The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โมเดลคณิตศาสตร์ไม้จิ้มฟัน แกไข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bestmint574145224, 2022-01-26 20:53:24

โมเดลไม้จิ้มฟันกับดินน้ำมัน

โมเดลคณิตศาสตร์ไม้จิ้มฟัน แกไข

โครงงานคณิตศาสตร์

โมเดลไม้จมิ้ ฟันกบั ดนิ นา้ มัน

จัดทาโดย

เดก็ ชายอธปิ เทาศิริ
เดก็ ชายภพทอง รงค์กลุ
เดก็ หญงิ พิชญธิดา กลุ เจรญิ
เดก็ หญิงพชิ ญาภา จิตรป์ ระเสริฐ
เด็กหญิงวิรลั พัชร จอื ประสิทธิ์

นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 5

ครูท่ีปรึกษา

นางสาวปิ ยะวรรณ วิมานประทานพร

โรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

โครงงานคณติ ศาสตร์โมเดลไม้จมิ้ ฟันกบั ดินนา้ มนั

จดั ทาโดย

เด็กชายอธิป เทาศิริ
เดก็ ชายภพทอง รงค์กุล
เด็กหญิงพิชญธิดา กุลเจริญ
เด็กหญงิ พิชญาภา จติ รป์ ระเสริฐ
เดก็ หญงิ วิรัลพชั ร จอื ประสิทธิ์

นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5

โรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศทา่ มะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

ชื่อโครงงาน เร่ือง โมเดลไมจ้ ิ้มฟันดินน้ามนั
ช่ือผทู้ าโครงงาน นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 5
ท่ีปรึกษาโครงงาน นางสาวปิ ยะวรรณ วมิ านประทานพร
สถานศึกษา โรงเรียนสารสาสนว์ เิ ทศท่ามะกา
ระยะเวลา 1 มกราคม – 31 มกราคม 2565

บทคัดย่อ

โครงงานคณิตศาสตร์เร่ือง โมเดลไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั มีวตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษารูปเรขาคณิตที่
นามาออกแบบลวดลายต่างๆ โดยใช้ไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั ทาใหเ้ กิดรูปร่างตามจินตนาการ และฝึ กทกั ษะ
ความคิดสร้างสรรคข์ องผลงาน คณะผูจ้ ดั ทาจึงไดเ้ ห็นถึงความสาคญั ของเน้ือหาเร่ือง รูปเรขาคณิต เส้นตรง
การสร้างมมุ รวมไปถึงมิติสัมพนั ธ์ของรูปเรขาคณิต ตอ้ งการศึกษาเพ่ือบูรณาการร่วมกบั รายวิชาศิลปะศึกษา
การงานพ้ืนฐานอาชีพ พร้อมท้งั สามารถนามาต่อยอดเพื่อศึกษา ออกแบบเพิม่ ข้นึ ให้เกิดผลงานที่มีมูลค่า จาก
การท่ีคณะผูจ้ ดั ทาได้ทาการศึกษารูปเรขาคณิต สามารถรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั รูปเรขาคณิต มาจดั ทาเป็ น
โมเดลคณิตศาสตร์ไมจ้ ิ้มฟันกบั ดินน้ามนั ไดต้ ามจินตนาการและความคดิ สร้างสรรค์ มีรูปแบบที่น่าสนใจได้
จานวน 24 ชิ้นงาน สามารถนาความรู้น้ีไปประกอบบทเรียน และเผยแพร่ผลงานให้แก่ผูอ้ ่ืนได้นาไปใช้
ประโยชน์ตอ่ อีกท้งั ไดร้ ับประโยชน์ที่สาคญั ประการหน่ึงไดท้ กั ษะการมีสมาธิ ใชค้ วามคิดสร้างสรรคใ์ นการ
ออกแบบรูปลวดลายต่าง ๆ โดยใช้การเย็บปักถักร้อยด้วยงานฝี มือ ออกแบบลวดลายต่าง ๆ ที่เกี่ยวรูป
เรขาคณิตตามความคิดสร้างสรรคข์ องผจู้ ดั ทาโครงงาน เพ่ือแกป้ ัญหาความเบ่ือหน่ายในเน้ือหาวิชา และเป็ น
การบรู ณาการสอดแทรกร่วมวิชาคณิตศาสตร์ การงานอาชีพ และศิลปะ

บทท่ี 1
บทนา

ทมี่ าและความสาคญั
โมเดลคณิตศาสตร์ คือ แบบจาลองเรขาคณิต เพ่ือให้นักเรียนเพลิดเพลินไปกับการเรียนวิชา

คณิตศาสตร์จึงมีการนาศิลปะที่มีความสวยงามเขา้ มาสร้างสรรค์ ให้วิชาคณิตศาสตร์ไม่เครียดจนเกินไป รูป
เรขาคณิต ถือวา่ เป็ นเน้ือหาส่วนหน่ึงของวิชาคณิตศาสตร์ที่นกั เรียนทุกคนจะตอ้ งไดเ้ รียนรู้และนาความรู้มา
ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั คณะผูจ้ ดั ทาจึงไดเ้ ห็นถึงความสาคญั ของเน้ือหาเร่ือง รูปเรขาคณิต เส้นตรง
การสร้างมุม รวมไปถึงมิติสัมพนั ธ์ของรูปเรขาคณิต แต่เนื่องจากเน้ือหาวิชาค่อนขา้ งมีขอบเขต ขีดจากดั จึง
ตอ้ งทาใหก้ ารจดั กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากลาย มีการบูรณาการ และสอดแทรกเน้ือหาวิชาอ่ืนมาร่วม
ดว้ ยโดยในปัจจุบนั ป้ันและก่อสร้าง ถือวา่ เป็นท่ีรู้จกั กนั ดีในงานฝีมือของกลุ่มการงานอาชีพ ทางคณะผจู้ ดั ทา
ไดเ้ ห็นปัญหาของการเรียนคณิตศาสตร์ เร่ือง รูปเรขาคณิต และเห็นความสาคญั ในดา้ นงานฝีมือที่รวมกบั การ
ใชค้ วามคิดสร้างสรรคใ์ นการออกแบบรูปลวดลายต่าง ๆ โดยใชก้ ารป้ันและการก่อสร้างความแขง็ แรงดว้ ย
งานฝีมือ จึงไดอ้ อกแบบลวดลายต่าง ๆ ที่เก่ียวรูปเรขาคณิตตามความคิดสร้างสรรคข์ องผจู้ ดั ทาโครงงาน เพื่อ
แกป้ ัญหาความเบื่อหน่ายในเน้ือหาวชิ า และเป็นการบูรณาการสอดแทรกร่วมวิชาคณิตศาสตร์ การงานอาชีพ
และศิลปะ จึงจดั ทาโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่องโมเดลไมจ้ ิ้มฟันกบั ดินน้ามนั น้ีข้ึนมา

วัตถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ศึกษารูปเรขาคณิตที่นามาออกแบบโครงสร้างต่าง ๆ
2. เพอื่ ฝึกทกั ษะความคิดสร้างสรรคข์ องผลงาน

ขอบเขตการศึกษา
1. บทที่ 6 เส้นขนาน สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 5
2. บทที่ 7 รูปส่ีเหล่ียม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5
3. รูปเรขคณิต เสน้ ตรง การสร้างมมุ

สมมตุ ฐิ าน
สามารถนาขอ้ มลู ความรู้ของรูปเรขาคณิตและจากการสืบคน้ ขอ้ มูลจากแหล่งอ่ืน มาทาเป็นโครงงาน

คณิตศาสตร์เร่ือง โมเดลไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั ท่ีมีการตกแต่งตามจินตนาการและความคดิ สร้างสรรคไ์ ด้

บทท2่ี

เอกสารงานวจิ ัยที่เกยี่ วข้อง

ต้งั แต่เราเกิดมามองดูโลกอนั สวยงาม ชีวิตของเราเร่ิมเก่ียวขอ้ งกบั คณิตศาสตร์โดยที่เราไม่ทนั จะ
รู้ตวั คณิตศาสตร์เขา้ มามีส่วนเก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งไร ตวั เลขทางคณิตศาสตร์ไดเ้ ขา้ มามีบทบาทเก่ียวขอ้ งในการ
ดารง ชีวิตต้งั แต่แรกเกิด เติบโตไปกบั การดารงชีวิตภายในบา้ นโดยท่ีเรายงั ไม่ได้เขา้ โรงเรียน บิดามารดา
หรือญาติ พ่ีนอ้ งจะพร่าสอนใหเ้ รารู้จกั กบั ตวั เลข เพื่อนามาประกอบการใชช้ ีวิตในวนั ก่อนเขา้ เรียน บางคร้ัง
มนุษย์จะเรียนรู้ตัวเลขจากธรรมชาติ สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรา การเรียนรู้จะเกิดข้ึนตลอดเวลา

เม่ือถึงวยั เขา้ เรียนมีครู อาจารย์ สอนให้อ่านออกเสียงและเขียนหนงั สือได้ สอนให้เรารู้จกั ตวั เลข นับ
ตวั เลข และเขียนตวั เลขได้ พร้อมท้งั สอนให้รู้จกั การบวก ลบ คูณ และหารเป็ น การอ่านหนังสือไดแ้ ละคิด
เลขเป็นมีความสาคญั ต่อมนุษยท์ ุกคน การอ่านหนงั สือไดแ้ ละคดิ เลขเป็น มีความสาคญั ตอ่ มนุษยท์ ุกคน การ
อ่านหนังสือออกทาให้เป็ นคนฉลาดและเรียนรู้ไดด้ ีข้ึน มีความรอบรู้เร่ืองต่าง ๆ ที่เป็ นเร่ืองราวของคนใน
อดีตและเร่ืองของคนในยุคปัจจุบนั การท่ีเราไดค้ ิดไดร้ ู้โดยเฉพาะการคิดเลขทาให้คนเรามีสติปัญญา รู้จกั
การใชค้ วามคิด และความเขา้ ใจการใชเ้ หตุและผล โดยอาศยั ความรอบรู้และการรู้จกั ใชค้ วามคิด ควบคู่กนั
ไปในการประกอบอาชีพและการดารงชีวิตอย่ใู นสังคม การใช้ตวั อกั ษรและตวั เลขมีความจาเป็นอย่างมาก
เป็ นที่ยอมรับกนั มาทุกยุคทุกสมยั ในอดีตประวตั ิศาสตร์ไทยสมยั กรุงสุโขทยั ในปี พ.ศ. 1826 กษตั ริยส์ มยั
พ่อขุนรามคาแหงมหาราช พระองค์ไดท้ รงประดิษฐ์ลายสือไทข้ึน พระองค์ทรงประดิษฐ์ท้งั ตวั อกั ษรและ
ตวั เลขเป็นของเราเองจะเห็นว่าความผูกพนั กบั ตวั เลข การคิดเลข และการนาตวั เลขมาใช้ในชีวิตประจาวนั
น้นั มีมานานแลว้ จนเราไม่สามารถแยกแยะตวั เลขและการใชอ้ อกไปจากตวั เราได้ จึงมีวิวฒั นาการการใช้
ตวั เลขและการคดิ ที่มีการพฒั นารูปแบบแนวคิดมาตลอดตามยคุ ตามสมยั จนถึงปัจจุบนั

"คณิต" หมายถึง การนบั การคานวณ วชิ าคานวณ การประมาณ
"คณิตศาสตร์" หมายถึง วิชาวา่ ดว้ ยการคานวณหรือตารา
คณิตศาสตร์ เป็นวิชาท่ีมีความจาเป็นในการประกอบอาชีพ เช่น ดา้ นกสิกรรม อุตสาหกรรม และ
พาณิชยกรรม วิศวกรออกแบบ และควบคุมการก่อนสร้าง นักวิทยาศาสตร์คิดค้นส่ิงแปลกใหม่นัก
เศรษฐศาสตร์ มีความจาเป็ นท่ีจะตอ้ งมีความรู้ ความสามารถ เกี่ยวกบั คณิตศาสตร์ หรือตวั เลขต่าง ๆ ในการ
ปรกอบกิจกรรมน้ัน ๆ ในการศึกษาจดั ทาคณิตศิลป์ จากเส้นด้าย ได้มีการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่
เกี่ยวขอ้ งดงั น้ี
1. รูปเรขาคณิตสองมิติ แบง่ ออกเป็น 2 กล่มุ ใหญ่ ๆ ตามลกั ษณะของขอบหรือดา้ นของรูป ไดแ้ ก่
กลมุ่ ที่มีขอบหรือดา้ นของรูปเป็นส่วนของเส้นตรง กลมุ่ น้ีคือ รูปหลายเหลี่ยม ( polygon ) และกล่มุ ที่มีขอบ
หรือดา้ นเป็นเสน้ โคง้ งอ เช่น รูปวงกลม และรูปวงรี เป็นตน้ กลุม่ น้ีไม่มีช่ือเรียกโดยเฉพาะ

รูปสามเหลี่ยม มีดา้ น 3 ดา้ น มีมุม 3 มมุ
รูปสี่เหลี่ยม มีดา้ น 4 ดา้ น มีมุม 4 มมุ
รูปหา้ เหลี่ยม มีดา้ น 5 ดา้ น มีมมุ 5 มุม
รูปหกเหลี่ยม มีดา้ น 6 ดา้ น มีมมุ 6 มุม
รูปแปดเหล่ียม มีดา้ น 8 ดา้ น มีมมุ 8 มมุ
รูปวงกลม มีเส้นโคง้ เป็นวงกลม และห่างจากจุดศูนยก์ ลางเป็นระยะทางเท่ากนั
รูปวงรี มีเสน้ เสน้ โคง้ เป็นวงรี โดยห่างจากจุดศูนยก์ ลางไมเ่ ท่ากนั

ศึกษาโครงสร้างชนิดต่างๆ
โครงสร้างชนิดที่ 1 พีระมิดฐานสามเหล่ียม

โครงสร้างชนิดท่ี 2 ส่ีเหลี่ยมจตุรัส

โครงสร้างชนิดท่ี 3 พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม

บทท่ี3

วิธีดาเนินงาน

ในการศึกษาจดั ทาโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง โมเดลไมจ้ ิ้มฟันกบั ดินน้ามนั มีวิธีการดาเนินการดงั น้ี
เครื่องมือที่ใช้ในการทาโครงงาน

1. ฟิ วเจอร์บอร์ด จานวน 1 แผน่
2. ดินน้ามนั
3. ไมจ้ ้ิมฟัน
วธิ ีการทา
1. ใหน้ กั เรียนศึกษาและร่วมกนั อภิปรายโครงสร้างที่ประกอบจากดินน้ามนั กบั ไมจ้ ้ิมฟันที่มีลกั ษณะ
ตา่ งๆ และทดสอบความแขง็ แรงของโครงสร้างโดยการสัมผสั
2. ใหน้ กั เรียนออกแบบโครงสร้างของตนเองตามจินตนาการของตนเอง
3. ใหน้ กั เรียนนาเสนอแบบร่างของตนเองใหม้ นั ออกมาในรูปแบบที่ตนเองตอ้ งการและมีความ
แขง็ แรงมากท่ีสุด
4. ใหน้ กั เรียนป้ันดินน้ามนั ใหม้ ีลกั ษณะกลมเพอื่ ทาเป็นจุดเชื่อมระหวา่ งจ้ิมฟันท่ีเอามาตอ่ กนั
5. ใหน้ กั เรียนดาเนินประดิษฐแ์ ละสร้างผลงานของตนเองตามจินตนาของนกั เรียนเองท่ีไดอ้ อกแบบ
เอาไว้

วธิ กี ารดาเนินการศึกษาค้นคว้า
1. สืบคน้ ขอ้ มลู จากจากหนงั สือเรียนสสวท.เร่ือง รูปเรขาคณิต
2. วางแผนการทาโครงงาน โมเดลคณิตศาสตร์ไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั
3. รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั รูปเรขาคณิต โดยการจดบนั ทึก
4. จดั ทาโมเดลคณิตศาสตร์ไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั
5. นาเสนอผลงานการทางานผลงานโมเดลคณิตศาสตร์ไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั

บทท่ี 4
ผลการศึกษาและค้นคว้า

จากการทาโครงงานคณิตศาสตร์เร่ือง โมเดลไมจ้ ิ้มฟันกับดินน้ามนั ในปี การศึกษา 2564 น้ี คณะ
ผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาขอ้ มูลจากครูผสู้ อนและการแนะนาผา่ นทาง Online ดว้ ยเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรน่า(โควิด 19)ทาให้เกิดอุปสรรคหลายอยา่ ง แต่กส็ ามารถจดั ทาผลงานได้ นกั เรียนทกุ คนสามารถ
ศึกษาขอ้ มูลของรูปเรขาคณิตสองมิติ สามารถนาความรู้ท่ีไดไ้ ปใช้ประกอบการเรียนในบทเรียน และยงั
เผยแพร่ความรู้ แสดงผลงานใหผ้ อู้ ื่นไดช้ ื่นชมและนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ดต้ ่อไป



บทท5่ี
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

โครงงานคณิตศาสตร์เร่ือง โมเดลไมจ้ ้ิมฟันกับดินน้ามนั มีวตั ถุประสงค์เพื่อศึกษารูปเรขาคณิตที่
นามาออกแบบโครงสร้างรูปร่างต่างๆ โดยใช้ดินน้ามนั และไมจ้ ิ้มฟัน ทาใหเ้ กิดรูปร่างตามจินตนาการ และ
ฝึกทกั ษะความคิดสร้างสรรคข์ องผลงาน คณะผจู้ ดั ทาจึงไดเ้ ห็นถึงความสาคญั ของเน้ือหาเร่ือง รูปเรขาคณิต
เส้นตรง การสร้างมุม รวมไปถึงมิติสัมพนั ธ์ของรูปเรขาคณิต ตอ้ งการศึกษาเพ่ือบูรณาการร่วมกบั รายวิชา
ศิลปศึกษา การงานพ้ืนฐานอาชีพ พร้อมท้งั สามารถนามาต่อยอดเพ่ือศึกษา ออกแบบเพิม่ ข้ึนใหเ้ กิดผลงานท่ี
มีมูลค่า จากการศึกษาการทาโครงงานที่นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 โรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศท่ามะกา ได้
ศึกษารูปเรขาคณิต สามารถรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั รูปเรขาคณิต มาจดั ทาเป็นโมเดลคณิตศาสตร์ไมจ้ ิ้มฟันกบั
ดินน้ามนั ไดต้ ามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มีรูปแบบที่น่าสนใจไดจ้ านวน 24 ชิ้นงาน สามารถนา
ความรู้น้ีไปประกอบบทเรียน และเผยแพร่ผลงานให้แก่ผูอ้ ่ืนไดน้ าไปใชป้ ระโยชน์ต่อ อีกท้งั นกั เรียนไดร้ ับ
ประโยชน์ท่ีสาคญั ประการหน่ึงไดท้ กั ษะการมีสมาธิ ความคดิ สร้างสรรคศ์ ิลปะและสืบคน้ ขอ้ มลู

ประโยชน์ท่ีได้รับจากการค้นคว้า
1. ไดร้ ับความรู้จากเรื่องรูปเรขาคณิตสองมิติ
2. ไดท้ กั ษะการฝึกสมาธิ และความคิดในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
3. สามารถฝึกฝนเรียนรู้ทกั ษะการคดิ การออกแบบ การวางแผนในการสร้างสรรคผ์ ลงานโมเดล

คณิตศาสตร์ไมจ้ ้ิมฟันกบั ดินน้ามนั ดว้ ยตนเอง
4. มีโอกาสเผยแพร่ความรู้เร่ือง รูปเรขาคณิต โดยแสดงผลงานใหแ้ ก่ผอู้ ่ืนไดร้ ับความรู้และใช้

ประโยชนต์ ่อไป
ปัญหาและข้อเสนอแนะ

1. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรน่า(โควิด 19) ทาใหก้ ารพบปะทางาน
ร่วมกนั ไมไ่ ด้ เม่ือเกิดปัญหาในดา้ นต่าง ๆ ตอ้ งรออปุ กรณ์ส่ือสารเพือ่ ประสานงานกนั จากผปู้ กครอง สาหรับ
นกั เรียนที่ไม่พร้อม จึงตอ้ งสร้างผลงานเป็นรายบคุ คล

2. การทารายงานศึกษาคน้ ควา้ ฉบบั น้ีมีขอ้ มลู ครบถว้ นแต่อาจไมเ่ พียงพอ ผทู้ ี่สนใจจึงควรศึกษา
เพิ่มเติมไดท้ ี่แหลง่ ขอ้ มลู เพ่ือการศึกษาที่ครบถว้ น

ภาคผนวก

ภาพประกอบผลงานของสมาชิกและเพ่ือนท่สี นใจร่วมทาผลงาน

ภาพประกอบผลงานของสมาชิกและเพ่ือนท่สี นใจร่วมทาผลงาน

ภาพประกอบผลงานของสมาชิกและเพ่ือนท่สี นใจร่วมทาผลงาน

ภาพประกอบผลงานของสมาชิกและเพ่ือนท่สี นใจร่วมทาผลงาน


Click to View FlipBook Version