สาหรับสอนบตุ รหลานของเจ้านายและขุนนาง
พ.ศ. ๒๔๑๕
-เรม่ิ ปรบั ปรงุ การทหารครัง้ ใหญ่ เริ่มใช้เส้ือราชประแตน
พ.ศ. ๒๔๑๖
-ทรงมีพระชนมายุครบ ๒๐ พรรษา ๑๖ ตุลาคม พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกคร้ังท่ี ๒

รชั กาลที่ 5 พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อย่หู ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๑๗
-โปรดเกล้าฯ ให้ตง้ั สภาทป่ี รึกษาราชการแผน่ ดิน หรือ รฐั มนตรสี ภาและองคมนตรสี ภาออกพระราชบญั ญัติพกิ ัด
เกษียณอายุลูกทาส ลกู ไทกาเนิดโรงเรียนสตรวี งั หลังใชเ้ งนิ อัฐกระดาษ แทนเหรยี ญทองแดงต้งั พิพธิ ภณั ฑสถาน
พ.ศ. ๒๔๑๘
-สงครามปราบฮอ่ คร้ังแรก เริม่ การโทรเลขครัง้ แรกระหว่างกรุงเทพ - สมุทรปราการ
พ.ศ. ๒๔๒๔
-สมโภชกรงุ รัตนโกสินทรค์ รบ ๑๐๐ ปี
พ.ศ. ๒๔๒๖
-ตั้งกรมไปรษณยี ์ เริ่มเปดิ บรกิ ารไปรษณยี ค์ รั้งแรก ในพระนครตั้งกรมโทรเลขสงครามปราบฮอ่ ครั้งที่ ๒
พ.ศ. ๒๔๒๗
-โปรดเกล้าฯ ใหต้ งั้ โรงเรียนสาหรบั ราษฎรทั่วๆ ไป ตามวัดต่างๆ เรม่ิ แหง่ แรกทวี่ ดั มหรรณพาราม

รชั กาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๒๙
-โปรดเกลา้ ฯ ให้เลิกตาแหนง่ พระมหาอปุ ราช กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล
-ทรงประกาศต้งั ตาแหน่งสยามมกฎุ ราชกมุ าร
พ.ศ. ๒๔๓๐
-ตง้ั กรมยทุ ธนาธกิ ารทหาร ตงั้ โรงเรยี นนายร้อยทหารบก เม่อื ๕ สงิ หาคม
ตัง้ กระทรวงธรรมการ
สงครามปราบฮ่อ ครัง้ ท่ี ๔
พ.ศ. ๒๔๓๑
-ทรงเริ่มการทดลองจัดการปกครองสว่ นกลางแผนใหม่
-ต้ังกรมพยาบาล เปิดโรงพยาบาลศิรริ าช
-เสียดนิ แดน แควน้ สบิ สองจุไทใหฝ้ ร่งั เศส

รชั กาลที่ 5 พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๓๒
-เรม่ิ ใช้วนั ทางสรุ ยิ คตใิ นราชการ
พ.ศ. ๒๔๓๓
-เสยี ฝง่ั ซา้ ยแม่นา้ สาละวิน ให้กบั ประเทศองั กฤษ
พ.ศ. ๒๔๓๔
-ต้งั กระทรวงยตุ ิธรรม ตัง้ กรมรถไฟ และเรม่ิ กอ่ สรา้ งทางรถไฟสายกรงุ เทพ - นครราชสีมา
พ.ศ. ๒๔๓๕
-โปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศตัง้ กระทรวงธรรมการขน้ึ เป็นทางการ ส่งนักเรยี นไปศกึ ษาวิชาทหารในยโุ รป ร่นุ แรก
-โปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศตัง้ โรงเรียนฝึกหัดครู ปจั จุบันเปน็ มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร
พ.ศ. ๒๔๓๖
-ให้เอกชนเปิดเดินรถไฟสายปากนา้ ฉลองพระไตรปฎิ กฉบบั พิมพ์ครั้งแรก ตงั้ มหามกฎุ ราชวทิ ยาลยั

รัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๓๗
-ทรงสถาปนาเจา้ ฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นสยามมกฎุ ราชกมุ าร
-ตั้งโรงไฟฟา้ เร่มิ กจิ การรถราง ไฟฟ้าอยา่ งแท้จรงิ แม้จะได้เรม่ิ การใช้รถรางไฟฟ้า โปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ้าหลวงพเิ ศษ
ไปจัดการศาลตามหวั เมอื งตั้งโรงเรยี นฝกึ หัดวิชาแพทย์ และผดุงครรภ์
พ.ศ. ๒๔๓๙
-โปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศตง้ั โรงเรยี นราชวทิ ยาลัยขึ้นปรากฏรายละเอยี ดในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 13 หนา้ 269
พ.ศ. ๒๔๔๐
-เสดจ็ ประพาสยุโรปครั้งแรก ปีระกาตราขอ้ บงั คบั ลักษณะปกครองหัวเมอื ง ตงั้ โรงเรยี นสอนวชิ ากฎหมาย
พ.ศ. ๒๔๔๑
-ตงั้ กรมเสนาธิการทหารบก รวมกรมไปรษณยี แ์ ละกรมโทรเลขเป็นกรมเดียวกนั
-กาเนดิ เหรยี ญ "สตางค"์ รนุ่ แรก

รัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๔๒
-เรมิ่ จัดตง้ั กองทหารตามหวั เมอื ง เรมิ่ สรา้ งวัดเบญจมบพติ ร
-ทาสนธิสญั ญากาหนดสิทธิจดทะเบยี นคนในบงั คบั องั กฤษ
พ.ศ. ๒๔๔๕
-ตง้ั กรมธนบตั ร เรม่ิ ใช้ธนบตั รคร้งั แรก
พ.ศ. ๒๔๔๖
-เปดิ การเดินรถไฟหลวงสายใต้ ระหว่างกรุงเทพ-เพชรบรุ ี เมื่อ ๑๙ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๔๖
พ.ศ. ๒๔๔๗
-เสียดนิ แดนทางฝั่งขวาแมน่ า้ โขงใหฝ้ รัง่ เศส ตรงหวั เมืองจาปาศักด์ิ และหวั เมอื งไชยบุรี - ปากลาย
พ.ศ. ๒๔๔๘
-ทาอนุสัญญากาหนดสิทธกิ ารจดทะเบียนคนในบงั คบั ฝรัง่ เศส

รัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๕๐
-จดั ให้มกี ารประกวดพันธข์ุ า้ วครั้งแรก
-เปดิ การเดนิ รถไฟหลวง สายกรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา เมือ่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๐ พ.ศ. ๒๔๕๑
-เลิกใชเ้ งนิ พดดว้ ง
พ.ศ. ๒๔๕๒
-เลกิ ใชเ้ งนิ เฟอ้ื ง ซกี เสี้ยวอัฐ โสฬส
-เร่มิ กิจการประปา
พ.ศ. ๒๔๕๓
-เสดจ็ สวรรคต เมอื่ วันอาทติ ย์ เดอื น ๑๑ แรม ๕ ค่า ปีจอ ตรงกบั วันที่ ๒๓ ตุลาคม

รัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

รชั กาลที่ 6 พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

รัชกาลที่ 6 พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอย่หู วั

พระราชประวตั ิ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยหู่ ัว หรอื พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรสี นิ ท
รมหาวชิราวุธ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ วั (1 มกราคม พ.ศ. 2424 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เปน็

พระมหากษัตริย์ไทยรชั กาลที่ 6 แหง่ ราชวงศ์จกั รี เสดจ็ พระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ เดอื นย่ี ขนึ้ 2 ค่า ปีมะโรง ตรง
กับวนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั
เสวยราชสมบตั ิเมือ่ วนั อาทิตยท์ ่ี 23 ตลุ าคม ปีจอ พทุ ธศกั ราช 2453 และเสด็จสวรรคตเม่อื วนั พฤหัสบดีท่ี 26

พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2468 ปีฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา เสดจ็ ดารงราชสมบัตริ วม 15 ปี

รัชกาลที่ 6 พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ วั

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๒๓
-วันที่ ๑ มกราคม พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั ประสตู ิ มีพระนามเดมิ ว่า เจ้าฟา้ มหาวชริ าวธุ
พ.ศ. ๒๔๓๑
-เจ้าฟา้ มหาวชริ าวธุ ได้รับการสถาปนาเป็น กรมขุนเทพทวาราวดี
พ.ศ. ๒๔๓๖
-เสด็จฯไปทรงศกึ ษาดา้ นนิตศิ าสตร์ อกั ษรศาสตร์ และประวตั ิศาสตร์
พ.ศ. ๒๔๓๗
-สถาปนากรมขุนเทพทวาราวดีเปน็ สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชิราวธุ สยามมกุฎราชกุมาร สืบแทน
พ.ศ. ๒๔๔๗
-เสดจ็ เยือนนครเชียงใหม่ เยือนเชียงใหมน่ ้ีไดม้ กี ารสถาปนาโรงเรยี นปรนิ สร์ อยแยลสว์ ทิ ยาลัย และ โรงเรียน
ยพุ ราชวิทยาลัย

รชั กาลที่ 6 พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๕๐
-ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ท่นี ครปฐม
พ.ศ. ๒๔๕๒
-ทรงพระราชนพิ นธ์หนังสอื เทยี่ วเมืองพระรว่ ง
-ทรงพระราชนพิ นธ์หนงั สือจดหมายเหตเุ สด็จประพาสหวั เมอื งปกั ษใ์ ต้ ร.ศ. ๑๒๘
พ.ศ. ๒๔๕๒
-พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัวโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งพระราชวงั พญาไท
พ.ศ. ๒๔๕๓
-ยบุ เลกิ กรมยุทธนาธกิ าร ให้ไปรวมกับกระทรวงกลาโหม
-ยกกรมทหารเรือเป็นกระทรวงทหารเรือ
-เกิดภาวะวกิ ฤตทิ างการเงินทธ่ี นาคารสยามกัมมาจลทนุ จากดั

รัชกาลที่ 6 พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อย่หู ัว

ลาดบั ประวตั ศิ าสตรเ์ หตกุ ารณส์ าคญั

พ.ศ. ๒๔๕๔
-ให้ต้งั กองเสือปา่ ซึง่ เปน็ รากฐานของกรมการรกั ษาดินแดน หรอื หนว่ ยบัญชาการกาลังสารองในปัจจุบนั
-โปรดเกลา้ ฯ ให้ต้งั กองลกู เสือ
พ.ศ. ๒๔๕๕
-โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ปลยี่ นมาใชพ้ ทุ ธศกั ราช (พ.ศ.) ในราชการแทนรัตนโกสินทรศ์ ก
พ.ศ. ๒๔๕๖
-จัดตัง้ คลงั ออมสนิ เมอ่ื 1 เมษายน 2456 ต้นรากแห่งธนาคารออมสิน
พ.ศ. ๒๔๕๗
-เร่ิมสรา้ งสนามบนิ ดอนเมอื ง และเปิดใช้งานในวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๗
-เปดิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เริ่มใหบ้ ริการนา้ ประปา เมือ่ ๑๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๕๗
-ต้งั โรงเรยี นพยาบาลของสภากาชาดไทย


Click to View FlipBook Version