แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 10
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรียนท่ี 1 รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 14101
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ส่วนต่าง ๆ ของพืช หน่วยยอ่ ยที่ 1 หน้าทขี่ องราก ลาต้น ใบ และดอกของพชื
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เร่ือง หนา้ ที่ของใบ (2) เวลา 1 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิ่งมชี ีวิต หนว่ ยพื้นฐานของส่ิงมีชวี ิต การลาเลียงสารเขา้ และออกจาก
เซลล์ ความสัมพันธข์ องโครงสรา้ งและระบบหนา้ ท่ีของส่วนตา่ ง ๆ ของสตั ว์และมนุษย์ท่ี
ทางาน สมั พนั ธก์ นั ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชท่ี
ทางานสมั พนั ธ์ กัน รวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้วี ัด ป.4/1 บรรยายหน้าที่ของราก ลาตน้ ใบและดอกของพชื ดอก โดยใชข้ อ้ มลู ที่รวบรวมได้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- อธิบายหนา้ ท่ขี องใบพืช
2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
- อภิปรายขอ้ มูลการเปลี่ยนสขี องสารละลายไอโอดีนเพื่อลงขอ้ สรปุ เกย่ี วกับหนา้ ทีข่ องใบ
2.3 ด้านคณุ ลักษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- มีความมุ่งมน่ั ในการทางาน ชว่ ยเหลือในการทางานกล่มุ ร่วมกนั
3. สาระสาคญั
ใบเปน็ สว่ นสาคัญของพืช ทาหน้าทีใ่ นการสรา้ งอาหาร
4. สาระการเรยี นรู้
ความรู้
ใบทาหน้าที่สร้างอาหาร ใบพืชบริเวณท่ีมีสีเขียวจะมีแป้งสะสมอยู่ ซึ่งสามารถทดสอบได้ด้วย
สารละลาไอโอดนี โดยจะเปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดนี จากสนี ้าตาลเป็นสมี ่วงดา
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- การลงความเห็นจากขอ้ มูล
- การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
- อธิบายหนา้ ท่ีของ ใบ
5.2 ความสามารถในการคิด
- อภิปรายและระบปุ ระเภทของอาหารที่พชื สร้างข้ึนจากใบ
5.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
- การแก้ปัญหาในการทางาน
5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
- มมี ุง่ มั่นในการทางานการทางาน
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มงุ่ ม่ันในการทางาน
6.2 ซื่อสตั ยต์ อ่ ตนเอง
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น (เวลา 10 นาที)
1. ครทู บทวนความรพู้ ืน้ ฐานโดยนาผลการทดลองจากในช่ัวโมงก่อนหนา้ น้ีมาใหน้ ักเรียนสังเกตอีกครั้ง
โดยใช้คาถามดังนี้
1.1 เม่ือหยดสารละลายไอโอดนี ลงบนใบพชื เกดิ การเปลยี่ นแปลงอยา่ งไรบา้ ง (สารละลาย
ไอโอดนี เปลี่ยนสเี ปน็ สนี ้าเงินเขม้ หรอื ม่วงดาในบริเวณท่เี คยเป็นสีเขยี ว สว่ นบรเิ วณทีเ่ คย
เปน็ สีขาวสีของสารละลายไอโอดนี จะไมเ่ ปล่ียนแปลง)
2. ครตู รวจสอบความรเู้ ดิมเกี่ยวกับสงิ่ ท่ที าให้สารละลายไอโอดีนเปล่ียนสโี ดยแจกกระดาษแผ่นเล็ก
แลว้ ให้นักเรยี นตอบคาถามวา่ เพราะเหตุใดใบพืชบริเวณที่มีสเี ขียว สีของสารละลายไอโอดนี
จึงเปล่ียนแปลง แต่บรเิ วณทีม่ ีสขี าวสีของสารละลายไอโอดนี จึงไม่เกิดการเปลย่ี นแปลง จากนน้ั ให้
นักเรยี นนากระดาษไปตดิ บนกระดาน (ครูยงั ไมเ่ ฉลยคาตอบ)
ขัน้ สอน (เวลา 40 นาท)ี
3. ครทู บทวนวิธกี ารทากิจกรรมโดยรว่ มกันอภิปรายวธิ กี ารทากจิ กรรม โดยใชค้ าถามดังนี้
3.1 เพราะเหตใุ ดเราจงึ ต้องเลือกใบทไี่ ดร้ บั แสงมาแล้วอยา่ งน้อย 3 ชั่วโมง (เพราะตอ้ งการให้
ใบพืชไดส้ งั เคราะหด์ ว้ ยแสงก่อน)
3.2 เพราะเหตุใดเราจงึ นาใบพชื มาตม้ ในน้าเดือดเป็นเวลา 3-5 นาที กอ่ นนาไปตม้ ใน
เอทิลแอลกอฮอล์ (เพือ่ ให้เซลลพ์ ชื หยุดทางาน)
3.3 ใบพืชก่อนตม้ และหลังตม้ ในเอทลิ แอลกอฮอลม์ ีลักษณะอย่างไร (ใบพชื กอ่ นต้มมีสีเขยี วออ่ น
ใบพืชหลงั ตม้ จะมีสีซีดขาว เหลือสีเขียวเล็กน้อย)
3.4 การต้มใบพืชในเอทลิ แอลกอฮอล์ มีประโยชน์อยา่ งไร (ชว่ ยสกัดสารสีเขยี วในใบพืชออกมา)
4. ครูนาคาตอบของนักเรยี นท่ตี ิดไว้บนกระดานมาตรวจสอบคาตอบ โดยแยกคาตอบท่คี าตอบถูกตอ้ ง
และท่ีคาตอบยังคลาดเคลื่อน แลว้ ชวนนักเรียนอภปิ รายโดยนารปู ผลของการหยดสารละลายไอโอดีน
ลงบนใบพชื ท้ัง 2 ใบ แสดงใหน้ กั เรียนดูอกี ครงั้ แล้วใชค้ าถามดงั นี้
4.1 บรเิ วณท่มี ีสีเขยี ว มีสารประเภทใด ทราบได้อย่างไร (มสี ารประเภทแปง้ เพราะเมือ่ มีการ
ทดสอบด้วยสารละลายไอโอดนี แลว้ เกิดการเปลี่ยนสีจากสนี ้าตาลเป็น สนี ้าเงนิ เข้มหรือสมี ่วงดา)
4.2 เพราะเหตใุ บพชื บริเวณท่ีเคยเปน็ สีขาวมากอ่ น เม่ือหยดสารละลายไอโอดนี แลว้
สารละลายไอโอดีนจงึ ไมเ่ กิดการเปลย่ี นแปลง (เพราะบรเิ วณนน้ั ไมม่ ีสารสีเขยี ว จึงไม่พบ
แป้งในบริเวณน้นั สารละลายไอโอดีนจงึ ไมเ่ ปล่ยี นสี)
4.3 แป้งที่สะสมในใบพืชมาไดอ้ ยา่ งไร (นกั เรียนตอบตามความเขา้ ใจ โดยครูช้แี นะหรอื ชวน
อภิปรายใหไ้ ด้วา่ แป้งท่สี ะสมในใบพืชมาจากการสร้างอาหารของพืช และอาจเชือ่ มโยง
ความร้จู ากกิจกรรมเรื่องรากและลาต้นมหี นา้ ทีอ่ น่ื อีกหรือไม่ ซึง่ แปง้ ทสี่ ะสมบรเิ วณราก
และลาตน้ มาจากการสร้างอาหารของพืชเช่นเดียวกัน)
4.4 ใบพืชทาหนา้ ทอี่ ะไร (สร้างอาหาร)
5. ครูใหน้ กั เรยี นทีย่ ังตอบคาถามคลาดเคลื่อน นากระดาษคาตอบของตนเองกลบั มาแก้ไขคาตอบให้
ถูกต้อง ซ่ึงคาตอบท่ถี กู ต้องคอื บรเิ วณทม่ี สี ีเขียวมีแป้งสะสมอยู่ สีของสารละลายไอโอดีนจึง
เปลีย่ นเป็นสมี ่วงดา แตบ่ รเิ วณที่มีสขี าวไม่มีแป้งสะสมอยู่ สีของสารละลายไอโอดีนจึงไม่
เปลย่ี นแปลง แล้วนาไปติดบนกระดานฝั่งท่ีเปน็ คาตอบทีถ่ ูกต้องอกี ครงั้ หนงึ่
6. ครูให้นกั เรยี นตอบคาถามหลังกิจกรรม
ขัน้ สรปุ (เวลา 10 นาท)ี
7. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนสรปุ แนวคดิ หรือสง่ิ ทไ่ี ด้เรียนรู้ในช่ัวโมงน้ดี ้วยตนเองเกย่ี วกับหนา้ ท่ีของใบ
8. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกับหนา้ ท่ีของใบวา่ ใบของพชื ทาหน้าท่ใี นการสรา้ งอาหาร ใบพชื
บริเวณทม่ี ีสีเขียวจะมีแป้งสะสมอยู่ ซึง่ สามารถทดสอบไดด้ ้วยสารละลายไอโอดนี
8. สื่อ /แหลง่ เรยี นรู้
8.1 ใบงาน 01 หนา้ ท่ขี องใบ
9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
9.1 การทาใบงาน 01 หน้าท่ขี องใบ
10. การวดั และประเมินผล
10.1 ประเมินความรู้เรื่องหนา้ ท่ขี องใบด้วยการตอบคาถามในชนั้ เรยี นและในใบงาน (K)
10.2 ประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ดว้ ยแบบประเมินทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P)
10.3 ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงคด์ ้วยแบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
10.4 ประเมนิ ด้านคุณธรรมด้วยแบบประเมนิ ด้านคณุ ธรรม (A)
10.3 ประเมินดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนด้วยแบบประเมนิ สมรรถนะสาคับของผู้เรยี น (A)
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ที่ 10
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
รายวิชา วิทยาศาสตร์ หนว่ ยท่ี 2 สว่ นตา่ ง ๆ ของพชื หน่อยย่อยท่ี 1 หน้าที่ของราก ลาต้น ใบและดอกของพชื
เร่อื ง หนา้ ที่ของใบ (2) เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ท่ี 15 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2564
บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1. ด้านความรู้ หลังจากการเรยี นเร่ืองใบทาหนา้ ทส่ี ร้างอาหาร ใบพืชบริเวณที่มีสีเขียวจะมีแป้งสะสม
อยู่ ซึง่ สามารถทดสอบไดด้ ้วยสารละลายไอโอดนี โดยจะเปล่ียนสขี องสารละลายไอโอดนี จากสนี ้าตาลเป็น
สีม่วงดาทุกคนผา่ นเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้ตรวจให้คะแนนจากการตอบคาถามในใบงาน ผลดังนี้
- สรปุ ผลการการประเมิน มากกวา่ 80 % จานวน 14 คน
- และสรุปผลผา่ นเกณฑ์การประเมิน ผา่ น จานวน 14 คน คดิ เป็นร้อยละ 100
- สรปุ ผลการประเมนิ ไม่ผา่ น จานวน - คน คิดเป็นร้อยละ -
2. ด้านทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ครผู ู้สอน สังเกตทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
โดยใช้แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (ดงั แนบ) นาคะแนนมารวมกัน ดังน้ี
- สรุปผลการการประเมิน ดี จานวน 14 คน
- และสรปุ ผลผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ผา่ น จานวน 14 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100
- สรุปผลการประเมนิ ไม่ผ่าน จานวน - คน คิดเป็นร้อยละ -
3. ด้านคณุ ธรรม สงั เกตคณุ ลักษณะด้านคณุ ธรรมโดยใชแ้ บบประเมนิ ด้านคุณธรรม (ดังแนบ)
นาคะแนนมารวมกนั ดงั น้ี
- สรุปผลการการประเมิน มากกว่า 80 % จานวน 14 คน
- และสรปุ ผลผ่านเกณฑ์การประเมิน ผา่ น จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 100
- สรุปผลการประเมนิ ไมผ่ า่ น จานวน - คน คดิ เป็นร้อยละ -
4. ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สังเกตคุณลักษณะด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์โดยใชแ้ บบ
ประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์(ดงั แนบ)นาคะแนนมารวมกนั ดังนี้
- สรปุ ผลการการประเมิน มากกว่า 80 % จานวน 14 คน
- และสรุปผลผ่านเกณฑ์การประเมนิ ผา่ น จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 100
- สรปุ ผลการประเมนิ ไมผ่ า่ น จานวน - คน คิดเป็นร้อยละ -
5. ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น สังเกตคุณลักษณะดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน โดยใชแ้ บบ
ประเมนิ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น (ดงั แนบ)นาคะแนนมารวมกัน ดงั นี้
- สรุปผลการการประเมิน มากกว่า 80 % จานวน 14 คน
- และสรปุ ผลผ่านเกณฑ์การประเมิน ผา่ น จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 100
- สรุปผลการประเมนิ ไม่ผ่าน จานวน - คน คิดเป็นร้อยละ -
2. ปัญหา/อุปสรรค
- นกั เรยี นไมส่ ามารถทาใบงานได้อย่างถูกต้อง
- คาศพั ทบ์ ้างคานกั เรียนไม่เขา้ ใจความหมายหมายถึงอะไรในสิ่งที่ครูพูด
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
- ครูต้องสอนอธิบายช้า ๆ และสอบถามนักเรียนบ่อย ๆ เพ่ือการกระตุ้นให้นักเรียนต้ังใจฟังและดึง
สมาธินักเรียนกลบั มาให้อยู่ในส่ิงท่ีครสู อน
- ต้องอธิบายช้า ๆ ในเร่ืองของคานิยามและยกตัวอย่างให้นักเรียนเห็นอย่างชัดเจน จะทาให้เข้า
นกั เรียนตั้งใจมากยงิ่ ขึ้น
แบบประเมนิ ดา้ นความรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ หนว่ ยที่ 2 สว่ นต่าง ๆ ของพืช
หน่อยย่อยท่ี 1 หน้าที่ของราก ลาต้น ใบและดอกของพืช เรื่อง หน้าทข่ี องใบ (2) เวลา 1 ชัว่ โมง
บนั ทึกการตรวจให้คะแนนจากการตอบคาถามในใบงาน ใช้เกณฑ์ในการให้คะแนน ดังน้ี
มากกว่า 80 % ได้ 3 คะแนน 50 % - 79 % ได้ 2 คะแนน ต่ากว่า 50 % ได้ 1 คะแนน
เกณฑ์การประเมิน นักเรียนต้องได้คะแนนรวมต้งั แต่ร้อยละ 50 จึงผา่ นเกณฑ์ (ประมาณ 2 คะแนนขน้ึ ไป )
เลขที่ ชื่อ-สกลุ หน้า ่ทีของใบ(2)
คะแนนรวม
1. เดก็ ชายภานุวิชญ์ พรหมมณี ผลการประเ ิมน
2. เด็กชายจริ ายุ กเู้ ส้ง
3. เด็กชายชาญวนิช หงษ์ทอง 80 80.0 ผ่าน
4. เดก็ ชายพศวตั เอกนก 80 80.0 ผา่ น
5. เดก็ ชายสราวฒุ ิ ไกรรักษ์ 80 80.0 ผ่าน
6. เดก็ หญิงกชมน สอนสัง 80 80.0 ผา่ น
7. เดก็ หญงิ จุฑามาศ นิลรัตน์ 85 85.0 ผา่ น
8. เดก็ หญงิ ชญานิษฐ์ ฉัตรจินดา 100 100 ผา่ น
9. เด็กหญิงธญั ยธรณ์ จนั ทรป์ ระทมุ 100 100 ผ่าน
10. เดก็ หญิงพีรกานต์ แปะใส้ 100 100 ผา่ น
11. เด็กหญงิ อจลารตั น์ ไกรรักษ์ 100 100 ผา่ น
12. เดก็ หญงิ ชญานิศ ชุมแสง 85 85.0 ผ่าน
13. เดก็ หญงิ ธญั ลักษณ์ แกว้ กลับ 100 100 ผ่าน
14 เด็กหญิงณฐั นิชา ปานแก้ว 100 100 ผ่าน
85 85.0 ผ่าน
100 100 ผ่าน
( นายอมรชยั ศรีสุวรรณ)
ช่ือผบู้ ันทึก
แบบประเมินดา้ นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 หนา้ ท่ขี องใบ (2)
เกณฑ์การประเมนิ มดี งั นี้ 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถงึ ควรปรับปรุง
เลขที่ ช่ือ-สกลุ
การลงความเห็นจาก
้ขอ ูมล
การตีความหมาย ้ขอ ูมล
และลง ้ขอสรุป
คะแนนรวมประเ ิมน
ผลการประเ ิมน
1. เด็กชายภานวุ ชิ ญ์ พรหมมณี 3 3 3 ดี
2. เด็กชายจิรายุ กู้เสง้ 3 3 3 ดี
3. เด็กชายชาญวนชิ หงษ์ทอง 3 3 3 ดี
4. เด็กชายพศวัต เอกนก 2 3 3 ดี
5. เดก็ ชายสราวุฒิ ไกรรักษ์ 3 3 3 ดี
6. เด็กหญิงกชมน สอนสัง 3 3 3 ดี
7. เดก็ หญงิ จุฑามาศ นิลรัตน์ 3 3 3 ดี
8. เด็กหญงิ ชญานษิ ฐ์ ฉตั รจนิ ดา 3 3 3 ดี
9. เดก็ หญงิ ธญั ยธรณ์ จันทรป์ ระทุม 3 3 3 ดี
10. เดก็ หญิงพรี กานต์ แปะใส้ 3 3 3 ดี
11. เดก็ หญงิ อจลารัตน์ ไกรรักษ์ 3 3 3 ดี
12. เดก็ หญงิ ชญานศิ ชุมแสง 3 3 3 ดี
13. เด็กหญิงธญั ลักษณ์ แก้วกลับ 3 3 3 ดี
14. เด็กหญงิ ณัฐนชิ า ปานแกว้ 3 3 3 ดี
เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะกระบวนการ ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1)
การลงความเหน็ จาก เพ่ิมเติมความเห็นเกี่ยวกับ เ พิ่ ม เ ติ ม ค ว า ม เ ห็ น เพ่ิมเติมความเห็นเก่ียวกับ
ขอ้ มูล ห น้ า ที่ ข อ ง ใ บ จ า ก ก า ร เก่ียวกับหน้าท่ีของใบ หนา้ ท่ขี องใบจากการเปล่ียน
เปลี่ยนสีของสารละลาย จากการเปล่ียนสีของ สีของสารละลายไอโอดีนบน
ไอโอดนี บนใบพืชได้อย่างมี สารละลายไอโอดีนบน ใบพืชอย่างมีเหตุผลได้บ้าง
เหตุผล จากความรู้หรือ ใบพืช ได้อย่างมีเหตุผล ถงึ แมจ้ ะไดร้ บั คาแนะนาจาก
ประสบการณ์เดิมได้ด้วย โดยอาศัยคาแนะนาของ ผ้อู นื่
ตนเอง ครหู รอื ผู้อน่ื
การตคี วามหมาย ตีความหมายข้อมูลจาก ตีความหมายข้อมูลจาก ตีความหมายข้อมูลจากการ
ขอ้ มลู และลงข้อสรปุ การสังเกต และลงข้อสรุป การสงั เกตและลงข้อสรุป สังเกต และไม่สามารถลง
ได้ด้วยตนเองว่า ใบพืช ได้ว่า ใบพืชบริเวณท่ีเคย ข้อสรุปได้ด้วยตัวเองว่าใบ
บริเวณท่ีเคยเปน็ สีเขียว เป็นสีเขียวสารละลาย พืชบริเวณที่เคยเป็นสีเขียว
สารละลายไอโอดีนจะ ไอโอดีนจะเปล่ียนเป็นสี ส า ร ล ะ ล า ย ไ อ โ อ ดี น จ ะ
เปลย่ี นเปน็ สีมว่ งดา สว่ น ม่วงดาส่วนใบพืชบริเวณ เปล่ียนเป็นสีม่วงดาส่วนใบ
ใบพชื บริเวณท่เี คยเปน็ สี ทเ่ี คยเปน็ สขี าว พืชบริเวณท่ีเคยเป็นสีขาว
ขาว สารละลายไอโอดนี จะ สารละลายไอโอดีนจะไม่ สารละลายไอโอดีนจะไม่
ไมเ่ ปลย่ี นสไี ด้อยา่ งถูกตอ้ ง เปลย่ี นสีได้โดยต้องอาศัย เปล่ียนสีได้แม้ว่าครูหรือ
การช้ีแนะของครูหรือ ผู้อื่นช่วยแนะนาหรอื ช้ีแนะ
ผู้อ่ืนหรือเพิ่มเติมความ
คิดเห็น
( นายอมรชัย ศรสี วุ รรณ )
ชือ่ ผบู้ ันทกึ
แบบประเมินด้านคุณธรรม
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10 เร่ือง หนา้ ทข่ี องใบ (2)
ระดบั พฤติกรรม เกดิ = 1 ไม่เกิด = 0
ระดับพฤตกิ รรม
เลขท่ี ชือ่ -สกลุ ีมความ ุ่มง ั่มนในการ
ทางาน
ีมความซื่อ ัสตย์ ่ตอตนเอง
ใฝ่เรียนรู้
ีม ิวนัย
รวมคะแนนที่ไ ้ดทั้งหมด
ผลการประเ ิมน
1. เด็กชายภานวุ ชิ ญ์ พรหมมณี 1 1 0 1 3 ผา่ น
1 0 1 3 ผา่ น
2. เด็กชายจริ ายุ กู้เสง้ 1 1 0 1 3 ผ่าน
1 0 1 3 ผ่าน
3. เด็กชายชาญวนชิ หงษ์ทอง 1 1 0 1 3 ผ่าน
1 1 1 4 ผ่าน
4. เด็กชายพศวตั เอกนก 1 1 1 1 4 ผ่าน
1 1 1 4 ผา่ น
5. เด็กชายสราวฒุ ิ ไกรรักษ์ 1 1 1 1 4 ผา่ น
1 1 1 4 ผ่าน
6. เดก็ หญงิ กชมน สอนสงั 1 1 1 1 4 ผา่ น
1 1 1 4 ผา่ น
7. เด็กหญิงจุฑามาศ นลิ รตั น์ 1 1 1 1 4 ผ่าน
1 1 1 4 ผ่าน
8. เด็กหญงิ ชญานษิ ฐ์ ฉัตรจินดา 1
ได้ 2 คะแนน ตา่ กวา่ 50 % ได้ 1 คะแนน
9. เดก็ หญงิ ธัญยธรณ์ จันทรป์ ระทมุ 1
10. เด็กหญงิ พีรกานต์ แปะใส้ 1
11. เดก็ หญิงอจลารตั น์ ไกรรักษ์ 1
12. เดก็ หญิงชญานิศ ชมุ แสง 1
13. เด็กหญิงธญั ลกั ษณ์ แกว้ กลับ 1
14. เด็กหญงิ ณัฐนิชา ปานแกว้ 1
คุณลักษณะตามจดุ ประสงค์ด้านคณุ ธรรม
มากกวา่ 80 % ได้ 3 คะแนน 50 % - 79 %
( นายอมรชยั ศรสี วุ รรณ )
ชื่อผบู้ ันทึก
แบบประเมินด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 10 เรอื่ ง หน้าทข่ี องใบ (2)
ระดับพฤติกรรม เกิด = 1 ไมเ่ กิด = 0
ระดับพฤติกรรม
เลขที่ ชอ่ื -สกลุ ุ่มง ั่มนในการทางาน
ซื่อ ัสตย์ ่ตอตนเอง
รวมคะแนนท่ีไ ้ดท้ังหมด
ผลการประเ ิมน
1. เดก็ ชายภานุวิชญ์ พรหมมณี 1 1 2 ผ่าน
2. เด็กชายจิรายุ กูเ้ ส้ง 1 1 2 ผ่าน
3. เด็กชายชาญวนิช หงษ์ทอง 1 1 2 ผ่าน
4. เดก็ ชายพศวตั เอกนก 1 1 2 ผ่าน
5. เด็กชายสราวุฒิ ไกรรกั ษ์ 1 1 2 ผ่าน
6. เดก็ หญิงกชมน สอนสงั 1 1 2 ผา่ น
7. เด็กหญิงจุฑามาศ นลิ รตั น์ 1 1 2 ผา่ น
8. เด็กหญงิ ชญานิษฐ์ ฉัตรจินดา 1 1 2 ผา่ น
9. เด็กหญิงธญั ยธรณ์ จันทรป์ ระทมุ 1 1 2 ผา่ น
10. เดก็ หญงิ พีรกานต์ แปะใส้ 1 1 2 ผ่าน
11. เดก็ หญิงอจลารัตน์ ไกรรักษ์ 1 1 2 ผ่าน
12. เดก็ หญงิ ชญานิศ ชมุ แสง 1 1 2 ผ่าน
13. เดก็ หญิงธญั ลักษณ์ แกว้ กลับ 1 1 2 ผ่าน
14. เด็กหญงิ ณัฐนิชา ปานแกว้ 1 1 2 ผ่าน
คณุ ลกั ษณะตามคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มากกวา่ 80 % ได้ 3 คะแนน 50 % - 79 % ได้ 2 คะแนน ตา่ กว่า 50 % ได้ 1 คะแนน
( นายอมรชยั ศรสี วุ รรณ )
ช่อื ผบู้ ันทึก
แบบประเมนิ ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10 เร่อื ง หนา้ ทีข่ องใบ (2)
ระดับพฤติกรรม เกดิ = 1 ไม่เกิด = 0
ระดบั พฤติกรรม
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ความสามารถในการ
ื่สอสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการ
แก้ปัญหา
ความสามารถนากรใ ้ช
ทักษะ ีช ิวต
รวมคะแนนท่ีไ ้ดท้ังหมด
ผลการประเ ิมน
1. เดก็ ชายภานวุ ชิ ญ์ พรหมมณี 1 10 1 3 ผา่ น
10 1 3 ผา่ น
2. เด็กชายจริ ายุ กเู้ สง้ 1 10 1 3 ผ่าน
10 1 3 ผ่าน
3. เดก็ ชายชาญวนิช หงษท์ อง 1 10 1 3 ผ่าน
11 1 4 ผ่าน
4. เดก็ ชายพศวตั เอกนก 1 11 1 4 ผา่ น
11 1 4 ผา่ น
5. เด็กชายสราวุฒิ ไกรรกั ษ์ 1 11 1 4 ผ่าน
11 1 4 ผ่าน
6. เด็กหญิงกชมน สอนสัง 1 11 1 4 ผ่าน
11 1 4 ผ่าน
7. เดก็ หญงิ จุฑามาศ นิลรตั น์ 1 11 1 4 ผ่าน
11 1 4 ผ่าน
8. เดก็ หญงิ ชญานษิ ฐ์ ฉัตรจนิ ดา 1
ได้ 2 คะแนน ตา่ กว่า 50 % ได้ 1 คะแนน
9. เดก็ หญิงธญั ยธรณ์ จนั ทร์ประทุม 1
10. เด็กหญงิ พีรกานต์ แปะใส้ 1
11. เด็กหญิงอจลารตั น์ ไกรรักษ์ 1
12. เดก็ หญงิ ชญานศิ ชุมแสง 1
13. เดก็ หญงิ ธัญลกั ษณ์ แก้วกลับ 1
14. เด็กหญิงณัฐนิชา ปานแกว้ 1
คุณลกั ษณะตามจุดประสงค์ดา้ นคุณธรรม
มากกวา่ 80 % ได้ 3 คะแนน 50 % - 79 %
( นายอมรชัย ศรีสุวรรณ )
ชอื่ ผบู้ ันทกึ
ใบงาน 01 หน้าท่ขี องใบ
ตอนท่ี 2 ให้นกั เรยี นเขยี นแผนภาพแสดงวัฎจักรชีวิตของพชื ทน่ี ักเรยี นได้รบั จากนั้นเขียนอธิบายวัฎจักรชีวิตของ
พืชพรอ้ มวาดภาพและระบายสีประกอบภาพ
วัฏจกั รชีวติ ของต้น ...............................
พชื ชนดิ นม้ี ีวัฏจกั รชีวติ ดังน้ี
..........................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
เฉลยใบงาน 01 หนา้ ที่ของใบ
ใบชบา
ใบชบาดา่ ง
เพื่อให้เซลลพ์ ืชหยุดทางาน
เพ่อื ชว่ ยสกดั คลอโรฟิลลใ์ นใบพชื ออกมา
บริเวณใบพืชทเี่ คยมีสีเขียว สีของสารละลายไอโอดนี จะเปล่ยี นจากสีน้าตาลเป็นสีนา้ เงินเขม้ หรือสมี ว่ ง
ดา บริเวณใบพชื สว่ นที่ไม่ใชส่ ีเขยี ว สีของสารละลายไอโอดีนจะไม่เปลีย่ นแปลง
บรเิ วณใบพืชที่มีสเี ขียว สีของสารละลายไอโอดนี จะเปล่ยี นเปน็ สีน้าเงินเข้ม หรือสีมว่ งดา แสดงว่า
บริเวณนั้นมีแป้งสะสมอยู่
ตอนท่ี 2 ให้นักเรียนเขียนแผนภาพแสดงวัฎจักรชีวิตของพืชที่นักเรียนได้รับจากน้ันเขียนอธิบายวัฎจักรชีวิต
ของพืชพร้อมวาดภาพและระบายสีประกอบภาพ
ตวั อย่างคาตอบ
วฏั จกั รชีวติ ิของตน้ มะเขอื
พชื ชนดิ นมี้ วี ฏั จกั รชวี ติ ดงั นี้
เมื่อนาเมลด็ มะเขือไปปลูก เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า จากต้นกล้าเจริญเติบโตข้ึนเป็นต้นมะเขือต้นใหญ่
เมอื่ โตเต็มที่จะออกดอก เม่ือดอกได้การผสมพันธ์ุจะเกิดผล เมล็ดจากผลมะเขือท่ีแก่สามารถเป็นต้นมะเขือต้น
ใหมต่ อ่ ไป วฏั จกั รชวี ติ ประมาณ 2-3 เดอื น