The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

46 ปี กรมการพัฒนาชุมชน จากคลองหลอด สู่แจ้งวัฒนะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by porxv17, 2021-06-05 08:21:07

46 ปี กรมการพัฒนาชุมชน

46 ปี กรมการพัฒนาชุมชน จากคลองหลอด สู่แจ้งวัฒนะ

Keywords: 46 ปี,กรมการพัฒนาชุมชน

4. คาสง่ั สานกั นายกรัฐมนตรีท่ี 193/2536 ,ที่ 62/2538 ท่ี 6/2539 (ฉบบั ที่ 3) เร่ืองการ
ปฏบิ ตั ิงานโครงการพฒั นาตาบล

5. ข้อบงั คบั กระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยการดาเนินงานของคณะกรรมการหม่บู ้าน พ.ศ. 2526,
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2534 และระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยการดาเนินงานของ
คณะกรรมการหม่บู ้านอาสาพฒั นาและปอ้ งกนั ตนเอง พ.ศ. 2522

6. มติ กชช. พ.ศ.2531 ให้สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
มอบให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพฒั นาชมุ ชนเป็นหนว่ ยงานรับผดิ ชอบดาเนนิ งาน
“งานพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของประชาชนในชนบท”

1.

2. นอกจากนี ้ ยงั ได้ศกึ ษาวิจยั แนวทางการถ่ายโอนงานพฒั นาชมุ ชนให้กบั องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่ินและองค์กรชุมชน พบวา่ ควรพฒั นาศกั ยภาพของกลมุ่ องค์กรเครือขา่ ยในงาน
พฒั นาชมุ ชน ให้สามารถบริหารจดั การกิจกรรมของกลมุ่ ได้เอง และโอนการสนบั สนนุ
กิจกรรมของกลมุ่ /องค์กรในงานพฒั นาชมุ ชนให้กบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน และ
กาหนดบทบาทของกรมหลงั การถ่ายโอนได้แก่ การสง่ เสริมให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
และองค์กรชมุ ชนสามารถดาเนนิ งานพฒั นาชุมชนได้ โดยงานที่จะเน้นหนกั ได้แก่ การ
สง่ เสริมประชาคม การสง่ เสริมการเรียนรู้ของชุมชนในการพฒั นา และการสง่ เสริม
เครือขา่ ยองค์กรและชุมชน จึงได้มีการสง่ั การให้เจ้าหน้าท่ีทกุ อาเภอสารวจองค์กรและ
กิจกรรมพฒั นาชุมชนทงั้ หมด พร้อมกบั พฒั นาศกั ยภาพของกลมุ่ องค์กรในงานพฒั นา
ชุมชนให้มีศกั ยภาพในการบริหารจดั การกิจกรรมของกลมุ่ ด้วยตนเอง พร้อมกบั ได้เตรียม
สร้างความสมั พนั ธ์กบั องค์กรปกครองท้องถ่ินเพื่อขอรับการสนบั สนนุ กิจกรรมในภายหลงั
ซง่ึ ได้กลายเป็นพนื ้ ฐานสาหรับการพฒั นางานของกรมในระยะตอ่ มา ขณะเดียวกนั ได้มี
แนวความคิดสร้างเครือขา่ ยองค์กรและจดั ตงั้ ศนู ย์ประสานองค์กรชมุ ชน เพ่อื ให้เป็น
ศนู ย์กลางในการประสานการทางานขององค์กรชุมชนและเครือขา่ ยตอ่ ไป

ด้านการถ่ายโอนงาน กรมฯได้ทดลองถ่ายโอนกิจกรรมในงานพฒั นาเดก็ 4 กิจกรรม ให้แกอ่ งค์กร
ปกครองสว่ นท้องถิ่น ในพนื ้ ที่ 3 จงั หวดั ได้แก่ จงั หวดั ราชบรุ ี มหาสารคาม และนครราชสมี า พบวา่
การถ่ายโอนจะต้องมีการจดั กิจกรรมเตรียมความพร้อมทงั้ ในสว่ นของเจ้าหน้าทพี่ ฒั นาชุมชน องค์การ
บริหารสว่ นตาบล และ คณะกรรมการพฒั นาเด็ก รวมทงั้ ควรมีการจดั เวทีประชาคมเพ่อื สร้างความ
เข้าใจร่วมกนั ในการมีสว่ นร่วมเพือ่ พฒั นาเดก็ ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นและภาคประชาชน ซงึ่

44

กองพฒั นาเด็ก ได้ใช้บทเรียนจากการทดลองกาหนดเป็นแนวทางในการปรับระเบียบและสง่ั การเพื่อ
ถ่ายโอนงานพฒั นาเดก็ เลก็

ยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน 2541-2545

ในช่วง พ.ศ. 2539-2540 ได้มีการศกึ ษาเพอื่ กาหนดรูปแบบบทบาทและวิธีการทางานของพฒั นากร
และดาเนินโครงการนาร่องทดลองการปรับบทบาทและวธิ ีการทางานดงั กลา่ ว และในปีงบประมาณ
2540 สานกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทยได้จดั สรรงบประมาณจานวน1,450,000 บาท ให้ศนู ย์บริการ
วชิ าการสถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ ทาการศกึ ษาวิจยั เพื่อจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นา
ชมุ ชน เพอื่ ตอบรับกบั การเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกในอนาคต 10 ปีข้างหน้าทจี่ ะมี
ผลกระทบตอ่ การปฏบิ ตั งิ านของกรมการพฒั นาชุมชน กรมการพฒั นาชุมชนได้นาผลการวิจยั มาจดั
ประชมุ เชิงปฏิบตั ิและกาหนดยทุ ธศาสตร์การพฒั นาชมุ ชน 2541-2544

เม่ือสนิ ้ สดุ ระยะเวลาของยทุ ธศาสตร์ ก็ ไมไ่ ด้มีการทายทุ ธศาสตร์ใหม่แตอ่ ยา่ งใด แตไ่ ด้กาหนดเป็น
นโยบาย 2544-2549 แทน ซง่ึ มีการเปลย่ี นแปลงหมวดหมขู่ องประเดน็ นโยบายตามนโยบาย
กระทรวงมหาดไทยเป็น 4 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองการปกครอง และการบริหาร
ราชการ พร้อมกบั ประกาศนโยบายเน้นหนกั ประจาปี 2544 4 เรื่อง คือ 1) บริหารโครงการแก้ไข
ปัญหาความยากจนให้มีประสทิ ธิภาพ 2) สง่ เสริมเศรษฐกิจแบบพอเพยี งโดยเน้นการตลาด 3) เพ่มิ
บทบาทเยาวชนเป็นพลงั ขบั เคลอ่ื นกิจกรรม 4) มงุ่ นากระบวนการพฒั นาชุมชนเข้าสเู่ มือง นอกจากนี ้
ยงั ได้เข้าไปมี บทบาทในการขบั เคลอ่ื นนโยบายสาคญั ของรัฐบาล 2 เรื่องคอื กองทนุ หม่บู ้านและ
ชุมชนเมือง และโครงการหนงึ่ ตาบลหนงึ่ ผลติ ภณั ฑ์

สาหรับปี 2545 ได้มีการกาหนดนโยบายเน้นหนกั 4 ด้าน คอื 1) การสง่ เสริมบทบาทศนู ย์ประสานงาน
องค์กรชมุ ชนในการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และบรู ณาการกิจกรรมขององค์กรชุมชนและเครือขา่ ย
2) การสนบั สนนุ การดาเนนิ งานกองทนุ หม่บู ้านและชุมชนเมือง พร้อมสง่ เสริมและพฒั นากองทนุ ชมุ ชน
ให้มีความเป็นเอกภาพและประสทิ ธิภาพ 3) การสนบั สนนุ โครงการหนง่ึ ตาบลหนง่ึ ผลติ ภณั ฑ์ โดยการ
ทางานตามกระบวนการและการมีสว่ นร่วมของประชาคม และ 4) การพฒั นาคณุ ภาพการจดั เก็บและ
สง่ เสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมลู จปฐ และ กชช.2ค ในระดบั ท้องถิ่นและชมุ ชน

ในช่วงนี ้ ระบบการบริหารการพฒั นาชนบทของชาติ ได้ปรับองค์กรบริหารใหม่อีกครัง้ หนง่ึ โดยยกเลกิ
โครงการสร้างงานในชนบท เปลยี่ นเป็นโครงการพฒั นาตาบลแทน และเปลย่ี นเลขานกุ ารคณะกรรมการ
พฒั นาอาเภอจากปลดั อาวโุ สมาเป็นพฒั นาการอาเภอจนถงึ สนิ ้ ทศวรรษ อยา่ งไรก็ตามหลงั จากทย่ี ตุ ิ
โครงการพฒั นาตาบลไปตงั้ แต่ ปี 2541 ก็ได้มีความเคลอื่ นไหวทจ่ี ะผลกั ดนั ให้เปลย่ี นแปลงตวั

45

เลขานกุ ารคณะกรรมการพฒั นาอาเภอไปเป็นปลดั อาเภออาวโุ สอีกครัง้ หนงึ่ แตย่ งั ไม่เกิดผล งานสาคญั
ๆ ทไ่ี ด้พฒั นาและริเร่ิมนใี ้ นช่วงทศวรรษที่ 4 ได้แก่

1. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ซง่ึ มีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อกระจายโอกาสให้ครัวเรือนยากจน
ในชนบทมีเงนิ ทนุ ในการประกอบอาชีพสามารถเพม่ิ รายได้ให้พ้นเกณฑ์ความจาเป็นขนั้
พนื ้ ฐาน โดยการสนบั สนนุ เป็นกองทนุ ของหม่บู ้าน ๆ ละ 280,000 บาท รูปแบบการบริหาร
จดั การกองทนุ เป็นการสง่ เสริมการบริหารจดั การโดยชุมชน อยา่ งแท้จริง

2. การสง่ เสริมกระบวนการเรียนรู้และตดั สนิ ใจร่วมกนั ของชมุ ชน ได้มีการพฒั นารูปแบบการ
จดั กระบวนการชุมชนเพอ่ื การเรียนรู้และตดั สนิ ใจร่วมกนั ของชุมชนในลกั ษณะเวที
ชาวบ้าน หรือเวทีประชาคม โดยการใช้เคร่ืองมือสง่ เสริมแบบใหม่ ๆ เช่น PLP AIC PRA
FSC ALS ฯลฯ ทาให้พฒั นากรมีเคร่ืองมือมากขนึ ้ ในการดาเนนิ งานกระบวนการเวที
ประชาคม

3. นาเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้ในการบริหารงานพฒั นาชมุ ชน การสนบั สนนุ ระบบข้อมลู
เพอ่ื การพฒั นาชนบท และการสง่ เสริมกิจกรรมชุมชน

4. พฒั นาเครือขา่ ยองค์กรและผ้นู าชุมชน ยกระดบั องค์กรชมุ ชนให้มีฐานะเป็นนิตบิ คุ คล ทา
ให้เกิดชมรม สมาคม ซงึ่ จะเป็นกาลงั สาคญั ในการสง่ เสริมกิจกรรมพฒั นาชุมชนแทน
ภาครัฐทจี่ ะต้องลดขนาดและกาลงั คนลงในอนาคต

5. ปรับประสทิ ธิภาพการบริหารงานภายใน โดยการดาเนินกิจกรรม 5 ส การทาข้อตกลงวา่
ด้วยความร่วมมือในการขอรับการสง่ เสริมเพื่อเข้าสรู่ ะบบมาตรฐานสากลของประเทศไทย
ด้านการจดั การและสมั ฤทธ์ิผลของงานภาครัฐกบั สถาบนั มาตรฐานสากลภาครัฐแหง่
ประเทศไทย สานกั งาน ก.พ. การพฒั นาตวั ชีว้ ดั ตามระบบการบริหารแบบม่งุ ผลสมั ฤทธิ์
การใช้ระบบการรายงานอีเลก็ ทรอนิกส์

6. สง่ เสริมการนาทนุ ทางสงั คมในงานพฒั นาชมุ ชนออกมาใช้ สนบั สนนุ นโยบายสาคญั ของ
รัฐบาล เช่น แผนปฏิบตั กิ ารเสริมสร้างความเข้มแขง็ ของชมุ ชนเพอื่ เผชิญปัญหาวิกฤติ
นโยบายกองทนุ หม่บู ้านและชุมชนเมือง นโยบายสง่ เสริมเศรษฐกิจฐานราก วสิ าหกิจชุมชน
โครงการหนง่ึ ตาบลหนง่ึ ผลติ ภณั ฑ์ การแก้ปัญหายาเสพตดิ โดยพลงั ชมุ ชน ฯลฯ

7. การสง่ เสริมกระบวนการพฒั นาชมุ ชนในเขตเมือง โดยให้จงั หวดั และอาเภอประสานงาน
กบั ผ้บู ริหารเทศบาลในการร่วมมือกนั จดั เก็บข้อมลู คณุ ภาพชีวติ ของประชาชนในเขตเมือง
แลกเปลย่ี นประสบการณ์ในการสง่ เสริมกิจกรรมพฒั นาชมุ ชนทเ่ี หมาะสมสาหรับเขตเมือง
ซงึ่ การประสานงานกนั ได้กลายเป็นทนุ อนั สาคญั ในการร่วมมือกนั สง่ เสริการจดั ตงั้ กองทนุ
หมบู่ ้านและชมุ ชนเมือง รวมทงั้ โครงการหนงึ่ ตาบลหนง่ึ ผลติ ภณั ฑ์ในระยะเวลาตอ่ มา

46

ปีสนิ ้ ทศวรรษ มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผน่ ดนิ และปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวงกรม มีข้อ
ถกเถียงอยหู่ ลายครัง้ ถงึ สถานภาพและตาแหนง่ แหง่ ท่ีของกรมการพฒั นาชุมชน ความเห็นหนง่ึ เหน็ วา่
ควรยบุ กรมการพฒั นาชมุ ชนเสยี แล้วโอนภารกิจไปให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินทงั้ หมด เนื่องจาก
เหน็ วา่ การดาเนนิ งานพฒั นาชุมชนนนั้ เป็นการซา้ ซ้อนกบั ภารกิจขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ซง่ึ
กรมฯ ก็ได้ชีแ้ จงวา่ สง่ิ ท่ีซา้ ซ้อนนนั้ คือกิจกรรมพฒั นาชมุ ชน ซงึ่ สามารถถา่ ยโอนให้องค์กรปกครองสว่ น
ท้องถ่ินดาเนนิ การและสนบั สนนุ ตอ่ ได้ แตภ่ ารกิจของกรมการพฒั นาชมุ ชนไม่ใชก่ ารส่งเสริมและพฒั นา
กิจกรรม หากเป็นการสง่ เสริมกระบวนการพฒั นาชมุ ชน ซง่ึ ยงั คงต้องทาอยแู่ ละมีความสาคญั
โดยเฉพาะเม่ือมีองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ทงั้ นกี ้ ็เพ่ือให้ภาคประชาชนมีความเข้มแขง็ และเข้ามีสว่ น
ร่วมในการพฒั นาการปกครองท้องถ่ิน อนั เป็นหน้าทข่ี องรัฐตามบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนญู

อีกความเห็นหนงึ่ เหน็ วา่ ควรให้กรมการพฒั นาชุมชนไปสงั กดั กระทรวงพฒั นาสงั คมและความมน่ั คง

มนษุ ย์ เพื่อให้การพฒั นาสงั คมดาเนินไปในแนวทางการพฒั นาชมุ ชน นอกจากนยี ้ งั เพ่อื เป็นกลไกใน

ระดบั ภมู ิภาคให้กบั กระทรวงทจี่ ดั ตงั้ ขนึ ้ ใหมน่ ดี ้ ้วย กรมฯ ได้ชีแ้ จงว่า แนวความคิดของกระทรวง

พฒั นาสงั คมฯ มงุ่ เน้นไปในด้านประชาสงเคราะห์และสวสั ดกิ ารสงั คม แม้จะพฒั นาคนก็ม่งุ ทีร่ ะดบั

ปัจเจกบคุ คลเป็นหลกั ซงึ่ ตา่ งจากแนวความคดิ ของกรมการพฒั นาชุมชนที่มงุ่ การสง่ เสริมและพฒั นา

องค์กรและระบบการจดั การของชมุ ชน นอกจากนกี ้ ลไกในภมู ิภาคระดบั ตาบลหม่บู ้านก็ควรเป็น

องค์กรปกครองท้องถิ่น แทนทจ่ี ะสร้างกลไกของทกุ หนว่ ยงานลงไปทางานในระดบั ตาบลหมบู่ ้าน การ

ให้บคุ ลากรของกรมการพฒั นาชุมชนไป สง่ เสริมหรือจดั แจงอะไรในหมบู่ ้านตาบลเพอื่ สนอง

เฉพาะงานของกระทรวงพฒั นาสงั คมฯ เป็นการไมค่ ้มุ คา่ เพราะการเตรียมชมุ ชนของกรมการพฒั นา

ชมุ ชนควรจะเป็นการเตรียมเพือ่ ให้คนในชุมชนพร้อมท่จี ะรับผิดชอบในการจดั การกบั ชมุ ชนของตนเอง

ในเร่ืองท่เี กี่ยวข้องกบั ทกุ กระทรวงทบวงกรม

อีกความเห็นหนงึ่ เป็นความเหน็ ของกระทรวงมหาดไทย ที่เหน็ วา่ กรมการพฒั นาชมุ ชนควรสงั กดั
กระทรวงมหาดไทย เพราะงานของกรมการพฒั นาชุมชน คือ การเสริมสร้างความเข้มแขง็ ของชมุ ชน
อนั เป็นสว่ นสาคญั ของความมน่ั คงภายใน นอกจากนยี ้ งั เป็นกาลงั สาคญั ในการสนองนโยบายสาคญั ๆ
ของรัฐบาล และงานในระบบการบริหารการพฒั นาชนบท ซงึ่ กรมฯก็เหน็ ด้วยกบั ความเห็นนี ้ แตด่ ้วย
เหตผุ ลท่มี ากกวา่ ที่กลา่ วมาข้างต้น กรมฯ ชีแ้ จงวา่ กระทรวงมหาดไทย เป็นกระทรวงทร่ี ับผดิ ชอบ
การจดั ระเบียบความสมั พนั ธ์เชิงอานาจในการบริหารราชการแผน่ ดิน ซง่ึ เดิมเน้นทก่ี ารบริหารราชการ
สว่ นภมู ิภาค การปกครองสว่ นท้องถิ่น การปกครองท้องที่ งานของกรมการพฒั นาชมุ ชนเน้นท่กี าร
จดั การและพฒั นาชุมชนโดยประชาชน ซงึ่ เป็นความสมั พนั ธ์เชิงอานาจท่สี นบั สนนุ อานาจของประชาชน
ภายใต้หลกั การที่เคยใช้ตงั้ แตส่ ถาปนากรมการพฒั นาชุมชนในชื่อวา่ “การมีสว่ นร่วมของประชาชน”

47

ในปัจจุบนั และอนาคต กระทรวงมหาดไทยต้องให้ความสาคญั กบั การเสริมสร้างพลงั อานาจของ
ประชาชนและชมุ ชนมากขนึ ้ การแยกหนว่ ยงานที่มีประสบการณ์ในเรื่องนอี ้ ยา่ งกรมการพฒั นาชมุ ชน
ออกไป จะทาให้การจดั ระเบยี บความสมั พนั ธ์เชิงอานาจในรูปแบบใหมท่ าได้ยากขนึ ้

ท้ายทสี่ ดุ ความเห็นแรกก็จางลงไป เหลอื ความเห็น 2 ประการหลงั ท่ียงั ถกู หยบิ ยกขนึ ้ มาอภิปราย
หกั ล้างกนั อยเู่ สมอในทกุ ครัง้ ที่มีการจดั เวทปี ระชุมเชิงปฏบิ ตั ิการเรื่องการปรับโครงสร้างกระทรวงทบวง
กรม จนนายชนะศกั ด์ิ ยวุ บรู ณ์ ปลดั กระทรวงมหาดไทยขณะนนั ้ ต้องกลา่ วตดั บทในท่ีประชมุ วา่ จะไม่
ขอพดู เร่ืองสงั กดั ของกรมการพฒั นาชมุ ชนอีกแล้ว และขอยนื ยนั ในมตทิ ่ีสรุปไปแล้ววา่ กรมการพฒั นา
ชมุ ชนอยใู่ นสงั กดั กระทรวงมหาดไทย นอกเสยี จากวา่ ถ้าไม่มีกรมการพฒั นาชมุ ชนแล้ว กระทรวงใหม่
ไม่สามารถจดั ตงั้ ได้ แตเ่ มื่อร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เข้าสกู่ ารพิจารณาของ
คณะกรรมาธิการวิสามญั วฒุ สิ ภา ความเหน็ ที่จะให้กรมการพฒั นาชุมชนไปสงั กดั กระทรวงพฒั นา
สงั คมฯ ก็ถกู หยิบยกขนึ ้ มาอีกครัง้ ด้วยเหตผุ ลที่วา่ กระทรวงพฒั นาสงั คมฯไม่มีกลไกทางานระดบั
ภมู ิภาค กระทรวงมหาดไทย โดยนายยงยทุ ธ วิชยั ดษิ ฐ์ ปลดั กระทรวงมหาดไทยขณะนนั้ คดั ค้าน
ความเหน็ นนั้ โดยชีแ้ จงวา่ กรมการพฒั นาชมุ ชนเป็นหนว่ ยงานท่ีมีความสาคญั สาหรับกระทรวง-
มหาดไทย หากไม่มีกรมการพฒั นาชุมชนก็เป็นการยากทกี่ ระทรวงมหาดไทยจะปฏบิ ตั ิภารกิจหลกั ของ
กระทรวงให้สาเร็จได้ ดงั นนั้ จึงขอให้พิจารณาให้กรมการพฒั นาชมุ ชนอยใู่ นกระทรวงมหาดไทยตอ่ ไป
และถ้าจะแลกกบั การไมก่ ่อตงั้ กรมใหมบ่ างกรม กระทรวงฯก็ยนิ ดีจะแลก

กรรมาธิการทา่ นหนง่ึ ตงั้ โจทย์กบั นายสจุ ริต ปัจฉิมนนั ท์ อธิบดกี รมการพฒั นาชมุ ชนในขณะนนั้ ทีน่ อก
ห้องประชุม วา่ “คณุ ตอบผมให้ได้วา่ เมื่อกระทรวงพฒั นาสงั คมเขาพฒั นาคน กรมคณุ ก็พฒั นาคน
ทาไมถงึ ไปอยดู่ ้วยกนั ไม่ได้ ถ้าคณุ ตอบให้ผมพอใจได้ ก็จะสนบั สนนุ ให้อยกู่ ระทรวงมหาดไทย”
กรมการพฒั นาชมุ ชนจดั ทาเอกสารชีแ้ จงคณะกรรมาธิการวิสามญั ถึงแกน่ แท้ของงานพฒั นาชมุ ชน
ข้อความตอนหนง่ึ ระบุวา่

“การพฒั นาชมุ ชน เป็นกระบวนการสร้างความเขม้ แข็งของรูปแบบความสมั พนั ธ์
แนวราบของชมุ ชน ซ่ึงเป็นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประชาชน และกลมุ่ / องค์กรตา่ ง ๆ
ในชุมชน และเป็นกระบวนการสง่ เสริมสนบั สนนุ ประชาชน ใหส้ ามารถพฒั นาชุมชน
ของตนเองโดยการกระทาร่วมกนั ของคนในชุมชน จึงกล่าวไดว้ า่ การพฒั นาชมุ ชน
ไม่ใช่การพฒั นาคน แต่เป็นการพฒั นาความสมั พนั ธ์ระหว่างคน และใชค้ วามสมั พนั ธ์
ระหวา่ งคนเป็นเครื่องมือในการพฒั นาจิตสานกึ สาธารณะของคนทีจ่ ะร่วมกนั แกไ้ ข
ปัญหาของคนในชมุ ชนและปัญหาสว่ นรวมของชุมชน นอกจากนีย้ งั ใชก้ ระบวนการ

48

ทางานร่วมกนั ของคนในชุมชนเป็นเครื่องมือในการพฒั นาศกั ยภาพและกระบวนการ
เรียนรู้ของคน”

คาชีแ้ จงของกระทรวงมหาดไทย คาชีแ้ จงของอธิบดกี รมการพฒั นาชุมชน เอกสารทีแ่ จกจ่ายทาความ
เข้าใจกบั คณะกรรมาธิการวิสามญั แถลงการณ์ของสมาคมนกั ปกครองแหง่ ประเทศไทย รวมทงั้ การไป
ชีแ้ จงทาความเข้าใจอยา่ งไมเ่ ป็นทางการกบั กรรมาธิการบางทา่ นโดยตนเองของผ้บู ริหารระดบั สงู ของกรม มี
ผลให้คณะกรรมาธิการวสิ ามญั พิจารณาร่างพระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน(ฉบบั ที่…)
พ.ศ….. และร่างพระราชบญั ญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ…..วฒุ สิ ภา ลงมตใิ ห้กรมการ
พฒั นาชมุ ชนสงั กดั อยใู่ นกระทรวงมหาดไทยตอ่ ไป

ระยะท่ี 5: สู่ยคุ ใหม่ของระบบราชการ

เม่ือก้าวสปู่ ีท่ี 41 ของกรมการพฒั นาชมุ ชนเป็นช่วงทตี่ ้องมีการเปลยี่ นผา่ นอนั เน่ืองมาจากการปฏริ ูป
ระบบราชการ เป็นการทางานในรูปแบบใหม่ของงานพฒั นาชมุ ชน กรมการพฒั นาชุมชนได้พฒั นา
ยกระดบั งานจากพนื ้ ฐานความรู้เดมิ ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ของการปฏริ ูประบบราชการ การ
กระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น เปา้ หมายยทุ ธศาสตร์ชาติ ปัญหาและทิศทางของ
ชุมชนมากย่งิ ขนึ ้ โดยได้กาหนดพนั ธกิจของกรมการพฒั นาชุมชน หลงั การปฏริ ูประบบราชการ ไว้ 4
ประการ คือ (1) สง่ เสริมและพฒั นาศกั ยภาพผ้นู าชุมชน องค์กรชุมชน และเครือขา่ ยองค์กรชุมชน ใน
การบริหารจดั การเพื่อแก้ปัญหาชมุ ชนและการพฒั นาเศรษฐกิจฐานราก (2) สง่ เสริมและสนบั สนนุ การ
พฒั นาเศรษฐกิจฐานราก 3) สง่ เสริมและพฒั นา ระบบข้อมลู สารสนเทศเพือ่ สนบั สนนุ การบริหาร
จดั การชุมชน (4) สง่ เสริมและพฒั นาระบบบริหารจดั การชุมชนในการแก้ปัญหาชุมชน และได้
ปรับเปลย่ี นกิจกรรมโดยมียทุ ธศาสตร์เป็นตวั กาหนดทศิ ทางของการดาเนินงานพฒั นาชมุ ชน รวมทงั้ นา
ระบบบริหารจดั การยคุ ใหม่เข้ามาจดั ระบบความคิด ปรับระบบงาน กากับการบริหารงาน พฒั นา
ระบบการบริหารและพฒั นาทรัพยากรบคุ คล และออกแบบระบบการวดั ประเมินผลทงั้ หมดให้เป็นไป
เพอ่ื การเป็น "องค์กรราชการท่มี ีสมรรถนะสงู "ของระบบการบริหารราชการยคุ ใหม่

กฎกระทรวงแบง่ สว่ นราชการ กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2545 กาหนดอานาจ
หน้าทขี่ องกรมการพฒั นาชมุ ชนไว้ดงั นี ้

(1) กาหนดนโยบาย แนวทาง แผน และมาตรการในการพฒั นาชมุ ชนเพ่ือเสริมสร้างศกั ยภาพ
และความเข้มแข็งของชมุ ชน

(2) สง่ เสริมศกั ยภาพของประชาชน ผ้นู าชมุ ชน องค์กรชมุ ชน และเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชนเพือ่ ให้มี
สว่ นร่วมและเกิดการรวมกลมุ่ ให้สามารถพงึ่ ตนเองได้

49

(3) สง่ เสริมกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ผ้นู าชุมชน องค์กรชมุ ชน และเครือขา่ ยองค์กรชุมชน
เพ่อื พฒั นาและแก้ไขปัญหาของชุมชน

(4) สง่ เสริมวสิ าหกิจชมุ ชน เพอ่ื เสริมสร้างเศรษฐกิจชมุ ชน
(5) พฒั นาระบบข้อมลู เพ่ือการวางแผนและการบริหารการพฒั นา
(6) วจิ ยั และพฒั นารูปแบบและวิธีการพฒั นาชมุ ชน ให้สอดคล้องกบั ความต้องการของประชาชน

และสภาพพนื ้ ท่ี
(7) ฝึกอบรมและพฒั นาผ้นู าชุมชน องค์กรชุมชน และเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน รวมทงั้ ให้ความ

ร่วมมือในการฝึกอบรมด้านการพฒั นาชุมชน
(8) ปฏบิ ตั ริ าชการอ่ืนใดตามท่กี ฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าท่ี หรือตามทกี่ ระทรวง หรือ

คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

สว่ นราชการถกู จดั แบง่ ใหม่ โดยกองพฒั นาสตรี เดก็ และเยาวชน ถกู ถา่ ยโอนไปให้กบั กระทรวงพฒั นา
สงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ งานการช่าง ถกู โอนไปให้กบั กรมปอ้ งกนั บรรเทาสาธารณภยั ยกกอง
พฒั นาสงั คมเศรษฐกิจและสงิ่ แวดล้อม ขนึ ้ เป็นสานกั สง่ เสริมวิสาหกิจชมุ ชน ยกกองพฒั นาผ้นู า และ
อาสาสมคั รขนึ ้ เป็นสานกั สง่ เสริมและพฒั นาศกั ยภาพชุมชน ยบุ กองสง่ เสริมและเผยแพร่ ให้งาน
ประชาสมั พนั ธ์ไปเป็นฝ่ายประชาสมั พนั ธ์ขนึ ้ กบั สานกั งานเลขานกุ ารกรม (ภายหลงั ก็ให้ตงั้ เป็นกอง
ภายใน) สว่ นงานสง่ เสริมและเผยแพร่ ให้ยกเป็นสว่ นสง่ เสริมเทคโนโลยีการเรียนรู้ของชมุ ชน (กรมฯตงั้
ความหวงั วา่ สว่ นนสี ้ ามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ประจกั ษ์เพ่ือยกระดบั ขนึ ้ เป็นสานกั สง่ เสริมการสอื่ สาร
ของชุมชน เพื่อพฒั นางานสง่ เสริมประชาคมและการบริการขา่ วสารความรู้ให้กบั ประชาชน ได้ใน
โอกาสตอ่ ไป หากจะมีการปรับโครงสร้างอีกครัง้ หนงึ่ )

แม้กรมการพฒั นาชมุ ชนจะมีการปรับเปลยี่ นอยบู่ อ่ ยครัง้ แตก่ ารปรับโครงสร้างและระบบงานให้
สอดคล้องกบั ระบบการบริหารราชการแนวใหม่ครัง้ นี ้ ก็ยงั ดาเนนิ ไปทา่ มกลางความขดั แย้งและแรงต้าน
ซง่ึ เป็นธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลง เพยี งแตแ่ รงกวา่ ทกุ ครัง้ ทีผ่ า่ นมา เพราะข้าราชการจานวนมาก
เกิดความไม่พอใจในนโยบายการบริหารของกระทรวงมหาดไทย ที่ไมส่ นบั สนนุ ความเจริญก้าวหน้า
ของข้าราชการกรมการพฒั นาชมุ ชนเทา่ ที่ควร เป็นเวลา 10 ปีตอ่ เนื่องกนั ทก่ี ระทรวงมหาดไทยแตง่ ตงั้
ข้าราชการสายปกครองและผ้วู า่ ราชการจงั หวดั มาเป็นอธิบดถี งึ 6 คน และยงั แตง่ ตงั้ รองผ้วู า่ ราชการ
จงั หวดั มาเป็นรองอธิบดี แทนรองอธิบดีทีเ่ กษียณอายลุ ง แล้วทาให้มีรองอธิบดีจาก ”คนนอก” ถงึ 2 คน
ไมใ่ ช่ 1 คนตามประเพณี ปลายปี 2545 นนั้ เองทนั ทีทม่ี ีคาสงั่ แตง่ ตงั้ รองผ้วู า่ ราชการจงั หวดั ศรีสะเก
ษมาเป็นรองอธิบดี ก็เกิดปฏิกิริยาอยา่ งรุนแรงที่สดุ ทเี่ คยมีมาในกรมการพฒั นาชมุ ชน คอื การประท้วง
เรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเปลยี่ นตวั อธิบดี ซงึ่ ตอ่ มาในเดอื นเมษายน 2546 ก็ได้มีการ

50

โยกย้ายแตง่ ตงั้ อธิบดีคนใหม่ จากนายสจุ ริต นนั ทมนตรี มาเป็น นายชยั สทิ ธิ์ โหตระกิตย์ ซงึ่ แม้วา่ จะ
ยงั คงมาจากผ้วู า่ ราชการจงั หวดั แตด่ ้วยบคุ ลกิ และแนวทางการบริหารทเ่ี ป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั
ประกอบกบั กระทรวงฯ ได้แตง่ ตงั้ ให้ข้าราชการของกรมฯไปเป็นรองผ้วู า่ ราชการจงั หวดั เพิม่ เตมิ อีก จึง
ทาให้เหตกุ ารณ์ความไม่พอใจสงบลง

ความไมพ่ อใจในนโยบายการบริหารของกระทรวงมหาดไทยประกอบกบั ความไมเ่ ข้าใจและไมเ่ ช่ือใน
ความเอาจริงในการบริหารราชการแบบม่งุ ผลสมั ฤทธิ์ ทาให้การปรับโครงสร้างและระบบงานไม่ได้รับ
ความร่วมมือจากทงั้ ผ้บู ริหารและผ้ปู ฏบิ ตั งิ านทงั้ ในสว่ นกลางและในพนื ้ ทเี่ ทา่ ที่ควร ในระยะแรกจึงเหน็
ผลได้เฉพาะรูปแบบทางการเทา่ นนั้ คาสงั่ แตง่ ตงั้ คนลงปฏิบตั หิ น้าทต่ี ามโครงสร้างใหมต่ ้องมีการ
เปลยี่ นแปลงหลายครัง้ มีการลองผิดลองถกู ตาแหนง่ ทีม่ ีระดบั สงู ขนึ ้ ในโครงสร้างใหมจ่ านวนหนง่ึ ถกู
วิพากษ์วจิ ารณ์วา่ การบรรจแุ ตง่ ตงั้ ไม่เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ซงึ่ มีผลอยา่ งมากตอ่ ประสทิ ธิภาพการ
บริหารงานรูปแบบใหมท่ ี่ต้องมีการบริหารการเปลยี่ นแปลง และม่งุ ผลสมั ฤทธ์ิในเวลาตอ่ มา และอาจ
กลา่ วได้วา่ 1 ปีแรกของทศวรรษท่ี 5 นี ้ เป็นปีแหง่ ความสบั สน ขาดขวญั กาลงั ใจ ขาดความรู้สกึ มน่ั คง
ปลอดภยั ในอนาคตมากที่สดุ

ในการบริหารงานยคุ นี ้ จาเป็นต้องมีการคดิ อยา่ งเป็นระบบ มองภาพองค์กรให้เป็นองค์รวม มี
วิสยั ทศั น์และความคดิ สร้างสรรค์ ที่ตงั้ อยบู่ นหลกั วิชาการ เคร่ืองมือการบริหารราชการท่ีสานกั งาน
ก.พ.ร.นามาใช้กบั หนว่ ยราชการ ล้วนแตต่ ้องใช้การวเิ คราะห์อยา่ งเป็นระบบและต้องมีความเข้าใจใน
”ธุรกิจ” ของหนว่ ยอยา่ งถ่องแท้ ทงั้ สนิ ้ ดงั นนั้ ด้วยเหตทุ ี่งานพฒั นาชุมชนเป็นนามธรรมสงู และยงั ไม่
ถกู ตคี วามให้เข้าใจและยอมรับตรงกนั การบริหารงานของกรมฯในยคุ นจี ้ งึ มีความยากลาบากเป็น
อยา่ งยง่ิ

อยา่ งไรก็ตาม กรมฯก็ได้นาเข้าเทคโนโลยีการบริหารสมยั ใหมม่ าพฒั นาประสทิ ธิภาพการบริหารงาน
พฒั นาชุมชนในช่วงเวลาที่ยงั ลา้ หน้าหนว่ ยงานอ่ืนเสมอ สว่ นหนงึ่ ก็ได้รับการกระต้นุ และสนบั สนนุ จาก

โครงการความร่วมมือท่ไี ด้รับจากรัฐบาลออสเตรเลยี หรือ AusAID เทคโนโลยกี ารบริหารท่ีกรมการ

พฒั นาชมุ ชนนามาใช้ ก่อนที่จะเป็นกิจกรรมภาคบงั คบั ของหนว่ ยราชการ ได้แก่

1. การกาหนดยทุ ธศาสตร์กรม

ตงั้ แตห่ ลงั ปฏิรูประบบราชการ กรมการพฒั นาชมุ ชนมีการปรับเปลยี่ นวสิ ยั ทศั น์ 3 ครัง้ จากการประชุม
เชิงปฏบิ ตั กิ ารจดั ทา balance scorecard ในปี 2545 กาหนดวสิ ยั ทศั น์ช่วงปี 2545-2547 วา่ “ กรมการ
พฒั นาชมุ ชน เป็นหนว่ ยงานหลกั ในการสง่ เสริมกระบวนการเรียนรู้ การมีสว่ นร่วมของประชาชนและ
สง่ เสริมวสิ าหกิจชุมชน เพ่ือเสริมสร้างศกั ยภาพและความเข้มแขง็ ของชุมชนฐานราก” ตอ่ มาเม่ือมีการ
จดั ทายทุ ธศาสตร์จากความชว่ ยเหลอื ของ AusAID ภายใต้โครงการสนบั สนนุ เครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน

51

(CORNS) ก็ได้กาหนดให้ปรับเปลย่ี นเป็นวิสยั ทศั น์ ปี 2548 – 2551 ความวา่ “กรมการพฒั นาชมุ ชน
เป็นองค์กรมืออาชีพในการสง่ เสริมกระบวนการมีสว่ นร่วม และกระบวนการเรียนรู้ของชมุ ชน เพือ่ สร้าง
พลงั ชมุ ชนให้เข้มแข็งสามารถพง่ึ ตนเองได้” และเมื่อ ดร.นิรันดร์ จงวฒุ เิ วศย์ มาดารงตาแหนง่ อธิบดี
กรมการพฒั นาชุมชน ในเดอื นตลุ าคม 2548 ก็ให้ปรับเปลย่ี นอีกครัง้ เป็น “กรมการพฒั นาชุมชน เป็น
หนว่ ยงานยทุ ธศาสตร์ของรัฐในการพฒั นาชนบทด้วยหลกั การพฒั นาชุมชน" และในปี 2550 นานปรีชา
บตุ รศรี อธิบดีคนใหมก่ ็เปลยี่ นให้เป็น “กรมการพฒั นาชุมชนเป็นหนว่ ยงานหลกั ในการสง่ เสริมการบริหาร
จดั การชมุ ชนให้เข้มแขง็ อยา่ งยง่ั ยืน “

เปา้ ประสงค์ก็ได้ปรับเปลย่ี นไปตามจดุ เน้นของวสิ ยั ทศั น์เชน่ กนั แตก่ ็ยงั คงอยใู่ นขอบเขตทสี่ ะท้อนถงึ
“ธุรกิจหลกั ” ทอี่ ยใู่ นความสนใจของชาวพฒั นาชุมชน นนั่ คือ “ชุมชนเข้มแข็ง” และ “เศรษฐกิจชุมชน
เข้มแขง็ ”

การกาหนดยทุ ธศาสตร์กอ่ นหนว่ ยงานอ่ืน ทาให้กรมการพฒั นาชุมชนมีบทเรียนที่สามารถพฒั นา
ยทุ ธศาสตร์ได้เหมาะสมยง่ิ ขนึ ้ เมื่อมีการนาระบบคารับรองปฏบิ ตั ิราชการมาบงั คบั ใช้กบั หนว่ ยราชการ
ทงั้ หมด

2. การออกแบบงานใหม่ (Job Redesign)

กรมฯ ได้ออกแบบงานเพ่อื กาหนดรูปแบบวิธีการทางานของกรมการพฒั นาชุมชนให้เหมาะสม โดยใช้

ผลการศกึ ษาวจิ ยั เชิงปฏบิ ตั ิการในพนื ้ ท่ีของโครงการสนบั สนนุ เครือขา่ ยองค์กรชุมชน (CORNS) ใน
พนื ้ ที่เขตพฒั นา 12 จงั หวดั มาปรับระบบสนบั สนนุ การทางานพฒั นาชุมชนของบุคลากรในพนื ้ ทีใ่ ห้

สามารถปฏบิ ตั งิ านกบั ผ้นู า องค์กรชุมชน และเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและมี

ประสทิ ธิผล ภายใต้กรอบแนวความคิด “กระบวนการเสริมสร้างศกั ยภาพของการปฏบิ ตั ิงานในพนื ้ ที่
ของกรมการพฒั นาชมุ ชน” และได้กาหนดงานบทบาทหน้าทใี่ หม่ของข้าราชการในตาแหนง่ พฒั นากร
(ตาแหนง่ นกั พฒั นาชมุ ชน 3-5/6ว ; 6 และเจ้าพนกั งานพฒั นาชุมชน 2-4/5 ) พฒั นาการอาเภอ
(เจ้าหน้าทบี่ ริหารงานพฒั นาชุมชน 7) และพฒั นาการจงั หวดั (เจ้าหน้าทบี่ ริหารงานพฒั นาชุมชน 8)

ซงึ่ เป็นสายงานหลกั ท่มี ีหน้าทีใ่ นการผลกั ดนั และขบั เคลอ่ื นยทุ ธศาสตร์กรมการพฒั นาชุมชนให้บรรลุ

เปา้ หมายพนั ธกิจตามยทุ ธศาสตร์ ด้วยการจดั ทาคาบรรยายลกั ษณะงาน (Job Description) เริ่ม
จากการจดั ทาคาบรรยายลกั ษณะงานของข้าราชการใน 3 สายงานได้แก่ พฒั นากร พฒั นาการอาเภอ

และพฒั นาการจงั หวดั วา่ จะต้องมีบทบาทหน้าทเี่ ชน่ ไร และจะต้องมีความรู้ความสามารถหรือ

สมรรถนะในด้านใดบ้างจึงจะสามารถปฏิบตั งิ านตามภารกิจได้บรรลผุ ล (โดยมี Mr. David

52

McConnel ผ้เู ช่ียวชาญชาวออสเตรเลยี เป็นที่ปรึกษา) บทบาทของข้าราชการในตาแหนง่ พฒั นากร

พฒั นาการอาเภอ และพฒั นาการจงั หวดั ถกู กาหนดไว้ดงั นี ้

พัฒนากร มีหน้าท่ีในการศกึ ษาวิจยั เพื่อค้นหาศกั ยภาพของชมุ ชน สง่ เสริมสนบั สนนุ และ
พฒั นากระบวนการเรียนรู้และการมีสว่ นร่วมของประชาชน ให้การศกึ ษา ประสานงาน และ
แสวงหาความร่วมมือ ให้คาปรึกษา รวมทงั้ ติดตามและประเมินการทางานของชมุ ชน

พฒั นาการอาเภอ มีหน้าที่ในการบริหารงานพฒั นาชุมชนและบริหารการพฒั นาชมุ ชนใน
ระดบั อาเภอ วางแผนกลยทุ ธ์ แปลงนโยบายสกู่ ารปฏิบตั ิ บริหารงานบคุ คล สนบั สนนุ
ทรัพยากร กากบั ดแู ล ควบคมุ คา่ ใช้จา่ ย เบิกจา่ ยงบประมาณ

พัฒนาการจังหวัด มีหน้าทใี่ นการบริหารงานพฒั นาชุมชนและบริหารการพฒั นา กาหนด
ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาชมุ ชนระดบั จงั หวดั แปลงนโยบายสกู่ ารปฏิบตั ิ บริหารทรัพยากรบุคคล
เสริมสร้างขวญั กาลงั ใจในการปฏิบตั งิ านแก่เจ้าหน้าทีพ่ ฒั นาชมุ ชน ให้คาปรึกษา สนบั สนนุ
เพิม่ พนู ศกั ยภาพเจ้าหน้าทีพ่ ฒั นาชุมชนในการปฏบิ ตั งิ าน ติดตาม ประเมินผลและแก้ไขปัญหา
ข้อขดั ข้องของสานกั งานพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั และอาเภอ สง่ เสริมสนบั สนนุ นวตั กรรม เทคนคิ
วชิ าการเพื่อเพมิ่ คณุ ภาพประสทิ ธิภาพในการทางาน บริหารงบประมาณ กากบั ดแู ลการ
เบกิ จ่าย การใช้จา่ ยงบประมาณ และประสานการดาเนนิ งานพฒั นาชุมชน

หลงั จากได้รับคาปรึกษาในการจดั ทาคาบรรยายลกั ษณะงานใน 3 ตาแหนง่ แล้ว กรมการพฒั นาชุมชน
ก็ได้ขยายผลไปสกู่ ารจดั ทาคาบรรยายลกั ษณะงานในสายงานอ่ืน ๆ อีก 28 สายงาน เพ่อื กาหนด

บทบาทหน้าที่ของทกุ ตาแหนง่ ให้มีความชดั เจน รวมทงั้ ระบุถึงความรู้ความสามารถที่ต้องการของ
ตาแหนง่ อยา่ งละเอียด เพ่ือประโยชน์ในการบริหารและการพฒั นาบุคลากรของกรมฯ ให้สอดคล้องและ
สามารถตอบสนองยทุ ธศาสตร์และเปา้ หมายของกรมฯ ตามแผนยทุ ธศาสตร์กรมการพฒั นาชมุ ชน โดย

ได้เผยแพร่ให้ข้าราชการกรมฯ ได้รับรู้โดยทวั่ กนั ในรูปแบบของ CD-ROM

3. การพัฒนาระบบสมรรถนะข้าราชการ

จากความช่วยเหลอื ของ AusAID เชน่ กนั กรมการพฒั นาชมุ ชน โดยกองฝึกอบรม ได้ดาเนนิ การจดั ทา
พจนานกุ รมสมรรถนะข้าราชการกรม และแนวทางการบริหารระบบสมรรถนะข้าราชการ ทงั้ 31 สาย
งาน เพื่อนาไปใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารและการพฒั นาบคุ ลากรของกรมฯ ได้อยา่ งเหมาะสมและ
ตรงกบั ความต้องการด้านบคุ คลของกรมฯ รวมทงั้ เป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมและพฒั นาบคุ ลากรให้มี
ขดี ความสามารถในการทางานเพื่อขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตร์ ตอ่ มากองการเจ้าหน้าท่ไี ด้จ้างบริษทั Hay
Group เป็นทปี่ รึกษาจดั ทาระบบการประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน ซง่ึ ก็พบวา่ เป็นเร่ืองเดียวกนั กบั ระบบ

53

สมรรถนะ กองฝึกอบรมจงึ โอนงานระบบสมรรถนะไปให้กองการเจ้าหน้าท่รี ับผิดชอบตงั้ แต่ ปี 2549
เป็นต้นมา เพอ่ื ให้มีการนาตวั ชีว้ ดั สมรรถนะมาใช้ในการบริหารงานบุคคลอยา่ งจริงจงั ตอ่ ไป

4. การประเมินระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard)

ในปี 2545-2546 กรมการพฒั นาชุมชน โดยกองการเจ้าหน้าที่ กองฝึกอบรม และกลมุ่ พฒั นาระบบ
บริหาร ร่วมกนั จดั ทาแผนบริหารทรัพยากรบคุ คลของกรมการพฒั นาชมุ ชน เพอ่ื กาหนดกลยทุ ธ์ในการ
ปรับระบบบริหารงานบุคคลของกรมฯ ให้มีรูปแบบวิธีการทางานท่ีสามารถสนบั สนนุ การทางานของ
ข้าราชการพฒั นาชมุ ชนในการปฏบิ ตั ิงานในพนื ้ ทไี่ ด้อยา่ งเหมาะสม สามารถกาหนดวิสยั ทศั น์การ

บริหารทรัพยากรบคุ คลของกรมฯ คือ “เป็นมืออาชีพในการสนบั สนนุ งานของกรมการพฒั นาชมุ ชน”
และกาหนดพนั ธกิจการบริหารทรัพยากรบุคคลคือ “สร้างระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลบริหาร เพือ่
เสริมสร้างศกั ยภาพและขวญั กาลงั ใจของบคุ ลากรในหนว่ ยงาน” (โดยมี Miss Wendy Raike
ผ้เู ช่ียวชาญชาวออสเตรเลยี เป็นที่ปรึกษา)

กลยทุ ธ์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพฒั นาองค์กรจาแนกเป็น12 ประการ คือ (1) สร้างและ
พฒั นาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการบริหารทรัพยากรบุคคล ให้มีความสมบรู ณ์ (2) สร้างขวญั
กาลงั ใจ ความมน่ั ใจให้เจ้าหน้าท่ี (3) การวางแผนพฒั นาทรัพยากรบุคคลให้มีความหลากหลาย เป็น
ระบบและมีความตอ่ เนื่อง (4) มีความเช่ือมโยงระบบตา่ ง ๆ ใน ระบบการบริหารงานบคุ คลและการ
พฒั นาบุคลากร (5) การพฒั นาเส้นทางความก้าวหน้าทกุ สายงาน (6)สง่ เสริมและพฒั นาการบริหาร
ทรัพยากรบคุ คลและการพฒั นาบุคลากรในระดบั เขต จงั หวดั และอาเภอ (7) เป็นองค์กรแหง่ การเรียนรู้
(8) นาความรู้ไปใช้บูรณาการการทางาน (9) มีระบบสนบั สนนุ ในการแก้ไขปัญหาข้อคบั ข้องใจ (10)
พฒั นาความเป็นผ้นู าในการบริหาร (11) มีแผนการพฒั นารายบคุ คล และ (12)การสร้างระบบบริหาร

จดั การที่ดีให้เป็นวฒั นธรรมองค์กร

สำนกั งำน ก.พ. ได้ปรับแนวทำงกำรบริหำรทรัพยำกรบคุ คลภำครัฐ ให้มีควำมสอดคล้องกบั รูปแบบกำร
บริหำรจดั กำรภำครัฐแนวใหมท่ ่มี งุ่ เน้นผลสมั ฤทธ์ิของงำน ภำยใต้กรอบแนวควำมคดิ “กำรบริหำร
ทรัพยำกรบุคคลเชิงกลยทุ ธ์” ทีใ่ ห้ควำมสำคญั กบั ข้ำรำชกำรในฐำนะทนุ มนษุ ย์ และพฒั นำระบบงำน
บริหำรทรัพยำกรบคุ คลของหนว่ ยงำนภำครัฐให้สำมำรถเป็นพลงั ขบั เคลอื่ นยทุ ธศำสตร์ให้บรรลผุ ล
สมั ฤทธิ์ โดยกำรเช่ือมโยงอยำ่ งสมดลุ ระหวำ่ ง “ยทุ ธศาสตร์ ขา้ ราชการ และหนว่ ยงานภาครฐั ” ด้วย
กำรนำเทคนิค Balance Scorecard มำใช้ในกำรวำงแผนกลยทุ ธ์กำรบริหำรทรัพยำกรบุคคลของ
หนว่ ยงำนภำครัฐ ภำยใต้ ชื่อ “HR Scorecard” ทีม่ ีวตั ถปุ ระสงค์เพ่อื จดั ให้ทศิ ทำง ยทุ ธศำสตร์ และ

54

แนวปฏิบตั ิทำงด้ำนกำรบริหำรทรัพยำกรบุคคลตอบสนอง สนบั สนนุ และเป็นไปในแนวทำงเดียวกบั
ยทุ ธศำสตร์ของหนว่ ยงำนรำชกำร โดยให้เกิดกำรม่งุ เน้นผลลพั ธ์ ยทุ ธศำสตร์ และกำรตดิ ตำมวดั
ประเมินผลลพั ธ์อยำ่ งตอ่ เนือ่ งและเพอ่ื ปรับบทบำทงำนด้ำนกำรบริหำรทรัพยำกรบคุ คลของสว่ นรำชกำร
ให้มีควำมเป็นห้นุ สว่ นทำงกลยทุ ธ์ (Strategic Partner) หรือสนบั สนนุ ควำมสำเร็จตำมประเด็น
ยทุ ธศำสตร์ของสว่ นรำชกำร โดย ก.พ. ได้กำหนดมำตรฐำนควำมสำเร็จด้ำนกำรบริหำรทรัพยำกรบุคคล
ของสว่ นรำชกำร (HR Scorecard) เพื่อเป็นแนวทำงในกำรประเมินกำรบริหำรทรัพยำกรบุคคลของ
สว่ นรำชกำรไว้ 5 มิติ คอื (1) มิตคิ วำมสอดคล้องเชิงยทุ ธศำสตร์ (Strategic Alignment) (2) มิติ
ประสทิ ธิภำพของกำรบริหำรทรัพยำกรบุคคล (HR Program Efficiency) (3) มิตปิ ระสทิ ธิผลของกำร
บริหำรทรัพยำกรบคุ คล (HRM Program Effectiveness) (4) ควำมพร้อมรับผดิ ด้ำนกำรบริหำร
ทรัพยำกรบุคคล (HR Accountability) (5) มิตคิ ณุ ภำพชีวิตและควำมสมดลุ ของชีวิตและกำรทำงำน
(Quality of Work Life) และได้นำร่องดำเนนิ กำรพฒั นำระบบบริหำรทรัพยำกรบคุ คลในสว่ น
รำชกำร 8 หนว่ ยงำนคือ ปีงบประมำณ พ.ศ. 2547 ดำเนนิ กำรในสำนกั งำนปลดั กระทรวงเทคโนโลยี
สำรสนเทศและกำรสอ่ื สำร กรมรำชทณั ฑ์ กรมศลุ กำกร และสำนกั งำน ก.พ. ปีงบประมำณ พ.ศ.
2548 กรมกำรพฒั นำชุมชนขอสมคั รเป็นหนว่ ยงำนนำร่อง ร่วมกบั กรมกำรปกครอง สำนกั งำน
ปลดั กระทรวงศกึ ษำธิกำร และกรมชลประทำน ผลการนาร่องทาให้กรมการพฒั นาชมุ ชนได้รับรางวลั
หนว่ ยงานที่มีการบริหารงานบคุ คลดีเดน่ ประจาปี 2550 จากสานกั งาน ก.พ.

และตอ่ มำ สำนกั งำน ก.พ.ร ก็ได้กำหนดให้มีกำรประเมินผลกำรปฏบิ ตั ิรำชกำรตำมคำรับรองกำรปฏิบตั ิ
รำชกำรของสว่ นรำชกำรประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2550 กำหนดให้มีกำรประเมินผลกำรปฏิบตั ิ
รำชกำรของสว่ นรำชกำรในประเดน็ เก่ียวกบั กำรจดั กำรทนุ มนษุ ย์ด้วยกำรวดั ระดบั ควำมสำเร็จในกำร
พฒั นำระบบกำรบริหำรทรัพยำกรบคุ คล ตำมตวั ชีว้ ดั ที่ 13.1 โดยกำรประเมินผลจะพจิ ำรณำจำก
ระดบั ขนั้ ควำมสำเร็จของกำรจดั ทำแผนกลยทุ ธ์กำรบริหำรทรัพยำกรบคุ คลเพือ่ สนบั สนนุ กำรปฏิบตั ิ
รำชกำรของสว่ นรำชกำรให้สำมำรถดำเนนิ กำรบรรลเุ ปำ้ หมำยตำมยทุ ธศำสตร์ของสว่ นรำชกำร โดย
แผนกลยทุ ธ์กำรบริหำรทรัพยำกรบคุ คลของสว่ นรำชกำรจะต้องเป็นแผนท่สี นบั สนนุ แผนปฏบิ ตั ิรำชกำร
ประจำปี พ.ศ. 2551 - 2553 ซงึ่ หวั หน้ำสว่ นรำชกำรเหน็ ชอบท่จี ะดำเนนิ กำรตำมแนวทำง/แผนงำน/
โครงกำรท่ีกำหนดขนึ ้ ในปี พ.ศ. 2551
ในระยะนี ้ นโยบายรัฐบาลหลายเรื่องได้มอบให้กรมการพฒั นาชมุ ชนดาเนินการ ได้แก่ นโยบายหนง่ึ
ตาบลหนงึ่ ผลติ ภณั ฑ์ นโยบายกองทนุ หมบู่ ้าน โครงการพลงั แผน่ ดนิ โครงการศนู ย์ซอ่ มสร้างประจา

หมบู่ ้าน โครงการพฒั นาศกั ยภาพหม่บู ้านและชุมชน (SML) ฯลฯ นอกจากนกี ้ รมการพฒั นาชมุ ชนก็ได้

พฒั นางานสาคญั ๆ หลายประการดงั นี ้

55

1. พฒั นารูปแบบเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน มีการจดั ตงั้ ศนู ย์ประสานงานเครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน
ประจาตาบล ทว่ั ประเทศ

2. พฒั นาระบบมาตรฐานงานชุมชน เป็นเคร่ืองมือสง่ เสริมการพฒั นาตนเองของผ้นู า องค์กร
ชุมชน เครือขา่ ยองค์กรชมุ ชน และชมุ ชน

3. พฒั นางานสง่ เสริมระบบบริหารจดั การชุมชน โดยเฉพาะกลยทุ ธ์สนบั สนนุ การจดั ทาแผน
ชุมชน ท่มี ีเอกลกั ษณ์แตกตา่ งจากหนว่ ยงานอื่นที่เน้น การจดั ทาแผนชมุ ชนระดบั หมบู่ ้าน
ในขณะทีห่ นว่ ยงานอื่นจะเน้นที่ระดบั ตาบล

4. ได้มีการพฒั นาระบบ IT ขนำนใหญ่ นบั จำกกำรนำ pocket pc และพฒั นำโปรแกรม
Ayuda forecaster มำใช้กบั กำรจดั เก็บข้อมลู จปฐ. กชช.2ค กำรพฒั นำเวปไซด์บริกำร
กำรพฒั นำระบบ e-Mail, e-Learning , EPMS , e-สำรบรรณ , GIS, e-Reporting
รวมถึง ระบบสำนกั งำนอตั โนมตั ิ (OA) และลำ่ สดุ Community Portal ใน ชื่อ
moobanthai.com

5. สง่ เสริมให้วเิ คราะห์ข้อมลู และนาเสนอข้อมลู ชมุ ชนในลกั ษณะสารสนเทศชมุ ชน
6. ออกแบบและดาเนนิ การโครงการแก้ปัญหาความยากจนแบบถึงลกู ถงึ คน สง่ เสริมการ

ทางานร่วมกนั ระหวา่ งพฒั นากรกบั ผ้นู าองค์กรชมุ ชนในการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน
ให้ได้ผลอยา่ งยง่ั ยนื

7. การพฒั นาโมเดลการฝึกอบรม ในชื่อ PLACE Model มาใช้กบั การฝึกอบรมบุคลากรทกุ

ระดบั

8. พฒั นารูปแบบศนู ย์สง่ เสริมการเรียนรู้ขององค์กรชมุ ชนและองค์กรท้องถิ่นในลกั ษณะ e-
learning

5 ปีท่ผี า่ นมาของกรมการพฒั นาชมุ ชน มีงานใหม่ ๆ เกิดขนึ ้ มากมายจนยากท่ีจะบนั ทกึ ไว้ได้ทงั้ หมด
หลายเรื่องเริ่มต้นพฒั นาขนึ ้ มาในระยะนซี ้ งึ่ เป็นผลมาจากการพฒั นาระบบราชการ และความก้าวหน้า
ของเทคโนโลยี

บทส่งท้าย ท่คี ลองหลอด

46 ปีท่ีคลองหลอด กรมการพฒั นาชมุ ชนมีภารกิจทเี่ ข้าใจยาก กรมฯ มกั จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์
เสมอวา่ ทางานซา้ ซ้อนกบั หนว่ ยงานอื่น ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ในขณะทนี่ กั พฒั นาองค์กรพฒั นา
เอกชนก็วิพากษ์วิจารณ์วา่ กรมฯ ทางานเน้นปริมาณ ไม่คานงึ ถงึ คณุ ภาพ เนื่องจากสงิ่ ที่บงั เกิดผล
เป็นปรากฏการณ์ของการพฒั นาชุมชน ก็คอื ประชาชนมีความตระหนกั ในศกั ยภาพของตน เห็นคณุ คา่

56

ของตนเองท่ีมีตอ่ การสร้างสรรค์ความเจริญของชมุ ชนและการแก้ปัญหาของตนเอง ประชาชนบงั เกิด

ความเชื่อมน่ั ในตนเอง กล้าพดู กล้าแสดงความคิดเหน็ ตน่ื ตวั ตอ่ หน้าท่ีรับผดิ ชอบในการพฒั นาชมุ ชน

ของตน ประชาชนมีภาวะผ้นู าสงู ขนึ ้ ประชาชนมีการรวมตวั เป็นกลมุ่ องค์กร ดาเนินการบริหารองค์กร

ของตนเองเพื่อประโยชน์ของมวลสมาชิก ประชาชนร่วมมือร่วมใจกนั พฒั นาสง่ิ สาธารณประโยชน์โดย

ไม่หวงั รอความชว่ ยเหลอื จากทางราชการ ประชาชนเหน็ คณุ คา่ ของภมู ิรู้ที่มีอยใู่ นท้องถ่ินและนามาใช้

ประโยชน์ในการแสวงหาทางเลอื กของการพฒั นาชมุ ชน ประชาชนสามารถคิดและปรับปรุง

ประสทิ ธิภาพในการดาเนินกิจกรรมบริการชุมชนของตน ซงึ่ ทงั้ หลายทงั้ ปวง กรมการพฒั นาชุมชนก็

ไมอ่ าจบอกได้วา่ เป็นผลมาจากการทางานของพฒั นากร แตส่ งั คมก็ไม่อาจบอกได้เตม็ ปากวา่ พฒั นา

กรไมม่ ีสว่ นในการกอ่ ให้เกิดปรากฏการณ์ดงั กลา่ ว

หากมิใช่เพราะคณะกรรมการพฒั นาตาบลและคณะกรรมการพฒั นาหม่บู ้านเกิดการเรียนรู้ผา่ น
ประสบการณ์ตรงในกระบวนการศกึ ษาข้อมลู วางแผน ดาเนินงาน บริหารงาน และตดิ ตามประเมินผล
โครงการ/กิจกรรมพฒั นาชุมชนท่กี รมการพฒั นาชมุ ชนใช้เป็นเครื่องมือ ก็ไมน่ า่ เชื่อวา่ จะเกิดการ
เปลย่ี นแปลงคณะกรรมการพฒั นาตาบล เป็นสภาตาบล เป็นองค์การบริหารสว่ นตาบล และเกิด
เปลยี่ นแปลงคณะกรรมการพฒั นาหม่บู ้าน มาเป็นคณะกรรมการหมบู่ ้าน

ความยากที่จะให้ได้รับการยอมรับวา่ ภารกิจของกรมการพฒั นาชมุ ชนมีความสาคญั ตอ่ สงั คม เนือ่ งจาก
ภารกิจดงั กลา่ วแตกตา่ งจากแนวความคดิ ในการบริหารองค์กรราชการโดยสนิ ้ เชิง เพราะงานราชการ
ถกู กาหนดวา่ เป็นงานให้บริการประชาชน ดงั นนั้ ลกั ษณะของงานต้องชดั เจน วา่ บริการอะไรท่ี
หนว่ ยงานจะให้แกป่ ระชาชน แตภ่ ารกิจของกรมการพฒั นาชมุ ชน ไมใ่ ช่งานให้บริการประชาชน แต่
เป็นงานท่ใี ช้กลวธิ ีหลากหลายท่ีจะทาให้คนในชุมชนร่วมกนั ริเร่ิมและจัดการให้บริการประชาชนโดย
ความเต็มใจและพงึ่ พาบริการของรัฐน้อยลง พงึ่ ตนเองมากขนึ ้ ซงึ่ การทพ่ี ฒั นากรจะทางานจนบงั
เกิดผลในระดบั ที่กลา่ วได้นี ้ ต้องอาศยั เวลาทไี่ ม่สามารถกาหนดให้ชดั เจนตายตวั วา่ 3 เดอื น 1 ปี หรือ
เทา่ ไรแน่ นอกจากนผี ้ ลทีเ่ กิดขนึ ้ ก็ไม่สามารถแยกแยะได้วา่ สว่ นใดเป็นผลงานของพฒั นากร เมื่อเป็น
เชน่ นี ้ การวดั ผลการปฏบิ ตั งิ านของระบบราชการตามทีย่ ดึ ถือปฏบิ ตั ิเทา่ ทผี่ า่ นมาจงึ ไม่ได้วดั ผลสมั ฤทธ์ิ
ของงานพฒั นาชุมชน แตเ่ ป็นการวดั ปริมาณการอดุ หนนุ ท่กี รมการพฒั นาชมุ ชนได้ให้กบั ชุมชน

อยา่ งไรก็ตาม การผา่ นกาลเวลาของการเปล่ียนแปลงไม่ได้ทาให้กรมการพฒั นาชมุ ชนเปลย่ี นแปลง
ภารกิจของตนแม้แตน่ ้อย จะเห็นได้วา่ หน้าทีท่ ่ีได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลเมื่อ
สถาปนากรมฯ จนถงึ ปัจจบุ นั แตกตา่ งกนั ก็เฉพาะถ้อยคาภาษาที่ใช้เทา่ นนั้ แตส่ าระยงั คงไม่
เปลย่ี นแปลงคอื "การสง่ เสริมการพฒั นาโดยประชาชน" หรือ"การสง่ เสริมการจดั การของชุมชน" ซง่ึ เป็น
การสง่ เสริมให้ประชาชนมีสว่ นร่วมและเรียนรู้ท่ีจะพฒั นาตนเองและชุมชนของตน แม้วา่ เครื่องมือใน

57

การสง่ เสริมจะเปลย่ี นแปลงไป เนอ่ื งจากมีการพฒั นาเคร่ืองมือบริหารการพฒั นาของชาติขนึ ้ มาใช้เป็น
ระบบเดียวกนั แตก่ ระบวนการของการบริหารการพฒั นาก็ยงั คงใช้การสง่ เสริมการมีสว่ นร่วมและ
สง่ เสริมกระบวนการเรียนรู้ตามหลกั การเดิมไม่เคยเปลยี่ นแปลง และแม้วา่ เปา้ หมายการพฒั นา
ประเทศจะมีจดุ เน้นแตกตา่ งไปตามภาวะการณ์ของสงั คม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง แต่
เปา้ หมายของการพฒั นาชมุ ชนไม่เคยเปล่ียนแปลง นนั่ คอื การมีทศั นคติทีจ่ ะพงึ่ ตนเองและ
ความสามารถในการปกครองตนเองของชมุ ชนอยา่ งแท้จริง

ชีวติ ท่ีอาคารดารงราชานุภาพ

เมื่อย้ายจากอาคารศาลาวา่ การกระทรวงมหาดไทยมาอยทู่ ่ีชนั้ 5 อาคารดารงราชานภุ าพ ชีวิตก็
เปลยี่ นไป จากห้องทบึ ๆ ท่ตี อ่ เตมิ กนั เองเป็น 2 ชัน้ มาอยหู่ ้องกระจกโลง่ หมดทกุ ด้าน มองไปทางไหน
ก็เหน็ กนั ทว่ั ทาให้ชาวพฒั นาชมุ ชนสว่ นใหญ่เห็นหน้ากนั ทกุ วนั พดู คยุ กนั ได้ทกุ วนั ความผกู พนั ก็มี
มากจนอาจเรียกได้วา่ รักใคร่เป็นญาติพีน่ ้อง มีเร่ืองตา่ ง ๆ เกิดขนึ ้ มากมายท่สี มควรบนั ทกึ ไว้

พนื้ เสริมลวดสลิง ไม่ใช่เสริมเหล็ก

เมื่อมาอยใู่ หม่ ๆ กองกลาง สป. ก็เตือนวา่ อยา่ ขนอะไรขนึ ้ ไปไว้บนสานกั งานมากนกั เพราะนเ่ี ป็น
อาคารจอดรถ พนื ้ เสริมลวดสลงิ ไม่ใช่เสริมเหลก็ จงึ ไมม่ ีความแข็งแรงเพยี งพอทจี่ ะรับนา้ หนกั กระดาษ
จานวนมาก ๆ ถ้าจะวางครุภณั ฑ์หนกั ๆ ให้วางบริเวณคาน ดงั นนั้ บรรรดาโต๊ะตู้ จงึ พากนั เรียง
รายไว้บนคาน (จนทาให้สงสยั วา่ เพราะเราอยบู่ นคานกนั มากไปหรือเปลา่ ทท่ี าให้สาว ๆ กรมนจี ้ งึ ไม่
คอ่ ยได้แตง่ งาน) ตอนมาอยใู่ หม่ ๆ พวกเราก็จะระมดั ระวงั กนั พอสมควร แตเ่ มื่ออยไู่ ปนานเข้า ก็ลมื
คาเตือน บนชนั้ 5 เร่ิมมีการนาเข้ากระดาษจากสารพดั เรื่องมาสะสมไว้ นกึ ได้เมื่อไรก็ทาลาย
กระดาษกนั สกั ครัง้ การทาลายกระดาษและเอกสารครัง้ ใหญ่ เกิดขนึ ้ เมื่ออธิบดี (นายไพโรจน์ พรหม
สาสน์ ) มีนโยบาย 5 ส.

ลามลงมาชัน้ 4

เมื่อมีการตงั้ สานกั ผ้ตู รวจราชการกรม สถานทีช่ นั้ 5 จงึ ไม่พอ ชนั้ 4 มีสานกั งานผ้ตู รวจฯของ
กระทรวงอยแู่ ล้ว เราจงึ ขอใช้ชนั้ 4 เป็นสานกั งานผ้ตู รวจฯบ้าง มีการกนั้ ห้องเป็นสดั สว่ นสวยงาม จน
เป็นท่ใี ฝ่ฝันของข้าราชการหลายคนวา่ สกั วนั คงจะได้มานงั่ ห้องนบี ้ ้าง เม่ือยบุ สานกั งานผ้ตู รวจฯ ก็
เปลย่ี นเป็นสานกั งานของกลมุ่ งานวจิ ยั และพฒั นา (ประธานกลมุ่ งานคนแรกคอื ดร.นิรันดร์ จงวฒุ ิ
เวศย์ ) ตอ่ มาผ้ตู รวจราชการกระทรวงย้ายสานกั งานไปอยทู่ ่ีตกึ สถาบนั ดารงฯ เราก็ย้ายศนู ย์
คอมพวิ เตอร์ และหนว่ ยตรวจสอบภายในเข้ามาอยดู่ ้วยกนั (เดมิ 2 หนว่ ยนแี ้ ยกออกไปอยทู่ ่ตี กึ แถวข้าง

58

นอกกระทรวง ซง่ึ เป็นของสหกรณ์ออมทรัพย์ เรียกวา่ ตกึ นอก) กรมจึงขยายอาณาเขตยดึ พนื ้ ที่ทงั้ ชนั้ 4
และชนั้ 5

โรงแรมในอาคารจอดรถ

เม่ือปรับโครงสร้างกรมฯหลงั การปฏิรูประบบราชการครัง้ ใหญ่ มีการตงั้ สานกั สง่ เสริมวสิ าหกิจชุมชน มี

ห้องทางานอยทู่ ีช่ นั้ 4 บริเวณห้องผ้ตู รวจราชการกระทรวงเกา่ งานหลกั ของสานกั นี ้คือ OTOP และ
กองทนุ สานกั ตงั้ งบประมาณไว้ทา show room สนิ ค้า OTOP ท่ีอาคารสานกั งานแหง่ ใหม่

ของกรม ซง่ึ ขณะนนั้ มีแผนจะไปอยทู่ ีต่ กึ ของกรมผงั เมือง เม่ือไมไ่ ด้ไป กรมฯก็นางบประมาณมา

พฒั นาพนื ้ ทีข่ องกรมแทน ทาให้ชนั้ 4 ถกู เนรมิตเป็นทจี่ ดั แสดงสนิ ค้า OTOP ทม่ี ีความสวยงาม จน

ใคร ๆ ต้องเอ่ยปาก วา่ หรูเหมือนโรงแรมเลย

ลานเอนกประสงค์

ห้องประชมุ 1 ของกรมฯ บรรจุคนได้เต็มทีเ่ พียง 100 คน ดงั นนั้ เมื่อมีกิจกรรมทตี่ ้องรวมพล ไมว่ า่ จะ
เป็นการถวายพระพร พระบรมวงศานวุ งศ์ การจดั กิจกรรมเทิดพระเกียรติ การจบั ฉลากของขวญั ปี
ใหม่ หรือการเต้นแอโรบคิ ออกกาลงั กาย ลานเอนกประสงค์ของเราก็คือ ลานหน้าห้องสารบรรณ ซง่ึ
วนั ไหนจดั กิจกรรมทกี่ ลา่ วข้างต้น คนท่ีมาสายก็จะต้องเขนิ เพราะทกุ คนในกรมจะมายืนอยทู่ ล่ี านนนั้
ทาให้คนมาสายไม่กล้าเดนิ ผา่ น

ร้ านรัตน์

ร้านค้าสวสั ดิการที่เราเรียกตดิ ปาก วา่ ร้านรัตน์ ตงั้ อยทู่ ่ีชนั้ 4 ขายตงั้ แตเ่ ช้าถงึ บา่ ยสามโมง รัตน์
และแต๊ว 2 คนพ่ีน้อง ตามชาวพฒั นาชมุ ชนมาตงั้ แตอ่ ยอู่ าคารศาลาวา่ การฯ สนิทสนมกบั ข้าราชการ
พฒั นาชมุ ชนหลายตอ่ หลายรุ่น เวลาฝนตก งานยงุ่ และปลายเดือน ร้านรัตน์ก็จะอุน่ หนาฝาคงั่ ร้าน
รัตน์ยงั คงตงั้ อยทู่ เ่ี ดมิ และรอรับการกลบั ไปเยือนของเราทกุ เม่ือ หากมีราชการที่ต้องไปกระทรวง

หลังคาร่ัว

การใช้ชีวติ อยทู่ อี่ าคารดารงราชานภุ าพมีความสขุ และอบอนุ่ จนลมื ไปวา่ เมื่อครัง้ ย้ายมาอยทู่ ่ีน่ี เราคดิ
วา่ จะมาอยกู่ นั แบบชวั่ คราว จน 5-6 ปีหลงั มานี ้ เกิดฝนตกหนกั และหลงั คารั่ว หลายแหง่ กองคลงั
ซอ่ มแล้วซอ่ มอีก อดุ รูนี ้ รูอ่ืนก็รั่วอีก ลามไปทว่ั หลงั คา จนไมร่ ู้วา่ หลงั คารั่วตรงไหนแน่ ก็เริ่ม
ตระหนกั กนั วา่ ต้องหาที่อยใู่ หมเ่ สยี แล้ว เหตกุ ารณ์ครัง้ สาคญั ก็คือ วนั หนง่ึ มีเด็กตกจากหลงั คา ผา่ น
ฝา้ ลอย ลงมาในกองวชิ าการ เพราะเหตไุ ปเลน่ ซนบนดาดฟ้า คราวนี ้ ตา่ งพากนั ตกลงใจวา่ ต้องย้าย
แน่ ๆ

59

บทส่งท้าย ท่คี ลองหลอด

46 ปีทค่ี ลองหลอด กรมการพฒั นาชุมชนมีภารกิจที่เข้าใจยาก กรมฯ มกั จะได้รับการวพิ ากษ์วจิ ารณ์เสมอ

วา่ ทางานซา้ ซ้อนกบั หนว่ ยงานอื่น ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ในขณะท่นี กั พฒั นาองค์กรพฒั นาเอกชนก็

วพิ ากษ์วจิ ารณ์วา่ กรมฯ ทางานเน้นปริมาณ ไม่คานงึ ถึงคณุ ภาพ เน่อื งจากสงิ่ ทีบ่ งั เกิดผลเป็น

ปรากฏการณ์ของการพฒั นาชุมชน ก็คือ ประชาชนมีความตระหนกั ในศกั ยภาพของตน เหน็ คณุ คา่ ของ

ตนเองท่มี ีตอ่ การสร้างสรรค์ความเจริญของชมุ ชนและการแก้ปัญหาของตนเอง ประชาชนบงั เกิดความ

เช่ือมนั่ ในตนเอง กล้าพดู กล้าแสดงความคิดเหน็ ตนื่ ตวั ตอ่ หน้าทีร่ ับผิดชอบในการพฒั นาชุมชนของตน

ประชาชนมีภาวะผ้นู าสงู ขนึ ้ ประชาชนมีการรวมตวั เป็นกลมุ่ องค์กร ดาเนินการบริหารองค์กรของตนเอง

เพ่ือประโยชน์ของมวลสมาชิก ประชาชนร่วมมอื ร่วมใจกนั พฒั นาสงิ่ สาธารณประโยชน์โดยไม่หวงั รอความ

ชว่ ยเหลอื จากทางราชการ ประชาชนเห็นคณุ คา่ ของภมู ิรู้ทมี่ ีอยใู่ นท้องถิ่นและนามาใช้ประโยชน์ในการ

แสวงหาทางเลอื กของการพฒั นาชมุ ชน ประชาชนสามารถคดิ และปรับปรุงประสทิ ธิภาพในการดาเนิน

กิจกรรมบริการชมุ ชนของตน ซง่ึ ทงั้ หลายทงั้ ปวง กรมการพฒั นาชมุ ชนก็ไมอ่ าจบอกได้วา่ เป็นผลมาจาก

การทางานของพฒั นากร แตส่ งั คมก็ไมอ่ าจบอกได้เต็มปากวา่ พฒั นากรไมม่ ีสว่ นในการกอ่ ให้เกิด

ปรากฏการณ์ดงั กลา่ ว

หากมิใช่เพราะคณะกรรมการพฒั นาตาบลและคณะกรรมการพฒั นาหม่บู ้านเกิดการเรียนรู้ผา่ น
ประสบการณ์ตรงในกระบวนการศกึ ษาข้อมลู วางแผน ดาเนนิ งาน บริหารงาน และติดตามประเมินผล
โครงการ/กิจกรรมพฒั นาชุมชนที่กรมการพฒั นาชุมชนใช้เป็นเครื่องมือ ก็ไม่นา่ เชื่อวา่ จะเกิดการ
เปลยี่ นแปลงคณะกรรมการพฒั นาตาบล เป็นสภาตาบล เป็นองค์การบริหารสว่ นตาบล และเกิด
เปลย่ี นแปลงคณะกรรมการพฒั นาหม่บู ้าน มาเป็นคณะกรรมการหม่บู ้าน

ความยากทจี่ ะให้ได้รับการยอมรับวา่ ภารกิจของกรมการพฒั นาชุมชนมีความสาคญั ตอ่ สงั คม เน่อื งจากภารกิจ
ดงั กลา่ วแตกตา่ งจากแนวความคดิ ในการบริหารองค์กรราชการโดยสนิ ้ เชิง เพราะงานราชการถกู กาหนดวา่
เป็นงานให้บริการประชาชน ดงั นนั้ ลกั ษณะของงานต้องชดั เจน วา่ บริการอะไรที่หนว่ ยงานจะให้แก่
ประชาชน แตภ่ ารกิจของกรมการพฒั นาชุมชน ไม่ใชง่ านให้บริการประชาชน แตเ่ ป็นงานท่ีใช้กลวธิ ี
หลากหลายท่จี ะทาให้คนในชุมชนร่วมกนั ริเริ่มและจดั การให้บริการประชาชนโดยความเตม็ ใจและพงึ่ พา
บริการของรัฐน้อยลง พง่ึ ตนเองมากขนึ ้ ซง่ึ การที่พฒั นากรจะทางานจนบงั เกิดผลในระดบั ทกี่ ลา่ วได้นี ้ ต้อง
อาศยั เวลาทไี่ ม่สามารถกาหนดให้ชดั เจนตายตวั วา่ 3 เดือน 1 ปี หรือเทา่ ไรแน่ นอกจากนผี ้ ลทเี่ กิดขึน้ ก็ไม่
สามารถแยกแยะได้วา่ สว่ นใดเป็นผลงานของพฒั นากร เมื่อเป็นเช่นนี ้ การวดั ผลการปฏิบตั ิงานของระบบ
ราชการตามท่ยี ดึ ถือปฏิบตั ิเทา่ ทผ่ี า่ นมาจงึ ไมไ่ ด้วดั ผลสมั ฤทธ์ิของงานพฒั นาชุมชน แตเ่ ป็นการวดั ปริมาณ
การอดุ หนนุ ทก่ี รมการพฒั นาชมุ ชนได้ให้กบั ชุมชน



เกร็ดชีวิตท่ีอาคารดารงราชานุภาพ

เม่ือย้ายจากอาคารศาลาวา่ การกระทรวงมหาดไทยมาอย่ทู ่ีชนั้ 5
อาคารดารงราชานภุ าพ ชีวติ กเ็ ปลย่ี นไป จากห้องทึบ ๆ ที่ต่อเตมิ
กนั เองเป็น 2 ชนั้ มีบนั ใดวนเป็นท่อเช่ือมตอ่ มาอยหู่ ้องกระจกโลง่
หมดทกุ ด้าน มองไปทางไหนกเ็ หน็ กนั ทว่ั ทาให้ชาวพฒั นาชมุ ชนสว่ น
ใหญ่เหน็ หน้ากนั ทกุ วนั พดู คยุ กนั ได้ทกุ วนั ความผกู พนั กม็ ีมากจน
อาจเรียกได้วา่ รกั ใคร่เป็นญาตพิ ี่น้อง มีเร่ืองตา่ ง ๆ เกิดขึน้ มากมายที่
สมควรบนั ทกึ ไว้

สัปดาห์แรกทีห่ ้องอธบิ ดี

สปั ดาห์แรกท่ีย้ายไปอยอู่ าคารดารงราชานุภาพ ผ้คู นพากนั ไปแสดง
ความยินดีกบั อธิบดี (ดร.ยวุ ฒั น์ วฒุ ิเมธี) มากมาย และเป็นบรรทดั

1

ฐานของพวกเรา พช. ท่ีอธิบดีกบั ข้าราชการเดก็ ๆ มีความใกล้ชิดสนิท
สนมกนั แบบไมม่ ีซีมาแบง่ กนั้ อธิบดียวุ ฒั น์ ให้เจ้าหน้าท่ีขนขนมนม
เนยมาเลยี ้ งดนู ้อง ๆ ที่มานง่ั กนั อยเู่ ตม็ ไปหมดในห้องทา่ น ห้องอธิบดี
กว้างขวาง สวยงามผดิ กบั ห้องที่ตกึ บญั ชาการกระทรวง ระหวา่ งเม้าท์
ลน่ั สนน่ั ห้องพร้อมกบั จมิ ้ โนน่ นี่เข้าปากกนั เป็นพลั วนั น้องคนหน่งึ นงั่
เงียบไปโดยไมม่ ีปี่มีขลยุ่ ตาจ้องเขมง็ ไปที่มมุ ห้อง เหนือโต๊ะทา่ นอธิบดี
เป็นที่ผดิ สงั เกต คนอน่ื ๆ ก็เลยพลอยเบาเสียงลง มองตามตาน้อง
อ้าว ตายหละ เพิง่ อาทติ ย์แรกเองนะเน่ีย มีประกายไฟอะไรแปลบ ๆ
เหนือศีรษะทา่ นอธิบดี ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่เป็นไฟช๊อต เลน่ เอาหมด
สนกุ ซะแล้ว เกือบไปแล้วไหมละ่ ถ้าพวกเราไมไ่ ด้อย่ใู นห้องท่าน
ทา่ นก็คงไมไ่ ด้สงั เกต
เพราะท่านนงั่ หนั หลงั
ให้จดุ ท่ีไฟช๊อต และ
ถ้าวนั นนั้ ท่านอธิบดี
ไมไ่ ด้อยใู่ นห้อง
สปั ดาห์แรกนนั้ คง
เกดิ ไฟไหม้ให้เสยี
ฤกษ์ซะแล้ว

พืน้ เสริมลวดสลงิ ไม่ใช่เสริมเหลก็

เมื่อมาอย่ใู หม่ ๆ กองกลาง สป. ก็เตือนวา่ อยา่ ขนอะไรขนึ ้ ไปไว้บน
สานกั งานมากนกั เพราะน่ีเป็นอาคารจอดรถ พืน้ เสริมลวดสลงิ ไม่ใช่
เสริมเหลก็ จึงไมม่ ีความแขง็ แรงเพียงพอที่จะรบั นา้ หนกั กระดาษ
จานวนมาก ๆ ถ้าจะวางครุภณั ฑ์หนกั ๆ ให้วางบริเวณคาน
ดงั นนั้ บรรรดาโต๊ะตู้ จึงพากนั เรียงรายไว้บนคาน (จนทาให้สงสยั วา่
เพราะเราอย่บู นคานกนั มากไปหรือเปลา่ ที่ทาให้สาว ๆ กรมนีจ้ งึ ไม่
ค่อยได้แตง่ งาน) ตอนมาอย่ใู หม่ ๆ พวกเรากจ็ ะระมดั ระวงั กนั
พอสมควร แต่เมื่ออย่ไู ปนานเข้า ก็ลืมคาเตือน บนชนั้ 5 เร่ิมมีการ
นาเข้ากระดาษจากสารพดั เร่ืองมาสะสมไว้ นกึ ได้เมื่อไรก็ทาลาย
กระดาษกนั สกั ครงั้ การ
ทาลายกระดาษและ
เอกสารครงั้ ใหญ่ เกดิ ขึน้
เมื่ออธิบดี (นายไพโรจน์
พรหมสาส์น) มีนโยบาย
5 ส.

2

ลามลงมาเป็ นโรงหมอช้ัน 4

เมื่อมีการตงั้ สานกั ผ้ตู รวจราชการกรม สถานที่ชนั้ 5 จึงไม่พอ ชนั้ 4
มีสานกั งานผ้ตู รวจฯของกระทรวงอย่แู ล้ว เราจงึ ขอใช้ชนั้ 4 เป็น
สานกั งานผ้ตู รวจฯบ้าง มีการกนั้ ห้องเป็นสดั สว่ นสวยงาม จนเป็นที่
ใฝ่ฝันของข้าราชการหลายคนวา่ สกั วนั คงจะได้มานงั่ ห้องนีบ้ ้าง เมื่อ
ยบุ สานกั งานผ้ตู รวจฯ ก็เปลี่ยนเป็นสานกั งานของกลมุ่ งานวจิ ยั และ
พฒั นา (ประธานกลมุ่ งานคนแรกคือ ดร.นริ นั ดร์ จงวฒุ เิ วศย์ )
ตอ่ มาผ้ตู รวจราชการกระทรวงย้ายสานกั งานไปอย่ทู ี่ตกึ สถาบนั ดารงฯ
เรากย็ ้ายศนู ย์คอมพวิ เตอร์ และหนว่ ยตรวจสอบภายในเข้ามาอยู่
ด้วยกนั (เดมิ 2 หน่วยนีแ้ ยกออกไปอยทู่ ่ีตึกแถวข้างนอกกระทรวง ซง่ึ
เป็นของสหกรณ์ออมทรพั ย์ เรียกวา่ ตกึ นอก) กรมจงึ ขยายอาณาเขต
ยึดพืน้ ท่ีทงั้ ชนั้ 4 และชนั้ 5
สมยั คณุ เดือนเพญ็ ศงั ขะฤกษ์ เป็นประธานกลมุ่ งานวจิ ยั ฯ อธิบดีฯ
(นายไพโรจน์ พรหมสาสน์ ) เห็นวา่ สมาชกิ กลมุ่ งานวจิ ยั มีมากขึน้
(นกั วชิ าการ 7-9 รวม 8 คน ธรุ การอีก 3 คน) ห้องหบั ดคู บั แคบ จึง
ให้มืออาชีพมาออกแบบปรับปรุงให้ใหม่ ได้ข่าววา่ เป็นนกั ออกแบบ
ตกแตง่ ภายในโรงแรมหรูในกรุงเทพ มาหลายแห่งแล้ว ห้องหบั ใหม่

ของกลมุ่ งานวจิ ยั จงึ
สวยงาม นกั วชิ าการ
ทกุ คนมีห้อง (คอก)
กนั้ ด้วย partition
สว่ นตวั หน้าห้อง
ประธานมีเคาน์เตอร์
ฝ่ายบริหาร สวยงาม
กลางห้องเป็นห้องโถงมีโต๊ะประชมุ ขนาด 10 คน ท่ีสามารถประกอบ
เป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้สะดวกมาก แตเ่ หมือนคลนิ ิกยงั ไงยงั งนั้ แถม
ยงั มีนกั วชิ าการทา่ นหน่งึ เป็นโรคภมู แิ พ้ต้องอาศยั ผ้าคาดปิดปาก ปิด
จมกู ตลอดวนั คนจึงมกั แอบเรียกห้องกลมุ่ งานวจิ ยั ชนั้ 4 ว่า โรงหมอ

“จะพบหมอ ห้องไหนดีคะ....”

ไฟไหม้ไล่ที่

ราวปี 2540 ตอนเช้ามืด ของวนั หน่ึง บรรดาผ้คู นท่ีกลมุ่ งานวจิ ยั และ
พฒั นาและหน่วยงานต่าง ๆ ซง่ึ อย่ชู นั้ 4 ต่างอกสนั่ ขวญั แขวนจากขา่ ว
ไฟไหม้อาคารดารงราชานภุ าพที่ชนั้ 4 ไม่รู้วา่ จดุ เกิดเหตอุ ย่ตู รงไหน
เม่ือประตลู ฟิ ท์เกดิ ออกมา พวกเราต้องสาลกั ควนั ไฟ แตก่ ลบั ไมม่ ีใคร

3

กลวั ตา่ งวงิ่ ตรงไปที่ห้องทางานของตน พากนั เข้าไปค้นหาจดุ ต้นไฟ
แล้วกโ็ ลง่ ใจวา่ ไมใ่ ช่ห้องเรา แตเ่ ป็นห้องผ้ตู รวจราชการกระทรวงซงึ่
อย่อู กี ปีกหนึง่ ในชนั้ 4 ของอาคาร ไฟดบั แล้วเหลือแตค่ วนั และเขมา่
วนั นนั้ ทงั้ วนั เป็นอนั ต้องหยดุ งาน ทกุ คนต้องช่วยกนั เช็ดเขม่าควนั ที่
ปกคลมุ ไปทว่ั ทงั้ ห้อง เยน็ วนั นนั้ หน้าตาสาวหน่มุ ชาว พช.เหมือน
คนขายถา่ น เพราะดาดา่ งไปหมด แม้วา่ จะไม่หนกั หนาเทา่ ห้อง
ผ้ตู รวจ แต่กท็ าให้คนที่บ้านสงสยั ได้วา่ ไปทาอะไรกนั มา ผลของ
เหตกุ ารณ์วนั นนั้ ทาให้ผ้ตู รวจต้องย้ายสานกั งานไปอยทู่ ่ีตึกสถาบนั
ดารงฯ เรากไ็ ด้ยึดครองพืน้ ที่อีกปีกหนง่ึ ของอาคารนบั แต่นนั้ เป็นต้น
มา อย่างนีเ้รียกวา่ ไฟไหม้ไลท่ ่ีหรือเปลา่ นะ

โรงแรมในอาคารจอดรถ

เม่ือปรบั โครงสร้างกรมฯหลงั
การปฏิรูประบบราชการครงั ้
ใหญ่ มีการตงั้ สานกั สง่ เสริม
วสิ าหกิจชมุ ชน มีห้องทางาน
อย่ทู ี่ชนั้ 4 บริเวณห้องผ้ตู รวจ
ราชการกระทรวงเกา่ งาน

หลกั ของสานกั นี ้คือ OTOP และกองทนุ สานกั ตงั้ งบประมาณไว้ทา
show room สนิ ค้า OTOP ท่ีอาคารสานกั งานแหง่ ใหม่ของกรม ซงึ่
ขณะนนั้ มีแผนจะไปอยทู่ ี่ตกึ ของกรมผงั เมือง เมื่อไม่ได้ไป กรมฯก็นา
งบประมาณมาพฒั นาพืน้ ท่ีของกรมแทน ทาให้ชนั้ 4 ถกู เนรมิตเป็นที่
จดั แสดงสนิ ค้า OTOP ท่ีมีความสวยงาม จนใคร ๆ ต้องเอย่ ปาก วา่ หรู
เหมือนโรงแรมเลย หลายมมุ ในโรงแรมชนั้ 4 ปรากฏเป็นฉากใน spot
ประชาสมั พนั ธ์งานกรม ก่อนจะเป็นฉากสวยงาม คนชนั้ 4 ก็ผา่ น
บทเรียนดมกาว ดดู ฝ่นุ มาเป็นเวลาหลายเดือน ทาให้มีภมู ิค้มุ กนั ใน
เร่ืองนีเ้ ป็นอย่างดี

4

ลานเอนกประสงค์

ห้องประชมุ 1 ของกรมฯ บรรจคุ นได้เตม็ ที่เพียง 100 คน ดงั นนั้ เม่ือมี
กิจกรรมที่ต้องรวมพล ไม่วา่ จะเป็นการถวายพระพร พระบรมวงศานุ
วงศ์ การจดั กจิ กรรมเทิดพระเกียรติ การจบั ฉลากของขวญั ปีใหม่
หรือการเต้นแอโรบคิ ออกกาลงั กาย ลานเอนกประสงค์ของเรากค็ ือ
ลานหน้าห้องสารบรรณ ซงึ่ วนั ไหนจดั กจิ กรรมท่ีกลา่ วข้างต้น คน
ที่มาสายก็จะต้องเขิน เพราะทกุ คนในกรมจะมายืนอย่ทู ี่ลานนนั้ ทา
ให้คนมาสายไมก่ ล้าเดินผา่ น

ศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ ช่วงปิ ดเทอม

โดยทวั่ ไป ทางานที่ไหน คณุ พอ่ คณุ แม่กจ็ ะต้องย้ายโรงเรียนลกู ไปด้วย
เช้าหอบลกู มาด้วย ตกเยน็ ลกู กจ็ ะมารอพ่อแม่ที่กรม และกลบั บ้าน
พร้อมกนั ถ้าเป็นวนั ธรรมดา กวา่ เด็ก ๆ จะกลบั มาที่กรมกต็ กเยน็
เหน่ือยกนั มาจากโรงเรียนแล้ว จึงไมค่ ่อยไปพลกุ พลา่ นที่ไหนให้เป็นที่
สงั เกตวุ า่ มีข้าราชการตวั น้อย ๆ มาปนอย่กู บั ข้าราชการตวั โต ๆ แต่
พอเป็นช่วงปิดเทอม พวกเราไมม่ ีปัญญาจ้างคนรับใช้หรือพี่เลยี ้ งให้
ดแู ลลกู ที่บ้านกนั หรอก เราต้องหอบลกู มาทางานด้วย เราจึงมกั พบ
เหน็ คนเดนิ หนงั สอื จากกองตา่ ง ๆ เป็นเด็กลกู หลานของพวกเรา ซง่ึ
เดก็ ๆ จะรู้ไปหมดวา่ กองไหนอยทู่ ี่ไหน คนไหนชื่อป้าอะไร พี่อะไร พอ
เบอื่ เดก็ ๆ ก็จะไปสงั สรรค์กนั เอง เลน่ กนั ตามทางเดนิ บ้าง ห้องโถง
สารบรรณบ้าง ดาดฟ้าบ้าง เป็นสสี นั ของกรมอีกอยา่ งหนึ่ง จนอธิบดี
ทา่ นหนง่ึ ถงึ กบั อทุ านวา่ นี่มนั ศนู ย์เดก็ หรือที่ทางานกนั แนเ่ น่ีย ..มีคน
แอบตอบทา่ นอย่เู บา ๆ วา่ ไม่ใชศ่ นู ย์เดก็ หรอกคะ่ แตเ่ ป็นสานกั งานท่ี
สนบั สนนุ ครอบครวั อบอนุ่ ตา่ งหาก ด้วยเหตฉุ ะนี ้ลกู เพ่ือนกเ็ หมือน
ลกู เรา ที่คลองหลอด

5

ห้องสมุดหรือน่ี

ห้องสมดุ เป็นห้องสาคญั ของพวกเรา ไม่วา่ จะไปอยทู่ ี่ไหน เรากต็ ้อง
เก็บมมุ หนึง่ ของสานกั งานเป็นห้องสมดุ เสมอ ตอนอยตู่ ึกบญั ชาการ
ห้องสมดุ เป็นห้องเลก็ ๆ ในกองฝึกอบรม แตห่ นงั สอื เกี่ยวกบั งาน

พฒั นาชมุ ชนเพียบ มีโต๊ะ
อา่ นหนงั สือ 2 โต๊ะ แตก่ ็
ยงั มีคนนอกเข้ามาค้นคว้า
เสมอ โดยเฉพาะชว่ งเปิด
สอบรับข้าราชการใหม่
คนสมคั รสอบจะเข้ามานง่ั
อา่ นหนงั สอื เพื่อหาความรู้
กอ่ นสอบกนั มาก เมื่อย้ายไปอาคารดารงฯ ห้องสมดุ กต็ ามขึน้ ไปอย่ทู ่ี
ชนั้ 5 ติดกบั ห้องรองอธิบดี หนงั สือที่ขนกนั ขึน้ มาใหม่ ๆ กจ็ ดั ไว้เป็น
ระเบียบเรียบร้อย แตเ่ ราไม่มีตาหน่งบรรณรกั ษ์ อาศยั ธรุ การของ
สานกั งานเลขานกุ ารกรมบ้าง กองฝึกอบรมบ้าง มาดแู ล เม่ือมีคน
อาศยั ห้องสมดุ เป็นท่ีระบายหนงั สอื จากกองต่าง ๆ ก็เลยวางกนั
ตามใจ ตอ่ มาจึงขยบั ขยายลงไปอยทู่ ี่ชนั้ 4 ติดร้านรตั น์ ก้าวขวางขนึ ้

อีกหนอ่ ย เริ่มมีบรรณรกั ษ์มาประจา คนเดียวในดวงใจ พวกเราได้
อาศยั ห้องนีแ้ หละ หาความรู้ข้อมลู ขา่ วสารจากหนงั สอื พิมพ์บ้าง
นิตยสารบ้าง ตอนหนงั กเ็ ริ่มมีตารับตาราวชิ าการมากขึน้ วนั ไหนมี
ประชมุ มาก ๆ ขาดห้องประชมุ ก็ไปติดกระดาษหน้าห้องสมดุ วา่ มี
ประชมุ คนอา่ นหนงั สือก็เข้ามมุ คนประชุมกล็ ากโต๊ะเก้าอรี ้ วมกนั ไว้
ตรงกลาง ประชมุ ก็ประชมุ กนั ไป อา่ นหนงั สอื ก็อ่านกนั ไป น่ีและ
ห้องสมดุ ของเราที่คลองหลอดท่ีทาให้คนผา่ น 6-8 ว.มาเสยี นกั ต่อนกั
แล้ว

ร้านรัตน์

ร้านค้าสวสั ดกิ ารท่ีเราเรียกตดิ ปาก วา่ ร้านรัตน์ ตงั้ อย่ทู ี่ชนั้ 4 ขาย
ตงั้ แตเ่ ช้าถึง บา่ ยสามโมง รตั น์และแต๊ว 2 คนพี่น้อง ตามชาวพฒั นา
ชมุ ชนมาตงั้ แต่อยอู่ าคารศาลาว่าการฯ สนทิ สนมกบั ข้าราชการ
พฒั นาชมุ ชนหลายตอ่ หลายรุ่น เวลาฝนตก งานย่งุ และปลายเดือน
ร้านรตั น์กจ็ ะอนุ่ หนาฝาคงั่ รัตน์และแต๊ว เป็นเหมือนญาตสิ นทิ ของ
ชาว พช. กนิ กนั จนจดจาได้หมดวา่ ข้าราชการ พช.คนไหนช่ืออะไร มี
ลกู ชื่ออะไร ชอบกินอะไร จนสามารถโทร.สงั่ อาหารได้เลยวา่ “แต๊ว พี่
....นะ จดั สารับให้ ผอ.....ชดุ หนง่ึ เร็ว ๆ ผอ.จะไปประชมุ เท่ียงครึ่ง”

6

แต๊วสามารถจดั อาหารกลางวนั มาให้จนครบครัน ทงั้ คาวหวาน ถกู
ปาก ถกู ใจ ข้อสาคญั กนิ เสร็จก็ลกุ ไปทางานต่อได้เลย ตกบา่ ยแก่ ๆ
ถึงจะมีบญั ชีมาตามเก็บเงนิ ถ้ายงั ไม่สะดวกท่ีจะจ่าย กเ็ ก็บไว้ก่อน
จ่ายเม่ือสะดวก ..เมื่อไรก็ได้
สองพี่น้องเป็นคนใจบญุ สนุ ทาน ทกุ ปีก็จะมีกองกฐินท่ีพวกเราได้มี
โอกาสเป็นกรรมการร่วมกบั สองพี่น้องกนั ทวั่ หน้า ทุกวนั พระ หน้าร้าน
รตั น์ก็จะมีถงุ ข้าวถงุ แกงวางกองรวมกนั อย่จู านวนหน่งึ ท่ีพวกเราหลาย
คนพากนั ฝากแต๊วไปถวายพระ หลงั เพลแต๊วก็หอบบญุ กลบั มาให้
พวกเราถ้วนหน้า

สองพ่ีน้องไม่ย้ายตามเรามาที่แจ้งวฒั นะ เพราะอายมุ ากขึน้ แล้ว
สขุ ภาพกไ็ มใ่ คร่แขง็ แรง ที่ทางานใหมข่ องเราไกลจากบ้านเขาเกนิ กวา่
จะย้ายตามมาได้ วนั นีร้ ้านรตั น์ยงั คงตงั้ อยทู่ ี่เดิม และรอรับการ
กลบั ไปเยือนของเราทกุ เม่ือ หากมีราชการที่ต้องไปกระทรวง นา้ ท่า
อาหารการกินยงั มีพออาศยั เสมอ

บ้านพหี่ มู

กรมเรามนี ักการคนหน่ึงช่อื “พห่ี มู” เป็นภรรยาของพนักงานขบั รถ
แตเ่ ม่อื สามเี สยี ชวี ติ ในหน้าทร่ี าชการ กรมฯ ไดร้ บั พห่ี มไู วเ้ ป็น
ลูกจ้างประจาในตาแหน่งนักการ พ่หี มูไม่มบี ้านอยู่ แต่อาศยั อยู่
บรเิ วณใตท้ างลาดทท่ี าไวส้ าหรบั รถทจ่ี ะขน้ึ จากชนั้ 2 มาชนั้ 3 ของ
อาคารดารงราชานุภาพ สมาชกิ ในบา้ นพห่ี มมู พี รอ้ มทงั้ พอ่ แม่ และ
ลูก ๆ ของพห่ี มู บ้านใตก้ ระไดของ พห่ี มแู ละครอบครวั นนั้ มหี ลาย
ครงั้ ทม่ี มี รสุมมาสนั่ คลอน พวกเรา ไดย้ นิ บ่อย ๆ ว่า สป.มท. จะไล่
ไมใ่ หอ้ ยู่ แตท่ ุกครงั้ กร็ อดพน้ มาได้ แตส่ าหรบั พวกเราชาว พช. จะ
เหน็ ว่าพห่ี มูและลูกหลานจะมชี วี ติ ทเ่ี ป็นสุขอยู่ในมุมหน่ึงของสานัก
ศักยภาพฯ ในส่วนท่ีติดกับ กองประชาสมั พนั ธ์ ทงั้ ทางาน
รบั ประทานอาหาร ดทู วี ี เสรมิ สวยและพกั ผอ่ นนอนหลบั จนพวก
เราคดิ วา่ จรงิ ๆ แลว้ บา้ นพห่ี มคู อื สานกั ศกั ยภาพฯ นนั่ แหละ ตอนท่ี

7

จะยา้ ยมาอยู่ทน่ี ่ีพวกเราต่างเป็นห่วงว่าพ่หี มูจะทาอย่างไร แต่ก็
ปรากฏวา่ พห่ี มไู ดย้ า้ ยมาเชา่ บา้ นอยแู่ ถว ๆ ศูนยร์ าชการฯ ทท่ี างาน
ใหม่ของเราแต่พ่อและแม่พ่หี มูยงั คงอยู่ท่เี ดิม โดยน้องชายพ่หี มู
ซง่ึ เป็นนกั การของกรมการปกครองดแู ลอยู่ สว่ นลกู ๆ ของพห่ี มไู ด้
แต่งงานไปแล้วตงั้ แต่ก่อนทเ่ี ราจะยา้ ยมาอยู่ทใ่ี หม่จนมหี ลานสาว
หน้าตาน่ารกั ว่งิ เล่นอยู่ทก่ี รมฯ (เก่า) จาได้ว่าตอนท่ีลูกสาวพห่ี มู
แต่งงานพ่หี มูร้องไห้ดใี จท่ลี ูกสาวมบี ้านอยู่แล้วไม่ต้องมาอยู่ทใ่ี ต้
กระไดเหมอื นแม่ น่ีแหละชวี ติ ท่รี มิ คลองหลอด ไม่มกี ฎระเบยี บ
มากมาย (จรงิ ๆ แล้วมแี ตพ่ วกเราก็ไมค่ ่อยเครง่ ครดั กนั เทา่ ไหร่) ท่ี
พวกเราอยู่กนั มาเร่อื ย ๆ หลายสบิ ปีอย่างมนี ้าใจและเอ้อื อาทรกนั


ยดึ โรงรถ

ลานจอดรถชนั้ 3 มีชีวติ ชีวา 2 ช่วง คือ ตอนเช้ากบั ตอนเยน็ การมี
สถานที่จอดรถจากดั คนขบั รถท่ีนารถมาจอดทกุ คนต้องผา่ นการ
ฝึกฝนมาอยา่ งดี ระยะห่างเอาแคพ่ อสอดร่างกายเข้าท่ีนนั่ คนขบั ได้
เป็นพอ คนตวั โต ๆ สะโพกขนาดนางพิมพลิ าไลกล็ าบากหน่อย
นอกจากนีย้ งั ต้องวางแผนมาตงั้ แตก่ อ่ นนอนวา่ ควรจะจอดรถไว้
ตรงไหน ถ้าไม่ไปราชการ ไม่ออกจากที่ทางานเร็วนกั ก็ต้องรีบมาแต่

เช้า เพราะเข้าไปจอดในที่สงบมมุ ใน ไมใ่ ห้เป็นที่ขดั เคืองใจของคนอนื่
หากมาสายแล้วกลบั ช้า รถกอ็ ยใู่ นที่ท่ีขวางทางของคนอน่ื ในเวลาเย็น
หลายครัง้ ท่ีเจ้าของรถจะพบกระดาษน้อยแปะชมเชยไว้ท่ีหน้ารถ และ
หลายครัง้ ท่ีจะพบร่องรอยไมพ่ งึ ประสงค์ หากไมร่ ู้จกั กาลเทศะในการ
จอดรถ บางยคุ บางสมยั กจ็ ะมีคนดีลกุ ขึน้ มาเป็นคนจดั ระเบยี บ “คน
นนั้ เข้าไปกอ่ น คนโน้นรอเด๋ียว เอาหละคนั นีต้ ามเข้าไป นนั่ อยา่ งนนั้
แหละ” ชมุ ชนเจ้าของรถเกิดขึน้ โดยปริยาย วนั ไหนประชมุ กรม หรือ
มีแขกนอกมาเยอะ ๆ กถ็ ือเป็นวนั โกลาหลของชมุ ชนคนชนั้ 3 จนถึง
สมยั อธิบดี ดร.นิรันดร์ ทา่ นอธิบดีทนไม่ได้ลกุ ชนึ ้ มา จดั ระเบยี บครงั้
ใหญ่ มีการนารถที่จอดทงิ ้ ออกไปทิง้ ซะจริง ๆ ให้คนนอกนารถกลบั ไป
ที่ตงั้ รถท่ีจะมาจอดที่ชนั้ 3 ต้องติดป้ายที่ พช.อนญุ าตเทา่ นนั้ และยงั
มีพนกั งานขบั รถอาสาสมคั ร(ขวญั ชยั คนขยนั ) มาตรวจตรา และจดั
ระเบยี บให้ซะอกี ทาให้คนมีรถได้ที่จอดที่ไม่มีคนหน้าคนั หลงั จอดตดิ
จนขยบั ไมไ่ ด้อกี ต่อไป แตน่ างพิมพลิ าไลก็ยงั ลาบากอย่ดู ี และชนั้ 3
ก็เลยกลายเป็นท่ีจอดรถของชาว พช.ไปโดยสมบรู ณ์

8

ห้องแสนสุขของ พขร.

พนกั งานขบั รถของเรามีหลายสบิ ชีวติ ต่างนนั่ กนั ระเกะระกะอย่ทู ่ีชนั้
3 ซง่ึ เป็นลานจอดรถ
ราชการอยขู่ ้างหนึง่
ท่านอธิบดีฯ (นาย
เจดจ็ อนิ สวา่ ง) มี
เมตตาให้ตอ่ เตมิ ห้อง
เพ่ือค้มุ แดดค้มุ ฝน
ให้กบั พนกั งานขบั รถ

และให้เป็นห้องทางานของหมวดยานยนต์ เช้า เท่ียง บางวนั ก็รวม
เยน็ ด้วย ที่ห้องนีจ้ ะกลายเป็นห้องอาหารน้อย ๆ ของชาวหมวดยาน
ยนต์และครอบครัว ข้าวหงุ ใหม่ ๆ กบั ข้าวทาเสร็จร้อน ๆ ถ้าเป็นวนั
นกั ขตั ฤกษ์ (วนั พเิ ศษ) กอ็ าจมี แอลกอฮอลล์ผสมไปด้วย กลนิ่
อบอวลทาให้ผ้คู นท่ีมาตดิ ตอ่ ต้องนา้ ลายสอ บางคืนท่ีห้องนีย้ งั เป็นที่
นอนของพนกั งานขบั รถที่ไปราชการกลบั มาถึงกรมดกึ ด่ืน หรือต้องไป
ราชการแต่เช้ามืดอกี ด้วย ดงั นนั้ ที่ห้องนีม้ กั ไมค่ ่อยขาดผ้คู น ถ้าอยาก
ได้อะไร หาที่ไหนไมไ่ ด้ มาที่ห้องนี ้ โดยเฉพาะแรงงานและข่าวสาร

ของพวกชนั้ 4-5 มีเพียบ และท่ีไม่บนั ทกึ ไม่ได้ก็คือ รองฯ วีระ กรอง
แก้ว อย่ทู ่ีห้องนีป้ ระจา จนผ้คู นบอกวา่ ท่านเป็นหวั หน้าหมวดยาน
ยนต์ตวั จริง แม้จะเกษียนไปแล้ว ทา่ นรองวีระกย็ งั ชอบที่จะมา
พกั ผอ่ นอย่ทู ี่ห้องนีเ้สมอ อย่างนีก้ ็ต้องเชื่อวา่ ห้องนี ้เป็นห้องแสนสขุ
จริง ๆ

ถงึ เวลาต้องย้าย

การใช้ชีวติ อยทู่ ี่อาคารดารงราชานภุ าพมีความสขุ และอบอนุ่ จนลืมไป
วา่ เม่ือครงั้ ย้ายมาอยทู่ ่ีน่ี เราคิดวา่ จะมาอยกู่ นั แบบชว่ั คราว จน 5-6
ปีหลงั มานี ้ เกดิ ฝนตกหนกั และหลงั คารวั่ หลายแหง่ กองคลงั ซอ่ ม

9

แล้วซอ่ มอีก อดุ รูนี ้ รูอ่ืนกร็ ัว่ อีก ลามไปทว่ั หลงั คา จนไม่รู้วา่
หลงั คารวั่ ตรงไหนแน่ ก็เร่ิมตระหนกั กนั วา่ ต้องหาที่อย่ใู หมเ่ สียแล้ว
เหตกุ ารณ์ครงั้ สาคญั ก็คือ วนั หนึง่ มีเด็กตกจากหลงั คา ผ่านฝา้ ลอย
ลงมาในกองวิชาการ เพราะเหตไุ ปเลน่ ซนบนดาดฟา้ คราวนี ้ ต่าง
พากนั ตกลงใจวา่ ต้องย้ายแน่ ๆ

10



11






















Click to View FlipBook Version