หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 11
การสบื คน้ ความเป็นมาของทอ้ งถ่นิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นวเิ คราะห์วธิ กี ารสืบค้นความเป็นมาของท้องถ่ินได้
2. นักเรียนรวบรวมขอ้ มลู จากแหล่งตา่ งๆ เพ่ือตอบคาถามทางประวตั ิศาสตรอ์ ย่างมเี หตผุ ลได้
3. นักเรยี นค้นหาวธิ ีการสบื ค้นทางประวตั ศิ าสตรไ์ ด้
การสืบคน้ ความเป็นมาของทอ้ งถิ่น
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
วิธีการสบื คน้ ความเป็นมาของท้องถิ่น
ความจริงกับข้อเท็จจรงิ ทางประวัตศิ าสตร์
ข้ันตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์
วิธีการทางประวัติศาสตร์ เป็นกระบวนการศึกษาประวัติศาสตร์ เพ่ือให้ได้ความรู้และ
คาตอบที่เช่ือว่าจะสามารถสะท้อนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอดีตได้ถูกต้องมากท่ีสุด เนื่องจากหลักฐาน
เกยี่ วกับอดีตประเภทต่าง ๆ มีจานวนมากและหลากหลาย ประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในอดีต
นน้ั สว่ นใหญห่ ่างไกลจากปจั จุบนั
นอกจากน้ี บางคร้ังยังพบว่าหลักฐานท่ีเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เดียวกัน มีข้อมูลขัดแย้งกัน
ดังนนั้ ผู้ศึกษาจงึ ตอ้ งใชเ้ หตผุ ลในการตรวจสอบความถกู ต้องของหลักฐานและนาไปใช้อย่างถูกต้อง
โดยปราศจากอคติ
ดังน้ัน วิธีการศึกษาซ่ึงเรียกว่า วิธีการทางประวัติศาสตร์ จึงมีความสาคัญในการสร้าง
องคค์ วามรู้ทางประวตั ิศาสตร์
ขนั้ ตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์
วิธีการทางประวัติศาสตร์ หมายถึง วิธีการหรือขั้นตอนต่าง ๆ ท่ีใช้ใน
การศึกษาค้นคว้า วิจัย เกี่ยวกับเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอาศัยจาก
หลักฐานท่ีเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสาคัญ ประกอบกับหลักฐานอ่ืน ๆ เช่น ภาพถ่าย
แถบบันทึกเสียง วีดิทัศน์ หลักฐานโบราณคดี เป็นต้น ท้ังน้ีเพื่อให้สามารถร้ือฟื้นอดีต
หรือจาลองอดตี ข้ึนมาใหม่ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องสมบูรณ์และน่าเช่อื ถือ
ข้นั ตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์
ข้นั ตอนวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ ประกอบดว้ ย 5 ข้ันตอน ดงั น้ี
5 เรยี บเรยี งเรอื่ งราวจากข้อมลู
ทร่ี วบรวมได้ และนาเสนอ
4 นาขอ้ มลู ที่ตรวจสอบแล้วมาวเิ คราะห์
และแยกแยะประเภท
3 ตรวจสอบข้อมูล
2 รวบรวมขอ้ มูลจากหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์
1 ตัง้ คาถามหรือกาหนดเร่ืองทจี่ ะศึกษา