The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวปฏิบัติจากการทำ RCA

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Neonatal intensive care unit1, 2022-07-24 08:02:43

แนวปฏิบัติจากการทำ RCA

แนวปฏิบัติจากการทำ RCA

โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุ โลก

แนวปฎิบัติจากการ
ทำ RCA

ห้องผู้ป่ วยหนั กทารกแรกเกิด1,2

แนวปฏิบัติท่ีได้จากการทำ RCA

งานหอ้ งผปู้ ว่ ยหนักทารกแรกเกดิ 1,2
กล่มุ งานการพยาบาลผู้ปว่ ยหนกั กลมุ่ ภารกจิ ด้านการพยาบาล

โรงพยาบาลพทุ ธชิราช พษิ ณุโลก

ครงั้ ท่ี 1 วนั ท่ี 2 ก.ค. 63

การระบตุ วั ผ้ปู ว่ ยทารกแรกเกดิ ของ NICU

การระบุตัวผูป้ ่วยทารกแรกเกิด อย่างน้อย 3 ป้าย
ประกอบด้วย

ป้ายที่ 1 - ช่อื นามสกลุ มารดาของผปู้ ่วย
- อายุ 0 ปี

ป้ายท่ี 2 - ชอ่ื นามสกุลมารดาของผู้ป่วย
- ชนิดการคลอด
- เวลาคลอด
- วนั ทีค่ ลอด
- นำ้ หนักของผูป้ ว่ ยทารกแรกเกดิ

ปา้ ยที่ 3 - ชอ่ื นามสกุลของผปู้ ่วยทารกแรกเกิด
- เลขประจำตวั ผู้ป่วยทารกแรกเกดิ HN และ AN
- อายุของผู้ป่วยทารกแรกเกดิ

กรณรี บั จากหอ้ งคลอด
1. รบั ยา้ ยจากห้องคลอด

ปา้ ยท่ี 1 พรอ้ มตวั ผู้ป่วยทารกแรกเกิด คือ
- ด.ช./ด.ญ. บตุ รนาง........สกุล..........
- อายุ 0 ปี

ใบ Body Identity checklist (ของห้องคลอด)
2. หลงั ทำใบ Admit

ปา้ ยท่ี 2 พรอ้ มใบ Admit รง.503
- ด.ช./ด.ญ. บตุ รนาง........สกลุ ..........
- ชนิดการคลอด
- เวลาคลอด
- วันท่ีคลอด
- นำ้ หนกั ของผู้ป่วยทารกแรกเกิด

3. ขณะนอนรกั ษา มีชอ่ื ผปู้ ว่ ยแล้ว
ป้ายท่ี 3 - ชือ่ นามสกลุ ของผู้ป่วยทารกแรกเกิด
- เลขประจำตัวผู้ปว่ ยทารกแรกเกิด HN และ AN
- อายขุ องผู้ปว่ ยทารกแรกเกิด

กรณีรับ Refer จากโรงพยาบาลอื่น
- ผูป้ ว่ ยเด็กแรกเกดิ จะมีป้ายชอื่ ด.ช./ด.ญ. บุตรนาง.............. 2 ปา้ ย
- เดก็ มีชอื่ แลว้ จะมีปา้ ยช่อื ด.ช./ด.ญ. .............. 2 ปา้ ย

กรณรี บั ใหม่

- มปี า้ ยชอ่ื ด.ช./ด.ญ. .............. 2 ป้าย

แนวปฏิบตั ิ

ทุกกรณี รับใหม่ รับยา้ ย ย้ายออก จำหน่าย
ตรวจสอบปา้ ยช่อื อย่างนอ้ ย 2 คน ใหต้ รงทุกตำแหน่ง
แนวปฏิบตั ใิ หม่ ตรวจสอบป้ายขอ้ มือเด็ก 3 ตำแหน่ง กับ OPD card โดยเจ้าหนา้ ท่ี 2 คน (อาจเป็น CN หรอื
Buddy) และเน้นแนวปฏิบัตใิ หม่คือ ขณะรับ-สง่ เวร จะตรวจสอบปา้ ยทั้ง 3 ปา้ ยทกุ ครั้ง โดยเจา้ ของไข้ และ
Buddy หรือ CN
หมายเหตุ กรณญี าตเิ ปลี่ยนชื่อเดก็ ต้องตรวจสอบช่อื ในใบสูติบัตร และใบรง.503 ใหถ้ ูกตอ้ งตรงกัน

แนวทางปฏิบัติในการป้องกนั ท่อชว่ ยหายใจเลือ่ นหลดุ

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ให้หน่วยงานมแี นวทางปฏบิ ัติในการป้องกนั ท่อชว่ ยหายใจเล่ือนหลุดเป็นไปในแนวทาง

เดยี วกนั
2. เพ่ือลดความเสี่ยงจากการเล่อื นหลดุ ของท่อช่วยหายใจในทารกแรกเกดิ วกิ ฤตท่ไี ด้รับการใส่ท่อ

ชว่ ยหายใจ
กลมุ่ เป้าหมาย

1. ผู้ปว่ ยทารกแรกเกดิ วกิ ฤตท่ีได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจและเคร่อื งช่วยหายใจ ในหอผปู้ ่วยหนกั
ทารกแรกเกิด

2. พยาบาลวชิ าชพี ท่ีดแู ลผปู้ ว่ ยทารกแรกเกดิ วกิ ฤตท่ีไดร้ บั การใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจและเครื่องชว่ ยหายใจ
ตัวชี้วัด

1. อัตราการเลื่อนหลุดของท่อชว่ ยหายใจ ≤ 10 คร้ัง/1,000 วันการใสท่ ่อช่วยหายใจ
2. ร้อยละการปฏิบัติตามแนวทางปฏบิ ัติของพยาบาลวิชาชพี ≥ 80
รายละเอยี ดแนวทางปฏบิ ัติ ประกอบดว้ ยแนวทางในการดแู ลดังนี้
1. การประเมินอุปกรณ์

1.1 ตรวจสอบขนาดของท่อช่วยหายใจ (Endotracheal tube : ETT) ใหเ้ หมาะสมตามน้ำหนัก

ทารกและตรงตามแผนการรกั ษา โดยประเมิน ขณะรบั เวร - สง่ เวร
1.2 ตรวจสอบตำแหนง่ ความลึกของท่อช่วยหายใจใหเ้ หมาะสมตามสูตร และตรงตามแผนการ

รกั ษา โดยประเมิน โดยประเมิน ขณะรับเวร – สง่ เวร

การเลอื กขนาดและตำแหน่งความลึกของท่อหลอดลมคอ (ETT)
พิจารณาความเหมาะสมตามตาราง หรืออาจคำนวณจาก
น้ำหนกั ตวั ของทารก (กิโลกรมั ) + 6 หรือ การวัด NTL+1

นำ้ หนกั ตัวของทารก ขนาดของ ETT ตำแหน่งความลึก

< 1,000 2.5 7

1,000 – 2,000 3.0 7 – 8

2,001 – 3,000 3.5 8 – 9

3,001 – 4,000 3.5–4 9

> 4,000 3.5–4 10

หมายเหตุ การพจิ ารณาเลือกขนาดหรือความลกึ ของ ETT ในทารกแต่ละรายข้ึนอยู่กับ

ดลุ ยพินจิ ของแพทย์

1.3 ตรวจสอบไมใ่ ห้เกิดการดงึ ร้งั หักพบั งอของ ETT และ Circuit เคร่ืองชว่ ยหายใจ โดย
ประเมนิ ขณะรบั เวร – ส่งเวร ช่วงประเมนิ สัญญาณชพี และขณะทำกจิ กรรมกับผู้ปว่ ย

1.4 ตรวจสอบไมใ่ ห้มนี ้ำใน Circuit ทุก 2 ช่ัวโมง ถ้ามีให้เทน้ำลงใน water trap
1.5 ตรวจสอบการทำงานของเคร่ืองช่วยหายใจใหเ้ ป็นไปตามแผนการรกั ษา โดยประเมิน
ขณะรบั เวร – ส่งเวร และเม่ือมกี ารปรบั เปล่ียน Setting
1.6 ตรวจสอบการติดพาสเตอร์ETTให้มกี ารยดึ ติดแน่น ไมเ่ ปียก หลดุ ลอก และเปลีย่ นทกุ ครง้ั เมื่อ
พบความเสย่ี ง เชน่ ขนาดไมเ่ หมาะสม พาสเตอร์หลวมหรอื หลุดลอก โดยประเมิน ขณะรับเวร – ส่งเวร ช่วง
ประเมนิ สญั ญาณชีพ และขณะทำกจิ กรรมกับผปู้ ่วย
2. การประเมินทารก
2.1 ประเมินฟงั เสยี งลมเข้าปอดทัง้ 2 ขา้ ง และการเคล่อื นไหวของทรวงอก ประเมนิ สภาพครั้ง
แรกในเวร และเม่ือพบมีการเคลื่อนไหวของทรวงอกผิดปกติ
2.2 ประเมนิ สัญญาณชีพ ทุก 1 ชัว่ โมง หรือตามมาตรฐานการดแู ล
2.3 ประเมิน secretion นำ้ ลาย ประเมินทุกครงั้ ท่ปี ระเมนิ สัญญาณชีพและเมื่อมีอาการ
2.4 ประเมนิ ความสุขสบาย (ถ้าพบเม่ือทารกขับถ่ายเปยี กแฉะแลว้ ดิน้ (Agitation) ควรเปลีย่ นผา้
ทกุ คร้ัง เม่ือมีไขเ้ ช็ดตวั ลดไข้ ถ้ามี secretion ให้ Suction อย่างถูกวิธี เปน็ ตน้ )
ท้องอดื ประเมินทุกครง้ั ท่ีประเมินสญั ญาณชีพและเมื่อมีอาการ
2.5 ประเมนิ นำ้ หนักตวั ทเี่ พิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ (ทุกวันองั คารเวรเช้า) เพ่ือตรวจสอบขนาด ตำแหนง่

ความลึกของ ETTท่เี หมาะสมท่ีสมั พันธ์กับนำ้ หนัก
3. การประเมนิ ส่ิงแวดลอ้ ม นำ Developmental care มาใช้

3.1 จัดใหน้ อนใน nest
3.2 แสง ลดแสงโดยใช้ผา้ คลมุ ต้อู บในรายที่นอนในตอู้ บ และรายท่ีนอนใน Cribใหใ้ ชผ้ ้าคลมุ
Crib ปิดบังแสงบริเวณลานสายตา ปิดไฟหวั เตียงเม่ือไม่มกี จิ กรรม
3.3 เสียง ไม่พูดคยุ เสยี งดังท่ีเตยี งผู้ปว่ ย รบั สง่ เวรทที่ า้ ยเตยี ง
(ควรพดู คยุ เสียงไม่เกิน 60 เดซิเบล=ระดบั เสียงกระซิบ)

3.4 จัดช่วั โมงสงบในแตล่ ะเวร (จัดกระทำตามข้อ 3.1-3.3)
- เวรเชา้ เวลา11.30 – 13.30 น.
- เวรบา่ ยเวลา 21.00 – 23.00 น.
- เวรดึกเวลา 03.00 – 05.00 น.

4. การประเมนิ วธิ ีการปฏิบัติ
4.1 ลดการกระตุ้นประสาทสัมผัส โดยพยายามทำกิจกรรมหรอื หตั ถการในคราวเดยี วกัน
4.2 ลด Pain ใหก้ ารบรรเทาปวดแบบไม่ใชย้ า เชน่ การห่อตวั การจดั ทา่ การใช้จุกนมหลอก

การใช้ 24% Sucrose การใช้นมแม่ การปลอบโยน กรณีตอ้ งใช้ยาพจิ ารณารายงานแพทย์
4.3 การพลิกตะแคงตัวทุก 3 ช่วั โมง เพื่อปอ้ งกนั Lung atelectasis และหลกี เลย่ี งการจัดทา่

นอนตะแคงดา้ นทย่ี ึดติด ETT เปน็ เวลานานเพราะเพมิ่ โอกาสน้ำลายไหลเปียกพาสเตอร์เสี่ยงการหลดุ ได้ง่าย
4.4 การจดั ทา่ นอนของทารก จัดท่านอนใหต้ ำแหน่ง ETT ให้อยู่ตรงต้ังฉากกับมุมปาก ไมง่ อ

พับหรือเกิดการดึงรัง้
4.5 ควรใช้บคุ ลากร 2 คน กรณีต้องทำกจิ กรรม ทำหตั ถการหรือเคล่อื นย้ายตวั ทารกออกจาก

ตำแหน่งท่ีนอน
4.6 กรณจี ำเป็นต้อง Restrain ผปู้ ่วยในกลุ่มเสยี่ งใหใ้ ชว้ ธิ กี ารห่อตัว
4.7 ใช้นวัตกรรม Tubing Holder ช่วยในการจับและจดั ตำแหนง่ สาย Circuit เคร่อื งชว่ ยหาย

ไมใ่ หเ้ กิดการดึงรั้ง และใช้ Logan Bow ในทารกกลุ่มเส่ียงสูง
5. ทารกกลุ่มเสีย่ งสงู (High Risk ) คือ ทารกใส่ท่อช่วยหายใจทารก BW ≥ 2,000 กรัม และหรอื

ร่วมกบั ข้อใดข้อหน่งึ ได้แก่
- ทารกทม่ี ีเสมหะมาก ( ตอ้ ง Suction ทุก 1-2 ชม.)
- ประวัตดิ ้ิน Agitation มากเสยี่ งต่อ ETTเลื่อนหลุด
- ประวัตเิ คยท่อช่วยหายใจเลื่อนหลดุ

ใหป้ ฏิบตั ิตามแนวทางปฏิบตั ิ ตามข้อ 1-4 และเพิ่ม
5.1 จดั ใหอ้ ยูใ่ นสายตาตลอดเวลากรณีไมม่ ีRNดแู ลตลอด ให้ Non-RN เฝ้าระวงั ทารก
5.2 แขวนปา้ ยเฝา้ ระวัง ETT หลดุ

5.3 ใช้นวตั กรรมTubing Holder/Logan Bow ในกล่มุ เส่ียง
5.4 รายงานแพทยเ์ พ่อื พจิ ารณาทางเลือกใส่ ETT ท่มี ี Blow cuff
5.5 กรณใี ส่ ETT ท่มี ี Blow cuff ให้ประเมินวัด cuff pressure 15-25 mmHg ทกุ เวร
แนวทางการนเิ ทศติดตาม
1. ผูร้ ับผิดชอบ : หวั หนา้ หอผู้ป่วยและ RMU
2. วธิ ีการ : สมุ่ ตรวจสอบ/สอบถามการปฏิบัตติ ามมาตรฐานของพยาบาลวิชาชพี ในหนว่ ยงาน อยา่ ง
นอ้ ย 2 ครงั้ /เดือน/คน
3. เครอื่ งมือ : แบบประเมนิ ตรวจสอบการปฏบิ ัติของพยาบาลในการปอ้ งกนั ท่อชว่ ยหายใจเล่อื น
หลุด ใน google form
4. การประเมินผล : RMU สรุปและวิเคราะห์ตามตวั ชี้วัด ได้แก่ อตั ราการเลื่อนหลดุ ของท่อชว่ ย
หายใจ รอ้ ยละการปฏิบตั ติ ามแนวทางปฏบิ ตั ขิ องพยาบาลวชิ าชพี วเิ คราะห์ทุกเดือน ทุก 3 เดือน
ทุก 1 ปี พร้อมท้ังนำเสนอข้อมลู ในทป่ี ระชุมหนว่ ยงานทกุ เดอื น

เร่มิ ใช้ 1 พ.ย.63

แบบสุ่มตรวจสอบการปฏิบตั ิของพยาบาลในการป้องกนั ทอ่ ช่วยหายใจเลือ่ นหลดุ
√ = ปฏิบัตถิ ูกตอ้ ง × = ไมไ่ ด้ปฏบิ ตั ิถกู ต้อง

หวั ขอ้ ประเมนิ
1.ขนาด ETT
2.ตำแหน่ง ETT
3.การดึงร้งั หกั พับงอของ
ETT และ Circuit เครือ่ งชว่ ย

ประเมนิ อปุ กรณ์ หายใจ
4.นำ้ ใน Circuit
5.Setting เครอื่ งช่วยหายใจ
6.การตดิ พาสเตอร์ETT
1.ฟงั เสียงลมเขา้ ปอดท้งั 2 ข้าง
และการเคลอื่ นไหวของทรวง
อก
2.Vital sign

ประเมินทารก 3.secretion น้ำลาย
4.ความสุขสบาย
5.ประเมินนำ้ หนักตัวทีเ่ พิ่มข้นึ
ทกุ สัปดาห์ (ทุกวันอังคารเวร
เช้า)

ประเมิน 1.จัดนอนใน nest
สง่ิ แวดล้อม 2.แสง ใช้ผ้าคลมุ ต/ู้ ผ้า

ปิดบงั ลานสายตา
ปดิ ไฟหวั เตยี งเมื่อ
ไมม่ ีกจิ กรรม
3.เสียง ไมพ่ ูดคุยเสยี งดัง
รับสง่ เวรที่ทา้ ย
เตยี ง
4.จดั ช่ัวโมงสงบในแต่ละเวร
ประเมินวธิ กี าร 1.ลดการกระตนุ้ ประสาท
ปฏบิ ัติ สมั ผัส

หัวข้อประเมิน
2.ลด Painแบบไม่ใช้ยาและใช้
ยา
3.พลิกตะแคงตัวทุก 3 ชว่ั โมง

ประเมนิ วธิ กี าร 4.จดั ทา่ นอน ตำแหน่ง ETT
ปฏิบตั ิ ใหอ้ ย่ตู รง ตงั้ ฉากกบั มมุ ปาก
ไมง่ อ พับ
5.ใช้บคุ ลากร 2 คน
เคลื่อนย้าย
6.Restrain ใช้วธิ กี ารหอ่ ตวั

ประเมินเฉพาะ 1.จดั ให้อยใู่ นสายตา
ทารกกลุ่มเสย่ี งสงู ตลอดเวลา

( High Risk ) 2.แขวนปา้ ยเฝา้ ระวงั ETT
หลดุ
3.ใช้นวตั กรรมTubing
Holder/
Logan Bow ในกลมุ่ เสยี่ ง
4.กรณี on ETT มีBlow cuff
วดั cuff pressure15-25
mmHg

ชื่อพยาบาลผปู้ ระเมิน

นที่ ปรบั ใหมเ่ ร่มิ ใช้ ม.ค. 65
วนั ท่ี ETT เลอื่ นหลุด …………แ…บ…บ…ป…ร…ะ…เม.สนิ าเตกหรรตณวกุ ใีจาสรส่ เEอลTื่อบTนกหใาหลรมุดป่ .Eฏ…TิบT…ตั …Nขิ …oอ……ง……พ……ย…Mา…บa…rาk…ล……ใ…น……ก……า……ร…ป…อ้ …ง…กัน……ท…่อช…่ว…ย…ห…า…ย…ใ…จใน…เลร…ะอื่ …บน…บห…gล…oุด…og…l…e…fr…o…m……….
ไมใ่ ส่ETTใหม่

ระบุผ้ปู ่วยได้รบั ยา Sedative หรอื ไม่ ไดร้ บั ไมไ่ ดร้ บั

ผู้ประเมนิ

 หัวหน้าหอผปู้ ว่ ย
 พยาบาล RMU

ผถู้ ูกประเมิน

1.นางจุฬารตั น์ เวียงสี

2.นางสาวอรอมุ า คลา้ ยทับทมิ

3.นางวิภาจรี นาคมี

4.นางจริยา จนั ทวงศ์

5.นางเสนห่ ์ จนั ทร์องอาจ

6.นางสาวพรรณนิภา จำรูญ

7.นางสาวจำเนียร ตนุ่ ป่า

8.นางสาวนฤมล พลลาภ

9.นางภทั ราภรณ์ แทน่ ทอง

10.นางสาวณัฐวดี สิทธิ์แสง

11.นางสาววรรณพร สรุ ิยะวงศ์

12.นางสาววิชญาดา เช้อื กลุ

13.นางสาวปรีดาพร แท่นทอง

14.นางสาวฐิตชิ ญา ขำสวุ รรณ

15.นางสาวอรวรรณ วรรณพิรุณ

16.นางสาวสภุ ัสสรา ภอู่ ำ่

ผปู้ ว่ ยที่ดูแล HN……………………………………

หัวข้อประเมนิ
1. มกี ารประเมนิ ตรวจสอบตำแหน่งขนาดและตำแหนง่ ETT ( ขณะรับเวรและสง่ เวร)
 ปฏบิ ัติ  ไม่ปฏบิ ตั ิ
2. มกี ารจัดตำแหน่ง ETT และ Circuit เคร่ืองชว่ ยหายใจ ไม่ใหม้ กี ารดงึ ร้ัง และหักพับงอ ETT ให้อยู่ตรง

ต้ังฉากกับมุมปาก ( ขณะรับเวรและส่งเวร และทกุ 1 ชม. ขณะ V/S )

ปฏบิ ัติ ไมป่ ฏิบตั ิ
3. ตรวจสอบไมใ่ ห้มีน้ำขังใน Circuit เครื่องช่วยหายใจ ( ประเมนิ ทุก 1 ชม. ขณะ V/S )

ปฏบิ ัติ ไมป่ ฏิบัติ
4. ตรวจสอบ Setting เครอื่ งช่วยหายใจ ( ขณะรับเวรและส่งเวร และเมื่อมีการปรบั เปลย่ี น)

ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
5. ตรวจสอบพาสเตอร์ stap ETT และกรณีเม่ือพบพาสเตอร์มีการหลุดลอก/ สกปรกให้เปล่ียนพาสเตอร์

stap ETT (ตรวจสอบทุกเวร)
ปฏิบัติ ไม่ปฏิบตั ิ

6. ประเมินฟังปอดและเม่ือพบมีเสมหะให้ Suction ทันที

ปฏิบัติ ไม่ปฏบิ ัติ
7. แขวนป้ายเฝา้ ระวงั ETT หลุด ในรายทเี่ ป็นกลุ่มเส่ยี งสูง และจดั ให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา

(โดย RN/Non RN)
ปฏบิ ัติ ไม่ปฏิบตั ิ NA

8. ใช้นวัตกรรม Tubing Holder/Logan Bow ในกล่มุ เสีย่ งสูง
ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบัติ NA

9. กรณี on ETT มี Blow cuff วัด cuff pressure15-25 mmHg ทุกเวรเชา้
ปฏบิ ัติ ไม่ปฏิบตั ิ NA

10. ประเมนิ Pain และ ลด Pain แบบใช้ยาและไมใ่ ชย้ า
ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบัติ

11. ใช้บุคลากร 2 คน กรณเี คลื่อนยา้ ย เช่น การชั่งน้ำหนกั
ปฏิบัติ ไมป่ ฏบิ ตั ิ

12. ลดการรบกวนโดยไมจ่ ำเป็น จัดชว่ั โมงสงบในแต่ละเวร ( เวรเชา้ เวลา11.30 – 13.30 น.
เวรบา่ ยเวลา 21.00 – 23.00 น. เวรดึกเวลา 03.00 – 05.00 น.)
ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ัติ

แบบประเมิน WHAP ลด VAP

หอผ้ปู ่วย.......................เดือน.............................................

คำอธบิ าย : การประเมินจากการสงั เกต การสอบถาม และการลงบนั ทึก หมายถงึ ปฏิบัติ × หมายถึง

ไมป่ ฏบิ ัติ

ผถู้ กู ประเมนิ
ลำดบั หัวข้อประเมิน

1212121212121212
Weaning

1 มกี ารลด FiO2
- ถ้า FiO2 > 0.4 ให้ปรบั ลด FiO2
ครงั้ ละ 0.05
- FiO2 < 0.4 ใหป้ รับลด FiO2 ท่ใี ห้
คร้ังละ 0.02 – 0.03

2 หลงั ถอดท่อช่วยหายใจประเมิน
V/S ทกุ 15 นาที จนครบ 1 ช่ัวโมง
และเม่ืออาการปกติ ประเมนิ ทุก 1
ชัว่ โมง

3 หลังถอดท่อชว่ ยหายใจมกี ารบันทึก
เฝ้าระวงั และสงั เกตอาการอย่าง
ใกล้ชดิ และถ้าผิดปกติรายงาน
แพทย์

Hand
hygiene ล้างมือก่อนทำกิจกรรมการ

4 พยาบาล
5 ล้างมือหลังทำกจิ กรรมการพยาบาล
Aspiration
precaution
6 จดั นอนศีรษะสงู 15- 30 องศา
7 ดแู ลไม่ให้มีนำ้ ขังใน Circuit

เคร่ืองชว่ ยหายใจ
8 ดูแลทางเดินหายใจใหโ้ ล่งกอ่ นให้

อาหารทางสายยาง

ผถู้ กู ประเมนิ
ลำดับ หวั ขอ้ ประเมิน

1212121212121212
9 ตรวจสอบตำแหนง่ สาย OG ทุกครัง้

ก่อนใหน้ มทางสายยาง
10 กรณีให้อาหารทางสายยางที่ไม่ใช่

การTrophic feed ให้ดว้ ยวิธกี าร
หยดช้าๆ 30-60 นาที หรือนาน
กวา่ 1 ชั่วโมง โดยใช้ Syringe
pump
Prevent
contaminati
on สวม mask สวมถุงมอื ปราศจากเช้ือ
11 และจับสายดูดเสมหะ โดย sterile
technique
12 การดดู เสมหะ ในปากกอ่ น ETT
13 เชด็ ขอ้ ต่อตา่ งๆของอปุ กรณท์ ี่
เก่ยี วขอ้ งดว้ ยสำลชี บุ 70%Alcohol
ก่อนและหลงั
Oral care Oral care ทกุ 3 ช่วั โมงโดย
14 กรณไี มม่ นี มแม่
ใช้Sterile water หรือ 0.9% NSS
เชด็ กระพุ้งแก้มซา้ ย-ขวา เพดาน
และรอบทอ่ ช่วยหายใจ
กรณมี นี มแม่
- ทารกน้ำหนัก < 1,500 กรัมใชน้ ม
แม่ 0.2 ml (หยอดกระพุง้ แก้มข้าง
ละ 0.1 ml)
- ทารกน้ำหนกั > 1,500 กรัมใช้นม
แมไ่ ม่เกนิ 0.5 ml (หยอดกระพงุ้
แก้มครั้งละ 0.1 ml ทง้ั 2 ขา้ ง)

การให้สารอาหารทางหลอดเลอื ดดำ ( Total Parenteral Nutrition )

วัตถุประสงค์
1. เพ่ือเป็นแนวทางปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล การใหส้ ารอาหารทางหลอดเลือดดำในทารกท่ีได้รบั การใส่

สายสวน หลอดเลอื ด
2. เพือ่ ใหผ้ ู้ปว่ ยได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำในทารกทไี่ ด้รับการใส่สายสวนหลอดเลือด

ถูกต้อง ครบถว้ น ตามแผนการรักษา
3. เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ

วิธปี ฏิบตั ิ
- Flow chart เรอ่ื งการใหส้ ารอาหารทางหลอดเลือดดำ

ผ้รู ับผดิ ชอบ การใหส้ ารอาหารทางหลอดเลือดดำ เอกสารที่
พยาบาลวชิ าชพี ใบคำส่งั
การรักษา 1. รบั คำส่งั กำรรกั ษำจำกแพทย์
พยาบาลวชิ าชีพ
ใบ TPN 2. นำใบท่แี พทยค์ ำนวณ TPN
สง่ เภสชั กรดำเนินกำรผสม
พยาบาลวิชาชีพ
3. ตรวจเช็ค TPN จำกเภสชั กรท่นี ำมำ
พยาบาลวชิ าชพี สง่
4. เตรียมอปุ กรณแ์ ละสำรอำหำรทำงหลอดเลือดดำ
พยาบาลวชิ าชีพ
5. ตรวจสอบช่ือ – สกลุ ผปู้ ่วย

พยาบาลวิชาชีพ 6. อธิบำยเหตผุ ลหรือขนั้ ตอน (กรณีมีญำติ)

พยาบาลวชิ าชพี 7. ปฏิบตั กิ ำรใหส้ ำรอำหำรทำงหลอดเลือดดำตำมแนวปฏิบตั ิ

พยาบาลวิชาชีพ 8. สงั เกตอำกำรผปู้ ่วยหลงั ให้ TPN

พยาบาลวิชาชพี 9. เก็บอปุ กรณ์

พยาบาลวิชาชีพ 10. ลงบนั ทกึ

รายละเอียดในการให้สารอาหารทางหลอดเลอื ดดำ
1. รับคำสง่ั แพทยโ์ ดยพยาบาลวิชาชีพ
2 พยาบาลวิชาชีพตรวจเช็คความเรยี บร้อยและนำใบคำนวณ TPN โดยแพทย์ นำสง่ ให้เภสัชกรเตรียมผสม
3. เม่ือไดร้ ับ TPN ท่ีผสมแลว้ โดยเภสชั กร พยาบาลวชิ าชพี ตรวจเชค็ ชือ่ -สกลุ จำนวนTPN ทีไ่ ด้รบั กบั

Kardex ถ้าไมแ่ น่ใจใหต้ รวจสอบกบั ใบคำส่ังการรกั ษาอีกครัง้
4. เตรยี มอุปกรณ์ ได้แก่

4.1 ปูถาดดว้ ยผา้ สี่เหลีย่ ม sterile โดยยดึ หลกั เทคนิคปลอดเชอ้ื
4.2 ภายในถาดประกอบดว้ ย

- Set IV ( micro drip )
- Extension tube (กรณีให้ 20% intralipid เพมิ่ Extension tube อีก 1 เส้น)
- T- way
- ผ้าสี่เหล่ยี ม sterile 1 ผืน
- Syringe plastic (กรณีให้ 20% intralipid)
- เขม็ ฉดี ยา No. 18 (สำหรับดดู 20% intralipid)
- ก๊อส สำหรบั พนั รอบข้อต่อ T- way
4.3 ถุงมือ sterile
4.4 Transpore
5. วิธีปฏิบัติ
5.1 ตรวจสอบชอื่ -สกลุ ผู้ปว่ ย กับTPN ที่จะให้
5.2 อธบิ ายเหตผุ ลการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ (TPN) และข้ันตอนการให้กรณีมญี าติ
5.3 ลา้ งมือกอ่ นให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำอย่างถกู ต้องตามหลัก
5.4 เปิด set ที่เตรียมไว้สำหรับให้ TPN

5.4.1 พยาบาลคนท่ี 1 สวมถงุ มือ sterile

5.4.2 กรณใี ห้ 20% intralipid พยาบาลคนท่ี 2 เช็ดทำความสะอาดปากขวดที่ใส่ 20%intralipid
ด้วย 1%chlorhexidine in 70% alcohol และ สง่ ให้พยาบาลคนที่ 1 ใช้ Syringe plastic ดดู
20%intralipid ตามแพทยก์ ำหนด

5.4.3 พยาบาลคนท่ี 2 เช็ดทำความสะอาดปากขวด TPN ดว้ ย 1%chlorhexidine in 70%
alcohol และสง่ ใหพ้ ยาบาลคนท่ี 1ใช้ Set IV (microdrip) ตอ่ ลงขวด TPN และไล่สาย ให้พยาบาลคนท่ี 2
นำขวด TPN ใหม่แขวนทเ่ี สานำ้ เกลือ โดย Set IV สว่ นท่จี ะต่อกับผปู้ ว่ ย อยใู่ นถาดที่ปผู ้า Sterile อยู่ และ
พยาบาลคนที่ 1 นำ Setตอ่ TPN มาตอ่ T- way รว่ มกับ 20%intralipid (กรณีให้20%intralipid)

5.4.4 พยาบาลคนท่ี 1 นำผ้าสเ่ี หลย่ี ม sterile ทีอ่ ยู่ใน Set มาปูวางบรเิ วณท่จี ะตอ่ TPN เขา้ กบั ผู้ปว่ ย
และพยาบาลคนท่ี 2 เปน็ ผู้ถือ สาย TPN เก่า เพ่ือให้พยาบาลคนท่ี 1 เช็ดทำความสะอาด ปลด ขอ้ ต่อและนำ
ชุดขอ้ ต่อ TPN ใหม่มาต่อให้กับผปู้ ว่ ยและปรบั อัตราการไหลตามแผนการรักษา และนำก๊อสมาปิดรอบบริเวณ
ข้อต่อ T- way ปิดดว้ ย Transpore

5.4.5 พยาบาลคนที่ 1 ถอดถุงมือ และเก็บอุปกรณ์

5.4.6 ลา้ งมอื หลงั ให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำอย่างถูกต้องตามหลัก

5.4.7 สงั เกตอาการหลังให้ TPN

5.4.8 ลงบันทึกในแบบบนั ทกึ ทางการพยาบาล หรอื ในใบบันทกึ การใหส้ ารน้ำ

แนวทางการป้องก

การเตรียมก่อนการให้สารน้า
กรณีใหส้ ารน้าทวั่ ไป

1.พยาบาลเจา้ ของไขเ้ ตรียมสารน้าโดยการตรวจดูชนิดของสารน้าและ วนั หมดอายุ
2.ติดป้ายแสดงช่ือ สกุลของผปู้ ่ วย ชนิดของสารน้า และยาที่ผสม จานวนหยด และวนั เวลาท
ผใู้ ห(้ ตามป้ายท่ีกาหนดไว)้
กรณีให้ TPN
1.พยาบาลเจา้ ของไข้ ตรวจสอบ order แพทย์ และใบ TPN เพอ่ื ดูส่วนผสมและตาแหน่งท่ีให
เป็น central หรือ peripheral
2.ถา่ ยเอกสารใบ order TPN แนบไปคู่กบั ใบTPN และนาไปใหฝ้ ่ ายผลิต
3.เมื่อไดร้ ับ TPN จากหอ้ งผลิตยา ใหเ้ ช็ค ช่ือ-สกุล ผปู้ ่ วย ตามหลกั identify , ความเขม้ ขน้ ส
(OSMO) โดยพยาบาลเจา้ ของไขแ้ ละBuddy หรือ CN
4.ตรวจสอบความเขม้ ขน้ ของสารน้า (OSMO) ใหท้ าง peripheral คือ 600-900 ถา้ OSMO ,
มากกวา่ 900 ใหร้ ายงานแพทยท์ นั ที เพ่อื ยนื ยนั วา่ จะให้ TPN ตอ่ หรือไม่ ให้TPNตามหลกั sterile tec
5.ลง 224 กรณีเภสัชกรไมโ่ ทรแจง้ ความเขม้ ขน้ ของส่วนผสม

หลอดเลือดดาอกั เสบ (Phlebitis)
หมายถึง การอกั เสบของหลอดเลือดดาบริเวณท่ีใหส้ ารน้า/ส่วนประกอบของเลือด และยา มีลกั ษณะป
บวม แดง ร้อน คลาเสน้ เลือดดาจะไดร้ อยนูนบริเวณที่แทงเขม็ หรือ คลาเส้นเลือดดาไดเ้ ป็นเส้นแขง็ เห
ตาแหน่งที่แทงเขม็
โดยมีการแบ่งตาแหน่งระดบั ความรุนแรงของหลอดเลือดดาอกั เสบ แบง่ เป็น 5 ระดบั (Grade) ดงั น้ี

Grade 0 ไม่มีอาการ
Grade 1 แดงบริเวณท่ีแทงไม่มีอาการปวด
Grade 2 ปวดบริเวณท่ีแทง หรือ มีบวม แดง ร่วมดว้ ย
Grade 3 ปวดบริเวณท่ีแทง มีบวม แดง ร่วมกบั เสน้ เลือดดาใตเ้ สน้ แขง็ ≥ 1 นิ้ว
Grade 4 ปวดบริเวณท่ีแทง มีบวม แดง ร่วมกบั เส้นเลือดดาใตเ้ สน้ แขง็ > 1 นิ้ว

กนั หลอดเลือดดาอกั เสบ ครงั้ ท่ี 1 วนั ท่ี 23 กนั ยำยน 2563

การดูแลผ้ปู ่ วยขณะได้รับสารน้า

1.ระยะเวลาในการตรวจสอบสารน้า

1.1ใหพ้ ยาบาลเจา้ ของไขแ้ ต่ละเวรตรวจสอบสารน้า/TPNท่ีไดร้ ับในขณะ
ที่ให้ รับส่งเวร

1.2ในระหวา่ งดูแลในเวร

- ถา้ เป็นสารน้าทวั่ ไป ใหพ้ ยาบาลเจา้ ของไข้ ประเมินตรวจสอบทกุ 2
ห้วา่ ชวั่ โมง

- ถา้ เป็น TPN ใหพ้ ยาบาลเจา้ ของไขต้ รวจสอบทกุ 1 ชว่ั โมง

- กรณีที่มีการ leak บวมใหใ้ ช้ Syringe 3 ml ดูดยาหรือสารน้าใหไ้ ดม้ าก
สารน้า สุดแลว้ ดึงเขม็ ออก แทงเสน้ ใหม่ และตรวจสอบบริเวณแทง 15 นาทีและ

ปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนด

2.ตาแหน่งบริเวณท่ีใหส้ ารน้า
chnic 2.1พยาบาลเจา้ ของไขต้ รวจสอบบริเวณขอ้ ต่อตา่ งๆ ใหอ้ ย่ใู นสภาพที่แน่น

ไมห่ ลุดง่าย

2.2เปลี่ยนตาแหน่งที่แทงเข็ม เมื่อพบวา่ มี บวม แดง และลงบนั ทึกใน flow

ปวด chกaาrรt พวา่ยาleบaาkลเแมล่ือะเกoิดffPเสhlน้ ebเปitลis่ียนใหม่
หนือ 1.ประเม2ิน.3รเปะดล่ีบยั นPตhาlแebหitนis่งแทลี่แะทงoเfขf ็มIVทุกFl9u6idชหมร.ือ Plug และเปล่ียน
ตาแหน่งใหมท่ นั ที เมื่อเกิด Phlebitis ต้งั แต่ Gr.1 ข้ึนไป

2.ประคบร้อน/เยน็ ตามชนิด/สารน้ายา จนกวา่ บริเวณอกั เสบยุบบวม

3.ทาดว้ ย Alovela gel บริเวณที่อกั เสบ

4.ประเมินซ้า ถา้ บริเวณท่ีบวมอกั เสบไม่ลดลง ใหร้ ายงานแพทย์

5.ลง224 เม่ือพบต้งั แต่ Gr.3 ข้นึ ไป

แผนปฏบิ ตั ิการ

หน่วยงาน หอ้ งผู้ป่วยหนกั ทารกแรกเกดิ กลุม่ งานกุมารเ

กลยุทธท์ ี่ 1 พัฒนาการจดั ระบบบรกิ ารพยาบาลท่ีมีคณุ ภาพตามมาตรฐาน

เป้าหมาย : ระบบบริการพยาบาลเป็นเลศิ ในสาขา Excellence ท่ีมา : อุบัติการณ์ค

วตั ถปุ ระสงค์ ช่ือเร่ือง กิจกรรม ตวั ชี้วดั

- เพื่อป้องกนั แนวทางการ 1.ประชมุ วิเคราะห์หาสาเหตุ โดยใช้ อบุ ตั กิ ารณ์
สายสวน ปอ้ งกนั การเล่ือน Fish bone Diagram การเกดิ สาย
หลอดเลอื ด หลดุ ของสายสวน ( รายละเอียดตามเอกสารแนบ) สวนหลอด
สะดือเล่ือน หลอดเลือดดำ เลอื ดสะดือ
หลดุ ใหญท่ างสาย เลอ่ื นหลุด
สะดือ

2. กจิ กรรม/ แก้ไขการป้องกัน
2.1 ด้านผ้ปู ่วย ถ้าผิวบางเสี่ยง
บาดเจ็บทีผ่ ิวหนัง
- ใช้ Tegaderm แปะรอบพน้ื ท่ี
ผวิ หนังท่ีจะใชพ้ ลาสเตอร์ยึดติดสาย
ปอ้ งกันเลื่อนหลุด

(Action Plan)
เวชกรรม กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพทุ ธชินราช พิษณุโลก

ความเสีย่ ง NICU2- IR 107912 ระดบั C วันท่ี 20 พ ย.63 ผลการทำ ARCA

เป้าหมาย ระยะเวลา ผรู้ ับผิด

ชอบ

ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ ม.ี ค เม.ย พ.ค ม.ิ ย ก.ค ส.ค ก.ย
63 63 63 64 64 64 64 64 64. 64 64 64.

0% วนั ที่30 พ ย.63 พยาบาล
ในเวร
หัวหน้า
หอ
ผปู้ ว่ ย
และ ทมี
Risk

หวั หนา้

หอ

ผูป้ ว่ ย

และ

ทีมRisk

วตั ถุประสงค์ ช่อื เร่อื ง กจิ กรรม ตวั ชี้วดั

-.ใช้พลาสเตอรย์ ึดตดิ สายป้องกัน
เลอื่ นหลดุ โดยเลอื กใชช้ นดิ
Micropore
2.2 ดา้ นอปุ กรณ์ สาย ข้อต่อต่างๆท่ี
ต่อจากสายสวนหลอดเลือดและต่อ
กบั เคร่ืองควบคุมสารนำ้ ตอ้ งยาว ไม่
เกดิ การดึงรัง้ โดย
- กรณตี ่อกบั Syringe pump ให้ใช้
Extensionสายยาว1เส้นหรอื สายสัน้
เล็ก 3 เสน้ ตอ่ จากสายสวนหลอดเลือด
- กรณีต่อกับ Infusion pump ใหใ้ ช้ตอ่
สายExtensionสายสน้ั เล็ก 1 เสน้ ตอ่
จากสายสวนหลอดเลอื ด
- ดูแลจัดสายอุปกรณ์ monitor ต่างๆ
ให้เปน็ ระเบยี บ ไมใ่ ห้เกิดการดงึ รัง้
2.3.ด้านเจา้ หนา้ ที่
ใช้เจา้ หนา้ ทอ่ี ยา่ งน้อย 2 คนในการเช็ค
ตรวจสอบตำแหน่ง การ stap

เปา้ หมาย ระยะเวลา ผรู้ บั ผิด

ชอบ

ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ ม.ี ค เม.ย พ.ค ม.ิ ย ก.ค ส.ค ก.ย
63 63 63 64 64 64 64 64 64. 64 64 64.

วตั ถุประสงค์ ช่อื เร่อื ง กิจกรรม ตัวชี้วัด

(ต้องมีพยาบาลอยา่ งน้อย 1 คน)
2.4.ด้านกจิ กรรมทีเ่ สี่ยงต่อการเลอื่ น
หลดุ ได้แก่ การเปลยี่ นผ้าอ้อม
การเคลื่อนยา้ ย/ยกขยับผปู้ ่วย การ
เลอื่ นสายสวนหลอดเลอื ดออก เป็นตน้
ใหเ้ ฝา้ ระวัง และใช้เจา้ หนา้ ทจี่ ำนวน 2
คนตามกจิ กรรมทเ่ี สี่ยง
2.5.เทคนคิ การตดิ พลาสเตอร์
- ตรวจเช็คความแนน่ ของดา้ ยทเี่ ย็บยึด
สายสวนหลอดเลอื ด
- ใหย้ ึดตดิ สายสวนแบบทำสะพานตาม
วธิ ีการให้เสร็จเรียบร้อยหลงั แพทยใ์ ส่
สายสวนหลอดเลือดโดยไมต่ ้องรอ
X-ray
3. แจ้งแนวทางปฏิบัตใิ ห้เจ้าหนา้ ที่ใน
หน่วยงานรบั ทราบทางไลน์ และ
เอกสารหลกั ฐานใหเ้ ซน็ ช่ือรบั ทราบ

เปา้ หมาย ระยะเวลา ผูร้ ับผดิ

ชอบ

ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย
63 63 63 64 64 64 64 64 64. 64 64 64.

วนั ที่ 4 ธ.ค.63 หัวหน้า
หอ
ผปู้ ว่ ย

วตั ถุประสงค์ ช่อื เร่อื ง กจิ กรรม ตวั ชี้วดั

4. ตดิ ตามนเิ ทศ ตรวจสอบการ
ปฏบิ ัติ โดยหวั หน้าหอผ้ปู ว่ ย
พยาบาลหัวหนา้ เวร และ พยาบาล
ทมี Risk

5.สรุปผลการดำเนนิ งานทกุ เดือน
และนำมาปรับปรุงพฒั นา

เปา้ หมาย ระยะเวลา ผ้รู บั ผิด

ชอบ

ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย
63 63 63 64 64 64 64 64 64. 64 64 64.

หวั หน้า

หอ

ผูป้ ว่ ย

หัวหนา้

เวร

และ

ทีมRisk

หวั หน้า

หอ

ผปู้ ่วย

และ

ทมี Risk

การวเิ คราะห์ปัจจัยการเกดิ อุบตั กิ ารณ์การเลอื่ นหลุดของสายสวนหลอดเลือดดำใหญ

เจำ้ หนำ้ ท่ี ผปู้ ่วย

เจา้ หนา้ ที่อยา่ งนอ้ ย 2 คน Bw 700 gms

ประสบการณ์ รอยช้าตามร่างกาย ผวิ บาง

ตอ้ งมี >1 ปี อยา่ งนอ้ ย1คน ต้งั แต่เกิด

พยาบาลไม่ได้ตดิ แพทย์ - การเย็บไมแ่ น่น เคลื่อน
พลาสเตอร์ยดึ ติดสาย ขยบั ผปู้
สวน การขยบั เล่ือนสาย
สวนออก การเปล่ียน
เทคนคิ กำร
กิจกรรม
fix

ญ่ทางสายสะดอื (Umbilical Vein Catheter: UVC)

อปุ กรณ์ กำรเล่ือนหลดุ
ของสำยUVC
นยา้ ย,การยก
ป่ วย
นผา้ ออ้ ม

แนวทางการปอ้ งกันการเลอื่ นหลุดของสายสวนหลอ

ดำ้ นผปู้ ่วย ดำ้ นอปุ กรณ์ ดำ้ นเจำ้ หนำ้ ท่ี
(นำ้ หนกั นอ้ ย ผวิ บำง)
oนนน สาย ขอ้ ต่อตา่ งๆท่ตี ่อจากสาย ใชเ้ จำ้ หนำ้ ท่อี ยำ่ งนอ้
สวนหลอดเลอื ดและต่อกับ 2 คนในกำรเช็ค
1. ใช้ Tegaderm แปะ เครอ่ื งควบคมุ สารนำ้ ต้อง ตรวจสอบตำแหน่ง
รอบพนื้ ท่ผี ิวหนงั ท่จี ะใช้ ยาว ไมเ่ กิดการดึงร้งั โดย กำร stap
พลำสเตอรย์ ดึ ตดิ สำย (ตอ้ งมีพยำบำลอย่ำง
ปอ้ งกนั เลื่อนหลดุ 1. กรณีต่อกบั Syringe pump นอ้ ย 1 คน)
2. ใชพ้ ลำสเตอรย์ ดึ ตดิ ใหใ้ ช้ Extensionสำยยำว1เสน้
สำยป้องกนั เลื่อนหลดุ หรอื สำยสนั้ เล็ก 3 เสน้ ตอ่ จำก
โดยเลอื กใชช้ นดิ สำยสวนหลอดเลอื ด
2. กรณีต่อกบั Infusion pump
Micropore ใหใ้ ชต้ อ่ สำยExtensionสำยสนั้
เล็ก 1 เสน้ ต่อจำกสำยสวน
หลอดเลือด
3. ดแู ลจดั สำยอปุ กรณ์
monitor ต่ำงๆใหเ้ ป็นระเบยี บ
ไม่ใหเ้ กดิ กำรดงึ รงั้

อดเลือดดำใหญท่ างสายสะดือ

ดำ้ นกจิ กรรมเสยี่ งตอ่ ดำ้ นเทคนิคกำรตดิ พลำสเตอร์
กำรเล่อื นหลดุ
1. ตรวจเช็คความแนน่ ของดา้ ยที่
อย ไดแ้ ก่ กำรเปล่ยี นผำ้ ออ้ ม, เย็บยึดสายสวนหลอดเลอื ด
กำรเคลือ่ นยำ้ ย/ยกขยบั 2. ให้ยดึ ตดิ สายสวนแบบทำ
ผปู้ ่วย, กำรเล่อื นสำยสวน สะพานตามวิธกี ารใหเ้ สร็จ
หลอดเลือดออก เป็นตน้ เรยี บร้อยหลงั แพทยใ์ ส่สายสวน
หลอดเลือดโดยไมต่ ้องรอ X-ray
ง ใหเ้ ฝำ้ ระวงั และใช้
เจำ้ หนำ้ ท่จี ำนวน 2 คน
ตำมกิจกรรมท่เี ส่ยี ง

แนวทางการบริหารยาในห

วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่อื เป็นแนวทำงสำหรบั พยำบำลในกำรบรหิ ำรยำในหอผปู้ ่วยหนกั ทำรกแรกเก
2. เพ่อื ลดอบุ ตั กิ ำรณค์ วำมเสยี่ งจำกกำรบรหิ ำรยำในหอผปู้ ่วยหนกั ทำรกแรกเกิด

แนวทางปฏิบตั ิ

แนวทางการรับ Order
1. รบั Order ยำโดยพยำบำลเจำ้ ของไข้ ตรวจสอบรว่ มกนั กบั Buddy หรือ CN
2. กรณีเป็นยำท่ตี อ้ งผสมจำกหอ้ งผลติ ใหพ้ ยำบำลเจำ้ ของไขโ้ ทรประสำนงำนพรอ้ ม
เขยี นใบ Drug Admixture ไปหอ้ งผลติ
3. สง่ ใบ Copy order เบกิ ยำหอ้ งยำ

แนวทางตรวจสอบการรับยาจากหอ้ งยา
1.กำรรบั ยำจำกหอ้ งยำ ใหพ้ ยำบำลเจำ้ ของไขเ้ ชค็ ยำและสติก๊ เกอรย์ ำ - ใบMAR -order -
Computer ใหต้ รงกนั
2.จดั เรยี งยำเขำ้ ลอ็ คยำประจำเตยี ง หำกเป็นยำแชเ่ ย็นหรอื ยำ iv admixtureใหเ้ กบ็ เขำ้ ใน
ตเู้ ย็นอยำ่ งเป็นระเบยี บ สะดวกตอ่ กำรหยิบใช้
- กรณียำรบั ประทำนใหน้ ำสตกิ๊ เกอรข์ องคนไขท้ ่ไี ดร้ บั มำติดกบั ขวดยำ เชน่ Multivitamin
drop / FER-IN-SOL หรือขวดยำนำ้ ชนดิ อ่ืนท่หี อ้ งผลิตยำทำมำให้ โดยลอกสติ๊กเกอรอ์ อก
เพียงเลก็ นอ้ ยตดิ ท่ขี วดยำโดยไมบ่ ดบงั ปำ้ ยฉลำกยำและปรมิ ำณ dose ยำ
- กรณียำฉีดชนดิ iv admixture หลงั รบั ยำจำกหอ้ งผลติ ใหพ้ ยำบำลเจำ้ ของไขเ้ ป็นผู้
ตรวจสอบควำมถกู ตอ้ งก่อนนำเกบ็ เขำ้ ตเู้ ย็น โดยตอ้ งมีพยำบำลร่วมเชค็ ยำ 2 คน (เจำ้ ของ
ไข+้ Buddy หรอื CN)โดยเชค็ ช่ือ/สกลุ /HN/ช่ือยำ/doseยำ/วงรอบเวลำใหย้ ำ
-นำยำ admixture ท่ไี ดร้ บั ใส่กลอ่ งประจำเตยี ง(ท่เี ตรยี มไวใ้ หเ้ ฉพำะเคส เก็บเขำ้ ตเู้ ย็น โดย
นำสติก๊ เกอรช์ ่ือคนไขแ้ ปะไวท้ ่กี ลอ่ งยำ(ควรใชเ้ ทปใสแปะทบั เพ่ือปอ้ งกนั ช่อื เปียกนำ้ ไม่ชดั )

ปรบั ปรุงหลงั ทำRCA 16 ก.ค.63 ประกำศใช้ 7 ส.ค.63

หอผูป้ ่ วยหนักทารกแรกเกิด

กดิ


แนวทางการบริหารยา/ให้ยา
1. พยำบำลเจำ้ ของไข้ Print ใบ Drug administration time กอ่ นจดั ยำ โดย print
ยำทง้ั หมดและนำมำตรวจสอบกบั ใบ MAR - Order
2. พยำบำลเจำ้ ของไขม้ กี ำรบรหิ ำรยำตำมหลกั 7 R ( ตำมแนวปฏบิ ตั เิ ดิมของ
โรงพยำบำล)
3. พยำบำลเจำ้ ของไขม้ กี ำร Double check กบั Buddy หรือ CN ในขนั้ ตอนกำรผสม
และนำสตกิ๊ เกอรข์ องคนไขต้ ิดท่ี Syringe ยำ
4. ก่อนฉีดยำมกี ำร Identify ผปู้ ่วยตำมแนวทำงปฏบิ ตั ิ (2แห่ง แสดงบคุ คล)

แนวทางการ off ยา
1. พยำบำลเจำ้ ของไขร้ บั orderและตรวจสอบรว่ มกนั กบั Buddy หรือ CN
2. นำใบ copy order ไป off ยำท่หี อ้ งยำ
3. กรณีมีกำรคนื ยำ ใหพ้ ยำบำลเจำ้ ของไขน้ ำสตกิ เกอรย์ ำหรอื ช่ือคนไข้ ติดกบั ซองหรอื ถงุ ใสย่ ำ
พรอ้ มระบแุ จง้ ว่ำ คนื ยำ
4. ตรวจสอบในคอมพวิ เตอร์ ว่ำมกี ำร Off ยำเรยี บรอ้ ยแลว้
5. บนั ทกึ วนั ท่ี เวลำกำร off ยำในใบMAR เดมิ ( กรณีท่ไี ดร้ บั ใบMARมำก่อนท่จี ะสง่ ใบOrder
ไป off ยำ )


Click to View FlipBook Version