ววิ ฒั นาการของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์มีตน้ กาเนิดมาจากเครื่องคานวณท่ีถูกคิดคน้ และพฒั นาข้ึนโดย นายชาร์ลส
แบบเบจ (Charles Babbage) นักคณิตศาสตร์ชาวองั กฤษ ซ่ึงต่อมาเขาไดร้ ับการยกย่องให้เป็ น
บิดาแห่งคอมพวิ เตอร์
เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์มีการพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง สามารถแบ่งออกไดโ้ ดยแบ่ง
ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ เป็น 5 ยคุ ดงั น้ี
ยุคที่ 1 ยุคหลอดสุญญากาศ (พ.ศ.2488 – พ.ศ.2501)
คอมพิวเตอร์ยคุ น้ีใชห้ ลอดสุญญากาศ (vacuum tube) ซ่ึงเป็นอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ขนาดเท่า
หลอดไฟฟ้าตามบา้ นเป็นองคป์ ระกอบหลกั ของวงจรไฟฟ้า และใชบ้ ตั รเจาะรูในการเกบ็ ขอ้ มูล
และคาสงั่ ท่ีใหค้ อมพวิ เตอร์ทางาน และใชด้ รัมแม่เหลก็ (magnetic drum) เป็นหน่วยความจา
หลกั ในระยะแรกจุดประสงคข์ องการสร้างเคร่ืองคอมพิวเตอร์ในยคุ น้ีเพื่อช่วยในงานวิจยั ดา้ น
วทิ ยาศาสตร์ และเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ที่เป็นอิเลก็ ทรอนิกส์เคร่ืองแรกมีชื่อวา่ อินิแอค (ENIAC)
ต่อมาในปี 2491 ไดม้ ีการพฒั นาเคร่ืองคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถใชง้ านทางธุรกิจ ช่ือวา่ ยู
นิแวค (UNIVAC) ท้งั น้ีเพอ่ื ใชช้ ่วยในการสารวจสามะโนประชากร
ปัญหาของคอมพิวเตอร์ท่ีใชห้ ลอดสุญญากาศ นอกจากขนาดและน้าหนกั ที่มากแลว้ ยงั มีปัญหา
เร่ืองความร้อน เน่ืองจากหลอดดงั กล่าวตอ้ งใชพ้ ลงั งานสูงทาใหเ้ กิดความร้อนจากการใชง้ านสูง
และไส้หลอดขาดง่าย ทาใหม้ ีการพฒั นาอุปกรณ์อื่นข้ึนใชง้ านแทน
ยคุ ท่ี 2 ยุคทรานซิสเตอร์ (พ.ศ. 2502-2506)
เครื่องคอมพิวเตอร์ยคุ น้ีใชท้ รานซิสเตอร์ (transistor) เป็นองคป์ ระกอบหลกั ของวงจรไฟฟ้าแทน
หลอดสุญญากาศ ทาใหต้ วั คอมพิวเตอร์มีขนาดเลก็ ลงกวา่ เดิมมาก โดยทรานซิสเตอร์ที่พฒั นาข้ึน
เป็นคร้ังแรกมีขนาด 1 ใน 100 ของหลอดสุญญากาศเท่าน้นั และมีคุณสมบตั ิท่ีดีอีกหลายประการ
คือ ไม่เปลืองกระแสไฟฟ้า ไม่ตอ้ งใชเ้ วลาอุ่นเครื่องเม่ือแรกเปิ ดเครื่อง ทาใหเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอร์
มีประสิทธิภาพและความเร็วเพิ่มข้ึน และในปี พ.ศ. 2505 มีการนาชุดจานแม่เหลก็ ที่ถอดเปลี่ยน
ไดม้ าใชบ้ นั ทึกขอ้ มูลแทนการใชเ้ ทปแม่เหลก็ เทคโนโลยใี หม่ ๆ ที่ใชก้ บั คอมพิวเตอร์ยคุ น้ีทาให้
คา่ ใชจ้ ่ายในการใชค้ อมพวิ เตอร์ถูกลง และทาใหธ้ ุรกิจต่าง ๆ เร่ิมนาคอมพวิ เตอร์มาใชใ้ นกิจการ
มากข้ึน
ยคุ ที่ 3 ยคุ วงจรรวม (พ.ศ. 2507-2512)
เป็นยคุ ท่ีมีการพฒั นาวงจรไอซี (Integrated Circuit : IC) ซ่ึงเป็นการบรรจุวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์
จานวนมากลงบนแผน่ ซิลิคอนเลก็ ๆ ไอซีจึงเขา้ มาทาหนา้ ท่ีแทนทรานซิสเตอร์ เนื่องจากมี
คุณสมบตั ิเด่น 4 ประการคือ
1. มีความเช่ือถือได้ หมายความวา่ ไม่วา่ จะใชง้ านกี่คร้ังกี่หน กจ็ ะไดผ้ ลออกมาเหมือนเดิม
2. มีความกระชบั เนื่องจากวงจรไดถ้ ูกยอ่ ส่วนใหเ้ ลก็ ทาใหอ้ ุปกรณ์มีขนาดเลก็ กะทดั รัด มี
ความเร็วในการทางานเพิ่มมากข้ึน เพราะวงจรอยใู่ กลก้ นั มาก ระยะเวลาในการเดินทางของ
กระแสไฟฟ้าจะนอ้ ยลง
3.ราคาถูก เน่ืองจากมีการผลิตเป็นปริมาณมาก ๆ ทาใหต้ น้ ทุนถูกลง
4.ใชพ้ ลงั งานไฟฟ้านอ้ ย ทาใหป้ ระหยดั
ยุคท่ี 4 ยุควแี อลเอสไอ (พ.ศ. 2513-2532)
จากวงจรไอซีไดม้ ีการพฒั นาเป็นวงจรรวมความจุสูงหรือแอลเอสไอ (Large Scale Integrated
Circuit : LSI) ข้ึนมาใหม่ในปี พ.ศ.2513 สามารถบรรจุวงจรทรานซิสเตอร์จานวนหลายพนั ตวั ลง
บนแผน่ ซิลิคอนขนาด 1/6 ตารางนิ้ว และในปี พ.ศ. 2518 สามารถเพมิ่ ปริมาณวงจรหลายหมื่น
วงจรลงบนซิลิคอนขนาดเท่าเดิม เรียกวา่ วงจรรวมความจุสูงมากหรือวีแอลเอสไอ (Very Large
Scale Integrated Circuit : VLSI) จากการประดิษฐว์ ีแอลเอสไอสามารถนามาสร้างเป็นไมโคร
โพรเซสเซอร์ ซ่ึงทาหนา้ ท่ีเป็นหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (Central Processing Unit :
CPU) ของคอมพิวเตอร์ สามารถลดขนาดของคอมพวิ เตอร์ใหเ้ ลก็ ลงจนสามารถต้งั บนโตะ๊
ทางานในสานกั งาน หรือพกพาไปในท่ีต่างๆ เหมือนกระเป๋ าหิ้วได้ เรียกเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ที่เกิด
ในยคุ น้ีวา่ ไมโครคอมพวิ เตอร์ (microcomputer) มีการพฒั นาระบบซอฟตแ์ วร์ใหม้ ีขีด
ความสามารถสูงข้ึนมาก ซอฟตแ์ วร์เหล่าน้ีกจ็ ะมีการติดต่อกบั ผใู้ ชใ้ นรูปของกราฟิ กท่ีเรียกวา่ จียู
ไอ ทาใหก้ ารใชง้ านคอมพิวเตอร์ทาไดง้ ่ายและสะดวกข้ึน การใชง้ านคอมพิวเตอร์จึงไดร้ ับความ
นิยมสูงข้ึนมากในยคุ น
ยคุ ที่ 5 ยคุ เครือข่าย (พ.ศ. 2533-ปัจจุบัน)
เม่ือไมโครคอมพวิ เตอร์มีขีดความสามารถสูงข้ึน ทางานไดเ้ ร็วการแสดงผลและการจดั การขอ้ มูล
กท็ าไดม้ ากสามารถประมวลผลและแสดงผลไดค้ ร้ังละมากๆ จึงทาใหค้ อมพิวเตอร์ทางานได้
หลายงานพร้อมกนั ดงั จะเห็นไดจ้ ากโปรแกรมจดั การประเภทวนิ โดวใ์ นปัจจุบนั ที่ทาให้
คอมพวิ เตอร์เครื่องเดียวทางานหลายอยา่ งพร้อมกนั ไดข้ ณะเดียวกนั กม็ ีการเช่ือมโยงเป็น
เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ในองคก์ รมีการทางานเป็นกลุ่ม (กลุ่มงาน) โดยใชเ้ ครือขา่ ยทอ้ งถิ่นที่
เรียกวา่ แลน (Local Area Network: LAN) เมื่อเช่ือมการทางานหลายๆกลุ่มขององคก์ รเขา้
ดว้ ยกนั เกิดเป็นเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ขององคก์ รเรียกวา่ อินทราเน็ต (intranet) และหากนา
เครือข่ายขององคก์ รเชื่อมต่อเขา้ สู่เครือขา่ ยสากลท่ีต่อเชื่อมกนั ทวั่ โลกกเ็ รียกวา่ อินเทอร์เน็ต
(Internet) คอมพิวเตอร์ในยคุ น้ีจึงเป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษยพ์ ยายามนามาเพื่อช่วยในการตดั สินใจ
และแกป้ ัญหาใหด้ ียง่ิ ข้ึนกล่าวไดว้ า่ เป็นผลจากวชิ าการดา้ นปัญญาประดิษฐ์ (Artificial
Intelligence : AI) ประเทศต่างๆทวั่ โลกกาลงั สนใจคน้ ควา้ และพฒั นาทางดา้ นน้ีกนั อยา่ งจริงจงั