The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อวสาน ชาร์นฮอส์ท อวสาน อินทรีเหล็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-07-11 01:35:38

อวสาน ชาร์นฮอส์ท อวสาน อินทรีเหล็ก

อวสาน ชาร์นฮอส์ท อวสาน อินทรีเหล็ก




นฮอสท
ชาร



อวสาน “ชารนฮอสท””…
อวสาน

อวสาน อ ิ นทร ี ี เหล ็ ก ...
อวสาน อนทรเหล็ก ...





(The Sinking of the Scharnhorst...



...The Fall of the NAZI-NAVY)



โดย... พล.ร.อ.สามารถ จาปรตน







(...ตอจากฉบบทแลว)

Wilhelmshaven ทางดานทะเลเหนอและ Kiel ดานทะเล




ความเดิมตอนทแลว :













บอลตกไดอยางปลอดภยในเชาวันรงขน แตพิษสงจากทน

ถึงแมวากองทพเรอนาซเยอรมนจะประสบความ ระเบดก็ทาใหตองแยกยายกันเขาอแหงยาวอกครงจนถง ึ















สาเรจในการสรางวรกรรมบนลอโลก “The Mission ปลายปทง ๒ ลา





Impossible” ดวยการยกขบวนวิงผานหนาบานเสอ คอ



















ชองแคบองกฤษในเวลาเทยงวัน สามารถฟนฝาอนตราย อยางไรกตาม ถึงแมวาปฏบตการฝาดานชองแคบ













มาไดทกดาน ไมวาจะเปนปนฝง เรอเรวโจมต เรอพฆาต องกฤษของฝายเยอรมัน จะถือไดวาประสบความสําเรจเปน























ตอรปโด รวมทงฝงบนโจมตอกหลายระลอก แตสดทาย ชัยชนะอยางงดงามจนไดรบการจารกเปนประวตศาสตร













ก็ตองมาตกมาตายทีสนามทนระเบด เพราะสถานการณ  แตในทางยทธศาสตรแลว มนก็เทากับเปนการ “ถอนทพ





















บบบงคบใหรรอไมได ตองกดฟนแลนฝาไปดวยความเรว กลบบาน” เพราะนับแตนันตอมา กองเรอผวนําเยอรมน
















สงสด โดยหวงวาถาเคราะหรายโดนเขา อยางนอยก็จะ ก็ตองสญเสยศักยภาพในปฏิบตการทาลายระบบขนสง














ชวยลดความรนแรงของการระเบดลงไดบาง สนคาทางทะเล เขาสเกาะองกฤษในพนทมหาสมทร





แอตแลนตก โดยตองมอบใหเปนบทบาทหลกของกองเรอ






แตสดทายก็ไมรอด เพราะในชวงระยะทางไมถึง ดานําตอไป





๑๐๐ ไมลทะเลกอนถึงบาน ชารนฮอสทซึงเปนเรอนาขบวน
















ก็แลนชนทนระเบดอกครงเปนลกทสอง สวนกไนเซนาวที ่ หลงจากนนไดไมนาน ปฏบตการ “เอาคน” ของ
















แลนตามหลงกโดนเขาไป ๑ ลก แตแรงระเบดก็ไมสามารถ ฝายอังกฤษกตามมา โดยมเปาหมายทเรอประจญบาน
























หยดยังเรอทงสองได ทงคแลนประคองตวกลบสฐานทพ สองพนอง ทไดมา “ลบคม – ลบเหลียม” จาวทะเลอังกฤษ












ถึงหนาบานในเวลากลางวนแสก ๆ ทามกลางการถกตําหน ิ



www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 051

อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...
















อยางรนแรงจากสงคมภายในประเทศ และเพอเรยก แมทพเรือเยอรมนจงเสนอตอผนําประเทศ ขอสราง



ศกดิศรคนมา เซอรชิลผนําองกฤษจงสงการใหกองทพอากาศ เรือประจัญบานรุนนีขึนมาทดแทนอีก ๑ ลํา เปนการเรงดวน
















สงฝงบนทงระเบดขนาดใหญ บนขามชองแคบไประดม โดยในครังนจะนาเอาปนใหญขนาด ๓๘๐ มม. (๑๕ นิว)
































ทงระเบดทาลายเรือทงสองลาใหสนซาก แบบเดยวกับทไดตดตงบนเรอบสมารคมาตดตงแทน











เพราะไดมการเตรยมสารองไวแลว แตฮตเลอรซึงมทศนคติ

จากการขาวกรองและภาพถายทางอากาศระดับสง






















ฝายอังกฤษสามารถลวงรไดวา เรอประจญบานทง ๒ ลา ํ ในทางลบตอกองทพเรืออยแลวไมเหนดวย และสงการ













ไดแยกยายกันไปเขาอแหง เพือซอมทาทองเรอทเสยหาย เดดขาดใหปลดประจาการเรอเสยเลย โดยถอดเอาระบบ



















จากพิษของทนระเบดทฐานทพ Wilhelmshaven และ Kiel อาวธปนทงหมดไปตดตงบนบกแทน สวนกําลงพลประจาเรอ



















ดานทะเลบอลตก ดงนน ในคาคนของวนท ๒๖ กุมภาพันธ  สองพนกวานายก็ใหยายไปเสรมทพกองเรอดานํา เพือสศก

















ค.ศ.๑๙๔๒ กองทพอากาศองกฤษกไดสงฝงบนทงระเบด ในแอตแลนตกตอไป










ระยะไกล ไประดมปลอยลกระเบดยักษลงใสเรอขนาดใหญ  ชะตากรรมของเรอผนอง Gneisenau ก็จึงมีอัน






















ทจอดอยทฐานทพเรือ คล (Kiel) อยางไมยัง ้ ตองสนสดลงในตนป ค.ศ.๑๙๔๒ หลงจากทไดออกสศก







รวมกบเรอลาพี Scharnhorst อยางโชกโชนโชกเลือด












เคราะหกรรมหนกจงตกเปนของเรอผนอง กไนเซนาว
















ทจอดอยในอแหงของฐานทพ Kiel เมือระเบิดยักษลูกหนง ึ ่ ไดเพียงแค ๓ ปครงเทานัน เรอไดถูกปลดระวางในสภาพ














ไดกระทบอยางจงเขาทกลางลาเรอ สามารถทะลทะลวง ทมทงแผลใหมและแผลเการอบตวไปหมด โดยถูกนําไป













ผานเกราะหนาของดาดฟาลงไประเบดในหองคลงกระสน ทาการจมเปนซากเรือขวางรองนา (Block Ship) ทีเมือง











เกิดการระเบดอยางรนแรงทาใหโครงสรางของเรอ Gotenhafen เมองทาของประเทศโปแลนดทกนทะเลบอลตก











เสยหายหนัก การซอมทาใหคนสภาพถูกประเมนวาจะ (ซึงฝายเยอรมันครอบครองอย) และถกรอทาลายเปน











ตองใชงบประมาณมหาศาล และใชเวลานานพอ ๆ กับการ ซากเศษเหลกในป ค.ศ.๑๙๕๑ นับเปนการจบ “ตานาน”


























สรางเรอขนใหมเลยทเดยว จงไมคมคา อยางไมสมศกดิศรของเรอประจญบานผนอง...ผอาภพ


ภาพถายทางอากาศจาก

เครองบนสอดแนมของกองทพ



อากาศองกฤษ แสดงใหเหน


สภาพความเสยหายหนักของ

เรอ กไนเซนาว ทถูกลกระเบด







ขนาดใหญตกทะลวงพนดาดฟา



เขาไประเบดภายในลําตวเรอ


ใกลคลงกระสน ทาใหเกิดการ




ลกไหมอยางรนแรงขามคน จน

โครงสรางหลกหลอมละลาย




ผดรป เมือรวมกับความบอบชํา

จากการโดนทนระเบดใตทอง

เรอทาใหฝายชางประเมนวา



การซอมคนสภาพจะตองใชงบ


ประมาณมหาศาลและกนเวลา





กวา ๑ ป จงไมคมคาทจะรกษา

เรอไว


052 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel



สวน “Lucky Scharnhorst” ผพีทจอดซอมทาท ี ่ ในการคานอานาจทางทะเลของฝายพันธมตร ทกําลง ั












ฐานทพ Wilhelmshaven ก็โชคดทรอดตายมาไดอกครง พยายามจะบกเขามายดครองดนแดนดานเหนอสดของ



















แตดวยพิษสงของทนระเบดทง ๒ ลก ก็ทาใหตอง “ขึนขอน ประเทศนอรเวยดานทะเลนาแขง เพือสนบสนนการรุก














- นอนอ” ยาวถึง ๘ เดอน จงจะสามารถคนสภาพ โตกลบทางบกของกองทพรัสเซยดวย















“พรอมสศก” ไดอกครง อนง ในชวงเวลานน กองทพเรอ เหตผลในการทกทวงของแมทพเรือทาใหฮิตเลอร















นาซีเยอรมนยังคงเหลอเรอผวนําขนาดใหญ (Capital Ship) คลอยตาม เพราะเจาตวเองกมความกงวลในแนวรบ










แค ๒ ลาเทานัน คอเรอประจญบานชารนฮอสท ขนาด ดานเหนอเปนอยางมาก กองทพบกของนาซเยอรมนไดบก













๒๘,๐๐๐ กวาตน และเรอประจญบาน เทยรปทซ (Tirpitz) เขาไปในดนแดนอันกวางใหญไพศาลของประเทศรสเซย











ขนาด ๔๓,๐๐๐ ตน (เรอลานองฝาแฝดกบเรอบสมารค ตงแตปลายฤดหนาวทผานมา จดมงหมายกคอการยึด

















ทไดจมไปตงแตเดอนพฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑) ซึงถงแมวา มอสโควซงเปนเมองหลวง เพือใหรสเซยตองยอมจานน



































เทยรปทซจะไดเขาประจาการตงแตชวงเวลาดงกลาวแลว เชนเดียวกับฝรงเศส แตเนืองจากกรงมอสโควตงลกเขาไป















แตก็ไมไดมบทบาทในการออกรบเลย เพราะฝายเยอรมัน ในใจกลางของประเทศ ประกอบกบกองทพแดงของรสเซย






ตระหนกดีวาองกฤษมความ “ครามเกรง” ในอานภาพ ก็พยายามตังรบอยางสดชวต ทาใหกองทพรถถังของ























ของเรอฝาแฝดผนองของเรอบสมารคเปนอยางมาก อกทง พลเอก เพาลุส (Paulus) รุกคืบหนาไปไดอยางยากลําบาก

ยังเตรียมการไวทีจะสงกําลังมารุมถลมในทันทีทีมีโอกาส มาก อกทงเมอกองทพแดงตองลาถอยก็จะทาการเผาทาลาย












โดยจะไมยอมปลอยใหออกทะเลมาแผลงฤทธเชนบสมารค สงอานวยความสะดวกเสยสิน ทงนเพือไมใหฝายนาซีม ี





















ไดอก




โอกาสไดใชประโยชนในการรบดวย







แมทพเรอเยอรมนจงมนโยบายทจะถนอมรกษา








เมอการรบยดเยือยาวนาน ขาศกตัวใหมก็ปรากฏ




เรอประจญบานอนทรงอานภาพสูงสดลานี ไวเปน “กองเรอ ขึนในกองกาลงของทงสองฝาย นันก็คอปญหาการสงกําลัง
















คงชพ” (Fleet in Being) เพือผลของการ “ปองปรามทาง บารงจากแนวหลง อนจะทวความรนแรงมากขนตามเวลา














ยุทธศาสตร” ดวยการคงอยูเพือคานอานาจกองเรอผวนํา เปนทวคณดวย สาหรบฝายเยอรมันนันแนนอนทสดยิงรก

















ของฝายพันธมตร ในแนวรบดานทะเลเหนอและทะเล คบหนาเขาไปมากเทาไร เสนทางสงกาลงบารงกจะยิงยาว














นําแขงบาเรนทส (Barents Sea) โดยจะพิจารณาสงออก ไกลมากขนเทานัน แตก็ตองกดฟนบกไปขางหนาตอไป

























ปฏบตการตามทโอกาสจะอานวย และมความมนใจใน เพราะหนาหนาวใกลเขามาแลว ถายังยึดมอสโควไมได



ความปลอดภยเทานัน


ก็คงจะตองเสยทเปนแน 






สาหรบชารนฮอสทนัน ฮตเลอรเองกมความตองการ สวนทางดานกองทพแดงของรสเซยก็เรมขาดแคลน






















ทจะปลดระวาง เพือถอนปอมปนใหญเอามาใชบนฝง และ ยุทโธปกรณเชนเดียวกัน และหวนเกรงวาถาฝายเยอรมัน













โยกยายกําลงพลไปเสรมทพใหแกกองเรอดานําเชนกัน ทมกาลงหนนเพิมขนมาอีก ก็อาจจะยันไวไมอยูเชนเดียว








โดยกําหนดแผนการปลดระวางในกลางป ค.ศ.๑๙๔๓ แต กับประเทศฝรงเศสเมอปกอนอยางแนนอน ผบรหารระดบสง ู
















แมทพเรือไดพยายามทักทวงไวอยางสดกําลง พรอมทง ก็จงเรมมการตอสายตรงกับฝายพันธมตรองกฤษและ














เสนอวาเรอยังมคณคาทางยทธการสงอย อกทงยังไมได  อเมรกา ทก็กําลงเฝาตดตามสถานการณอยางใกลชิดดวย























บอบชามากนัก จงสมควรทจะรกษาไว โดยเรงซอมคนสภาพ ความเปนหวง






















แลวสงไปเสรมทพกับเรอประจญบานรนใหญ เทยรปทซ 


(Tirpitz) เพือเพมศักยภาพของการเปน “กองเรือคงชีพ”



www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 053





อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...









ในทสดสจจธรรมความเหมอน ระหวาง “สงคราม” ฮตเลอรจงสงการเดดขาดใหเคลอนยายกําลงเรอ








กับ “การเมอง” ก็ไดเผยความหมายทซอนอยอยางชดเจน ผิวนําขนาดใหญทังหมดทีเหลืออยู ไปจอดซุมอยูตาม










อกครง เมอประเทศพนธมตรในระบอบประชาธปไตย ฟยอรดชายฝงทางเหนือของประเทศนอรเวย เพือออก










ไดตดสนใจรวมมอกนสนับสนนยุทโธปกรณสงครามใหแก ปฏิบัตการขดขวางและทําลายเสนทางลําเลียงดงกลาว












ประเทศอดมการณคอมมวนิสต เพือผลประโยชนในการ ทุกครงทีมีโอกาส สําหรับชารนฮอสทในระหวางนนก็ได











สงครามและการเมองรวมกนในการทาลายฝายตรงขาม มีการเปลียนตัวผูบังคับการเรือคนใหม คอ นาวาเอก









ดวยการสงกองเรอลาเลยงขนาดใหญ ขนยุทธปจจยจาก ฮฟไมเออร (Hüfmeier) ทีไดมารับหนาทีตอจาก








ทาเรอในสกอตแลนด เดนทางขามทะเลเหนอและฝาทะเล นาวาเอก โฮฟมานน (Hoffmann) ในปลายเดือนมีนาคม










นําแขงขนมาสงใหประเทศรสเซยทเมอรมงสค (Murmansk) ค.ศ.๑๙๔๒ และเมือเสร็จสินการซอมใหญในอูแหงของ













เมองทาปลายคาบสมทรโคลาของรสเซย ภายใตการคมกน ฐานทัพ Wilhelmshaven ในเดือนสิงหาคมปเดยวกัน















อยางแนนหนาดวยกําลงทางเรอของจาวทะเลองกฤษ ก็รีบเคลือนยายทตงใหออกนอกรัศมีเครืองบินทิงระเบิด












เสรมทพดวยอเมรกาและแคนาดา ของฝายอังกฤษ ไปทเมองทา Gotenhafen กนทะเล





เสนทางเดนเรอของกองเรอลาเลยงยุทธปจจยของฝายพันธมตร จากทาเรอในประเทศสกอตแลนดผานทะเลเหนอ
















และทะเลนาแขง (Barents Sea) ไปยงเมองทาเมอรมงสค (Murmansk) ทคาบสมทรโคลา เพือตอลมหายใจใหแก









กองทพแดงของรสเซย





054 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel




บอลตกของประเทศโปแลนดทฝายเยอรมันครอบครองอย  ู ยุทธการ Sizilien : (๖ กันยายน ค.ศ.๑๙๔๓)







และเตรยมการทจะตฝาออกไปสชายฝงประเทศนอรเวย









เมอมโอกาสตอไป ชารนฮอสท ประกอบกาลงกบเรอประจญบานรนพี ่












เทยรปทซ เปนหมเรอระดมยงฝง ภายใตการบงคบบญชา







จากทนัน นาวาเอก ฮฟไมเออร ผบ.เรอคนใหมก็ ื  ุ 







พยายามนําชารนฮอสทหลบหลกเลดรอดการสกดกันของ ของ พลเรอเอก ออสการ คมเมทซ (Oskar Kummetz)












ผบญชาการกองเรอยุทธการคนใหม พรอมดวยเรือพฆาต




ฝายอังกฤษ ผานชองแคบสคาเกรค (ระหวางประเทศ คมกนถึง ๙ ลา ออกเดนทางฝาพายุหมะไปยงทหมาย














เดนมารก กับ นอรเวย) ถึง ๒ ครงในตนเดือนและปลาย และสองวนตอมาในเวลา ๐๗๐๐ ของวนท ๘ กันยายน









เดอนมกราคม ค.ศ.๑๙๔๓ แตก็ไมเปนผลสาเรจเพราะ ค.ศ.๑๙๔๓ เรอประจญบานทงสองกไดจโจมเขาไประดมยง ิ















ฝายอังกฤษตรวจจบไดกอนจนตองถอยออกมาตงหลกรอ สงกอสราง และฐานทมนของฝายพันธมตรดวยปนใหญ 

























จงหวะใหม จนกระทงในทสดเมอสภาพอากาศเอออานวย ขนาด ๑๕ นิว ทง ๘ กระบอก จากเทยรปทซ เสรมดวย















(คอทศนวิสยเลว หมอกลงจด) ในวนท ๖ มนาคม ขนาด ๑๑ นิว อก ๙ กระบอก ของชารนฮอสทจนราบพนาสญ



















ค.ศ.๑๙๔๓ ชารนฮอสทก็ไดโอกาสฝาดานออกมาไดสาเรจ ภารกิจเสรจสน หมเรอทง ๑๑ ลา ก็รบเดนทางกลบสฐาน



















แลวเดินทางไปสมทบกบเรอประจญบานเทยรปทซ ทจอด ทมนในอลตา (Alta) ฟยอรด ไดอยางปลอดภัยในสองวัน












ซุมอยในฟยอรดของเมองทานารวค (Narvik) ในวันที ่ ตอมา







๙ มนาคม ค.ศ.๑๙๔๓ ทาใหศกยภาพของฝายเยอรมัน








ทางดานทะเลนาแขง (Barents Sea) เขมแขงมากขน

นับตงแตทฝายพันธมตรไดสง







กองเรอลาเลยงยุทธปจจยไปสนบสนน






รสเซยจากสกอตแลนดผานทะเลนาแขง







(เพือลดอนตรายจากเรือดานํา) ก็ทาให 







รสเซยฟนกําลงขนมาอกครง ในขณะท ี ่





กองกาลงทางบกของฝายเยอรมนเอง




ก็กําลงประสบปญหาขาดแคลนยทธ







ปจจย อนสบเนองจากการทเสนทางสง 
กําลงบารงอนยาวไกลมาก สถานการณ 











เรมเปนรองและเปนทหวนเกรงวาอาจจะ





ถูกกองทพแดงรกโตกลบในอนาคตอนใกล 







ซึงทางเลอกหนงทสามารถทาลายระบบ



ควบคมการเดนทางของกองเรอลาเลยง เรอประจญบาน เทยรปทซ ขณะเดนทางผานทะเล












พันธมตรกคอ การสงเรอผวนําขนาดใหญลกลอบเขาไป นําแขงไปยงขวโลกเหนอ เพือรบบทบาทหลกในการ

















จโจมยงทาลายสถานวทยและเรดารตรวจการณทเกาะ ระดมยงทาลายฐานทมนของฝายพันธมตร บนเกาะ














สปทซแบรเกน (Spitzbergen) ทตงอยบรเวณขวโลกเหนอ สปทซแบรเกน (Spitzbergen) ซึงเปนการไดออกศก
















(ละตจด ๘๐ องศา) ภารกิจนจงตกเปนของสองเรอประจญบาน เปนครงท ๒ ... และครงสดทาย















ทยังคงเหลออย ู 



www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 055



อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...













อนง ไดมการบนทกเปนทสงเกตไววา ยุทธการน เมอ ๒ ปกอน : ผเขียน) จงเฝาจบตาดการเคลอนไหวของ


























นับเปนการไดใชปน ๑๕ นิว อนทรงอานภาพดวยกระสนจรง เรอลานีและเตรยมการรบมอไวอยางเตมกาลง พรอมทง

















เปนครงแรกของเรอประจญบานเทยรปทซ นับตงแตทได สงเรอดานํามาเฝาสอดแนมสงเกตความเคลอนไหวตาม

























ขึนระวางประจาการในตนป ค.ศ.๑๙๔๑ อกทงยังเปนการ แนวฟยอรดทคาดวาเทยรปทซจะจอดซมอยดวย ดงนน


















ไดออกรบเปนครงทสองเทานัน (เมอเปรยบเทยบกับ เมอเทยรปทซปรากฏตวออกมากเฝาตดตามและแจงขาว




















ชารนฮอสท ทไดออกรบมามากกวาสบครงแลว) สาหรบ ใหสวนกลางรบทราบในทนท แมทพเรือองกฤษจง








การออกรบครงแรกนน ไดเกิดขนในตนเดือนมนาคม “จดหนก – จดเตม” ดวยการสงเรอประจญบาน ๓ ลา









































ค.ศ.๑๙๔๒ เมอเทยรปทซไดรบคาสงใหออกเรอไปทาลาย และเรอบรรทกเครองบน ๑ ลา รบเดนทางออกมาสกดจบ




กองเรอคอนวอย PQ12 ทกําลงเดนทางเขารสเซย และทาลายเสยในโอกาสแรกทนท โชคดทเทยรปทซไหวตว































แตราชนาวีองกฤษซงมความครามเกรงตอเรอลานีเปนพิเศษ ทนเสยกอนวางานนีไมควรแลกดวย จงชงถอนตวกลบท ่ ี




















(หมายเหต : นาจะเพราะความเขดขยาดตออานาจการ มนเสยกอนดวยความเรวสงสด





ยิงของเรอชดนี มาตงแตวรกรรมของเรอบสมารคผพี ่





ภาพจริง จากการออกรบครงแรกของเทยรปทซในภารกิจโจมตกระบวนคอนวอย PQ12 แตก็เกือบจะพลาด



ทาถลาตวเขาไปสวงลอมของฝายอังกฤษอนประกอบดวยเรือประจญบาน ๓ ลา และเรอบรรทกเครองบน ๑ ลา















ดวยความเรวทเหนอกวาจงสามารถถอนตวออกมาไดพน แตก็ตองใชหมปนรองกลางลาและปน สอ. ทกคาลเบอร 





























รวมกนเกือบ ๕๐ กระบอก ระดมยงสกดกันฝงบนโจมตจากเรอบรรทกเครองบน Victorious อยางสดชวต


ในภาพ : ขณะท ผบ.เรอ นําเรอเลยวฉกาจเพือหกหลบตอรปโดของ บ.โจมตทพุงเขาหาจากทงสองกราบ ก็ได













สรางรปพลวนําทายเรือเปนตัวอกษร “S” ฝากใหแกบรรดา บ.โจมตทเหลอเกบไวเปนทระลก กอนทจะตองบน




















กลบไปยงเรอแมเพราะหมดอาวธ


056 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel

หมเรอลาสงหารของจาวทะเลองกฤษไมสามารถ







ไลตามเรอประจญบานขนาด ๔๓,๐๐๐ ตน ทสามารถ












ทาความเรวไดถึง ๓๒ นอตไดทน แตฝงบนโจมตตดตอรปโด



“Albacore” จากเรอบรรทกเครองบน Victorious สามารถ












ไลตามไดทนและเขาโจมตจากรอบทศทาง แตก็ตองเผชญ









กับหากระสนจากหมปนขนาดกลางและปน สอ.ทกคาลเบอร 








รวมกนเกือบ ๕๐ กระบอก เครองบนเกือบทงฝงถกยิงตก



คงมไมกีเครองทสามารถบนเรยนําแหวกมานกระสน











เขามาปลอยตอรปโดเมอถงระยะได แต นาวาเอก คารล














ทอปป (Karl Topp) ผบงคบการเรอกสามารถหนเรอแลน




ซิกแซกหลบไดหมด




โดยธรรมชาตแลวเรอทมขนาดใหญและอยอาย









เชนเรอประจญบาน มกจะไมรอดจากการถกโจมตโดย เรอดานําจว (Midget Submarine) รน “X”























เครองบนขนาดเล็ก ทบนเรยนําเขามาปลอยตอรปโดจาก (Class “X”) ทฝายอังกฤษออกแบบสรางขนเพือบรรทก
















ทกทศทางได แตในครงนนเทยรปทซนับวาโชคดเปนอยางมาก เขาไปปลอย เพือลอบเขาโจมตบรรดาเรอขนาดใหญ









ทรอดมาได อยางไรกตามนบตงแตนันมาหนวยเหนือก ็ ของเยอรมน ทจอดซมอยในฟยอรดทางเหนอของ













ไมยอมเสยงสงเทยรปทซออกสทะเลเปด เพือเผชญหนา ประเทศนอรเวยโดยเฉพาะ มระวางขบนา ๓๕ ตน



























กองเรอขาศกทมจานวนเหนือกวาอกเลย ปนใหญ ใชลกเรอ ๔ คน ไมมตอรปโดภายในลาตวเรอ แตสามารถ




















อนทรงอานภาพของเทยรปทซจงไมมโอกาสได “วด” กับ บรรทกทนระเบดขางลาตวไดขางละลก (ซึงในศพทดงเดม




















เรอประจญบานของขาศกในระดบเดยวกัน อยางเชนท ่ ี ก็ใชคาเรยกวา “ตอรปโด” เชนกัน) วธีการก็คอ นําไป













บสมารคเรอผพีไดทามาแลว คงไดแคการระดมยงฝงท ่ ี ตดหรอปลอยทใตตวเรอเปา แลวจดระเบดดวยชนวนเวลา























Spitzbergen เทานัน ซึงกเปนการไดออกรบครงท ๒... ดวยความชวยเหลอของจารชนใตดนของนอรเวย




และครงสดทาย !












ทาใหปฏบตการ “ลอบกดเสอในถา” ขององกฤษประสบ


การออกมาเคลอนไหวกเทากับไดเผยรองรอย ความสาเรจอยางงดงาม เทยรปทซตองทุนระเบิดแมเหล็ก












ใหฝายตรงขามไดมโอกาสตดตาม ดวยความชวยเหลอ จากเรอดานําจวหลายนดจนทองเรอใตแนวนําเสยหายหนัก



















ของเหลาจารชนใตดนของนอรเวยทมอยูอยางดาษดน การซอมคนสภาพจะตองเขาอแหงหรออลอยนําสถานเดียว
















ตามทองถน เสรมดวยเครืองบนถายภาพระดับสูง ซึงในทองทก็ไมสามารถเสาะหาอลอยขนาดใหญ สาหรบ


















ของกองทพอากาศ ทาใหจาวทะเลองกฤษสามารถกาหนด เรอทมระวางขบนาถึง ๔๓,๐๐๐ ตนได เทียรปทซ




















พิกัดของเทยรปทซ (ทเพิงจะกลบมาจากการระดมยงฝง เรอประจญบานทใหญและทรงอานภาพมากทสด














ท Spitzbergen ) ไดอยางแนนอน แผนการสงเรอดานําจว ของกองทพนาซีเยอรมนจงตองกลายสภาพเปน “ผปวย

















(Midget Submarine) เขาลอบโจมตทไดเตรยมพรอมไว  ตดเตยง” นอนรอรบชะตากรรมอยทดนแดนไกลบานเกิด

















นานแลว ก็ไดเวลาเรมปฏบตการ “เอาคน” ในเวลาอก ถึงขวโลกเหนอ จนไดรบการขนานนามวา “ราชนีผเดยวดาย












ไมนานตอมา แหงแดนอดร” (Die einsame Königin des Nordens/






The lonely Queen of the north) และภารกจหนก


www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 057



อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...







































“ราชนีผเดยวดาย แหงแดนอดร” (The Lonely Queen of the north : Die einsame Königin des Nordens)




ถูกกักบรเวณอยางโดดเดยวอยูในดนแดนเหนอสดของทวปเปนเวลาเกือบ ๔ ป โดยทปนใหญอนทรงอานภาพ

















ไมมโอกาสได “ประหมด – วดฝมอ” กับจาวทะเลองกฤษเลยแมแตนัดเดยว


ทงหมดจงตกเปนหนาทของ “The Lucky Scharnhorst” ในปลายเดือนธนวาคม ค.ศ.๑๙๔๓ โดยใชกองเรือคอนวอย









เรอประจญบานลาสดทายทยังใชงานไดอยู นับตงแตนันมา ถึง ๒ ขบวนเปนเหยือลอ ขบวนแรกคือคอนวอยหมายเลข



























หลงจากนนไมนาน จอมพลเรอ เรเดร แมทพเรือ RA55A จานวน ๒๒ ลา ทกําลงเดนทางกลบซงม ี











เยอรมนก็ถูกบงคบใหลาออกจากตาแหนง (ปลด!) เนืองจาก เรอลาดตระเวนหนก เบลฟาสท (Belfast : เรอธง)












ผลงานไมเปนทพอใจของทานผนํา โดย พลเรอเอก เดอรนิทซ เชฟฟลด (Sheffield) และนอรฟอลค (Norfolk) พรอมดวย






























ผบญชาการกองเรอดานํา ไดรบการแตงตงใหขึนมารบ เรอพฆาตคมกนอก ๙ ลา และเรอคอรเวต อก ๑ ลา เปน



















หนาทแทน รวมทงมการเปลยนแปลงตวผบงคบการ เรอคมกน มงหนาไปทางทศตะวนตก โดยม พลเรอโท Burnett



















เรอชารนฮอสท จาก น.อ.ฮฟไมเออร เปน น.อ.ฟริทซ เปน ผบ.หมเรอ ซึงขบวนนตามแผนทวางไว จะมหนาท ี ่














ฮนทเซ (Fritz Hintze) ตงแตกลางเดอนตลาคม “ลอเสอใหออกจากถา” สวนขบวนทสองกคอ “เพชฌฆาต











ค.ศ.๑๙๔๓ ดวย ตวจรง” ทผบญชาการกองเรอปองกนประเทศ (Home






Fleet) คนใหมคอ พล.ร.อ.บรซ เฟรเซอร (Bruce Fraser)




ถึงแมวาเรอประจญบานเทยรปทซจะถกทาให ซึงเพงจะเขามารบหนาทเมอเดอนพฤษภาคมทผานมา



















สนสภาพไปแลว แตชารนฮอสทก็ยังคงเปรยบเสมอน ออกทะเลเพอบญชาการรบดวยตนเองบนเรอธงคอ






“กางตาคอ” ของจาวทะเลองกฤษทจะตองหาทางกาจดให  เรอประจญบาน ดค ออฟ ยอรค (Duke of York) สนบสนน




















ไดโดยเรว แผนการ “ลอเสอออกจากถ้า” จึงไดถูกกําหนดขึน



ดวยเรือลาดตระเวนหนก จาไมกา (Jamaica) และ


058 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel



“ดค ออฟ ยอรค” (Duke of York) เรอประจญบานเกรด A ลาใหมลาสดของจาวทะเลองกฤษ (เรอธง














ของพลเรอเอก บรซ เฟรเซอร ผบญชาการกองเรอ ทมาบญชาการลาเสอ “ชารนฮอสท” ดวยตนเอง) ดวยปน



ใหญขนาด ๑๔ นิว รวม ๑๐ กระบอก รวมทงเรดารผวนําและเรดารควบคมการยิงทไดพัฒนาขนใหม ถือไดวา













เปนตอชารนฮอสทอยูหลายขม (ยกเวน ดานความเรวทยังตากวาชารนฮอสทประมาณ ๔ นอต)






เรอพฆาตอก ๖ ลา แลนติดตามเพอคมกนในระยะไกลให 





กองเรอลาเลยงขบวน JW55B อนประกอบดวยเรือสนคา














๑๙ ลา ทคมกนดวยเรือพฆาต ๑๑ ลา และเรอคอรเวต ๒ ลา






มงหนาไปทางทศตะวนออก



เหยอขนาดใหญทสงมาลอทง ๒ ขบวนไดผล เพราะ













เมอฝายเยอรมันไดรบรายงานจากเครืองบนลาดตระเวน




ก็ไมยอมใหโอกาสดเชนนีผานพนไปโดยไมทําอะไรเลย





และตดสนใจสงใหชารนฮอสทพรอมดวยเรือพฆาตคมกน เรอลาดตระเวนหนก เบลฟาสท เรอธงของ พล.ร.ท.Burnett

















จานวน ๕ ลา เคลอนตวออกจากทซอนเขาโจมตคอนวอย เปน ผบ.หมเรอไลลาท ๑


















ทางดานเหนอ ตามแผนยทธการ Ostfront ในกลางดก





ของวนท ๒๕ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๓ ในทนท ี


www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 059



อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...



วีรกรรมครังสดทาย...สตายอยางวีรบุรุษ












นักประวตศาสตรการยุทธทางเรอไดลงความเหนวา ในระหวางหยุดพักผอน ชวงเทศกาลคริสตมาส) แตเปน




การตัดสนใจสงชารนฮอสทออกรบอยางกะทนหนของ พลเรอตรี เอริค เบย (Erich Bey) ผบ.กองเรือพฆาตผูมี















แมทพเรือคนใหมในครงน นับเปนการตัดสนใจทรบรอน อาวุโสรองลงมาทีรักษาราชการแทน นอกจากนันตัวผู




ขาดการใครครวญถงสถานการณรอบดาน โดยเฉพาะ บังคับการเรือคนใหมคอ นาวาเอก ฟริทซ ฮนทเซ (Fritz


ดานการขาวเกียวกับการเคลอนไหวของขาศก และสภาพ Hintze) ก็เพิงจะเขามารบหนาทไดแค ๒ เดอนเทานัน





















อากาศในพืนทปฏบตการ (ขัวโลกเหนอ) ซึง จอมพลเรอ จึงนบวายังใหมอยูมาก








เดอรนิทซ แมทพเรือคนใหมก็คงจะถกกดดันจนไมมทางเลอก ทงสองผนําหนวย (คอ ผบ.หมเรอ และ ผบ.เรอ)





















จงไดออกคาสงและโอวาทยทธการในลกษณะทคลมเครอ จงตองแกปญหาตามสถานการณท “หนางาน” ภายใต 

















วา... “ใหถือเอาความสาเรจเปนสงสาคญทสด และกลา ความมดมนของทองฟาทงกลางวันและกลางคืนในฤดูหนาว
















ทจะเขาปะทะขาศกหากสถานการณเอออานวย ยกเวน ซึงตลอดเวลา ๖ เดอน ทองฟาจะปราศจากแสงอาทตย 












กรณขาศกมกําลงเหนอกวาก็ใหรบถอนตว”








ทาใหการตรวจการณดวยสายตาจะตองอาศยไดแตเพียง















ปญหาทเกิดขนกับผปฏบต (ผบ.หมเรอ และ แสงสวางจากดาวฤกษอันรบหรีในทองฟาไกล และ















ผบ.เรอชารนฮอสท) คอ ทาอยางไรจงจะสามารถลวงร “แสงเหนือ” ทีอาจจะเกิดขนในบางโอกาสเทานัน อนง







ลวงหนาไดวาขาศกทอาจจะเผชญหนามีกําลังเทาใด? สถานภาพในขณะนันกองทัพเรือเยอรมันยังมีความลาหลัง



















อยูทไหน? และกาลงทาอะไรอย ทสาคญกคอผทมาทา ราชนาวีอังกฤษในดาน “อุปกรณตรวจจับทางอิเล็กทรอนิกส”















หนาท ผบ.หมเรอ ในครงนกลบไมใช พลเรอเอก ออสกา เปนอยางมาก การตรวจการณทางอากาศตองใชสายตา








คมเมทซ ผบญชาการกองเรอยุทธการ (เพราะเจาตวอยู ในขณะทีเปาผิวนําตองอาศัยจากเรดารการปนของหอ




รบภาคหวและทาย ซึงกม ี

ขอจากัดในดานเซคเตอรการ





แพรคลนทแคบและระยะ




การตรวจจบคอนขางสน


ในขณะทฝายอังกฤษเรอ








ทงหมดไดรบการตดตง


เรดารผวนําทไดรบการ






พัฒนาใหมลาสด นับเปน




ขอดอยสาคัญอนเปนปจจย


ชีขาดผล แพ – ชนะ ของ

การรบปะทะทกําลงจะเกดขน







ในเวลาตอมา





พลเรอตร เอรค เบย (Erich Bey) ผบ.กองเรอพฆาตผอาภพโชค เพราะไดรบ











คาสงดวนใหลงไปทาหนาทผบญชาการหมเรอเฉพาะกิจ แทนทผบญชาการตวจรง















โดยทไมทนไดเตรยมการและเตรยมตว







060 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel









พลเรอตร เบยฯ นําหมเรอทง ๖ ลา แลนขึนเหนอ












ดวยเข็มสกดกันกองเรอคอนวอย ตามขอมลทไดรบแจงใน







เบองตน แตก็ยังไมสามารถคนพบคอนวอยดวยสายตาได 



เพราะสภาพอากาศเลวและทศนวิสยทมดมด (คลนลมแรง










ระดบ ๗ และมพายุหมะดวย) เวลา ๐๗๐๐ ของเชา


วนรงขน (๒๖ ธันวาคม) เบยฯ ตดสนใจยอมรบความเสยง


















ของชารนฮอสท ดวยการสังใหเรอพฆาตคมกนทง ๕ ลา












กระจายกําลงแยกตวออกจากกนเปนรปพด เพือแยกยาย




กันคนหากองเรอคอนวอยตามเซคเตอรของตน พรอมกนนัน









ก็สงใหชารนฮอสทเบยงเข็มไปทางทศตะวนตกเลกนอย เรอลาดตระเวนหนก นอรฟอลค ผปลอยกระสนทาลาย















เพือดกหนาไวกันหลด แตก็ยังไมอนญาตใหเปดเครองเรดาร  เรดารการปนภาคหวของชารนฮอสท









การปนคนหาเปาหมาย เพราะยังไมตองการเปดเผยตนเอง




ผบ.หมเรอเยอรมน จงไมสามารถลวงรไดวาภายใตทศนวิสย เรอลาดตระเวนขาศกมจานวนมากกวาและกไมใช 



























ทมดมดนัน หมเรอไลลาท ๑ ของ พลเรอโท เบอรเนท เปาหมายหลก พลเรอตร เบยฯ ผบ.หมเรอจงตดสนใจ

















ไดเคลอนตวเขาใกลมาในระยะทางประมาณ ๒๐ กวาไมลทะเล สงการใหชารนฮอสทถอนตวจากการปะทะ ดวยการเลียว














เทานันแลว  ซายฉกาจไปทางทศตะวนตก แลวคอย ๆ ตวงกวางวกกลับ





แลนตัดทายหมเรอขาศกในระยะไกลเปนระยะทาง











พอสมควร จากนันก็หนซายฉกาจแลนขึนเหนอมงเขาหา

ปะทะครังแรก : (๐๙๒๔ ถง ๐๙๕๕) ของวันท ี ่










๒๖ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๓ กองเรอคอนวอยอกครงดวยความเรวสงสดคอ ๓๓ นอต






ดวยความหวงวาการวิงออมเปนวงใหญเชนนีจะสามารถ









ดวยความไดเปรยบในดานเรดารตรวจการณผวนํา สลดตวใหหลดพนจากการติดตามตอเนอง (Shadowing)










ทไดรบการพฒนาใหมลาสด หมเรอไลลาท ๑ สามารถ ของขาศกได ดงเชนทเรอประจญบานบสมารคไดเคย





















ตรวจจบชารนฮอสทไดตงแตเวลา ๐๘๔๐ ทระยะประมาณ กระทาสาเรจมาแลวเมอสองปกอน (ในการรบทบรเวณ





















๓๓ กม. เวลา ๐๙๒๔ ถึง ๐๙๒๙ เรอลาดตระเวนหนก เกาะไอซแลนด)







เชฟฟลด และนอรฟอลคซึงอยแถวหนากเรมกระบวนการ













ยิงกระสนดาวเพือสองสวางเหนอเปาทระยะ ๑๒ กม. แตยุทธวธีของ พลเรอตร เบยฯ ก็ตองพบกบความ












ตามมาดวยหากระสนขนาด ๘ นิว ของเรอลาดตระเวนหนก ลมเหลว (โดยทเจาตวก็ไมสามารถลวงรได) เพราะ






เรดารผวนําคณภาพสงของฝายองกฤษกยังสามารถ














ทง ๓ ลา ทระดมยงใสในทนท ชารนฮอสทถูกกระทา ตดตามความเคลอนไหวของเปาขนาดใหญเชนชารนฮอสท 












Surprise Attack จากขาศกทมองไมเหนตัว! และสามารถ










ยิงโตตอบไดอยางทลกทเล ดวยการเล็งยิงสวนไปท ่ ี ไดโดยตลอด ถึงแมวาจะอยเกือบสดระยะทขอบจอภาพ
















แสงเปลวเพลงปากกระบอกปนใหญทระดมยงมาจาก ก็ตาม ทาให พลเรอโท เบอรเนท ผบ.หมเรอไลลาท ๑



หลายทศทางเทานัน กวาจะตงตวไดก็โดนเขาไปหลายนด สามารถคาดเดาเจตนาของชารนฮอสทไดอยางชดเจน

























แตก็เสยหายไมมากนกเพราะมเกราะหนากาบง ยกเวน และนาหมเรอของตนเปดระยะออกไปวางตวกันขวางระหวาง











กระสนนัดหน่งจากเรอนอรฟอลคทตกเขาทเสาหนา ทาให  ชารนฮอสทกับหมเรอคอนวอย RA55A ไวอกครง (กรณา














เรดารการปนขัดของ ดภาพประกอบ)



www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 061

อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...

















































































ภาพสเกตชแสดงสถานการณการเคลอนไหวของทงสองฝายในบรเวณ “แหลมเหนอ” (North Cape) ของ

ทะเลบาเรนทส (Barents Sea) ในชวงวนท ๒๕ – ๒๖ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๓





062 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel










ปะทะครังท ๒ : (๑๒๐๐ ถง ๑๒๓๐) ทเขาไดสงออกกระจายตวคนหาเรอคอนวอย ยกเลิกภารกิจ









แลวเดนทางกลบสฐานทมนโดยอสระภายใตการควบคม




เรดารพืนนําของเรอลาดตระเวนหนกเบลฟาสท










สามารถตรวจจบชารนฮอสทไดอกครงในเวลา ๑๒๐๕ ทระยะ ของ นาวาเอก ราฟ โยฮันเนสสน ผบ.หมเรอ
















๒๘ กม. ในทศทางตะวนออกเฉียงใต และไมนานตอมา ทามกลางความมดของทองฟาแมแตยามเทยงวัน

เรอลาดตระเวนหนกอก ๒ ลา ก็ตรวจจบไดทระยะ ๑๕ กม. ของหนาหนาว ชารนฮอสทแลนตะบึงอยางคนตาบอด









ในขณะทเรดารการปนภาคทายของชารนฮอสทก็สามารถ ทีถูกโดดเดยว (เรดารการปนภาคหวถูกทําลาย) มุงหนา










ตรวจจบหมเรอขาศกไดเชนกัน การปะทะครงท ๒ จงเกดขน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต เพือกลับเขาสูฐานทัพหนา ณ

















ในเวลาอาหารกลางวนดวยการดวลปนของเรอใหญใน อัลตาฟยอรดทางเหนือของชายฝงประเทศนอรเวย โดยไม




สดสวน ๓ ตอ ๑ โดยมหมเรอพฆาตกลมใหญ (ทถูกเรยกตัว สามารถลวงรูไดวาเปนการแลนเขาไปสู “แดนประหาร”

















จากกองเรอคอนวอยมาเสรมกาลง) สอดแทรกเขารวม ทีจาวทะเลอังกฤษไดวางกบดักเอาไว พรอมกับเพชฌฆาต
























ดวยการพุงเขาโจมตดวยตอรปโดเมอโอกาสอานวย ตวจรง คอหมเรอลาทาลายท ๒ ทตวผบญชาการกองเรอ













คอ พลเรอเอก บรซ เฟรเซอร (Bruce Fraser) ไดลงมา




หลงจากเรมแลกหมดไดไมนานความแมนยําของ


















ชารนฮอสทก็เรมสาแดงเดช เรอลาดตระเวนหนกนอรฟอลค บญชาการรบดวยตัวเอง บนเรอธงคอเรอประจญบาน













ทไดสงกระสนปนขนาด ๘ นิว ทาลายเรดารการปนภาคหว “ดค ออฟ ยอรค” (Duke of York) เรอประจญบานเกรด A


























ของชารนฮอสท ในการปะทะครงแรกเมอชวงเชา ก็ถูก ลาใหมลาสด ซึงถงแมจะมความเรวสงสดตากวาชารนฮอสท 




“เอาคน” ดวยกระสนขนาด ๑๑ นิว ๒ นัด เขาทปอมปน ประมาณ ๔ นอต แตดวยอานุภาพของปนใหญขนาด














“C” จนเสยหายใชการไมได และนดท ๒ เขาทเสาหนา ๑๔ นิว จานวน ๑๐ กระบอก เสรมดวยเรดารควบคมการยิง

























แมจะโชคดทชนวนดานไมระเบด แตแรงกระแทกกทาให  ทพัฒนาใหมลาสด ก็เหนอกวาปนขนาด ๑๑ นิว ทเรดาร 










จานเรดารเสยหายใชการไมได ในขณะทเรอลาดตระเวนหนก ขัดของของชารนฮอสทอยางมากมายหลายขม














เชฟฟลดแมจะไมไดถูกยิงอยางจง แตก็ไดรบความเสยหาย ดวยการกระจายขาวสารอยางตอเนืองจากหมเรอ













จากสะเกดระเบดทโครงสรางสาคญ ในสวนของชารนฮอสทนัน ไลลาที ๑ ของ พลเรือโท เบอรเนท ทีกําลังไลตามลงมาจาก











ก็ตองกระสนหลายนัด แตเกราะทหนามากขนาด ๓๐ ซม. ทางเหนือ ทําให พลเรอเอก เฟรเซอร สามารถติดตาม







ก็ชวยลดความบอบชาไดมาก แตทนาหวนเกรงก็คอ ตอรปโด ความเคลือนไหวของชารนฮอสทไดโดยตลอด และวางกําลัง














จากเรอพฆาตจากหลายทศทาง ซึงภายใตทศนวิสยทมดมด หมูเรือไลลาที ๒ ของตนอันประกอบดวย เรือประจัญบาน
























ก็จะทาใหหนเลยวหลบไดลาบาก ๑ ลา เรอลาดตระเวนหนก ๑ ลา และเรอพฆาตอก ๔ ลา





ปดกันเสนทางหลบหนเขาสฝงของชารนฮอสทได

ขาศกตอสูตานทานอยางแข็งขัน และมีการเสริมกําลัง


















อยางตอเนอง หากตอสตดพันยืดเยือกอาจเพลยงพลํา อยางสมบรณ และเมอมนใจวา “เหยอ” กําลงวิงเขาสูกับ















ในทสด หลงจากปะทะครงท ๒ ได ๓๐ นาท พลเรอตร เบยฯ ดกโดยสมบรณแลว เขาก็ตดสนใจเปดเผยตัวเองโดยวทย ุ

























ก็ตดสนใจยกเลิกภารกิจและถอนตวกลับตามโอวาท สงการใหแบงเรอพิฆาตทคมกนกองเรือคอนวอยสวนหนึง










ยุทธการทแมทพเรือไดกําชับไว ชารนฮอสทหันเลยวกลับ แยกตวออกและปดระยะลงมาจากทางเหนอและตะวนตก

















หลงไปถอเขมใตดวยความเรว ๓๐ นอต และยงสกดกัน เพือปดกันการหลบหนออกสทะเลเปดของเหยอจาก













การติดตามดวยปอมปนทาย มงหนาคนสทกําบงใน ทกทศทาง..... ชารนฮอสทผโดดเดยวและตาบอด กําลง ั







ฟยอรดดานเหนอของประเทศนอรเวย พรอมกนนัน ถูกปดลอมโดยไมรตว ดวยเรือใหญนอยของขาศกถึง











พลเรอตร เบยฯ ก็ออกคาสงใหเรอพฆาตในหมทง ๕ ลา ๑๓ ลา !








www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 | 063

อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...



















































































ชารนฮอสท ขณะแลนฟนฝาคลนในทะเลนาแขงดวยความเรวสงสด เพือโจมตกองเรอคอนวอยขององกฤษ


อนเปนการออกรบครงสดทาย








(โปรดตดตามอานตอในฉบบหนา…)



064 | “กระดกง” กุมภาพันธ 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel

นฮอสท




ชาร

อวสาน “ชารนฮอสท””…

อวสาน



อวสาน อนทรเหล็ก ...
อวสาน อ ิ นทร เหล ็ ก ...



(The Sinking of the Scharnhorst...



...The Fall of the NAZI-NAVY)




โดย... พล.ร.อ.สามารถ จาปรตน



(...ตอจากฉบบทแลว)













ปะทะครังสดทาย....สนลายอยางวีรบุรุษ กระสนดาวคือตะวนตกเฉียงใต) ซึงบงบอกชดเจนวามาจาก














(๑๖๓๐ – ๑๙๔๕) วนท ๒๖ ธนวาคม ค.ศ.๑๙๔๓ ลากลองปนขนาดใหญทไมสมควรแลกหมดดวย







เวลา ๑๖๑๗ เรดารผวนําของเรอประจญบาน ชารนฮอสทจงจาตองหนเลยวหนีออกไปทาง











ดค ออฟ ยอรค สามารถจบเปาใหญอยางชารนฮอสท ทศตะวนออกอกครง ดวยอาวุธชนิดเดยวทเหนอกวา





ไดทระยะ ๔๑.๖ กม. และอก ๑๕ นาทตอมา เรดาร ขาศก (ซึงก็เคยไดชวยใหรอดพนจากการถูกไลลามาแลว














การปนก็สามารถจบและลอคเปาไดทระยะ ๒๗.๒ กม. ทกครง) นันก็คอ “ความเรว” นับเปนปฏบตการรบ













เวลา ๑๖๔๗ เรอลาดตระเวนหนกเบลฟาสท จากหมเรอท ๑ ทดเดอดเลอดพลานทสดในประวตของชารนฮอสท





















ก็เรมยงกระสนดาวสองสวางมาจากทศตะวนออกเฉียงเหนอ นันก็คอการแลนดวยความเร็วสงสดตอเนองนบเปน










เพือสองสวางหลงเปาชวยให “เพชฌฆาตตัวจรง” เวลานานหลายชัวโมง พรอมกบระดมยงปองกนตัวดวย
















ดค ออฟ ยอรค เลงยิงปนใหญ ทง ๑๐ กระบอก อตราการบรรจลกกระสนอยางเรวทสดเทาททมการปน










ไดสะดวกขน (ทามกลางความมดมดของทองฟา) จะสามารถทาได โดยใช ๒ ปอมหว ยิงเพอเปดทางหน ี











เขาใสเรอลาดตระเวนหนกทง ๓ ลา จากหมเรอไลลาท ๑




ชารนฮอสทถูกขาศกทา Surprise Attack เปน ในขณะทปอมปนทายทง ๓ กระบอก ก็ระดมยงสกดกัน











ครงท ๓ ในรอบวน และรบรการปรากฏตัวของหมเรอ การตดตามของเรอประจญบาน ดค ออฟ ยอรค และ
















ลาทาลายท ๒ เปนครงแรกเมอเวลา ๑๖๕๐ จาก เรอลาดตระเวนหนกจาไมกา ของหมเรอลาสงหารท ๒











เปลวไฟปากกระบอกปนใหญของเรอประจญบาน โดยมหมเรอพฆาตทง ๘ ลา กระจายกําลงแลนประกบ











ดค ออฟ ยอรค และเรอลาดตระเวนหนกจาไมกา ท ่ ี ในระยะหาง เพือรอจงหวะการแทรกตวเขาไปจโจม






ระดมยงมาจากระยะ ๑๑ กม. (ในทศทางตรงขามกบ



ชารนฮอสทดวยอาวุธสงหารคอ “ตอรปโด”



www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 065



อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...









ทามกลางความมดมดของทองฟา การดวล ในทสดเมอเวลา ๑๘๒๐ ปจจย “โชค” ก็ตกเปน


ปนใหญกันในขันตะลมบอนของทงสองฝาย ดาเนินการ ของจาวทะเลอังกฤษ เพราะลูกกระสุนขนาด ๑๔ นิวนัดหนึง ่








ตอเนองไปเปนเวลาเกือบ ๒ ชัวโมง ดวยสัดสวน ๕ ลา ไดตกลงทีกลางลําหลังปลองดวยมุมทีชันเกือบตังฉาก




ตอ ๑ ลา (เฉพาะเรือใหญ) โดยทฝายอังกฤษมจานวน (จอมกระสุนทีสุดระยะ) และสามารถทะลุทะลวงผาน






กระบอกปนใหญ (ขนาด ๘ นิวขึนไป) โดยรวมมากกวา แผนเหล็กดาดฟาทีหนา ๓๐ ซม. ลงไปแตกระเบิด







ชารนฮอสทเกินกวา ๕ เทาเสยอีก ในดานความแมนยํา ในสวนของหองเครือง ทําใหหมอนาความดันสงสวน

ของระบบอาวธนัน ฝายอังกฤษกไดเปรยบเปนอยางมาก หนึงเสียหายหนัก สงผลใหความเร็วของชารนฮอสท










ดวยประสทธภาพของเรดารการปนรนใหมลาสด ในขณะท ตกลงมากกวาครึง ถึงแมวาแผนกชางกลจะสามารถ












ชารนฮอสทนันเรดารการปนภาคหวขัดของตงแตตน แกไขใหเรือกลับมาทําความเร็วไดถึง ๒๒ นอต อีกครง







จงตกเปนรองอยางมาก คงเหลอความไดเปรยบอยู แตชวงเวลาตายทีเสียไปบวกกับความเร็วทีลดลงถึง
















แตเพียงอยางเดยวเทานันก็คอ “ความเรว” ๓๕% ก็ทาใหชารนฮอสทหนไมออก ตองตกอยในวงลอม






อกครง


ชารนฮอสทตองกระสนฝายอังกฤษหลายนด









เขาทดาดฟาและลาตวเรอ แตดวยเกราะเหลกทหนา กระสนทเขาเปาอยางจงเทากับการ “ลอคเปา”





เปนพิเศษ เสรมดวยระบบปองกนความเสยหายทม ทีสมบูรณแบบ พลเรือเอก เฟรเซอรฯ ไมยอมปลอย







ประสทธภาพ จงยังคงสามารถประคองตวรกษาสวนตาง ใหโอกาสทองหลุดมือไป ดค ออฟ ยอรค เปดกราบยง ิ







ของความเรวทเหนอกวาประมาณ ๔ นอต ไวได ทาให ดวยปนใหญทัง ๑๐ กระบอก อยางตอเนอง เสริมดวย








เมอเวลาประมาณ ๑๘๐๐ สามารถขยายระยะหางจาก ปน ๘ นิว ของเรือลาดตระเวนหนักจากหมูเรือไลลาทัง


“เพชฌฆาตตัวจรง” คอเรอประจญบาน ดค ออฟ ยอรค ๔ ลํา เปนการยิงทามกลางความมืดโดยใชเรดารการปน





ออกไปเปนประมาณเกอบ ๒๐ กม. ในขณะทเรอ เปนเครองชวยในการล็อคเปา และแสงเพลิงทีลุกไหม







ลาดตระเวนหนกทง ๔ ลา ก็จาเปนตองหยดยิงเพราะ บนชารนฮอสทเปนจดเล็ง










ขาศกไดหนออกนอกระยะปนใหญขนาด ๘ นิวของตน ในชวงเวลาครงชวโมงหลงจากนน ชารนฮอสท







ไปแลวเชนกัน ตองกระสนขนาด ๑๔ นิว จาก ดค ออฟ ยอรค อยางจง ั




พลเรอเอก เฟรเซอรฯ ผบ.หมเรอลาสงหารท ๒ ไมนอยกวา ๑๐ นัด และขนาด ๘ นิว จากเรอลาดตระเวนหนัก












ประมาณสถานการณเฉพาะหนาวา คงจะไมสามารถ ทัง ๔ ลํา อีกจานวนนับไมถวน ปนใหญหัวเรอทัง ๒ ปอม
จดการขาศกไดเพราะใกลจะสดระยะปน ๑๔ นิวของตน เสียหายหนักหมดสภาพ สวนปอมปนทายก็ไดยิง









เชนกัน จงตดสนใจเปลยนเข็มขนเหนอเพอไปวางตว สกัดกันจนกระสุนหมดคลัง แตเรอกยังลอยลาดวย














ปองกันกองเรือคอนวอย อันเปน “กลองดวงใจ” เอาไวกอน ความอึดและเดินหนาตอไปดวยความเรว ๑๐ นอต

เผอวาชารนฮอสทจะหนเลียวขึนเหนือไปตตลบหลง เวลา ๑๙๐๐ พลเรือตรี เบยฯ ผบ.หมูเรือ สงขอความ







ในภายหลง การเลยวหกฉาก (จากเข็มทแลนไลตาม) ทางวิทยถึงหนวยเหนือ....เปนฉบับสุดทาย ความวา....








ก็เทากับเปนการ “เปดกราบยง” (Broadside) อกครง “ถูกรุมลอมดวยขาศึกจํานวนมาก พวกเราจะตอสู




ซึง ดค ออฟ ยอรค ก็ยังคงระดมยงทง ๑๐ กระบอก จนกระสุนนัดสดทาย !” (We will fight until






จาก ๓ ปอม ตอไปจนสดระยะ โดยหวงวาจะไดเพิม the last shell !)




โอกาสของ “ลกหลง” ทสามารถหยดชารนฮอสทได






066 | “กระดกง” มนาคม 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel














เมอชารนฮอสทไมยอมจม และยงสามารถ ของกระสนดาว เมอเรอเบลฟาสตปดระยะเขาไปใกลก็


ทาความเรวได อกทงยังคงยงตอสตลอดเวลาดวย มองไมเห็นเหยือเสียแลว เพราะแรงระเบิดจากตอรปโด

















หมปนรองขนาด ๕ นิวกลางลา แสดงวาลกปนใหญ ของเรอลาดตระเวนหนกจาไมกา ทาใหตวเรอทอนหว

















อยางเดยวคง “เอาไมลง” พลเรอเอก เฟรเซอร จงสงการ ไดขาดออกจากกนเปนสองทอน ในแนวระหวางปอมปน






ใหเรอใหญทงหมดหยดการระดมยง เพือเปดทางให “B” กับสะพานเดนเรอ (คาดวาเกิดจากการระเบิดอยาง












หมเรอพฆาตปดระยะเขาไป “ลงดาบสอง” ดวย “ตอรปโด” รนแรงภายในคลงกระสนภาคหว) และลําตวทีเหลือ











อาวธสงหาร เพือเปดแผลใตแนวนํา ของชารนฮอสทก็ไดพลกกลับแลวจมลงอยางรวดเรวท ี ่

แลตฯ ๗๒ องศา ๑๖ ลปดาเหนอ – ลองฯ ๒๘ องศา




หมเรอพฆาตสลบกนพุงเขาหาเหยอในระยะหวงผล ๔๑ ลปดาตะวนออก พรอมกบชวตของกาลงพลประจาเรอ


























จากทงสองดาน แลวปลอยตอรปโดเขาใสทามกลางความมด ทงหมด ๑,๙๓๒ คน รวมทงตว พลเรอตร เอรค เบย 



















โดยใชแสงเพลงทลกไหมบนเรอเปนจดเลง มการบนทก (Erich Bey) ผบ.หมเรอ และ นาวาเอก ฟริทซ ฮนทเซ
















ไววา เรอพฆาตทงหมดไดยิงตอรปโดไปไมนอยกวา (Fritz Hintze) ผูบังคับการเรือ

๕๐ ลก ในจานวนนีชนเปาอยางนอย ๑๑ ลก แต อนง จากคาใหการของลกเรอทรอดชวต (เรือรบ





















ชารนฮอสททไฟลกทวมกยังคงแลนไปขางหนาอยางชา ๆ องกฤษชวยขึนจากทะเลไดจานวน ๓๖ คน) ยืนยัน












ไมยอมจม โดยทหมปนรองกลางลาก็ยังคงยงโตตอบ ตรงกนวา ประกาศคาสงทพวกเขาไดยินครงสดทาย










อยางไรจดหมาย กอนเรอจมเลกนอยก็คอ คากลาวอาลาของผบงคบการเรอ

























จงเปนหนาทของเรอลาดตระเวนหนกจาไมกา ความวา..... “ขาพเจาขอสัมผสมอพวกทานทกคน...




ตามดวยเบลฟาสต ในการลงดาบสดทายดวยตอรปโด เปนครังสุดทาย” (I shake you all by the








ขนาดหนักประจาเรอในระยะประชด ภายใตการสองสวาง hand…for the last time !)







ภาพวาดสีนํามนจากจินตนาการของจตรกร แสดงถงฉากสุดทายของการตอสอนดุเดอดของชารนฮอสท





(อยูกลางภาพ) ภายใตวงลอมของหมเรอลาดตระเวนหนก และฝงเรอพฆาตทคอยสอดแทรกเขายิงตอรปโด





ในระยะประชด โดยม “เพชฌฆาตตัวจรง” ระดมยงดวยปนใหญมาจากดานหลง ถึงแมวาจะเปนการตอสูภายใต










ทองฟาทมดสนท แตชารนฮอสทก็ถูกฝายอังกฤษคอยยิงกระสนดาวสองสวางเหนอเปาอยางตอเนอง






www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 067


อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...

















































































ภาพสเก็ตช แสดงการเคลอนไหวของชารนฮอสท และหมเรอไลลาขององกฤษทงสองหม ทบรเวณแหลมเหนอ










(North Cape) ในทะเลบาเรนตส (Barents Sea) ตงแตเวลา ๐๖๐๐ ของวนท ๒๕ ถึงเวลา ๒๐๐๐ ของวนท ่ ี




๒๖ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๓ โดยภายใตความมดมดของทองฟาตลอดทงวนและคนในชวงฤดหนาว ชารนฮอสท








(ซึงเรดารขัดของตงแตตน) ตองถกฝายอังกฤษทา Surprise Attack ถึง ๓ ครง โดยครงสดทายในชวงคาไดตก


















อยูในวงลอมของหมเรอไลลาองกฤษทง ๑๓ ลา และไดยิงตอสอยางทรหดเปนเวลา ๓ ชัวโมง จงจมลงสกนทะเล




อยางบอบชายับเยน พรอมกบชวตของกาลงพลประจาเรอเกอบทงหมด












068 | “กระดกง” มนาคม 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel


บทสรป :

การถูกจมของ “The lucky Scharnhorst” กลายสภาพเปน “ผปวยติดเตยง” ตองจอดนงสนท








เรอประจญบานทคนในชาติภาคภูมใจ ไดสงผลลบ เคลอนไหวไมไดดวยพิษสงของหมเรอดานําจว (Midget
















ในทางจตวทยาแกคนเยอรมนอยางใหญหลวง โดยเฉพาะ Submarine) ทฝายอังกฤษลอบลาเลยงเขามาปลอย








สาหรบกองทพเรือเยอรมนดวยแลว มนคือจดจบของ ในปากฟยอรด แลวเลดลอดเขาไปปลอยทนระเบดเขาใส 

















ศกยภาพในการทําสงครามผวนํา ถึงแมวากองทพเรือ ใตทองในระยะประชดจนพิการ นอนรอรบชะตากรรม







นาซีเยอรมนจะยังคงเหลอเรอประจญบานททรงอานภาพ จากการระดมทงลกระเบดขนาดยักษ (๕.๔ ตน) จาก











มากกวาชารนฮอสทอก ๑ ลา คอ เทยรปทซ (Tirpitz) กองทพอากาศองกฤษ จนพลิกตะแคงควาหมดสภาพ









เรอพนองรนเดียวกับบสมารค แตเทยรปทซก็เปนได ในทสด









แตเพียงแคชือและสญลกษณเทานัน เพราะเจาตวได



ยุทธการ “Neptune” ของฝายพันธมตรในวนท ๖ มถุนายน ค.ศ.๑๙๔๔ หรอทรจกกันดีในหมนักการทหารทวโลก






























ภายใตรหสทใชชือวาวัน “D-Day” ฉากการยกพลขึนบกครงยิงใหญทสดในตานานประวตศาสตรโลก เมอกองทพ




พันธมตรภายใตการนําของพลเอกไอเซนฮาวดแหงสหรฐฯ ยกกําลงรบผสมนบแสนคนจากเกาะองกฤษขนไป “เหยยบฝง”
















ทชายหาดนอรมงดของฝรงเศส (ทถูกฝายนาซีเยอรมนยึดครองอย) นับเปนจดพลกกลบของสงครามโลกครงท ๒ ในยุโรป



















การยกพลขึนบกประสบความสาเรจอยางงดงาม เพราะฝายเยอรมันไมเหลอเรอผวนําขนาดใหญไวตอตานอกเลย

















www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 069

อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...





การจมของชารนฮอสทจงเปนผลโดยตรงตอการ เมอสงครามโลกขยายขอบเขตเปนวงกวางขาม


สญสนศักยภาพในการปองกนทางปกดานทะเลนาแขง แผนดินและโพนทะเล และรบติดพันกันอยางยืดเยือ















และทะเลบาเรนตส ทาใหฝายพันธมตรสามารถลาเลยง ยาวนาน ระบบการสงกําลังบํารุงของประเทศคูกรณี










ยุทธปจจยไปสนบสนนกองทพแดงของรสเซียในแนวรบ ก็เริ่มสะดดดวยเสนทางสงกาลงทยาวไกล ตองอาศย








ดานเหนอไดอยางสะดวก จนสามารถตโตกลบกองทพบก การขนสงลาเลยงยุทธปจจย และกาลงทหารทใชสรบ

















ของนาซีเยอรมนจนแตกพาย อกทงยังมพลงเหลอ จากทางทะเลเปนหลก การ “ยืนระยะ”ของทงสองฝาย









เพือรกคืบกลบเขาสยุโรปตะวนตก โดยมจดหมายคอ จงวดกันทศกยภาพของ “กองทพเรอ” ของชาตนัน ๆ













กรงเบอรลน เมองหลวงของเยอรมนอกดวย ในการคุมกนระบบการขนสงทางทะเลไปถงยง















ในขณะทกองทพพันธมตรทางแนวรบดานทะเลเหนอ ทหมายไดอยางปลอดภัยและทนเวลา รวมทง





และชายฝงทะเลของยโรปตะวนตก ทรวมพลอยบนเกาะ มขีดความสามารถในการทาลายเสนทางลาเลยงของ















องกฤษภายใตการนําของ พลเอก ไอเซนฮาวด แหงสหรฐฯ ฝายตรงขามเมอมโอกาสดวย











ก็ไดโอกาสทกองเรอขนาดใหญของเยอรมนสนสภาพ ในสงครามโลกครงท ๒ กองทพเรือนาซีเยอรมน














ไปหมดแลว ดาเนินการยกพลขึนบกครังประวัตศาสตร อยูในสภาพ “ลกเมยนอย” เพราะโชครายทม “นายใหญ” 





ภายใตรหสยุทธการ “Neptune” ดวยกําลงพลนบแสน เปนอดีตนายสบทหารบกทีมีความเชียวชาญขนเทพ















ขามชองแคบองกฤษขนไป “เหยยบฝง” ทหาดนอรมงด ในการรบบนแผนดิน แตกลบ “มดบอดสนท” ในกจการ


ของฝรงเศสในวน “D-day” คอ ๖ มถุนายน ค.ศ.๑๙๔๔ ทหารเรอ ซํารายก็คอมสมนมอขวาคบารม ไดแก


























แลวรบตะบงบกตะลยจากทางทศตะวนตกเพือเขาแยงชง จอมพลอากาศ แฮรมน เกอรง (Hermann Göring)









การยึดครองนครเบอรลน กอนทกองทพแดงของรสเซย ผทพยายามขัดขวางการขอมกําลงอากาศนาวไวใชงานเอง














จะเขามาควาเอา “ไขแดง” ไปเสยแตเพียงฝายเดียว ของกองทพเรืออยางสดตว วาทะกรรมอนแสลงหเพือน









(ซึงกไดชาไปหลายกาว) ของเขาทวา “ทกอยางทีบินได ตองเปนสมบตของ






กรงเบอรลนแตกดวยฝมอกองทพแดงของ กองทพอากาศ! (ของขา)” ยอมสามารถสะทอนทศนคติ












รสเซย ฮตเลอรฆาตวตาย นาซีเยอรมนพายแพอยาง ของแมทพอากาศผนีไดเปนอยางด ี





ราบคาบ แตสงครามโลกครงท ๒ กลบยงไมจบ โดยได เมอไมมกําลงทางอากาศคอยสนบสนนในยุค


















ยายวิกไปสกันตอในภาคพืนเอเชย – แปซฟก ระหวาง ของสงคราม ๓ มต เรอประจญบานเกรด A ทง ๔ ลา










สหรฐอเมรกากับญปน อนไดทาใหประเทศเลกประเทศนอย ของเยอรมน ก็ไมสามารถตานทานอานาจการรบของ














ในทวปเอเชยพลอยโดนลูกหลงไปดวย (ดจะคลาย ๆ กับ จาวทะเลองกฤษทมจานวนเรือ Capital Ships


การถูกยึดเปนตัวประกน) กวาจะยุตลงไดก็ตองใชถึง (เรือประจัญบาน เรือลาดตระเวนสงคราม และเรือบรรทุก

อานาจของอาวธลางโลก....คอระเบดปรมาณ ทาให เครองบน) ทมสดสวนมากกวา ๓ ตอ ๑ อกทงยังม ี



























สงครามโลกครงท ๒ กินเวลายาวนานถึง ๖ ป (ค.ศ.๑๙๓๙ กองทพอากาศคอยสนับสนนอยางเตมทได เรอทง ๔ ลา















– ๑๙๔๕) โดยไดคราชีวตผคนไปถง ๗๐ ลานคน และได จงตองทยอยกนสนสภาพตามลาดบ เรมตนท ลําแรก :







ขยายขอบเขตของการตอสเปนบรเวณกวางไกลไปทว คอบิสมารค ออกรบครงแรกกถูกรมลอมไลถลมตลอด














ทกผนทวปและ ๗ คาบสมทร โดยในสวนของสงคราม ๕ วน ๔ คน จนหนไมออก และตองจมตวเองตอหนา




ทางเรอมนันจดศนยกลางอยทมหาสมทรแอตแลนตก ขาศก ในปลายเดอนพฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ลําที ๒ :










ตอนเหนอ และมหาสมทรแปซฟกตอนกลาง กไนเซนาว เรอฝาแฝดผนอง ออกรบรวมกบชารนฮอสท 













070 | “กระดกง” มนาคม 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel








“สนศักดิศร” ลําที่ ๓ : ทีสินสภาพอยางสินศักดิศรี


เชนเดียวกันก็คอ “เทยรปทซ” (Tirpitz) เรอผนองของ








บสมารค ถูกสงไปจอดซมเพอทาหนาทเปน “กองเรอ




คงชพ” (Fleet in Being) คอยคานอํานาจกองเรอ


พันธมตร ทอลตาฟยอรด (Alta Fjord) ทางเหนอสด





ของประเทศนอรเวย แตจาวทะเลองกฤษไมยอมปลอย









ใหเรออนทรงอานภาพสูงอนเปรยบเสมอน “กางตาคอ”












ลานี อยูตอไปไดอกนาน จงสงฝงบนทงระเบดยุทธศาสตร 



ของกองทพอากาศระดมปลอยลกระเบดยักษจาก



ระดบสงลงมาทาลาย จนพลิกตะแคงควาอยางหมด



สภาพ และสนศักดิศร โดยทปนใหญขนาด ๑๕ นิว










อนทรงอานภาพทัง ๘ กระบอก ไมมโอกาสไดพิสจน


ฝมอกบเรอผวนําขาศกเลย...แมแตนัดเดยว !








จงคงมแตชารนฮอสทเทานัน ทไดออกปะทะกบ







จาวทะเลองกฤษในเกอบทุกสมรภูมิ ตงแตเริมสงคราม



เปนเวลากวา ๔ ป (สงหาคม ๑๙๓๙ ถึง ธันวาคม

จอมพลอากาศ แฮรมน เกอรง (Hermann Göring) ๑๙๔๓) และถงจดจบอยางสมศกดิศร ดวยการยิงตอส ู












สมนคนสนิท ผเปรยบประดจมอขวาของฮตเลอร (แตใน กับหมเรอไลลาของราชนาวองกฤษทง ๑๓ ลา อยางทรหด























ภาพอยูทางดานซาย) ทศนคติในทางลบทมตอกาลงทางเรอ ตงแตเชายันคําถึง ๓ รอบ กอนทจะจมลงอยางบอบชา












ของเขา ทาใหกองทพเรือเยอรมนมอนตองพายแพหมดสภาพ ยับเยน ดวยกระสนปนใหญจานวนนับไมถวน และ
















ไปกอนเหลาทพอน สดทายสินลายดวยตอรปโดสงหารถง ๑๑ ลก ททาให















อนง ก็เปนทนาสงเกตวา เมอฮตเลอรฆาตวตายในชวง สวนหวของเรอขาดออกจากลําตัวแลวพลิกควําจมลง





















ปลายสงคราม ผทไดรบความไววางใจใหเขามารบหนาท ่ ี สกนทะเลบาเรนตส ทบรเวณแหลมเหนอ พรอมกบ


















ผนําสงสดของประเทศในชวงภาวะวกฤต กับกลายเปนแมทพเรือ กระสนนัดสดทายของหมปนรองกลางลาทยิงออกไป














ทไมคอยมบทบาท คอ พลเรอเอก คารล เดอรนิทซ และ อยางไรจดหมาย... “We will fight until the last















เมอสงครามสนสดลงโดยเยอรมนเปนฝายพายแพ ทงสองก ็ shell !”...Rear Admiral Erich Bey :
ถูกนําตวสงขนศาลอาชญากรสงคราม โดยเกอรงถกตัดสน การจมของชารนฮอสทจงเปนจดพลกผนสความ



















ใหประหารชวตดวยการแขวนคอ (แตเจาตวชิงกนยาฆาตวตาย ตกตํา ของศกยภาพในการรบของกองทพเรือเยอรมน











กอนวนประหาร) สวนเดอนิทซไดรบโทษเบากวา คอจาคก อนไดนําไปสการสนสภาพและพายแพอยางยับเยน












๑๐ ป 




ของกองทพนาซีเยอรมนในเวลาไมนานตอจากนน










ผพี ไดแค ๒ ปกวา ก็ถูกทหารอากาศองกฤษระดม สอดคลองกบวลคาสองทอนทผเขียนไดนํามาใชเปนชือ







ทงระเบดอยางรนแรงและตอเนอง ขณะทซอมใหญใน เรองคอ “อวสานชารนฮอสท...อวสานอินทรีเหล็ก”







อแหงทฐานทพคีล รมทะเลบอลตก จนเสยหายยับเยน






และถกลากไปเปนซากเรือจมขวางรองนาอยาง





www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 071



อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...



บทสงทาย : ซึงไมใชการสรปเนอหาของบทความ








ทง ๖ ตอนนี หากแตเปนการนําเอาขอเทจจรงทาง











ประวตศาสตร ทผเขียนไดมโอกาสสบคนจากหลากหลาย


แหลงขอมลตาง ๆ เพือนามาวเคราะหแลวสงเคราะห




เขาดวยกัน จนไดบทสรปในภาพรวมวา ปรากฏการณ






ทางสงคมทเกิดขึนกับประเทศเยอรมนในชวงแปดสบปท ี ่


ผานมา (ภายหลงการสนสดสงครามโลกครงท ๑ ในป











ค.ศ.๑๙๑๘ จนถึงกอนการเกิดสงครามโลกครงท ๒




คอ ค.ศ.๑๙๓๙) นัน เมอไดนําเอามาเปรยบเทยบกับ




ววฒนาการทางการเมอง และสงคมทเกิดขนกับประเทศสยาม













หรอประเทศไทย ตงแตในยุคกอนสงครามโลกครงท ๒


จนถึงปจจบนแลว ก็จะสามารถสรปไดวามทง “ความเหมอน”












ทเปนสวนใหญ และม “ความแตกตาง” เปนสวน








ปลกยอย อนเปนสงทนาสนใจศกษาเปนอยางยิง




โดยผเขียนจะขอนําเสนอในภาพรวมดงน :-









“อวสานอินทรเหลก” วาระสดทายของกองทพนาซีเยอรมน เมอกองทพแดงบกเขายึดครองนครเบอรลน



ในภาพ : กองทพรถถังของรสเซยเคลือนพลผานประตชัย บรนเดนเบรก กลางนครเบอรลน และทหารกองทพแดง

















ปนขึนไปโบกธงชาตรสเซยเหนืออาคารรฐสภา (Riechtag) ซึงถอวาเปนการประกาศชยชนะอยางเดดขาด



เหนอสถานทอนเปนศูนยรวมอํานาจการปกครองของนาซีเยอรมัน






072 | “กระดกง” มนาคม 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel



๑. ความเหมือนประการแรก : ก็คอผลกระทบ คนเยอรมันไดเปนกรณพิเศษ) ในการผลักดันตัวเองขึนมา



จากสงครามโลกครงท ๑ ทไดกอใหเกิดภาวะวิกฤต เปนผนําทางการเมืองแบบกาวกระโดด ฮตเลอรฯ รูซึง ้






ทางเศรษฐกจ แพรขยายไปทวทกหนแหงในโลกโดยเฉพาะ ถึงคุณลักษณะประจําชาติของคนเยอรมัน กลาวคือ จะมี







ประเทศทแพสงครามคอเยอรมน ก็จงไดเปน “ชนวน” ความหยิงทะนงในศักดศรีของเผาพันธุอารยันของตน







ใหเกิดการเปลยนแปลงจากระบอบกษตรยไปเปน เปนอยางมาก อีกทังยังมีกระแสความรูสึกตอตาน





ระบบสาธารณรฐประชาธปไตยในป ค.ศ.๑๙๑๘ โดย ชาวยิว ทีกําลังแผอิทธิพลเขามากอบโกยผลประโยชน



พระเจาไกเซอรวลเฮลมท ๒ ถูกบงคบใหตองสละราชสมบต ทางการคาของเยอรมันในขณะนนดวย เขาจงคิดตง ้ ั
















และลภัยไปอยตางประเทศ ในขณะทประเทศไทยเรากได พรรคการเมืองนองใหมขึนในป ค.ศ.๑๙๓๐ ภายใตชือ




















มการเปลยนแปลงการปกครองครงสาคญในป พ.ศ.๒๔๗๕ วา “พรรคอุดมการณชาตนยม” (National Sozialist




เชนเดียวกัน แตตางกนทวาคณะราษฎรทเปนแกน : Nazi) โดยพุงเปาสมาชก – แนวรวม ไปทบรรดา






นําในการเปลยนแปลงระบอบสมบรณาญาสทธราชย เดกหนมรุนใหมไฟแรง ทีมีพลงขับเคลือนสูงเปนหลัก











ไปเปนระบอบประชาธปไตย ก็ยังดารงรกษาสถาบน เพราะเปนกลุมวัยทตองการความเปลียนแปลง และ














กษตรยไวในฐานะองคประมขของประเทศ สามารถใชปฏบตการจตวทยาและโฆษณาชวนเชอ รกเขา





ครอบงาความคดดวยอุดมการณชาตินิยมอยางสดโตง

๒. ความเหมือนประการที ๒ : ภายหลง





การเปลยนแปลงระบบการปกครองครงสาคญ (ตามขอ ๑.) ไดโดยงาย















ทงสองประเทศตางกตองเผชญกบปญหาความขดแยง ดวยขุมกาลงคะแนนเสยงสนบสนนจาก









ปนปวนวุนวายในสังคม อนสบเนองมาจากความแตกแยก คนรนใหม รวมทงคนรนเกาจานวนไมนอยทไมตองการ















ทางความคดของประชาชน ทยังไมคนชินกับระบบ ใหประเทศตองถกบงคบและจากัดเสรภาพตามสนธิ





การปกครองแบบใหม โดยเฉพาะอยางยิงการแยงชง สญญาแวรซาย (ทีถูกเขียนโดยฝายพันธมตรทีชนะสงคราม)


กันเขาส “อานาจ” ของบรรดาผนําทางการเมองในยคนัน









สาหรบประเทศเยอรมนในชวงเวลา ๓ - ๔ ป หลงการ




เปลยนแปลงระบบการปกครองกตองมการสบเปลยน








รฐบาลอยางนอย ๒ ครง ครงแรกกคอรฐบาลพลเรอน















ทไรเสถยรภาพ ตดตามดวยรัฐบาลกงทหารทนําโดย





จอมพล พอล ฟอน ฮนเดนบรก (Paul von Hindenburg)



ภายใตชือวารฐบาลแหงสาธารณรฐไวมาร (Weimar
Republic) แตทามกลางความวุนวายในสังคม อันเปนผล








มาจากสภาพวิกฤตเศรษฐกจทกําลงทรดหนกอยางตอเนอง




รฐบาลของ จอมพล ฟอน ฮนเดนบรก ก็สอเคาวา อะดอลฟ ฮตเลอร อดตสบโททหารรบจางสญชาต ิ






จะไปไมรอด






ออสเตรเลยในสงครามโลกครงท ๑ ผทสามารถผลกดัน





จงเปนโอกาสแจงเกดของ อะดอลฟ ฮตเลอร  ตวเองขนมาเปนผนําสงสดของประเทศเยอรมนแบบ












(Adolf Hitler) อดตสบโททหารรบจางสญชาตออสเตรย กาวกระโดด ดวยปฏิบตการ “ลางสมอง” เยาวชนคนรุนใหม 
















ในสงครามโลกครงท ๑ (ทไดรบความเมตตาจากศาล ใหมาเปนแนวรวม ดวยปายโฆษณาชวนเชอและสงพมพ











อาชญากรสงครามทองถน ใหสามารถโอนสญชาตเปน (ในสมยนัน เมอ ๘๐ ปกอน Social Media ยังไมเกิด !)













www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 073


อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...




ทาใหพรรคนาซีของฮตเลอรชนะการเลือกตงใน ตกอยูในมือของ “ทานผนํา” แตเพียงผูเดยว กองทัพ





ปลายป ค.ศ.๑๙๓๒ อยางถลมทลาย สงผลให นาซีเยอรมันผงาดขึนมาสูระดับความแข็งแกรงสูงสุด







ในตนป ค.ศ.๑๙๓๓ ฮตเลอรฯ ไดกาวขึนเปนนายกรัฐมนตร อีกครง ดวยขุมกําลังหลักก็คอบรรดาเยาวชนคนรุนใหม













ตามวถีทางประชาธปไตย(แตมจตใจเปนเผดจการ) ทีถูกฮิตเลอรใชปฏิบัตการ “จตวทยา – โฆษณาชวนเชอ”















และในปตอมา เมอ จอมพล ฟอน ฮนเดนบรก ถึงแกกรรม ยัดเยียดอุดมการณ “ชาตินิยมแบบสดโตง” ไดพากัน







ฮตเลอรฯ ก็ไดเขารวมอานาจสงสดทางการทหารไว มาสมครเขาเปนทหาร เพือเรยกความยิงใหญของ














แตผเดยว พรอมทงตงฐานะตวเอง เปน “ทานผูนา” กองทพเยอรมนกลับคนมาอกครง

(Der Führer) ของอาณาจกรท ๓ (Das dritte Reich) และเมอสถานการณสกงอม ฮตเลอรผเหมเกรม





















พรอมกบสงกองกาลงตารวจลบประจาตว ปฏบตการ ก็ไดสงกาลงเคลอนทเรวปฏบตการ “สงครามสายฟาแลบ”















“อม – หาย” กลมผตอตานหรอมความเหนตางนบพนคน (Blitzkrieg) บกเขายึดครองดนแดนประเทศโปแลนด


















เพือไมใหอยูเปนเสยนหนามอกตอไป กลบคนในวนท ๑ กันยายน ค.ศ.๑๙๓๙ อนไดเปนจด
















ภายหลงจากทไดเปลยนแปลงระบบการปกครอง เริมตนของสงครามโลกครังที ๒ ทีไดแผขยายขอบเขต

จากระบอบกษตรยเปนสาธารณรัฐประชาธปไตยได ไปทัวทุกมุมโลก และกินเวลายาวนานถึง ๖ ป




ไมถึง ๒๐ ป ในป ค.ศ.๑๙๓๔ ประเทศสาธารณรฐเยอรมน (ค.ศ.๑๙๓๙ ถึง ๑๙๔๕) โดยไดคราชีวตชาวโลกไปถึง









ก็ไดมการเปลยนแปลงการปกครอง (โดยพฤตินัย) ๗๐ ลานคน




อกครง กลายเปนเผดจการสมบรณแบบทอานาจเด็ดขาด ในสวนของประเทศไทยนน ตามทไดกลาวไว











ในขอ ๑. วา มขอแตกตางจากสงทไดเกิดขนกับประเทศ














เยอรมนในยุคหลงสงครามโลกครงท ๑ อยางมนัยยะสําคญ





นันก็คอคณะราษฎรผเปนแกนหลกในการเปลยนแปลง


ระบบการปกครอง ก็มเจตนารมณในการดารงรกษา






สถาบนกษตรยไวในฐานะองคประมขของประเทศ

โดยไดระบไวในรฐธรรมนญอยางชดเจน ถึงแมวา




นับตงแตป พ.ศ.๒๔๗๕ มาจนถงปจจบน เสถยรภาพ













ของรฐบาลทผลดเปลยนกันเขามาบรหารประเทศ จะดาเนิน



ไปอยางลม ๆ ดอน ๆ จนตองถกกระทาการรฐประหาร





ตวอยางภาพโปสเตอรโฆษณาชวนเชอใหบรรดา ฮตเลอรขณะทกทายกลุมเยาวชนคนรุนใหมท ี ่










เดกหนมเยอรมนเขามาสงกดพรรคนาซีของฮตเลอร สมครใจเขามาเปนแนวรวม



074 | “กระดกง” มนาคม 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel




- ไดเกิดพรรคการเมองทกอตงขนเพืออนาคต





ของคนรนใหม โดยมแกนนําเปนนักเคลอนไหวและ




นักวิชาการหนมสาว ทมความมงหมายจะใหเกิดการ






เปลยนแปลงครงใหญในสงคมไทย โดยเฉพาะระบบ





การปกครองทมชาติตะวนตกเปนตนแบบ และพงเปา








หาแนวรวมไปทกลมเยาวชนคนรุนใหมเปนหลก เพราะ


โดยธรรมชาติจะเปนกลุมวยทแสวงหาการแสดงออก







แลวสงตวแนวรวมเขาคายฝกทหารใหมเพือ ทนอกเหนอจากกฎเกณฑของสงคม และพรอมทจะ










เตรยมตวออกรบ เปดรบสงแปลกใหมเขามาใสตวอยางเตมทอยูแลว



จงเปนการงายทจะถายทอดอดมการณของพรรค




หลายครงหลายครา แตสงคมไทยกยังสามารถประคบ เขาครอบงําความคดของพวกเขาเหลานันไดโดยงาย






ประคองประเทศ ใหกาวผานภาวะวิกฤติทางการเมอง













เหลานันไปไดทกครง....แบบไทย ๆ ! - ผลจากการเลอกตงใหญครงลาสด พรรคของ



คนรุนใหมนีไดรบคะแนนเสยงมากเกินความคาดหมาย



๓. ความเหมือนประการที ๓ : ปรากฏการทเกิดขน
















กับสงคมไทยในชวง ๓ ปทผานมา กลบมความเหมอน (โดยเฉพาะจากกลมเยาวชนทเพิงจะมสทธออกเสยง
เปนครงแรกในชวต) ถึงแมวาจะไมเปนชัยชนะอยาง
















เปนอยางยิงกบสงทเกิดขนในประเทศเยอรมนเมอ ๙๐ ป  เดดขาดแตเพียงพรรคเดียว เชนทเกิดกับพรรค “นาซี”



ทแลว (คอใน ค.ศ.๑๙๓๒) ซึงผเขียนจะขอนําเสนอ ของเยอรมน แตก็ทาใหพรรคของคนรนใหมนีสามารถ










บทวเคราะหจากความคดเหนของตนเองดงน :-







“ทานผนํา” (Der Führer) ขณะยืนตรวจและกลาวสนทรพจนปลกใจกองทหารนาซอนยิงใหญ กอนระเบดศก
















สงครามโลกครงท ๒ ดวยการสงกองทพรถถังบกเขายึดครองประเทศโปแลนดแบบสายฟาแลบ







www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 075


อวสาน “ชารนฮอสท” ... อวสาน อนทรเหล็ก...











“กาวกระโดด” ขึนเปนพรรคใหญอนดับ ๓ ของรฐสภาไทย เยอรมัน สามารถ “ผงาด” ขึนมายิงใหญอีกครง หลังจาก






ไดอยางเหนอความคาดหมาย สงผลใหบรรดาแกนนา ทีไดพายแพในสงครามโลกครังที ๑ ไดเพียงสิบกวาป






และสมาชกพรรคทไดรบการเลอกตง มเวทในการ เทานัน (ค.ศ.๑๙๑๘ – ๑๙๓๐)








ขับเคลอนอดมการณของพรรคตนไดอยางตอเนอง - แตในทางกลบกน พรรคของคนรนใหมใน






ทงในและนอกสภา โดยมจดมงหมายทจะใหเกิดการ ประเทศไทย กลบมแนวคด “ตอตานทหาร” ในทุกรปแบบ












เปลยนแปลงอยางสดขวทงในดานระบบการปกครอง อาท ตองการยกเลกการเกณฑทหาร ปรบลดงบประมาณ














และสงคม – วฒนธรรม โดยถือเอาชาตตะวนตกเปน ดานการปองกนประเทศใหเหลอนอยทสด และทกาวไปไกล














แมแบบ อยางสดโตงกคอแนวคดทวา ประเทศไมจาเปนตองม ี







๔. ความแตกตางอยางมีนยสาคัญ : นันก็คอ กองทัพก็ได ! เปนตน







อดมการณประจาพรรคของคนรนใหมในประเทศไทย มองอนาคตของประเทศไทยนบจากนตอไป







กลบมความแตกตางชนิดคนละขัวกับอดมการณของ (เมอบทความชดนีจบลงอยางสมบรณในฉบบเดอน









พรรคทเกิดใหมในประเทศเยอรมนเมอเกาสบปทแลว มนาคม ๒๕๖๕) คงจะมโอกาสเปลยนแปลงไปไดใน












ดงน :- หลายรปแบบ ซึงผเขียนมิบงอาจทจะชชัดหรอฟนธง














- ในขณะทพรรค “นาซี” ของเยอรมนยึดมน ในสิงทียังไมเกิดขนได เพราะ “อนาคตเปนสิงท ี ่







ในอดมการณ “ชาตนยม” อยางสดโตง และตอตาน ไมแนนอน” ยอมสามารถเปลียนแปลงไปไดเสมอ ตาม








คนตางเผาพันธุทมงจะเขามาแสวงหาผลประโยชน “เหตุและปจจัย” ทีจะอุบัตขึนและมีผลเกียวของ ซึง ่




ของชาต (โดยเฉพาะชาวยิว) แตพรรคคนรนใหมของไทย เปนไปตามกฎของความเปน “ธรรมดา” ของธรรมชาติ





กลบเชดชอดมการณ “ไมนยมชาต” ดวยการแสดงออก (“อิธัป ปจย ตา” : ธรรมสัจจะ อันเปนพุทธวัจนะ)














ทางสญลกษณในหลายรปแบบเพอ “ดอยคา” ความ แตอยางไรกตาม สงทแนนอนทสดและไมสามารถ













เปนชาติไทย แตกลบไปเทดทนชาติตะวนตก ตวอยาง เปลยนแปลงได ก็คอเหตการณทไดเกิดขนแลวในอดต

















เชน การใชธงของตางชาตเปนสญลกษณในการเคลอนไหว อนไดมการบนทกไวเปนหลกฐานทางประวตศาสตร














ทางการเมองแทนธงชาตไทย การไมยืนทาความ ฝากไวใหคนรนหลงไดใชในการศกษาและวเคราะห






เคารพธงชาติและเพลงสรรเสรญพระบารม การปฏเสธ เชิงเปรยบเทยบ เพือหาแนวโนมความเปนไปไดของอนาคต












กิจกรรมทางศาสนาและวฒนธรรมประเพณดงเดม ทอาจจะเกดขนกับประเทศตน ดงคาคมทนักปราชญ















อนเปน “รากเหงาแหงเผาพนธ” ของความเปน “ชาตไทย” ราชบณฑตไดฝากฝงไวใหเปนแงคดแกลกหลานวา











โดยเฉพาะอยางยิงความพยายามทีจะใหเกิดความ “ประวัตศาสตรมกจะซารอย หรืออยางนอยกจะ








เปลยนแปลงของสถาบนหลก อนเปนศูนยรวมทาง เปนไปในทํานองเดยวกน” (หมายเหต : ถาเหตและ








จตวญญาณของคนไทยทงประเทศ ปจจยทเกียวของ เหมอนหรอคลายคลึงกน : ผเขียน)





















- ดวยอุดมการณชาตินิยมอยางสดโตงของพรรค ดงนนคนไทยทใสใจในประวตศาสตร จงสมควร









นาซีเยอรมน ทาใหเกิดแรงจงใจใหคนรนใหมพากัน ทจะนาเอาผลลพธของเหตการณทเกิดขึนกับประเทศ















สมครใจเขาไปเปนทหารอยางลนหลาม รวมทงกลม เยอรมน (เมอแปดสบกวาปทแลว) มาเปนกรณศกษา












ธุรกจอตสาหกรรมจานวนไมนอยทมอดมการณเดยวกัน อนาคตของประเทศไทย (เพราะมเหตและปจจย








ก็พรอมใจกนแปรสภาพสายการผลตของตนไปเปน ทคลายคลึงกน) ดงน :-







“ยุทธปจจย” เพือสนบสนนกองทพ ทาใหกองทพนาซี










076 | “กระดกง” มนาคม 2565 www.ftc.navy.mi.th/Keel











บรรดาสตรหมายของเยอรมนในชวงหลงสงครามโลกครงท ๒ พวกเธอเหลานี คอกาลงหลกในการฟนฟูบรณะประเทศ



























ทบอบชาอยางหนก จากการทถูกฝายพันธมตรระดมทงระเบดทาลายลางตามเมองสาคญตาง ๆ โดยเฉพาะเมืองหลวงคอ









นครเบอรลน หลงจากนนก็ไดเขาทางานในสายการผลตตามโรงงานตาง ๆ เพือพลกฟนอตสาหกรรมและระบบเศรษฐกจ








ของประเทศ








ผลลพธทไดจารกไวก็คอ ทหารเยอรมนตอง อยางไรก็ด ไมวาพฒนาการทางสังคมไทย









พลชีพเพือชาตในการทาสงครามโลกครงท ๒ ไปรวม จะเปนไปเชนไรในอนาคตกตาม กปฏิเสธไมไดวา

๕.๕ ลานคน ซึงในจานวนนีเกือบครงหนงกคอบรรดา บรรดา เยาวชนคนรนใหมเหลานกคืออนาคตของ























เดกหนมหวรนแรงทถูกฮิตเลอรปฏบตการ “ลางสมอง” ชาตทกชาต รวมทงประเทศไทยเราดวย ดงนนจงม ี











ใหมาเปนแนวรวมอดมการณเดยวกันนันเอง การสญเสย ความจําเปนอยางยิงทพวกเราทงหลายจะตองรวม























กลมชายในวยทางาน ทาใหเยอรมนตองฟนฟูบรณะประเทศ มือกัน “ชีนํา – บําบัด – คัดกรอง” ใหพวกเขาเหลา




ดวยสองมอของบรรดาหญงหมาย กับเดกชาย – หญง นัน ไดเจริญเติบโตขึนไปเปนทรัพยากรทีมีคุณคา






วยมธยม และตองใชเวลาเกอบ ๕๐ ป (ค.ศ.๑๙๔๕ ถึง ในการพัฒนาประเทศ รวมทังกองทัพเรือของเรา







๑๙๙๓) จงจะสามารถกลบคนสสภาพความมนคงทาง ดวย
เศรษฐกจ สงคม และการเมอง ในระดบแนวหนาของโลก





ไดอกครง ั ้ จบบริบูรณ

แหลงขอมลอางอิง :

1. “The Sinking of Scharnhorst” , The Naval Historical Society of Australia Inc. , by John C Date
2. “The Sinking of the Scharnhorst” , BBC – History - World Wars : by Norman Fenton
3. “Die Kriegsmarine” , Kaiser Verlag. by Cajus Bekker
4. “Deutsche Kriegsmarine” , Edition Zeitgeschichte , by Robert Jackson.
5. “Seakriege” , Bechtermunz Verlag , by Janusz Piekalkiewicz.
6. “Atlantik Schlacht” , Gustav Lubbe Verlag Gmb H , by Terry Hughes and John Costello.
7. “Facts about Germany.” , pocket book , official publication.



www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” มนาคม 2565 | 077


ไฮห - ไลน 









หลักการทวไป ในการเขียนบทความ สําหรบนักเขียนมือใหม 





โดย พล.ร.อ.สามารถ จาปรตน


(อดตบรรณาธการ นิตยสาร “กระดกง”)



อารัมภบท สานักงาน “กระดกง” ไดทาบทามผม มีบทความจํานวนไมนอย ทังใน “กระดูกงู” “นาวิกศาสตร”







ขอใหชวยเขียนคําแนะนาสาหรบนกเขียนมือใหม ซึงผม หรือของหนวยอืน ทีเอาความตองการของผูเขียนเปน







ก็ตอบรบดวยความยินดี และกมความเหนเพิมเตมวา ตวตง คอ “รูเรา..แต..ไมรูเขา” ไมสอดคลองกับหลัก

















การเขียนหนังสอหรอบทความนน ก็เฉกเชนเดียวกับ การตลาดและหลักยุทธศาสตร จึงไมสามารถดึงดูด

การหดเดนของเดกออน ทตองเรมตนตังไขและพฒนา ความสนใจของผูอานได เพราะเปาหมายในการเขียนได




















ไปตามรปแบบและความถนดของตนเอง ซึงการเขยน “เพียน” ไปแลวตงแตตน คอเปนการเขียนเพือตองการ





หนงสอเพอ “สอภาษา” ของแตละคน ยอมจะมรปแบบ แสดงวา “เรา” รูอะไร มากกวาการเขียนตามความ










(สไตล) เฉพาะตนเชนกัน แตทกคนก็ตองการการฝกฝน ตองการ หรือความสนใจของ “ผูอาน”







จนชํานาญ เมอสามารถเลอกเรองทคดวานาสนใจ และเหมาะสม












แตอยางไรกตาม หากไดมการกําหนดหลกการไว กับระดับของผูอานไดแลว ก็จะเขาสูกระบวนการสําคญ







เพือใชยึดถือเปนแนวทาง ก็จะทาใหพัฒนาการดงกลาว อันไดแกการวางเคาโครงเรือง ซึงโดยทัวไปจะตองประ













สมฤทธผลไดในเวลาสนขึน ผมจงไดนําเอาหลกการอยาง กอบดวย ๓ สวนทีสําคญ ไดแก บทนํา เนือเรือง และ











กวาง ๆ ทไดเคยเขียนไวเมอหลายปมาแลว มาปรบแตง บทสรุปปดทาย















เนือความใหกระชบขน เพือใหสานักงานฯ ไดพิจารณานา • บทนา • คอ การเริมตนทสําคัญมาก












ออกเผยแพรในโอกาสทเหมาะสมตอไป ดงน :- เพราะจะเปนการเรียกความสนใจจากผอาน รวมทง ั ้





“รูเขา- รูเรา” วลอมตะของซนวู ปราชญแหง สรางแรงจูงใจใหอยากจะอานตอจนจบเพือคนหาคําตอบ



การสงครามของโลกตะวนออก อนเปนหวใจทบรรดา หลักการก็คอพยายามโนมนาวผอานใหเห็นถึงความสําคัญ








นักวางแผนทางทหารทงหลาย สามารถนามาใชเปนหลก ของเรืองทีจะเขียน โดยเฉพาะประโยชนทีจะไดรับในทาง













ในการเขยนบทความได และกควรจะใชตงแตตนดวย ตรงหรือทางออม ทีจุดนีถาเปนเรองที “ตามใจผูเขียน”









โดยเฉพาะการ “รเขา” หรอรจกผอานบทความของทาน ก็จะเปนพืนทีในการหาเหตุผลมาโนมนาวใหผูอานเห็นวา















นันเอง วาเปนบคคลกลมไหน? มระดบความรพืนฐาน นาสนใจ อีกทังยังอาจจะเปนประโยชนตอตัวเขาดวย จึง













มากนอยเทาไร? และทสาคญคอ “เขามความสนใจใน เกิดความกระตือรือรนในการตดตามอานจนจบ













เรองใดเปนพิเศษหรอไม?” อนง ในสวนทายของบทนาก็ควรทจะมการระบ ุ







คาตอบของการ “รูเขา” จะเปนเครืองชวยสําคญ ความมุงหมาย หรือวัตถุประสงคของบทความนันใหผูอาน







สาหรับผูทีคดจะเขียนบทความ ในการเลือกสรรหัวขอ ไดทราบตังแตตน อันจะเปนแนวทางในการวางกรอบ








เรองทจะเขยน โดยม “ผอาน” เปนเปาหมาย ซึงกเปน ของเนือเรืองเพือมุงสูจุดมุงหมายดังกลาว รวมทังก็จะ






















หลกการเดียวกับการเลอกผลตสนคาออกสทองตลาด ท ทําหนาทีเปนตัวเกณฑชีวดการบรรลุวตถุประสงคของ










ตองถอเอาความตองการของผบรโภคเปนตัวตง อนง เนือเรืองทีเขียน เมือถึงการสรุปทายบทดวย













078 | “กระดกง” พฤศจิกายน 2564 www.ftc.navy.mi.th/Keel









• เนอเรือง • คอ สวนหวใจของบทความ - ในการเรยบเรยง “ขอพจารณาของฝาย











ซึงจะใชพืนทประมาณ ๘๐ - ๙๐ เปอรเซ็นต ของหนา เสนาธการ” (Staff Study) ซึงเปนยาหมอใหญของ









กระดาษทงหมด (ในขณะทีบทนําและบทสรุป จะมีสัดสวน หลกสตรโรงเรยนเสนาธิการทหารเรอ ในหวขอ












ประมาณ ๕ - ๑๐ เปอรเซนต) เปนกระบวนการนําเอา “การอภปราย” นัน การลาดบเนอเรองกใชตรรกะของ














วตถุดบและขอมลทผเขียนมีอยูหรอสามารถแสวงหาได (๑) การวิเคราะห หาตวตนตอหรอตนเหตของปญหา














มาวเคราะหเพือหาคาตอบ (หรือความมงหมายของผูเขียน (๒) การสบหาขอมลขอเทจจรงทเกียวกับปญหา












ตามทไดระบไวในบทนา) ซึงกรรมวิธีของการวิเคราะห (๓) การกําหนดวธีหรอหนทางปฏบตในการแกปญหา











หรอสงเคราะหเพือหาคาตอบกจะขนอยูกับปจจยเกียวของ (๔) การทดสอบเกณฑความเหมาะสม ความเปนไปได 













หลายประการ โดยเฉพาะรูปแบบของบทความ เชน เปน และความยอมรบไดของทกหนทางปฏบตท่เลือก









สารคดเพือความรทวไป เปนการศึกษาและวเคราะห  (๕) การเปรยบเทยบขอด-ขอเสย ของหนทางปฏบต ิ






























ประวตศาสตรเพือหาบทเรยน เปนเรองตนเตนผจญภย ทผานเกณฑ เพือเลอกหนทางปฏบตทดทสดเปน








หรอเปนเรืองการคนหาความลบทตองมการสบสวน (๖) “ขอยต” แลวจบดวย



















สอบสวน เปนตน เทคนคการวางโครงเรองและดาเนิน (๗) “ขอเสนอแนะ” ตอผบงคบบญชาเปนขันตอนสดทาย















เนือเรืองของแตละบทความ ตามวิธีการของผูเขียนแตละคน สตรเดดทงเจดขนตอนของการอภปรายเพอหาคาตอบ








ยอมแตกตางกันไปตามความถนดของเขา เพราะมน อนเปน “ขอยุต” นี เปนตรรกะของกระบวนลําดบความ





















เปนเรองของ “ศาสตร” และ “ศิลป” ในการสรางความ เชือมโยงของเนอเรอง ทเปน “ศาสตร” ลวน ๆ ทผททา














เชือมโยงเนอหาในแตละยอหนา แตละตอน หรอแตละ หนาทเปนฝายเสนาธิการจะตองฝกฝนจนเชียวชาญ











บท ของการดาเนินเนือเรองตงแตตนจนจบ (ซึงนกเขียน - มเทคนคในการสรางความเชอมโยงของเนอเรอง


















แตละคนยอมมรปแบบทแตกตางกนไป ตาม “สไตล” ของ ทอยากจะแนะนาก็คอ เมอไดบรรยายจนจบตอนหรอ











ตนเอง) บทหนงบทใดแลว ใหพยายามสรุปเนอหาแลวตงเปน














“ศาสตร” คอ หลกการทไดมการกําหนดไวอยาง ปมประเดนตอเนอง (จากขอสรุปดังกลาว) เพือสราง

















ตายตัว ในขณะท “ศิลป” ไมยึดตดกับหลกการ และจะ ความเชอมโยงของเนอเรองในบทกอนไปยงบทหรอ






ปรบเปลยนไปไดตลอดเวลาตามอารมณและจนตนาการ ยอหนาตอไป ซึงกจะเปนการสรางความสนใจใหผอาน













ของผเขียน โดยเฉพาะผูทมประสบการณมาก แตอยางไร อยากติดตาม ตอไป จนไดคาตอบดวย









ก็ตามสาหรบนกเขียนหนาใหมนัน ก็อยากจะขอแนะนา • บทสรป • (หรอ บทสงทาย ในกรณทผเขียน

















ใหอง “ศาสตร” เปนหลกเอาไวกอน ตอเมือ แนใจวาตวเอง ตองการทงทายดวยการเปดประเดนใหมทสบเนองกน











“เกา” พอแลว จงคอยพลิกแพลงไดตามใจชอบ เพือใหผอานเก็บไปคดหรออยากติดตามในฉบบตอไป) ซึง ่






















“ศาสตร” ของการลาดบเนอเรองใหเชือมโยงกน นอกเหนอจากการทจะสรปเรองราวทงหมดแลวก็ควรจะ


















ก็ควรจะถอตามตรรกะของกรรมวธีหาคาตอบหรอ ตองไมลมทจะนาเสนอผลลพธตามวตถุประสงค หรอ
















การนําสจดมงหมายของบทความนน ๆ ตวอยางเชน ถาเปน จดมงหมายของบทความดงกลาวทไดระบไวในบทนา












บทความเกยวกับการวเคราะหประวตศาสตรหรอ ทงนเพือเปนการตรวจสอบตวเองดวยวา บทความของ




















เรองทเกิดขนในอดต ก็ควรใชตรรกะของวัน-เวลาตาม ทานนี สามารถ “ตอบโจทย” ทไดตงไวหรอไม 






เหตการณในการสรางความเชอมโยงกอน-หลง เพือ สดทายก็มประสบการณตรง รวมทงเทคนคใน


















ใหผอานเขาใจงาย สวนถาเปนการเขียนเรืองเกยวกับการ การเพิมคณคาบทความของทาน ทีผมอยากจะฝากไวให










สบสวนหาความลบ ก็ควรจะใชตรรกะทเปนปมปรศนา พิจารณา ก็คอ :-








ยอนเรองกลบไป-มา เพือสบหาความจรง เปนตน







www.ftc.navy.mi.th/Keel “กระดกง” พฤศจิกายน 2564 079
|

ไฮห - ไลน 






- จากประสบการณของผม บทนาและเนอความ - สาหรบตวผมเองซงเปนคนประเภท anti-social














ยอหนาแรก ๆ ของบทความ จะเปนสวนทเขียนออกมา (media) คอปฏิเสธการเลนมือถือ จึงชอบทีจะใชวธีคนควา






ไดยากทีสด หลงจากนนถาเรามขอมลและวตถุดบครบถวน ขอมูลจากหนังสือในหองสมุดเปนหลัก แตถาจนปญญา













แลว ตอนตอ ๆ ไปกจะลนไหลไปไดตามธรรมชาต สอดคลอง หาไมไดจริง ๆ ก็จําตองอาศัยผูทีสนทสนมคุนเคยชวย














กับภาษตของนกปราชญจนทวา “..ระยะทางรอยลี เริม หาใหจากหลาย ๆ platforms แลวนํามาวเคราะห/สงเคราะห 









ตนท...กาวแรก” (ขงจือ/เมาเซตุง) ฉะนันนักเขียนมือใหม ดวยตรรกะของตนเองจนตกผลกในขนตอนสดทาย จงจะ










ทงหลาย จงตองพยายามเอาชนะ “ดานหน” ดานแรกนี ้ นําออกเสนอลงในบทความ









ใหได ขอแนะนาคอ จะฝดเคองอยางไรกตองลยเขียน













มนไปกอน เขียนมัวไปหลาย ๆ versions แลวเอามา - อาจมนักเขียนมือใหม สไตล “นอกกรอบ”












สงเคราะห/เปรยบเทยบกัน สดทายมันก็จะออกมาดเอง บางทานตังขอสงสยวา แลวถาตองการจะเขยนในรูปแบบ










ของตนเองจะไดหรอไม? ก็ตองตอบวา ไดเลยครบ เพราะ








- ในระหลงมขอสงเกตวา มบทความไมนอยทใช  หวใจของการเขยนบทความกคอ “การสอความหมายผาน









การสบคนขอมลหรอวตถุดบจาก social แหลงตาง ๆ ตวอกษร” ซึงจะกระทาโดยวิธีใดกไดทจะสามารถโนมนาว























ซึงกไมใชเรองเสยหาย เพราะเปนหนทางทสะดวกทสด ใหผูอาน คลอยตามหรือยอมรับในความคิดของเรา












แตทไมอยากแนะนําก็คอ การคัดลอกเขามาทงดน การเขียนบทความกอาจจะเปรยบเทยบไดกับ “การประกอบ





จากแหลงเดยว โดยไมมการคดกรองหรอตรวจสอบ โดย อาหาร” ทแมครวแตละคนตางกมกรรมวธีหรอรปแบบ


















เฉพาะแหลงขอมลภาษาตางประเทศท platform นัน ได  (สไตล) ของตนเองทแตกตางกนไป ถึงแมวาวัตถุดบ














มการแปลเปนภาษาไทยใหเรยบรอย ถึงแมวาจะสะดวกด ี จะเหมอนกันทกประการ แตแนนอนทสด รสชาตทเปน




















แตเทาทพบเหนจะมความคลาดเคลอนคอนขางมาก ผลผลตก็ยอมตองแตกตางกนไป มนจงเปนเรองของ












หรอบางรายกใชความพยายามแปลเปนไทยแบบคาตอคา “รสนิยม” ทีตองให “ผูบริโภค” เปนคนตัดสิน








หรอประโยคตอประโยค ซึงกสามารถพสจนไดไมยาก









เพราะรูปคาจะออกมาเปนภาษาไทยทไมสละสลวยและ





ไมไดอรรถรส วธีแบบนผมจงไมขอแนะนา เพราะจะ











เทากับเปนการ “ดอยคา” บทความ รวมทงสตปญญา




ของตวทานเองดวย
t
w
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
f
f
f
f
f
f
w
w
f
f
f
f
t
t
t
w
w
t
w
w
f
t
f
f
c
c
c
c
c
c
c
w
w
c
c
c
c
n
n
.
n
n
n
.
c
c
c
w
w
c
c
t
t
t
t
t
t
t
t
w
w
t
t
t
w
c
w
c
c
w
w
w
t
t
w
c
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
f
f
f
f
w
f
f
f
f
w
f
f
f
f
f
f
f
f
f
f
w
f
f
f
f
f
f
w
w
.
.
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
w
.
.
.
.
w
.
.
.
w
w
w
.
.
.
.
n
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
h
/
/
/
/
/
/
/
/
/
/
/
/
h
h
/
h
h
h
/
/
/
/
/
/
h
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
.
.
.
i
i
i
.
t
t
.
.
.
t
t
h
t
t
t
h
h
h
h
h
h
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
t
/
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
l
l
l
l
l
l
l
l
l
l
l
l
e
e
e
e
e
e
l
l
l
e
l
l
e
K
K
K
K
K
K
K
K
K
K
K
K
K
K
K
/
/
/
K
K
K
K
K
K
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
K
K
K
e
e
e
e
e
e
i
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
v
v
v
v
v
v
v
y
y
v
v
v
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
v
n
n
a
n
n
n
a
a
a
a
a
a
n
n
n
n
n
n
n
n
n
n
n
n
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
a
a
a
a
a
a
a
a
v
a
a
a
y
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
i
i
i
i
i
i
i
i
i
i
i
i
m
i
i
m
m
m
i
i
i
i
i
i
m
y
y
.
y
y
y
.
.
.
.
.
.
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
y
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
m
.
m
m
m
m
m
m
m
m



























































































































































































































































































































2
2
2
2
2
2
2
2
2
2





2
2
2
2
2
2
2
2
2
2
5
5
5
5
2
2
2
2
2
2
2
2
2
2







































5
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
6
4
4
4
4
4
4
www.ftc.navy.mi.th/Keel
4
4
4
6
6
6
6
4
4
4
4
4
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5
5






























































































































































8
8
8
8
8
8
8
8
8
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 080
080 | | “กระดกง” พฤศจิกายน 25644 w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w w . f t c . n a v y . m i . t h / K e e l
8
8
8
8
0
0
0
0
|
0
0
0
8
8
8
8
8
8
8



" ตายแต  ต ั ั ว ... ช ่ ื ่ อย ั งคง
"ตายแตตว... ชือยังคง""



Der Leib geht zerztezt ... der Ruf bleibt unverletzt.
"
" "Der Leib geht zerztezt ... der Ruf bleibt unverletzt."


Click to View FlipBook Version