การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพในงานอาชีพ
(20400-1004)
ครูสาวิมล คาเพง็
ความรูท้ ่ัวไปเกี่ยวกบั บุคลกิ ภาพ
ความหมายของบุคลิกภาพ
บคุ ลกิ ภาพตรงกับภาษาอังกฤษว่า Personality มีรากศัพท์เต็มมาจากภาษากรีก คอื Persona (Per + Sonar) ซึง่ หมายถงึ Mask
แปลว่าหน้ากากที่ตวั ละครใช้สวมใส่ในการเล่นเป็นบทบาทแตกตา่ งกันไปตามที่ได้รับ
การเลน่ ละครของกรกี และโรมนั ในสมัยก่อนตัวละครได้รับบทบาทใดก็จะสวมหนา้ กากแลว้ แสดงตามบทบาททีไ่ ดร้ บั มอบหมาย เชน่
เลน่ เปน็ ผีกจ็ ะสวมหน้ากากผี เลน่ เป็นลิงก็จะสวมหน้ากากลิง เป็นต้น หน้ากากที่สวมนน้ั จะได้รบั การออกแบบมาอยา่ งดเี พื่อใหผ้ ู้
เลน่ พดู ไดอ้ ย่างสะดวก
จากที่กล่าวมาข้างตน้ นั้นนามาสู่ความเข้าใจวา่ บคุ ลกิ ภาพของคนก็เหมือนกบั หน้ากากละครทีจ่ ะแสดงพฤติกรรมไปในสถานการณ์
ทีแ่ ตกต่างกันตามบทบาทที่ตนเองได้รบั เช่นเดยี วกบั ตวั ละคร ที่แสดงบทบาทตามหน้ากากที่สวมอยู่ คาว่าบุคลิกภาพน้ัน
หมายความรวมไปถึงเส้ือผ้าที่เราสวมอยู่ กิริยาทีเ่ ราแสดง และกิจกรรมตา่ ง ๆ ที่กระทา ด้วยความสลบั ซบั ซ้อนของโลกที่เปน็ อยู่
อย่างปจั จบุ นั บงั คับให้บคุ คลแสดงในหลาย ๆ บทบาท บคุ ลิกภาพของมนุษย์จงึ มกี ารพฒั นามากข้นึ
ความรทู้ ว่ั ไปเกยี่ วกบั บุคลิกภาพ
ความหมายของบคุ ลิกภาพ
• บคุ ลิกภาพ" หมายถึง สภาวะทุกอย่างทีป่ ระกอบกนั ขึ้นเปน็ ตวั บุคคล โดยหมายรวมถึงคุณสมบตั ิ หรือ
คุณลักษณะ ทางจติ ใจ ซึง่ มอี ิทธพิ ลตอ่ การกระทาของบคุ คลในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
• "บุคลิกภาพ" หมายถึง คณุ ลกั ษณะทางกาย ทางจิตใจ และความรู้สกึ นึกคิดที่สะทอ้ นออกมาให้ ผอู้ ืน่ เห็นและ
เกิดความประทบั ใจมากน้อยเพยี งใด
• "บุคลิกภาพ" หมายถึง ลักษณะท่าทางซึ่งสามารถแสดงออกมาไดท้ ้ังทางร่างกาย จิตใจ และ ความรู้สึกนึกคิด
ทีส่ ะท้อนออกมาให้ผู้อน่ื เห็นและเกิดความประทบั ใจ ฉะน้ัน การทีบ่ คุ คลจะได้รับการ ยอมรับนบั ถือ การ
สนับสนุน ความไว้วางใจ และความประทบั ใจจากผอู้ ื่นนั้น ก็ควรที่จะแสดงบคุ ลิกภาพ
ความสาคัญของบุคลิกภาพ
•1. ความมนั่ ใจ (Confident) ผูท้ ม่ี บี คุ ลกิ ภาพทด่ี ี จะทาใหร้ ูส้ กึ มนั่ ใจในการแสดงออกมากข้นึ กลา้ แสดง
ความคิดเหน็ แสดงความรูส้ กึ และกลา้ ทจ่ี ะทากจิ กรรมต่าง ๆ ซง่ึ มกั จะเป็นการแสดงออกท่ีดที าใหผ้ ูพ้ บเหน็ ให้
ความสนใจซง่ึ นาไปสู่ความเชอ่ื มนั่ ในตนเองของบคุ คลผูน้ น้ั เช่น กรกนกมบี คุ ลกิ ภาพท่ีดี เมอ่ื ไดร้ บั คดั เลอื กให้
เป็นตวั แทนกลมุ่ ในการนาเสนอผลงาน ก็สามารถนาเสนอผลงานไดด้ ี เพราะมคี วามมนั่ ใจ และกลา้ แสดงออก
•2. ความสาเรจ็ (Success) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพทด่ี ี สามารถสรา้ งความเช่อื ถอื ศรทั ธา ประกอบกบั ความ
เช่อื มนั่ ในตนเอง จงึ สามารถทางานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถสรา้ งความศรทั ธาใหผ้ ูร้ ่วมงานใหค้ วาม
ร่วมมอื ทาใหไ้ ดร้ บั ความสะดวกพรอ้ มเพรยี งและปฏบิ ตั งิ านใหส้ าเรจ็ ดว้ ยดี
•3. ความเป็นตวั ของตวั เอง (Self-confident) ผูท้ ม่ี บี คุ ลกิ ภาพดี จะมลี กั ษณะเฉพาะตวั และเป็น ตวั
ของตวั เอง สามารถแสดงออกไดอ้ ยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ ทง้ั ดา้ นการแสดงออก การแสดงความคิดเหน็ เมอ่ื เขา้ ร่วม
กจิ กรรมต่าง ๆ
ความสาคัญของบคุ ลิกภาพ
• 4. การยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล (Individual differences) ผูท้ ม่ี บี คุ ลกิ ภาพทด่ี ี จะมองเหน็ และ
ยอมรบั ในความแตกต่างของบคุ คลว่า คนแต่ละคนมคี วามแตกต่างกนั ทงั้ ดา้ นรูปร่างและสตปิ ญั ญา จงึ ทาใหผ้ ูพ้ บเหน็ ยอมรบั
และแยกความแตกต่างของบคุ คลได้ ช่วยใหส้ ามารถรูจ้ กั และเขา้ ใจบคุ คลแต่ละคนไดด้ ขี ้นึ
• 5. การปรบั ตวั (Adaptation) ผูท้ ม่ี บี คุ ลกิ ภาพทด่ี ี จะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกต่างระหว่างบคุ คลจงึ สามารถ
ปรบั ตวั ใหเ้ขา้ กบั บคุ คลและสถานการณไ์ ดด้ ขี ้นึ สามารถสรา้ งสมั พนั ธภาพกบั บคุ คลทแ่ี วดลอ้ มและเก่ยี วขอ้ งได้
• 6. การยอมรบั ของกล่มุ (Acceptance) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพดยี ่อมเป็นทต่ี อ้ งตาตอ้ งใจ นยิ มชมชอบศรทั ธาเชอ่ื มนั่ และ
ไดร้ บั การยอมรบั จากกลุม่ เป็นอย่างดี ทาใหร้ ูส้ กึ พอใจ ยนิ ดี และมคี วามมนั่ คงทางดา้ นจติ ใจ เสรมิ สรา้ งใหไ้ ดร้ บั ความสาเรจ็ ทงั้
ส่วนตนและองคก์ ร
• 7. การคาดหมายพฤตกิ รรม (The expected behavior) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพดที ต่ี ่างกนั ทาใหส้ ามารถทานาย
พฤตกิ รรมของบคุ คลนน้ั ได้ เช่น บคุ คลทย่ี ้มิ แยม้ แจ่มใสมกั เป็นคนทม่ี มี นุษยส์ มั พนั ธด์ ี บคุ คลทม่ี คี วามกระตอื รอื รน้ มกั เป็นผู้
ใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น เป็นตน้
ขอบข่ายของบคุ ลกิ ภาพ
สิ่งที่คนสว่ นใหญ่ยึดถือในการพจิ ารณาบคุ ลิกภาพของบคุ คลมีดงั ตอ่ ไปนี้
•1. ลกั ษณะทางกาย (Physical characteristics) เปน็ ส่งิ ที่เราสามารถมองเหน็ ได้ ได้แก่
รูปร่างทรวดทรงความสงู น้าหนัก หน้าตา สีผม ผิวพรรณ เปน็ ต้น สิง่ เหล่านีเ้ ป็นเครื่อง
แสดงให้ทราบถึงประสทิ ธิภาพของบคุ คลและความสามารถในการงาน
•2. ลักษณะการพูดจาทา่ ทาง (Flattering styles) คือ การแสดงออกทางด้านการพูด
ได้แก่ ความชัดเจนชัดถอ้ ยชดั คา การพูดเรว็ การพดู ช้า การพูดติดอา่ ง รวมถึงการใช้
น้าเสียงในการพดู เป็นต้น
•3. ลกั ษณะทางจติ ใจ (Psychological characteristics) ซึ่งเป็นสิ่งทีเ่ ก่ยี วกบั สมองทง้ั สนิ้
ได้แก่สติปัญญา ความจา ความถนัด จินตนาการ ความสนใจ ความตั้งใจ เจตคติ การ
ตดั สินใจ การคิดด้วยเหตผุ ล เปน็ ต้น
ขอบขา่ ยของบคุ ลิกภาพ
สง่ิ ทีค่ นส่วนใหญ่ยึดถือในการพิจารณาบคุ ลกิ ภาพของบคุ คลมีดังต่อไปนี้
• 4. อุปนิสยั (Character) เปน็ สิ่งทีแ่ สดงออกเปน็ พฤตกิ รรมเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร
จนเป็นความประพฤติ เช่น ความซือ่ สัตย์ ความไม่เห็นแก่ตัว ความเออื้ เฟื้อเผื่อแผ่ ความ
สภุ าพอ่อนโยนความเคารพกฎหมาย ความมธั ยสั ถ์ อดออม ความมรี ะเบียบวินัย ความ
รับผิดชอบ เป็นต้น
• 5. อารมณ์ (Emotion) เปน็ ความรู้สกึ แหง่ จิตที่ก่อให้เกิดอาการกระทาตา่ ง ๆ เช่น โกรธ ร่าเริง
ตกใจ หงุดหงิด กังวล กล้าหาญ หวาดกลัว เกลียด รกั เปน็ ต้น
• 6. กาลังใจ (Encouragement) คือ ความสามารถที่จะควบคมุ หรอื บังคบั กริ ิยาอาการต่าง ๆ ที่
กระทาไปโดยเจตนา บางคนมกี าลังใจดี กาลังใจเข้มแข็ง กจ็ ะสามารถเผชิญอปุ สรรคหรือ
ปญั หาไดด้ ี บางคนเปราะบาง เมอ่ื มสี ่งิ ใดเข้ามากระทบจิตใจก็เกิดอาการทอ้ ถอย หมดกาลังใจ
ในการแก้ไขปัญหา
ขอบขา่ ยของบคุ ลิกภาพ
สิง่ ที่คนสว่ นใหญ่ยึดถอื ในการพิจารณาบคุ ลิกภาพของบคุ คลมีดังตอ่ ไปนี้
•7. การสมาคม (Sociability) เปน็ กิริยาท่าทาง หรืออาการทีแ่ สดงออกตอ่
บุคคลอื่น เชน่ เสียสละหรือว่าเอาเปรียบ ชอบคบหาสมาคมหรือชอบเก็บตัว
เมตตาปรานี เหน็ ใจผู้อื่นหรือไม่แยแสผอู้ ืน่
•8. ความรู้ ความสามารถ อานาจ ฐานะ การเปน็ คนมีความรู้สงู มีความ
ชานาญ มีความสามารถพเิ ศษ มีอานาจ ยศถาบรรดาศักด์ิ มีอิทธิพล มีฐานะ
ทางการเงนิ ดี เหล่านลี้ ้วนแล้วแต่เปน็ สิง่ ที่จะส่งเสริมบคุ ลิกภาพอย่างมาก
องคป์ ระกอบและโครงสรา้ งของบุคลิกภาพ
องคป์ ระกอบและโครงสรา้ งของบุคลิกภาพ หมายถึง สิง่ ทีม่ าประกอบเข้า
กันจนกลายเป็นตวั บุคคลนน้ั โดยส่วนรวมทาให้แตกตา่ งไปจากบุคคลอื่น
องค์ประกอบของบุคลกิ ภาพของบคุ คลไม่ได้มีมาต้ังแตเ่ กิดเพยี งอย่างเดียว
หากแตบ่ างสง่ิ บางอย่างได้มกี ารพฒั นาขึน้ มาอย่างไม่ได้วันจบสิ้น จึงเหน็ ได้ว่า
บุคลิกภาพของคนมีการเปลี่ยนแปลงเคลือ่ นไหวอยู่เสมอ ปจั จัยสาคญั ที่ทาให้
เกิดการพัฒนาบคุ ลิกภาพได้แก่ องค์ประกอบทางด้านร่างกาย ด้านอารมณ์
สตปิ ญั ญา และด้านสังคม ซึง่ ได้มาโดยการสร้างสมจากอิทธิพลของพันธกุ รรม
สิง่ แวดลอ้ ม และความพยามยามที่จะปรับปรงุ บคุ ลกิ ภาพของแตล่ ะคน จึงอาจ
กล่าวได้ว่า องค์ประกอบและโครงสร้างของบคุ ลกิ ภาพ มีดังตอ่ ไปนี้
1. อิทธิพลจากพนั ธกุ รรม
หมายถึง สิ่งท่เี ป็นลกั ษณะตา่ ง ๆ ของสิง่ มีชีวติ ทไ่ี ดร้ ับการถ่ายทอดมา
จากสิง่ มชี ีวิตรุ่นก่อนหนา้ โดยสามารถถ่ายทอดส่งต่อจากรนุ่ หน่งึ ไปสอู่ ีก
รนุ่ หนึง่ ได้ หรือ พนั ธกุ รรม (Heredity) คือ การถา่ ยทอดลักษณะตา่ ง ๆ
ของสิ่งมีชีวติ จากรนุ่ หนึ่งไปสอู่ ีกรุน่ หนงึ่ ซึง่ พันธุกรรมถือเป็นสิ่งที่ติดตัว
มาตัง้ แตแ่ รกเกิด ซึ่งทาใหม้ นุษย์มีความแตกต่างกนั เบื้องต้น และเปน็
เงอ่ื นไขกาหนดทศิ ทาง และขอบเขตของการพฒั นาบคุ ลิกภาพระดับหนึง่
บุคลิกภาพทีไ่ ดม้ าจากพนั ธกุ รรม ไดแ้ ก่
อิทธิพลจากพนั ธกุ รรม
1.1 ลักษณะทางกาย เช่น รูปร่าง หน้าตา สีผวิ สตี า โรคบางอย่าง ความแข็งแรง
ความอ่อนแอ น้าเสียง ซึ่งลกั ษณะทางกายนี้ เป็นดา่ นแรกทีอ่ าจทาผู้พบเหน็ เกดิ ความ
สนใจ หรือประทับใจ
1.2 พฒั นาการทางสติปัญญา เช่น ความเฉลียวฉลาด ปฏิภาณไหวพริบ พรสวรรค์
ฯลฯ พัฒนาการทางสติปัญญานนี้ อกจากจะได้รับอิทธพิ ลจากพนั ธุกรรมแล้วยังร่วมด้วย
บทบาทของสิ่งแวดล้อม เช่น บางคนได้รบั พันธุกรรมทางสติปญั ญาไมไ่ ด้ แต่ไดร้ บั
สิง่ แวดล้อมที่เหมาะสม เช่นอาหาร การอบรม บรรยากาศ ความอบอนุ่ การศึกษาทีด่ ี
เหลา่ นชี้ ่วยสง่ เสริมความสามารถทางสติปัญญาได้ ในทางตรงกนั ข้ามถงึ แม้ว่าบคุ คลจะ
ได้รบั พนั ธุกรรมทางสติปัญญา แต่ได้อยู่กบั สิ่งแวดล้อมทีไ่ ม่ดี รบั ประทานอาหารไมค่ รบ
หมู่ มีโรคภัยไขเ้ จ็บ หรือได้อยู่ในสถานที่ที่ไม่ไดพ้ บเหน็ สิ่งต่าง ๆ มากมายนักกจ็ ะเปน็ การ
บน่ั ทอนความสามารถทางสติปัญญาได้
อิทธิพลจากพันธุกรรม
1.3 ลักษณะทางใจ หมายถงึ เจตคติต่อสิง่ ต่าง ๆ เชน่
อปุ นสิ ยั ความร่าเริง ความจา ความ คดิ อ่าน การ
ตัดสินใจ เป็นตน้
1.4 ลกั ษณะทางอารมณ์ คอื ความสามารถในการควบคุม
ความรสู้ ึก และการกระทาตา่ ง ๆ ซึง่ มักเปน็ สิ่งที่
เปลี่ยนแปลงไดย้ าก
2. บุคลกิ ภาพทไี่ ด้รับอทิ ธิพลจากส่ิงแวดล้อม
2.1 อาหาร เป็นส่ิงสำคญั ตอ่ กำรพฒั นำบุคลิกภำพ หำกเดก็ เกิดมำไดร้ ับอำหำรที่ไม่ครบหมู่ดำ้ นโภชนำกำร
ไดร้ ับอำหำรที่ไม่มีคุณภำพ หรือไม่เพยี งพอต่อควำมตอ้ งกำรของร่ำงกำย จะส่งผลใหเ้ กิดควำมบกพร่อง
ต่อกำรเจริญเติบโตของเดก็ ในทำงตรงกนั ขำ้ มถำ้ เดก็ ไดร้ ับอำคำรครบหมู่ อำหำรมีคุณภำพ เพียงพอกบั
ควำมตอ้ งกำรของร่ำงกำย จะทำใหเ้ ดก็ เจริญเติบโตสมวยั มีพฒั นำกำรดำ้ นร่ำงกำยที่แขง็ แรงสมบูรณ์
2.2 สิ่งแวดลอ้ มทำงสังคม เช่น ควำมรัก ควำมอบอนุ่ ควำมเอำใจใส่ที่ไดร้ ับจำกบิดำมำรดำ กำรอบรมสัง่
สอน กำรลงโทษ หรือกำรใหร้ ำงวลั มีผลต่อกำรพฒั นำกำรทำงสติปัญญำ อำรมณ์และสงั คม เดก็ ท่ีเกิดใน
ครอบครัวที่มีควำมรักใคร่กลมเกลียว แบ่งเบำภำระของกนั และกนั พร้อมท่ีจะฝ่ ำฟันไปพร้อมกนั และ
ครอบครัวท่ีมีควำมพร้อมสมบูรณ์ มกั เพยี บพร้อมดว้ ยส่ิงที่ก่อใหเ้ กิดกำรพฒั นำมำกมำย เช่น หนงั สือ เกม
หุ่นจำลอง รูปภำพ ของเล่น ต่ำง ๆ จึงไดเ้ ปรียบเดก็ ท่ีมำจำกครอบครัวท่ียำกจนและขำดแคลน
2. บคุ ลิกภาพที่ได้รบั อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม
2.3 โรงเรยี นและสังคมภายนอก ละแวกบ้านที่เด็กอาศยั อยู่ โรงเรียนที่เด็กเรียน เพื่อนทีเ่ ดก็ คบ
ด้วย ล้วนมอี ิทธพิ ลตอ่ บคุ ลิกภาพทั้งสิน้ การไดอ้ าศัยอยู่ในชมุ ชนที่ดีมรี ะเบียบ ไดร้ ับการ
อบรม สั่งสอนจากโรงเรียนที่ดี มคี รูเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏบิ ตั ิทดี่ ี และไดค้ บเพอ่ื นทีด่ ี
เด็กกจ็ ะไดร้ ับสิง่ ดี ๆในทางตรงกันข้าม หากเด็กไดพ้ บแต่เพื่อนเกเร อยู่ในแหลง่ เส่อื มโทรม พบกับ
ตัวอย่างที่ไมด่ ี พฤตกิ รรมของเดก็ กจ็ ะกลายเปน็ คนไมด่ ีเช่นเดยี วกัน
2.4 การเจบ็ ป่วย การเจบ็ ป่วยทาให้สุขภาพของเด็กเสยี ไป จนอาจเกิดการขาดความมน่ั ใจ ไม่กล้า
แสดงออก นอกจากนแี้ ล้วการขาดสิง่ ต่าง ๆ ในชีวิตก็ทาให้เด็กขาดความมน่ั ใจได้เช่นเดยี วกนั เชน่
เด็กที่สวมใส่เสือ้ ผา้ ที่สกปรก ขาดว่นิ มักถกู ล้อเลียนและรู้สกึ มปี มด้อย การจะช่วยขจดั สิ่งเหล่านใี้ ห้
หมดไป จึงควรช่วยกันเอาใจใส่ตอ่ สุขภาพของเด็กให้มากขึ้น เชน่ ให้เด็กทานอาหารที่มีคณุ ค่า ไดร้ ับ
อากาศทีบ่ ริสทุ ธิ์ดม่ื นา้ ทบี่ รสิ ทุ ธิ์ อยู่ในบ้านเรือนทีส่ ะอาด แต่งกายด้วยเสือ้ ผา้ สะอาด เหล่าน้จี ะสง่ ผล
ให้เดก็ เกิดความภูมิใจและมน่ั ใจในตวั เองมากขนึ้
2. บุคลิกภาพที่ไดร้ ับอิทธิพลจากสิง่ แวดลอ้ ม
2.5 ประสบการณ์ เปน็ ส่งิ ที่บุคคลได้ประสบหลังจากที่คลอดออกมาจากครรภม์ ารดา ซึ่ง แต่ละ
คนไดร้ บั ทั้งประสบการณท์ ี่เหมอื นกันและแตกต่างกัน ดังนี้
2.5.1 ประสบการณร์ ว่ ม คือ ประสบการณท์ ีค่ นอยใู่ นแวดวงเดยี วกนั ได้รับเหมอื นกัน เชน่ ค่านิยม
ทางสังคม วัฒนธรรม บทบาททางเพศ ความเช่อื ศาสนา ซึ่งก็จะทาใหค้ นในสงั คมเดยี วกนั ปฏิบัติ
เหมอื น ๆ กนั หากปฏบิ ัติผิดไปจากนจี้ ะถกู มองว่าแปลกออกไปจากกลุ่ม
2.5.2 ประสบการณ์เฉพาะอย่าง คือ บุคคลย่อมมีประสบการณเ์ ฉพาะอยา่ งทีแ่ ตกต่าง กนั
ออกไป ประสบการณ์ที่เขาได้รับในชว่ งชีวิตหนึ่ง อาจเปน็ ประสบการณ์ที่ทกุ ข์ระทม เชน่ บ้าน
ถกู ไฟไหม้ ประสบอบุ ตั ิเหตุ ไดร้ บั ภัยจากธรรมชาตจิ นทาใหค้ รอบครวั หมดตัวและต้องจาก
บุคคลอนั เป็น ทีร่ กั บางคนเคยได้รับประสบการณ์ทีป่ ระทบั ใจ เชน่ ไดร้ บั รางวัลชนะเลศิ จากการ
แข่งขนั ต่าง ๆ ไดพ้ บบุคคลอนั เป็นที่รักซึง่ พลัดพรากจากกนั มานาน ฯลฯ เหล่านมี้ อี ิทธพิ ลตอ่
บคุ ลิกภาพทั้งสิน้
2. บุคลิกภาพทีไ่ ด้รบั อิทธิพลจากสิง่ แวดลอ้ ม
2.5.3 ความพยายามทีจ่ ะปรบั ปรุง
บคุ ลิกภาพของแต่ละบุคคล
บุคลิกภาพที่ได้รบั จากพันธุกรรมหรือ
ได้รบั จากสิ่งแวดลอ้ มนั้น บางครง้ั อาจ
ยงั มีข้อบกพร่องทีจ่ ะต้องได้รับการ
ปรบั ปรุงบคุ คลจึงพยายามจะให้ปรับ
เพื่อให้มีบคุ ลิกภาพทีด่ ีขนึ้
ประเภทของบุคลิกภาพ
1. บุคลิกภาพภายนอก เป็นสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถปรับปรุงได้
ไดแ้ ก่
1.1 รปู รา่ ง หนา้ ตา ผวิ พรรณ รปู รา่ ง ไดแ้ ก่ อ้วน ผอม เตี้ย สงู หนา้ ตาน้ันรวมไปถึงการแสดงออก
ทางสหี น้าดว้ ย เชน่ ใบหน้ายิม้ แย้มแจม่ ใส ใบหนา้ บูดบงึ้ ส่วนผิวพรรณ ได้แก่ ผวิ ขาว ผวิ ดา ผิวดา
แดง ผิวสีแทน เป็นต้น
1.2 การพูดจาและน้าเสยี ง การแสดงออกทางวาจา เชน่ พูดจาสภุ าพ นุ่มนวล หยาบคาย พดู
ชดั ถ้อยชัดคา พูดไมช่ ดั บางคนเสยี งเบา หรือบางคนเสียงดัง เปน็ ต้น
ประเภทของบคุ ลิกภาพ
1. บุคลิกภาพภายนอก เปน็ สิ่งที่มองเหน็ ได้อย่างชดั เจนและสามารถปรับปรุงได้
ไดแ้ ก่
1.3 การแตง่ กาย บางคนแต่งกายเรียบรอ้ ย ประณตี ทนั สมัย เหมาะสมกบั โอกาส กาลเทศะ บาง
คนมักแต่งกายด้วยสีสนั ฉดู ฉาด เป็นตน้
1.4 กิริยาทา่ ทาง การแสดงออกทางอากัปกิรยิ า ท่าทางการยนื เดนิ น่งั การพูด การมอง การ
ทางาน เปน็ ตน้
2. บุคลกิ ภาพภายใน
เป็นพฤติกรรมท่สี ามารถมองเห็นได้ เปน็ เรอ่ื งท่ตี ้องสงั เกต เช่น ความจรงิ ใจ ความซือ่ สตั ย์ ความ
กระตอื รือร้น ความรอบรู้ ซึ่งเป็นสิง่ ทส่ี งั เกตและมองเหน็ ได้ยากมาก ซ่งึ บางคนอาจแสดงว่าเป็นคนที่มีจติ ใจ
ดี แต่แทท้ ่จี ริงแล้วอาจเปน็ คนใจร้าย ใจดาก็ได้ ดงั กล่าวท่วี ่า “จิตมนษุ ย์นีไ้ ซร้ยากแท้หยง่ั ถงึ ”
ทงั้ บุคลิกภาพภายนอกและภายใน ครอบคลมุ ถงึ ลกั ษณะต่าง ๆ ดังนี้
1. อปุ นิสัย (Character) หมายถงึ การแสดงพฤติกรรมหรือการกระทาของบคุ คลที่ทาอยู่เปน็ ประจา
สมา่ เสมอ จนเกิดเป็นนิสัย เช่น ความซ่อื สัตย์ ความยตุ ิธรรม ความเมตตากรณุ า ความโอบอ้อมอารี เป็นต้น
2. อัธยาศัย (Temperate) หมายถึง กริ ิยาทแ่ี สดงออกพร้อมอารมณ์ เชน่ ความสุขุม เยือกเย็น ความอิจฉา
ริษยา ความโกรธ เป็นต้น
3. ความสามารถ (Ability) หมายถึง สิ่งทีม่ ีอยู่เฉพาะในตวั บุคคลและพร้อมทีจ่ ะแสดงออกได้ เมือ่ ต้องการ
หรือโอกาส เช่น ระดับเชาวน์ปัญญา การคิดคานวณเก่ง การร้องเพลงไพเราะ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การ
กล้าตัดสินใจ เป็นต้น
2. บคุ ลิกภาพภายใน
4. ความสนใจ (Interest) หมายถึง ความรู้สึกท่ี
แสดงถึงแนวโน้มทจ่ี ะเขา้ หาสง่ิ เรา้ นั้น ๆ ของ
แต่ละบคุ คล เชน่ การไปชมรายการฟตุ บอล
แสดงถึงความสนใจในกฬี าฟุตบอล การไปชม
คอนเสิรต์ แสดงถึงความสนใจดา้ นดนตรี เป็นต้น
5. สุขภาพรา่ งกายหรอื โครงสรา้ งทางร่างกาย
(Physical construction) หมายถึง ลกั ษณะ
ภายนอกของบุคคลท่มี องเห็นไดง้ ่าย เชน่ สงู เตยี้
ผอม อว้ น เปน็ ตน้