คลงั ขอ้ สอบวัดผลประเมินผล
รายวชิ าภาษาไทย
ระดับชั้นมธั ยศกึ ษาปที ่ี 2
นายประสิทธ์ิ เกลีย้ งสงค์
ครผู สู้ อน
โรงเรียนอนุบาลเมอื งชุมพรวัดสุบรรณนมิ ิตร
สงั กัดสานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาชุมพร เขต 1
สังกัดสานักงานการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
คลงั ข้อสอบวดั ผลประเมินผล ปกี ารศึกษา 2565
วชิ าภาษาไทย ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรยี นอนบุ าลเมอื งชุมพรวัดสบุ รรณนิมิตร
ตอนท่ี 1 ให้นกั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องทส่ี ดุ
1. ข้อใดเปน็ ประโยชนข์ องการสนทนาที่สำคัญทีส่ ดุ
ก. ทำใหม้ ีเพื่อนมาก ข. ทำให้มเี วลาว่างมาก
ค. ทำให้ใชภ้ าษาได้ดี ง. ทำใหม้ ีความคดิ ท่หี ลากหลาย
2. ขอ้ ใดเป็นมารยาทท่ีไมด่ ีในการสนทนา
ก. พดู ใหช้ ้าเนิบนาบเย่ินเยอ้ เพือ่ ความชดั เจน ข. มองดูผู้ฟงั ในขณะทีก่ ำลังสนทนา
ค. เมือ่ ไม่เหน็ ดว้ ยกบั ความคิด ใหโ้ ตแ้ ยง้ อยา่ งสภุ าพ ง. พูดให้ได้ยินชดั เจนทวั่ กนั
3. ขอ้ ใดเป็นมารยาทท่ดี ีในการสนทนา
ก. ควรถามคสู่ นทนาบ่อย ๆ ว่าเข้าใจสิง่ ท่ตี นกำลงั พดู หรือไม่ ข. ควรพูดแบบน้ำไหลไฟดบั เพอื่ ใหผ้ ้ฟู งั ติดใจ
ค. เมือ่ ไมเ่ หน็ ดว้ ยกับความคดิ ของค่สู นทนาให้โต้แย้งทนั ที ง. แสดงความเป็นมติ รกบั คูส่ นทนา
4. มานี : “สวสั ดีคะ่ ไปไหนมาน่”ี
ดวงใจ : “ธุระสว่ นตัวคะ่ ”
คำตอบของดวงใจบกพรอ่ งในเรอื่ งใด
ก. มารยาท ข. เนือ้ หาสาระ ค. น้ำเสยี งทา่ ทาง ง. การใช้ภาษา
5. ขอ้ ใดเป็นการเริม่ ต้นการสนทนา
ก. “สวสั ดคี ่ะ ดิฉนั นางสาวสมใจ มดี ี เป็นสมาชิกชมรมนักพดู รนุ่ ท่ี 4 ....”
ข. “ท่านคดิ ว่าเรือ่ งเช่นนจี้ ะเกิดขึ้นในเมืองไทยอกี หรือ”
ค. “ฉันวา่ ฆาตกรคงจะต้องเปน็ คนในเคร่อื งแบบอยา่ งแน่นอน”
ง. “วันนอ้ี ากาศแจ่มใส เรานา่ จะมาคยุ กนั ...”
6. องค์ประกอบของการพูดในขอ้ ใด ทีเ่ ป็นเครอื่ งชี้ว่าการพดู สนทนานน้ั สมั ฤทธ์ิผลหรือไม่
ก. ผูพ้ ูด ข. ผ้ฟู งั ค. เนื้อหา ง. การตอบสนอง
7. ในการสนทนาทางโทรศพั ทร์ ะหวา่ งวนิ ัยกบั เพือ่ นของคณุ พอ่ วินยั ไดร้ บั คำชมวา่ รู้จกั เลอื กใชค้ ำพดู ขอ้ ความใด
ควรเป็นคำพดู ของวินัย
ก. “ฮลั โหล มีธุระอะไรครับ” ข. “ฮัลโหล ตอ้ งการพูดกบั ใครครับ”
ค. “สวัสดีครับ ทนี่ บ่ี ้านคณุ ดนยั ครับ” ง. “สวัสดคี รับ โทรมาหาใครครบั ”
8. ขอ้ ใดเปน็ หลกั การย่อความทถ่ี กู ตอ้ งทีส่ ดุ
ก. อ่านแลว้ ขีดเส้นใตใ้ จความทคี่ ดิ วา่ สำคญั
ข. อา่ นให้เขา้ ใจแล้วเรียบเรยี งใหมด่ ้วยภาษาของผูย้ ่อเอง
ค. อ่านทลี ะย่อหน้าแล้วเขียนหมายเลขเรียงลำดับความสำคัญ
ง. นำขอ้ ความที่เลอื กแล้ววา่ สำคญั มาเขียนต่อกันไปเรอื่ ย ๆ จนจบเรื่อง
9. ข้อใดไม่ใช่วธิ ีของการย่อความ
ก. ไมใ่ ช้เครอ่ื งหมายอัญประกาศ
ข. ใชค้ ำย่อหรืออักษรย่อเพอ่ื ให้ได้ใจความทก่ี ระชบั และสัน้ ลง
ค. ขอ้ ความทีย่ อ่ หน้าแลว้ ใช้สรรพามบุรุษที่ 3
ง. ไมใ่ ช้สรรพนามบรุ ุษที่ 1 และ 2 ถา้ จำเปน็ ต้องเอย่ ถึงผูเ้ กี่ยวขอ้ งในเรื่องทย่ี ่อให้ใช้ชอื่ โดยตรง
10. ข้อใดกล่าวถงึ การใช้ภาษาในการย่อความไมถ่ กู ต้อง
ก. เลือกใช้สำนวนของผู้เขียนทสี่ ละสลวย ข. ใชส้ ำนวนของผู้ย่อเองแต่คงความหมายเดิมไว้
ค. ถ้าเปน็ คำราชาศัพท์ให้คงคำราชาศพั ทน์ ้ันไว้ ง. ถ้าเปน็ ร้อยแก้วตอ้ งย่อใหเ้ ปน็ รอ้ ยกรอง
11.
ในวัฒนธรรมไทยนน้ั เด็กทารกให้นอนเปล เปลท่ใี ห้เด็กนอนนนั้ นอกจากจะบอก
ความสบายแล้ว ยงั บง่ บอกฐานะของครบครวั อีกดว้ ย
จากขอ้ ความขา้ งต้น เราสามารถย่อขอ้ ความไดต้ ามข้อใด
ก. เด็กไทยนอนเปลและการนอนเปลยงั บง่ บอกถึงฐานะครอบครัวดว้ ย
ข. เด็กไทยนอนเปลและเปลน้นั ให้ความสบายและบง่ บอกถึงฐานะครอบครัวด้วย
ค.วฒั นธรรมไทยน้ันเด็กทารกให้นอนเปลและการนอนเปลยังบง่ บอกฐานะของครบครวั อกี ด้วย
ง. วฒั นธรรมไทยนน้ั เด็กทารกใหน้ อนเปลแลว้ จะสบายและยังบ่งบอกฐานะของครบครวั อีกดว้ ย
12.
ประเทศท่พี ัฒนาแล้ว ต่างตระหนกกันดีว่า การศึกษานน้ั เป็นเครอื่ งมอื ในการพัฒนาประเทศ
ที่ยอดเยีย่ มทส่ี ุด การเรง่ รัดพัฒนาทางวัตถุใด จักลม้ เหลวส้นิ หากประชาชนยังด้อยการศกึ ษา
ใจความสำคัญของขอ้ ความขา้ งต้นคอื ขอ้ ใด
ก. ประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างตระหนักกนั ดวี ่า การศึกษานั้นเป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาประเทศ
ข. การศกึ ษาเป็นเครอ่ื งมือในการพัฒนาประเทศท่ยี อดเยย่ี มท่สี ุด
ค. การเร่งรัดพัฒนาทางวตั ถุใด จกั ล้มเหลวส้ิน หากประชาชนยังดอ้ ยการศึกษา
ง. ประเทศจกั ลม้ เหลว หากประชาชนยงั ดอ้ ยการศึกษา
13.
ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชวี ติ เปน็ พนื้ ฐาน คอื เขา้ ใจธรรมชาติ เขา้ ใจ ความเป็น
มนุษย์ และความสัมพนั ธท์ เี่ กื้อกลู ระหวา่ งมนุษยก์ ับมนุษย์ และมนุษยก์ บั ธรรมชาติ มีความรักความ
เมตตาตอ่ เพ่ือนมนษุ ย์และธรรมชาตอิ ย่างจรงิ ใจ
ใจความสำคัญของขอ้ ความข้างต้นคอื ขอ้ ใด
ก. ความสมบรู ณ์ของชีวติ มาจากความเขา้ ใจชวี ติ เป็นพ้นื ฐาน
ข. การเขา้ ใจธรรมชาติ การเข้าใจความเปน็ มนษุ ย์
ค. ความสัมพันธท์ เ่ี กื้อกูลระหวา่ งมนุษยก์ บั มนุษย์ และมนษุ ยก์ บั ธรรมชาติ
ง. มีความรกั ความเมตตาตอ่ เพื่อนมนษุ ยแ์ ละธรรมชาตอิ ย่างจรงิ ใจ
14. รปู แบบของการเขียนย่อความในส่วนท่ีเปน็ คำนำประกอบดว้ ยส่วนสำคญั อะไรบ้าง ตามลำดบั
ก. (1) ข้อมลู เกยี่ วกับผู้แต่ง (2) ลักษณะของเรื่องท่นี ำมายอ่ (3) แหลง่ ขอ้ มลู
ข. (1) ลกั ษณะของเรอื่ งท่นี ำมาย่อ (2) ขอ้ มูลเก่ยี วกับผู้แตง่ (3) แหล่งข้อมูล
ค. (1) ลักษณะของเร่ืองทีน่ ำมายอ่ (2) ข้อมูลเกี่ยวกับผแู้ ต่ง (3) แหล่งข้อมูล (4) ใจความสำคัญของเร่อื ง
ง. (1) ข้อมูลเกย่ี วกับผู้แตง่ (2) ลักษณะของเร่ืองท่นี ำมายอ่ (3) ใจความสำคัญของเร่ือง (4) แหล่งขอ้ มลู
15. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ตอ้ งเก่ียวกบั หลกั เกณฑ์ในการใชเ้ ครอื่ งหมายอญั ประกาศคู่ ( “ ” )
ก. ใช้เพื่อแสดงวา่ คำหรอื ข้อความน้นั เปน็ คำพูด บทสนทนา หรอื ความนกึ คิด
ข. ใช้เพ่อื เน้นความให้ชัดเจนขึ้น
ค. ใช้เพ่อื แสดงวา่ คำหรอื ข้อความน้ันคดั มาจากที่อนื่
ง. ใชเ้ พ่อื แยกข้อความออกจากกนั ให้เป็นส่วน ๆ
16. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเกยี่ วกับการใชเ้ ครอ่ื งหมายอัญประกาศเดย่ี ว ( ‘ ’ )
ก. ใชเ้ พ่อื เนน้ ความให้ชัดเจนขน้ึ เชน่ เดยี วกบั เครื่องหมายอัญประกาศคู่
ข. เคร่ืองหมายอญั ประกาศเด่ยี วประกอบไปดว้ ยอัญประกาศเปดิ ( ’ )และ อญั ประกาศปดิ ( ‘ )
ค. ใชแ้ ทนเครื่องหมายอญั ประกาศคใู่ นขอ้ ความที่มกี ารใชเ้ ครอ่ื งหมายอญั ประกาศเดยี่ วอยแู่ ล้ว
ง. ใช้แทนเครอื่ งหมายอญั ประกาศคู่ในข้อความทมี่ ีการใชเ้ ครอื่ งหมายอญั ประกาศคูอ่ ยแู่ ลว้
17. ข้อใดไมใ่ ช่กลวิธีในการโน้มน้าวใจ
ก. แสดงใหเ้ หน็ ทางเลอื กทัง้ ด้านดแี ละดา้ นเสยี
ข. แสดงเหตผุ ลท่หี นกั แน่น มตี วั เลข สถิติ หรอื บุคคลที่น่าเช่อื ถือประกอบ
ค. ให้ขอ้ มลู ทีเ่ กนิ จริง เพอ่ื ให้ผทู้ ่ถี ูกโนม้ นา้ วใจตัดสินใจไดง้ ่ายข้นึ
ง. พยายามสร้างให้ผูถ้ ูกโนม้ น้าวใจเกดิ อารมณร์ ว่ ม คล้อยตามมคี วามรู้สึกเป็นพวกเดยี วกัน
18. “พวกเธอควรกินผลไม้และด่มื นำ้ มาก ๆ ถ้าอยากให้มผี ิวพรรณทีผ่ ่องใส” จากขอ้ ความใช้ภาษาโน้มนา้ วใจตาม
ขอ้ ใด
ก. ภาษาเชิงขอรอ้ ง ข. ภาษาเชิงเสนอแนะ
ค. ภาษาเชงิ วิงวอน ง. ภาษาเชิงเร้าใจ
19. “ถา้ พวกเธอไมล่ งแข่งขันโต้วาทีครั้งน้ี คงไม่มีใครกล้าลงแข่งแนน่ อน กลวั ถกู ประณามว่าไมเ่ ก่งแลว้ ยงั กล้าไป
แขง่ อกี แต่ถา้ พวกเธอลงแข่ง เราเช่ือว่าต้องไดช้ ยั ชนะกลบั มาแน่ ๆ” จากขอ้ ความใชภ้ าษาโน้มน้าวใจตามข้อใด
ก. ภาษาเชงิ ขอร้อง ข. ภาษาเชงิ เสนอแนะ
ค. ภาษาเชิงวงิ วอน ง. ภาษาเชงิ เร้าใจ
20. การโนม้ นา้ วใจในข้อใดประสบผลสำเร็จ
ก. มดี ซี ้อื ปากกาด้ามนี้ เพราะเกรงใจเพอื่ นท่อี ุตส่าหม์ าขายถงึ ที่
ข. เขาเป็นกรรมการทอดผ้าป่า เพราะคิดวา่ จะไดบ้ ญุ ดังท่โี ฆษกประกาศ
ค. ผูช้ ายคนนี้มาเสนอขายส้ินค้าให้เขาบอ่ ยมาก เขาจึงซอ้ื เพ่ือทจ่ี ะไดไ้ ม่ต้องมาอีก
ง. ครขู อร้องให้เด็ก ๆ ร่วมทำบุญ เพอื่ นำไปช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั เขาหยิบเงินให้พรอ้ มกล่าววา่ “เรย่ี ไรอีกแลว้ ”
21. ขอ้ ใดมคี ำซอ้ นทีม่ ีคำซำ้ กัน 2 คำ
ก. กรวดหินดินทราย ข. พลอยฟา้ พลอยฝน
ค. ตีอกชกหวั ง. ช่วยเหลือเจอื จุน
22. คำซอ้ นในขอ้ ใดต่างจากขอ้ อ่นื
ก. ลกู เลก็ เด็กแดง ข. ตีรันฟันแทง
ค. อดขา้ วอดนำ้ ง. หมเู ห็ดเปด็ ไก่
23. ประโยคในขอ้ มีคำซอ้ นท่มี เี สยี งสัมผสั ระหว่างคำทีเ่ ป็นองคป์ ระกอบในจังหวะท่ี 2 และ 3
ก. ลูกตอ้ งเก็บหอมรอมริบเอาไวบ้ ้าง ฉกุ เฉนิ ขนึ้ มาจะได้มีใช้ ข. ฉันคดิ แลว้ คิดอกี กน็ กึ ไม่ออกวา่ เขาช่อื อะไร
ค. เธอไปไหนมาไหนไม่เคยชวนฉนั เลย ง. เธออย่าไปเชื่อพวกปากหอยปากปูพวกนั้นเลย
24. ประโยคในข้อมีคำซ้อน 4 จังหวะ
ก. ผมมีรถอยู่คันหนงึ่ รับมรดกมาจากพ่ี ๆ ข. กนกไม่เดือดร้อนเมอ่ื เพอ่ื น ๆ เขา้ ใจผดิ
ค. เขาปว่ ยหนักจนล้มหมอนนอนเสอ่ื อยู่ทบี่ ้าน ง. เธอจะไปเท่ียวกบั เขาสองต่อสองไม่ได้นะ
25. ประโยคในขอ้ ใดใช้คำซ้อนไมถ่ กู ต้อง
ก. ทำไมลกู ยังไม่กลับบ้าน น่ีมันก่ีโมงก่ียามแลว้ ข. ฉนั เหน็ ผชู้ ายคนน้ันทา่ ทางไมช่ อบมาพากล
ค. ฉนั เล้ียงไอแ้ ดงก็หวังเอาไวฝ้ ากผีฝากไข้ยามแก่เฒ่า ง. เดก็ คนน้ีมารยาทไม่ดีไปลามาไหว้ทกุ คร้งั เลย
26. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มารยาทของการบนั ทึก
ก. การบนั ทึกสว่ นตัวสามารถใชถ้ ้อยคำภาษาพดู หรือภาษาปากได้
ข. ไมเ่ ขยี นบันทึกกลา่ วร้ายผอู้ ่ืน ไม่เขียนดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น
ค. ไม่ควรอ่านบนั ทึกของคนอ่นื ยกเว้นกรณีท่เี จา้ ของบนั ทึกอนญุ าต
ง. เราสามารถเขยี นบนั ทกึ ของผ้อู ืน่ ไดเ้ มอ่ื มีความจำเป็นแม้เจ้าของบันทกึ จะไมอ่ นญุ าต
27. ขอ้ ความใดไมใ่ ช่การเขียนพรรณนา
ก. น้ำตกช่วงสดุ ท้ายยงั พงุ่ ลงเปน็ สายกระทบลานหนิ กว้างสะทอ้ นแสงตะวนั งามระยับตา
ข. น้ำตกสายน้มี เี สนห่ ์ติดตาตรงึ ใจผู้มาเยอื นด้วยสายธารทีต่ กลงมาไหลรนิ
ค. นกั ทอ่ งเท่ยี วจะไดต้ น่ื ตากบั ฝูงผเี สอ้ื ทบ่ี นิ วนเวียนเหนอื นำ้ ตกราวกับกลีบดอกไม้โปรยปราย
ง. หนุ่มสาวนิยมมาเท่ียวพกั ผ่อนหยอ่ นใจท่นี ำ้ ตกแหง่ นี้ จึงขนานนามนำ้ ตกนวี้ ่า “น้ำตกลานรกั ”
28. ข้อใดเป็นการเขียนพรรณนา
ก. จามจรุ ีเป็นไมย้ นื ต้นทมี่ กี ่งิ ก้านสาขาแผก่ วา้ งประดุจรม่ ไม้ขนาดใหญ่ ให้ร่มเงาและความร่มเย็นสดชื่น
ข. กะเพรามสี รรพคณุ ชว่ ยลดอาการจกุ เสยี ดแนน่ ทอ้ ง ชว่ ยป้องกนั โรคมะเรง็ และโรคหวั ใจขาดเลือดได้
ค. แคคตสั เป็นพชื ที่อยู่ในกลมุ่ ของไมอ้ วบนำ้ สามารถเก็บน้ำหรือความชื้นไว้ในสว่ นต่าง ๆ ของลำต้นได้ดี
ง. การตดั แตง่ ก่งิ ไมพ้ มุ่ ออกไปบ้างจะทำใหส้ ัดส่วนของอาหารทีส่ ะสมในตน้ ไมเ้ หมาะกบั การออกดอกออกผล
29. ข้อใดเป็นการเขียนบรรยาย
ก. แสงร้งุ เล่ือมลายพรงั่ พรายนภา ข. ยามลมหนาวพดั โบกโบยชื่น
ค. พระพรหมท่านบนั ดาลใหฝ้ นหลั่ง ง. น้ำทพิ ย์สาดเปน็ สายพรายพลว้ิ ทิวงาม
30. การเขยี นในข้อใดมีลักษณะของการเขยี นต่างจากขอ้ อืน่
ก. เสียงเปยี โนไล่เรียงขนึ้ ลงอย่างแจม่ ใส ชวนใหน้ ึกถึงละอองนำ้ ทโ่ี ปรยปรายลงมา
ข. นักร้องประสานเสียงเปลง่ เสียงพรอ้ มเพรียงกนั เปน็ สามระดับตามทำนองท่ฝี กึ ฝนมาอย่างดี
ค. ไฟฟา้ กับมดื ตลอดแนวถนน เน่ืองจากเสาไฟฟ้าลม้ เอียงลงมาตาม ๆ กันร่วม 10 ตน้
ง. รถยนต์จอดนิ่งอยูห่ ลายคัน แล่นต่อไปไมไ่ ด้ ตอ้ งรอใหพ้ ายุสงบก่อน
31. ขอ้ ใดไม่ใช่ลักษณะของคำไทยแท้
ก. เปน็ คำที่มพี ยางคเ์ ดียวและมีความหมายในตัวเอง
ข. คำไทยแท้ไมม่ ีตวั การนั ต์
ค. คำไทยแท้จะไม่มีการใช้รูปวรรณยกุ ต์
ง. คำไทยแทม้ ีสระ ใ – (ไมม้ ว้ น) จำนวน 20 คำ นอกน้นั เป็นสระ ไ- (ไมม้ ลาย)
32. ข้อใดเปน็ คำไทยแทท้ กุ คำ
ก. คด ผ่อง ฝืด ศอก ข. ขมน้ิ ขนิษฐ์ เก๊ แข
ค. ขนอง ดำเนนิ แซยิด เซ้ง ง. กระจง สะดอื สถาน เสนอ
33. ข้อใดไม่ใช่หลกั ในการสังเกตคำยืมภาษาบาลีในภาษาไทย
ก. คำภาษาบาลไี มใ่ ช้ รร และ ฤ ฤๅ ข. ภาษาบาลนี ิยมใช้ ฬ และไม่มตี วั ศ ษ
ค. ภาษาบาลีมหี ลักตวั สะกดและตวั ตามทีแ่ น่นอน ง. สระมี 8 ตวั คือ อะ อา อิ อี อุ อู ไอ เอา
34. ข้อใดเปน็ คำที่ยมื มาจากภาษาบาลีทกุ คำ
ก. ทฤษฎี ปรชั ญา ศาสตร์ ข. ทรพั ย์ เทศนา ธรรม
ค. ปัญญา บลั ลังก์ เมตตา ง. บลั ลงั ก์ เมตตา พิษ
35. ขอ้ ใดเปน็ คำทยี่ ืมมาจากภาษาสันสกฤตทุกคำ
ก. ภาษา สมถะ วญิ ญาณ ข. ปรารถนา ลัทธิ ทัพพี
ค. ญาติ ทุกข์ จกั ร ง. ฤกษ์ อาทิตย์ ศาล
36. ขอ้ ใดไมม่ ีคำยมื ภาษาบาลแี ละภาษาสนั สกฤตปนอยเู่ ลย
ก. เดก็ คนน้เี ป็นเด็กอจั ฉรยิ ะ ข. ฉันกำลงั รบั ประทานอาหารอยกู่ ับครอบครัว
ค. ทำดีได้ดที ำชวั่ ได้ชวั่ ง. พ่ขี องฉนั ตงั้ ครรภ์ได้ 8 เดือนแลว้
37. อนั ผองชาตไิ พรชั ชา่ งจัดสรร เป็นหลายอยา่ งต่างพรรณเขา้ มาขาย
เราตอ้ งซือ้ หลากหลากและมากมาย ต้องใชท้ รัพย์สุรุ่ยสุรา่ ยเป็นก่ายกอง
จากบทประพนั ธ์ข้างต้นข้อความใดไม่มีคำยืมมาจากภาษาบาลีและภาษาสนั สกฤต
ก. อันผองชาตไิ พรชั ช่างจัดสรร ข. เปน็ หลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย
ค. เราตอ้ งซอ้ื หลากหลากและมากมาย ง. ตอ้ งใชท้ รพั ยส์ รุ ุ่ยสรุ ่ายเปน็ กา่ ยกอง
38. ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ ง
ก. คำสมาส คือ คำท่เี กิดจากการนำคำในภาษาบาลี-สันสกฤตต้ังแต่ 2 คำขึ้นไป มาเรียงตอ่ กันทำใหเ้ กิดเป็นคำ
ใหม่และมีความหมายใหม่
ข. คำสมาส อาจแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ประเภท ตามลกั ษณะการกลมกลืนเสียงระหวา่ งคำ 2 คำทมี่ ารวมกัน คือ
คำสมาสทไ่ี ม่มีสนธิ กับ คำสมาสท่ีมสี นธิ
ค. ลักษณะคำสมาสทไ่ี มม่ ีสนธิ คอื คำสมาสทีไ่ ม่กลมกลนื เสยี งของคำ เปน็ เพียงแต่นำคำภาษาบาลีและภาษา
สันสกฤต 2 คำ มาเรยี งต่อเขา้ เป็นคำเดียวกัน
ง. คำสมาสทีม่ ีสนธิใช้สระเสยี งสัน้ เป็นเสียงสระทเ่ี ชอ่ื มประสานระหวา่ งคำภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตที่มา
รวมกัน
39. ข้อใดมีคำสมาส
ก. ดนิ แดนสุวรรณภูมเิ ปน็ แควน้ ของชนชาวไทย ข. ทุกสิ่งทกุ อย่างบริเวณรอบชายหาดเงียบสงบ
ค. ประเทศเขตแควน้ น้ีมีภาพท้องทะเลงดงามย่งิ นกั ง. นางผีเสอ้ื สมุทรแสดงความโกรธพิโรธร้องอย่างนา่ กลวั
40. ข้อใดมคี ำสมาสทม่ี กี ารสนธิ
ก. คนรักษาคำสตั ยน์ ้นั แมต้ วั ตายไป โลกก็ยังยกยอ่ งมิรู้ลมื
ข. สตกิ ับปญั ญาเป็นส่ิงที่มีประโยชน์มาก ในการทำงานทกุ อย่าง และจะตอ้ งให้มคี ูก่ นั ไป
ค. วางได้บ้าง กจ็ ะสุขได้บา้ ง วางไดห้ มด ก็จะสุขได้ทัง้ หมด นี้แหละคือสัจธรรมลกู เอ๋ย
ง. ความใฝ่ฝันนัน้ เป็นการจดุ ประกายจินตนาการและเป็นแรงกระตนุ้ ให้คนมีมานะทำฝนั ใหเ้ ปน็ จริง
41. คำประพันธ์ข้อใดมีคำสมาส
ก. ตวั พีม่ ิไดล้ วนลาม จะถอื ความสิ่งนน้ี ไ่ี มไ่ ด้
ข. ไปเจดียท์ ีช่ อื่ ภูเขาทอง ดูสูงสอ่ งลอยฟา้ นภาลัย
ค. กระนี้หรอื ชื่อเสียงเกียรตยิ ศ เปน็ ทเ่ี ล่นนาวาคงคาใส
ง. โอ้เจดีย์ที่สร้างยงั ร้างรกั เสียดายนักนึกนา่ น้ำตากระเด็ด
42. ขอ้ ใดเปน็ คำสมาสทมี่ สี นธทิ กุ คำ
ก. พลศึกษา บุรินทร์ ข. สวามิภกั ด์ิ ปฐมวัย
ค. ราชนิ ูปถมั ภ์ ศิลปกรรม ง. สุราลยั สุรโิ ยทัย
43. ขอ้ ใดไม่มีคำสมาส
ก. หนังสอื ท่มี ีอายุครบ 50 ปี แลว้ ไมม่ ีคา่ ลิขสิทธ์ิ ข. คณะนาฏศิลป์ไทยไปแสดงที่ตา่ งประเทศ
ค. บทเรียนบางเร่ืองมีแผนภูมปิ ระกอบ ง. ทหารทีส่ ละชพี เพ่ือชาติได้รบั การยกยอ่ งเปน็ วรี บรุ ุษ
44. คำสมาสในขอ้ ใดใหค้ วามหมายไม่ถูกต้อง
ก. วสันตฤดู หมายถึง ฤดใู บไม้ร่วง ข. ทวิบาท หมายถงึ สตั ว์สองเท้า
ค. ขณั ฑสมี า หมายถึง เขตแดน, เขตแดนส่วนหนง่ึ ๆ ง. บปุ ผชาติ หมายถงึ ดอกไม้, พวกดอกไม้
45. ข้อใดเป็นกลวธิ กี ารประพนั ธ์
ก. การเลน่ เสยี ง การเลน่ คำ การใช้ภาพพจน์ ข. การเลน่ เสยี ง การเล่นคำ การเล่นสระ
ค. การเลน่ เสยี ง การเลน่ คำ การใชว้ รรณยุกต์ ง. การเล่นเสียง การเลน่ คำ การใช้ศพั ท์
อา่ นคำประพนั ธ์แล้วตอบคำถามข้อ 46 - 47
...แต่แมเ่ ทีย่ วเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหมิ เวศ ทวั่ ประเทศทกุ ราวปา่ สุดนัยนาที่แมจ่ ะตามไปเล็งแล สุดโสต
แลว้ ท่ีแมจ่ ะซับทราบฟังสำเนียง สุดสุรเสยี งท่ีแม่จะรำ่ เรียกพิไรร้อง สุดฝีเทา้ ทแ่ี ม่จะเยอื้ งยอ่ งย่างลงเหยียบดิน
กส็ ดุ ส้นิ สดุ ปัญญาสดุ หาสดุ คน้ เหน็ สดุ คดิ ...
46. จากขอ้ ความข้างตน้ เป็นการเลน่ คำแบบไหน
ก. การเลน่ คำซ้อน ข. การเล่นคำพอ้ ง ค. การเลน่ คำซำ้ ง. การเลน่ เชิงถาม
47. จากขอ้ ความข้างตน้ คำว่า สดุ นยั นา แปลว่าอะไร
ก. มองเหน็ สดุ สายตา ข. ไม่อาจคำนวณนบั ได้ ค. ยงั พอเห็นหลังไหว ๆ อยู่ ง. ลบั สายตา
อา่ นคำประพันธแ์ ลว้ ตอบคำถามข้อ 48 - 49
พระชนกชนนเี ป็นสิ่งทีย่ ง่ิ ไมค่ วรทิ้งทอดพระคณุ ให้สญู หาย
ถึงลกู เมียเสยี ไปแมน้ ไมต่ าย ก็หางา่ ยดอกพีเ่ หน็ ไมเ่ ป็นไร
48. คำประพนั ธข์ ้างตน้ มีจุดมงุ่ หมายตักเตือนผูใ้ ด
ก. บดิ า ข. มารดา ค. บุตร ง. ภรรยา
49. บุคคลใดนำขอ้ คดิ จากคำประพันธ์ขา้ งตน้ ไปใช้ไม่ถกู ตอ้ ง
ก. น้าดูแลตายายจนไม่คิดจะมีครอบครัว ข. ลงุ ส่งเงินมาใหต้ ายายประจำทุกเดือน
ค. อาไมเ่ คยสง่ ขา่ วถึงปูย่าเลยตง้ั แต่แต่งงาน ง. พอ่ พาลูกกลบั ไปเย่ยี มปูยา่ ในวนั สงกรานต์ทุกปี
50. โคลงภาพพระราชพงศาวดารเกิดข้ึนโดยกระแสพระดำรขิ องรัชกาลที่ 5 โดยมีความประสงคอ์ ย่างไร
ก. เพอื่ แตง่ เรือ่ งราวในอดีต ข. เพอ่ื สรรเสรญิ พระเกียรตคิ ุณของพระมหากษตั รยิ ์
ค. เพ่อื สรรเสรญิ วีรสตรีไทย ง. เพือ่ สรรเสริญวรี กรรมขอวีรบรุ ษุ ท่ีส้รู บกบั พมา่
อา่ นโคลงแล้วตอบคำถามขอ้ 51 - 52 จอมรา มญั เฮย
บุเรงนองนามราชเจา้
ยกพยหุ แสนยา ยิ่งแกล้ว
มอญมา่ นประมวลมา สามสิบ หม่ืนแฮ
ถึงอยุธเยศแล้ว หยดุ ใกล้นครา
51. จากโคลงขา้ งตน้ แสดงให้เห็นภาพใดชดั เจนท่สี ดุ
ก. การสรู้ บอนั น่าตื่นเต้น ข. ข้าศกึ ประชดิ เมือง
ค. คนจำนวนมาก ง. กองทพั อันยิง่ ใหญ่
52. จากโคลงข้างต้น มีใจความสำคัญว่าอยา่ งไร
ก. พระเจ้าบุเรงนองเป็นพระราชาประเทศลาวมีความเก่งกล้าสามารถ
ข. พระเจ้าบุเรงนองมที หารเปน็ ชาวกัมพชู าจำนวนมาก
ค. ทหารกองทัพพระเจ้าบเุ รงนองมแี ต่คนเกง่ คนกลา้
ง. พระเจ้าบุเรงนองนำกองทพั พม่าสามแสนคน หยุดทพั อย่ใู กล้กรงุ ศรอี ยุธยา
อ่านโคลงแล้วตอบคำถามขอ้ 53 - 54 โทษถนอม ใจนอ
มอดมว้ ย
ภบู าลบำเหน็จให้ ฟนั รปู แทนพ่อ
พนั ไม่ยอมอยู่ยอม ท่านทง้ิ ประเพณี
พระโปรดเปล่ยี นโทษปลอม
พันกราบทลู ทัดดว้ ย
53. จากโคลงภาพพระราชพงศาวดารแผ่นดนิ สมเด็จพระเจ้าเสือ พันท้ายนรสิงห์ ข้างต้น คำว่า โทษปลอม
มคี วามหมายวา่ อย่างไร
ก. เป็นโทษท่ไี ม่มอี ยู่ในกฎมณเทียรบาล ข. ประหารรูปปัน้ แทนตัวจริง
ค. เปน็ การลงโทษสถานเบา ง. หาคนรับโทษแทนตวั จริง
54. “ พันกราบทูลทัดด้วย ทา่ นท้ิงประเพณี ” คำทข่ี ีดเสน้ ใต้หมายถงึ บุคคลใด
ก. ทหาร กับ เจ้าเมือง ข. เพชฌฆาต กบั พันทา้ ยนรสิงห์
ค. พนั ท้ายนรสิงห์ กบั สมเดจ็ พระเจ้าเสือ ง. เพชฌฆาต กับ สมเด็จพระเจา้ เสอื
55. ผูแ้ ต่งบทเสภาสามคั คีเสวกมคี วามประสงค์อยา่ งไร
ก. ใช้สำหรับขบั อธิบายนำเรือ่ งการฟอ้ นรำตอนต่าง ๆ ข. เล่าเร่ืองราวในอดีต
ค. สรรเสริญเทพผ้ใู หก้ ำเนิดการกอ่ สร้าง ง. กล่าวถึงความสามัคคใี นหมรู่ าชเสวก
56. ใครดถู กู ผชู้ ำนาญในการช่าง ความคดิ ขวางเฉไฉไมเ่ ขา้ เรื่อง
เหมือนคนป่าคนไพรไมร่ งุ่ เรือง จะพดู ด้วยนั้นกเ็ ปลืองซ่งึ วาจา
ใจความสำคญั ของคำประพันธข์ า้ งตน้ คอื ขอ้ ใด
ก. ไมค่ วรดูถูกผชู้ ำนาญในการชา่ ง ข. คนที่ดูถูกชา่ งก็เหมือนคนป่าไมม่ คี วามเจรญิ
ค. คนป่าไม่มคี วามเจริญ ไม่นา่ คบหาสมาคม ง. ไมค่ วรพูดกบั คนปา่ เพราะพดู ไปก็ไมร่ เู้ รื่อง
57. ทั้งชา่ งปนั้ ช่างเขียนเพียรวิชา อีกช่างสถาปนาถกู ทำนอง
ทง้ั ช่างรูปพรรณสุวรรณกจิ ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง
คำประพันธ์ข้างตน้ ไม่ได้กลา่ วถงึ ขอ้ ใด
ก. ช่างทอง ข. ช่างก่อสรา้ ง ค. จติ รกร ง. ชา่ งพลอย
58. หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกให้เราทราบวา่ ใครเป็นผู้สร้างศลิ าจารกึ หลักท่ี 1
ก. พอ่ ขุนรามคำแหงมหาราช ข. พ่อขุนบานเมอื ง
ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว ง. พญาลกิ ไทย
อ่านข้อความแลว้ ตอบคำถามข้อ 59 - 60
...กไู ปตีหนงั วงั ชา้ งได้ กูเอามาแก่พอ่ กู กูไปทบ่ ้านท่เมอื ง ไดช้ ้างไดง้ วง ไดป้ ั่วไดน้ าง ไดเ้ งิน ได้ทอง กเู อามาเวน
แก่พอ่ กู พ่อกูตาย ยงั พกี่ ู กูพรำ่ บำเรอแก่พ่ีกู ดงั่ บำเรอแก่พอ่ กู พ่กี ตู ายจ่งึ เมอื งแกก่ ูท้ังกลม....
59. จากข้อความข้างต้น คณุ ธรรมในข้อใดทป่ี รากฏเดน่ ชัดทีส่ ุด
ก. ความกตัญญู ข. การรู้จักกาลเทศะ
ค. การจงรกั ภกั ดตี ่อบา้ นเมือง ง. ความสามคั คี
60. ขอ้ ความดงั กลา่ วแสดงถึงวฒั นธรรมในข้อใด
ก. การครองราชย์ ข. การทำมาหากนิ ค. การออกศึก ง. การล่าสัตว์
ตอนที่ 2 จงแยกคำสมาสตอ่ ไปน้ีให้ถูกต้อง (ทำลงในกระดาษคำตอบ)
1. เกียรติคณุ = ........................................................ 4. ประวัตศิ าสตร์ = ................................................
2. ธรรมชาติ = ........................................................ 5. คุณธรรม = ................................................
3. โบราณคดี = ........................................................ 6. อดตี กาล = ................................................
ตอนที่ 3 จงรวมคำให้เปน็ คำสมาสที่มสี นธใิ ห้ถกู ตอ้ ง (ทำลงในกระดาษคำตอบ)
1. วทิ ย + อาลัย = ............................................ 4. นยะ + อุบาย = .........................................
2. ประชา + อธิปไตย = ............................................ 5. สขุ + อุทัย = .........................................
3. ภัตตะ + อาคาร = ............................................ 6. มัคค + อุเทศก์ = .........................................
ตอนที่ 4 ให้นักเรยี นถอดความบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ดังต่อไปนี้ (ทำลงในกระดาษคำตอบ)
อันชาติใดไรศ้ านติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาติน้นั นรชนไมส่ นใจ ในศิลปะวไิ ลละวาดงาม
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
แตช่ าตใิ ดร่งุ เรอื งเมืองสงบ ว่างการรบอรพิ ลอันล้นหลาม
ยอ่ มจำนงศลิ ปาสงา่ งาม เพอ่ื อร่ามเรอื งระยับประดับประดา
..........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
กระดาษคำตอบ วชิ าภาษาไทย
ข้อสอบวดั ผลปลายภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา...........................
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 คะแนนเตม็ ............ คะแนน เวลา ......... นาที
ช่อื ...................................................................นามสกุล................................................... ชัน้ .................. เลขที่..............
ตอนที่ 1 ขอ้ แนะนำ : กาเครื่องหมาย X ลงในช่องทเ่ี ลือกตอบ (............... คะแนน)
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1 16 31 46
2 17 32 47
3 18 33 48
4 19 34 49
5 20 35 50
6 21 36 51
7 22 37 52
8 23 38 53
9 24 39 54
10 25 40 55
11 26 41 56
12 27 42 57
13 28 43 58
14 29 44 59
15 30 45 60
ตอนที่ 2 จงแยกคำสมาสต่อไปนใี้ ห้ถูกตอ้ ง ( 3 คะแนน)
1. เกียรตคิ ุณ = ........................................................ 4. ประวัติศาสตร์ = .............................................................
2. ธรรมชาติ = ........................................................ 5. คณุ ธรรม = ............................................................
3. โบราณคดี = ........................................................ 6. อดีตกาล = ............................................................
ตอนที่ 3 จงรวมคำใหเ้ ปน็ คำสมาสทมี่ สี นธใิ ห้ถูกต้อง ( 3 คะแนน)
1. วทิ ย + อาลัย = ........................................... 4. นยะ + อบุ าย = ............................................................
2. ประชา + อธปิ ไตย = ........................................... 5. สขุ + อุทัย = ............................................................
3. ภตั ตะ + อาคาร = ........................................... 6. มัคค + อเุ ทศก์ = ............................................................
ตอนที่ 4 ให้นักเรียนถอดความบทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วิศวกรรมา ดังตอ่ ไปนี(้ 4 คะแนน) แนวคำตอบ
อันชาตใิ ดไรศ้ านตสิ ุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผอ่ นไม่ แต่ชาตใิ ดรุ่งเรืองเมืองสงบ วา่ งการรบอรพิ ลอนั ลน้ หลาม
ณ ชาตนิ น้ั นรชนไมส่ นใจ ในศลิ ปะวิไลละวาดงาม ยอ่ มจำนงศลิ ปาสง่างาม เพ่ืออรา่ มเรืองระยบั ประดบั ประดา
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
..................................
เฉลยข้อสอบวิชาภาษาไทย
ขอ้ สอบวดั ผลปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา...........................
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 คะแนนเตม็ ............ คะแนน เวลา ......... นาที
ชอ่ื ...................................................................นามสกุล................................................... ช้นั .................. เลขที่..............
ตอนที่ 1 ข้อแนะนำ : กาเคร่อื งหมาย X ลงในช่องทเ่ี ลือกตอบ (............... คะแนน)
ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1 16 31 46
2 17 32 47
3 18 33 48
4 19 34 49
5 20 35 50
6 21 36 51
7 22 37 52
8 23 38 53
9 24 39 54
10 25 40 55
11 26 41 56
12 27 42 57
13 28 43 58
14 29 44 59
15 30 45 60
ตอนท่ี 2 จงแยกคำสมาสตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ( 3 คะแนน)
1. เกยี รติคณุ = เกยี รติ + คณุ 4. ประวตั ศิ าสตร์ = ประวัติ + ศาสตร์
2. ธรรมชาติ = ธรรม + ชาติ 5. คณุ ธรรม = คุณ + ธรรม
3. โบราณคดี = โบราณ + คดี 6. อดตี กาล = อดตี + กาล
ตอนที่ 3 จงรวมคำให้เป็นคำสมาสท่มี ีสนธใิ หถ้ กู ต้อง ( 3 คะแนน)
1. วทิ ย + อาลัย = วิทยาลยั 4. นยะ + อุบาย = นโยบาย
2. ประชา + อธปิ ไตย = ประชาธปิ ไตย 5. สุข + อุทยั = สโุ ขทัย
3. ภตั ตะ + อาคาร = ภตั ตาคาร 6. มัคค + อุเทศก์ = มัคคเุ ทศก์
ตอนท่ี 4 ให้นกั เรยี นถอดความบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมา ดงั ต่อไปนี(้ 4 คะแนน) แนวคำตอบ
อนั ชาติใดไร้ศานตสิ ุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่ แต่ชาตใิ ดรงุ่ เรอื งเมืองสงบ วา่ งการรบอรพิ ลอนั ลน้ หลาม
ณ ชาตินัน้ นรชนไม่สนใจ ในศิลปะวิไลละวาดงาม ยอ่ มจำนงศิลปาสงา่ งาม เพอื่ อร่ามเรืองระยับประดบั ประดา
ชาติที่ไม่มีความสขุ มัวแต่รบราฆา่ ฟันกันไม่หยดุ หย่อน ผู้คนในชาติ ชาตทิ ่รี ุ่งเรอื งสงบดี ว่างจากการสู่รบไม่มขี ้าศึกศัตรรู บกวน ประชาชน
กไ็ มส่ นใจเร่ืองศลิ ปะอันงดงาม ย่อมใสใ่ จในศลิ ปะทีง่ ดงาม เพ่ือตกแต่งบา้ นเมืองให้สวยงาม
เฉลยข้อสอบวดั ผลปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา .................
วิชาภาษาไทย ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2
โรงเรยี น............................................................................................................
ตอนที่ 1 ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ีถกู ต้องท่ีสดุ (............คะแนน)
1. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชนข์ องการสนทนาท่สี ำคัญท่สี ุด
ก. ทำให้มีเพ่อื นมาก ข. ทำให้มีเวลาว่างมาก
ค. ทำให้ใช้ภาษาได้ดี ง. ทำให้มคี วามคดิ ทหี่ ลากหลาย
2. ขอ้ ใดเปน็ มารยาทที่ไมด่ ีในการสนทนา
ก. พดู ให้ช้าเนิบนาบเย่ินเย้อเพอ่ื ความชดั เจน ข. มองดูผฟู้ งั ในขณะทก่ี ำลังสนทนา
ค. เมื่อไมเ่ หน็ ด้วยกับความคิด ให้โตแ้ ยง้ อยา่ งสุภาพ ง. พดู ให้ไดย้ นิ ชัดเจนท่ัวกัน
3. ข้อใดเป็นมารยาทที่ดใี นการสนทนา
ก. ควรถามค่สู นทนาบ่อย ๆ ว่าเขา้ ใจสงิ่ ทต่ี นกำลังพดู หรือไม่ ข. ควรพูดแบบน้ำไหลไฟดับเพอื่ ใหผ้ ้ฟู งั ตดิ ใจ
ค. เมื่อไมเ่ หน็ ดว้ ยกับความคดิ ของคู่สนทนาใหโ้ ตแ้ ยง้ ทันที ง. แสดงความเป็นมิตรกับคู่สนทนา
4. มานี : “สวัสดคี ะ่ ไปไหนมานี่”
ดวงใจ : “ธรุ ะส่วนตวั ค่ะ”
คำตอบของนุชบกพร่องในเรือ่ งใด
ก. มารยาท ข. เนอ้ื หาสาระ ค. นำ้ เสยี งท่าทาง ง. การใช้ภาษา
5. ขอ้ ใดเปน็ การเรม่ิ ตน้ การสนทนา
ก. “สวัสดีคะ่ ดิฉันนางสาวสมใจ มดี ี เปน็ สมาชิกชมรมนักพดู ร่นุ ที่ 4 ....”
ข. “ทา่ นคดิ ว่าเรอ่ื งเชน่ น้จี ะเกิดข้ึนในเมืองไทยอกี หรือ”
ค. “ฉนั วา่ ฆาตกรคงจะตอ้ งเป็นคนในเคร่ืองแบบอย่างแน่นอน”
ง. “วนั นี้อากาศแจม่ ใส เราน่าจะมาคยุ กนั ...”
6. องคป์ ระกอบของการพูดในขอ้ ใด ทเี่ ปน็ เคร่อื งชวี้ ่าการพูดสนทนานน้ั สมั ฤทธ์ิผลหรอื ไม่
ก. ผ้พู ูด ข. ผู้ฟงั ค. เนื้อหา ง. การตอบสนอง
7. ในการสนทนาทางโทรศัพทร์ ะหว่างวินยั กับเพื่อนของคุณพอ่ วนิ ัยไดร้ บั คำชมวา่ รูจ้ กั เลือกใชค้ ำพูด ข้อความใด
ควรเป็นคำพดู ของวินยั
ก. “ฮัลโหล มธี ุระอะไรครบั ” ข. “ฮลั โหล ตอ้ งการพดู กับใครครับ”
ค. “สวสั ดีครบั ที่นบ่ี า้ นคณุ ดนัยครบั ” ง. “สวสั ดคี รับ โทรมาหาใครครบั ”
8. ข้อใดเปน็ หลักการยอ่ ความที่ถกู ตอ้ งท่ีสดุ
ก. อ่านแลว้ ขดี เส้นใตใ้ จความท่คี ดิ วา่ สำคญั
ข. อา่ นให้เขา้ ใจแลว้ เรียบเรยี งใหมด่ ้วยภาษาของผู้ยอ่ เอง
ค. อ่านทลี ะยอ่ หนา้ แลว้ เขยี นหมายเลขเรียงลำดับความสำคญั
ง. นำข้อความทเี่ ลือกแล้ววา่ สำคัญมาเขยี นตอ่ กันไปเรอื่ ย ๆ จนจบเร่อื ง
9. ข้อใดไมใ่ ช่วธิ ีของการยอ่ ความ
ก. ไมใ่ ช้เครอ่ื งหมายอัญประกาศ
ข. ใช้คำย่อหรืออกั ษรย่อเพอื่ ให้ได้ใจความท่กี ระชบั และสัน้ ลง
ค. ข้อความทยี่ ่อหนา้ แลว้ ใชส้ รรพามบรุ ษุ ที่ 3
ง. ไม่ใช้สรรพนามบุรษุ ที่ 1 และ 2 ถา้ จำเปน็ ต้องเอ่ยถึงผเู้ กย่ี วข้องในเรอ่ื งท่ยี อ่ ใหใ้ ชช้ ่อื โดยตรง
10. ขอ้ ใดกล่าวถึงการใช้ภาษาในการยอ่ ความไมถ่ ูกต้อง
ก. เลือกใช้สำนวนของผูเ้ ขียนทส่ี ละสลวย ข. ใชส้ ำนวนของผ้ยู อ่ เองแตค่ งความหมายเดิมไว้
ค. ถ้าเป็นคำราชาศัพท์ใหค้ งคำราชาศพั ทน์ ้นั ไว้ ง. ถ้าเป็นร้อยแกว้ ต้องยอ่ ให้เป็นรอ้ ยกรอง
11.
ในวฒั นธรรมไทยนั้น เด็กทารกให้นอนเปล เปลทใี่ ห้เด็กนอนน้ัน นอกจากจะบอก
ความสบายแล้ว ยังบ่งบอกฐานะของครบครัวอีกด้วย
จากขอ้ ความข้างตน้ เราสามารถยอ่ ขอ้ ความไดต้ ามข้อใด
ก. เดก็ ไทยนอนเปลและการนอนเปลยงั บ่งบอกถึงฐานะครอบครัวดว้ ย
ข. เด็กไทยนอนเปลและเปลนัน้ ให้ความสบายและบ่งบอกถึงฐานะครอบครัวดว้ ย
ค.วฒั นธรรมไทยนั้นเดก็ ทารกใหน้ อนเปลและการนอนเปลยังบ่งบอกฐานะของครบครวั อีกดว้ ย
ง. วัฒนธรรมไทยนั้นเด็กทารกใหน้ อนเปลแลว้ จะสบายและยงั บง่ บอกฐานะของครบครวั อกี ดว้ ย
12.
ประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ ต่างตระหนกกนั ดีว่า การศึกษานน้ั เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาประเทศ
ทยี่ อดเยยี่ มทส่ี ดุ การเร่งรัดพัฒนาทางวตั ถุใด จกั ลม้ เหลวส้ิน หากประชาชนยงั ดอ้ ยการศกึ ษา
ใจความสำคัญของขอ้ ความขา้ งตน้ คือขอ้ ใด
ก. ประเทศทีพ่ ัฒนาแลว้ ตา่ งตระหนกกนั ดวี า่ การศกึ ษานั้นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ
ข. การศึกษาเปน็ เครอื่ งมือในการพัฒนาประเทศทยี่ อดเยีย่ มทีส่ ุด
ค. การเร่งรดั พฒั นาทางวัตถใุ ด จกั ล้มเหลวสิ้น หากประชาชนยังด้อยการศึกษา
ง. ประเทศจกั ลม้ เหลว หากประชาชนยังด้อยการศึกษา
13.
ความสมบูรณ์ของชีวติ มาจากความเข้าใจชวี ิตเปน็ พน้ื ฐาน คอื เขา้ ใจธรรมชาติ เข้าใจ ความเป็น
มนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกลู ระหวา่ งมนุษยก์ บั มนษุ ย์ และมนุษย์กบั ธรรมชาติ มคี วามรกั ความ
เมตตาตอ่ เพ่ือนมนุษยแ์ ละธรรมชาติอย่างจรงิ ใจ
ใจความสำคัญของขอ้ ความขา้ งตน้ คือขอ้ ใด
ก. ความสมบรู ณ์ของชีวิตมาจากความเขา้ ใจชวี ิตเป็นพน้ื ฐาน
ข. การเขา้ ใจธรรมชาติ การเข้าใจความเปน็ มนษุ ย์
ค. ความสัมพันธท์ เ่ี ก้ือกลู ระหวา่ งมนุษยก์ บั มนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ
ง. มีความรกั ความเมตตาต่อเพอ่ื นมนษุ ยแ์ ละธรรมชาตอิ ย่างจรงิ ใจ
14. รปู แบบของการเขยี นย่อความในส่วนท่ีเป็นคำนำประกอบด้วยสว่ นสำคัญอะไรบา้ ง ตามลำดับ
ก. (1) ข้อมลู เกยี่ วกบั ผู้แตง่ (2) ลักษณะของเรื่องทน่ี ำมายอ่ (3) แหลง่ ขอ้ มูล
ข. (1) ลกั ษณะของเรื่องท่นี ำมาย่อ (2) ข้อมูลเก่ยี วกับผู้แตง่ (3) แหล่งข้อมูล
ค. (1) ลักษณะของเรอ่ื งทนี่ ำมายอ่ (2) ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ผ้แู ตง่ (3) แหล่งขอ้ มลู (4) ใจความสำคัญของเรอ่ื ง
ง. (1) ข้อมูลเกย่ี วกับผู้แตง่ (2) ลักษณะของเร่ืองทน่ี ำมาย่อ (3) ใจความสำคัญของเร่อื ง (4) แหล่งข้อมูล
15. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ตอ้ งเกีย่ วกบั หลักเกณฑ์ในการใชเ้ ครอื่ งหมายอัญประกาศคู่ ( “ ” )
ก. ใช้เพื่อแสดงวา่ คำหรือขอ้ ความนั้นเปน็ คำพูด บทสนทนา หรอื ความนกึ คิด
ข. ใช้เพ่อื เน้นความใหช้ ัดเจนขึ้น
ค. ใช้เพ่อื แสดงวา่ คำหรอื ขอ้ ความนั้นคดั มาจากที่อน่ื
ง. ใชเ้ พ่อื แยกข้อความออกจากกนั ให้เป็นส่วน ๆ
16. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเกีย่ วกับการใช้เครอ่ื งหมายอัญประกาศเดยี่ ว ( ‘ ’ )
ก. ใชเ้ พ่อื เนน้ ความให้ชัดเจนขึ้นเช่นเดยี วกับเครื่องหมายอญั ประกาศคู่
ข. เคร่ืองหมายอญั ประกาศเด่ียวประกอบไปดว้ ยอญั ประกาศเปิด ( ’ )และ อัญประกาศปิด ( ‘ )
ค. ใชแ้ ทนเครื่องหมายอญั ประกาศคใู่ นขอ้ ความที่มกี ารใชเ้ ครื่องหมายอญั ประกาศเดย่ี วอยู่แล้ว
ง. ใช้แทนเครอื่ งหมายอญั ประกาศคู่ในข้อความที่มีการใช้เครื่องหมายอัญประกาศคู่อยู่แลว้
17. ข้อใดไมใ่ ช่กลวิธีในการโนม้ น้าวใจ
ก. แสดงใหเ้ หน็ ทางเลือกทัง้ ดา้ นดแี ละดา้ นเสีย
ข. แสดงเหตผุ ลท่ีหนักแน่น มีตวั เลข สถติ ิ หรอื บุคคลทีน่ า่ เชื่อถือประกอบ
ค. ให้ขอ้ มลู ทีเ่ กนิ จรงิ เพอื่ ให้ผูท้ ่ีถูกโนม้ นา้ วใจตดั สินใจไดง้ ่ายขนึ้
ง. พยายามสร้างให้ผ้ถู ูกโนม้ น้าวใจเกดิ อารมณร์ ่วม คล้อยตามมีความร้สู กึ เป็นพวกเดียวกัน
18. “พวกเธอควรกินผลไม้และด่มื นำ้ มาก ๆ ถ้าอยากใหม้ ีผิวพรรณทผ่ี ่องใส” จากข้อความใช้ภาษาโนม้ น้าวใจตาม
ขอ้ ใด
ก. ภาษาเชิงขอรอ้ ง ข. ภาษาเชงิ เสนอแนะ
ค. ภาษาเชงิ วิงวอน ง. ภาษาเชงิ เร้าใจ
19. “ถา้ พวกเธอไม่ลงแข่งขันโต้วาทคี รั้งน้ี คงไม่มีใครกล้าลงแข่งแนน่ อน กลวั ถกู ประณามว่าไม่เก่งแล้วยังกล้าไป
แข่งอกี แต่ถา้ พวกเธอลงแข่ง เราเช่ือว่าต้องไดช้ ัยชนะกลับมาแน่ ๆ” จากข้อความใชภ้ าษาโนม้ นา้ วใจตามขอ้ ใด
ก. ภาษาเชงิ ขอร้อง ข. ภาษาเชงิ เสนอแนะ
ค. ภาษาเชิงวิงวอน ง. ภาษาเชิงเร้าใจ
20. การโนม้ นา้ วใจในข้อใดประสบผลสำเร็จ
ก. มดี ซี ้อื ปากกาดา้ มนี้ เพราะเกรงใจเพอื่ นที่อุตสา่ หม์ าขายถงึ ที่
ข. เขาเปน็ กรรมการทอดผ้าป่า เพราะคิดว่าจะไดบ้ ุญดงั ที่โฆษกประกาศ
ค. ผูช้ ายคนน้ีมาเสนอขายสน้ิ ค้าใหเ้ ขาบอ่ ยมาก เขาจึงซ้อื เพอ่ื ทจ่ี ะไดไ้ ม่ต้องมาอกี
ง. ครขู อรอ้ งให้เด็ก ๆ ร่วมทำบุญ เพอื่ นำไปชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัย เขาหยบิ เงินใหพ้ รอ้ มกลา่ วว่า “เร่ยี ไรอกี แลว้ ”
21. ขอ้ ใดมคี ำซอ้ นที่มีคำซำ้ กัน 2 คำ
ก. กรวดหินดินทราย ข. พลอยฟ้าพลอยฝน
ค. ตีอกชกหวั ง. ช่วยเหลอื เจอื จนุ
22. คำซอ้ นในขอ้ ใดต่างจากขอ้ อ่นื
ก. ลูกเลก็ เด็กแดง ข. ตีรนั ฟนั แทง
ค. อดขา้ วอดนำ้ ง. หมเู หด็ เปด็ ไก่
23. ประโยคในขอ้ มีคำซอ้ นท่มี เี สยี งสมั ผสั ระหว่างคำท่เี ปน็ องค์ประกอบในจงั หวะท่ี 2 และ 3
ก. ลกู ตอ้ งเก็บหอมรอมริบเอาไวบ้ ้าง ฉกุ เฉนิ ข้นึ มาจะไดม้ ีใช้ ข. ฉนั คิดแลว้ คดิ อกี ก็นึกไม่ออกวา่ เขาช่อื อะไร
ค. เธอไปไหนมาไหนไม่เคยชวนฉนั เลย ง. เธออย่าไปเชอ่ื พวกปากหอยปากปูพวกน้นั เลย
24. ประโยคในข้อมีคำซ้อน 4 จังหวะ
ก. ผมมีรถอยู่คันหนงึ่ รับมรดกมาจากพ่ี ๆ ข. กนกไม่เดือดรอ้ นเม่อื เพอ่ื น ๆ เข้าใจผดิ
ค. เขาปว่ ยหนักจนล้มหมอนนอนเสอ่ื อยู่ทบี่ า้ น ง. เธอจะไปเทย่ี วกับเขาสองต่อสองไม่ไดน้ ะ
25. ประโยคในขอ้ ใดใช้คำซ้อนไมถ่ กู ต้อง
ก. ทำไมลูกยังไม่กลับบ้าน น่ีมันกโ่ี มงก่ียามแล้ว ข. ฉนั เหน็ ผูช้ ายคนนน้ั ทา่ ทางไม่ชอบมาพากล
ค. ฉนั เล้ียงไอ้แดงก็หวังเอาไวฝ้ ากผีฝากไข้ยามแก่เฒ่า ง. เด็กคนนีม้ ารยาทไม่ดีไปลามาไหว้ทุกคร้งั เลย
26. ข้อใดไมใ่ ช่มารยาทของการบนั ทึก
ก. การบันทึกสว่ นตัวสามารถใชถ้ ้อยคำภาษาพดู หรอื ภาษาปากได้
ข. ไม่เขยี นบันทึกกลา่ วร้ายผอู้ ่ืน ไม่เขียนดูถูกเหยียดหยามผอู้ ื่น
ค. ไมค่ วรอ่านบนั ทึกของคนอ่นื ยกเว้นกรณีท่เี จา้ ของบันทกึ อนญุ าต
ง. เราสามารถเขยี นบนั ทกึ ของผ้อู ืน่ ไดเ้ มอ่ื มีความจำเปน็ แมเ้ จ้าของบันทกึ จะไมอ่ นญุ าต
27. ข้อความใดไมใ่ ช่การเขียนพรรณนา
ก. น้ำตกช่วงสดุ ท้ายยงั พงุ่ ลงเปน็ สายกระทบลานหินกวา้ งสะทอ้ นแสงตะวนั งามระยับตา
ข. น้ำตกสายน้มี เี สนห่ ์ติดตาตรงึ ใจผู้มาเยอื นด้วยสายธารทต่ี กลงมาไหลรนิ
ค. นกั ทอ่ งเท่ยี วจะไดต้ ่นื ตากบั ฝูงผเี สอ้ื ทบ่ี ินวนเวียนเหนือน้ำตกราวกับกลีบดอกไม้โปรยปราย
ง. หนุ่มสาวนิยมมาเท่ียวพกั ผ่อนหยอ่ นใจทีน่ ำ้ ตกแห่งนี้ จึงขนานนามนำ้ ตกนวี้ ่า “นำ้ ตกลานรัก”
28. ขอ้ ใดเป็นการเขียนพรรณนา
ก. จามจรุ ีเป็นไมย้ นื ต้นทมี่ กี ่งิ ก้านสาขาแผก่ ว้างประดจุ รม่ ไมข้ นาดใหญ่ ให้ร่มเงาและความร่มเย็นสดชื่น
ข. กะเพรามสี รรพคณุ ชว่ ยลดอาการจกุ เสียดแนน่ ท้อง ช่วยปอ้ งกนั โรคมะเรง็ และโรคหวั ใจขาดเลือดได้
ค. แคคตสั เป็นพชื ที่อยู่ในกลมุ่ ของไมอ้ วบนำ้ สามารถเกบ็ น้ำหรอื ความชื้นไว้ในสว่ นต่าง ๆ ของลำต้นได้ดี
ง. การตดั แตง่ ก่งิ ไมพ้ มุ่ ออกไปบ้างจะทำใหส้ ัดส่วนของอาหารที่สะสมในตน้ ไมเ้ หมาะกบั การออกดอกออกผล
29. ข้อใดเป็นการเขียนบรรยาย
ก. แสงร้งุ เล่ือมลายพรงั่ พรายนภา ข. ยามลมหนาวพดั โบกโบยชื่น
ค. พระพรหมท่านบนั ดาลใหฝ้ นหลั่ง ง. นำ้ ทพิ ย์สาดเปน็ สายพรายพลว้ิ ทิวงาม
30. การเขยี นในข้อใดมีลักษณะของการเขยี นต่างจากขอ้ อนื่
ก. เสียงเปยี โนไล่เรียงขนึ้ ลงอย่างแจม่ ใส ชวนให้นึกถงึ ละอองน้ำทโ่ี ปรยปรายลงมา
ข. นักร้องประสานเสียงเปลง่ เสียงพรอ้ มเพรยี งกนั เปน็ สามระดบั ตามทำนองท่ฝี กึ ฝนมาอย่างดี
ค. ไฟฟา้ กับมดื ตลอดแนวถนน เน่ืองจากเสาไฟฟ้าล้มเอยี งลงมาตาม ๆ กันร่วม 10 ตน้
ง. รถยนต์จอดนิ่งอยูห่ ลายคัน แล่นต่อไปไมไ่ ด้ ตอ้ งรอให้พายสุ งบก่อน
31. ขอ้ ใดไม่ใช่ลักษณะของคำไทยแท้
ก. เปน็ คำที่มพี ยางคเ์ ดียวและมีความหมายในตวั เอง
ข. คำไทยแท้ไมม่ ีตวั การนั ต์
ค. คำไทยแท้จะไม่มีการใช้รูปวรรณยกุ ต์
ง. คำไทยแทม้ ีสระ ใ – (ไมม้ ว้ น) จำนวน 20 คำ นอกน้ันเป็นสระ ไ- (ไมม้ ลาย)
32. ข้อใดเปน็ คำไทยแทท้ กุ คำ
ก. คด ผ่อง ฝืด ศอก ข. ขมิ้น ขนษิ ฐ์ เก๊ แข
ค. ขนอง ดำเนนิ แซยิด เซ้ง ง. กระจง สะดอื สถาน เสนอ
33. ข้อใดไม่ใช่หลกั ในการสังเกตคำยืมภาษาบาลีในภาษาไทย
ก. คำภาษาบาลไี มใ่ ช้ รร และ ฤ ฤๅ ข. ภาษาบาลนี ิยมใช้ ฬ และไมม่ ีตวั ศ ษ
ค. ภาษาบาลีมหี ลักตวั สะกดและตวั ตามทีแ่ น่นอน ง. สระมี 8 ตวั คือ อะ อา อิ อี อุ อู ไอ เอา
34. ข้อใดเปน็ คำที่ยมื มาจากภาษาบาลีทกุ คำ
ก. ทฤษฎี ปรชั ญา ศาสตร์ ข. ทรพั ย์ เทศนา ธรรม
ค. ปัญญา บลั ลังก์ เมตตา ง. บลั ลงั ก์ เมตตา พิษ
35. ขอ้ ใดเปน็ คำทยี่ ืมมาจากภาษาสันสกฤตทุกคำ
ก. ภาษา สมถะ วญิ ญาณ ข. ปรารถนา ลัทธิ ทพั พี
ค. ญาติ ทุกข์ จกั ร ง. ฤกษ์ อาทติ ย์ ศาล
36. ขอ้ ใดไมม่ ีคำยมื ภาษาบาลแี ละภาษาสนั สกฤตปนอยเู่ ลย
ก. เดก็ คนน้เี ป็นเด็กอจั ฉรยิ ะ ข. ฉนั กำลงั รับประทานอาหารอยกู่ ับครอบครัว
ค. ทำดีได้ดที ำชวั่ ได้ชวั่ ง. พ่ีของฉนั ต้ังครรภไ์ ด้ 8 เดอื นแล้ว
37. อนั ผองชาตไิ พรัชชา่ งจัดสรร เป็นหลายอยา่ งตา่ งพรรณเขา้ มาขาย
เราตอ้ งซือ้ หลากหลากและมากมาย ต้องใชท้ รัพยส์ รุ ุ่ยสรุ า่ ยเป็นกา่ ยกอง
จากบทประพนั ธ์ข้างต้นข้อความใดไม่มีคำยืมมาจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต
ก. อันผองชาตไิ พรชั ช่างจัดสรร ข. เป็นหลายอย่างต่างพรรณเขา้ มาขาย
ค. เราตอ้ งซอ้ื หลากหลากและมากมาย ง. ตอ้ งใชท้ รัพยส์ ุรุ่ยสุร่ายเป็นก่ายกอง
38. ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ ง
ก. คำสมาส คือ คำท่เี กิดจากการนำคำในภาษาบาลี-สันสกฤตต้ังแต่ 2 คำขึ้นไป มาเรียงต่อกันทำใหเ้ กิดเป็นคำ
ใหม่และมีความหมายใหม่
ข. คำสมาส อาจแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ประเภท ตามลกั ษณะการกลมกลนื เสียงระหวา่ งคำ 2 คำทม่ี ารวมกนั คือ
คำสมาสทไ่ี ม่มีสนธิ กับ คำสมาสท่ีมสี นธิ
ค. ลักษณะคำสมาสทไ่ี มม่ ีสนธิ คอื คำสมาสทีไ่ ม่กลมกลนื เสยี งของคำ เป็นเพียงแต่นำคำภาษาบาลีและภาษา
สันสกฤต 2 คำ มาเรยี งต่อเขา้ เป็นคำเดียวกัน
ง. คำสมาสทีม่ ีสนธิใช้สระเสยี งสัน้ เป็นเสียงสระทเ่ี ชอ่ื มประสานระหวา่ งคำภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตที่มา
รวมกัน
39. ข้อใดมีคำสมาส
ก. ดนิ แดนสุวรรณภูมเิ ปน็ แควน้ ของชนชาวไทย ข. ทุกสิ่งทกุ อย่างบริเวณรอบชายหาดเงียบสงบ
ค. ประเทศเขตแควน้ น้ีมีภาพท้องทะเลงดงามย่งิ นกั ง. นางผีเสอ้ื สมุทรแสดงความโกรธพิโรธรอ้ งอย่างนา่ กลัว
40. ข้อใดมคี ำสมาสทม่ี กี ารสนธิ
ก. คนรักษาคำสตั ยน์ ้นั แมต้ วั ตายไป โลกก็ยังยกยอ่ งมิรู้ลมื
ข. สตกิ ับปัญญาเป็นส่ิงที่มีประโยชน์มาก ในการทำงานทกุ อย่าง และจะตอ้ งให้มคี ูก่ นั ไป
ค. วางได้บ้าง กจ็ ะสุขได้บา้ ง วางไดห้ มด ก็จะสุขได้ทัง้ หมด นี้แหละคือสัจธรรมลกู เอย๋
ง. ความใฝ่ฝันนัน้ เป็นการจดุ ประกายจินตนาการและเป็นแรงกระตนุ้ ให้คนมีมานะทำฝันให้เป็นจริง
41. คำประพันธ์ข้อใดมีคำสมาส
ก. ตวั พีม่ ิไดล้ วนลาม จะถอื ความสิ่งนน้ี ไ่ี มไ่ ด้
ข. ไปเจดีย์ทีช่ อื่ ภูเขาทอง ดูสูงสอ่ งลอยฟา้ นภาลัย
ค. กระนี้หรอื ชื่อเสียงเกียรตยิ ศ เปน็ ทเ่ี ล่นนาวาคงคาใส
ง. โอ้เจดียท์ ี่สร้างยงั ร้างรกั เสียดายนักนึกนา่ น้ำตากระเดด็
42. ขอ้ ใดเปน็ คำสมาสทมี่ สี นธทิ ุกคำ
ก. พลศึกษา บุรินทร์ ข. สวามิภักดิ์ ปฐมวยั
ค. ราชนิ ูปถมั ภ์ ศิลปกรรม ง. สุราลยั สุรโิ ยทัย
43. ขอ้ ใดไม่มีคำสมาส
ก. หนังสอื ท่มี ีอายุครบ 50 ปี แลว้ ไมม่ ีคา่ ลิขสิทธ์ิ ข. คณะนาฏศิลป์ไทยไปแสดงทีต่ ่างประเทศ
ค. บทเรียนบางเร่ืองมีแผนภมู ปิ ระกอบ ง. ทหารทสี่ ละชพี เพ่ือชาติไดร้ บั การยกย่องเปน็ วรี บุรษุ
44. คำสมาสในขอ้ ใดใหค้ วามหมายไม่ถูกต้อง
ก. วสันตฤดู หมายถึง ฤดูใบไม้ร่วง ข. ทวิบาท หมายถึง สตั ว์สองเทา้
ค. ขณั ฑสมี า หมายถึง เขตแดน, เขตแดนส่วนหนง่ึ ๆ ง. บปุ ผชาติ หมายถึง ดอกไม้, พวกดอกไม้
45. ข้อใดเป็นกลวธิ กี ารประพนั ธ์
ก. การเลน่ เสยี ง การเลน่ คำ การใช้ภาพพจน์ ข. การเลน่ เสยี ง การเล่นคำ การเลน่ สระ
ค. การเลน่ เสยี ง การเลน่ คำ การใชว้ รรณยุกต์ ง. การเล่นเสียง การเลน่ คำ การใช้ศัพท์
อา่ นคำประพันธ์แล้วตอบคำถามขอ้ 46 - 47
...แต่แม่เทีย่ วเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหมิ เวศ ทวั่ ประเทศทกุ ราวปา่ สุดนัยนาท่ีแม่จะตามไปเล็งแล สดุ โสต
แลว้ ท่ีแมจ่ ะซับทราบฟังสำเนยี ง สุดสุรเสยี งท่ีแม่จะรำ่ เรียกพิไรรอ้ ง สุดฝีเทา้ ทแ่ี ม่จะเยือ้ งยอ่ งย่างลงเหยียบดนิ
กส็ ดุ ส้นิ สดุ ปัญญาสดุ หาสดุ ค้นเหน็ สดุ คดิ ...
46. จากขอ้ ความข้างตน้ เป็นการเลน่ คำแบบไหน
ก. การเลน่ คำซ้อน ข. การเล่นคำพอ้ ง ค. การเลน่ คำซำ้ ง. การเลน่ เชิงถาม
47. จากข้อความข้างตน้ คำว่า สดุ นยั นา แปลว่าอะไร
ก. มองเหน็ สดุ สายตา ข. ไม่อาจคำนวณนบั ได้ ค. ยงั พอเห็นหลังไหว ๆ อยู่ ง. ลบั สายตา
อา่ นคำประพันธแ์ ลว้ ตอบคำถามข้อ 48 - 49
พระชนกชนนีเป็นสิ่งทีย่ ง่ิ ไมค่ วรทิ้งทอดพระคณุ ให้สญู หาย
ถึงลกู เมียเสยี ไปแมน้ ไมต่ าย ก็หางา่ ยดอกพีเ่ หน็ ไมเ่ ป็นไร
48. คำประพนั ธข์ ้างต้นมีจุดมงุ่ หมายตักเตือนผูใ้ ด
ก. บดิ า ข. มารดา ค. บุตร ง. ภรรยา
49. บุคคลใดนำขอ้ คดิ จากคำประพันธ์ขา้ งตน้ ไปใช้ไม่ถกู ตอ้ ง
ก. น้าดูแลตายายจนไม่คิดจะมีครอบครัว ข. ลงุ ส่งเงินมาใหต้ ายายประจำทุกเดือน
ค. อาไมเ่ คยสง่ ขา่ วถงึ ปูย่าเลยตง้ั แต่แต่งงาน ง. พอ่ พาลูกกลบั ไปเย่ยี มปูยา่ ในวนั สงกรานต์ทุกปี
50. โคลงภาพพระราชพงศาวดารเกิดข้ึนโดยกระแสพระดำรขิ องรัชกาลที่ 5 โดยมีความประสงคอ์ ย่างไร
ก. เพอื่ แตง่ เรือ่ งราวในอดีต ข. เพอ่ื สรรเสรญิ พระเกียรตคิ ุณของพระมหากษตั รยิ ์
ค. เพ่อื สรรเสรญิ วรี สตรีไทย ง. เพือ่ สรรเสริญวรี กรรมขอวีรบรุ ษุ ท่ีส้รู บกบั พมา่
อา่ นโคลงแล้วตอบคำถามขอ้ 51 - 52 จอมรา มญั เฮย
บุเรงนองนามราชเจา้
ยกพยหุ แสนยา ยิ่งแกล้ว
มอญมา่ นประมวลมา สามสิบ หม่ืนแฮ
ถงึ อยธุ เยศแลว้ หยดุ ใกล้นครา
51. จากโคลงขา้ งต้น แสดงให้เห็นภาพใดชดั เจนท่สี ดุ
ก. การสรู้ บอนั น่าตื่นเต้น ข. ข้าศกึ ประชดิ เมือง
ค. คนจำนวนมาก ง. กองทพั อันยิง่ ใหญ่
52. จากโคลงข้างต้น มใี จความสำคัญว่าอยา่ งไร
ก. พระเจ้าบุเรงนองเป็นพระราชาประเทศลาวมีความเก่งกล้าสามารถ
ข. พระเจ้าบุเรงนองมีทหารเป็นชาวกัมพชู าจำนวนมาก
ค. ทหารกองทัพพระเจ้าบเุ รงนองมแี ต่คนเกง่ คนกลา้
ง. พระเจ้าบุเรงนองนำกองทพั พม่าสามแสนคน หยุดทพั อย่ใู กล้กรงุ ศรอี ยุธยา
อ่านโคลงแล้วตอบคำถามขอ้ 53 - 54 โทษถนอม ใจนอ
มอดมว้ ย
ภบู าลบำเหน็จให้ ฟนั รูป แทนพ่อ
พนั ไม่ยอมอยู่ยอม ท่านทง้ิ ประเพณี
พระโปรดเปล่ยี นโทษปลอม
พันกราบทลู ทัดดว้ ย
53. จากโคลงภาพพระราชพงศาวดารแผ่นดนิ สมเด็จพระเจ้าเสือ พันท้ายนรสิงห์ ข้างต้น คำว่า โทษปลอม
มคี วามหมายวา่ อย่างไร
ก. เป็นโทษท่ไี ม่มีอยู่ในกฎมณเทียรบาล ข. ประหารรูปปัน้ แทนตัวจริง
ค. เปน็ การลงโทษสถานเบา ง. หาคนรับโทษแทนตวั จริง
54. “ พันกราบทูลทดั ด้วย ทา่ นท้ิงประเพณี ” คำทข่ี ีดเสน้ ใต้หมายถงึ บุคคลใด
ก. ทหาร กับ เจา้ เมือง ข. เพชฌฆาต กบั พันทา้ ยนรสิงห์
ค. พนั ท้ายนรสิงห์ กบั สมเดจ็ พระเจ้าเสือ ง. เพชฌฆาต กับ สมเด็จพระเจา้ เสอื
55. ผูแ้ ต่งบทเสภาสามคั คีเสวกมคี วามประสงค์อยา่ งไร
ก. ใช้สำหรับขบั อธิบายนำเรือ่ งการฟอ้ นรำตอนต่าง ๆ ข. เล่าเร่ืองราวในอดีต
ค. สรรเสริญเทพผ้ใู หก้ ำเนิดการกอ่ สร้าง ง. กล่าวถึงความสามัคคใี นหมรู่ าชเสวก
56. ใครดถู กู ผชู้ ำนาญในการช่าง ความคดิ ขวางเฉไฉไมเ่ ขา้ เรื่อง
เหมือนคนป่าคนไพรไมร่ งุ่ เรือง จะพดู ด้วยนั้นกเ็ ปลืองซ่งึ วาจา
ใจความสำคญั ของคำประพันธข์ า้ งตน้ คอื ขอ้ ใด
ก. ไมค่ วรดูถูกผชู้ ำนาญในการชา่ ง ข. คนที่ดูถูกชา่ งกเ็ หมือนคนป่าไมม่ คี วามเจรญิ
ค. คนป่าไม่มคี วามเจริญ ไม่นา่ คบหาสมาคม ง. ไมค่ วรพูดกบั คนปา่ เพราะพดู ไปก็ไมร่ เู้ รื่อง
57. ทั้งชา่ งปนั้ ช่างเขียนเพียรวิชา อีกชา่ งสถาปนาถกู ทำนอง
ทง้ั ชา่ งรูปพรรณสุวรรณกจิ ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง
คำประพันธ์ข้างต้นไม่ได้กลา่ วถงึ ขอ้ ใด
ก. ช่างทอง ข. ช่างก่อสรา้ ง ค. จิตรกร ง. ชา่ งพลอย
58. หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกให้เราทราบวา่ ใครเป็นผู้สร้างศลิ าจารกึ หลักท่ี 1
ก. พอ่ ขุนรามคำแหงมหาราช ข. พ่อขุนบานเมอื ง
ค. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ง. พญาลกิ ไทย
อ่านข้อความแลว้ ตอบคำถามข้อ 59 - 60
...กูไปตหี นงั วังชา้ งได้ กูเอามาแกพ่ อ่ กู กูไปทบ่ า้ นทเ่ มอื ง ไดช้ า้ งได้งวง ได้ป่วั ไดน้ าง ไดเ้ งนิ ไดท้ อง กูเอามาเวน
แก่พอ่ กู พ่อกตู าย ยังพกี่ ู กพู ร่ำบำเรอแกพ่ ่กี ู ดงั่ บำเรอแกพ่ อ่ กู พี่กตู ายจงึ่ เมอื งแกก่ ูท้งั กลม....
59. จากขอ้ ความข้างต้น คุณธรรมในขอ้ ใดท่ีปรากฏเดน่ ชดั ทสี่ ุด
ก. ความกตัญญู ข. การรูจ้ กั กาลเทศะ
ง. ความสามัคคี
ค. การจงรกั ภกั ดีตอ่ บ้านเมือง
ค. การออกศกึ
60. ข้อความดงั กล่าวแสดงถงึ วฒั นธรรมในข้อใด
ก. การครองราชย์ ข. การทำมาหากิน ง. การลา่ สัตว์
ตอนที่ 2 จงแยกคำสมาสต่อไปน้ใี ห้ถูกตอ้ ง ( 3 คะแนน) 4. ประวัติศาสตร์ = ประวัติ + ศาสตร์
5. คณุ ธรรม = คณุ + ธรรม
1. เกยี รติคุณ = เกียรติ + คณุ 6. อดีตกาล = อดีต + กาล
2. ธรรมชาติ = ธรรม + ชาติ
3. โบราณคดี = โบราณ + คดี
ตอนท่ี 3 จงรวมคำให้เปน็ คำสมาสท่ีมสี นธใิ ห้ถกู ต้อง ( 3 คะแนน)
1. วทิ ย + อาลยั = วิทยาลัย 4. นยะ + อุบาย = นโยบาย
2. ประชา + อธิปไตย = ประชาธปิ ไตย 5. สุข + อทุ ัย = สโุ ขทยั
มัคคุเทศก์
3. ภตั ตะ + อาคาร = ภตั ตาคาร 6. มคั ค + อเุ ทศก์ =
ตอนท่ี 4 ใหน้ กั เรยี นถอดความบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ดังต่อไปนี้( 4 คะแนน) แนวคำตอบ
อนั ชาตใิ ดไร้ศานตสิ ขุ สงบ ต้องมวั รบราญรอนหาผอ่ นไม่ แต่ชาตใิ ดรงุ่ เรอื งเมืองสงบ วา่ งการรบอรพิ ลอนั ลน้ หลาม
ณ ชาติน้ันนรชนไม่สนใจ ในศลิ ปะวิไลละวาดงาม ยอ่ มจำนงศิลปาสงา่ งาม เพือ่ อร่ามเรืองระยบั ประดับประดา
ชาติที่ไม่มีความสขุ มัวแต่รบราฆา่ ฟันกันไม่หยุดหย่อน ผู้คนในชาติ ชาตทิ ี่รงุ่ เรืองสงบดี วา่ งจากการสรู่ บไมม่ ีข้าศกึ ศตั รูรบกวน ประชาชน
กไ็ ม่สนใจเรื่องศิลปะอนั งดงาม ยอ่ มใส่ใจในศลิ ปะทง่ี ดงาม เพื่อตกแต่งบ้านเมืองให้สวยงาม