The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anny84, 2022-04-30 04:51:34

คู่มือนักเรียน 2565

คู่มือนักเรียน 2565

3.2 การเปลี่ยนผลการเรียน “ร”
การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดำเนินการดังนี้
ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแล้ว ให้ได้ระดับผล
การเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ 0-4)
ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบ แต่มีผลการประเมินระหว่างภาคเรียน
และปลายภาค ให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีสาเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา
ที่จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี
การศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้เรียนซ้ำ หากผลการเรียนเป็น “0” ให้ดำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์

3.3 การเปลี่ยนผลการเรียน “มส”
การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี ดังนี้
1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 แต่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ของเวลาเรียนในรายวิชานั้นให้สถานศึกษาจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วัน
หยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับรายวิชานั้น แล้วจึงให้วัดผลปลายภาคเป็น
กรณีพิเศษ ผลการแก้ "มส" ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน "1" การแก้ "มส" กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการ
ศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ "มส" ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แต่เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้
ปฏิบัติดังนี้

(1) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น
(2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียน
ใหม่
2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด
ให้สถานศึกษาดำเนินการดังนี้
(1) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น
(2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่
ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทนรายวิชาใด
การเรียนซ้ำรายวิชา ผู้เรียนที่ได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้วไม่ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดให้เรียนซ้ำในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถาน
ศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิกเรียน ภาคฤดูร้อน เป็นต้น
ในกรณีภาคเรียนที่ 2 หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน “0” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดเรียนปี
การศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อน เพื่อแก้ไขผลการเรียนของผู้เรียนได้ ทั้งนี้ หาก
สถานศึกษาใดไม่สามารถดำเนินการเปิดสอนภาคฤดูร้อนได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ต้นสังกัดเป็นผู้พิจารณา
ประสานงานให้มีการดำเนินการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผลการเรียนของผู้เรียน

46 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

3.4 การเปลี่ยนผล “มผ”
กรณีที่ผู้เรียนได้ผล “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วม
หรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทั้งนี้ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียน
นั้นๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน
สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น
4. การเลื่อนชั้น
เมื่อสิ้นปีการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้น เมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
1. รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิด
วิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
3. ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นควรได้ไม่ต่ำกว่า 1.00
ทั้งนี้ รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับการแก้ไขในภาค
เรียนถัดไป ทั้งนี้สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น
5. การสอนซ่อมเสริม
การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือ
เจตคติ/คุณลักษณะ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษนอก
เหนือไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และตอบสนองความแตก
ต่างระหว่างบุคคล การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนินการได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

1) ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควรจัดการสอนซ่อม
เสริมปรับความรู้/ทักษะพื้นฐาน

2) ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจคติ/คุณลักษณะที่กำหนดไว้ตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดในการประเมินผลระหว่างเรียน

3) ผู้เรียนที่ได้ระดับผลการเรียน “0” ให้จัดการสอนซ่อมเสริมก่อนสอบแก้ตัว
4) กรณีผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผลการเรียน
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 47

6. การเรียนซ้ำชั้น
ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถาน

ศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียน
เป็นสำคัญ

การเรียนซ้ำชั้น มี 2 ลักษณะ คือ
1) ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหา

ต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น
2) ผู้เรียนมีผลการเรียน 0, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในปีการศึกษานั้น

ทั้งนี้ หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง 2 ลักษณะ ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา หาก
เห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให้ใช้ผลการเรียนใหม่แทน หากพิจารณาแล้ว
ไม่ต้องเรียนซ้ำชั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผลการเรียน
7. เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

1) ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม
ตามที่สถานศึกษากำหนด

2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต
และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต

3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามที่สถานศึกษากำหนด

4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กำหนด

5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กำหนด

8. เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1) ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่

สถานศึกษากำหนด
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และ

รายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต
3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา

กำหนด
4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา

กำหนด
5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา

กำหนด



48 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

การติดต่อเอกสารและหลักฐาน
การเปลี่ยนแปลงหลักฐาน
กรณีนักเรียน, บิดา มารดา เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนที่อยู่
1. ขอใบคำร้องจากฝ่ายทะเบียนวัดผล
2. กรอกรายละเอียดด้วยตัวบรรจงและถูกต้อง พร้อมทั้งให้ผู้ปกครองลงชื่อให้เรียบร้อย
3. เอกสารสำคัญขอเปลี่ยนแปลงหลักฐานฉบับจริงและถ่ายเอกสาร 1 ชุด
4. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับจริง และสำเนา 1 ชุด
5. ยื่นให้ครูตรวจดูรายละเอียด
การลาออกหรือย้ายสถานศึกษา
1. ผู้ยื่นคำร้องต้องเป็นบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครองที่แท้จริงเท่านั้น
2. ขอใบคำร้องจากงานทะเบียนวัดผล
3. กรอกคำร้องและแจ้งเหตุผลให้ชัดเจน กรณีย้ายสถานศึกษาให้ระบุโรงเรียนที่ย้ายไป
4. รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
5. ยื่นเอกสารให้ครูตรวจสอบ และมารับเอกสารตามวัน เวลา ที่นัดหมาย
การขอใบรับรองความประพฤติ
1. ขอใบคำร้องจากสำนักงานกิจการนักเรียน
2. กรอกข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนและถูกต้อง
3. ส่งรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป
4. ยื่นเอกสารที่ครู/เจ้าหน้าที่ในสำนักงานกิจการนักเรียน

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 49

ระเบียบและแนวปฏิบัติงานฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน โรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
1. ระเบียบและแนวปฏิบัติทั่วไป สำหรับนักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
2. ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย การแต่งกายของนักเรียน พ.ศ. 2563
3. ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย การลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548
4. ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย การควบคุมความประพฤตินักเรียน พ.ศ. 2563
5. ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย ทรงผมนักเรียน พ.ศ. 2563
6. ตารางกำหนดโทษและตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมกรณีความผิดของ
นักเรียน ตามระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วยการกำหนดคะแนนความประพฤติและการลงโทษนักเรียน พ.ศ.
2558 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563)
7. ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
8.ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

ระเบียบและแนวปฏิบัติทั่วไปสำหรับนักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
1. ระเบียบปฏิบัติการทั่วไป

1.1 เคารพเชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งสอน อบรมและตักเตือนของครูทุกท่าน
1.2 มีสัมมาคารวะ ต้องทำความเคารพเมื่อพบครูทุกท่านทั้งในและนอกโรงเรียน
1.3 ตั้งใจศึกษาหาความรู้และร่วมกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน
1.4 รักษาความสามัคคีในหมู่คณะ รุ่นพี่เป็นตัวอย่างที่ดี และดูแลรุ่นน้องได้
1.5 ต้องช่วยในการประหยัดในการใช้น้ำ ไฟฟ้า และวัสดุสิ้นเปลืองของโรงเรียน
1.6 ช่วยกันรักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียน
1.7 ไม่ไว้เล็บ ทาเล็บ ตกแต่งใบหน้าด้วยเครื่องสำอาง และทำการสักบนร่างกายไม่ว่าบริเวณใดๆ หากมีการ
สักบนร่างกายไม่ว่าบริเวณใดๆ ให้มีการลงบันทึกในแบบฟอร์มตามที่โรงเรียนกำหนด
1.8 ไม่ประพฤติการใดๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่โรงเรียน

50 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

2. การมาโรงเรียน
2.1 นักเรียนต้องมาให้ทันเข้าแถวเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น.
2.2 เมื่อเข้ามาในโรงเรียนแล้วนักเรียนจะออกนอกบริเวณโรงเรียนไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวย

การโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณาอนุญาตจึงจะออกไปได้ โดยใช้แบบบันทึกการขอ
อนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน พร้อมกับป้ายห้อยคอ (ในกรณีที่ไม่กลับไม่ต้องห้อย)

2.3 ถ้านักเรียนจำเป็นต้องหยุดเรียนต้องมีใบลาและลายเซ็นผู้ปกครอง และแจ้งครูที่ปรึกษาทุกครั้ง (ให้ใช้
แบบฟอร์มใบลาของโรงเรียนเท่านั้น)

2.4 นักเรียนทุกคนก่อนเข้า-ออกโรงเรียนต้องเคารพครูเวรประจำวันก่อนทุกครั้ง
2.5 ในกรณีนำรถจักยานยนต์มาโรงเรียนนักเรียนต้องดับเครื่องยนต์แล้วจูงรถจักรยานยนต์เข้ามาในโรงเรียน
ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าจนถึงจุดจอดรถจักยานยนต์ และตอนกลับให้ดับเครื่องยนต์แล้วจูงจักรยานยนต์ออกตั้งแต่จุด
จอดจนถึงหน้าประตูโรงเรียนทุกครั้ง
2.6 แต่งเครื่องแบบนักเรียนทุกครั้งที่มาติดต่อราชการกับทางโรงเรียน

3. การเข้าแถวเคารพธงชาติ
3.1 เข้าแถวหน้าเสาธงเวลา 07.50 น. และเริ่มพิธีหน้าเสาธงเวลา 08.00 น.
3.2 จัดระเบียบแถวให้ตรง และฟังประกาศต่างๆ
3.3 ผู้แทนนักเรียนำทำกิจกรรมหน้าเสาธง ดังนี้ ขับร้องเพลงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำรักษาศีล 5 สงบนิ่ง ขับ

ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ขับร้องเพลงประจำโรงเรียน ทักทายระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง
3.4 ครูเวรประจำวัน อบรมให้ความรู้ คำแนะนำ แนวทางการปฏิบัติ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ที่เป็น

ประโยชน์
3.5 นักเรียนที่มาสายหลัง 08.00 น. จะต้องบำเพ็ญประโยชน์หลังกิจกรรมหน้าเสาธง และบันทึกพฤติกรรม
3.6 นักเรียนเดินแถวเข้าห้องเรียนอย่างเป็นระเบียบ แถวตอนเรียงหนึ่งโดยไม่คุย หรือเล่นกันขณะเดินแถว

4. การโฮมรูม
หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนแต่ละชั้นเดินเข้าแถวไปยังห้องเรียนเพื่อพบครูที่

ปรึกษาประจำชั้นเรียน เพื่อรับฟังข่าวสารต่างๆ การดำเนินกิจกรรมของห้องเรียน ความสะอาดเขตพื้นที่และ
ห้องเรียน

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 51

5. การออกนอกบริเวณโรงเรียน
5.1 โรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวรโรงเรียน ในกรณีที่ลืมอุปกรณ์การเรียนหรือวัสดุอื่นๆ

ยกเว้นในกรณีที่ครูผู้สอนในรายวิชานั้นๆ มาขออนุญาตให้เท่านั้น หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนให้อยู่ในดุลยพินิจของครู
เวรประจำวัน โดยดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอนให้ถูกต้อง

5.2 ถ้าผู้ปกครองมารับด้วยตนเอง ให้นักเรียนพาไปพบกิจการนักเรียนเพื่อขออนุญาตก่อนทุกครั้ง
5.3 กรณีที่นักเรียนนำจดหมายผู้ปกครองมาให้อนุญาตครูประจำชั้นก่อนแล้ว ให้นำจดหมายมายืนยันเพื่อ
เป็นหลักฐานเพื่อขออนุญาตจากกิจการนักเรียน
5.4 ถ้าจัดกิจกรรมและนำนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน ทางโรงเรียนจะมีหนังสือราชการแจ้งให้ผู้
ปกครองทราบทุกครั้ง โดยจะมีครูคอยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
5.5 นักเรียนที่ขออนุญาตออกนอกโรงเรียนไป เมื่อกลับมาแล้วให้คืนบัตรอนุญาตออกนอกโรงเรียนที่ห้อง
กิจการนักเรียนทุกครั้ง
5.6 ในกรณีที่นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ขออนุญาต หรือหนีออกนอกบริเวณโรงเรียนไม่ว่ากรณี
ใดๆ ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบหากเกิดเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุต่างๆ และจะดำเนินการลงโทษทางวินัยตาม
ระเบียบของทางโรงเรียนต่อไป

6. การขาดเรียน
6.1 ถ้านักเรียนขาดเรียนเกิน 2 วัน ไม่ว่าป่วยหรือลากิจต้องส่งใบลาต่อครูที่ปรึกษา ถ้าขาดเรียนติดต่อกัน

โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้ครูที่ปรึกษาติดตามข่าวโดยการโทรศัพท์ติดต่อกับผู้ปกครอง และส่งหนังสือแจ้งการขาดเรียน
ให้ผู้ปกครองทราบ (ให้ใช้แบบฟอร์มการแจ้งผู้ปกครองของฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนเท่านั้น)

6.2 ถ้านักเรียนขาดเรียนติดต่อกันเกิน 3 วัน โดยไม่ทราบสาเหตุให้ครูที่ปรึกษาโทรศัพท์แจ้งผู้ปกครอง และ
ส่งหนังสือแจ้งการขาดเรียนให้ผู้ปกครองทราบและเชิญผู้ปกครองของนักเรียนมาพบครูที่ปรึกษาพร้อมกับฝ่ายบริหาร
กิจการนักเรียน

6.3 ถ้านักเรียนขาดเรียนติดต่อกันและครูที่ปรึกษาโทรศัพท์และส่งจดหมายถึงผู้ปกครองนักเรียนแล้ว 2 ครั้ง
ห่างกัน 15 วัน และถ้าผู้ปกครองไม่มาติดต่อกับทางโรงเรียน จะดำเนินการตามระเบียบของทางโรงเรียนต่อไป

7. การพบบุคคลภายนอก
ห้ามนักเรียนนัดพบกับบุคคลภายนอกหรือไปพบตามอาคารเรียน บริเวณต่างๆ โดยเด็ดขาดถ้ามีผู้ต้องการ

พบให้แจ้งฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน และแจ้งครูที่ปรึกษาเมื่อหมดคาบเรียน โดยจะเรียกนักเรียนมาพบที่ห้องหรือ
สถานที่เหมาะสมเท่านั้น

52 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมว่าด้วย การแต่งกายของนักเรียน
พ.ศ. 2563




ด้วยโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมได้พิจารณาเป็นการสมควรที่จะวางเรียบว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียน
วังม่วงวิทยาคม เพื่อให้นักเรียนแต่งกายได้ถูกต้อง เรียบร้อยและเหมาะสมกับกาลสมัย จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการ
แต่งกายของนักเรียน พ.ศ. 2563 ขึ้นดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม ว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียน พ.ศ. 2563”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบหรือข้อความใดๆ ที่ขัดกับระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 นักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมทุกคน ต้องแต่งกายดังนี้
4.1 เครื่องแบบนักเรียน
4.1.1 นักเรียนชาย

1) เสื้อ เหมือนกันทั้งมัธยมศึกษาตอนต้น และธยมศึกษาตอนปลาย แบบเชิ้ตคอตั้ง ผ้าขาว เกลี้ยง ไม่
บางเกินควร ผ่าอกตลอด สาบที่เสื้อด้านนอกกว้าง 4 เซนติเมตร ใช้กระดุมขาวกลมแบบขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน
1 เซนติเมตร แขนสั้นเพียงเหนือข้อศอก มีกระเป๋าที่ราวนมด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกว้าง 8-12 เซนติเมตร ไม่มีจีบ
หลัง ขนาดของเสื้อพอเหมาะกับลำตัว กลัดกระดุมทุกเม็ด ยกเว้นเม็ดแรก

2) กางเกง นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กางเกงสีดำ ขาสั้น
ความยาวของกางเกงสูงจากกึ่งกลางลูกสะบ้า ไม่เกิน 8 เซนติเมตร ขณะยืนส่วนกว้างของกางเกงห่างจากขาประมาณ
8-12 เซนติเมตร ปลายขาพับเข้าข้างในกว้าง 5 เซนติเมตร ผ่าตรงส่วนหน้ามีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ 1 กระเป๋า
เวลาสวมรัดเข็มขัดส่วนของกางเกงด้านบนจะต้องไม่เหลือรวมกันเป็นจีบให้สวมทับปลายเสื้อให้เรียบร้อยมองเห็น
เข็มขัด ขณะที่อยู่ในเครื่องแบบนักเรียนห้ามนำชายเสื้อออกนอกกางเกง

3) เข็มขัด เหมือนกันทั้งมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีลักษณะเข็มขัดหนังสีดำ
กว้างตั้งแต่ 3-4 เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีเงินรูปสี่เหลี่ยมหัวกลัด มีปลอกกว้าง 1 เซนติเมตรสำหรับสอดปลาย
เข็มขัด

4) ถุงเท้า เหมือนกันทั้งมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีลักษณะสีขาว
ไม่มีลวดลาย ปลายพับได้อย่างน้อย 1 นิ้วครึ่ง หรือ 2 นิ้ว ห้ามใช้ถุงเท้าไนลอนบางถุงเท้าสั้นชนิดขลิบริมปักหรือ
ตกแต่งลูกไม้และถุงเท้าสั้นชนิดรัดข้อเท้า

5) รองเท้า เหมือนกันทั้งมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้รองเท้าผ้าใบ
สีดำ ขณะสวมไม่เหยียบส้นเท้า

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 53

4.1.1 นักเรียนหญิง
1) เสื้อ นักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น ผ้าขาวเกลี้ยงผูกหูกระต่ายไม่บางเกินควร

แบบคอพับในตัว ลึกพอสวมศีรษะได้ สาบตลบเข้าข้างใน ส่วนบนของสาบใหญ่ พอแบะคอแล้วไม่เห็นตะเข็บข้างใน มี
ปกข้างใน 10 เซนติเมตร ใช้ผ้าสองชนิดเย็บแบบเข้าถ้ำ แขนเสื้อยาวเพียงศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อย ประกอบด้วยผ้า
สองชิ้นกว้าง 3 เซนติเมตร ความยาวของตัวเสื้อวัดจากข้อมือขึ้นมา เมื่อยืนตรงถึงขอบเสื้อประมาณ 10-15 เซนติเมตร
ชายเสื้อด้านล่างมีรอยพับประมาณ 3 เซนติเมตร ขนาดของเสื้อตั้งแต่ใต้แขนถึงขอบล่างมีความกว้างพอเหมาะไม่รัด
เอว ริมขอบหน้าด้านขวาติดกระเป๋า ขนาดกว้าง 5-9 เซนติเมตร ปากกระเป๋าพับริมกว้าง ไม่เกิน 3 เซนติเมตร ขนาด
ของเสื้อตั้งแต่ใต้แขนถึงขอบล่าง มีความกว้างพอเหมาะไม่รัดเอว ริมขอบหน้าด้านกว้าง 5-9 เซนติเมตร ปากกระเป๋า
ริมกว้างไม่เกิน 2 เซนติเมตร เมื่อสวมผูกคอด้วยผ้าชายสามเหลี่ยมสีดำกว้าง 4-5 เซนติเมตร เหลือชายผ้าทั้งสองข้าง
พองามด้วยเงื่อนนกลาสี (ให้นักเรียนหญิงทุกคนสวมเสื้อซับในไม่มีลวดลาย)

2) เสื้อ นักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ้าขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร แบบคอเชิ้ต ผ่าอกตลอด
ที่อกเสื้อทำเป็นสาบตลบเข้าข้างในกว้าง 3 กลีบ มีกระดุมขาว 5 เม็ด แขนยาวเพียงเหนือศอกต้นและปลายแขนจีบเล็ก
น้อย ประกอบด้วยผ้าสองชิ้นกว้าง 3 เซนติเมตร สอดชายเสื้อไว้ในกระโปรง ให้นักเรียนหญิงทุกคนสวมเสื้อซับในไม่มี
ลวดลาย

3) กระโปรง เหมือนกันทั้งนักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
มีลักษณะผ้าสีกลมท่าเกลี้ยงไม่มีลวดลายแบบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังเป็นกลีบข้างละ 3 กลีบ หักกลีบ
ออกด้านนอกเย็บกลีบลงมา 6-12 เซนติเมตร เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม ความยาวของกระโปรงต่ำ
กว่าเข่าเล็กน้อย

4) เข็มขัด เฉพาะนักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนปลาย มีลักษณะเป็นหนังสีดำ กว้าง 2-3
เซนติเมตร หัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนิดหัวกลัด มีหนังสีดำหุ้ม มีปลอกหนังสีดำกว้าง 1.5 เซนติเมตร สำหรับ
สอดสายเข็มขัดทับกระโปรง ห้ามใช้เข็มขัดชนิดหนังแท้สีดำ

5) ถุงเท้า นักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีลักษณะสีขาว
ไม่มีลวดลาย ปลายพับได้อย่างน้อย 1 นิ้วครึ่ง หรือ 2 นิ้ว ห้ามใช้ถุงเท้าไนลอนบาง ถุงเท้าสั้นชนิดขลิบริมปัก
หรือตกแต่งลูกไม้และถุงเท้าสั้นชนิดรัดข้อเท้า

6) รองเท้า นักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย สวมรองเท้าหนัง
หุ้มส้น หุ้มปลายเท้า สีดำหัวมน มีสายรัดรองเท้า ส้นสูงไม่เกิน 3 เซนติเมตร

4.2 ชุดพลศึกษา
ให้ใช้ชุดพลศึกษาที่โรงเรียนกำหนดให้เท่านั้น

4.3 กระเป๋าหนังสือ
ให้ใช้กระเป๋านักเรียนที่โรงเรียนกำหนดให้เท่านั้น

54 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

4.4 การปักเครื่องหมายของนักเรียน
4.4.1 อักษรย่อ ว.ม.ว.ให้ปักด้วยด้ายมันหรือไหมสีน้ำเงินขนาด 1.5 เซนติเมตร ด้านขวาเหนือราวนม
4.4.2 เลขประจำตัวนักเรียน ให้ปักด้วยด้ายมันหรือไหมสีน้ำเงิน ขนาด 1.2 เซนติเมตร ที่อกเสื้อด้านขวาใต้

อักษรย่อ ว.ม.ว.ห่างประมาณ 1 เซนติเมตร
4.4.3 ชื่อและนามสกุลให้ปักด้วยด้ายมันหรือไหมสีน้ำเงินที่อกด้านซ้าย อยู่ในระดับเดียวกับอักษร ว.ม.ว.ขนาด

1.5 เซนติเมตร
4.4.4 สัญลักษณ์ประจำช่วงชั้น ช่วงชั้นที่ 3 ทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงให้ปักวงกลมขนาด 0.6เซนติเมตร

กึ่งกลางเหนือชื่อ ห่างประมาณ 0.6 เซนติเมตร
1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ให้ปักวงกลมจำนวน 1 อัน
2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ให้ปักวงกลมจำนวน 2 อัน
3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ให้ปักวงกลมจำนวน 3 อัน

4.4.5 สัญลักษณ์ประจำช่วงชั้นที่ ช่วงชั้นที่ 4 ทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงให้ปักดาวขนาด 0.6เซนติเมตร
กึ่งกลางเหนือชื่อ ห่างประมาณ 0.6 เซนติเมตร

1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4ให้ปักดาวจำนวน 1 อัน
2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5ให้ปักดาวจำนวน 2 อัน
3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ให้ปักดาวจำนวน 3 อัน

4.5 ทรงผมนักเรียน
ให้เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และโรงเรียนประกาศ สำหรับนักเรียนหญิงที่ไว้

ผมยาวให้ใช้โบว์ผูกผมสีขาวมัด

4.6 เครื่องประดับ
ห้ามนักเรียนใช้เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นรายการดังต่อไปนี้
4.6.1 นาฬิกาข้อมือ
4.6.2 สร้อยสแตนเลสสำหรับแขวนพระสร้อยจะต้องยาวไม่ปรากฏเหนือรอยของปกเสื้อ
4.6.3 สร้อยผ้าร่มสำหรับแขวนพระสร้อยจะต้องยาวไม่ปรากฏเหนือรอยของปกเสื้อ
4.6.4 กิ๊ปติดผม ให้ใช้กิ๊ปโลหะสีดำเท่านั้น

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 55

ทางโรงเรียนไม่มีความประสงค์ให้นักเรียนใช้ของมีค่าหรือเครื่องประดับที่ไม่จำเป็นเพราะเก็บรักษายากเกิด
ความฟุ่มเฟือยไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน หากนักเรียนคนใดนำมาและสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ
และถือว่านักเรียนผู้นั้นฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียน จะถูกพิจารณาลงโทษ

ประกาศ ณวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
(นายอดุลย์ ต้นคำ)

ผู้อำนวยการโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม

56 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 57

58 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 59

60 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา

พ.ศ. 2548



อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ จึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน หรือนักศึกษา พ.ศ. 2543
ข้อ 4 ในระเบียบนี้ “ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ
อธิการบดี หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียก ชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น
“กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา
หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา
“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการ
อบรมสั่งสอน
ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถานดังนี้

5.1 ว่ากล่าวตักเตือน
5.2 ทำทัณฑ์บน
5.3 ตัดคะแนนความประพฤติ
5.4 กิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียน และนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วย
ความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียน หรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย
การลงโทษนักเรียน หรือนักศึกษาให้เป็นไป เพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียน หรือนักศึกษาให้
รู้สำนึกในความผิด และกลับประพฤติตนใน ทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียน
หรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา
ข้อ 7 การว่ากล่าวตักเตือนใช้ในกรณีนักเรียน หรือนักศึกษากระทำความผิด ไม่ร้ายแรง
ข้อ 8 การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม กับสภาพนักเรียนหรือ
นักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียน และนักศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่
เข็ดหลาบ การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรอง
การทำทัณฑ์บนไว้ด้วย

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 61

ข้อ 9 การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการ ตัดคะแนนความประพฤติ
นักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ 10 ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียน และนักศึกษากระทำความผิดที่สมควร
ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ข้อ 11 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และ ให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัย
ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548
อดิศัย โพธารามิก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

62 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน

พ.ศ. 2563





โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อให้เกิด ความชัดเจน
ในการดำเนินการของสถานศึกษา มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและการปฏิบัติตน ของนักเรียนเป็นไปด้วย
ความถูกต้อง รวมทั้งเป็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้

“นักเรียน” หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษา
“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาในสังกัดหรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน เว้นแต่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
“หัวหน้าสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มี
อำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา
ข้อ 4 นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้
(1) นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาว ไม่เลยตีนผม ด้านหน้า
และกลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย
(2) นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และรวบให้เรียบร้อย
ข้อ 5 นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้
(1) ดัดผม
(2) ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
(3) ไว้หนวดหรือเครา
(4) การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรงสัญลักษณ์
หรือเป็นลวดลาย
ข้อ 6 ความในข้อ 4 และข้อ 5 มิให้นำมาใช้บังคับแก่นักเรียนที่มีเหตุผลความจำเป็น ในการปฏิบัติตามหลัก
ศาสนาของตนหรือการดำเนินกิจกรรมของสถานศึกษา
ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 63

ข้อ 7 ภายใต้บังคับข้อ 4 ให้สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการ
บริหารโรงเรียนวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจง ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ
ระเบียบนี้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี ของนักเรียน และการมี
ส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น

ข้อ 8 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจ ตีความและวินิจฉัยปัญหา
เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

64 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 65

66 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
ว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียน


พ.ศ. 2564



ด้วยโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมเห็นสมควรวางระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมความประพฤตินักเรียนเพื่อให้
นักเรียนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พัฒนาให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต จึงอาศัยระเบียบกระทรวง
ศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ. 2548 โรงเรียนจึงวางระเบียบไว้ดังนี้

ข้อ 1 ระเบียบเรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติ พ.ศ. 2563”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่นักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป และให้
ยกเลิกระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ของโรงเรียนที่ขัดแย้งกับระเบียบการนี้
ข้อ 3ในระเบียบนี้

“ผู้อำนวยการโรงเรียน” หมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
“รองผู้อำนวยการโรงเรียน” หมายถึงรองผู้อำนวยการโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
“ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน” หมายถึงฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
“ครู” หมายถึงครูโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
ข้อ 4 ให้ครูมีอำนาจหน้าที่เพิ่มหรือตัดคะแนนความประพฤติ คะแนนนักเรียนตามอำนาจหน้าที่ระเบียบนี้
ข้อ 5 ให้ครูเสนอการเพิ่มหรือตัดคะแนนความประพฤติคะแนน นักเรียนในกรณีที่เกินอำนาจหน้าที่ของตนต่อผู้
มีอำนาจเพิ่มหรือตัดคะแนน
ข้อ 6 ให้ครูรายงานการตัดคะแนนความประพฤติพร้อมด้วยเหตุผลที่ต้องตัดคะแนนต่อฝ่ายบริหารกิจการ
นักเรียน โดยแบ่งเกณฑ์ความผิด ดังนี้(ให้ใช้แบบรายงานของฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนเท่านั้น)
(1) ความผิดสถานเบา ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ 5-10 คะแนน
(2) ความผิดสถานกลาง ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ 15-20 คะแนน
(3) ความผิดสถานหนัก ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ 30-50 คะแนน
ข้อ 7 ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนบันทึกความรับผิดชอบของนักเรียนในระเบียบประวัติ และแจ้งครูที่ปรึกษารับ
ทราบดำเนินการต่อไป
ข้อ 8 นักเรียนคนใดกระทำความผิด 3 ครั้ง หรือถูกตัดคะแนนความประพฤติถึง 20 คะแนน ห้เชิญครูที่ปรึกษา
และนักเรียนที่มีปัญหา พบฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาและให้ครูที่ปรึกษาส่งหนังสือแจ้งผู้ปกครอง
ให้รับทราบ
ข้อ 9 นักเรียนคนใดกระทำความผิด 4 ครั้ง หรือถูกตัดคะแนนความประพฤติถึง 50คะแนนให้ฝ่ายบริหาร
กิจการนักเรียนเชิญผู้ปกครอง ครูที่ปรึกษา พบหัวหน้าฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและทำ
ทัณฑ์บน

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 67

ข้อ 10 นักเรียนคนใดกระทำผิดเป็นครั้งที่ 5 หรือถูกตัดคะแนนความประพฤติมากกว่า 30คะแนนขึ้นไปพร้อมได้
ทำทัณฑ์บนกับทางโรงเรียนแล้วให้ประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน เพื่อพิจารณาโทษ เสนอผลการ
พิจารณาต่อผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อพิจารณาความผิดและสั่งลงโทษพิจารณาสั่งพักการเรียน (สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่
4) พร้อมเชิญผู้ปกครองมารับทราบปัญหาและผลพิจารณาของคณะกรรมการฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน สำหรับ
นักเรียนช่วงชั้นที่ 3ให้ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน เชิญผู้ปกครองครูที่ปรึกษาพบหัวหน้าฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนหรือผู้
อำนวยการโรงเรียนและคณะกรรมการฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและทำทัณฑ์บนกับทาง
โรงเรียน

ข้อ 11 เกณฑ์ความดีความชอบที่ควรเพิ่มคะแนน

ครั้งละ 5 คะแนน ครั้งละ 10 คะแนน ครั้งละ 20 คะแนน

1. ช่วยกันรักษาความสะอาดของ 1. ช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียน 1. นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียนทำให้
โรงเรียนนอกเหนือจากที่โรงเรียน เพื่อให้กิจกรรมนั้นๆ ก้าวหน้าด้วย บุคคลภายนอกรู้จักโรงเรียน
มอบหมาย ความจริงใจ มากยิ่งขึ้น
2. เก็บสิ่งของมีราคาไม่เกิน 50 บาท 2. เก็บสิ่งของมีราคามากกว่า 50 2. กระทำความดีอื่นใดที่เปรียบ
และแจ้งฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน บาท และนำแจ้งฝ่ายบริหารกิจการ ได้กับการกระทำตามความดี
หรือครู เพื่อดำเนินการส่งคืนเจ้าของ นักเรียนหรือครู เพื่อดำเนินการส่ง ตามข้อ 1
3. กระทำความดีอื่นใดที่เปรียบได้ คืนเจ้าของ
กับการกระทำตามความดีตามข้อ 3. ชี้ช่องทางหรือแนะแนวทางให้ครู
1-2 ทราบแหล่งอบายมุข เพื่อดำเนินการ
ราบปราม และแก้ไขหรือมามารถ
บอกชื่อนักเรียนที่กระทำความผิดได้
4. กระทำความดีอื่นใดที่เปรียบได้
กับการกระทำตามความดีตามข้อ
1-3

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564







(นายอดุลย์ ต้นคำ)
ผู้อำนวยการโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม

68 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ตารางกำหนดโทษและตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม กรณีความผิดของนักเรียน
ตามระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม ว่าด้วยการกำหนดคะแนนพฤติกรรมและการลงโทษนักเรียน พ.ศ. 2548

(ฉบับปรับปรุง 2563)

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 69

70 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 71

หมายเหตุ
หากนักเรียนกระทำความผิดเรื่องต่างๆ ครบ 30 คะแนนให้เชิญผู้ปกครองเข้าพบเป็นกรณีพิเศษพร้อมกับ

นักเรียนรายดังกล่าว เพื่อหาหนทาง ในการปรับปรุงพฤติกรรม หากนักเรียนกระทำความผิดซ้ำ และบ่อยครั้ง ต่อเนื่อง
และเป็นความผิดเรื่องเดิมๆ ให้พิจารณา และดำเนินการขั้นเด็ดขาด คือ ย้ายสถานศึกษา หรือเรียนที่บ้าน พักการเรียน

หากนักเรียนมีคะแนนพฤติกรรมต่ำกว่า 60คะแนนนักเรียนจะไม่มีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียน และไม่ดำเนิน
การให้จบการศึกษา จนกว่านักเรียนจะมาติดต่อเพื่อขอปรับปรุงพฤติกรรมตามที่คณะกรรมที่แต่งตั้งเห็นสมควร

72 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
ว่าด้วยความเท่าเทียมระหว่างเพศ


พ.ศ. 2558



ด้วยโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมเห็นสมควรวางระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้เกิดความ
เท่าเทียมกันในสังคม นักเรียนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พัฒนาให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคตจึงอาศัยพระ
ราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ไว้ดังนี้

(1) ห้ามการกระทำใดๆ ที่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
(2) หากมีข้อพิพาทใดๆ ให้คณะกรรมการ สทพ. ของโรงเรียนพิจารณาข้อพิพาท มติของคณะกรรมการ สทพ.
ของโรงเรียนถือเป็นที่สิ้นสุด
(3) หากมีเหตุอันให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลโดยเป็นเหตุรุนแรง ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย จิตใจ
และทรัพย์สิน ให้ดำเนินการติดต่อประสานนักจิตวิทยา นักวิชาชีพ หรือหน่วยงานราชการภายนอกให้ความช่วยเหลือ
เป็นการด่วน
(4) ให้สถานศึกษาตั้งคณะทำงาน สทพ. ของโรงเรียนดำเนินการตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่าง
เพศ พ.ศ. 2558
ประกาศ ณวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

(นายอดุลย์ ต้นคำ)
ผู้อำนวยการโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 73

ระเบียบโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม
ว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น


พ.ศ.2559



ด้วยโรงเรียนวังม่วงวิทยาคมเห็นสมควรวางระเบียบ
ปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และป้องกันการเรียนไม่จบการศึกษาจึง
อาศัยพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559ไว้ดังนี้

(1) จัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนหรือนักศึกษา
(2) จัดหาและพัฒนาผู้สอนให้สามารถสอนเพศวิถีศึกษาและให้คำปรึกษาในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหา
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่นักเรียนหรือนักศึกษา
(3) จัดให้มีระบบดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองนักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งตั้งครรภ์ให้ได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่
เหมาะสมและต่อเนื่อง รวมทั้งจัดให้มีระบบการส่งต่อให้ได้รับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และการจัดสวัสดิการสังคม
อย่างเหมาะสม
(4) ให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่ผู้ รับบริการซึ่งเป็น
วัยรุ่นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ
(5) จัดให้มีบริการให้คำปรึกษาและบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ได้มาตรฐานสำหรับผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น
และสอดคล้องกับสิทธิตามมาตรา 5 รวมทั้งจัดให้ระบบการส่งต่อให้ได้รับการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเหมาะสม
(6) ส่งเสริมสนับสนุนให้สภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดและระดับอำเภอสร้างเครือข่ายเด็กและเยาวชนใน
พื้นที่เพื่อเป็นแกนนำป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
(7) ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ประสานงานเฝ้าระวัง
และให้ความช่วยเหลือแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และครอบครัว

ประกาศ ณวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

(นายอดุลย์ต้นคำ)
ผู้อำนวยการโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม

74 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ครูที่ปรึกษา

ปีการศึกษา 2564




ห้อง ชื่อ - สกุล เบอร์โทรศัพท์

ม.1/1 นางแสงดาว โฉมฉาย 095-553-7759

นางสาวพิชามญชุ์ ป้อมลอย 061-881-1451
089-560-7099
ม.1/2 นางกัญญ์กุลณัช มั่งมี 090-028-3458

นายอภิสิทธิ์ บุญมาพิลา 097-057-1134
089-905-1858
ม.2/1 นายรัฐปราชญ์ ทาจำปา 089-083-7997
ม.2/2 นางสาวอาทิตญา คำพุฒ 098-540-9934
ม.3/1 นางกณิษฐา หมวกทอง 089-949-9507
087-091-9849

Miss jane ferlyn R. salili 092-647-0973
ม.3/2 นางสุภมาส ศรีจันทวงศ์ 092-273-2711
ม.4/1 นางอุบลรัตน์ มอญรัต 097-020-4471
098-647-5815

นายธนาดุลย์ ศรีคำภา 094-663-6554
ม.4/2 นายประกาศิต จันทนา 061-623-5383
ม.4/3 นางสาวเสาวภาคย์ สนิทจันทร์ 097-624-7679
ม.4/4 นางสาวนิติพร มาลาชาติ 089-365-9915
ม.5/1 นายปรีดา ศรีตำแย 085-822-6736
ม.5/2 นางสาววรวีร์ สัทธรรม 083-328-0013
091-716-7281

นางสาวสุดารัตน์ แหวนเงิน 083-727-0797
ม.5/3 นายอรรถกร แก้วเปี้ย 098-461-6237
ม.5/4 นายฐนพล โสแพทย์ 082-540-6700
081-946-5158

นางสาวภาณุมาศ เทพสุรินทร์ 088-224-9525
ม.6/1 นางรุ้งดาว ปิติพร


นางอธิพงศ์ ประยงค์กุล
ม.6/2 นางสาวพิณทิพย์ วิจิตรกลาง
ม.6/3 นางสาวสิริวิมล สุริพล
ม.6/4 ว่าที่พันตรีธีระเดช มาช่วย


นายณัฐพนธ์ คัมภิรานนท์

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 75

ใบลา


เขียนที่.........................................................
วันที่............เดือน.................................พ.ศ...............



เรื่อง ขออนุญาตลา ( ) ลาป่วย ( ) ลากิจ
เรียน ครูประจำชั้น และครูประจำวิชาทุกท่าน



ด้วยข้าพเจ้า (เด็กชาย/เด็กหญิง/นาย/นางสาว).....................................................................................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่........../........... ไม่สามารถมาเรียนได้ตามปกติ เนื่องจาก........................................................
.......................................................................................................................................ข้าพเจ้าจึงขออนุญาตลา
ตั้งแต่วันที่..........เดือน..................................พ.ศ................ถึง วันที่.......เดือน..................................พ.ศ..............
รวมจำนวนวันลา.....................วัน หากข้าพเจ้าลาครบกำหนดแล้ว ข้าพเจ้าจะมาเรียนตามปกติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุญาต



ด้วยความเคารพอย่างสูง



ลงชื่อ...................................................นักเรียน

(.........................................................)
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าทุกข้อความเป็นความจริงทุกประการ



ลงชื่อ...................................................ผู้ปกครอง

(.........................................................)
เบอร์โทรศัพท์......................................................
ข้าพเจ้ารับทราบการลาข้างต้นของนักเรียนแล้ว และอนุญาตการลาในครั้งนี้



ลงชื่อ...................................................

(........................................................)
ครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่.............
หมายเหตุ กรณีลากิจให้ลาล่วงหน้าก่อน 3 วัน และให้ผู้ปกครองนักเรียนลงมือชื่อรับรองแล้วนำส่งครูที่ปรึกษา
กรณีลาป่วยให้โทรศัพท์แจ้งครูที่ปรึกษา เพื่อมอบหมายหัวหน้าห้องในการเขียนใบลา
ใบลาจะต้องนำไปใช้ในการลาของนักเรียนทุกรายวิชา ตามวันเวลาที่ลา

76 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

งานประชาสัมพั นธ์




สถานที่ อาคารบริหารทั่วไปและกิจการนักเรียน

เวลาทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

หัวหน้าหน่วยงาน นายปรีดา ศรีตำแย

การบริการของงานประชาสัมพันธ์

1. เผยแพร่ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนหรือภายนอกโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับ

การศึกษา

2. ให้ข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ ของโรงเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

3. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของโรงเรียนทางอินเตอร์เน็ต

4. ให้การต้อนรับ ตอบข้อซักถาม การให้ข่าวสารและอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่บุคคล หน่วยงานอื่นๆ ที่มา

ติดต่อ หรือมาเยี่ยมชมโรงเรียน

5. จัดทำวารสาร จุลสาร ข่าวสาร แผ่นพับ เพื่อเผยแพร่ข่าวความเคลื่อนไหว ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาแก่

บุคคลากรในโรงเรียนและชุมชน

6. จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ เสนอข้อมูล ข่าวสารความเคลื่อนไหว กิจกรรมของโรงเรียน บุคลากร และ

นักเรียนที่ได้รับรางวัล ทำความดี

7. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพิธีกร พิธีการ ในงานกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน

8. ประกาศเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารโดยผ่านเสียงตามสาย รวมทั้งให้คำปรึกษาและดูแลการจัดรายการรายวัน

ช่วงเวลาที่กำหนด คือ ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนคาบที่ 1

ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาติดต่อที่ห้องประชาสัมพันธ์

1. ผู้ที่ประสงค์จะให้ประกาศเรื่องต่างๆ ต้องกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มประกาศข้อความที่ห้องประชาสัมพันธ์

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จะประกาศตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด

2. นักเรียนต้องแจ้งห้องเรียน ตารางสอนและชื่อครูที่ปรึกษาให้ผู้ปกครองทราบเมื่อผู้ปกครองมาติดต่อขอพบ

นักเรียน โดยแจ้งที่ห้องประชาสัมพันธ์ เพื่อกรอกข้อมูลขอพบนักเรียน

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 77

งานแนะแนว




สถานที่ อาคารบริหารทั่วไปและกิจการนักเรียน

เวลาทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

หัวหน้าหน่วยงาน นายอภิสิทธิ์ บุญมาพิลา

การบริการของงานแนะแนวที่จัดให้นักเรียน

1. บริการรวบรวมข้อมูล เป็นการศึกษา และสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียนเพื่อเป็นข้อมูลในการแนะแนว

2. บริการสารสนเทศ เป็นการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ที่ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และการพัฒนา

ตนเองเพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยให้นักเรียนสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ป้องกันความล้มเหลวในอนาคต

3. บริการให้คำปรึกษา เป็นการบริการที่จัดให้นักเรียนที่มารับการปรึกษาเกิดการเรียนรู้และเข้าใจตนเองเข้าใจ

ปัญหาและเลือกแนวทางที่เหมาะสมสำหรับตนเองไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ หรือปัญหาอื่นๆ ของ

นักเรียน

4. การป้องกัน ส่งเสริม พัฒนาช่วยเหลือ เป็นบริการที่ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ต่างๆ ตามความสนใจ

ความถนัด รวมทั้งได้รับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ของนักเรียนตามแก่กรณี โดยเน้นกระบวนการการตามระบบ

ดูแลช่วยเหลือนักเรียน

5. การจัดบริการติดตามผล โดยติดตามผลนักเรียนที่มารับบริการจากงานแนะแนว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ

หรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ และติดตามผลนักเรียนที่จบการศึกษาชั้น ม.ต้น-ม.ปลาย เพื่อจัดทำสถิติข้อมูลการศึกษานักเรียน

ในแต่ละปีการศึกษา

6. บริการด้านอื่นๆ

6.1 กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา งานแนะแนวดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา สำหรับ

นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในช่วงหลังเปิดภาคเรียนที่ 1

6.2 งานทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนที่ประพฤติดี ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งงานแนะแนวจะได้รับความ

อนุเคราะห์จากผู้มีจิตศรัทธา ของหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ร่วมบริจาคทุนการศึกษา

6.3 งานบริการนักเรียนสมัครเข้าศึกษาต่อสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น ดำเนินการรับสมัครนักเรียน

ตามโค้วต้าของสถานบันการศึกษาต่างๆ

6.4 บริการทดสอบความสามารถทางวิชาการ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสทดสอบความรู้ ความสามารถ

ของตนเองในการทำข้อสอบที่มีมาตรฐานระดับประเทศ

6.5 บริการทดสอบบุคลิกภาพ โดยใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาที่มีมาตรฐาน เช่น ทดสอบความ

สามารถทางด้านอารมณ์ (EQ) สำรวจแววความสามารถพิเศษโดยใช้เครื่องมือทางวิชาการ เป็นต้น

78 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

งานทะเบียนนักเรียน




สถานที่ อาคาร 3 ชั้น 2 ห้องทะเบียน

เวลาทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

หัวหน้าหน่วยงาน นางกณิษฐา หมวกทอง

การบริการของงานทะเบียน

1. ใบรับรองการเป็นนักเรียน

2. ใบ ปพ.1

3. ใบแสดงผลการเรียนของนักเรียน

4. เปลี่ยนชื่อ – นามสกุล

5. ลงทะเบียนแก้ไขผลการเรียน และลงทะเบียนเรียนซ้ำ

6. ใบประกาศนียบัตร ม.ต้น – ม.ปลาย

การติดต่อฝ่ายทะเบียนวัดผล

1. การขอเปลี่ยนแปลงหลักฐานขอได้ใน 2 กรณี

1.1 การขอแก้ วัน เดือน ปี เกิด

ในกรณีปรากฏว่า วัน เดือน ปี เกิด ของนักเรียนมีความผิดพลาดไม่ตรงกับความเป็น

จริงไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ผู้ปกครองจะต้องติดต่อกับทางโรงเรียน พร้อมนำหลักฐานต่อไปนี้

1) ใบคำร้อง (ตามแบบของโรงเรียน)

2) สูติบัตร หรือทะเบียนแจ้งคนเกิด

3) สำเนาทะเบียนบ้านปัจจุบันที่ถูกต้อง

1.2 การเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล

นักเรียนที่ขอเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ของตัวเอง หรือของบิดา มารดา เมื่อได้รับอนุมัติจากทางราชการแล้ว บิดา มารดา จะ

ต้องติดต่อกับทางโรงเรียน เพื่อขอเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ในทะเบียนของโรงเรียน โดยมีหลักฐานดังนี้

1) ใบคำร้อง (ตามแบบของโรงเรียน)

2) หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ หรือชื่อสกุล

3) สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมสำเนาเอกสาร)

การขอแก้ วัน เดือน ปี เกิด และชื่อ หรือชื่อสกุล นักเรียนจะต้องแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อนการสอบปลายภาคเรียน

ที่ 2 ของปีการศึกษา

ในกรณีการขอเปลี่ยนที่อยู่บิดา มารดา มียศทางทหาร หรือตำรวจ เมื่อได้รับการเลื่อนยศ ให้แจ้งทางโรงเรียน

ทราบเพื่อที่จะแก้ไขในทะเบียนของโรงเรียนให้ถูกต้อง และเมื่อเปลี่ยนแปลงที่อยู่ก็ต้องแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบด้วย

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 79

2. การออกใบรับรอง ใบระเบียนแสดงผลการเรียนและใบประกาศนียบัตร
2.1 ใบรับรองทางโรงเรียนจะออกให้แก่
- นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนซึ่งประสงค์จะขอใบรับรองผลการเรียน และความ

ประพฤติจากโรงเรียน ใบรับรองประเภทนี้ใช้ได้เพียง 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ออกให้
2.2 ใบระเบียนแสดงผลการเรียน ปพ.1
ปพ.1 บ จะออกให้แก่นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น บ
ปพ.1 ต จะออกให้แก่นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ต

หมายเหตุ (ก) การขอใบรับรองและใบระเบียนแสดงผลการเรียน นักเรียนและผู้ปกครองเท่านั้น เป็นผู้ขอและจะต้อง
แจ้งความจำนงที่งานทะเบียน พร้อมทั้งส่งรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ผมสั้น ขนาด 3X4 ซม. สำหรับ ปพ.1 บ หรือ
ปพ.1 พ ใช้จำนวน 1 รูป จะได้รับหลังจากที่ยื่นความจำนงไว้ 3 วันทำการ

(ข) ใบระเบียนแสดงผลการเรียนเป็นภาษาต่างประเทศ (Transcript) ผู้ขอต้องมากรอกรายละเอียด พร้อม
ทั้งส่งรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ตามจำนวนที่ขอและให้โรงเรียนไว้ติดสำเนา อีก 1 รูป

2.3 ใบประกาศนียบัตร
- จะออกให้แก่นักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ (ม.ต้น) และจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(ม.ปลาย) พร้อมกับ ปพ.1
ข้อควรปฏิบัติ
เมื่อนักเรียนได้รับเอกสารจากงานทะเบียนแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้

1. เอกสารที่ได้รับเป็นเอกสารฉบับจริง ควรนำไปถ่ายเอกสารไว้ใช้ และควรเก็บต้นฉบับจริงไว้อย่าให้หาย
2. ถ้าเอกสารฉบับจริงหาย ต้องไปแจ้งความเอกสารหายที่สถานีตำรวจ นำใบแจ้งความและรูปถ่าย
ปัจจุบันขนาด 3X4 ซม. จำนวน 1 รูป มายื่นคำร้องขอเอกสารฉบับใหม่
3. ควรมารับเอกสารตามกำหนด

ปพ.1 มีระยะเวลารับ 1 เดือน
ประกาศนียบัตร มีระยะเวลารับ 10 ปี
4. นักเรียนปัจจุบันแต่งเครื่องแบบนักเรียนติดต่อและแสดงบัตรประจำตัวนักเรียน หรือบัตรประจำตัว
ประชาชนทุกครั้งที่มาติดต่อ
แนวปฏิบัติการรับหลักฐานสำคัญของงานทะเบียนวัดผล
1. นักเรียนปัจจุบันแต่งเครื่องแบบนักเรียนให้เรียบร้อยถูกต้อง
2. ถ้ามารับหลักฐานด้วยตนเองไม่ได้ ควรให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมารับแทน
3. กรณีให้ผู้อื่นมารับเอกสารแทน ต้องทำใบมอบอำนาจ พร้อมทั้งถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน
ทั้งสองฝ่ายแนบมาด้วย

80 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

ข้อควรรู้สำหรับการติดต่องานทะเบียน
รูปถ่าย * รูปปกติ 1.5 นิ้ว
* ห้ามใช้รูปโพลสรอยด์
* ห้ามใช้รูปด่วนทันใจ
* ห้ามใส่เสื้อยืดไว้ด้านในเสื้อนักเรียน
* ห้ามสวมแว่นตาสีดำ หรือแว่นกันแดด
* ห้ามใส่เสื้อยืด เสื้อลาย เสื้อดำ

**** การเขียนคำร้องต้องเขียนด้วยตัวบรรจงให้ถูกต้องและชัดเจน และต้องขอเอกสารก่อนล่วงหน้า 3-5 วันทำการ ไม่
ควรขอกระชั้นชิด เพราะอาจไม่ได้รับความไม่ไม่สะดวก

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 81

งานอนามัยโรงเรียน




สถานที่ อาคาร 3 ห้องพยาบาล

เวลาทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

หัวหน้าหน่วยงาน นางสาวสิริวิมล สุริพล

การใช้บริการห้องพยาบาล

ทางโรงเรียนได้จัดให้มีห้องพยาบาล พร้อมด้วยยาสามัญประจำบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ เท่าที่จำเป็นไว้ให้บริการ

นักเรียน เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นที่โรงเรียน หากนักเรียนคนใดเกิดอาการเจ็บป่วยไข้ให้ไปติดต่อครูอนามัยโรงเรียน

หรือหากจำเป็นต้องใช้เตียงห้องพยาบาลจะต้องแจ้งให้ครูที่กำลังสอนทราบ เพื่อแจ้งครูงานอนามัย เมื่อได้รับอนุญาต

แล้วจึงจะเข้ารักษาพยาบาลได้

ในกรณีที่นักเรียนได้รับอุบัติเหตุ หรือมีอาการเจ็บป่วยหนักเกินความรับผิดชอบของโรงเรียน ทางโรงเรียนจะนำ

ส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจรักษาต่อไป

แนวทางปฏิบัติในการใช้ห้องพยาบาลโรงเรียน

1. นักเรียนทุกคนมีสิทธิ์เข้าใช้บริการได้ทุกโอกาส เมื่อเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ

2. นักเรียนจะนอนพักผ่อนในห้องพยาบาลได้เมื่อเจ้าหน้าที่พยาบาลเห็นควรว่าป่วยจริง

3. ในรายที่นักเรียนเจ็บป่วยหนักเมื่อต้องการการรักษาเจ้าหน้าที่พยาบาลจะนำส่งโรงพยาบาลทันที

4. นักเรียนที่เจ็บป่วยจำเป็นต้องไปตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

พยาบาลก่อนจะถึงฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน เพื่ออนุญาตให้ไปตรวจรักษาได้

5. นักเรียนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกาย และสุขภาพจิตเข้ารับการบริการปรึกษาได้ทุกเวลา ที่งาน

อนามัยโรงเรียน

6. นักเรียนที่เข้าใช้บริการห้องพยาบาล ไม่มีสิทธิ์ในการหยิบยารับประทานเองโดยเด็ดขาด

7. นักเรียนต้องรักษาความสะอาดของห้องพยาบาลทุกครั้งหลังใช้บริการ

82 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง

งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

สถานที่ อาคารบริหารกิจการนักเรียน

เวลาทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.

หัวหน้าหน่วยงาน นายปรีดา ศรีตำแย

การให้บริการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เพื่อให้บริการที่เข้าถึงงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทางโรงเรียนได้นำโปรแกรมระบบดูแลช่วยเหลือ

นักเรียนมาใช้เพื่อบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนสามารถเข้าถึงเพื่อตรวจสอบ

พฤติกรรมของบุตรหลานได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนี้

1. เข้าหน้าต่างของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

2. เลือกเมนู ผู้ปกครอง ใช้รหัสเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของนักเรียนเข้าสู่ระบบ
3. ผู้ปกครองสามารถเลือกเมนูในการเข้าตรวจเช็คพฤติกรรมของนักเรียนได้ทุกระยะ

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง 83

เพลงมาร์ ชโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม



พวกเรา เหล่าวังม่วงวิทยาคม
อุดมด้วยวิชาและประพฤติดี
มีวินัย ไม่เกียจคร้าน และขยันเป็นศรี
น้ำใจดี มีร่างกาย แข็งแรง
พวกเรา เหล่าวังม่วงวิทยาคม

อบรม สร้างสังคมที่ดี
ให้โอกาส เยาวชน ได้แสดงศักดิ์ศรี

คุณความดี ให้มีแก่ตน
(สร้อย) ยามเรียน เราพร้อมเพียงกัน
จิตใจหมายมั่น ฝ่าฝัน สู่จุดหมาย

การกีฬา เราร่วมใจและกาย
ม่วงขาว ไงมีชัย ทุกเส้นทาง
พวกเรา เหล่าวังม่วงวิทยาคม
เจียมตน เจียมใจ เจียมกาย
รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ชาติรุ่งเรืองมุ่งหมาย
ร่วมใจกาย พัฒนาไป ให้เจริญ (สร้อย)

.


Click to View FlipBook Version