เรยี นรู้ 12 Tense ท่สี ำคัญในกำรเรยี น
ภำษำอังกฤษ
จัดทำโดย
นำงสำวนำอีมะฮ อเุ ซ็ง
รหสั 406228008
สำขำ ภำษำอังกฤษและเทคโนโลยกี ำรศึกษำ
Let’s get to know
1. Present Simple Tense (ปัจจบุ ัน)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + กริยำช่องที่ 1
ถ้าประธานเปน็ บรุ ุษที่ 3 เอกพจน์ + กริยาช่องที่ 1 เติม s หรือ es
ตัวอย่างการใช้
I go… / You go… / He goes… / They go…
-She sings a song.
แปลวา่ หล่อนรอ้ งเพลง
-He plays football.
แปลวา่ เขาเล่นฟุตบอล
-She is not here. หรือ She isn’t here.
แปลวา่ หล่อนไม่อยู่ท่นี ี่
-We are not drivers. หรือ We aren’t drivers.
แปลวา่ พวกเราไมใ่ ชค่ นขบั รถ
สาหรับ ประโยคปฏเิ สธและคาถามเราจะใช้ Verb to do มาชว่ ย เชน่
You do not like apple. หรือ You don’t like apple.
She does not eat meat. หรอื She doesn’t eat meat.
Do you like it?
Does he like it?
หลักกำรเติม s ท่ีคำกรยิ ำ
เตมิ s หลงั คากรยิ าน้นั ๆ เชน่ He eats. She sings. A tiger runs.
ถ้ากรยิ าลงท้ายดว้ ย s, sh, ch, x, o, z, ss ให้เติม es เช่น
He teaches English.
She goes away.
She brushes her teeth.
ถำ้ กริยำลงท้ำยดว้ ย y และหน้ำ y เปน็ พยัญชนะ ให้เปล่ียน y เป็น i แล้วเตมิ es เช่น
He tries to study.
She studies English.
** หมายเหตุ ถ้าหน้า y เป็นสระ ไมต่ ้องเปลย่ี น y เป็น i ให้เติม s ได้เลย เช่น
play – plays = เลน่
pay – pay = จ่าย
destroy – destroys = ทาลาย
หลักกำรใช้ Present Simple Tense สรุปได้ดังนี้
1.1 แสดงลักษณะความจริงอยู่เสมอ ไมว่ า่ เหตุการณ์จะผา่ นไปเท่าใดก็ตาม เช่น
-The earth moves around the sun.
แปลว่า โลกหมนุ รอบดวงอาทิตย์
-The sun rises in the east and sets in the west.
แปลวา่ ดวงอาทติ ย์ขนึ้ ทางทิศตะวนั ออกและตกทางทิศตะวนั ตก
-The earth is round.
แปลว่า โลกกลม
-Water freezes at 0 C.
แปลวา่ น้ามีจดุ เยอื กแข็งท่ี 0 องศาเซลเซียส
1.2 การกระทาท่เี กิดขึ้นเสมอๆ เกดิ ขึน้ จนเป็นนิสยั มักจะมี adverb of frequency ประกอบในประโยค
เช่น every day, usually, sometimes, frequently, always, naturally, generally, rarely, seldom,
never etc. เปน็ ตน้ ตัวอยา่ งการใชม้ ดี งั น้ี
-She gets up at six o’clock.
แปลวา่ หล่อนตน่ื นอน 6 โมงเช้า (ตน่ื เวลานี้จนเป็นนสิ ัย)
-He runs every morning.
แปลว่า เขาวง่ิ ทุกๆ เช้า
-John often drinks beer.
แปลวา่ จอหน์ มกั จะดมื่ เบียร์
-She never sits in front of the church.
แปลว่า หล่อนไมเ่ คยนั่งข้างหน้าของโบสถ์เลย
1.3 แสดงเหตุการณห์ รือกิจกรรมต่างๆ ที่รลู้ ว่ งหน้าว่าจะเกิดขน้ึ ในอนาคตอนั ใกล้น้ี เชน่
-I go to Chiangmai in the afternoon.
แปลว่า ฉนั จะไปเชยี งใหมใ่ นตอนบ่าย
-He starts to study in five minutes.
แปลว่า เขาจะเรมิ่ เรยี นภายใน 5 นาที
-The concert begins at 1.30.
แปลวา่ คอนเสริ ต์ เรม่ิ เวลา 1.30 นาฬกิ า
1.4 ใชก้ ับสุภาษติ คาพังเพย เชน่
-New brooms sweep clean.
แปลว่า ไมก้ วาดใหมย่ ่อมกวาดสะอาดกว่า
-Money makes friend.
แปลว่า เงินทองอาจทาให้ทา่ นมเี พื่อนฝูงมาก
-Health is wealth.
แปลว่า ความไม่มีโรค เปน็ ลาภอันประเสรฐิ
2. Present Continuous Tense (ปจั จุบนั กำลังจะทำ)
โครงสรา้ งประโยค
I + am + กริยำช่องท่ี 1 เตมิ ing
ประธานเอกพจน์ + is + กรยิ าชอ่ งที่ 1 เติม ing
ประธานพหูพจน์ + are + กริยาช่องที่ 1 เตมิ ing
ตวั อยา่ งการใช้
She is running.
Is he playing football now?
I am not sleeping.
They are walking.
หลักกำรเตมิ ing
คากริยาทีล่ งท้านด้วย e ใหต้ ัด e ท้งิ เสยี ก่อนแล้วเตมิ ing เชน่
bite > biting
come > coming
arise > arising
write > writing
take > taking
กรยิ ำท่ลี งท้ำยด้วย ee ใหเ้ ติม ing เลย เช่น
free > freeing
see > seeing
flee > fleeing
agree > agreeing
กริยำที่ลงท้ำยด้วย ie ให้เปลีย่ น ie เป็น y แล้วเตมิ ing เชน่
lie > lying
die > dying
tie > tying
กริยำพยำงคเ์ ดียว มีสระตัวเดยี วและมีตัวสะกดเป็นพยญั ชนะตัวเดยี ว ใหเ้ พ่ิมตวั สะกดอีก 1 ตัวก่อน แล้ว
เตมิ ing เช่น
run > running
sit > sitting
hit > hitting
get > getting
dig > digging
rob > robbing
กริยำหลำยพยำงค์ลงทำ้ ยด้วยพยัญชนะ 1 ตวั หนำ้ พยัญชนะ มีสระหน่งึ ตัว ใหเ้ พิ่มพยัญชนะเขำ้ ไปอีก 1
ตวั แลว้ เติม ing เช่น
forget > forgetting
admit > admitting
กรยิ ำมี 2 พยำงค์ ซง่ึ ออกเสียงหนกั ทพี่ ยำงค์หลงั มีสระตัวเดียว ตัวสะกดตวั เดยี ว ใหเ้ พิม่ ตวั สะกดเขำ้ มำอีก
หนึ่งตวั ก่อน แลว้ เติม ing เช่น
offer > offerring
refer > referring
occur > occurring
begin > beginning
คำต่อไปน้ี ใช้ได้ 2 แบบ คือ trevel, quarrel เชน่
travel > traveling (แบบอเมริกัน)
travel > travelling (แบบอังกฤษ)
quarrel > quarreling (แบบอเมรกิ นั )
quarrel > quarrelling (แบบอังกฤษ)
กริยำตัวอืน่ ๆ เติม ing ได้เลย เชน่
hear > hearing
burn > burning
bend > bending
read > reading
หลักกำรใช้ Present Continuous Tense สรปุ ไดด้ งั นี้
2.1 แสดงการกระทาที่กาลงั ดาเนินอยใู่ นขณะพูด และคาดว่าจะสน้ิ สุดลงในไมช่ า้ มกั มีคาเหล่าน้ี คือ now, at
the present time, at this moment etc. ตวั อย่างการใช้
She is eating.
Tom is running now.
We are walking.
2.2 แสดงการกระทาเรมิ่ กอ่ นพดู เป็นเวลานาน ขณะท่ีพูดน้เี หตุการณ์อาจไมไ่ ด้ กาลังเกิดขึน้ จริงๆ มกั มคี าว่า
this week, this month etc. ตัวอย่างการใช้
-I am working with my teacher this summer.
แปลวา่ ฉนั กาลงั ทางานกบั ครูของฉนั ในฤดูร้อนน้ี (ขณะท่ีพูดอาจทา หรือไม่ทาอาการน้ีก็ได้
-Tom is working for an examination.
แปลว่า ทอม กาลังดูหนังสอื สาหรับการสอบในครงั้ น้ี (ขณะพดู อาจจะไมไ่ ด้ดูหนังสอื ก็ได้)
2.3 ใช้แทนอนาคตกาลังจะมาถึงในไมช่ า้ หรอื อนาคตอนั ใกล้ มักมี adverb of time (tomorrow, next
week, next month etc.) ตัวอย่างการใช้
-I am asking him tomorrow (= I will ask him tomorrow.)
แปลวา่ ฉันจะถามเขาพรงุ่ น้ี
-He is leaving on Sunday (= He’ll leave on Sunday.)
แปลวา่ เขาจะออกเดินทางในวนั อาทติ ย์
2.4 กรยิ าที่ไมน่ ิยมใช้รปู Present Continuous Tense มีดังตอ่ ไปนี้
กรยิ าแสดงความรสู้ ึกทางประสาทท้งั 5 ดา้ น
see = เห็น/notice = สังเกต
smell = ดมกลิน่
taste = ชมิ
hear = ไดย้ นิ
recognize = จาได้
กริยาที่แสดงความร้สู กึ ทางอารมณ์ เช่น
love = รกั
like = ชอบ
dislike = ไม่ชอบ
adore = รกั ยิ่ง บูชา
forgive = อภัย
wish = ปรารถนา
ต้องการ care = เอาใจใส่
desire = ปรารถนา
hate = เกลยี ด
want = ตอ้ งการ
refuse = ปฏิเสธ
กรยิ าแสดงความคดิ เชน่
think = คดิ
know = รู้
realize = ตระหนัก
recollect = จาได้
suppose = คิด
recall = นกึ ได้
expect = คาดหวัง
suppose = คดิ
understand = เข้าใจ
mean = ต้ังใจ, หมายความ
believe = เชอ่ื
forget = ลมื
trust = เช่ือ
remember = จาได้
กริยาอน่ื ๆ เชน่
seem = ดรู าวกับวา่
hold = บรรจุ
belong = เป็นของ
own = เป็นเจ้าของ
contain = บรรจุ
possess = เปน็ เจ้าของ
consist = ประกอบด้วย
3. Present Perfect Tense (ปัจจบุ นั สมบรู ณ์)
โครงสรา้ งประโยค
ประธาน + has,have + Past Participle
ตวั อย่างการใช้
We have eaten American foods.
She has not(hasn’t) eaten Thai foods.
Has he smoked cigarettes?
หลกั กำรใช้ Present Perfect Tense สรปุ ไดด้ ังน้ี
3.1 แสดงถึงการกระทาทเ่ี กิดขนึ้ ในอดีต แล้วเหตุการณ์ยังคงดาเนินต่อมาจนถึงปัจจุบนั (ตอนพดู ) และมี
แนวโน้มวา่ จะดาเนนิ ต่อไปในอนาคต มักจะมคี าว่า since, for ตวั อยา่ งการใช้
-Dr.Helen has lived in Bangkok since 1958.
แปลวา่ ดร.เฮเลน อยู่ท่ีกรุงเทพตง้ั แต่ ค.ศ.1958
-I have studied in America for four years.
แปลว่า ฉนั เคยเรียนที่อเมริกามาเป็นเวลา 4 ปี
3.2 แสดงการกระทาซ่งึ เกิดขึ้นในอดีต และพงึ่ เสร็จสมบูรณ์ไปไมน่ าน มักมี adverb เช่น just, yet etc.
ประกอบด้วย ตัวอยา่ งการใช้
-I have just passed my friend’s house.
แปลวา่ ฉนั พง่ึ ผ่านบา้ นเพื่อนของฉันมา
-They have already finished housework.
แปลว่า พวกเขาทางานบา้ นเสรจ็ แลว้
3.3 แสดงเหตุการณ์ทีเ่ กิดขึน้ ในอดตี แต่ผลของการกระทาน้ันยังคงมาถงึ ปจั จบุ นั ขณะที่พูด ตวั อยา่ งการใช้
-I have read this book before.
แปลวา่ ฉันเคยอา่ นหนังสือเล่มนแี้ ลว้
-He has opened the door.
แปลว่าเขาได้เปดิ ประตูแลว้ (ผลของการกระทายงั อยู่คือประตเู ปดิ )
3.4 เหตกุ ารณ์ทเ่ี คยทาซา้ ๆ กันหลายหนแลว้ ในอดตี อาจจะทาต่อไปในอนาคต แต่ไมร่ ู้ว่าเกดิ ขน้ึ เมอื่ ใด ไม่
สามารถบอกเวลาการเกดิ ขึ้นได้ มักมี adverb of time เชน่ many times, several times ในประโยคด้วย
ตวั อยา่ งการใช้
-I have been to America many times.
แปลวา่ ฉันได้ไปอเมริกาหลายครัง้ แล้ว
-She has read this book three times.
แปลว่า หล่อนเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ 3 คร้ังแลว้
-He has eaten Thai food several times.
แปลวา่ เขาเคยกนิ อาหารไทยหลายครง้ั แลว้
4. Present Perfect Continuous Tense (ปจั จุบันสมบูรณ์กำลังกระทำ)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + has, have + been + กริยำเติม ing
ตัวอย่างการใช้
-I have been thinking.
แปลว่า ฉันกาลังคดิ
-They have been talking.
แปลวา่ พวกเขากาลังพูดกัน
-She has been living here for 2 weeks.
แปลว่า หลอ่ นอาศัยอยูท่ ่นี ่ีมา 2 สปั ดาห์แล้ว
-He has been studying hard all year.
แปลวา่ เขาเรียนหนังสือหนกั มาตลอดปี
หลกั กำรใช้ Present Perfect Continuous Tense สรปุ ได้ดังนี้
4.1 ใชแ้ สดงการกระทาท่เี กิดขึ้นในอดีต และดาเนนิ มาโดยไม่ขาดตอน เชน่
-John has been living in America since 1984.
แปลว่า จอห์นไดม้ าอย่อู เมริกาตง้ั แตป่ ี 1984
** หมายเหตุ Present Perfect Continuous Tense น้ี ใช้เหมือน Present Perfect ตา่ งกัน ตรงท่วี ่า
Present Perfect Continuous Tense ใช้เพือ่ ต้องการเน้นยา้ วา่ การกระทาตดิ ต่อกันมาตลอด และกริยา ที่ใช้
มกั เปน็ กริยาท่มี ีลักษณะต่อเนื่องได้ ปัจจบุ นั ไมใ่ คร่นิยมใช้มากนกั
5. Past Simple Tense (อดตี ธรรมดำ)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + กรยิ ำช่อง 2
ตัวอย่างการใชง้ าน
-She went home.
แปลว่า เธอกลบั บา้ น
-I came here last night.
แปลว่า ฉันมาท่นี เ่ี ม่ือคนื
หลักกำรใช้ Past Simple Tense สรุปได้ดังน้ี
5.1 ใช้กับเหตุการณท์ ่ีเกิดขึน้ ในอดตี และจบส้ินลงไปแลว้ ในอดตี เชน่ กนั มักมคี าว่า once, ago, last night,
last week, last year etc. ตัวอย่างการใช้
-I got sick yesterday.
แปลว่า ฉันปว่ ยเมอ่ื วานน้ี
-I lived in Phuket 3 years ago.
แปลวา่ ฉนั อยทู่ ี่ภูเก็ตเมือ่ 3 ปที ่ีแล้ว
-She went to the university last week.
แปลวา่ หลอ่ นไปมหาวทิ ยาลัยเมื่อสปั ดาห์ที่แลว้
5.2 แสดงเหตกุ ารณ์ท่เี ปน็ นิสัย ทท่ี าประจาในอดีต (ปัจจบุ ันไม่ได้กระทาแลว้ ) มักมี adverb ความถี่อยดู่ ว้ ย
เช่น always, every, frequently etc. ตัวอย่างการใช้
-Chris walked every morning.
แปลวา่ ครสิ เดินทกุ ๆ เช้า (เป็นนสิ ยั ในอดตี ปัจจุบันไม่ได้กระทาแล้ว)
-He always woke up late last year.
แปลว่า เขาตืน่ นอนสายเสมอๆเมอื่ ปีที่แล้ว
-When I was young. I listened to the radio every night.
แปลวา่ เมือ่ ฉนั เปน็ เด็ก ฉนั ฟงั วิทยุทุกคืน
5.3 แสดงถงึ การกระทาท้งั สองอย่างท่ีเกดิ ในเวลาเดยี วกัน มกั มีคาว่า as, while อยู่ด้วย ตวั อย่างการใช้
-While she sang, I danced.
แปลวา่ ขณะที่หล่องร้องเพลง ฉนั เตน้ รา
-As she cooked, her son played football.
แปลวา่ ขณะทห่ี ล่อนทาอาหาร ลกู ชายของเธอกเ็ ล่นฟตุ บอล
6. Past Continuous Tense (อดตี กำลงั กระทำ)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + was, were + กริยำเติม ing
ตัวอยา่ งการใช้
-I was drinking a glass of water.
แปลวา่ ฉันกาลงั ดื่มนา้ 1 แกว้
-They were playing football in the field.
แปลวา่ เขากาลังเลน่ ฟุตบอลอย่ใู นสนาม
หลกั กำรใช้ Past Continuous Tense สรุปไดด้ งั นี้
6.1 ใช้เมอื่ เกิดเหตุการณ์ 2 อยา่ ง เกดิ ขึ้นในอดตี เหตุการณ์อย่างหนึง่ เกิดขึ้นและดาเนนิ อยู่กอ่ นแลว้ เราจะใช้
Past Continuous และมเี หตุการณท์ ี่ 2 เกิดขน้ึ จะใช้ Past Simple ตวั อย่างการใช้
-While I was cooking, the telephone rang.
แปลวา่ ขณะฉันทาอาหารโทรศัพท์กด็ ังขน้ึ
-We are walking along the street, it began to rain.
แปลว่า พวกเรากาลังเดินไปตามถนนฝนกเ็ รมิ่ ตก
6.2 เหตุการณท์ เี่ กิดขึ้นต่อเนื่องในอดีต ตวั อยา่ งการใช้
-He was sleeping in the class.
แปลว่า ฉนั กาลงั หลบั ในหอ้ งเรยี น
-He was running in the morning
แปลว่า เขากาลังว่งิ ในตอนเช้า
6.3 แสดงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ เกิดขน้ึ พรอ้ มๆ กัน ในเวลาเดยี วกัน มักมีคาวา่ while ในประโยค ตัวอย่าง
การใช้
-While I was watching T.V, my brother was reading a book.
แปลวา่ ขณะท่ีฉนั ดทู วี ี น้องชายของฉนั อ่านหนังสอื
-She was sleeping while he was talking with his friends.
แปลว่า หล่อนกาลงั นอนหลับ ขณะที่เขากาลังพูดคยุ กับเพ่ือนของหล่อน
7. Past Perfect Tense (อดตี สมบูรณ)์
โครงสร้างประโยค
ประธำน + had + Past Participle (กรยิ ำช่อง 3)
ตัวอย่างการใช้
-She had slept.
แปลวา่ หลอ่ นไดน้ อนหลบั แล้ว
-He had not worked.
แปลวา่ เขาไม่ไดท้ างาน
-I had eaten foods before you came. –
แปลวา่ ฉนั ไดร้ บั ประทานอาหารกอ่ นที่คณุ จะมา
หลกั กำรใช้ Past Perfect Tense สรปุ ได้ดังน้ี
7.1 แสดงเหตกุ ารณ์ 2 อย่าง ที่เกิดข้ึนไม่พรอ้ มกันในอดีต เหตกุ ารณห์ นงึ่ เกดิ ขนึ้ กอ่ น เราจะใช้ Past Perfect
Tense อีกเหตกุ ารณ์หนึง่ เกิดทีหลัง เราจะใช้ Past Simple Tense ตวั อยา่ งการใช้
-When I had finished my housework, I played T.V games.
แปลวา่ เมอ่ื ฉันทางานบ้านเสรจ็ ฉันกเ็ ลน่ TV เกม (ทางานบา้ นเสรจ็ ก่อนแลว้ จงึ เล่น)
7.2 ใชเ้ ปล่ยี น Past Simple หรือ Present Perfect ใหเ้ ปน็ Indirect Speech ตัวอย่างการใช้
-Direct Speech : “I have stayed in America for 2 years.”
แปลว่า หลอ่ นพูดวา่ “ฉนั เคยอยู่อเมรกิ ารมา 2 ปแี ลว้ ”
-Indirect Speech : She said that she had stayed in America for 2 years.
แปลว่า หล่อนพดู วา่ หลอ่ นเคยอยู่อเมรกิ ามา 2 ปีแลว้
-Direct Speech : He said “I worked in Bangkok many years.”
แปลวา่ เขาพูดวา่ ”ฉันเคยทางานในกรุงเทพหลายปี”
-Indirect Speech : He said that he had worked in Bangkok many years.
แปลวา่ เขาพดู วา่ เขาเคยทางานในกรงุ เทพหลายปี
8. Past Perfect Continuous Tense (อดีตสมบูรณ์กำลังกระทำ)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + had been + กรยิ ำเติม ing + กรรมหรอื ส่วนขยำย
ตัวอยา่ งการใช้
-I had been sleeping.
แปลวา่ ฉนั กาลังนอนหลับ
-She had been waiting for two hours.
แปลว่า หล่อนคอย 2 ช.ม. แลว้
-He had not (hadn’t) been walking before you came.
แปลวา่ เขาไม่ได้กาลงั เดินก่อนคุณมา
หลักกำรใช้ Past Perfect Continuous Tense สรุปไดด้ ังน้ี
8.1 ใชค้ ลา้ ยๆ กบั Past Perfect เราใชก้ ็ต่อเม่ือเกิดมีเหตุการณ์ 2 อย่าง เกดิ ข้นึ ในอดีต เพอื่ เนน้ ว่าเหตุการณ์
ทีเ่ กิดข้ึนอยา่ งไม่ขาดตอน เราใช้ Past Perfect Continuous Tense แล้วเกดิ เหตุการณ์หนง่ึ ขน้ึ เราจะใช้
Past Simple Tense ตัวอยา่ งการใช้
-She had been living in America before she moved to Bangkok.
แปลวา่ หล่อนอยอู่ เมรกิ ารก่อนทยี่ ้านมาอยทู่ ีก่ รุงเทพ
-I had been waiting two hour before He arrived.
แปลว่า ฉนั คอยเป็นเวลา 2 ชวั่ โมงกอ่ นทเ่ี ขามาถงึ
-She had been reading for several hours when I saw her.
แปลวา่ หลอ่ นกาลงั อา่ นหนังสอื หลายช่วั โมง เม่อื ฉันเหน็ หลอ่ น
9. Future Simple Tense (อนำคต)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + will, shall(I,We), be going to + กริยำเติม ing
ตัวอย่างการใช้
-I will go to see you tomorrow.
แปลวา่ ฉนั จะไปพบคุณพรุง่ นี้
-I shall go.
แปลว่า ฉนั จะไป
-Mary will run.
แปลวา่ แมรจี่ ะวิ่ง
หลกั กำรใช้ Future Simple Tense สรุปไดด้ งั นี้
9.1 ใช้แสดงเหตกุ ารณ์หรอื การกระทาในอนาคต มักมี adverb of time อยดู่ ว้ ย เชน่ to night, tomorrow,
next week, next month etc. ตวั อย่างการใช้
-I will see the movie tomorrow.
แปลวา่ ฉันจะไปดูหนงั พรงุ่ นี้
-She is going to see the doctor next week.
แปลวา่ หล่อนจะไปหาหมอสัปดาหห์ น้า
-The plane will arrive at the airport in a few minutes.
แปลวา่ เคร่ืองบนิ จะมาถึงท่าอากาศยานในอกี 2-3 นาที
การใช้ be going to แทน will, shall
ใช้ be going to + กริยาชอ่ ง 1 เพือ่ แสดงถงึ ความตงั้ ใจที่ไดค้ ิดไวล้ ว่ งหนา้ แลว้ หรือเชื่อว่าเปน็ จรงิ โดยไมส่ งสยั
ตัวอย่างการใช้
-I am studying hard: I am going to try for scholarship.
แปลวา่ ฉันกาลงั เรยี นหนงั สืออย่างหนกั ฉันพยายามเพ่ือสอบชงิ ทนุ การศึกษา
-She is going to write to her parents.
แปลวา่ หลอ่ นตง้ั ใจวา่ จะเขียนจดหมายถงึ พอ่ แม่ของเธอ
-She has bought flour : She is going to make cake.
แปลวา่ หล่อนซอ้ื แปง้ มาและจะทาเค้ก
ใช้ be going to + กริยาชอ่ ง 1 เพือ่ แสดงการคาดคะเน ตัวอย่างการใช้I think it is going to rain. แปลวา่
ฉันคดิ วา่ ฝนจะตก (อยา่ งแนน่ อน)
10. Future Continuous Tense (อนำคตกำลงั กระทำ)
โครงสร้างประโยค
ประธำน + will, shall(I,We) + be + กรยิ ำเตมิ ing + กรรมหรือส่วนขยำย
ตวั อยา่ งการใช้
-I shall be running.
แปลวา่ ฉนั กาลงั วิง่
-I will be working tomorrow.
แปลว่า ฉันกาลังจะทางานพรุ่งน้ี
-We shall be drinking.
แปลวา่ เรากาลงั จะดื่ม
หลักกำรใช้ Future Continuous Tense สรุปไดด้ ังน้ี
10.1 แสดงเหตกุ ารห์ รือการกระทาทจ่ี ะเกิดข้ึนในอนาคต ซ่ึงเหตุการณน์ นั้ กาลังดาเนนิ อยู่ ตวั อย่างการใช้
-At ten o’clock tomorrow morning. I will be waiting my friend.
แปลว่า เวลา 10 โมงเชา้ พรุ่งนี้ ฉนั จะกาลงั รอเพื่อน
-I will be cooking at 5 o’clock tomorrow evening.
แปลว่า ฉนั จะทาอาหารตอน 5 โมงเยน็ พรงุ่ นี้
-He will be sleeping at 4 o’clock tomorrow morning.
แปลวา่ เขากาลังหลบั ตอน 4 โมงเชา้ พรุ่งนี้
10.2 ใชก้ บั เหตกุ ารณ์ 2 อยา่ งท่เี กดิ ขนึ้ เหตุการณท์ เ่ี กิดก่อนใช้ Future Continuous Tense สว่ นเหตุการณ์
หลงั ใช้ Present Simple Tense ตัวอย่างการใช้
-They will be playing football when you arrive at their house.
แปลวา่ เขาจะกาลังเล่นฟุตบอลอยู่ เมื่อคุณมาถงึ บ้านของเขา (เลน่ ก่อนท่ีคุณจะถึงบา้ น)
-When he calls to you, she will be going to the market.
แปลว่า เม่อื เขาโทรมาหาคณ หลอ่ นกาลงั จะไปตลาด
11. Future Perfect Tense (อนำคตสมบรู ณ)์
โครงสร้างประโยค
ประธำน + will, shall + have + กรยิ ำช่อง 3
ตัวอย่างการใช้
-I shall have eaten.
แปลวา่ ฉันจะกินอยู่แลว้
-Sri will have gone.
แปลว่า ศรีจะไปอยู่แล้ว
-He will have finished his work.
แปลว่า เขาจะเสร็จงานของเขาอยแู่ ลว้
หลกั กำรใช้ Future Perfect Tense สรปุ ได้ดงั น้ี
11.1 ใชเ้ มื่อคดิ วา่ เวลาใดเวลาหน่ึงในอนาคต เหตุการณห์ รือการกระทาจะส้ินสดุ ลง มักมีคาเหล่าน้ี เช่น by
that time, by then, by tomorrow, by next year, by next week, by at ten o’clock in two hours
etc. ตวั อย่างการใช้
-I will have slept in three hours.
แปลวา่ ฉันจะนอนเสร็จภายใน 3 ช่วั โมง
-They will have finished the new road by next week.
แปลวา่ พวกเขาจะทาถนนใหม่เสร็จในสปั ดาห์หนา้
11.2 ใชก้ บั เหตุการณ์ 2 เหตกุ ารณท์ เ่ี กิดข้นึ ไม่พรอ้ มกัน คาดวา่ เมื่อถึงเวลาน้ัน เหตุการณห์ นึงจะเสรจ็ สมบรู ณ์
เราจะใช้ Future Perfect Tense กับ เหตกุ ารณ์น้แี ละจะเกิดเหตกุ ารณ์ท่ี 2 ตามมา เราจะใช้ Present
Simple Tense กบั ประโยคนี้ ตวั อยา่ งการใช้
-By the time you arrive, I will have finished homework.
แปลวา่ เม่อื เวลาทคี่ ณุ มาฉนั กท็ าการบา้ นเสรจ็ พอดี
-She will have eaten foods before you came.
แปลวา่ หลอ่ นรบั ประทานอาหารเสรจ็ กอ่ นท่ีคุณจะมา
-The movie will have started before we reach the theater.
แปลวา่ ภาพยนตร์เรม่ิ ฉายก่อนที่พวกเราจะมาถงึ โรงภาพยนตร์
12. Future Perfect Continuous Tense (อนำคตสมบรู ณก์ ำลงั กระทำ)
โครงสรา้ งประโยค
ประธำน + will, shall (I,We) + have + been + กริยำเตมิ ing + กรรมหรอื ส่วนขยำย
ตวั อย่างการใช้
-I shall have been working.
แปลวา่ เราคงจะทางาน (ติดต่อกัน)
-He will have been running.
แปลวา่ เขาคงจะว่งิ (ติดต่อกัน)
หลักกำรใช้ Future Perfect Continuous Tense สรุปไดด้ ังนี้
12.1 สาหรบั Tense น้ี เน้นใหเ้ ห็นถึงการต่อเน่ืองของการกระทาว่าถึงเวลาน้นั ในอนาคต การกระทานั้นยงั คง
ดาเนินอยู่ และจะดาเนินต่อไปอกี (ยังไมห่ ยุด) ตัวอยา่ งการใช้
-By ten o’clock I shall have been working without a rest.
แปลว่า ถงึ เวลา 10 นาฬกิ า ฉันไดท้ างาน (ติดต่อกนั มา) โดยไมพ่ ัก
-When you arrive, she will have waiting for three hours.
แปลว่า เมื่อคณุ มาถึง หล่อนคงจะไดร้ อคณุ (โดยไม่หยดุ รอ) เปน็ เวลา 3 ช่ัวโมง
เอกสำรอำ้ งอิง
แคมปสั สตาร์. (2560). เรียนรู้ 12 Tense ทสี่ ำคญั ในกำรเรยี นภำษำอังกฤษ. คน้ เม่ือ 15 กุมภาพนั ธ์ 2563,
จาก https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/81071.html?fbclid