The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

km : พัฒนาการเฝ้าระวังเพื่อการป้องกันการหลบหนีในผู้ป่วยยาและสารเสพติด ปี 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

km : พัฒนาการเฝ้าระวังเพื่อการป้องกันการหลบหนีในผู้ป่วยยาและสารเสพติด ปี 2565

km : พัฒนาการเฝ้าระวังเพื่อการป้องกันการหลบหนีในผู้ป่วยยาและสารเสพติด ปี 2565

KM พัฒนาการเฝา้ ระวงั เพ่อื ปอ้ งกัน
การหลบหนีในผปู้ ว่ ยยาและสาร
เสพติด

ประจาปี 2565

งานการพยาบาลผ้ปู ่วยในฟื้นฟสู มรรถภาพ

โดย นางสาวนวรัตน์ วงศ์ไชย
พยาบาลวิชาชีพชานาญการ

คำนำ

เล่มสรุปการแลกเปลีย่ นเรียนรู้เรือ่ งการพฒั นาการเฝา้ ระวงั เพอื่ การป้องกนั การหลบหนีในผูป้ ่วยยาและสาร
เสพติด เกิดข้ึนเน่ืองจากโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอนเห็นความสาคัญของการดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพ งาน
การพยาบาลผู้ป่วยในฟ้ืนฟูสมรรถภาพ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยใน ได้ให้การบาบัดฟ้ืนฟูผู้ใช้ยาและสารเสพติด
โดยรับผู้ป่วยในระบบบังคับบาบัด ซ่ึงเป็นระบบการบาบัดรักษาเพื่อหันเหผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดออกจาก
กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้มีโอกาสเข้ารับการบาบัดรักษาตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
พ.ศ. 2545 ซ่ึงหอผู้ป่วยฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นตึกผู้ป่วยใน ดูแลผู้ป่วยแบบระบบเปิด (open ward) มุ่งเน้นการจัด
ตึกให้มีส่วนคล้ายคลึงกับการใช้ชีวิตเหมือนบ้าน และดูแลแบบชุมชนบาบัด ซึ่งผู้ป่วยบางรายท่ีไม่ยอมรับการ
เจ็บป่วย และการเข้ารับการบาบัดรักษาอยากกลับบ้านมาก วิตกกังวลถึงภาระท่ีบ้าน การอยู่ร่วมกับคนอื่นท่ีไม่
ค้นุ เคยกนั รวมท้ังกฎระเบียบของโรงพยาบาล ทาให้เกิดความเสีย่ งต่อการหลบหนอี อกจากโรงพยาบาลได้

จากรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงหลบหนีของงานการพยาบาลผู้ป่วยในฟ้ืนฟูสมรรถภาพ กลุ่มงานการ
พยาบาลผู้ป่วยในปีงบประมาณ 2562-2564 มีผู้ป่วยหลบหนีออกนอกสถานบาบัดจานวน 10 7 และ 6 ราย
ตามลาดบั จากการวเิ คราะห์ปญั หาพบว่าเกิดจากระบบดา้ นการดูแล ดงั นี้
1. ยงั ไมม่ เี ครื่องมอื การคัดกรองผู้ปว่ ยท่ีมคี วามเสี่ยงต่อการหลบหนีและการดูแลทช่ี ัดเจน
2. ระบบโครงสรา้ งและส่ิงแวดล้อมท่อี าจเป็นช่องทางการหลบหนไี ด้
3. ผู้ชว่ ยเหลอื คนไขย้ งั ขาดทกั ษะในด้านการประเมินและการดูแลอยา่ งครอบคลมุ

จากขอ้ มลู ดงั กล่าวทางทีมพยาบาล ไดต้ ระหนกั ถงึ สภาพปญั หาการพยายามหลบหนีของผู้ป่วยจึง
ร่วมกันวางแผนพัฒนา เพื่อให้ปัญหาการพยายามหลบหนีของผู้ป่วยลดลงไปจากสถิติที่ผ่านมา ย่ิงไปกว่าน้ันอาจ
ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมพยายามหลบหนีของผู้ป่วยขึ้น เพ่ือการรักษาพยาบาลเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน
ดังน้ันหากมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้จากประสบการณ์การทางาน การนาองค์ความรู้วิชาการมาทบทวน โดย
พัฒนาการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งข้ึน จะทาให้ผู้ปฏิบัติเกิดความมั่นใจ เกิดความตระหนัก
ในการนาความรู้และทักษะในการดูแลในด้านต่างๆ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาครบจนถึงวันจาหน่าย ทีมการ
พยาบาล จึงจาเป็นต้องมีทักษะ ในการประเมินและดูแลท่ีดี ดังน้ันการจัดการความรู้ภายในองค์กรจึง เป็นวิธีการ
หนง่ึ ทจ่ี ะได้มาซงึ่ ความร้ทู ี่ชัดแจ้ง และความรู้ที่ฝังลึกในตัวบุคคล นามาสกัดร้อยเป็นความรู้ใหม่ เพ่ือให้บุคลากรใช้
เปน็ แนวทางในการดูแลผปู้ ว่ ยเพ่ือป้องกันการหลบหนีในผปู้ ่วยยาและสารเสพตดิ

นวรตั น์ วงศไ์ ชย และคณะ
2 พ.ค. 2565

สำรบัญ หน้ำ
1
1. ข้อมูลผู้ปว่ ยทีห่ ลบหนสี าเรจ็ ในปงี บประมาณ 2562 2563 และ 2564
ของงานการพยาบาลผูป้ ว่ ยในฟ้นื ฟสู มรรถภาพ 3
2. ปจั จัยในการหลบหนี 3
3
2.1 ปจั จยั ดา้ นตัวผู้ปว่ ย 3
2.2 ปัจจยั ด้านญาติ 4
2.3 วนั เวลา สถานการณ์ 5
2.4 ชอ่ งทางการหลบหนี 6
2.5 ดา้ นบุคลากร 8
3. การปอ้ งกันผ้ปู ว่ ยหลบหนี 11
4. การดแู ลผูป้ ว่ ยที่มีความเสี่ยงตอ่ การหลบหนี 13
5. การปฏบิ ัติเมื่อผปู้ ว่ ยหลบหนี
บรรณานกุ รม ก
ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ ความเสยี่ งต่อการหลบหนใี นระยะ Entry phase
แบบประเมินความเสยี่ งต่อการหลบหนใี นระยะ Recovery และ Re-entry phase

1

การจดั การความรู้จากประสบการณก์ ารทางานของบคุ ลากร โรงพยาบาลธญั ญารักษ์แมฮ่ อ่ งสอน ปี 2565
1. ขอ้ มลู ผู้ป่วยท่ีหลบหนสี าเร็จ ในปงี บประมาณ 2562 2563 และ 2564 ของงานการพยาบาลผปู้ ่วยใน
ฟื้นฟูสมรรถภาพ

ความหมาย

ผปู้ ่วยหลบหนี หมายถึง ผ้ปู ่วยท่เี ขา้ รบั การบาบัดรักษา หรือถูกจาหนา่ ยออกไปจากโรงพยาบาลโดย

ไมไ่ ด้รับอนุญาตจากแพทย์

จากการทบทวนข้อมูลผู้ปว่ ยที่หลบหนสี าเร็จ ในปีงบประมาณ 2562 2563 และ 2564 ได้ขอ้ มลู ดัง

ตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ข้อมลู ผปู้ ่วยทหี่ ลบหนสี าเรจ็ ในแต่ละปงี บประมาณ

ปี 2562 = 10 คน ปี 2563 =7 คน ปี 2564 = 6 ราย รวม
1. อายุ 1. อายุ
20-30ปี= 4 ราย 20-30 ปี = 6 ราย 1. อายุ 1. อายุ
31-40 ปี = 2 ราย 31-40 ปี = 1 ราย 20-30 ปี= 1 ราย 20-30 ปี= 11 ราย
41-50 ปี = 4 ราย 41-50 ปี = 0 ราย 31-40 ปี = 3 ราย 31-40 ปี = 6 ราย
2. พรบ. 2. พรบ. 41-50 ปี = 2 ราย 41-50 ปี = 6 ราย
มส. = 8 ราย มส. = 1 ราย
ฝาง 2 ราย ฝาง =0 ราย 2. พรบ. 2. พรบ.
ชร. = 0 ราย ชร=4 ราย มส. = 3 ราย มส. = 12 ราย
พะเยา = 0 ราย ลาปาง= 1 ราย ฝาง =0 ราย ฝาง =2 ราย
พะเยา=1 ราย ชร=3 ราย ชร=7 ราย
3. ระยะเวลาในการอยู่ 3. ระยะเวลาในการอยู่ ลาปาง = 0 ราย ลาปาง=1 ราย
บาบัด บาบดั พะเยา = 0 ราย พะเยา=1 ราย
แบ่งเป็นระยะ แบ่งเปน็ ระยะ
Entry = 3 ราย Entry = 1 ราย 3. ระยะเวลาในการอยู่ 3. ระยะเวลาในการอยู่
Recovery = 7 ราย Recovery = 6 ราย บาบัด บาบดั
Re-entry = 0 ราย Re-entry =0 ราย แบ่งเปน็ ระยะ แบง่ เปน็ ระยะ
4. ช่องทางการหลบหนี 4. ชอ่ งทางการหลบหนี Entry = 1 ราย Entry = 5 ราย
ท่ีตึกถอนพษิ ยา = 1 ราย ทตี่ กึ ถอนพิษยา = 0 ราย Recovery = 5 ราย Recovery = 18 ราย
อาชวี ะ = 7 ราย อาชีวะ = 7 ราย Re-entry =0 ราย Re-entry =0 ราย
บ่อปลา บา้ นพักแพทย์ =2 บ่อปลา บ้านพักแพทย์ =0
ราย ราย 4. ช่องทางการหลบหนี 4. ชอ่ งทางการหลบหนี
ท่ีตกึ ถอนพษิ ยา = 0 ราย ทีต่ ึกถอนพิษยา = 1 ราย
5. เวลาที่หลบหนี 5. เวลาที่หลบหนี อาชีวะ = 2 ราย อาชวี ะ = 16 ราย
เวรดกึ = 5 ราย เวรดกึ = 3 ราย บ่อปลา บ้านพักแพทย์ =3 บอ่ ปลา บา้ นพักแพทย์ =5
เวรเช้า = 4 ราย เวรเชา้ = 1 ราย ราย ราย
เวรบา่ ย = 1 ราย เวรบา่ ย = 3 ราย งดั ประตูออกตกึ ดอกรกั = งดั ประตูออกตึกดอกรัก =
1ราย 1 ราย

5. เวลาท่ีหลบหนี 5. เวลาท่ีหลบหนี
เวรดึก = 1 ราย เวรดึก = 9 ราย
เวรเชา้ = 0 ราย เวรเช้า = 5 ราย
เวรบา่ ย = 5 ราย เวรบา่ ย = 9 ราย

2

ปี 2562 = 10 คน ปี 2563 =7 คน ปี 2564 = 6 ราย รวม

6.สารเสพตดิ 6.สารเสพติด 6.สารเสพติด 6.สารเสพติด
Opioid = 7 ราย Opioid = 4 ราย Opioid = 4 ราย Opioid = 15 ราย
Amphetamine = 3 ราย Amphetamine = 3 ราย Amphetamine = 2 ราย Amphetamine = 8 ราย

กรอบการดแู ลเพอื่ ป้องกันผู้ป่วยหลบหนี

ตัวผูป้ ่วย ปจั จัย
ญาติ

วนั เวลา สถานการณ์
ชอ่ งทางการหลบหนี

การตดิ ตอ่ / แจง้ การปฏบิ ตั ิเม่อื ผ้ปู ว่ ยหลบหนี ผปู้ ่วยหลบหนี การป้องกัน การประเมิน
การตดิ ตาม การดูแล
ญาติ
กรณีพบแต่ผปู้ ่วยไม่ยอมกลบั อาคารสถานท่ี
หนว่ ยงานอื่นท่ชี ่วยเหลอื การจดั การเพือ่ ลดความเครยี ด

ผู้ปว่ ยแตล่ ะคนมเี หตุจูงใจในการหลบหนี ไม่เหมอื นกัน ดังนัน้ การท่ีทมี ผู้รักษาทราบถงึ เหตกุ ารณ์
หรือปัจจัยที่ทาให้ผู้ป่วยต้องการหลบหนี จะทาให้สามารถให้การดูแล ฝ้าระวัง และป้องกันได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ ซง่ึ ปัจจัย สิง่ กระตุ้น หรอื สถานการณท์ ท่ี าให้ผู้ปว่ ยหลบหนคี อื

3

2. ปจั จัยในการหลบหนี

2.1 ปจั จัยดา้ นตวั ผปู้ ่วย

จากการทบทวนวรรณกรรม จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

- ผู้ปว่ ยท่ไี มย่ อมรับการเจบ็ ป่วย ญาตบิ งั คบั มาบาบัด - มคี วามเครียดระหวา่ งอยโู่ รงพยาบาล เช่น อยู่

ญาตหิ ลอกมาบาบดั ร่วมกับเพื่อนสมาชิกไม่ได้ ทาผดิ กฎหลกั โดน

- ผู้ป่วยท่ีมปี ระวัติปฏิเสธการรักษา กา้ วร้าว โปรแกรม
- ผู้ป่วยไม่สมคั รใจรักษา ถกู กฎหมายบังคบั มา - มีปัญหาทางบ้านทย่ี ังจดั การไม่ได้
บาบดั รักษา - มคี วามคดิ วา่ ถูกคมุ ประพฤติหลอกมาบาบัด เช่น มา

- ผปู้ ่วยที่มีประวตั ิหลบหนี รายงานตัวแลว้ ถูกสง่ ตัวมาบาบัดต่อ

- มีอาการทางจติ เชน่ เดินเรื่อยเปือ่ ย พูดไมร่ ูเ้ รือ่ ง มี - อาการถอนพิษยา เชน่ อยากสูบบหุ ร่ีแล้วทนไม่ไหว

การรบั ร้ไู ม่ดี - ผปู้ ่วยไม่มคี วามร้ทู างดา้ นกฎหมาย เชน่ คิดว่าใช้

- มภี าระทางบา้ นท่ียงั ค้างคา และต้องจดั การ เลก็ น้อย ไมน่ า่ ถูกคดี
- เป็นหว่ งทางบา้ น - ไม่คดิ วา่ จะบาบัดรักษา ไมย่ อมรบั เร่ืองของกฎหมาย
ท่ีเขาใหบ้ าบัด
- ถกู โนม้ น้าวโดยเพือ่ นชวน
- มีเพือ่ นหนรี ว่ มด้วย
- โรงพยาบาลอยไู่ กลจากบา้ นของผปู้ ่วย

เมือ่ ทีมผใู้ ห้การดูแลรกั ษาทราบถงึ ปัจจยั กระตุ้นตา่ ง ๆ เหล่านี้ ใหถ้ อื ว่าผูป้ ่วยเหล่านเี้ ปน็ ผปู้ ่วย เสีย่ ง
ต่อการหลบหนี จงึ ควรต้องพูดคุยกับผ้ปู ่วยบ่อย ๆ จะทาให้ผ้ปู ว่ ยพูดบางอย่างออกมา เม่ือได้ขอ้ มูลต้องมีการส่ง
ข้อมูลให้ทีมทราบ

2.2 ปัจจัยดา้ นญาติ จากการแลกเปลีย่ นเรียนรู้

จากการทบทวนวรรณกรรม - ญาตสิ ง่ เสรมิ ใหผ้ ูป้ ่วยหนีโดยเอารถมารบั
- ญาติไม่พรอ้ มรับผู้ป่วยกลับ ผู้ป่วยไมม่ ีความหวัง - ญาตบิ อกวา่ คนในครอบครัวมปี ญั หา ทาให้ผูป้ ่วย
- ญาตไิ ม่เห็นความสาคัญของการท่ีผปู้ ่วยตอ้ งได้รับ กงั วลใจ
การบาบัด
- ญาตสิ ร้างความกงั วลใจใหก้ ับผูป้ ว่ ย

2.3 วนั เวลา สถานการณ์ ท่ีผู้ปว่ ยพยายามหลบหนี คอื จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
จากการทบทวนวรรณกรรม

- วันที่มักหลบหนี เกิดขน้ึ ไดท้ กุ วัน เวลาทผ่ี ปู้ ่วยหลบหนี
- เวรทผี่ ูป้ ่วยหลบหนี คือในเวรเช้า และเวรดึก
- ช่วงตอ่ ระหวา่ งเวร ขณะทเ่ี จ้าหนา้ ทรี่ ับ-สง่ เวร - เวรดกึ ช่วง 06.00 น.
- เวรเช้า ชว่ ง 15.30 ชว่ งชั่วโมงกฬี า16.00 ช่วง

4

จากการทบทวนวรรณกรรม จากการแลกเปล่ียนเรยี นรู้

- เวลาปฏบิ ัตงิ านเวร เช้า บ่าย ดึก มบี คุ ลากรน้อย รบั -ส่งเวร
- ช่วงเวลาพลบค่า - เวรบ่าย 18.00 18.30 19.00 21.30 น.

วนั
- วันหยุด เสาร์ อาทติ ย์ และนักขัตฤกษ์
- ผู้ป่วยมักจะหนใี นช่วงเวลาทีไ่ ม่มเี จ้าหน้าท่ีคอย

ดูแล
- หนีในเวลาทีต่ ัวเองสะดวกสบาย
- ผปู้ ว่ ยไม่หนีในเวลาทม่ี กี ลุ่มปกติ เช่น กลุ่ม

ตา่ งๆ

สถานการณ์
- ได้รับโปรแกรม shot down
- ปรับตัวเขา้ กับเพื่อนสมาชิกไม่ได้ ทะเลาะกับ

เพอื่ น
- ยอมรบั เรือ่ งกฎระเบยี บของโรงพยาบาลไมไ่ ด้
- มีการปิดบ้าน งดรางวัล

2.4 ชอ่ งทางการหลบหนี

จากการทบทวนวรรณกรรม จากการแลกเปลย่ี นเรียนรู้

จากทางทบทวนวรรณกรรม มีผู้ป่วยที่ ผู้ปว่ ยโรงพยาบาลธัญญารกั ษ์แม่ฮ่องสอน จากประวตั ิ
หลบหนีสาเร็จ ก่อนที่ผู้ป่วยจะหนีออกจากตึก ผู้ป่วย ท่ผี ่านมาเคยหลบหนีโดยวง่ิ หนไี ปตอนที่เจ้าหนา้ ท่ีไม่

จะซ่อนในสถานที่ใดที่หนึ่งก่อน และรอจังหวะท่ี เห็นโดยว่งิ หลบไป
เจ้าหน้าที่เผลอ เช่นใต้โต๊ะรับประทานอาหาร ใน - ทางอาชวี ะ
ผ้าม่าน ในห้องน้า หลังจากน้ันจึงออกจากท่ีซ่อนแล้ว - โรงครัว

หนีออกไปจากตึก โดยผู้ป่วยใช้วิธีการหนี เช่น ถอด - สนามกอล์ฟ
บานเกล็ดด้านบน บริเวณระเบียงหลังตึก ใช้ช่อง - งดั ประตหู ลบหนี
เพดานห้องน้า ตามช่องลม หรือลอดผ่านลูกกรง หรือ - เดนิ ออกไปทางปกติ

การงัดเพดานหลังคา และสถานท่ีหลบซ่อน ก่อน - ประตูหลังดอกรัก ท่ีไม่ได้ล็อก
ออกไปจากโรงพยาบาล คือ ในท่อระบายน้า หลังตึก ทศิ ทางการหลบหนสี ว่ นใหญ่ตามทีผ่ ปู้ ว่ ยสะดวก
พุ่มไม้ข้างตึก มีผู้ป่วยบางรายท่ีเปล่ียนเส้ือผ้าก่อนไป หลบหนี โดยทไี่ ม่มเี จา้ หน้าท่ีคอยดแู ล ไม่มคี นอยู่

โดยใช้เสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่ที่ตากอยู่ท่ีบ้านพัก ส่ิงที่
ผู้ป่วยใช้เป็นพาหนะในการหลบหนีจากการบอกเล่า
ประสบการณ์ คือผู้ป่วยจะใช้รถเจ้าหน้าที่ หรือผู้มา

ติดต่อ ท่ีจอดอยู่บริเวณตึกผู้ป่วย ซึ่งติดเครื่องไว้ หรือ
มีกญุ แจตดิ อยู่ ขับออกไป

5

2.5 ดา้ นบุคลากร จากการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้

จากการทบทวนวรรณกรรม - ไว้วางใจผปู้ ว่ ย ไม่คิดวา่ จะหนี
- มคี วามเขา้ ใจไม่ตรงกันในด้านการประเมนิ
นอกจากปัจจัยดา้ นตวั ผ้ปู ่วย ญาติ และ
สถานการณ์แล้ว บุคลากรทีด่ ูแลผ้ปู ่วยเอง อาจเปน็
ปัจจัยทาให้ผ้ปู ่วยหลบหนี ไดจ้ าก
1. จานวนบุคลากรไม่เพยี งพอ ทาใหด้ แู ลผ้ปู ่วยไม่
ทั่วถึง เชน่ ขณะพาผู้ป่วยพบแพทย์ หรอื มี
ผ้ปู ่วยวิกฤตท่ตี ้องดแู ล
2. บุคลากรใหค้ วามไว้วางใจผ้ปู ่วย
3. ขาดการส่อื สารการให้ข้อมูลทัง้ ญาติและผู้ป่วย
4. ลมื ล็อคประตู
5. ขาดความตระหนัก

นอกจากนย้ี งั มปี จั จยั สิ่งแวดล้อม เช่น เขตการดแู ลผูป้ ่วยไม่มีรว้ั และข้างตึกเป็นป่า หรืออุปกรณต์ ่าง ๆ
ชารดุ เชน่ ประตู

6

3. การป้องกนั ผ้ปู ่วยหลบหนี

จากการศึกษาถงึ สาเหตุ และวธิ กี ารท่ีผู้ป่วยหลบหนี พบวา่ การดูแลและป้องกนั ไม่ใหผ้ ปู้ ่วยหลบหนี
ตอ้ งเรม่ิ จากการที่หนว่ ยงานสร้างความตระหนักใหเ้ กดิ ขน้ึ กับตัวบคุ ลากรในทีมผู้ดูแลรักษาวา่ ผู้ป่วยทุกรายมี
โอกาสหลบหนี หลังจากน้นั ต้องมีมาตรการในการเฝ้าระวัง และเตรยี มความพร้อม การลดและการจัดการกับ
ปจั จัยเส่ยี งตา่ ง ๆ

1. การสรา้ งความตระหนัก
สิ่งแรกท่ีสาคัญในการปูองกันผู้ป่วยหลบหนีคือบุคลากรทุกคนในหน่วยงานมีความตระหนัก และให้

ความสาคัญต่อการดูแลผู้ป่วย ซึ่งบทบาทในการสร้างความตระหนักนี้ ต้องเร่ิมจากหัวหน้าทีมของการ
ปฏิบัติงานแต่ละวัน ท่ีมีหน้าที่ในการกระตุ้นเตือนบุคลากรถึงผลกระทบจากการหลบหนีของผู้ป่วยในระหว่าง
การประชมุ ตึก การสง่ เวร โดยการยา้ บอ่ ยๆเพอื่ ให้เกิดการปฏบิ ัติ ดงั นี้

1.1 บอกสมาชิกว่า ผู้ป่วยทุกคนมีความเสี่ยงต่อการหลบหนี ต้องไม่ไว้ใจผู้ป่วย และการท่ีผู้ป่วย
หลบหนีจะทาให้การทางานประสบความยุ่งยากหลายอย่าง เช่น ต้องมีการออกติดตาม ประสานตารวจและ
ญาติ เขยี นรายงาน ทา Conference ในหอ้ งประชุมใหญ่ และส่งิ สาคัญท่ีสุดคอื ผลกระทบโดยตรงต่อตัวผู้ป่วย
คืออาจไดร้ บั อันตราย นอกจากน้ียังมผี ลทางดา้ นกฎหมาย

1.2 กาหนดวิธีการปฏบิ ตั ิ เช่น เมื่อจะเข้าไปหาผู้ป่วย ตอ้ งลอ็ คประตู และเก็บลูกกุญแจไวท้ ี่ตัว หรอื
ก่อนเปิดประตูเข้าหรือออกให้ผู้ป่วยต้องระวัง ในกรณีท่ีพยาบาลเข้าไปทากิจกรรมในห้องผู้ป่วยแล้วไม่ได้ล็อค
กุญแจประตใู หผ้ ชู้ ่วยเหลือคนไข้เฝ้าระวังประตูทางออกไม่ใหผ้ ู้ป่วยออกได้

1.3 ศึกษาประวัติของผู้ป่วยทุกรายว่าเคยมีประวัติหลบหนีหรือไม่ ถ้าพบในผู้ป่วยรายใดต้องดูแล
ใกล้ชดิ เปน็ พิเศษ

1.4 การจดั ใหม้ เี จา้ หนา้ ที่ 1 คนดแู ลผู้ป่วยอยตู่ ลอดเวลาในช่วงการรบั – ส่ง เวร
1.5 ทีมผูด้ แู ลรักษาตอ้ งใหค้ วามสาคญั กบั ยานพาหนะของตนเองท่ีต้องดบั เครอ่ื ง และลอ็ ครถทกุ ครง้ั
หลงั จากที่หัวหนา้ ทมี ไดส้ รา้ งความตระหนกั ให้กับสมาชิกแลว้ สมาชิกทุกคนต้องมีทักษะ ในการสังเกต
พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ป่วย และมีความไวในการตอบสนองต่อพฤติกรรมที่ผิดปกตินั้น ๆ นอกจากน้ีบุคลากร
ทุกคนต้องมีความรอบคอบ ความรับผิดชอบ และคิดอยู่เสมอว่า ผู้ป่วยมีโอกาสหลบหนีได้ทุกคน โดยสมาชิก
ต้องใช้ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ เวลารับ – ส่ง เวรว่าผู้ป่วยคนไหนมีความเส่ียงต่อการหลบหนี เพื่อความดูแล
อย่างใกล้ชิด
ข้อเสนอจากเจ้าหน้าท่ี ชุมชนบาบัดบ้านแสงตะวันเป็นการดูแลแบบดูแลกันเอง แต่จะให้ผู้ป่วย
รับผดิ ชอบไมไ่ ด้ตอ้ งมเี จา้ หน้าทีค่ อยควบคมุ และกากบั อยตู่ ลอด

2. การสงั เกตสัญญาณเตอื น
หลังจากท่ีบุคลากรทีมผู้ให้การรักษาทุกคนทราบถึงปัจจัยกระตุ้น ท่ีทาให้ผู้ป่วยมีความคิดอยาก

หลบหนีแล้ว ผู้ป่วยบางรายเร่มิ มพี ฤติกรรมบางอย่าง ทส่ี ามารถส่งเปน็ สญั ญาณเตือนทีมผู้ให้การดูแลรักษาเห็น
ได้ก่อนท่ีจะหนีไป ดังนั้นทีมต้องมีความรู้ถึงสัญญาณต่าง ๆ ก่อนผู้ป่วยจะหลบหนี และให้การดูแลผู้ป่วย

7

เหลา่ น้นั เป็นพเิ ศษ ซ่งึ ทีมสามารถสงั เกตไดจ้ าก ท้ังพฤติกรรม คาพูด และอาการผิดปกติตา่ ง ๆ ดงั นี้

จากการทบทวนวรรณกรรม จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

2.1 ด้ า น พ ฤ ติ ก ร ร ม ผู้ ป่ ว ย จ ะ มี 2.1 ด้านพฤตกิ รรม
พฤตกิ รรม ดังน้ี - มองออกไปนอกประตูบ่อย ๆ มองทางบอ่ ย ๆ
- ไมใ่ ห้ความร่วมมือใด ๆ
- ยืนบริเวณหน้าต่าง ชอบมองออกไปนอก - แยกตัว ปฏสิ มั พันธ์กับเพอ่ื นลดลง
ประตบู อ่ ย ๆ มองทางบ่อย ๆ เดนิ ไป เดินมา

- ชอบอาสาช่วยงาน เช่นการนาผ้าถูพื้นไป
เก็บนอกตึก หลังตึก ชว่ ยถอื อุปกรณไ์ ปให้

- บางคนไม่ใหค้ วามรว่ มมือใด ๆ
- สายตามองซ้าย – ขวา บางคนสายตา
วอกแวกเวลาสนทนากับเจ้าหนา้ ที่
- มกี ารสะสม เก็บของทุกช้ิน รองเท้า เส้ือผ้า
เกา่ ๆ
- บางคนกลางคืนไม่นอน จะพยายามงัดแงะ
หนา้ ตา่ ง เพอ่ื หาชอ่ งทางหลบหนี
- ผู้ป่วยที่ไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมกับทางตึก
มัก
- ไม่มีสมาธิ กระวนกระวาย มีความเครียด
เรอ่ื งทางบา้ น
- รวมกล่มุ พูดคยุ ซบุ ซิบกนั แปลก ๆ
- สารวจลูกบิดประตู ท่ีเก็บกุญแจ เวลา
เจา้ หนา้ ทเ่ี ดินไปเปดิ

2.2 ด้านคาพดู 2.2 ด้านคาพูด

- ถามถึงช่องทางต่างๆ เช่น ตึกน้ีอยู่ท่ีไหน - ถามถงึ ชอ่ งทางตา่ งๆ ถึงการหลบหนี

จะเดินออกไปทางไหน แถวนม้ี ีบ้านเช่าหรอื ไม่ - คาพูดท่ีทาให้เจ้าหน้าที่ไว้วางใจ ซึ่งขัดแย้ง

- พูดถึงการกลับบ้านบ่อย ๆ กบั ความเป็นจรงิ

- บ่น กังวล เร่ืองของญาติที่บ้าน เช่น “ใคร - บ่น กงั วล เรอ่ื งของญาตทิ ่ีบ้าน

จะอยกู่ บั แม่ ใครจะดแู ลหมาแมว หนสี้ นิ ภาระต่างๆ - ยนื ยันวา่ จะหลบหนี

มอเตอรไ์ ซด์ สอบถามเอกสารตา่ ง ๆ ยงั อยู่ท่ีบ้าน เป็น

ห่วงไปหมด ”

- คุยนัด แนะกบั ญาติ

นอกจากคาพูดของผู้ป่วยแล้ว ทีมผู้ให้การดูแลรักษา

ควรให้ความสาคัญกับคาพูดของญาติด้วย เช่น เมื่อ

ญาติมาบอกทีมว่ากลัวผู้ป่วยจะหลบหนี ควรส่งต่อ

ข้อมลู ให้กบั ทมี ด้วย

2.3 ด้านอาการท่ผี ิดปกติ

- ผู้ป่วยหลงผดิ เช่น ว่าจะไปเก็บเงินกบู้ ่อยๆ

8

ใหข้ อ้ มูลแล้วไม่รับฟัง
- ผปู้ ่วยบางรายทห่ี นไี ด้โดยที่ไมม่ ีสญั ญาณ

เตอื น ยกตวั อย่างเช่นผปู้ ่วยบางรายว่งิ หนีไป ตอ่
หน้าต่อตา หลงั จากรับประทานขา้ วเสร็จ บอกวา่ “ไม่
ตอ้ งตามผมนะผมจะไปแลว้ ”

เมอ่ื ทีมผูใ้ หก้ ารดูแลรกั ษาผูป้ ่วยได้ทราบถงึ
สัญญาณเตือนในลักษณะต่าง ๆ ของผู้ป่วยแล้ว ทีม
ต้องมีวิธีการเฝ้าระวัง และการเตรียมความพร้อมใน
การดูแลผู้ป่วย เพื่อป้องกันการหลบหนี

-

4. การดแู ลผู้ป่วยที่มคี วามเส่ียงต่อการหลบหนี
- ผู้ป่วยรับใหม่ ทีมการรักษาควรให้ข้อมูลท่ีจาเป็นในการเข้ารับรักษา กฎระเบียบต่าง ๆ กับผู้ป่วย
รวมถงึ ผลกระทบตอ่ ตัวผู้ป่วยและญาติเมื่อผปู้ ่วยหลบหนี
-มีการประเมินความเสย่ี งต่อการหลบหนี เพื่อให้การดแู ลทีแ่ ตกตา่ งกนั โดยแบง่ เป็น 2 ระดับ คอื

คะแนน 2-10 คะแนน = มคี วามเสยี่ งที่จะหลบหนี
คะแนน >10 คะแนน = มีความเส่ยี งท่ีจะหลบหนีสงู

โดยใหก้ ารดแู ลดงั น้ี

9

1. การดูแลทั่วไป
1.1 สง่ ตอ่ ข้อมลู ผปู้ ่วยทีต่ ้องเฝ้าระวงั หลบหนที ุกเวร
1.2 หลงั ส่งเวรมกี ารเดิน Round ตรวจเยีย่ มผู้ป่วยเพื่อประเมนิ ความเส่ียงของการหลบหนที กุ เวร โดย

การประเมนิ อาการทางกาย พูดคุยกับผูป้ ่วย เพื่อประเมินความคิด ความรู้สึกของผปู้ ว่ ย ความเป็นอยขู่ ณะอยู่
โรงพยาบาล เปน็ อยา่ งไร คดิ ถึงบ้านหรอื ไม่ เพือ่ ประเมนิ ภาวะเสย่ี งหลบหนี

1.3 ตรวจนับเช็คยอดทุก 1 ชั่วโมง
1.4 ใส่เสอื้ สเี หลอื งซงึ่ เปน็ สีที่แตกต่างจากสมาชิกท่วั ไป
1.5 จัดส่งิ แวดล้อมใหป้ ลอดภัย ปดิ ชอ่ งทางที่เสย่ี งตอ่ การหลบหนแี ละความแขง็ แรงของโครงสรา้ งใน
หน่วยงาน ล็อกเรอื นนอน (จากัดบริเวณท่ีผู้ปว่ ยอยู่)
1.6 จัดเวรยามสมาชิกคอยสังเกต และสอดส่องผู้ปว่ ย
1.7 เม่อื เข้าไปทากจิ กรรมในหอ้ งผปู้ ่วยต้องล็อคประตหู อ้ งทกุ คร้ัง ถ้าในกรณที ี่ไม่ได้ล็อคประตู ตอ้ ง
จดั ทีมยืนอยู่ทีป่ ระตูอีกคนด้วย
1.8 ชว่ งเวลาทผ่ี ้ปู ่วยอยรู่ วมกนั จานวนมาก เช่น อาบนา้ รับประทานอาหาร เปน็ ช่วงเวลาท่ีผู้ป่วยมี
โอกาสหนีได้บ่อย จดั เจ้าหนา้ ท่ีดูแลผปู้ ่วย
1.9 กรณีทีผ่ ปู้ ่วยกงั วลภาระบางอยา่ ง อนุญาตโทรศพั ท์กลบั ไปคยุ ญาติได้ตามความเหมาะสม
1.10 สนทนาเพ่ือวางแผนให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของผู้ป่วยทุกวัน พร้อมบันทึกทางการ
พยาบาล
1.11 ใช้ระบบ Buddy หมายถึงให้ผู้ป่วยด้วยกันเป็นเพื่อนคอยดูแล ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน การให้
ผู้ป่วยดูแลกันเอง เช่น self help partner หรือ ให้ผู้ป่วยที่อยู่ก่อนสอนผู้ป่วยท่ีมาใหม่ หรือพ่ีสอนน้องว่าอยู่
อย่างไรจะครบ 15 วนั , 120 วนั

2. การดูแลระหวา่ งผปู้ ว่ ยรบั ประทานอาหาร
2.1ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาก คะแนน >10 คะแนน ให้รับประทานอาหารในห้องแยก โดยบอก

เหตผุ ลให้ผู้ป่วยเข้าใจวา่ ทาไมออกไปทานอาหารที่ห้องทานอาหารไมไ่ ด้
2.2 ดแู ลให้ผปู้ ว่ ยรบั ประทานอาหารในบรเิ วณท่ีกาหนดไว้ และมเี จา้ หน้าท่ีคอยดูแลอยูต่ ลอดเวลา เม่ือ

ผูป้ ว่ ยรบั ประทานอาหารเสรจ็ แลว้ ให้เข้าห้องพร้อมกัน
2.3 ควรตรวจตราอปุ กรณท์ ีผ่ ปู้ ่วยสามารถนาไปใช้ในการเปดิ ประตู หลงั รบั ประทานอาหารจะขโมย

ชอ้ นเขา้ ไปเก็บไว้

3. การจดั กิจกรรมกล่มุ
การรกั ษาที่สาคัญคอื การจัดกิจกรรมกลมุ่ บาบัดตา่ ง ๆ ซ่ึงจัดขึ้นในตึกผู้ป่วย นอกจากท่ีทีมผู้รกั ษาต้อง

ดูแลผปู้ ่วยใหอ้ ยู่ในสายตาตลอดเวลา กอ่ นเริ่ม และเลิกกิจกรรม มีการนบั จานวนผูป้ ่วย หรือตรวจเชค็ ช่ือผู้ป่วย
นอกจากน้ยี งั มีกจิ กรรมนอกตึกทผ่ี ปู้ ว่ ยต้องไปทากิจกรรม และมีโอกาสที่จะมีความเสยี่ งต่อการหลบหนไี ด้ เชน่
การขน้ึ ทีมงานต่างๆ โดยมวี ธิ ีการดูแลดังนี้

- ใหผ้ ปู้ ่วยเดนิ นาหน้ามีเจ้าหน้าทเ่ี ดินตามหลัง

10

- ผ้ปู ่วยที่เสยี่ ง และไม่รูเ้ รื่องอยตู่ รงกลาง เมอ่ื ผู้ป่วยวง่ิ หนี ผูป้ ่วยคนท่รี ้เู ร่อื งจะชว่ ยได้
- กาหนดข้อตกลงร่วมกับผู้ป่วยในการปฏิบัติตัว กฎระเบียบต่าง ๆ และหากผู้ป่วยไม่สามารถปฏิบัติได้
ตามนน้ั เขาจะได้รับความช่วยเหลือ
- มีเจ้าหน้าทรี่ ับ-สง่ ผูป้ ่วยทุกคร้งั ไม่อนุญาตใหผ้ ปู้ ว่ ยไปเอง นอกจากน้ียังมีการส่งต่อข้อมูลว่าผู้ป่วยคนใดท่ีมี
ภาวะเสย่ี งหลบหนี
- สาหรับน้องใหม่ มีการทากลมุ่ Entry เพือ่ ให้เข้าถึงผู้ป่วย มีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ป่วย รวมท้ังประเมินปัญหา
ที่ผู้ป่วยมีความกังวลใจ เพื่อส่งต่อทีมสหวิชาชีพในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป หากผู้ป่วยท่ีอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
มาก คะแนน >10 คะแนน ประสานทีมสหวิชาชีพให้มาพบผู้ป่วยภายใน 1 วัน กรณีท่ีผู้ป่วยกังวลภาระ
บางอย่างเกยี่ วกับหนา้ ที่รบั ผิดชอบ/ ภารกิจของผปู้ ่วยก่อนมารกั ษา

4. ญาติ
4.1 งดญาตมิ าเยย่ี มในระยะ entry phase
4.2 หากผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเส่ียงมาก คะแนน >10 คะแนน เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ให้ข้อมูลญาติ เร่ือง

เหตุผล และระยะเวลาที่ผูป้ ่วยต้องรกั ษาตวั และให้ญาติโน้มน้าวผู้ป่วยในการอยู่บาบัดรักษา และให้คาแนะนา
กบั ญาติว่าต้องคัดเลอื กข้อมลู บางอยา่ งในการบอกผู้ป่วยที่จะทาให้ผูป้ ่วยเกิดความวิตกกังวล เครียด อยากกลับ
บา้ น เพราะอาจทาใหผ้ ู้ปว่ ยหลบหนไี ด้

4.3 ตรวจสอบญาติก่อนเข้าเยี่ยมโดยการถามช่ือ และความสัมพันธ์กับผู้ป่วยก่อน หากไม่ใช่ญาติสาย
ตรงไม่อนญุ าตใหย้ ่ยี ม และมีการลงทะเบยี นญาติทีจ่ ะสามารถเย่ียมไวด้ ว้ ยในสมุดคู่มอื โทรศัพท์ของผปู้ ว่ ย

4.4 จัดสถานที่ให้ญาติพบและพูดคุยกันในจุดท่ีบุคลากรในทีมจะสังเกตผู้ป่วยและญาติ ให้อยู่ใน
สายตาไดต้ ลอด

4.5 ใหข้ อ้ มูลญาติ เรอ่ื งระยะเวลาทีผ่ ปู้ ่วยตอ้ งรักษาตวั
4.6 ให้คาแนะนากับญาติว่าต้องคัดเลือกข้อมูลบางอย่างในการบอกผู้ป่วย เพราะอาจทาให้ผู้ป่วยมี
อาการแย่ลงได้ เช่น ญาติมาเยี่ยมแล้วเล่าเร่ืองเหตุการณ์ทางบ้านบางอย่างให้ผู้ป่วยทราบ เช่น ญาติตาย ของ
หาย ทาให้ผู้ป่วยเกิดความวติ กกังวล เครียด อยากกลับไปบา้ น

5. สถานท่ี
ทีมผู้รักษาต้องมีทักษะในการสงั เกต และจัดการสถานที่ให้มีความปลอดภัย ลดปัจจยั เสี่ยงตา่ ง ๆ เช่น
5.1 มีการเชค็ อปุ กรณ์ต่าง ๆ ทอี่ าจนามาเปน็ ส่งิ งดั แงะได้ เชน่ ชอ้ น หรือกุญแจ
5.2 เก็บกุญแจห้องต่าง ๆ ไว้ในทม่ี ดิ ชดิ และไม่ให้ผปู้ ่วยสามารถหยบิ ไดง้ ่าย
5.3 ปดิ ก้ันเสน้ ทางทผี่ ปู้ ่วยใช้เปน็ ชอ่ งทางหลบหนีได้

6. การจัดการเพอ่ื ลดความเครยี ด
6.1 จัดหอ้ งให้ผู้ปว่ ยดูโทรทศั น์ เพือ่ คลายความเครียด
6.2 สาหรับคนทต่ี ดิ บหุ รี่ ให้เบกิ นา้ ยาอมอดบหุ ร่ี หรือหมากฝรั่งนโิ คติน ได้ตลอดตามท่ีผปู้ ่วยตอ้ งการ
6.3 จัดกิจกรรมให้เล่นกฬี ากลางแจง้ ซึ่งพบว่าชว่ ยลดความเครยี ดในผูป้ ่วยตดิ สารเสพ

11

5. การปฏบิ ัติเมื่อผปู้ ่วยหลบหนี

1. เปา่ นกหวดี ใหผ้ ู้ป่วยรวมตัวกันเพ่ือตรวจนบั ยอดผู้ปว่ ย
2. แจง้ รปภ. เพ่ือออกคน้ หาและตดิ ตามผู้ปว่ ยเบือ้ งต้น
3. โทรศัพท์แจ้ง 191 เพ่ือแจ้งความเบ้ืองต้นก่อนดาเนินการแจ้งความอีกครั้งที่สถานีตารวจ (แจ้งรายละเอียด
ผ้ปู ว่ ยทหี่ ลบหนี โดยแจ้งจานวนผ้ปู ่วยหลบหนี, ช่ือ-สกลุ , อายุ, มาจากคุมประพฤตจิ ังหวัด....., ลกั ษณะการแต่ง
กายขณะหลบหนโี ดยระบุให้ละเอยี ด, เส้นทางทผี่ ปู้ ว่ ยหลบหนีพรอ้ มเวลาในการหลบหนี)
4. รายงานแพทยเ์ วรและเวรตรวจการณร์ บั ทราบเพ่อื แจ้งสถานการณ์ผู้ปว่ ยหลบหนี
5. เตรียมเอกสารเพือ่ ดาเนินการแจง้ ความทสี่ ถานตี ารวจ โดยมีเอกสารดงั นี้ คือ สาเนาใบแจง้ ความแทนจานวน
2 ชุด, สาเนาผลการตรวจพิสูจน์และการกาหนดการฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จานวน 2 ชุด/1คน, รูป
ถ่ายพร้อมระบุลักษณะการแต่งกายขณะหลบหนีโดยละเอียด จานวน 2 ชุด/1คน, บัตรประชาชนเจ้าหน้าท่ีผู้
แจ้งความและพยาน, สาเนาใบขอใหศ้ าลส่งตวั เขา้ รับการฟ้ืนฟูสมรรถภาพของเจ้าพนักงานสอบสวน จานวน 2
ชดุ /1คน (เฉพาะกรณผี ู้ป่วยหลบหนี 3 คนขึน้ ไป), รูปถ่ายเพ่ือเปน็ หลักฐาน กรณีที่ผู้ป่วยมีการทาลายทรัพย์สิน
ของทางราชการ 2 ชดุ
6. ประสานพนกั งานขบั รถเพ่ือขอรถในการเดินทางไปแจ้งความ
7. ดาเนนิ การแจ้งความทส่ี ถานีตารวจภธู รตามข้ันตอน โดยเจา้ หนา้ ท่ีเวรประจาวัน 2 คน
8. ประสานสานักงานคมุ ประพฤติต้นสังกัดของผปู้ ่วยเพ่ือรายงานรายละเอียดการหลบหนี
9. แจ้งญาตผิ ปู้ ่วยเพอ่ื รับทราบ
10. ดาเนินการรายงานการหลบหนสี ่งผู้บงั คบั บญั ชาตามข้ันตอน
11. ดาเนนิ การทารายงานการประเมินการหลบหนขี องผู้ป่วยสง่ สานกั งานคุมประพฤตติ ้นสงั กัดตามข้ันตอน
12 กรณีรบั ผปู้ ่วยกลบั มาจากสถานตี ารวจ เนื่องจากจับกุมตวั ได้แลว้

- รายงานแพทย์เวรและเวรตรวจการณ์กอ่ นดาเนินการรบั ผ้ปู ่วย
- ประสานพนกั งานขับรถเพ่อื ขอรถในการเดนิ ทางไปรับผู้ป่วย
- ลงบันทกึ ประจาวนั เบื้องต้นเพื่อเป็นหลกั ฐานในการทีผ่ ูป้ ่วยหลบหนีออกนอกสถานบาบดั (กรณี
ยงั ไมไ่ ดด้ าเนนิ การแจ้งความ)
- พูดคยุ กับผู้ป่วยเบือ้ งตน้ และรับผูป้ ว่ ยกลับมาจากสถานีตารวจ
- ตรวจคน้ รา่ งกายผปู้ ่วยรวมถงึ ซักประวัตกิ ารหลบหนเี พอ่ื ประเมนิ คัดกรองผูป้ ่วยเบอ้ื งต้น
หลงั จากออกนอกสถานบาบัด
- พดู คยุ /เปิดโอกาสใหผ้ ปู้ ่วยไดร้ ะบายความรู้สึก สาเหตขุ องการหลบหนี การคน้ หาปัญหาผปู้ ว่ ย
เพ่ือส่งตอ่ ทีมสหวิชาชีพในการชว่ ยเหลือตามขั้นตอนตอ่ ไป
- อธบิ ายผ้ปู ว่ ยเกย่ี วกบั ความช่วยเหลือท่ผี ู้ป่วยจะไดร้ บั จากการหลบหนีตามเคร่ืองมอื บา้ นของ
ชมุ ชนบาบัด รวมถงึ การพจิ ารณาขยายระยะเวลาการบาบัดรกั ษา
- ประสานสานกั งานคมุ ประพฤตติ น้ สังกัดหลังจากรับตวั ผปู้ ว่ ยกลบั มา พรอ้ มท้ังประสานเรื่องการ
ทารายงานเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาการบาบัดรกั ษา

12

- ประสานญาติผู้ป่วยเพ่ือแจ้งให้ทราบกรณีรับตัวผู้ป่วยกลับมาแล้ว พร้อมท้ังผู้ป่วยสามารถโทรศัพท์
คยุ กับญาตไิ ดห้ ากผปู้ ว่ ยมคี วามประสงค์และพร้อมจะคยุ กับญาติ
- ประเมินความพรอ้ มในการรับการชว่ ยเหลอื ตามเครือ่ งมือบ้าน
- ดาเนินการรับความช่วยเหลือตามเคร่ืองมือบ้าน โดยทากลุ่ม Family Haircut และแจ้งการรับ
โปรแกรมการชว่ ยเหลือ

13

บรรณานุกรม
รวบรวมความรจู้ าก
1. จากผลการศกึ ษา ได้แก่

San Martin L, Walsh H, Santerre M, Fortkiewicz J, Nicholson L. Creation of a "Patient"
Hospital Escape Room Experience to Reduce Harm and Improve Quality of Care. J Nurs Care
Qual. 2021 Jan-Mar 01;36(1):38-42. doi: 10.1097/NCQ.0000000000000485. PMID: 32282503.

ธารง ทัศนาญชลี.2529 . ผู้ป่วยจิตเวชหลบหนี . วารสารกรมการแพทย์ . กระทรวงสาธารณสุข : 11( 4) .
หน้า 223-228

ประทุม พลไทย.2541.สาเหตุการหลบหนขี องผ้ปู ่วยจิตเวช. โรงพยาบาลสวนสราญรมย์. สุราษฎร์ธานี.
พฒั นา แก้ววริ ัตน์.2530. รายงานการหลบหนีของผปู้ ่วยจิตเวช. วารสารสวนปรุง.เชียงใหม่ :3 (3).หนา้ 17 - 40

มงคล ศิริเทพทวี อัญชลี วิจิตรพอทักษ์กุล.2539. การศึกษาผู้ป่วยจิตเวชหลบหนีโรงพยาบาล สมเด็จ
เจา้ พระยา. กรงุ เทพมหานคร.

สมจินต์ อรุณปลอด, รน่ื ฤดี ล้มิ ฉาย และศนั สนีย์ ประชมุ ศร.ี 2541. การศกึ ษาปจั จัยที่มีอิทธิพลต่อ การ
หลบหนีของผ้ปู ว่ ยจิตเวชทว่ั ไปในโรงพยาบาลสมเดจ็ เจา้ พระยา. วารสารสขุ ภาพจิตและ จติ เวช. : 2 (1).หน้า 6 -15

สุมาลี สัยยะสิทธิพานิชย์.2531. การศึกษาผู้ป่วยหลบหนีในโรงพยาบาลสวนปรุง เชียงใหม่. วารสาร
สวนปรงุ . : 4(2).หน้า 1 - 18

เสงี่ยม สารบณั ฑิตกลุ ละเอียด ปญั โญใหญ่ นวลจันทร์ มาตยภูธร วัชนี หัตถพนม.2534. การศึกษาการ
หลบหนขี องผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลจติ เวชขอนแกน่ .ขอนแกน่ .

2. จากประสบการณ์ความรู้ของบคุ ลากรโรงพยาบาลธัญญารกั ษ์แม่ฮอ่ งสอน ตามวนั และเวลาดงั น้ี

คร้งั ที่ 1 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 และ คร้งั ที่ 2 วนั ที่ 2 พฤษภาคม 2565 โดยมผี ู้เข้ารว่ ม ดังน้ี

1. นายณัฐพล โกมลรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชานาญการ

2. นางวรานิษฐ์ อทิ ธภิ กั ดพี ันธ์ พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ

3. นางอาทิตา กจิ ทาทอง พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ

4. นายวรเชษฐ์ นิยมวงษ์ พยาบาลวิชาชพี ชานาญการ

5. นางสาวกิ่งกาญจน์ สุนภาวรานนท์ พยาบาลวิชาชพี ชานาญการ

6. นางสาวนวรตั น์ วงศไ์ ชย พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ

7. นางสาวณฐิกา พรมเลศิ พยาบาลวิชาชีพชานาญการ

8. นางสาวอนัญพร ผดงุ กจิ พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ

9. นายศภุ กร จนั ทร์เหมอื น พยาบาลวิชาชีพปฏิบตั ิการ

10. นายภาณวุ ัฒน์ มเี ดช พยาบาลวิชาชพี ปฏบิ ัตกิ าร

11. นางสาวปยิ าภรณ์ หลักม่ัน พยาบาลวิชาชพี ปฏบิ ัตกิ าร

12. นางสาวนนทธ์ ชิ า อินทนนท์ พยาบาลวิชาชพี ปฏบิ ัติการ

13. นางสาวสริ ินดา แข่เจรญิ พยาบาลวิชาชีพปฏบิ ตั กิ าร

14

14. นางวาศณิ ี มานะตา พยาบาลวชิ าชีพปฏบิ ัติการ
15. นางสาวดจุ ลดา แกว้ มติ ร พยาบาลวิชาชพี ปฏิบัตกิ าร
16. นายกรวิทย์ มุ่งเจริญ พนักงานช่วยการพยาบาล
17. นางสาวอัมพร จับใจนาย พนกั งานช่วยการพยาบาล
18. นายสุพันธ์ สริ ิวญิ ญู พนักงานช่วยการพยาบาล
19. นายรัฐภมู ิ นาธานทิพย์ ผู้ชว่ ยเหลือคนไข้
20. นายคมกริบ ผกาดวงมาลย์ ผ้ชู ว่ ยเหลือคนไข้
21. นายนฐั พล บอ่ แก้ว ผู้ชว่ ยผูน้ ากลุม่ กิจกรรมบาบัด
22. นายอคั รเดช เสาร์นาง ผชู้ ่วยผู้นากลมุ่ กจิ กรรมบาบดั
23. นายสทิ ธวิ ชั ร์ กัณฑา พนกั งานช่วยการพยาบาล
24. นางอุบล มณจี นั ทร์ พนักงานช่วยการพยาบาล
25. นายศุภชยั คงมมี ิตร พนักงานชว่ ยการพยาบาล

15

ภาคผนวก

16

เกณฑ์การเฝา้ ระวงั ก
แบบประเมนิ เพ่ือเฝ้าระวงั ผู้ป่วยท

วนั ที่ 1 2 3

คะแนน

1. มีประวตั หิ ลบหนี/หลบหนไี ม่สาเร็จขณะบาบดั 10

2. ไม่เต็มใจอยู่โรงพยาบาล/รบเรา้ ขอกลับบา้ น 6

3. มีความวติ กกังวลเกยี่ วกบั หน้าท่รี บั ผิดชอบ/ 2

ภารกิจของผู้ป่วยก่อนมารักษา

4. แสดงพฤติกรรมวางแผนจะหลบหนี เช่น 4

สะสมของใช้ ซุกซ่อนเสอ้ื ผ้า

5. มหี ูแว่วสงั่ ให้ออกจากโรงพยาบาล 2

รวมคะแนน

ผปู้ ระเมิน

การแปลผล มีความเส่ยี งตอ่ การหลบหนี คะแนน 2-10 คะแนน

มีความเสี่ยงสูงต่อการหลบหนี คะแนน > 10 คะแนน

อา้ งองิ จาก สถาบันบาบัดรักษาและฟ้นื ฟูผตู้ ิดยาเสพตดิ แห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธ
คู่มอื การปฏิบตั ิงานสาหรับพยาบาล เรอื่ ง การใชแ้ บบประเมนิ ความเสยี่ งสาหรับผู้ปว่ ยยาและสารเสพตดิ (V


ทม่ี ีความเสีย่ งหลบหนี (Escape)
3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14

ติดสต๊ิกเกอร์

ธารณสขุ . (2563).
VESA).



แนวทางการดูแลผ้ปู ่วยท่ีมคี

มีความเส่ยี งต่อการหลบหนี คะแนน 2-10 คะแนน

1. ส่งตอ่ ข้อมลู ผปู้ ่วยทตี่ อ้ งเฝา้ ระวงั หลบหนีทุกเวร
2. หลังส่งเวรมีการเดนิ Round ตรวจเยยี่ มผปู้ ่วยเพ่อื ประเมนิ ความเสี่ยงของการหลบหนีทุกเวร โดยการ
ประเมนิ อาการทางกาย พูดคยุ กับผู้ปว่ ย เพื่อประเมินความคดิ ความร้สู ึกของผ้ปู ว่ ย ความเปน็ อยู่ขณะอย
โรงพยาบาล เปน็ อยา่ งไร คิดถึงบา้ นหรือไม่ เพอื่ ประเมนิ ภาวะเสย่ี งหลบหนี
3. ตรวจนับเช็คยอดทกุ 1 ช่วั โมง
4. ใส่เส้อื สเี หลืองซง่ึ เป็นสีทแ่ี ตกตา่ งจากสมาชิกท่ัวไป
5. จดั สิ่งแวดลอ้ มให้ปลอดภัย ปดิ ช่องทางที่เส่ยี งตอ่ การหลบหนแี ละความแข็งแรงของโครสรา้ งในหนว่ ยง
ลอ็ กเรอื นนอน (จากดั บริเวณทผ่ี ูป้ ว่ ยอย่)ู
6. จดั เวรยามสมาชิกคอยสงั เกต และสอดส่องผู้ป่วย
7. มีการทากลุ่ม Entry เพือ่ ใหเ้ ข้าถงึ ผ้ปู ่วย มสี มั พันธภาพท่ีดตี อ่ ผปู้ ่วย รวมท้งั ประเมนิ ปัญหาทผี่ ู้ป่วยมคี ว
กงั วลใจ เพอื่ ส่งต่อทีมสหวชิ าชพี ในการดูแลชว่ ยเหลือผู้ปว่ ยต่อไป
8. ใหข้ อ้ มูลทจี่ าเปน็ ในการเข้ารบั รกั ษา กฎระเบียบตา่ ง ๆ กบั ผูป้ ่วย กฎหมาย พรบ. รวมถึงผลกระทบตอ่
ตวั ผปู้ ว่ ยและญาติเมือ่ ผปู้ ่วยหลบหนี
9. กรณที ี่ผูป้ ว่ ยกังวลภาระบางอยา่ ง อนญุ าตโทรศัพทก์ ลับไปคยุ ญาตไิ ดต้ ามความเหมาะสม
10. สนทนาเพ่ือวางแผนใหค้ วามช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของผู้ป่วยทุกวนั พร้อมบนั ทึกทางการพยาบ
11. จัดหอ้ งใหผ้ ูป้ ว่ ยดูโทรทศั น์ เพอ่ื คลายความเครยี ด
12. สาหรบั คนท่ีตดิ บหุ ร่ี ใหเ้ บิกนา้ ยาอมอดบหุ รี่ หรือหมากฝรงั่ นิโคตนิ ไดต้ ลอดตามท่ผี ปู้ ว่ ยตอ้ งการ
13. ดแู ลใหผ้ ปู้ ่วยรับประทานอาหารในบรเิ วณที่กาหนดไว้ และมเี จา้ หนา้ ท่คี อยดแู ลอยตู่ ลอดเวลา เมอ่ื
ผู้ปว่ ยรบั ประทานอาหารเสรจ็ แลว้ ให้เข้าหอ้ งพร้อมกัน
14. งดญาตมิ าเยยี่ มในระยะ entry phase
15. ใชร้ ะบบ Buddy หมายถงึ ให้ผู้ปว่ ยด้วยกนั เป็นเพอื่ นคอยดูแล ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกัน
16.ตรวจเช็คอปุ กรณต์ ่าง ๆ ที่อาจนามาเป็นสง่ิ งัดแงะได้ทกุ เวรดกึ


ความเสย่ี งสูงต่อการหลบหนี

มคี วามเสี่ยงต่อการหลบหนี คะแนน 2-10 คะแนน

ทาตามข้อ 1-16 เพิม่ เตมิ

ยู่ 17. ให้รบั ประทานอาหารในห้องแยก โดยบอกเหตผุ ลให้ผู้ป่วยเขา้ ใจวา่ ทาไมออกไปทานอาหารที่

หอ้ งทานอาหารไมไ่ ด้
18. ประสานทมี สหวิชาชพี ใหม้ าพบผู้ปว่ ยภายใน 1 วัน กรณที ผ่ี ปู้ ว่ ยกงั วลภาระบางอยา่ งเกยี่ วกับ
หน้าท่ีรับผดิ ชอบ/ ภารกจิ ของผู้ปว่ ยก่อนมารกั ษา
งาน 19. เจา้ หนา้ ทโี่ ทรศพั ทใ์ ห้ขอ้ มลู ญาติ เร่อื งเหตผุ ล และระยะเวลาท่ีผปู้ ่วยตอ้ งรักษาตัว และใหญ้ าติ
โน้มนา้ วผู้ป่วยในการอยู่บาบดั รกั ษา และให้คาแนะนากับญาติว่าตอ้ งคดั เลอื กข้อมูลบางอยา่ งใน
การบอกผูป้ ่วยทจ่ี ะทาให้ผปู้ ่วยเกิดความวิตกกังวล เครยี ด อยากกลบั บ้าน เพราะอาจทาใหผ้ ู้ปว่ ย
วาม หลบหนไี ด้



บาล

แบบประเมนิ ผู้ป่วยที่มคี วามเสย่ี งในการหลบหนีใน

เกณฑ์ในการประเมินผปู้ ว่ ยทม่ี ีความเสย่ี งหลบหนี วธิ ีการประเมิน
1. อยูใ่ นระยะ Recovery phase และ Re-entry phase 1.ถ้าผูป้ ว่ ยมตี ามรายการประ
2. ไดร้ ับโปรแกรม shot down ช่วยเหลอื ไดแ้ ก่ กฎหลัก 15
3. ไดร้ ับขา่ วรา้ ยจากทบ่ี ้าน 2. ถา้ ผปู้ ว่ ยมีตามรายการประ
4. มพี ฤตกิ รรมที่เสย่ี งตอ่ การหลบหนี ดา้ นพฤตกิ รรม และคาพดู off การประเมนิ
3. ถ้าผู้ป่วยมตี ามรายการประ

รายการประเมิน คะแนน 1 2 3 4 5 6 7

วันท่ี

1.ผปู้ ่วยทเ่ี ปน็ โปรแกรม shot down

(ประเมินตามจานวนวนั ทไี่ ด้รบั )

กฎหลกั 6

กฎรอง 4

2. มีพฤติกรรมท่ีเสีย่ งตอ่ การหลบหนี (10)

-ดา้ นพฤตกิ รรม เชน่ 5

(ไมใ่ ห้ความร่วมมอื ในการทากจิ กรรม,

แยกตวั , ปฏิสมั พนั ธก์ บั เพ่ือนลดลง, มอง

ออกไปนอกประตบู อ่ ย ๆ มองทางบ่อย ๆ,

รวมกลมุ่ พดู คุยซบุ ซบิ กันแปลก ๆ ,มี

พฤติกรรมสะสมสง่ิ ของเพอื่ เตรียมการหลบหนี

, ไมม่ สี มาธิ, กระวนกระวาย)

-คาพดู เชน่ (บน่ กังวล, ถามถงึ ช่องทางต่างๆ 5
ถึงการหลบหน,ี อยากไปอยทู่ อ่ี นื่ ,ยืนยันว่าจะ
หลบหนี) 10
1
3. ผูป้ ว่ ยติดต่อญาติและพดู คุยนัด แนะกบั 31
ญาตเิ กี่ยวกับการหลบหนี

4. ผ้ปู ่วยมีประวัตหิ ลบหนสี าเร็จ

รวม

ผปู้ ระเมนิ


นระยะ Recovery phase และ Re-entry phase

ะเมนิ ดงั ข้อท่ี 1 คอื ได้รบั โปรแกรม ใหป้ ระเมนิ ความเสยี่ งในการหลบหนจี นครบโปรแกรมการ
5 วัน กฎรอง 8 วัน day วันท่ีปลดโปรแกรมหากไม่มขี อ้ ท่ี 2 และ 3 off การประเมิน
ะเมินดงั ขอ้ ที่ 2 และ 4 ให้ประเมนิ ตดิ ตามอยา่ งตอ่ เน่อื ง จนกวา่ จะมคี ะแนน ≤5 ตดิ ตอ่ 5 วนั

ะเมนิ ดงั ข้อท่ี 3 อยา่ งเดยี ว ให้ประเมนิ ตดิ ตอ่ กนั 7 วนั off การประเมิน

8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23

คะแนน ≤5 เกณฑ์การแปลผล
มีความเส่ียงต่อการหลบหนีต่า 1. คะแนน ≤5 คะแนน = มีควา
2. คะแนน 6-9 คะแนน = มคี วาม
3. คะแนน ≥10 คะแนน = มคี วาม

คะแนน 6
มีความเส่ียงต่อการหล

1.ส่งต่อข้อมูลผปู้ ่วยทตี่ ้องเฝา้ ระวงั หลบหนที ุกเวร ปฏบิ ตั ิตามข้อ 1-6 เพิ่มข
7. จัด Buddy ให้ผปู้ ว่ ย แ
2. Ex-on พูดคยุ กับผู้ปว่ ย เพื่อประเมนิ ความคิด ละครัง้ ต่อ ex-on
ความรู้สึกของผู้ป่วย วนั ละ 1 คร้ัง และรายงาน
staff on
3. ช่วงเวลาทีผ่ ปู้ ่วยอยูร่ วมกนั จานวนมาก เช่น
อาบน้า รบั ประทานอาหาร เป็นช่วงเวลาที่ผ้ปู ่วย
มโี อกาสหนีได้บอ่ ย จัดเจ้าหน้าทีด่ ูแลผู้ปว่ ย
4. กรณที ีผ่ ู้ปว่ ยกังวลภาระบางอย่าง อนุญาต
โทรศพั ท์กลับไปคุยญาติไดต้ ามความเหมาะสม
5. สนทนาเพอ่ื วางแผนให้ความชว่ ยเหลอื ตาม
สภาพปัญหาของผูป้ ่วยทกุ วนั พรอ้ มบนั ทกึ
ทางการพยาบาล (ป.2)
6. ตรวจนับยอดทกุ 1 ช่วั โมง



ามเสย่ี งต่อการหลบหนีต่า
มเส่ียงตอ่ การหลบหนปี านกลาง
มเสยี่ งตอ่ การหลบหนสี ูง

6-9 คะแนน ≥10
ลบหนีปานกลาง มคี วามเส่ียงต่อการหลบหนสี ูง

ข้อ 7 ปฏบิ ัตติ ามข้อ 1-7 เพ่ิม
และรายงานวนั 8. ให้ Buddy ใหผ้ ปู้ ่วยรายงาน Ex-on
เวรละครั้ง Ex-on พูดคุยกับผู้ปว่ ย เพ่อื
ประเมินความคิด ความรูส้ ึกของผปู้ ่วย
เวรละ 1 ครง้ั เวรดึก 07.30 น. เวรเช้า
และเวรบา่ ยตามเวลาทส่ี ะดวก
9. มีสญั ลกั ษณ์ ตดิ ชาท เพอ่ื การดแู ลที่
พเิ ศษ
10. จากัดพนื้ ท่ใี นการทากิจกรรม เช่น
งดลงทีมงาน ทากจิ กรรมภายในตึก
11. มเี จา้ หน้าท่ีดแู ลผู้ป่วยทกุ กจิ กรรม
12. ตรวจนับเชค็ ยอดทุก 1/2 ช่วั โมง
13. กรณที ่ีไมส่ ามารถควบคุมพฤติกรรม
ได้ จัดให้อยู่ห้องพกั ใจแลว้ ล็อก


Click to View FlipBook Version