The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนIS-1-2563 ม.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jakkapong Amatsombat, 2021-06-17 23:45:23

แผนการสอนIS-1-2563 ม.4

แผนการสอนIS-1-2563 ม.4

1

การออกแบบการสอนรายวชิ าการศึกษาคนควาและสรา งองคค วามรู

(Research and Knowledge Formation : IS1)

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา 2563

แนวคดิ และหลักการ

รายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาคน ควา และสรางองคความรู (Research and Knowledge Formation
: IS1) ประกอบดวยสาระการคนควา และแสวงหาความรเู พ่ิมเตมิ อยางลึกซ้งึ เพื่อใหผ เู รยี นไดพ ิสจู นประเดน็
ความรขู อ คน พบหรอื สมมติฐานของความรทู ี่ไดร บั รู และสง เสรมิ ใหผ เู รยี นรจู ักการตรวจสอบความนาเช่ือถือ
ของแหลง ทีม่ าของความรู รวมทงั้ การจัดประสบการณใหผเู รยี นไดเ รียนรกู ระบวนการรับรู ในลักษณะท่ีเปน
วัฒนธรรมของการรบั รูแ ละการรบั รทู ่ใี ชค วามรสู ึก และปลูกฝง การสรา งความเขาใจทีเ่ ปน สากลใหแกผ ูเ รียน

การจดั การเรียนรูรายวิชาเพิ่มเติมการศึกษาคน ควา และสรางองคค วามรูม วี ัตถุประสงค เพือ่ ให
ผูเรียนแสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห ตง้ั สมมติฐานและหาคาํ ตอบเก่ยี วกบั สิง่ ท่ีรู ตั้งคาํ ถาม ใหค ําอธิบาย
แสดงความคดิ เห็นตาง ๆ รูจักหาทางออกในการแกปญหาไดอยา งกระจางชัด เช่ือมโยงความรู เปรยี บเทียบ
วิธีการแสวงหาความรูเ กีย่ วกับสาขาวิชาตา ง ๆ และวิธกี ารรับความรู (Ways of Knowing) 4 วิธี ไดแ ก 1)
วธิ ีการสรา งความรจู ากการสมั ผสั รบั รู 2) วธิ ีการสรางความรูจ ากการใชภาษา 3) วิธกี ารสรา งความรจู ากการ
ใหเ หตผุ ล และ 4) วธิ กี ารการสรางความรจู ากสิ่งที่เปนอารมณ

แนวการจดั การเรยี นรู

1. ครผู ูสอนรว มกบั ผเู รยี นในการกาํ หนด หรือตง้ั ประเด็นความรู หรอื หวั ขอ เก่ยี วกับ Public Issues
หรอื Global Issues สําหรบั การศกึ ษาคน ควา เปนขน้ั ทผี่ ูเรยี นจะไดร บั รถู ึงจุดหมาย และมีแรงจงู ใจในการ
เรียนรู บทเรยี น ผูสอนสามารถเลือกใชกิจกรรมตาง ๆ ในการจัดการเรียนรู เชน

1.1 การเลาเรื่องตา ง ๆ ใหผ เู รยี นซกั ถาม หรือต้งั คําถาม
1.2 การฉายภาพนิง่ ใหผ ูเ รียนชมและตดิ ตาม
1.3 การชวนสนทนา เพ่อื ใหผูเ รียนตั้งประเดน็ ทต่ี อ งการรู
1.4 การกระตนุ ความสนใจดว ยเกม เพลง ภาพ ฯลฯ
1.5 การอา น ฟง ขา วจากหนงั สอื พิมพ
1.6 การต้งั ประเดน็ อภปิ ราย คาํ ถามสรา งพลังความคิด
1.7 การยกตัวอยางประโยค คําพังเพย บทกวี
1.8 การกําหนด หรือการต้งั ประเดน็ ความรู หรอื หวั ขอเก่ียวกับ Public Issues หรอื Global
Issues

2

2. ใหความรพู ืน้ ฐานเกย่ี วกับการสรา งองคความรู 3 สวน ไดแก สว นท่ี 1 “Ways of Knowing”
วิถีการรบั รู ความรู สว นท่ี 2 “Areas of Knowledge” ศาสตร สาขา แขนงความรู สว นที่ 3 การเรียบ
เรยี งขอ มลู ขอ คน พบ ความคิดเห็น การใหเหตผุ ลในการโตแยงและสนบั สนุน เพ่ือใหผ เู รียนเขาใจถึงการ
กระบวนการสรา งองคความรู ครผู ูสอนควรมีเทคนิคการจัดการเรยี นรูที่หลากหลาย ไดแก

2.1 การอภปิ รายกลมุ เพ่ือแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น
2.2 การระดมพลังความคิด
2.3 การเรยี นรูโ ดยใชส ถานการณจ าํ ลอง
3. ปรับเปล่ยี นความคิด เปน ข้ันตอนสาํ คัญซ่ึงเปน หัวใจของขั้นตอนการเรียนรู ผเู รยี นจะศึกษา
คน ควา ตามประเด็นความรู หรอื หัวขอ ท่ีครอบคลุม Public Issues และ Global Issues ครผู สู อนควรมี
เทคนคิ การจัดการเรียนรูทีห่ ลากหลาย ไดแก
3.1 ทาํ ความกระจา งและแลกเปล่ยี นเรยี นรูระหวา งกัน ครูผูส อนจะกระตนุ ใหผ เู รียนดาํ เนิน
กจิ กรรมเพ่อื สืบคนขอมูลจากแหลงเรียนรตู าง ๆ โดยใชว ธิ กี าร ดงั น้ี

- คน ควาจากแหลงเรียนรูตา ง ๆ
- สมั ภาษณผ รู ู
- ปฏบิ ตั ิการคน หา (ทดลอง สืบเสาะ สงั เกต สํารวจ)
- รวมมือเพ่ือเขยี นคําอธิบาย
- แบงงานความรับผดิ ชอบภายในกลุม
3.2 สรางความคดิ ใหม ผเู รียนนาํ ผลการอภปิ รายและสาธิตที่เปนผลจากการแลกเปลี่ยน
เรยี นรูร ะหวางกนั มากาํ หนดเปน ความคดิ ใหม หรอื ความรใู หม โดยใชว ิธีการ ดงั น้ี
- เขียนดว ยแผนผังความคิด
- เขียนโครงงาน/โครงการ
- เขยี นบรรยาย/เขียนรายงาน
- นาํ เสนอแนวคดิ ใหม
- นาํ เสนอรูปแบบนวตั กรรมใหม
3.3 ประเมนิ ความคิดใหม ผเู รียนออกแบบดําเนินการตรวจสอบความรู ความคดิ ใหม
ท่ีผเู รยี นสรา งขน้ึ โดยใชวธิ ีการ ดังนี้
- อภิปราย
- ทดสอบผลงาน
- ทดสอบความคดิ ของกลุม
- ทดสอบความรู

3

3.4 นําความคดิ ไปใช เปน ข้ันตอนที่ผูเ รยี นใชแนวคดิ หรอื ความรูความเขา ใจทไี่ ดพัฒนาขน้ึ
ใหมใ นสถานการณต า ง ๆ จนเกดิ การเรยี นรูอยา งมีความหมาย เปน กจิ กรรมท่ีตองการใหผูเรียนไดประมวล
องคความรเู พื่อการนาํ ไปใชป ระโยชน โดยใชว ธิ กี าร ดังน้ี

- สรปุ แผนผงั ความคดิ เก่ียวกับความรูใ หม
- นาํ เสนอโครงงาน/โครงการที่ผเู รยี นคดิ คน /ประดิษฐขนึ้
- บรรยายสรปุ แนวคิดใหม/การสรางสถานการณใหม
- จดั นิทรรศการ/สาธิตผลงานของกลุม
- แสดงบทบาทสมมต/ิ โตว าทีเพ่ือสรุปการแกป ญหา
4. สะทอนความคดิ /ทบทวน เปนขน้ั ตอนท่ผี เู รียนไดประเมินและพัฒนาความคิดอยา งรอบคอบ
และตอเน่ืองจนสามารถประเมนิ ผลได ประกอบดวย
4.1 ประเมนิ ผลงาน
4.2 เสนอแนะความคิดเห็น เพอ่ื ปรบั ปรุงและพัฒนา
4.3 วางแผนเพอ่ื พัฒนาอยา งตอเนื่อง
บทบาทของผูสอน

1. เปด โอกาสใหผเู รียนสังเกต เพ่อื ใหสามารถมองเหน็ ปญหาไดอยางชัดเจน
2. มปี ฏิสัมพันธก บั ผเู รียน แนะนาํ ถามใหคิด เพื่อใหผ ูเรยี นคน พบ หรือสรางความรู ความเขาใจ
ไดด วยตนเอง
3. สรางแรงจงู ใจใฝรใู ฝเรียน ชวยใหผ เู รียนคดิ คนตอไป ฝก ใหผ เู รยี นมที ักษะการทาํ งานเปนกลุม
4. เปน ผูชแี้ นะไมใ ชผูชี้นาํ กระตุนใหผเู รียนคดิ มากกวาบอกความรู
5. ประเมินความคิดรวบยอดของผเู รียน ตรวจสอบความคิดและทักษะการคิด
บทบาทของผเู รียน

1. คนควา แสวงหาความรู ฝกฝนวธิ กี ารเรยี นรดู วยตนเอง เปนเจา ของบทเรยี น ลงมือ
ปฏบิ ัตจิ รงิ

2. กระตอื รือรน ในการเรยี นรู กลา แสดงออก กลา นําเสนอความคิดอยางสรา งสรรค
3. มปี ฏิสัมพนั ธร ะหวางผเู รยี นดวยกนั และกับครูผูสอน รวมแลกเปลย่ี นเรียนรู ยอมรบั ฟงความ
คิดเหน็ ของผูอ่ืน เปนผนู ําและผูต ามทีด่ ี
4. ทาํ งานรว มกันเปนกลุม
5. เชอื่ มโยงความรเู ดมิ เขา กับความรใู หม มีผลงานท่ีสรางสรรค
6. เคารพกติกาทางสังคม รบั ผดิ ชอบตอสว นรวม
7. มเี จตคตทิ ่ดี ีตอการเรียนรู รักการอา น กลา ซักถาม
8. บันทึกความรูอยางเปน ระบบ นาํ ความรูส กู ารปฏิบัติไดจ รงิ

4

คาํ อธบิ ายรายวิชา

รายวิชาเพ่ิมเติม การศกึ ษาคนควา และสรางองคความรู
(Research and Knowledge Formation : IS1)

รายวชิ าเพ่ิมเตมิ กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ I32201 ปการศกึ ษา 2563

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เวลา 40 ชัว่ โมง จาํ นวน 1 หนว ยกิต

...................................................................................

ศกึ ษา วเิ คราะห ตั้งประเดน็ /คาํ ถามเกี่ยวกบั สถานการณปจจบุ ันและสงั คมโลก การตงั้ สมมตฐิ าน

การคน ควา การแสวงหาความรขู อมูล การออกแบบ การวางแผนรวบรวมขอ มูล การใชกระบวนการกลุม

การวิเคราะหขอ มูลโดยใชค าสถติ ิ การสงั เคราะห การสรปุ องคความและการเสนอวิธคี ิดแกป ญ หาทเี่ ปน

ระบบ

ฝก ทกั ษะตงั้ ประเดน็ ปญหา/ต้ังคําถามเกี่ยวกับสถานการณปจจบุ นั และสงั คมโลก ตง้ั สมมตฐิ านและ

ใหเหตุผลท่ีสนับสนุนหรอื โตแยงประเด็นความรู โดยใชความรูจากศาสตรสาขาตา ง ๆ และมีทฤษฎีรองรบั

คนควา แสวงหาความรเู กยี่ วกับสมมติฐานทต่ี ั้งไวจากแหลงเรยี นรทู ้งั ปฐมภูมิและทุตยิ ภูมิ ออกแบบวางแผน

รวบรวมขอ มลู และสารสนเทศ วิเคราะหขอมูลโดยใชวิธกี ารท่เี หมาะสม สงั เคราะหสรปุ องคความรแู ละรว มกัน

เสนอแนวคดิ วธิ กี ารแกป ญหาอยา งเปนระบบ ดว ยกระบวนการคิด กระบวนการสบื คนขอ มูล กระบวนการ

แกป ญ หา กระบวนการปฏบิ ัตแิ ละกระบวนการกลุมในการวพิ ากษ

เพื่อใหเกิดทักษะในการคนควา แสวงหาความรู สงั เคราะหส รปุ อภิปรายผลเปรยี บเทยี บเชอื่ มโยง

ความรู ความเปน มาของศาสตร หลกั การและวธิ คี ดิ ในสงิ่ ที่ศกึ ษา และมีทักษะในการนาํ เสนอผลการศกึ ษา

คนควาในรูปแบบการเขยี นรายงานและอา งอิงแหลง ที่มาของขอมลู ทนี่ าเช่ือถือ นําองคความรไู ปแกปญ หาได

อยางเปน ระบบ เห็นประโยชนแ ละคุณคาของการศึกษาคน ควา ดว ยตนเอง

ผลการเรยี นรู

1. ตัง้ ประเด็นปญหา จากสถานการณป จ จุบนั และสงั คมโลก
2. ตงั้ สมมติฐานและใหเ หตผุ ลทสี่ นับสนนุ หรอื โตแยงประเด็นความรูโดยใชความรจู ากสาขาวชิ า

ตา ง ๆ และมีทฤษฎรี องรับ
3. ออกแบบ วางแผน ใชกระบวนการรวบรวมขอ มูลอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
4. ศกึ ษา คน ควา แสวงหาความรูเกีย่ วกบั ประเด็นที่เลือก จากแหลง เรยี นรูท ่ีมีประสทิ ธภิ าพ
5. ตรวจสอบความนา เช่อื ถือของแหลงที่มาของขอมลู
6. วเิ คราะหข อคนพบดวยวธิ กี ารทีเ่ หมาะสม
7. สงั เคราะหสรุปองคความรูดว ยกระบวนการกลมุ
8. เสนอแนวคดิ การแกป ญหาอยางเปน ระบบดวยองคค วามรจู ากการคนพบแผนการทํางานของ

นักเรียน

5

โครงสรา งรายวชิ าการศกึ ษาคนควาและสรา งองคค วามรู (IS1)

หนวยท่ี ชอ่ื หนวย ผลการเรยี นรู สาระสําคัญ เวลา นํา้ หนัก
การเรียนรู คะแนน

1 จุดประกาย 1. ต้งั ประเดน็ ปญหาจาก - การตัง้ ประเด็นคาํ ถาม 6 15

ความจรงิ สถานการณป จ จบุ ันและ เกยี่ วกบั สถานการณ

สังคมโลก ปจ จบุ นั และสังคมโลก

2. ตงั้ สมมตฐิ านและให - การต้งั สมมตฐิ านและให

เหตผุ ลทส่ี นับสนุน หรือ เหตุผลโดยใชความรจู าก

โตแยงประเด็นความรโู ดยใช ศาสตรส าขาตางๆ

ความรจู ากสาขาวิชาตา ง ๆ - การออกแบบการเรียนรู

และมที ฤษฎรี องรับ โดยมีทฤษฎีรองรับ

3. ออกแบบ วางแผนใช

กระบวนการรวบรวมขอมลู

อยา งมีประสิทธภิ าพ

2 ทกุ ส่ิงที่คนควา 4. ศึกษา คนควา แสวงหา -การคน ควา แสวงหาความรู 10 20

ความรเู กยี่ วกบั ประเด็นที่ เก่ียวกับสมมตฐิ านจาก

เลือกจากแหลง เรยี นรูท มี่ ี แหลง ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ

ประสิทธิภาพ และสารสนเทศ

5. ตรวจสอบความนาเชอื่ ถือ

ของแหลงท่มี าของขอมูล

3 ปรารถนาคาํ ตอบ 5. ตรวจสอบความนา เช่ือถือ - ตรวจสอบความนาเชอื่ ถือ 10 25

ของแหลง ทม่ี าของขอมลู ได ของแหลงที่มาของขอมูล

6. วิเคราะหขอ คน พบดวย - วิเคราะหค วามนาเช่ือถือ

สถติ ิที่เหมาะสม ของแหลงเรียนรู

4 สรุปองคป ระกอบ 7. สังเคราะหส รุปองค - เปรยี บเทยี บ เช่อื มโยง 14 40

ที่สมบรู ณ ความรดู ว ยกระบวนการกลุม สรปุ องคค วามรูดวย

8. เสนอแนวคิด การแก กระบวนการอยา งเปน

ปญ หาอยางเปน ระบบดวย ระบบ

องคความรจู ากการคน พบ

แผนการทาํ งานของนกั เรียน

รวม 40 100

6

แผนการจัดการเรยี นรู หนว ยการเรียนรูท ี่ 1

ชอื่ หนวยการเรยี นรู จุดประกายความจริง รายวิชา การศึกษาคนควา และการสรา งองคความรู

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 เวลา 6 ชั่วโมง

เปา หมายการเรียนรู

ผลการเรียนรู

1. ตั้งประเดน็ ปญหา จากสถานการณปจจุบันและสังคมโลก

2. ตัง้ สมมติฐานและใหเหตุผลที่สนบั สนนุ หรือโตแ ยงประเด็นความรโู ดยใชค วามรจู ากสาขาวิชาตาง ๆ

และมที ฤษฎีรองรบั

3. ออกแบบ วางแผน ใชก ระบวนการรวบรวมขอมูลอยางมีประสทิ ธภิ าพ

ความเขาใจทคี่ งทน (สาระสําคัญ/ความคดิ คําถามสําคัญ

รวบยอด) - จะตง้ั ประเดน็ คําถามเกย่ี วกบั สถานการณปจจุบัน

- การตั้งประเดน็ คาํ ถามเก่ียวกบั สถานการณ และสงั คมโลกไดอยางไร

ปจ จบุ นั และสังคมโลก - จะต้ังสมมติฐานและใหเ หตผุ ลโดยใชค วามรจู าก

- การต้ังสมมตฐิ านและใหเ หตผุ ลโดยใชความรู ศาสตรส าขาตาง ๆ ไดอยางไร

จากศาสตรส าขาตาง ๆ - จะออกแบบวางแผน ใชกระบวนการรวบรวม

- การออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวม ขอมลู

ขอ มลู ไดอ ยา งไร

ผูเรยี นรอู ะไร (สาระการเรียนรู) ผูเ รียนทาํ อะไรได (ทักษะ/กระบวนการ)

- การตงั้ ประเดน็ คาํ ถามเกยี่ วกบั สถานการณ - ตง้ั ประเดน็ คาํ ถามที่เก่ียวกับสถานการณและ

และสังคมโลก สงั คมโลก

- การตง้ั สมมติฐาน - ตง้ั สมมติฐาน

- การออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวม - ออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมขอมูล

ขอมูล - ทาํ งานรว มกบั ผอู ื่นตามกระบวนการกลุม

- ตรวจสอบการตง้ั ประเดน็ คาํ ถาม การตง้ั สมมติฐาน

การออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมขอมลู

- วพิ ากษการต้ังประเด็นคําถาม การต้ังสมมติฐาน

การออกแบบ วางแผน กระบวนการรวบรวมขอมลู

ของผอู ่นื

- นาํ ขอวิพากษมาปรับปรุงงานงานของตน

- นาํ ขอ มูลมาออกแบบวางแผน รวบรวมขอมูล

ตามกระบวนการ

7

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
1. ใฝเรยี นรู
2. มุงม่ันในการทํางาน
3. จิตสาธารณะ

การออกแบบการวดั ผลประเมินผล
ภาระงานรวบยอด/ชน้ิ งาน

ออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมขอ มูลรายบุคคล
เกณฑการประเมนิ ภาระงาน/ช้ินงาน (ประเด็นประเมนิ )
- ความครบถว นสมบูรณของขอมลู
- กระบวนการรวบรวมมรี ะบบชดั เจน สะดวกตอการใช ตรวจสอบได
รองรอยการเรียนรูอน่ื ๆ
- แบบบันทกึ ตาง ๆ ท่ีเกี่ยวกับการตั้งประเดน็ คําถาม/การตัง้ สมมตฐิ าน
- แบบบนั ทกึ การออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมขอมูล
- แบบบนั ทึกเกี่ยวกับกระบวนการทํางาน

การวางแผนการเรยี นรู
กิจกรรมการเรียนรู
1. ครูนําเสนอตัวอยางประเด็นความรจู ากสถานการณป จจุบนั และสังคมโลก
2. นกั เรยี นรวมกนั วเิ คราะหป ระเดน็ ความรูที่มีความเช่อื มโยงในศาสตรหลายสาขาที่เกีย่ วของกบั

สถานการณป จ จุบนั และสังคมโลกที่มีความทาทาย
3. ตงั้ สมมตฐิ าน และขอสนั นิษฐานของประเด็นความรทู ีส่ นใจ
4. ครูต้งั คําถามกระตุน ใหน ักเรยี น แสดงความคิดทห่ี ลากหลายตางมุม โดยใชสาขาวชิ าตาง ๆ ใชวธิ กี าร

สนับสนนุ หรอื โตแยงคัดคา น และใหเ หตผุ ลตามความรูของศาสตรท่มี ี
5. แบง กลมุ นกั เรียนคนควาขอมูลเพ่ิมเตมิ จากแหลงเรียนรู วธิ ีการออกแบบ วางแผนเก็บรวบรวมขอ มลู

อยา งเปนระบบ
6. รวมกนั อภปิ รายวธิ ีการออกแบบ วางแผนเกบ็ รวบรวมขอมูลทห่ี ลากหาย
7. รว มกนั สรปุ วธิ ีการออกแบบ วางแผนเก็บรวบรวมขอ มลู ของกลุม และนําเสนอ
8. รวมตรวจสอบการออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมขอมลู ของแตละกลมุ
9. วพิ ากษการออกแบบ วางแผนกระบวนการรวบรวมขอมูล
10. นําขอวพิ ากษม าปรบั ปรุงงานงานของตน
11. นําแนวทางการออกแบบวางแผน รวบรวมขอมลู ตามกระบวนการมาจัดทาํ รายบุคคล

8

สือ่ /แหลงเรยี นรู
1. ตวั อยา งการเขยี นประเดน็ ความรจู ากสถานการณปจจุบันและสังคมโลก การเขียนสมมติฐาน
2. แหลงคน ควา อา งองิ เชน อินเทอรเ น็ต หนังสือ บคุ คล เปนตน
3. ตัวอยางการออกแบบวางแผนรวบรวมขอ มูล

บันทกึ หลังสอน

การบรรลุเปา หมายการเรยี นรู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ขอคน พบ (จดุ เดน /ขอจาํ กัด)
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
แนวทางพัฒนา
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ................................................... ครูผสู อน
()
.........../............/...........

9

แผนการจัดการเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2

ช่อื หนวยการเรียนรู ทุกสงิ่ ที่คน ควา รายวชิ า การศึกษาคน ควา และการสรา งองคความรู

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 เวลา 10 ชั่วโมง

เปา หมายการเรยี นรู

ผลการเรียนรู

4. ศกึ ษา คน ควา แสวงหาความรูเก่ยี วกับประเด็นทเี่ ลอื กจากแหลงเรียนรูท่มี ีประสทิ ธิภาพ

5. ตรวจสอบความนา เช่อื ถือของแหลง ท่ีมาของขอมลู

ความเขา ใจทค่ี งทน (สาระสําคัญ/ความคิด คําถามสาํ คัญ

รวบยอด) - จะแสวงหาวธิ ีการคน ควา หาความรแู ละ

การคน ควา แสวงหาความรูเกยี่ วกบั สมมติฐาน สารสนเทศจากแหลงปฐมภูมิไดอยา งไร

จากแหลง ปฐมภมู ิ ทตุ ิยภมู ิ และสารสนเทศจาก - จะแสวงหาวธิ ีการคน ควา หาความรแู ละ

แหลง เรยี นรทู ี่หลากหลายไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ สารสนเทศจากแหลง ทตุ ภิ มู ิไดอ ยา งไร

- จะแสวงหาวิธกี ารคนควา หาความรแู ละ

สารสนเทศจากแหลงเรียนรูท่ีหลากหลายและ

มีประสิทธภิ าพไดอยา งไร

ผูเรียนรอู ะไร (สาระการเรียนรู) ผูเ รียนทาํ อะไรได (ทักษะ/กระบวนการ)

- วิธีการคนควา แสวงหาความรูเ กยี่ วกับ - คนควา แสวงหาความรเู ก่ยี วกับสมมตฐิ าน

สมมตฐิ าน - แสวงหาความรแู ละสารสนเทศจากแหลง

- การหาความรแู ละสารสนเทศจากแหลง ปฐมภูมแิ ละทุติยภูมิ

ปฐมภูมิและทุตยิ ภูมิ - ตรวจสอบความนา เชื่อถือของขอมลู

- วิธีการตรวจสอบความนา เช่ือถือของขอมูล - ทํางานรว มกบั ผูอ ืน่ ตามกระบวนการกลมุ

- ลกั ษณะของขอมลู สารสนเทศทม่ี ี - วพิ ากษความนา เชื่อถือของขอมลู

ประสทิ ธิภาพ - นาํ ขอวพิ ากษม าปรับปรงุ งานงานของตน

- นาํ แนวทางการแสวงหาขอมูลสารสนเทศ

ความรูท ่ีเก่ียวของกบั สมมติฐานไปรวบรวม

ขอ มลู

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มวี ินัย

2. ใฝเรียนรู

3. มงุ มัน่ ในการทํางาน

10

การออกแบบการวดั ผลประเมินผล
ภาระงานรวบยอด/ชนิ้ งาน

แฟม งานรวบรวมความร/ู สารสนเทศเกีย่ วกบั สมมตฐิ านรายบุคคล
เกณฑก ารประเมินภาระงาน/ชน้ิ งาน (ประเด็นประเมิน)
- ความนาเชือ่ ถือขอมลู
- กระบวนการรวบรวมมรี ะบบชดั เจน สะดวกตอการใช ตรวจสอบได
รอ งรอยการเรียนรูอ น่ื ๆ
- แบบบันทกึ ตา ง ๆ ทีเ่ ก่ียวกบั การรวบรวมขอมลู
- แบบบนั ทึกการตรวจสอบคณุ ภาพของขอมลู
- แบบบันทกึ เกยี่ วกับกระบวนการทํางาน

การวางแผนการเรียนรู
กจิ กรรมการเรยี นรู
1. ศึกษาวิธกี ารคนควา/แสวงหาความรเู กยี่ วกับสมมติฐานจากแหลงปฐมภมู แิ ละทตุ ยิ ภูมติ ามแผน

ทว่ี างไว
2. ตรวจสอบความครบถวนของขอมลู สารสนเทศ
3. คนควา ขอมูลสารสนเทศในเร่อื งเดียวกนั จากแหลง ขอมูลท่ีหลากหลาย
4. ฝกทกั ษะการตรวจสอบขอมูลสารสนเทศ ดว ยตนเอง
5. จดั หมวดหมูข อมลู สารสนเทศ เรียงลาํ ดบั ตามทว่ี างแผนใหเ ปน ระบบ
6. ตรวจทาน วิพากษนาํ ผลไปปรับปรงุ ขอมูลสารสนเทศรายบุคคล
7. เผยแพร แลกเปล่ยี นเรยี นรู
ส่ือ/แหลงเรียนรู
1. ตัวอยา งแฟมงานการจัดเก็บขอมลู สารสนเทศ
2. แหลง คน ควาอา งองิ เชน อินเทอรเ น็ต หนังสอื บคุ คล เปน ตน
3. แผนการเกบ็ รวมรวมขอ มูลสารสนเทศรายบคุ คล

11

บันทึกหลังสอน

การบรรลเุ ปาหมายการเรยี นรู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ขอ คนพบ (จดุ เดน/ขอ จาํ กดั )
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
แนวทางพฒั นา
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ................................................... ครผู สู อน
()
.........../............/...........

12

แผนการจัดการเรยี นรู หนวยการเรียนรูที่ 3

ชือ่ หนวยการเรยี นรู ปรารถนาคาํ ตอบ รายวชิ า การศึกษาคน ควาและการสรางองคความรู

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 เวลา 10 ชั่วโมง

เปาหมายการเรียนรู

ผลการเรยี นรู

5. ตรวจสอบความนา เชอ่ื ถือของแหลงที่มาของขอมูลได

6. วิเคราะหข อคน พบดวยวิธกี ารทเ่ี หมาะสม

ความเขา ใจที่คงทน (สาระสําคัญ/ความคิด คําถามสาํ คัญ

รวบยอด) - จะตรวจสอบความนาเชือ่ ถือของแหลง ที่มาของ

การตรวจสอบความนาเชื่อถอื ของแหลงท่มี า ขอมลู ไดอยางไร

ของขอ มูลนาํ มาวเิ คราะหด วยวธิ ีการทเ่ี หมาะสม - จะใชวิธีการใดวเิ คราะหขอ มูลจึงจะเหมาะสม

จะชว ยใหค นพบขอมลู ทีม่ ีความนาเชอ่ื ถือ - วเิ คราะหขอ มูลอยา งไรจึงจะไดข อมูลทนี่ าเช่ือถือ

ผเู รียนรอู ะไร (สาระการเรยี นรู) ผเู รยี นทาํ อะไรได (ทกั ษะ/กระบวนการ)
- แหลงขอมูลทดี่ ีและนาเช่ือถือ - ตรวจสอบความนา เชอ่ื ถือของแหลงที่มาของขอมลู
- วิธกี ารทใี่ ชว ิเคราะหข อมลู - รวบรวมขอ มลู ที่จะนาํ มาวิเคราะห
- เทคนิคการวิเคราะหขอ มูล - เลอื กวิธีการท่เี หมาะสมนาํ มาวเิ คราะหข อมูล
- วิเคราะหข อ มลู ดว ยโปรแกรมทเี่ หมาะสม
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค - ทํางานรว มกบั ผอู ่ืนตามกระบวนการกลมุ
1. มวี นิ ยั - ตรวจสอบ / วิพากษความนาเชอ่ื ถือของการ
2. ซ่อื สตั ย วิเคราะหข อมลู
3. ใฝเ รยี นรู - นาํ ขอ วิพากษม าปรบั ปรงุ งานของตน
4. มงุ มั่นในการทํางาน - นาํ ผลการวเิ คราะหขอมลู / สารสนเทศ ความรทู ่ี
5. จิตสาธารณะ เกีย่ วขอ งกับสมมติฐาน ไปสังเคราะหส รุปเปนองค
ความรู

13

การออกแบบการวดั ผลประเมนิ ผล
ภาระงานรวบยอด/ช้นิ งาน

ผลการวิเคราะหขอมูลรายบุคคล

เกณฑการประเมินภาระงาน/ชนิ้ งาน (ประเด็นประเมิน)
- ความนาเชื่อถือของแหลง ขอ มลู
- ความถูกตอง/ครบถวนสมบรู ณข องขอมูล / สารสนเทศ
- กระบวนการรวบรวมมรี ะบบชัดเจน สะดวกตอ การใช ตรวจสอบได

รอ งรอยการเรยี นรูอน่ื ๆ
- แบบบนั ทึกตา ง ๆ ทีเ่ กีย่ วกับการรวบรวมขอ มลู
- แบบบันทึกการตรวจสอบคุณภาพแหลงท่ีมาของขอมูล
- แบบบนั ทกึ เกยี่ วกบั กระบวนการทํางาน
- แบบบันทกึ การวิเคราะหขอ มูลดว ยโปรแกรม

การวางแผนการเรยี นรู
กจิ กรรมการเรยี นรู
1. ศึกษาเทคนิคการตรวจสอบความนาเชื่อของขอมูล
2. ตรวจสอบความนาเชอื่ ถือของขอมูล
3. รวบรวมขอมูลใหเ ปน ระบบ เตรยี มขอ มลู วเิ คราะห
4. เลือกวิธีการทเ่ี หมาะสมกับขอมูลทวี่ ิเคราะห
5. วเิ คราะหข อมูลดว ยโปรแกรม
6. รวมกนั ตรวจสอบผลการวิเคราะหข อมูล
7. วิพากษผลการวิเคราะหขอมูลจากการตรวจสอบ
8. นําผลการวิพากษผ ลการวิเคราะหข อมลู มาปรบั พฒั นา
9. รวบรวมผลการวิเคราะหขอมลู เพื่อนําไปสังเคราะหสรุปเปนองคความรู

ส่ือ/แหลงเรยี นรู
1. แหลง คน ควาอางอิง เชน อินเทอรเน็ต หนังสือ บคุ คล เปนตน
2. เครอื่ งคอมพวิ เตอร

14

บันทึกหลังสอน

การบรรลเุ ปา หมายการเรยี นรู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ขอ คนพบ (จดุ เดน/ขอจํากดั )
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
แนวทางพัฒนา
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ................................................... ครผู สู อน
()
.........../............/...........

15

แผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรียนรทู ่ี 4

ชือ่ หนวยการเรียนรู สรุปองคประกอบทสี่ มบรู ณ รายวิชา การศึกษาคนควาและการสรางองคความรู

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 เวลา 14 ชัว่ โมง

เปาหมายการเรยี นรู

ผลการเรยี นรู

7. สังเคราะหส รุปองคความรูดว ยกระบวนการกลมุ

8. เสนอแนวคิด การแกปญหาอยา งเปนระบบดวยองคค วามรจู ากการคน พบแผนการทํางานของนักเรยี น

ความเขาใจทค่ี งทน (สาระสําคัญ/ความคดิ รวบ คําถามสาํ คัญ

ยอด) - จะสรปุ องคความรูไดอยางไร

การสังเคราะห สรุปองคความรูดว ยกระบวนการ - จะนาํ เสนอแนวคดิ การแกป ญหาอยา งเปนระบบ

กลมุ การเสนอแนวคิด การแกปญหาอยา งเปน ระบบ ไดอ ยา งไร

ดวยองคความรูจ ากการคนพบแผนการทาํ งานของ - จะนาํ องคความรูไปถา ยทอดเปน งานเขียนได

นกั เรยี น อยางไร

ผูเ รียนรอู ะไร (สาระการเรยี นรู) ผูเรียนทาํ อะไรได (ทกั ษะ / กระบวนการ)

- การอา นจับใจความสาํ คญั - การอา นจบั ใจความสําคญั

- การเขียนสรุปความ - การเขียนสรุปความ

- การเขยี นความเรยี ง - การเขียนความเรียง

- การเสนอแนวคดิ การแกปญหาอยา งเปน ระบบ - การเสนอแนวคดิ การแกปญหาอยางเปนระบบ

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค

1. วนิ ยั

2. ใฝเรยี นรู

3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน

4. รักความเปน ไทย

5. จติ สาธารณะ

การออกแบบการวัดผลประเมินผล

ภาระงานรวบยอด/ช้นิ งาน

การสังเคราะห สรปุ องคค วามรูดวยกระบวนการกลุม

เกณฑก ารประเมินภาระงาน/ชนิ้ งาน (ประเดน็ ประเมนิ )

- ความถูกตอง/ครบถว นสมบูรณของขอมูลสารสนเทศ

- ความถกู ตองและนาเชอ่ื ถอื ของขอคน พบทนี่ าํ เสนอ

- กระบวนการรวบรวมมรี ะบบชัดเจน

16

รอ งรอยการเรยี นรูอ่ืน ๆ
- แบบบนั ทึกตา ง ๆ ทเ่ี กย่ี วกับการสงั เคราะหส รปุ องคความรู
- แบบบันทึกเก่ยี วกับกระบวนการทํางาน

การวางแผนการเรียนรู
กิจกรรมการเรียนรู
1. ฝกทกั ษะการอา นจบั ใจความสําคัญ
2. ฝก ทักษะการเขยี นสรุปความ
3. ฝก ทักษะการเขียนความเรียง
4. สังเคราะห สรปุ องคความรดู วยกระบวนการกลมุ
5. เสนอแนวคดิ การแกปญหาอยางเปน ระบบดว ยองคค วามรูจ ากการคนพบแผนการทํางานของนักเรยี น
6. อภิปรายและสรปุ องคความรทู ่ีไดจ ากการศกึ ษาคนควา
สื่อ/แหลง เรียนรู

แหลง การเรยี นรตู าง ๆ เชน หอ งสมดุ อินเทอรเ นต็ เปนตน

17

บนั ทึกหลังสอน

การบรรลเุ ปา หมายการเรียนรู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ขอ คนพบ (จดุ เดน /ขอจํากัด)
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
แนวทางพฒั นา
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ................................................... ครูผูสอน
()
.........../............/...........

18

ภาคผนวก

19

ระดบั คุณภาพการประเมินผลสาระการศึกษาคนควาดวยตนเอง (Independent Study : IS)

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
32

1. การตั้งประเดน็ คําถาม ต้งั ประเดน็ คําถาม ต้ังประเด็นคําถาม ตง้ั ประเด็นคาํ ถาม ใชคาํ ถามทีค่ รู

ไดด ว ยตนเอง ไดโ ดยมคี รคู อย ไดโดยมีครคู อย ช้ีแนะมากําหนด

ขอบขายประเดน็ ชแี้ นะ ขอบขา ย ช้ีแนะขอบขาย ประเด็นคาํ ถาม

คาํ ถามชดั เจน ประเด็นคําถาม ประเดน็ คาํ ถาม

ครอบคลุมขอมลู / ชัดเจนครอบคลุม ชดั เจน แตยงั ไม

ปจจัยหรือตวั แปร ขอมลู /ปจจัยหรือ ครอบคลุม

ทเ่ี ก่ียวของกับ ตัวแปรทเ่ี กี่ยวของ ขอมูล/ปจจัยหรือ

สถานการณป จ จบุ นั กับสถานการณ ตวั แปรทเ่ี กีย่ วของ

และสังคมโลก ปจจบุ นั และสงั คม กบั สถานการณ

คําถามมคี วาม โลก มคี วามเปน ไป ปจจบุ นั และสงั คม

แปลกใหม ได ในการแสวงหา โลก มคี วามเปนไป

และสรางสรรค คาํ ตอบ ได ในการแสวงหา

มคี วามเปน ไปได คําตอบ

ในการแสวงหา

คาํ ตอบ

- การต้งั สมมตฐิ าน พูดหรอื เขยี น พดู หรือเขียน พูดหรอื เขยี น พดู หรอื เขียน

คาดคะเนคาํ ตอบ คาดคะเนคําตอบ คาดคะเนคาํ ตอบ คาดคะเน

ลวงหนาโดยอาศยั ลว งหนา โดยอาศยั ลว งหนาโดยอาศัย คําตอบลวงหนา

ความรูสาขาวชิ า ความรูจาก ความรจู าก ได ใชความรูจาก

ตาง ๆ คําตอบท่ี สาขาวชิ าตา ง ๆ สาขาวชิ าตา ง ๆ สาขาวิชาตา ง ๆ

คาดคะเน หรือ คําตอบท่คี าดคะเน คําตอบ ที่คาดคะเน คําตอบที่

สมมตฐิ าน หรอื สมมตฐิ าน หรือสมมตฐิ าน คาดคะเน

แสดงการเชอื่ มโยง แสดงการเช่ือมโยง มคี วามสมั พนั ธข อง หรือสมมตฐิ าน

ความสัมพนั ธของ ความสัมพันธข อง ขอมลู /ตวั แปรที่ ไมม ีความสัมพันธ

ขอ มูล/ตัวแปร ขอ มลู /ตวั แปรที่ เกย่ี วของบาง ของขอ มูล/ตัว

ท่เี กย่ี วของได เกย่ี วของไดชดั เจน สอดคลองกับ แปรท่เี ก่ยี วของ

อยา งชัดเจน สอดคลองกบั ประเด็นคําถาม ไมส อดคลอง

ครอบคลุม ประเด็นคําถาม แตมีความ

20

ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
2. การสบื คน ความรู
432 1
กบั ประเดน็
สอดคลองกบั สมเหตุสมผล เปนไปไดน อย คําถามมคี วาม
เปนไปไดนอยใน
ประเดน็ คําถาม มคี วามเปนไปได ในการตรวจสอบ การตรวจสอบ

สมเหตสุ มผล ในการตรวจสอบ 1. ไมมกี าร
วางแผนหรอื มี
มีความเปน ไปได การวางแผน
แตไ มส ามารถ
ในการตรวจสอบ นาํ ไปปฏิบัติ
จรงิ ได
1. วางแผนเกบ็ 1. วางแผนเกบ็ 1. วางแผนเก็บ 2. ศึกษาคนควา
หาความรู ขอ มูล
รวบรวม/สบื คน รวบรวม/สบื คน รวบรวม/สบื คน และสารสนเทศ
โดยระบแุ หลง
ขอมลู ชัดเจน ขอมลู ชดั เจน ขอ มูลชัดเจน เรียนรไู ม
หลากหลาย และ
และปฏบิ ตั ิได และปฏิบัตไิ ด และปฏิบัตไิ ด ไมครอบคลุม
ประเดน็ คาํ ตอบ
วิธีการรวบรวม/ วิธกี ารรวบรวม/ วิธีการรวบรวม/ ที่คาดคะเน/
สมมตฐิ านทีต่ ั้งไว
สืบคน ขอมลู มีความ สืบคน ขอ มูลมคี วาม สบื คนขอ มลู 3. ไมม ีการ
แลกเปล่ยี น
เหมาะสม เหมาะสม เหมาะสมไว ความคิดเหน็
ภายในกลมุ
2. ศกึ ษาคน ควา 2. ศึกษาคน ควา 2. ศึกษาคน ควา 4. บนั ทึกขอมลู
ไมตรงประเดน็
หาความรู ขอมูล หาความรู ขอ มูล หาความรู ขอ มลู สําคัญ

และสารสนเทศ และสารสนเทศ และสารสนเทศ

โดยระบุแหลง โดยระบแุ หลง โดยระบุแหลง

เรียนรูหลากหลาย เรยี นรูหลากหลาย เรียนรไู ม

ทั้งแหลง เรยี นรู ทง้ั แหลง เรยี นรู หลากหลาย

ปฐมภูมิและ ปฐมภูมแิ ละ แตครอบคลมุ

ทุติยภูมิ ครอบคลุม ทุติยภมู ิ ครอบคลมุ ทุกประเดน็ คาํ ตอบ

ทกุ ประเด็นคําตอบ ทกุ ประเดน็ คําตอบ ทคี่ าดคะเน/

ทีค่ าดคะเน/ ท่คี าดคะเน/ สมมตฐิ านท่ตี ้งั ไว

สมมติฐานทต่ี ้งั ไว สมมติฐานทต่ี ง้ั ไว 3. มกี าร

3. มกี าร 3. มีการ แลกเปลีย่ น

แลกเปลี่ยน แลกเปล่ยี น ความคดิ เห็น

ความคิดเห็น ความคิดเห็น ภายในกลุม

ภายในกลมุ โดยใช ภายในกลุม โดยใช โดยใชค วามรู

ความรูจ าก ความรจู าก จากสาขาวิชา

สาขาวชิ าตา ง ๆ สาขาวิชาตาง ๆ ตา ง ๆ

และรวมกัน และรวมกัน

21

ประเด็นการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
3. การสรุปองคความรู
432 1

พิจารณาความ พิจารณาความ 4. มกี ารบันทึก 1. ไมไดอธบิ าย
ความเปน มาของ
นา เช่ือถอื ของ นา เชื่อถอื ของ ขอมลู ไดข อมูลใน ศาสตร หลกั การ
และวิธคี ิดในสิง่
แหลงเรียนรอู ยา งมี แหลงเรียนรู ประเด็นสาํ คัญ ทีศ่ กึ ษาคน ควา
2. ไมม ีการ
วจิ ารณญาณ 4. มีการบันทึก มีการปรกึ ษา วิเคราะหขอมลู
หรอื วเิ คราะห
เพอ่ื ใหไ ดขอ มูลท่ี ขอ มลู เหมาะสม ขอมูลไมถูกตอง
3. สงั เคราะหแ ละ
ครบถว นสมบูรณ และไดขอ มลู ใน สรุปองคความรู
ไดไมชดั เจน
4. มกี ารบันทกึ ประเดน็ สาํ คัญ โดย 4. บันทกึ ขอมูล
ไมต รงประเด็น
ขอ มูลเหมาะสม การปรกึ ษาครเู ปน สําคัญ

และไดขอ มูลครบ ครัง้ คราว

ทุกประเด็น

ตามเปาหมาย โดย

มีการปรึกษาครู

อยางสมํ่าเสมอและ

ตอ เนอ่ื ง

1. อธิบายความ 1 อธิบายความ 1. อธิบายความ

เปนมาของศาสตร เปนมาของศาสตร เปน มาของศาสตร

หลักการและวิธคี ดิ หลักการและวธิ คี ิด หลกั การและวิธีคดิ

ในสิง่ ทีศ่ ึกษา ในสิ่งท่ีศึกษา ในสิ่งทศี่ กึ ษา

คนควาไดอยา ง คน ควา ไดอยาง คน ควาไดอยา ง

ถกู ตองชดั เจน ถกู ตองชดั เจน ถูกตอง

2. วิเคราะหขอ มูล 2. วเิ คราะหขอ มูล 2. วิเคราะหขอ มูล

โดยใชวิธกี าร โดยใชว ธิ กี ารท่ี โดยใชว ธิ กี ารท่ี

ท่ีเหมาะสม เหมาะสม เหมาะสม

3. สงั เคราะหและ 3. สังเคราะหและ 3. สงั เคราะหแ ละ

สรุปองคค วามรู สรุปองคความรู สรปุ องคค วามรู

ไดอ ยางชัดเจน ไดอยางชดั เจน ไดอยา งชัดเจน

มีการอภปิ รายผล มีการอภิปรายผล มกี ารอภิปรายผล

เปรยี บเทยี บ เปรยี บเทยี บ เปรยี บเทยี บ

เช่ือมโยงความรู เชือ่ มโยงความรู แตยังไมช ดั เจน

อยางสมเหตสุ มผล

22

ประเด็นการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
3. การสรุปองคความรู
4 3 21

4. มกี ารบนั ทึก 4. มกี ารบันทกึ 4. มกี ารบันทึก

ขอมลู เหมาะสม ขอมูลเหมาะสม ขอมูลไดขอมลู ใน

และไดขอมลู ครบ และไดขอ มูลใน ประเดน็ สําคญั

ทกุ ประเด็น ประเดน็ สาํ คญั มกี ารปรกึ ษาครบู า ง

ตามเปา หมาย โดยการปรึกษาครู

โดยมกี ารปรกึ ษาครู เปนครัง้ คราว

อยางสมาํ่ เสมอ

1. อธบิ ายความ 1. อธบิ ายความ 1. อธิบายความ 1. ไมไดอธิบาย

เปนมาของศาสตร เปนมาของศาสตร เปนมาของศาสตร ความเปนมาของ

หลกั การและวิธีคดิ หลกั การและวธิ ีคดิ หลกั การและวิธีคดิ ศาสตร หลกั การ

ในสงิ่ ท่ีศึกษา ในสิง่ ทศี่ กึ ษา ในส่งิ ทศี่ กึ ษา และวิธีคิดในสิ่งท่ี

คนควา ไดอยาง คน ควา ไดอยา ง คนควาไดอยา ง ศึกษาคนควา

ถกู ตองชัดเจน ถกู ตองชัดเจน ถูกตอง 2. ไมมกี าร

2. วิเคราะหข อ มลู 2. วิเคราะหขอมูล 2. วเิ คราะหข อ มลู วิเคราะห

โดยใชว ธิ ีการ โดยใชว ธิ ีการ โดยใชว ิธกี าร ขอ มลู หรือ

ทเ่ี หมาะสม ทเ่ี หมาะสม ทเี่ หมาะสม วิเคราะห

3. สังเคราะหและ 3. สงั เคราะหแ ละ 3. สังเคราะหแ ละ ขอมูลไมถูกตอง

สรุปองคความรู สรุปองคความรู สรุปองคค วามรู 3. สังเคราะหและ

ไดอ ยางชัดเจน ไดอ ยา งชัดเจน ไดอ ยางชัดเจน สรปุ องคความรู

มกี ารอภปิ รายผล มกี ารอภปิ รายผล มกี ารอภิปรายผล ไดไ มชัดเจน

เปรยี บเทียบ เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ 4. ไมม กี ารนํา

เชอื่ มโยงความรู เชือ่ มโยงความรู แตย ังไมช ัดเจน องคความรู

อยางสมเหตุสมผล 4. นาํ องคความรู 4. นําองคค วามรู ไปเสนอแนวคิด

4. นําองคค วามรูที่ ทไ่ี ดไปเสนอแนวคิด ท่ไี ดไปเสนอวิธีการ วิธกี ารแกปญหา

ไดไ ปเสนอแนวคดิ วิธีการแกปญ หาได แกปญหาได แตยงั

วธิ ีการแกป ญ หา แตย ังไมเปน ระบบ ไมเปนระบบ

อยา งเปน ระบบ


Click to View FlipBook Version