โ ร ง เ รี ย น
โกสัมพีวิทยา
วั น พุ ธ ที่ 2 6 ม ก ร า ค ม 2 5 6 5
กำหนดการค่ายวิทยาศาสตร์สัญจร
เวลา กำ ห น ด ก า ร
07.30-08.30 น. เดินทางจากมหาวิทยาลั ยราชภั ฏกำแพงเพชรไปยังโรงเรียน
08.30-08.45 น. จัดเตรียมสถานที่ และอุ ปกรณ์
08.45-09.00 น.
09.00-09.50 น. นักเรียนลงทะเบียนเข้าร่วมกิ จกรรมโดยการแสกน QR CODE LINE
09.50-10.00 น. ณ หอประชุ ม
10.00-10.50 น. กล่ าวรายงานการจัดงาน โดยคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
10.50-11.00 น. กล่ าวเปิดงาน โดยผู้อำนวยการสถานศึ กษา
11.00-11.50 น.
11.50-12.40 น. ฐานที่ 1 (≤50 นาที )
12.40-13.30 น.
13.30-14.30 น. เปลี่ ยนฐานกิ จกรรม (≤10 นาที )
14.30-15.00 น. ฐานที่ 2 (≤50 นาที )
15.00-16.00 น. เปลี่ ยนฐานกิ จกรรม (≤10 นาที )
ฐานที่ 3 (≤50 นาที )
พักรับประทานอาหารกลางวัน (≤50 นาที )
ฐานที่ 4 (≤50 นาที )
กิ จกรรมแนะแนวการศึ กษาแต่ ละหลั กสูตร (≤ 1 ชั่วโมง)
ณ หอประชุ ม
-มอบของรางวัลของหลั กสูตรคณิตศาสตร์ (ถ้ ามี)
-มอบเกี ยรติ บัตรให้โรงเรียน (เชิญผู้อำนวยการสถานศึ กษา/ตั วแทนครูรับมอบ
เกี ยรติ บัตร เกี ยรติ บัตรของครูผู้ควบคุมและนักเรียนที่ เข้าร่วมกิ จกรรม
ดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ HTTPS://BIT.LY/3DIGA3W )
-กล่ าวรายงานสรุปกิ จกรรมโดยคณบดี/รองคณบดี
-กล่ าวปิดกิ จกรรมโดยผู้อำนวยการสถานศึ กษา/ตั วแทนครู
เดินทางกลั บมหาวิทยาลั ยราชภั ฏกำแพงเพชร
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึ กษาปีที่ 4-6 จำนวน 80 คน
หมายเหตุ : คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลั ยราชภั ฏกำแพงเพชร จะรับผิด
ชอบค่ าวัสดุอุ ปกรณ์ ค่ าสารเคมี ค่ าอาหารกลางวันและอาหารว่างของที มวิทยากรผู้จัดกิ จกรรม
ทั้งนี้ขอความอนุเคราะห์ทางโรงเรียนรับผิดชอบค่ าอาหารว่างและค่ าอาหารกลางวันของนักเรียน
ที่ เข้าร่วมกิ จกรรม
โรงเรียนโกสัมพีวิทยา
พิธีเปิด-ปิด/กิ จกรรมแนะแนว หอประชุ ม
ฐาน 1 หลั กสูตรเคมี (วท.บ.) บริเวณรอบหอประชุ ม
ฐาน 2 หลั กสูตรชีววิทยา บริเวณรอบหอประชุ ม
ฐาน 3 หลั กสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้ อม บริเวณรอบหอประชุ ม
ฐาน 4 หลั กสูตรนวัตกรรมและธุ รกิ จอาหาร บริเวณรอบหอประชุ ม
1 1กลุ่ม ฐาน 1 หลั กสูตรเคมี (วท.บ.)-การหาปริมาณวิตามินซีโดยวิธีการไทเทรต
09.00-09.50 น. ฐาน 2 หลั กสูตรชีววิทยา-รงควัตถุในพืช
10.00-10.50 น. ฐาน 3 หลั กสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้ อม-ค่ ายเยาวชนอนุรักษ์ สิ่งแวดล้ อม
11.00-11.50 น. ฐาน 4 หลั กสูตรนวัตกรรมและธุ รกิ จ อาหาร-การวางแผนการผลิ ตอาหาร
12.40-13.30 น. กิ จ ก ร ร ม แ น ะ แ น ว
13.40-14.30 น.
2กลุ่ม ฐาน 2 หลั กสูตรชีววิทยา-รงควัตถุในพืช
ฐาน 3 หลั กสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้ อม-ค่ ายเยาวชนอนุรักษ์ สิ่งแวดล้ อม
09.00-09.50 น. ฐาน 4 หลั กสูตรนวัตกรรมและธุ รกิ จ อาหาร-การวางแผนการผลิ ตอาหาร
10.00-10.50 น. ฐาน 1 หลั กสูตรเคมี (วท.บ.)-การหาปริมาณวิตามินซีโดยวิธีการไทเทรต
11.00-11.50 น. กิ จ ก ร ร ม แ น ะ แ น ว
12.40-13.30 น.
13.40-14.30 น.
3กลุ่ม ฐาน 3 หลั กสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้ อม-ค่ ายเยาวชนอนุรักษ์ สิ่งแวดล้ อม
ฐาน 4 หลั กสูตรนวัตกรรมและธุ รกิ จ อาหาร-การวางแผนการผลิ ตอาหาร
09.00-09.50 น. ฐาน 1 หลั กสูตรเคมี (วท.บ.)-การหาปริมาณวิตามินซีโดยวิธีการไทเทรต
10.00-10.50 น. ฐาน 2 หลั กสูตรชีววิทยา-รงควัตถุในพืช
11.00-11.50 น. กิ จ ก ร ร ม แ น ะ แ น ว
12.40-13.30 น.
13.40-14.30 น.
4กลุ่ม ฐาน 4 หลักสูตรนวัตกรรมและธุรกิจ อาหาร-การวางแผนการผลิตอาหาร
ฐาน 1 หลักสูตรเคมี (วท.บ.)-การหาปริมาณวิตามินซีโดยวิธีการไทเทรต
09.00-09.50 น. ฐาน 2 หลักสูตรชีววิทยา-รงควัตถุในพืช
10.00-10.50 น. ฐาน 3 หลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม-ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม
11.00-11.50 น. กิ จ ก ร ร ม แ น ะ แ น ว
12.40-13.30 น.
13.40-14.30 น.
เอกสารประกอบกจิ กรรมคา ย
เยาวชนรกั ษส่งิ แวดลอ ม
เรอื่ ง การอนรุ กั ษด นิ และนำ้
โปรแกรมวชิ าวิทยาศาสตรสงิ่ แวดลอ ม
คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏกำแพงเพชร
1. ชอ่ื กิจกรรม การอนรุ กั ษดนิ และน้ำ คายเยาวชนรักษส ่ิงแวดลอม โครงการคายวทิ ยาศาสตรส ัญจร
ประจำป 2564
โดย โปรแกรมวทิ ยาศาสตรส ิ่งแวดลอ ม คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั กำแพงเพชร
2. ทฤษฎที ่เี กย่ี วของ
2.1 ดนิ (Soil)
ดิน (Soil) เปน สิ่งแวดลอมทีเ่ กิดข้นึ เองโดยธรรมชาติ เกดิ จากการสลายตวั ผุพงั ของหนิ ชนิดตาง ๆ
โดยใชเวลาทีน่ านมาก หนิ ที่สลายตัวผกุ รอ นนจ้ี ะมขี นาดตา ง ๆ กนั เม่ือผสมรวมกับซากพชื ซากสตั ว นำ้
อากาศ กก็ ลายเปนเน้อื ดินซึ่งสวนประกอบเหลาน้จี ะมากนอยแตกตางกนั ไปตามชนิดของดิน
ดินมีประโยชนมากมายมหาศาลตอมนษุ ยและสง่ิ มีชีวิตอ่ืน ๆ คอื
1) ประโยชนตอการเกษตรกรรม เพราะดินเปนตนกำเนิดของการเกษตรกรรมเปนแหลงผลิต
อาหารของมนุษย ในดินจะมีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารรวมทั้งน้ำที่จำเปนตอการเจริญเติบโตของพืช
อาหารที่คนเราบริโภคในทกุ วันน้มี าจากการเกษตรกรรมถึง 90%
2) การเลี้ยงสัตว ดินเปนแหลงอาหารสัตวทั้งพวกพืชและหญา ที่ขึน้ อยู ตลอดจนเปนแหลงที่อยู
อาศัยของสัตวบ างชนดิ เชน งู แมลง นาก ฯลฯ
3) เปน แหลง ท่อี ยอู าศัย แผนดินเปนทตี่ ้งั ของเมือง บานเรือน ทำใหเกิดวฒั นธรรมและอารยธรรม
ของชมุ ชนตาง ๆ มากมาย
4) เปนแหลงเก็บกักน้ำ เนื้อดินจะมีสวนประกอบสำคัญ ๆ คือ สวนที่เปนของแข็ง ไดแก กรวด
ทราย ตะกอน และสวนที่เปนของเหลว คือ น้ำซึ่งอยูในรูปของความชื้นในดินซึ่งถามีอยูมาก ๆ ก็จะ
กลายเปนน้ำซึมอยูคือน้ำใตดิน น้ำเหลานี้จะคอย ๆ ซึมลงที่ต่ำ เชน แมน้ำลำคลองทำใหเรามีน้ำใชได
ตลอดป
2.2 ชนิดของดนิ (Type of Soil
อนุภาคของดินจะรวมตัวกันเขาเกิดเปนเม็ดดิน อนุภาคเหลานี้จะมีขนาดไมเทากัน ขนาดเล็ก
ทส่ี ุดคืออนุภาคดินเหนยี ว อนภุ าค ขนาดกลางเรียกอนภุ าคทรายแปง อนุภาคขนาดใหญเรียกวา อนุภาค
ทรายเน้ือดิน จะมอี นภุ าคทง้ั 3 กลมุ นี้ผสมกนั อยใู นสดั สวนทไ่ี มเทากันทำใหเ กิดลกั ษณะของดนิ 3 ชนดิ
ใหญ ๆ คือ ดินเหนยี ว ดินทราย และดินรวน
1) ดนิ เหนยี ว เปนดินทีเ่ มอื่ เปยกแลวมคี วามยืดหยุน อาจปน เปนกอนหรือคลงึ เปนเสน ยาวได
เหนยี วเหนอะหนะติดมือ เปนดนิ ท่มี ีการระบายนำ้ และอากาศไมด ี มีความสามารถในการอุมน้ำไดดี
มคี วามสามารถในการจบั ยึดและแลกเปลยี่ นธาตุอาหารพชื ไดส ูง หรือคอนขางสงู เปน ดินทมี่ ีกอนเน้ือ
ละเอยี ด เพราะมปี ริมาณอนุภาคดนิ เหนียวอยูมาก เหมาะที่จะใชทำนาปลกู ขาวเพราะเกบ็ น้ำไดน าน
2) ทราย เปนดินท่มี กี ารระบายน้ำและอากาศดีมาก มคี วามสามารถในการอุม นำ้ ต่ำ มีความ
อดุ มสมบูรณต ่ำ เพราะความสามารถในการจบั ยดึ ธาตอุ าหารพชื มีนอ ย พืชท่ีช้นั บนดนิ ทรายจงึ มักขาด
ทั้งอาหารและนำ้ เปนดินทีม่ เี นื้อดนิ ทรายเพราะมีปริมาณอนุภาคทรายมาก ดิน
3) ดนิ รว น เปนดนิ ท่มี เี นื้อดนิ คอนขา งละเอยี ดนุมมอื ยดื หยนุ ไดบ า ง มีการระบายนำ้ ไดด ีปาน
กลาง จัดเปนเนอื้ ดินทเ่ี หมาะสมสำหรับการเพาะปลกู ในธรรมชาตมิ กั ไมค อยพบ แตจะพบดินทม่ี ีเน้อื
ดินใกลเคยี งกันมากกวา สขี องดิน สขี องดนิ จะทำใหเราทราบถงึ ความอุดมสมบูรณป รมิ าณอนิ ทรียวัตถุ
ทปี่ ะปนอยแู ละแปรสภาพเปน ฮิวมสั ในดิน ทำใหสีของดนิ ตา งกนั ถามฮี ิวมสั นอยสีจะจางลงมีความอุดม
สมบูรณนอ ย
ตารางท่แี สดงเนื้อดินชนิดตางๆ ในกลมุ พวกเนือ้ ดนิ
1.ดนิ เหนียว (clay) เนือ้ ดิน กลมุ พวกเน้ือดิน
2.ดนิ เหนยี วปนตะกอน (silty clay) พวกดินเหนยี ว (pine-textured)
3.ดนิ เหนียวปนทราย (sandy clay)
4.ดินรว นเหนียวปนตะกอน (silty clay loam)
5.ดนิ รวนปนดนิ เหนียว (clay loam)
6.ดินรว นเหนยี วปนทราย (sandy clay loam) พวกดินคอนขา งเหนยี ว(Moderately Fine- textured)
7.ดนิ รวน (loam)
8.ดนิ รว นปนตะกอน (silt loam)
9.ดินตะกอน (silt) พวกดินรว น(Medium-textured)
10.ดินรว นปนทราย (sandy loam)
11.ดินทรายปนดนิ รว น (loamy sand)
12.ดนิ ทราย (sand) พวกดนิ ทราย(coarse-textured)
วิธีพจิ ารณาวา ดินนั้นมเี นอ้ื ดินชนิดใด
การจะพิจารณาวา ดนิ น้นั มเี น้ือดนิ ชนดิ ใด สามารถกระทำได 2 วธิ ี วธิ หี นึ่งนนั้ กระทำในหอ งปฏิบตั ิการ
โดยวิเคราะหห าปรมิ าณของทราย ตะกอน และเม็ดดินเหนยี วทมี่ อี ยใู นดนิ น้ัน แลวนำไปเปรียบเทียบดูกับตาราง
สามเหล่ียม วา จะตกอยใู นเนอ้ื ดินชนิดใด
1. เปนวธิ ที ส่ี ะดวกและรวดเรว็ คอื การใชสมั ผัสดวยนว้ิ มือแตวธิ ีนี้ตอ งการความชำนาญ และตองทำอยู
เสมอๆ วิธีทำก็คอื ทำดินใหช นื้ พอทจ่ี ะปนได ปน ดินเปน กอ นกลมๆ ขนาดเสนผา ศูนยกลางครึง่ นว้ิ จับกอ นดินน้ี
ระหวา งนวิ้ หวั แมมือกบั นว้ิ ช้ี แลว บดี้ นิ โดยกดหัวแมม ือไปขางหนา จะทำใหดินนนั้ เปนแผน บางๆ
1.1 ถาแผนของดินนน้ั ทำไดง าย ยาว และไมห กั งา ย ดินนัน้ จัดเปนพวกดนิ เหนยี ว (fine-textured)
ไดแ ก ดินเหนยี ว (clay) ดินเหนียวปนตะกอน (silty clay) ดนิ พวกน้มี ีลักษณะเหนียว และยืดหยุน มาก
1.2 ถาแผนของดนิ นน้ั ทำได แตจ ะหักเปนทอ นขนาด 3/4 ถึง 1 นว้ิ จดั อยใู นพวกดินคอนขา งเหนยี ว
(moderately fine-textured) ซึง่ ไดแ ก ดนิ รวนปนดนิ เหนียว (clay loam) หรือดินรว นเหนยี วปนตะกอน
( silty clay loam) ดนิ พวกน้ีเหนียว และยืดหยนุ ปานกลาง
1.3 ถาแผน ของดินทำไมได และดนิ จะแตกออกเปนชิ้นขนาดสน้ั กวา 3/4 นิว้ ดนิ นนั้ จะจัดอยใู นพวก
ดินรวน หรือดินรวนทราย (medium-textured or moderately coariie-textured) ซ่งึ ไดแก ดินรว นปนตะกอน
(silt loam) ดนิ รวน (loam) หรอื ดนิ รวนปนทราย (sandy loam)
ถาดินนนั้ ไมจ บั กันเปนแผน รูส กึ เปนเมด็ หยาบ ดินน้ันจดั อยใู นพวกดนิ ทราย (coarse-textured) ไดแก ดนิ ทราย
ปนดนิ รวน (loamy sand), ดินทราย (sand)
อยางไรกต็ ามการใชสมั ผัสดวยน้ิวมอื น้ี เปน การบอกไดเพียงหยาบๆ วา จดั อยใู นพวกใดเทา นนั้ ไมส ามารถบอกวา
เปน เนื้อดนิ ชนดิ ใดที่แนนอนได
2.3 โครงสรา งดนิ (Soil Structure)
ท่ีมา : กรมวชิ าการเกษตร
ช้ันดิน
2.4 ปญ หาทรัพยากรดิน
ดินสวนใหญถูกทำลายใหสูญเสียความอุดมสมบูรณ หรือตัวเนื้อดินไปเนื่องจากการกระทำของ
มนุษยและการสูญเสียตามธรรมชาติ ทำใหเราไมอาจใชประโยชนจากดินไดอยางเต็มประสิทธิภาพ
การ สูญเสยี ดินเกดิ ไดจ าก
1) การกดั เซาะและพงั ทลายโดยน้ำ นำ้ จำนวนมากทกี่ ระทบผิวดินโดยตรงจะกดั เซาะผวิ ดิน ให
หลุดลอยไปตามนำ้ การสูญเสยี บริเวณผวิ ดินจะเปนพื้นทก่ี วาง หรือถกู กดั เซาะเปน รองเลก็ ๆ ก็ข้นึ อยู
กบั ความแรงและบริเวณของน้ำที่ไหลบาลงมาก
2) การตัดไมทำลายปา การเผาปา ถางปาทำใหหนาดินเปด และถูกชะลา งไดง า ยโดยน้ำและลม
เม่อื ฝนตกลงมา น้ำกช็ ะลางเอาหนาดินท่ีอดุ มสมบูรณไปกบั นำ้ ทำใหดนิ มีคณุ ภาพเสอ่ื มลง
3) การเพาะปลูกและเตรียมดินอยางไมถ กู วธิ ี การเตรยี มทด่ี นิ ทำการเพาะปลกู น้ันถา ไมถ กู วธิ กี จ็ ะ
กอ ความเสยี หายกับดนิ ไดม าก ตัวอยา งเชน การไถพรวนขณะดนิ แหง ทำใหห นาดนิ ทส่ี มบูรณห ลดุ ลอยไป
กับลมได หรือการปลกู พชื บางชนิดจะทำใหด ินเสื่อมเร็ว การเผาปาไม หรือ ตอขาวในนา จะทำใหฮ วิ มัสใน
ดนิ เสอ่ื มสลายเกดิ ผลเสียกับดนิ มาก
การปลูกพืชตดิ ตอ กนั เปน เวลานาน การปลูกพืชทำลายดิน พืชบางชนิด ธาตุอาหารพชื ถูกทำลาย หรืออยูใน
เติบโตเร็ว ใชธาตุอาหารพืชจำนวน สภาพที่พืชใชประโยชนนอย เชน
โดยไมบำรุงดิน จะทำใหธาตุอาหารตาม มากเพื่อสรางผลผลิต ทำใหดิน เมื่อเกิดไฟไหมปา ฮิวมัสจะถูกความ
ระดับความลึกของรากพืชถูกนำไปใชม าก สูญเสียความสมบูรณไดงาย เชน รอ นทำลายไดง า ย หรอื เมอ่ื ดินเปลยี่ น
จนดินเส่ือมความสมบูรณ ยคู าลิปตสั และมนั สำปะหลัง สภาพไปเปนกรด (acid) หรือดาง
(alkaline) จะทำใหพ ชื ดดู ธาตอุ าหาร
บางชนิดไปใชประโยชนไ มไ ด เม่ือดิน
เสื่อมคุณคา ก็จะทำใหผลผลิต
ท า ง ก า ร เ ก ษ ต ร ล ด ล ง เ ส ี ย ค า ปุ ย
เพ่มิ ข้นึ
3.วตั ถปุ ระสงค
1) ผูเรียนมคี วามรเู รอื่ งดินและผลกระทบจากปญหาทรัพยากรดนิ
2) ผูเรยี นสามารถตรวจสอบดนิ ได
3) ผูเรยี นบอกการใชป ระโยชนจากการเรียนรูก ิจกรรมการตรวจสอบดินได
4. อปุ กรณ/สารเคมีท่ีใชในกิจกรรม
1) ขวดพลาสติก 7) pH meter
2) ดนิ สำหรบั การทดลอง 8) TDS meter
3) ตน หญา หรือ พืชขนาดเลก็ 9) Turbidity meter
4) ฟางขาว หรอื ซงั ขา วโพด 10) Beaker
3) กรรไกร 11) น้ำกล่นั
4) มีดคัตเตอร
5) กระบอกตวง
6) ปน กาว
5. ขัน้ ตอนการทดลอง
1) นำขวดพลาสตกิ นำ้ ดมื่ จำนวน 3 ขวด เพอ่ื ประดษิ ฐชุดการทดลอง การอนรุ ักษดินและนำ้ โดยใชมดี
คัตเตอร ตดั ขวดพลาสตกิ ออกเปน 2 สว น และเจาะรบู รเิ วณฝาขวดน้ำ และนำมาวางตอ กันโดยจะไดช ดุ
การทดลอง ท้งั หมด 3 ชุด แสดงดงั ภาพ
ภาพชุดการทดลองจากขวดพลาสติก
2) นำชุดการทดลองท้ัง 3 ชุด มาบรรจวุ ัสดุสำหรับการทดลอง ดงั น้ี
2.1) ชดุ การทดลองที่ 1 บรรจุ ดินตัวอยางจากโรงเรยี น
2.2) ชุดการทดลองที่ 2 ชน้ั ที่ 1 บรรจดุ นิ ตวั อยา งจากโรงเรยี น และช้ันท่ี 2 บรรจุ ฟางขา ว/ซงั
ขาวโพด
2.3) ชดุ การทดลองที่ 3 ชั้นที่ 1 บรรจดุ ินตวั อยางจากโรงเรียน และช้นั ท่ี 2 ตกแตงดว ย
ตน หญา /ตนพชื ขนาดเลก็
3) ทำการทดสอบการชะลางของดินในชดุ การทดลอง โดย เทนำ้ ลงในชุดการทดลอง ทง้ั 3 พรอ มๆกัน
4) นำน้ำไลอ อกจากชุดการทดลองในภาชนะรองรบั นำ้ ทง้ั 3 ชดุ การทดลอง ไปทดสอบคุณภาพน้ำ โดย
ใชเครือ่ งมือ ไดแก pH meter TDS meter และ Turbidity meter
5) บันทึกผลการสังเกตการทดลองและคาคุณภาพนำ้ ท่วี ัดไดจ ากเครอ่ื งมือลงในตาราง
6) ศกึ ษาเปรยี บเทยี บผลและอภิปรายผลจากชุดการทดลองทง้ั 3
7) สรุปผลการทดลอง
6. ผลการทดลอง ตารางบันทึกผลการตรวจสอบ
ผลการสงั เกตภายหลังการท
ชุดที่ ลกั ษณะท่วั ไป ลงในชดุ การทดล
1. ลักษณะเนอื้ ดิน
Clay………..%
Sand..………%
Silt ………..%
ลักษณะ โครงสรา งดิน
Single grained ( )
Massive ( )
Granular ……………%
Blocky ……………%
Prismatic ……………%
Columnar……………%
Platy ……………%
2. ลักษณะเนื้อดิน
Clay………..%
Sand..………%
Silt ………..%
บตัวอยา งดินในชุดการทดลอง
ทดสอบเตมิ นำ้ คณุ ภาพนำ้ ภายหลังการทดสอบเตมิ นำ้ ลง
ลอง ในชดุ การทดลอง
คา pH คา TDS คา Turbidity
ลกั ษณะ โครงสรา งดนิ
Single grained ( )
Massive ( )
Granular ……………%
Blocky ……………%
Prismatic ……………%
Columnar……………%
Platy ……………%
3. ลกั ษณะเนื้อดิน
Clay………..%
Sand..………%
Silt ………..%
ลกั ษณะ โครงสรางดนิ
Single grained ( )
Massive ( )
Granular ……………%
Blocky ……………%
Prismatic ……………%
Columnar……………%
Platy ……………%
6. อภิปรายผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
โรงเรียนโกสัมพีวิทยา
ค่ายวิทยาสาสตร์สัญจร ติดต่อที่
ค ณ ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี
ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ กำ แ พ ง เ พ ช ร
6 9 ห มู่ 1 ต . น ค ร ชุ ม อ . เ มื อ ง
จ . กำ แ พ ง เ พ ช ร 6 2 0 0 0
https://bit.ly/3rpOan7 (055)706555 ext. 4010
ดูรูปกิจกรรม [email protected]
ดาวน์โหลดเกียรติบัตร