การวางแผนการทดลอง
หนว่ ยที่ 6
การวางแผนการทดลอง
สาระการเรยี นรู้
การวางแผนการทดลอง
1. ความหมายของการวางแผนการทดลอง
2. ประโยชนข์ องการวางแผนการทดลอง
3. ศพั ท์ที่เกี่ยวข้องกับแผนการทดลอง
4. ขั้นตอนในการวางแผนการทดลอง
5. ประเภทของแบบแผนการทดลอง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความหมายของการวางแบบแผนการทดลองได้
2. บอกประโยชน์ของการวางแผนการทดลองได้
3. อธิบายคาศัพท์ทเี่ ก่ียวข้องกับแผนการทดลองได้
4. บอกข้ันตอนในการวางแผนการทดลองได้
5. บอกประเภทของแบบแผนการทดลองได้
6. สามารถเลือกแบบการทดลองไดอ้ ย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
แนวคิด
การวางแผนการทดลอง หมายถึง การเตรียมเพ่ือดาเนนิ การทดลอง ในการแสวงหาความรู้
ความจริงจากสิง่ ที่สนใจศึกษา ซ่ึงเปน็ สว่ นหน่ึงของการวิจยั เชิงทดลอง (Experimental Research)
ดงั นั้น การวางแผนการทดลอง จึงเปน็ ศาสตร์แขนงหนึ่งทเ่ี กี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีไดจ้ ากการ
ทดลอง โดยใชว้ ธิ กี ารทางสถิติที่เหมาะสมสอดคลอ้ งกบั ลักษณะข้อมลู ในการหาคาตอบของประเดน็
ปัญหาท่ีสนใจ หรอื แสวงหาความจรงิ ใหม่
182
การวางแผนการทดลอง
183
ประโยชนข์ องการวางแผนการทดลอง
1. การวางแผนทด่ี จี ะช่วยให้ได้ข้อมลู ท่ีดี
2. ขอ้ มูลที่ได้สามารถนาไปวเิ คราะห์ทางสถิติได้อยา่ งมรประสิทธิภาพ
3. ทาใหผ้ ลลัพธ์ท่ไี ดเ้ ปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์หรือเปา้ หมายทตี่ ้องการ
4. การเลอื กใช้แบบแผนการทดลองทเ่ี หมาะสมจะทาใหไ้ ด้ขอ้ มูลทีด่ ี และเปน็ ขนั้ ตอนท่ี
สาคญั ของหารวางแผนเพื่อดาเนินการทดลอง
ขัน้ ตอนของการวางแผนการทดลอง
1. กาหนดปญั หาท่ตี ้องการศึกษาทดลอง เปน็ การกาหนดเรื่องและขอบเขตของเรื่อง ท่ี
ตอ้ งการทดลอง
2. กาหนดวัตถปุ ระสงคข์ องการทดลอง และกาหนดสมมติฐานที่ตอ้ งการทดสอบ ให้
สอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์
3. กาหนดหรอื สมุ่ ระดบั ของทรตี เมนตท์ ี่จะใช้ในการทดลอง เพ่ือให้ทราบแบบจาลองของการ
ทดลองวา่ ควรเปน็ แบบจาลองแบบใด
4. เลอื กแผนการทดลองและเทคนคิ ที่เหมาะสมกบั การทดลอง
5. ดาเนนิ การทดลองตามที่ได้วางแผนไว้ เพื่อเกบ็ รวบรวมข้อมลู เพื่อวเิ คราะห์และทดสอบผล
ท่ีได้จากการทดลอง
6. สรปุ ผลการทดลอง และแปลความหมายของผลการทดลอง
7. ประเมนิ คุณค่า (Evaluation) ของการทดลอง โดยเปรียบเทียบกับการทดลองอ่ืน ๆ ใน
ปญั หาเดียวกันหรือคล้ายคลงึ กนั
5. ประเภทของแบบแผนการทดลอง
การกาหนดรปู แบบการทดลองทเี่ หมาะสมกบั หนว่ ยทดลอง (Experimental Unit) และสิง่
ทดลอง (Treatment) ถอื เปน็ ข้นั ตอนหนงึ่ ในการวางแผนการทดลอง เพื่อจะนาไปสผู่ ลการทดลองท่ี
ถกู ต้องและเช่อื ถือได้ ประเภทของแบบแผนการทดลอง ประกอบดว้ ยดงั น้ี (Available on :
www.sytsma.com และ http://web.cortland.edu)
1. แบบแผนการทดลองขน้ั ตน้ (Pre – Experimental Design) ไดแก
1.1 One – Shot Case Study
1.2 One Group Pretest Posttest Design
1.3 Static Group Comparison
การวางแผนการทดลอง 184
2. แบบแผนการทดลองจรงิ (True – Experimental Design) ไดแก
2.1 Posttest – Only Control Group Design
2.2 Pretest Posttest Control Group Design
2.3 Solomon Four Group Design
3. แบบแผนการทดลองก่ึงการทดลอง (Quasi – Experimental Design) ไดแก
3.1 Quasi – Equivalent Control Group Design
3.2 Time Series Design
3.3 Multiple Time Series Design
4. แบบแผนการทดลองอื่น ๆ ไดแก
4.1 One – Shot Repeated Measures Design
4.2 Randomized Groups Repeated Measures Design
4.3 Latin Square Design
การวางแผนการทดลอง
185
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
คาชแี้ จง ข้อสอบปรนัยมีจานวน 8 ข้อ ใหน้ กั ศึกษาเลือกคาตอบท่ถี ูกท่สี ุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ข้อใดหมายถึงการวางแผนการทดลอง
ก. การดาเนนิ การตามขนั้ ตอนในการทดลอง
ข. การแสวงหาความรู้ ความจริงอยา่ งมหี ลกั การ
ค. การวจิ ยั โดยใชก้ ารทดลอง
ง. การเตรยี มการเพื่อดาเนินการทดลอง
จ. การเลือกใชแ้ บบแผนการทดลองท่ีเหมาะสม
2. ขอ้ ใดไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การวางแผนการทดลอง
ก. ทรีตเมนต์
ข. หนว่ ยทดลอง
ค. ความคลาดเคลื่อนของการทดลอง
ง. การสุ่ม
จ. โครงสรา้ งของแบบจาลอง
3. ขอ้ ใดเปน็ ทรตี เมนต์
ก. นา้ หนกั ของปลาทีเ่ ปล่ยี นแปลงไป
ข. อัตราการเจริญเตบิ โต
ค. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
ง. วธิ กี ารสอนที่ตา่ งกนั
จ. หน่วยทดลอง
4. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนข์ องการวางแผนการทดลอง
ก. ทาให้ได้ขอ้ มลู ที่มีคุณภาพ
ข. เกดิ วิธกี ารทดลองใหม่ๆ
ค. ไดผ้ ลลพั ธข์ องข้อมูลตามวตั ถุประสงค์
ง. ไดร้ ูปแบบการการวิจยั เชิงทดลองทีม่ ีคณุ ภาพ
จ. ทาใหก้ ารทดลองงา่ ยข้ึน
การวางแผนการทดลอง
186
5. ขอ้ ใดไมเ่ ป็นความแปรผันภายในหน่วยทดลอง (Inherent Variability)
ก. น้าหนกั ของส่ิงทดลองตา่ งกัน
ข. เพศต่างกัน
ค. พันธต์ ่างกนั
ง. เวลาในการเก็บข้อมูลต่างกนั
จ. ระดบั การศกึ ษาตา่ งกัน
6. ข้อใดคือประโยชนข์ องการส่มุ ขอ้ มลู เพื่อการทดลอง
ก. เพ่อื ป้องกนั คือลาเอียงของการทดลอง
ข. เพื่อเลือกแบบแผนการทดลองทเ่ี หมาะสม
ค. เพอ่ื เกบ็ ข้อมลู ได้ง่าย
ง. เพื่อผลท่ีไดม้ ีความเหมาะสม
จ. เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ ปญั หาในการทดลอง
7. การวางแผนการทดลอง ควรเรม่ิ จากขั้นตอนใด
ก. กาหนดปัญหาที่ต้องการศึกษา
ข. กาหนดจุดประสงคก์ ารทดลอง
ค. เลอื กแบบแผนการทดลอง
ง. ดาเนนิ การทดลอง รวบรวมข้อมลู
จ. วเิ คราะห์ข้อมลู ก่อนการทดลอง
8. ถา้ ต้องการเปรียบเทยี บวิธกี ารสอนของครูควรใชแ้ บบแผนการทดลองใดเหมาะสมทส่ี ุด
ก. แบบแผนการทดลองขน้ั ต้น (Pre – Experimental Design)
ข. แบบแผนการทดลองจริง (True – Experimental Design) ไดแก
ค. แบบแผนการทดลองกึ่งการทดลอง (Quasi – Experimental Design
ง. One – Shot Repeated Measures Design
จ. Latin Square Design
การวางแผนการทดลอง
187
แบบแผนการทดลอง
1. ความหมายของการวางแผนการทดลอง
การวางแผนการทดลอง (Experimental Design) เป็นการเตรยี มเพ่ือดาเนนิ การทดลอง ใน
การแสวงหาความรู้ ความจริงจากสงิ่ ที่สนใจศึกษา ซึ่งเปน็ ส่วนหนึ่งของการวจิ ัยเชิงทดลอง
(Experimental Research) ดังนน้ั การวางแผนการทดลอง จงึ เป็นศาสตร์แขนงหน่งึ ทเ่ี ก่ียวข้องกับ
การวิเคราะห์ข้อมลู ทไ่ี ด้จากการทดลอง โดยใชว้ ธิ ีการทางสถติ ิทเ่ี หมาะสมสอดคลอ้ งกบั ลักษณะข้อมลู
ในการหาคาตอบของประเดน็ ปัญหาทส่ี นใจ หรือแสวงหาความจริงใหม่ ๆ
2. ประโยชนข์ องการวางแผนการทดลอง
1. การวางแผนทดี่ ีจะชว่ ยให้ได้ข้อมูลที่ดี
2. ขอ้ มลู ที่ไดส้ ามารถนาไปวเิ คราะห์ทางสถิติได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
3. ทาให้ผลลัพธท์ ่ีไดเ้ ป็นไปตามวัตถปุ ระสงคห์ รอื เปา้ หมายท่ตี ้องการ
4. การเลือกใช้แบบแผนการทดลองท่ีเหมาะสมจะทาใหไ้ ด้ขอ้ มูลท่ดี ี และเป็นข้ันตอนท่ี
สาคญั ของการวางแผนเพ่ือดาเนินการทดลอง
3. ศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ งกับแผนการทดลอง
3.1 สงิ่ ทดลองหรือทรีตเมนต์ (Treatment) หมายถงึ วธิ ีการหรอื สิง่ ทีป่ ฏบิ ตั ิต่อหนว่ ย
ทดลอง เพอ่ื นาผลที่ไดม้ าเปรียบเทียบกันตามวตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา เชน่ ฟารม์ เล้ียงหมู ต้องการ
ทดลองการเจรญิ เตบิ โตของหมู จากการใช้อาหารที่แตกตา่ งกัน 3 ชนดิ คอื รา ผักต้ม และ อาหาร
สาเรจ็ รูป อาหารทัง้ 3 ชนิดนจี้ ะถือว่าเป็นทรีตเมนต์ หรือในการศึกษาการเจริญเตบิ โตของลกู ปลานิล
โดยเลย้ี งดว้ ยอาหารสาเร็จรปู 3 ยหี่ ้อ อาหารสาเร็จรปู ทัง้ 3 ยีห่ อ้ คือ ทรตี เมนต์ของการ
3.2 หนว่ ยทดลอง (Experimental Unit) หมายถึง หน่วยท่เี ปน็ กลุ่มตวั อย่าง สาหรับใชใ้ น
การทดลองของแตล่ ะทรีตเมนต์ เช่น ปลาในบ่อ (หน่วยทดลอง) ไดร้ ับอาหารชนดิ เดียวกันทงั้ บ่อ ซง่ึ
ผลทเ่ี กิดจากหน่วยทดลองจะนามาเปรียบเทียบกับอิทธพิ ลของสิง่ ทดลอง บางคร้งั อาจสุ่มเก็บข้อมูล
บางส่วนจากหน่วยทดลองก็ได้ เชน่ การส่มุ ปลาจากบอ่ มา 10 ตัว เพือ่ วัดค่าทตี่ ้องการศกึ ษาหรือ
สังเกต หนว่ ยทดลองบางสว่ นท่ีสุ่มมาเรยี กวา่ หน่วยสมุ่
3.3 ความคลาดเคลื่อนของการทดลอง (Experimental Error) คอื ความแตกตา่ งระหว่าง
ค่าสงั เกตของหนว่ ยทดลองท่ีไดร้ ับทรตี เมนต์อย่างเดียวกนั ซงึ่ โดยทฤษฎแี ลว้ หนว่ ยทดลองท่ไี ดร้ บั
ทรีตเมนต์อยา่ งเดียวกนั ควรจะใหค้ า่ สงั เกตทเี่ ท่ากัน แตใ่ นทางปฏิบัติ คา่ สังเกตทไี่ ดจ้ ะไม่เทา่ กนั ซง่ึ มี
สาเหตุใหญ่ ๆ 2 สาเหตุ คือ
การวางแผนการทดลอง
188
1. ความผันแปรเกดิ ข้ึนภายในหน่วยทดลอง (Inherent Variability) เป็นความผนั
แปรทีเ่ กิดขึน้ จากความแตกต่างของหนว่ ยทดลองอยแู่ ลว้ เชน่ เพศแตกตา่ งกนั พนั ธุ์แตกต่างกัน
นา้ หนักเร่ิมตน้ แตกตา่ งกนั หรือ แปลงทดลองท่ใี ช้ในการปลูกพชื มคี วามอุดมสมบรู ณ์แตกตา่ งกัน
2. ความผนั แปรท่ีเกดิ ขึ้นภายนอกหน่วยทดลอง (Extraneous Variability) เป็น
ความผันแปรท่เี กิดขน้ึ ในขณะท่ีทาการทดลอง ซ่ึงอาจจะเกิดจากความผดิ พลาดของผทู้ ดลองเอง โดย
การขาดความระมดั ระวงั ในการเกบ็ คา่ สังเกต การปฏิบัตทิ ่ไี มส่ มา่ เสมอ หรอื การปฏิบัตทิ ่ีไม่เหมือนกนั
เช่น การให้อาหารสัตวท์ ดลองในจานวนที่ไมเ่ ท่ากนั การชงั่ น้าหนกั สตั วท์ ดลองในชว่ งเวลาที่
ตา่ งกัน บางตวั ชง่ั นา้ หนกั ในตอนเช้า และบางตวั ชั่งน้าหนกั ในตอนเยน็ หรอื อาจจะเกดิ จากการใช้
เครือ่ งมอื ที่ไม่ไดม้ าตรฐาน การขาดความละเอียดรอบคอบในการบันทึกข้อมลู หรืออาจจะเกดิ จาก
สิ่งแวดลอ้ มแตกต่างกัน เชน่ หนว่ ยทดลองไดร้ บั อุณหภมู ิไม่เท่ากัน
ความผนั แปรเหล่านีจ้ ะมีปรากฏอยู่ในงานทดลองทกุ สาขา ความผนั แปรบางอยา่ ง ผทู้ ดลอง
สามารถควบคุมได้ในขณะท่ีความผนั แปรบางอยา่ งก็ควบคุมไม่ได้ แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม ในการทดลองเรา
จะต้องพยายามควบคุมให้เกิดความผนั แปรน้อยที่สุดเทา่ ที่จะเปน็ ไปได้ ซง่ึ ทาได้ดงั นี้
1. เลอื กใช้แผนการทดลองทส่ี อดคล้องและเหมาะสมกบั ลักษณะขอ้ มูล
2. เลือกใชว้ ธิ กี ารทางสถติ ิทเ่ี หมาะสมในการวเิ คราะห์ข้อมูล เพื่อใหไ้ ด้ค่าท่ถี ูกต้อง)
3. เลือกใชข้ นาดและรูปรา่ งของสภาพแวดล้อม อุปกรณ์ที่เหมาะสม ซึง่ ในการ
ทดลองแต่ละสาขาจะไม่เหมือนกัน ผู้ทดลองจึงต้องคน้ ควา้ หาความร้จู ากการทดลองเกา่ ๆ ในเรอื่ งน้ัน
ซง่ึ มีผทู้ าการทดลองไว้แลว้ เชน่ จานวนปลาทดลองตอ่ ปริมาตรของบ่อทดลอง
4. ผทู้ าการทดลอง ต้องใช้ความระมัดระวงั รอบคอบและมีความสมา่ เสมอระหวา่ ง
การทดลอง
3.4 การสุ่ม (Randomization) หมายถงึ การจดั ใหแ้ ตล่ ะหนว่ ยทดลองมีโอกาสทีจ่ ะไดร้ บั
ทรตี เมนต์อยา่ งเท่า ๆ กัน ซ่ึงมวี ัตถปุ ระสงค์ คือ
1. เพอ่ื ขจดั อคติ หรอื ความลาเอียง (Bias) ของผู้ทดลอง และทาให้เกดิ ความม่ันใจ
ว่าแต่ละทรตี เมนตไ์ ม่ไดเ้ ปรียบหรือเสียเปรียบกันในเรื่องที่เก่ียวกับการทดลอง
2. เพ่อื ให้เปน็ ไปตามข้อกาหนดของการวเิ คราะหค์ วามแปรปรวน คือ ความคลาด
เคลอื่ นต้องมีการแจกแจงแบบปกตแิ ละเปน็ อิสระต่อกนั (Normally and Independently
Distribution : NID)
วธิ กี ารสุ่ม สามารถทาไดห้ ลายวิธี ดงั น้ี
1. การจบั สลาก เปน็ วธิ ที ง่ี า่ ยในทางปฏิบัติ สามารถทาไดร้ วดเรว็ นิยมใช้ในกรณีท่ีมี
หน่วยทดลองไม่มากนัก
การวางแผนการทดลอง
189
2. ใช้ตารางเลขสุม่ นิยมใชใ้ นกรณีท่มี ีหน่วยทดลองมาก ๆ ซง่ึ การจบั สลากจะไม่
สะดวก
3.5 การทาซา้ (Replication) คอื การจัดทรีตเมนต์หนง่ึ ๆ ลงในหนว่ ยทดลองหลายคร้ัง
เช่น ในการทดลองอาหารสตั ว์ เราใหอ้ าหาร A แก่สตั วต์ วั หนึง่ การทดลองนีจ้ ะไม่มีการทาซา้ แต่ถา้ ให้
อาหาร A กบั สัตวม์ ากกวา่ 1 ตัวขึน้ ไป กจ็ ะมีการซา้ เกิดขนึ้ ประโยชน์ของการทาซา้
1) สามารถประมาณคา่ ความคลาดเคล่ือนของการทดลองได้ นน่ั คือ ทราบค่าเฉลี่ย
ของความคลาดเคล่อื นกาลังสอง (Mean Square Error : MSE) เพื่อนาไปใช้ในการทดสอบความ
แตกตา่ งระหวา่ งทรีตเมนต์
2) เพื่อเพ่มิ ความเทยี่ งตรงและแม่นยาใหก้ บั การทดลอง
4. ข้ันตอนของการวางแผนการทดลอง
การวางแผนการทดลองแบบ มขี ้นั ตอน ดังน้ี
1. กาหนดปญั หาท่ีต้องการศึกษาทดลอง เป็นการกาหนดเร่ืองและขอบเขตของเร่ือง ท่ี
ต้องการทดลอง
2. กาหนดวตั ถุประสงคข์ องการทดลอง และกาหนดสมมติฐานทีต่ ้องการทดสอบ ให้
สอดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงค์
3. กาหนดหรอื สมุ่ ระดบั ของทรีตเมนตท์ ีจ่ ะใช้ในการทดลอง เพอ่ื ให้ทราบแบบจาลองของการ
ทดลองวา่ ควรเปน็ แบบจาลองแบบใด
4. เลือกแผนการทดลองและเทคนคิ ท่ีเหมาะสมกับการทดลอง
5. ดาเนนิ การทดลองตามทไ่ี ด้วางแผนไว้ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพ่ือวิเคราะห์และทดสอบผล
ท่ีไดจ้ ากการทดลอง
6. สรุปผลการทดลอง และแปลความหมายของผลการทดลอง
7. ประเมนิ คุณคา่ (Evaluation) ของการทดลอง โดยเปรียบเทียบกับการทดลองอื่น ๆ ใน
ปญั หาเดียวกนั หรอื คลา้ ยคลึงกัน
5. ประเภทของแบบแผนการทดลอง
การกาหนดรูปแบบการทดลองทเ่ี หมาะสมกบั หนว่ ยทดลอง (Experimental Unit) และส่ิง
ทดลอง (Treatment) ถือเปน็ ข้ันตอนหน่งึ ในการวางแผนการทดลอง เพื่อจะนาไปสผู่ ลการทดลองที่
ถูกต้องและเชอื่ ถือได้ ประเภทของแบบแผนการทดลอง ประกอบด้วยดงั นี้ (Available on :
www.sytsma.com และ http://web.cortland.edu)
การวางแผนการทดลอง
190
1. แบบแผนการทดลองขน้ั ตน้ (Pre – Experimental Design) ไดแก
1.1 One – Shot Case Study
1.2 One Group Pretest Posttest Design
1.3 Static Group Comparison
2. แบบแผนการทดลองจรงิ (True – Experimental Design) ไดแก
2.1 Posttest-Only Control Group Design
2.2 Pretest Posttest Control Group Design
2.3 Solomon Four Group Design
3. แบบแผนการทดลองกึ่งการทดลอง (Quas i– Experimental Design) ไดแก
3.1 Quasi – Equivalent Control Group Design
3.2 Time Series Design
3.3 Multiple Time Series Design
4. แบบแผนการทดลองอ่ืน ๆ ไดแก
4.1 One – Shot Repeated Measures Design
4.2 Randomized Groups Repeated Measures Design
4.3 Latin Square Design
สัญลกั ษณ์ที่ใช้ในแผนการทดลอง มดี ังนี้
E หมายถงึ กลุ่มทดลอง (Experimental Group)
C หมายถงึ กลุ่มควบคุม (Control Group)
X หมายถึง ส่ิงทดลองหรือทรีตเมนต์ (Treatment)
O1 หมายถงึ การสังเกต (หรือการวดั ผล) ก่อนการทดลอง (Pre-Observation)
O2 หมายถงึ การสังเกต (หรือการวดั ผล) หลงั การทดลอง (Post-Observation)
R หมายถึง การสุม (Random)
1. แบบแผนการทดลองข้ันตน้ (Pre – Experimental Design)
แบบแผนการทดลองข้ันตน้ (Pre – Experimental Design) เป็นแบบแผนขนั้ พ้ืนฐานของ
การ วิจยั เชิงทดลอง เพื่อใช้ในการวางแผนการทดลอง โดยมุ่งเนน้ การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของตัว
แปรตาม อันเน่ืองมาจากอิทธิพลของตวั แปรอิสระหรอื ตัวแปรต้น แบงออกเปน็ 3 แบบ ไดแก่
การวางแผนการทดลอง
191
1.1 One – Shot Case Study
รูปแบบการทดลอง
กลุ่มทดลอง ทรตี เมนต์ สอบหลังเรียน
E X O2
แบบแผนการทดลองแบบ One – Shot Case Study มงุ่ เน้นการวิจัยเชงิ ทดลองกบั กลุ่ม
ทดลองเพียงกลุ่มเดยี วเท่าน้นั โดยดาเนินการทดลองแล้วศึกษาผลท่ีเกิดขนึ้ กับตัวแปรตาม ว่าเกดิ การ
เปลี่ยนแปลงหรือไม อย่างไร ปญั หาของแบบแผนการทดลองแบบนี้คือ ไมม่ ีกลุ่มควบคุมและ ไมมีการ
ทดสอบก่อนการทดลอง ผลทีเ่ กดิ ขึ้นกับตวั แปรตามจึงคาดเดาไดยาก ว่าเป็นผลเกดิ จากอิทธพิ ลใด
เชน่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผูเรียนทเี่ รยี นด้วยโปรแกรมช่วยสอน ถ้าใช้แบบแผนการทดลองแบบ
One – Shot Case Study จะไมมกี ารทดสอบกอ่ นเรยี น แต่มีการทดสอบหลงั เรียน ดังนั้น
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของผูเรียนทเ่ี กิดจากการเรยี นด้วยโปรแกรมช่วยสอน (X) จงึ สรปุ ไมได
แน่นอนวา่ เกิดจากประสิทธิภาพของโปรแกรมชว่ ยสอนหรอื เกดิ จากผู้เรยี นทเ่ี ป็นกลุ่มทดลอง (E) ทา
ให้ เป็นจุดออ่ นของแบบแผนการทดลองแบบน้ี แตแ่ บบแผนการทดลองน้ีสามารถดาเนินการทดลอง
ไดงา่ ย มีขน้ั ตอนไมยุ่งยาก
1.2 One Group Pretest Posttest Design
รปู แบบการทดลอง
กลมุ่ ทดลอง สอบก่อนเรยี น ทรตี เมนต์ สอบหลังเรียน
E O1 X O2
แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest Posttest Design มงุ่ เนน้ การดาเนินการ
ทดลองกบั กลุ่มทดลองเพียงกลุ่มเดียว แตด่ าเนนิ การสงั เกต (Observation) ผู้เขา้ รว่ มการทดลอง
ก่อนและหลังการทดลอง (O1 และ O2 ) หลงั จากน้นั จึงนาผลทไ่ี ดจากการวัดหรือการสังเกตไป
เปรยี บเทยี บกัน เพื่อทดสอบดูว่าแตกต่างกนั หรอื ไม อย่างไร เชน่ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของผูท่ี
เรยี นด้วยโปรแกรมช่วยสอน ถ้าใช้แบบแผนการทดลองแบบนแี้ สดงว่ามกี ารสังเกตก่อนและหลังการ
เรียนดว้ ยโปรแกรมช่วยสอน (X) จานวน 2 ครงั้ ดว้ ยกัน ซ่ึงในกรณีน้ี O1 อาจเป็นแบบทดสอบก่อน
เรียน (Pretest) และ O2 อาจเป็นแบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) จึงสามารถนาคะแนนจากการ
สังเกตทั้ง 2 ครงั้ ไปเปรยี บเทียบกัน ผลคะแนนทเ่ี พิ่มข้ึนอาจจะสรุป ไดวา่ เป็นผลมาจากอิทธิพลของ
การเรยี นด้วยโปรแกรมช่วยสอน
การวางแผนการทดลอง
192
1.3 Static Group Comparison
รูปแบบการทดลอง
กลุ่มทดลอง ทรีตเมนต์ สอบหลังเรยี น
E X O2
C - O2
แบบแผนการทดลองแบบ Static Group Comparison เป็นการแบงกลุ่มตัวอย่าง
ออกเป็น 2 กลุ่ม ไดแก กลุ่มทดลอง (E) และกลุ่มควบคุม (C) ทาการทดลองเฉพาะกลุ่มทดลองโดย
ไมมีการวัดหรือสังเกตใด ๆ ก่อนการทดลอง สวนกลุ่มควบคุมไมไดถูกกระทาใด ๆ เพียงแต่มีการ
ควบคุมตัวแปรแทรกซ้อนไมให้ส่งผลต่อตัวแปรตาม หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองจึงทาการวัดหรือ
สังเกต (O2 ) เพ่ือเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม เพ่ือสรุปผลอิทธิพล
ของตวั แปรอสิ ระหรือตวั แปรต้น ท่ีมีต่อตัวแปรตาม ข้อจากัดของแบบแผนการทดลองแบบนี้ คือ ไมมี
การวัดหรือสังเกตใด ๆ ก่อนการทดลอง เช่นเดียวกันกับแบบแผนการทดลองแบบ One – Shot
Case Study จึงสรุปผลของการเปล่ียนแปลงไดยาก วาการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นของตัวแปรตามนั้น
เป็นผลมาจากอทิ ธิพลของตัวแปรอิสระหรือ ตัวแปรต้นท่ีเกิดจากการกระทาในการทดลองหรือไม แต่
มีข้อดีกว่าแบบแผนการทดลองแบบ One – Shot Case Study ที่สามารถนาผลการทดลองของ
กลุ่มทดลองไปเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมได เช่น การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผู
เรียน ท่ีเรียนด้วยโปรแกรมช่วยสอน ถ้าใช้แบบแผนการทดลองแบบนี้ จะต้องแบ่งผู้เรียนออกเป็น
2 กลมุ่ ไดแก กลมุ่ ทดลอง (E) ซง่ึ เป็นกลุ่มทเ่ี รียนดว้ ยโปรแกรมชว่ ยสอน และกลุ่มควบคุม (C) ซึ่ง เป็น
กลุ่มท่ีเรียนด้วยวิธีปกติ (สอนโดยผู้สอน) ภายหลังจากเสร็จสิ้นการทดลองจะมีการสังเกตผลการ
ทดลองท้งั 2 กลมุ่ น่ันคือ ทาการทดสอบหลังเรียน (O2 ) ซ่ึงสามารถนาผลการทดสอบหลังเรียน ของ
ผูเรียนท้ัง 2 กลุ่ม ไปเปรียบเทียบกันได ผลการเปรียบเทียบการทดสอบหลังเรียนจะได ข้อสรุปถึง
ความแตกต่างของการเรียนโดยใช้โปรแกรมช่วยสอน ว่าให้ผลแตกต่างจากการเรียนด้วยวิธีปกติ
หรอื ไม่
2. แบบแผนการทดลองจริง (True – Experimental Design)
แบบแผนการทดลองจริง (True – Experimental Design) มงุ่ เน้นการวิจัยเชิงทดลองแบบ
เต็ม รูปแบบ กล่าวคือ มกี ารสุมกลุ่มตวั อยา่ งเพ่ือใหเ้ กิดการกระจายของกลุมทดลองและกลุ่มควบคมุ
ใหค้ รอบคลมุ ประชากรทั้งหมด รวมทั้งมีการควบคมุ ตวั แปรอสิ ระหรือตวั แปรต้น และมีการสร้างกลุ่ม
เพือ่ เปรียบเทยี บผลการทดลอง แบงออกเป็น 3 แบบ ไดแก
การวางแผนการทดลอง
193
2.1 Posttest – Only Control Group Design
รูปแบบการทดลอง
กลุ่มทดลอง ทรตี เมนต์ สอบหลังเรียน
O2
ER X O2
CR -
แบบแผนการทดลองแบบ Posttest – Only Control Group Design มชี อื่ เรียก
อกี อย่างหนึ่งวา่ Random Group Design มลี กั ษณะคล้ายกบั แบบแผนการทดลองแบบ One –
Shot Case Study แต่เพมิ่ กลมุ่ ควบคมุ ในการทดลองอกี 1 กลมุ่ โดยทงั้ 2 กลมุ่ เกิดจากการสมุ่ จาก
กลุ่มประชากรที่มีคุณลกั ษณะคลา้ ยกนั และมจี านวนเทา่ กัน ดาเนนิ การทดลอง โดยใหก้ ลมุ่ ทดลอง
(ER) ไดร้ บั ทรตี เมนต์ (X) สว่ นกลุ่มควบคมุ (CR) ไม่ไดร้ บั การกระทาใด ๆ ภายหลงั จากเสร็จสิน้ การ
ทดลองจึง วดั ผลการเปลยี่ นแปลงทงั้ 2 กลมุ่ (O2) ด้วยเครอ่ื งมือวัด เพ่ือเปรยี บเทียบผลทเ่ี กิดข้นึ
ระหว่างกล่มุ ทดลองกบั กล่มุ ควบคมุ ซึ่งเป็นการเปรยี บเทยี บผลที่เกดิ ขน้ึ ระหวา่ งกลุ่ม สว่ นผลที่เกิดขึน้
ภายในกลุ่มทดลองและกล่มุ ควบคุม จะไม่สามารถศกึ ษาในส่วนน้ไี ด้ เนอ่ื งจากไม่มกี ารวัดกอ่ นการ
ทดลอง (O1)
2.2 Pretest Posttest Control Group Design
รปู แบบการทดลอง
กลมุ่ ทดลอง สอบก่อนเรียน ทรตี เมนต์ สอบหลังเรียน
O2
ER O1 X O2
CR O1 -
แบบแผนการทดลองแบบ Pretest Posttest Control Group Design มุง่ เนน้ การทดลอง
กับกลมุ่ ตัวอยา่ งท่ีเกดิ จากการสุ่มจากกลมุ่ ประชากรจานวน 2 กลุ่มดว้ ยกนั ได้แก่ กลุ่มทดลอง (ER)
และกลมุ่ ควบคุม (CR) โดยให้กลมุ่ ตัวอยา่ งทม่ี ลี ักษณะเหมือนกนั ไดม้ ีโอกาสเข้ารว่ มท้ัง 2กล่มุ อย่าง
เทา่ เทยี มกัน กอ่ นเริม่ การทดลองทัง้ 2 กลุ่มจะถกู วัดหรือสังเกตคา่ กอ่ นการทดลอง (O1) หลังจากนน้ั
จงึ เริ่มกระบวนการทดลอง โดยกลมุ่ ทดลองจะถกู กระทาด้วยทรตี เมนต์ (X) ในขณะทก่ี ลุ่มควบคมุ
ไม่ได้ถูกกระทาใดๆ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทดลองแลว้ จงึ วัดดว้ ยเครื่องมอื อกี คร้ังทง้ั สองกลมุ่
(O2) แลว้ นาผลการทดลองไปเปรยี บเทยี บกัน
แบบแผนการทดลองแบบนี้ เปน็ แบบแผนทีไ่ ดร้ บั ความนิยมในการวจิ ัยเชงิ ทดลองมากอีก
แบบหน่ึง เน่ืองจากสามารถควบคมตัวแปรแทรกซ้อนได้ดีกว่าแบบแผนการทดลองทผี่ า่ มา และ
การวางแผนการทดลอง
194
ยงั สามารถเปรยี บเทยี บผลที่เกดิ ขน้ึ ไดท้ งั้ ภายในกลมุ่ และระหวา่ งกลมุ่ ไดด้ ้วย อีกทัง้ ยังสามารถ
ประยกุ ตใ์ ช้ไดก้ บั กลุ่มตวั อย่างหลายๆ กลุ่ม ดงั ตวั อย่าง
ตัวอย่าง
หนว่ ยทดลอง สอบกอ่ นเรยี น ทรตี เมนต์ สอบหลงั เรยี น
E1R O1 X1 O2
E2R O1 X2 O2
E3R O1 X3 O2
CR O1 - O2
โดยท่ี X1 X2 และ X3 เปน็ สิ่งทดลองท่ีแตกต่างกนั ออกไป ในแตล่ ะหนว่ ยทดลอง ภายใต้
สภาพแวดล้อมเหมือน ๆ กัน หลงั จากนั้นจึงนาผลไปเปรยี บเทยี บกนั ทัง้ 4 กลุ่ม
2.3 Solomon Four Group Design
รปู แบบการทดลอง
หนว่ ยทดลอง กอ่ นทดลอง ทรีตเมนต์ หลังทดลอง
E1R O1 X1 O2
C1R O1 - O2
E2R - X1 O2
C2R - - O2
แบบแผนการทดลองแบบ Solomon Four Group Design เป็นการทดลองที่ผนวกแบบ
แผนการทดลองแบบ Pretest Posttest Control Group Design กับ Posttest – Only Control
Group Design เข้าด้วยกนั โดยแบง่ กลุ่มตวั อยา่ งออกเป็น 4 กลมุ่ จานวนเทา่ ๆ กนั ไดแ้ ก่ กลุ่ม
ทดลองและกลุ่มควบคุมอย่างละ 2 กลุ่ม โดยใช้วธิ ีการสุ่ม เพ่ือกระจายกลุม่ ตวั อย่างให้มีโอกาสได้
เขา้ รว่ มในกลุ่มตา่ ง ๆ อยา่ งเท่าเทยี มกนั และดาเนนิ การทดลองครงั้ เดียวพรอ้ ม ๆ กันตามแบบ
แผนการทดลองท่แี สดงไว้ เพื่อให้เกดิ ความมนั่ ใจว่าสามารถควบคุมตวั แปรแทรกซ้อนและปัญหา
อื่นๆ ได้ท้ังหมด เมอื่ ดาเนินการทดลองเสร็จสิน้ แลว้ นาผลการทดลองท้ัง 4 กลุ่มมาเปรยี บเทยี บกนั
และสรปุ ผลตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
ข้อจากดั ของแบบแผนการทดลองแบบ Solomon Four Group Design กค็ อื จะตอ้ งเตรียม
กลุ่มตัวอย่างที่มีคุณลักษณะเหมือนกันเป็นจานวนมาก และกลุ่มตัวอย่างต้องมาจากการสุ่มจากกลุ่ม
ประชากร แบบแผนการทดลองนี้ ทาให้การวจิ ยั บางเรื่องไม่สามารถหาจานวนประชากรไดเ้ พยี งพอ
การวางแผนการทดลอง
195
3. แบบแผนการทดลองกึ่งการทดลอง (Quasi – Experimental Design)
แบบแผนการทดลองก่ึงการทดลอง (Quasi – Experimental Design) เป็นแบบแผนการ
ทดลองท่ีมุ่งเน้นการดาเนินการใด ๆ เพ่ือควบคุมตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น กับ การสร้างกลุ่ม
ควบคุมเพอื่ เปรียบเทยี บผลการทดลอง โดยไมม่ กี ารสมุ่ ให้กลุ่มตัวอยา่ งแตอ่ ย่างใด แบ่งได้ดงั นี้
3.1 Quasi – Equivalent Control Group Design
รูปแบบการทดลอง
กลมุ่ ทดลอง สอบกอ่ นเรยี น ทรตี เมนต์ สอบหลังเรยี น
E O1 X O2
C O1 - O2
แบบแผนการทดลองแบบ Quasi – Equivalent Control Group Design มีลักษณะ
คล้ายกับแบบแผนการทดลองแบบ Posttest – Only Control Group Design แต่แบบแผนการ
ทดลองแบบน้ีมุ่งเน้นการวิจัยก่ึงทดลองโดยมีกลุ่มควบคุมอีก 1 กลุ่ม ท่ีมีจานวนเท่ากัน เพื่อใช้
เปรยี บเทียบผลการทดลอง ก่อนการทดลองต้องมีการวัดหรือสังเกต (O1) ข้อมูลท้ัง 2 กลุ่ม หลังจาก
จากน้ันจึงทาการทดลองกับกุล่มทดลอง ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้กระทาใด ๆ เช่นเดียวกันกับแบบ
แผนการทดลองแบบ Posttest – Only Control Group Design ภายหลังเสร็จส้ินการทดลองก็วัด
หรือสังเกต (O2) ข้อมูลทั้งสองกลุ่ม แล้วนาผลไปเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม หากพบ
ความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขน้ึ กส็ ามารถสรปุ ได้วา่ เป็นผลมาจากตัวแปรอิสระหรือตวั แปรต้นนัน่ เอง
ข้อจากดั ของแบบแผนการทดลองแบบน้ี คือ กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการทดลองไม่ได้มาจากการ
สุ่ม หรือกลุ่มตัวอย่างไม่ได้มาจากการสุ่มจากกลุ่มท่ีมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมกลุ่มทดลอง
แตกต่างจากแบบแผนการทดลองแบบ Posttest – Only Control Group Design ซึ่งประชากรท้ัง
2 กลุ่มเกิดจากการสุ่มมาจากประชากรกลุ่มเดียวกันท่ีมีคุณลักษณะคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตามแบบ
แผนการทดลองแบบนี้จะกระทาได้ง่ายกว่า จึงเหมาะสาหรับประชากรจานวนน้อย ๆ โดยไม่สามารถ
คดั เลือกเป็นกล่มุ ตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มได้
3.2 Time Series Design
รูปแบบการทดลอง
E O10 O11 O12 X O20 O21 O22
แบบแผนการทดลองแบบ Time Series Design เป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยเก็บข้อมูลหลาย
ครั้ง ในช่วงเวลาท่ีต่างกันท้ังก่อนและหลังการทดลอง ทาให้ทราบพันนาการของกลุ่มทดลองใน
ช่วงเวลาท่ีตา่ งกนั เชน่ การศึกษาพันนาการเรอ่ื งการเขยี นโปรแกรมของผ้เู รียน ซง่ึ กอ่ นท่จี ะทาการ
การวางแผนการทดลอง 196
ทดลอง เร่ิมต้นด้วยการวัดหรือสังเกตผู้เรียนเป็นระยะ ๆ คือ 3 เดือน (O10) 1 เดือน (O11) และ 2 วัน
(O12) ก่อนการเข้ารบั การฝกึ อบรมการเขยี นโปรแกรม ภายหลงั จากเสร็จส้ินการอบรม (X) ก็ทาการวัด
หรือสังเกตผู้เรียนเป็นระยะ ๆ เช่นเดียวกันกับก่อนฝึกอบรมอีก 3 ครั้งด้วยกัน คือ 2 วัน (O20) 1
เดือน (O21) และ 3 เดือน (O22) หลังจากนั้น จึงนาข้อมูลไปวิเคราะห์ จะทาให้ทราบพันนาการของ
กล่มุ ทดลองวา่ มกี ารเปล่ียนแปลงอย่างไร
3.3 Multiple Time Series Design
รปู แบบการทดลอง
E O10 O11 O12 X O20 O21 O22
C O10 O11 O12 - O20 O21 O22
แบบแผนการทดลองแบบ Multiple Time Series Design เปน็ การวจิ ยั ก่งึ ทดลองโดยเกบ็
ข้อมลู หลายครั้งในชว่ งเวลาตา่ งกันและมีกลุม่ ควบคมุ มีลกั ษณะใกล้เคยี งกับแบบแผนการทดลอง
แบบ Time Series Design เพยี งแต่มีกลุ่มควบคุมในกระบวนการทดลอง แตไ่ มไ่ ด้กระทาใด ๆ
กับกลมุ่ ควบคุม โดยมกี ารวดั และสงั เกตทัง้ กลุ่มทดลองและกลมุ่ ควบคุม เป็นระยะๆ ก่อนการ
ทดลอง และหลังเสร็จส้นิ การทดลองแล้วจึงมีการวัดและสงั เกตเป็นระยะอีกครงั้ หน่ึง แล้วนาผล
การทดลองไปเปรยี บเทยี บกนั ทั้งกอ่ นและหลังการทดลอง รวมทงั้ เปรยี บเทยี บระหว่างกลมุ่
ทดลองกบั กลุ่มควบคุม
4. แบบแผนการทดลองอื่น ๆ
แบบแผนการทดลองอนื่ ๆ ทใี่ ชใ้ นการวิจยั เชิงทดลอง ทว่ั ไปไดแ้ ก่
4.1 One – Shot Repeated Measures Design
รปู แบบการทดลอง
E - X O2 X O2 X O2
แบบแผนการทดลองแบบ One – Shot Repeated Measured Design เป็นแบบแผนการ
ทดลองท่ีประยุกตม์ าจากแบบแผนการทดลอง One – Shot Case Study โดยการทดสอบซา้ กบั กลุ่ม
ทดลองกลุ่มเดมิ อกี 2 ครง้ั ภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมือนเดมิ โดยทาการวัดหรอื สังเกตผลภายหลงั
จากการทดลองในแต่ละครัง้ แลว้ นาผลไปเปรยี บเทยี บกัน เพอ่ื ศกึ ษาพันนาการของกลุ่มทดลอง
พรอ้ มทัง้ ศึกษาความเช่ือมัน่ ของการทดลอง ถา้ หากผลการวัดหรอื การสังเกตผลหลังการทดลองในครั้ง
หลงั ดีกวา่ ครัง้ แรก ๆ ก็อาจจะสรุปได้ว่า กลุม่ ทดลองมีพันนาการทกี่ ้าวหน้าขึ้น ซ่งึ เปน็ ผลมาจากการ
ทดลองที่กระทาซา้ ๆ กนั นั่นเอง
การวางแผนการทดลอง
197
ปญั หาของแบบแผนการทดลองแบบน้ี คือ ไม่มีกลุ่มควบคุม เพือ่ เปรยี บเทียบผลจากการ
ทดลอง ทาใหไ้ มส่ ามารถสรปุ ไดช้ ัดเจนวา่ พนั นาการที่เพิม่ ข้ึนมีผลมาจากการทดลองเพยี งประการ
เดยี วหรอื ไม่ เน่ืองจากกระบวนการทดลองมีถึง 3 ขัน้ ตอน ในระหว่างการดาเนินการทดลอง กล่มุ
ทดลองอาจจะไดร้ บั ความรูจ้ ากแหล่งข้อมูลอน่ื ๆ ดว้ ยก็ได้
แบบแผนการทดลองแบบน้ีส่วนใหญจ่ ะพบมากในการทดลองทางการแพทย์ เช่น
การรักษาพยาบาล โดยการให้ยาขนานเดิมซ้า ๆ แก่ผปู้ ่วยเป็นระยะ ๆ หลายๆ ครงั้ แล้ววัดผลที่
เกดิ ขน้ึ หลังการใหย้ าแต่ละคร้งั วา่ มกี ารเปลีย่ นแปลงอยา่ งไร เพอื่ ศึกษาผลท่เี กดิ ข้นึ กบั ผู้ปว่ ยวา่ มี
อาการตอบสนองอย่างไรต่อปฏิกริ ิยาของยาขนานเดิมทใี่ หซ้ ้า ๆ กัน
4.2 Randomized Groups Repeated Measures Design
รปู แบบการทดลอง
E- X1 O2 X1 O2 X1 O2
C- X2 O2 X2 O2 X2 O2
แบบแผนการทดลองแบบ Randomized Groups Repeated Measures Design ประยกุ ต์
มาจากแบบแผนการทดลองแบบ One – Shot Repeated Measures Design โดยดาเนินการ
ทดลองในลักษณะเดียวกัน แต่เพิ่มจานวนกลุ่มควบคุม อีก 1 กลุ่ม ที่มีจานวนเท่ากัน เพ่ือใช้ในการ
เปรียบเทียบผลจากการทดลอง กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม ได้มาจากการสุ่มจากกลุ่มประชากรที่มี
คุณลกั ษณะเหมือนกนั ทาใหก้ ลุ่มตวั อย่างมีโอกาสเขา้ รว่ มกล่มุ ท้งั 2 เทา่ เทียมกนั
การสรปุ ผลการทดลอง สามารถทาไดทั้งการเปรยี บเทียบภายในกลุ่มทดลองและกลมุ่
ควบคมุ และ การเปรยี บเทยี บระหวา่ งกลุม่ ตามสมมตฐิ านทต่ี ้ังไว้ และยงั สามารถศึกษา
พันนาการของการเปล่ยี นแปลงท่ีเกดิ ขน้ึ ไดด้ ้วย แต่ข้อจากัดของแบบแผนการทดลองแบบนกี้ ็คือ
ใชเ้ วลามากในการทดลองจนจบกระบวนการ
แบบแผนการทดลองแบบ Randomized Groups Repeated Measures Design ส่วนใหญ่
จะพบมากในการวจิ ัยเชงิ ทดลองทางการแพทย์ เชน่ เดียวกับแบบแผนการทดลองแบบ One – Shot
Repeated Measures Design เช่น การรักษาโรคโดยการใหย้ าขนานเดมิ ซา้ ๆ แกผ่ ูป้ ว่ ย
หลายครงั้ แลว้ วดั ผลท่ีเกิดข้ึนจากการให้ยาแต่ละคร้ัง ว่ามีการผลการเปล่ียนแปลงอย่างไร เพื่อศึกษา
ผลท่ีท่ีเกิดกับกลุ่มผู้ป่วย ทั้งยังเปรียบเทียบภายในกลุ่มทดลองด้วยกันและการเปรียบเทียบระหว่าง
กลุ่มทดลองกบั กลมุ่ ควบคุมทีร่ กั ษาอกี วิธหี น่ึง ในผ้ปู ว่ ยที่เปน็ โรคเดยี วกัน
การวางแผนการทดลอง
198
4.3 Latin Square Design
รูปแบบการทดลอง
E1R - X1 O2 X3 O2 X2 O2
E2R - X2 O2 X1 O2 X2 O2
E3R - X1 O2 X2 O2 X3 O2
ชื่อ Latin Square เปน็ ลักษณะของตาราง n x n ที่ใช้แทนเป็นสญั ลักษณ์ใด ๆ เมือ่ ประยุกต์
เป็นแบบแผนการทดลองแบบ Latin Square Design จึงเป็นการวิจัยเชิงทดลองที่มุ่งเน้นการทดลอง
หลาย ๆ อย่างกบั กล่มุ ทดลอง โดยสลับการทดลองแต่ละกลุ่มใหไ้ ด้รับทรีตเมนต์ (X1, X2 และ X3) จน
ครบทง้ั หมด ในการทดลอง โดยมีการวัดสังเกตผลหลงั การทดลองทุกครั้ง เพื่อศึกษาการเปล่ียนแปลง
ท่เี กดิ ขน้ึ จากอิทธิพลของตวั แปรอิสระหรือตัวแปรต้น ที่กระทากบั กลุ่มทดลองทีเ่ กิดจากการสุ่ม
การสรปุ ผลการทดลองโดยใช้แบบแผนการทดลองแบบ Latin Square สามารถเปรียบเทียบ
การเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นในแต่ละกลุ่มทดลอง และยังสามารถศึกษาพันนาการที่เกิดขึ้นจากการสลับ
การกระทากับกลุ่มทดลอง และเพื่อศึกษาว่าหากดาเนินการทดลองอย่างใดอย่างหน่ึง ก่อนและหลัง
การทดลอง จะให้ผลหรือแสดงพฤติกรรมใด ๆ ออกมาบ้าง แบบแผนการทดลองแบบน้ีจึงเหมาะ
สาหรับการวิจัยเชิงทดลองทางการแพทย์ เช่น การรักษาโรคโดยการให้ยาหลาย ๆ ขนานแก่ผู้ป่วย
ที่มาจากการสุ่ม และมาจากโรคชนิดเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็นหลายๆ กลุ่ม แล้วให้ยาต่างขนานกัน
แต่ละกลุ่ม แล้วสังเกตผลที่เกิดข้ึนว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร หลังจากน้ันก็สลับการให้ยาแต่ละกลุ่ม ๆ
จนครบทกุ กลุม่ และสังเกตผลทุกครง้ั ท่ีมีการสลับการทดลอง ผลที่เกิดข้ึนจะได้ข้อสรุปของการทดลอง
เกย่ี วกับการรกั ษาโรคจากการใช้ยาแต่ละขนาน
อยา่ งไรกต็ ามสามารถนาแบบแผนการทดลองแบบ Latin Square Design นไ้ี ปใช้กับการ
วิจัยเชิงทดลองสาขาอืน่ ๆ ไดเ้ ชน่ กัน
การวางแผนการทดลอง
199
แบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย
คาช้แี จง จงอธิบายความหมายและยกตวั อย่างสถานการณท์ ่เี หมาะกับแบบแผนการทดลองตอ่ ไปน้ี
1. อธิบายความหมายของการวางแผนการทดลอง และข้นั ตอนในการวางแผนการทดดลอง
(3 คะแนน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………
2. อธิบายความหมายของคาศัพท์ท่ีเกย่ี วข้องกับการวางแผนการทดลอง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
2.1 สิ่งทดลอง (Treatment) (2 คะแนน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 หนว่ ยทดลอง (Experimental Unit) (2 คะแนน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 ความคลาดเคลื่อนของการทดลอง (Experimental Error) (2 คะแนน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………….…………………………………………………………………………..
การวางแผนการทดลอง
200
2.4 การทาซา้ (Replication) (2 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………….……………………………………………………………..
2.5 การส่มุ (Random) (2 คะแนน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………….……………………………………………………………..
3. ใหน้ กั ศกึ ษาแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5-6 คน ใหแ้ ต่ละกล่มุ สรุปแบบแผนการทดลองแบบต่างๆ
พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์ทเี่ ขา้ กบั แบบแผนการทดลองนั้นๆ (กลุม่ ละ 10 คะแนน)
1. แบบแผนการทดลองขัน้ ตน้ (Pre – Experimental Design) ไดแก
1.1 One – Shot Case Study
1.2 One Group Pretest Posttest Design
1.3 Static Group Comparison
2. แบบแผนการทดลองจรงิ (True – Experimental Design) ไดแก
2.1 Posttest – Only Control Group Design
2.2 Pretest Posttest Control Group Design
2.3 Solomon Four Group Design
3. แบบแผนการทดลองกึ่งการทดลอง (Quasi – Experimental Design) ไดแก
3.1 Quasi-Equivalent Control Group Design
3.2 Time Series Design
3.3 Multiple Time Series Design
4. แบบแผนการทดลองอน่ื ๆ ไดแก
4.1 One –Shot Repeated Measures Design
4.2 Randomized Groups Repeated Measures Design
4.3 Latin Square Design
การวางแผนการทดลอง
201
แบบทดสอบหลังเรียน
คาชีแ้ จง ขอ้ สอบปรนยั มีจานวน 8 ข้อ ให้นักศึกษาเลือกคาตอบท่ถี ูกท่สี ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. ขอ้ ใดหมายถึงการวางแผนการทดลอง
ก. การดาเนินการตามข้ันตอนในการทดลอง
ข. การแสวงหาความรู้ ความจรงิ อย่างมีหลักการ
ค. การวิจัยโดยใช้การทดลอง
ง. การเตรียมการเพื่อดาเนินการทดลอง
จ. การเลือกใช้แบบแผนการทดลองทเ่ี หมาะสม
2. ข้อใดไมเ่ กี่ยวข้องกบั การวางแผนการทดลอง
ก. ทรตี เมนต์
ข. หนว่ ยทดลอง
ค. ความคลาดเคล่ือนของการทดลอง
ง. การสุ่ม
จ. โครงสรา้ งของแบบจาลอง
3. ข้อใดเปน็ ทรตี เมนต์
ก. น้าหนกั ของปลาที่เปลี่ยนแปลงไป
ข. อัตราการเจริญเติบโต
ค. ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ง. วธิ กี ารสอนท่ีตา่ งกนั
จ. หน่วยทดลอง
4. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวางแผนการทดลอง
ก. ทาใหไ้ ด้ข้อมลู ทีม่ ีคณุ ภาพ
ข. เกิดวิธีการทดลองใหม่ๆ
ค. ไดผ้ ลลัพธ์ของข้อมลู ตามวัตถุประสงค์
ง. ไดร้ ปู แบบการการวิจัยเชิงทดลองทีม่ ีคุณภาพ
จ. ทาให้การทดลองง่ายข้นึ
การวางแผนการทดลอง 202
5. ข้อใดไมเ่ ป็นความแปรผันภายในหนว่ ยทดลอง (Inherent Variability)
ก. เพศต่างกัน
ข. พนั ธต์ ่างกนั
ค. นา้ หนกั ของส่ิงทดลองต่างกนั
ง. เวลาในการเก็บข้อมูลต่างกัน
จ. ระดบั การศึกษาตา่ งกนั
6. ข้อใดคือประโยชนข์ องการสมุ่ ขอ้ มลู เพ่ือการทดลอง
ก. เพอื่ ป้องกนั คอื ลาเอยี งของการทดลอง
ข. เพอ่ื เลือกแบบแผนการทดลองท่เี หมาะสม
ค. เพื่อเกบ็ ข้อมลู ได้งา่ ย
ง. เพื่อผลที่ได้มีความเหมาะสม
จ. เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กิดปัญหาในการทดลอง
7. การวางแผนการทดลอง ควรเริม่ จากขน้ั ตอนใด
ก. กาหนดปัญหาท่ตี ้องการศึกษา
ข. กาหนดจุดประสงคก์ ารทดลอง
ค. เลอื กแบบแผนการทดลอง
ง. ดาเนนิ การทดลอง รวบรวมข้อมูล
จ. วิเคราะหข์ ้อมูลก่อนการทดลอง
8. ถ้าตอ้ งการเปรียบเทยี บวธิ ีการสอนของครูควรใชแ้ บบแผนการทดลองใดเหมาะสมทสี่ ดุ
ก. Latin Square Design
ข. One – Shot Repeated Measures Design
ค. แบบแผนการทดลองขั้นต้น (Pre – Experimental Design)
ง. แบบแผนการทดลองจริง (True – Experimental Design) ไดแก
จ. แบบแผนการทดลองก่ึงการทดลอง (Quasi – Experimental Design