หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
พฒั นาการของอาณาจกั รธนบุรี
พฒั นาการของอาณาจักรธนบุรี
• การสถาปนาอาณาจกั รธนบรุ ี
• พฒั นาการทางประวตั ิศาสตรข์ องอาณาจกั รธนบรุ ี
• การเส่อื มอานาจของอาณาจกั รธนบรุ ี
• ภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั ธนบรุ ี
แผนทก่ี รุงธนบุรีในสมัยสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช
เหตุผลของการต้งั กรุงธนบุรีเป็ นราชธานี
• กาลงั ไพรพ่ ลของพระยาตาก (สนิ ) ไมม่ ากพอจะรกั ษากรุงศรอี ยธุ ยา
• กรุงธนบรุ ตี งั้ อยไู่ มห่ า่ งไกลจากกรุงศรีอยธุ ยา
• กรุงศรอี ยธุ ยาทรุดโทรมจนยากจะฟื้นฟขู นึ้ ใหม่
ปัจจยั ท่ีมผี ลต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั รธนบุรี
ความเข้มแขง็ ทางด้านการทหาร อนั เป็นผลมาจากการรวมชุมนุมต่างๆ เขา้ มา
อยใู่ นอาณาจกั ร นอกจากน้ียงั มีแม่ทพั ที่มีความสามารถหลายคน เช่น
สมเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึก เจา้ พระยาสุรสีห์
นโยบายฟื้ นฟูเศรษฐกจิ เช่น การแกป้ ัญหาขาดแคลนขา้ วสาร การส่งเสริม
การทานา เพาะปลูก ทาใหเ้ ศรษฐกิจของธนบุรีท่ีตกต่าในระยะแรก
การสถาปนาสามารถฟ้ื นตวั ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
นโยบายฟื้ นฟูพระพทุ ธศาสนา โดยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชทรงฟ้ื นฟู
คณะสงฆท์ ี่เสื่อมโทรมลงไปมากเม่ือคราวสงครามเสียกรุงศรีอยธุ ยาใหก้ ลบั มา
เจริญรุ่งเรืองดงั เดิม
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
การสร้างความเป็ นปึ กแผ่นของอาณาจกั รธนบุรี
ภายหลงั พระยาตาก (สนิ ) กอบกเู้ อกราชได้ และสถาปนากรุงธนบรุ เี ป็นราชธานี
พรอ้ มกบั กระทาพธิ ีบรมราชาภิเษกขนึ้ เป็นพระมหากษัตรยิ ์ บา้ นเมอื งไดแ้ บง่ แยกเป็น 6 ชมุ นมุ
ซง่ึ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงปราบปรามชมุ นมุ ตา่ งๆ ลงไดใ้ นท่สี ดุ
เส้นเวลาแสดงการปราบชุมนุมตา่ งๆ ของสมเดจ็ พระจา้ ตากสิน
ตีไดเ้ มืองพิมายของ มหาปรราาชบเจา้ พระฝาง เมืองสวางคบุรี
กรมหมื่นเทพพพิ ิธ
และยดึ เมืองพษิ ณุโลก
พ.ศ. 2311
พ.ศ. 2313
พ.ศ. 2310 พ.ศ. 2312
ตีไดค้ ่ายโพธ์ิสามตน้ ตไี ดเ้ มือง
ของสุก้ีพระนายกอง นครศรธี รรมราช
รูปแบบการปกครองสมัยธนบุรี
•การบริหารราชการแผ่นดนิ ส่วนกลาง ยงั คงยดึ แบบอยา่ งสมยั อยธุ ยาตอนปลาย
พระมหากษัตริย์
สมุหพระกลาโหม สมุหนายก
ดแู ลงานฝ่าย ดแู ลหวั เมอื งฝ่ายเหนือทงั้ ฝ่ายทหารและ
ทหารท่วั ไป พลเรอื น รวมทงั้ จตสุ ดมภ์ โดยเสนาบดี
กรมคลงั รบั ผิดชอบกรมคลงั และหวั เมือง
ชายทะเลตะวนั ออก และหวั เมืองฝ่ายใต้
ทงั้ ฝ่ายทหารและพลเรอื น
• การบริหารราชการแผน่ ดนิ ส่วนหวั เมอื ง ยงั คงยดึ แบบอยา่ งสมยั อยธุ ยา
หวั เมอื งชนั้ ใน มีผรู้ งั้ เมืองและคณะ
กรมการเมือง รบั นโยบายและคาส่งั จาก
เสนาบดีจากสว่ นกลาง จดั เป็นเมอื ง
จตั วา (เมอื งพระยามหานคร) มี
หวั เมอื งชัน้ นอก
เจา้ เมืองปกครองพรอ้ มทงั้ คณะกรมการเมอื ง มี
จตสุ ดมภเ์ หมือนราชธานี มีเมอื งใหญ่นอ้ ยขนึ้
ราชธานี ตรงอีกตอ่ หนง่ึ หวั เมอื งเหลา่ นีแ้ บ่งเป็นหวั เมือง
เอก โท ตรี
หัวเมืองประเทศราช ตอ้ งส่งเคร่ืองราชบรรณาการ
ตน้ ไมเ้ งิน ตน้ ไมท้ องมาถวายพระมหากษตั ริย์
ท่ีกรุงธนบุรี เมืองสาคญั เช่น กมั พชู า หลวงพระบาง
เวยี งจนั ทน์ จาปาศกั ด์ิ
พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ
สาเหตุสาคญั นโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกจิ
ของปัญหาเศรษฐกจิ
การซื้อข้าวมาแจกให้แก่ราษฎร
การรุกรานของพม่า การให้ข้าราชการทานาปี ละ 2 คร้ัง
การทาสงครามปราบ การปราบปรามโจรผู้ร้าย
ชุมนุมและรบกบั พม่า การประมูลผูกขาดค่าภาคหลวง
การใช้จ่ายทรัพย์สิน การให้ จับหนูมาส่ งกรมพระนครบาล
การส่ งเสริมให้ พ่อค้ามาค้าขายมากขนึ้
ในด้านต่างๆ
จานวนมาก
พฒั นาการด้านสังคม
พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง
• พระประมุขของ • เครือญาติของ • บคุ คลที่รับราชการ
ราชอาณาจกั ร พระมหากษตั ริย์ แผน่ ดิน มีท้งั ศกั ดินา
ทรงไดร้ ับการยกยอ่ ง มีศกั ดินาแตกต่าง ยศ ราชทินนาม
ใหเ้ ป็นสมมติเทพ กนั ไปตามฐานะ และตาแหน่ง
และทรงเป็ น
ธรรมราชา
ไพร่ ทาส พระภกิ ษุสงฆ์
• ราษฎรที่ตอ้ งถกู • บคุ คลท่ีมิไดม้ ี • บคุ คลท่ีสืบทอด
เกณฑแ์ รงงานใหก้ บั กรรมสิทธ์ิใน พระพทุ ธศาสนา
ทางราชการท้งั ใน แรงงานและชีวติ ซ่ึงไดร้ ับการยกยอ่ ง
ยามปกติและยาม ของตนเอง ตอ้ งตก และศรัทธาจาก
สงคราม และตอ้ ง เป็ นของนายจนกวา่ บุคคลทุกชนช้นั
สงั กดั มูลนาย จะไดไ้ ถ่ตวั
พฒั นาการด้านความสัมพนั ธ์กบั รัฐใกล้เคยี ง
ล้านนา
•ลกั ษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นการเผชิญหนา้ ทางทหาร
และการขยายอานาจ
•พ.ศ. 2313-2314 สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช
ทรงสง่ กองทพั ไปตเี มืองเชียงใหมแ่ ตไ่ ม่สาเรจ็
•พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงส่ง
กองทพั ไปตีเชียงใหมค่ รงั้ ท่ี 2 ไดส้ าเรจ็ และทรงให้
เจา้ นายลา้ นนาเป็นผปู้ กครองลา้ นนากนั เอง
•พ.ศ. 2319 พม่ายกทพั มาตเี ชียงใหม่ เจา้ พระยา-
สรุ สีหไ์ ดค้ มุ ทพั หวั เมอื งเหนือยกไปตเี ชียงใหม่
คืนไดส้ าเรจ็
พม่า
•ลกั ษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นการเผชิญหนา้
ทางทหาร เพ่อื ปอ้ งกนั เอกราชจากการโจมตี
ของพมา่
•สมยั ธนบรุ พี มา่ พยายามโจมตไี ทยตอ่ โดยมี
การทาสงครามตอ่ กนั ถึง 10 ครงั้ ครงั้ สาคญั
เช่น ศกึ คา่ ยโพธิ์สามตน้ พ.ศ. 2310 ศกึ
เชียงใหม่ (ครงั้ ท่ี 2 ) พ.ศ. 2317 ศกึ บางแกว้
เมอื งราชบรุ ี พ.ศ. 2317 ศกึ อะแซหวนุ่ กี้ พ.ศ.
2318-2319 ซง่ึ สงครามครงั้ นีเ้ ป็นศกึ ใหญ่
กวา่ ทกุ ครงั้ ในสมยั ธนบรุ ี
ล้านช้าง
•ลกั ษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นการใหค้ วามชว่ ยเหลือ
เกือ้ กลู และการขยายอานาจ
•พ.ศ. 2319 เจา้ เมอื งนางรองเป็นกบฏหนั ไปสวามิภกั ดิ์
ตอ่ จาปาศกั ดิ์ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชจงึ โปรดให้
ยกทพั ไปปราบเจา้ เมอื งนางรอง และตีจาปาศกั ดิ์ ทาให้
ลาวตอนใตข้ นึ้ กบั ไทย
•พ.ศ. 2321 เจา้ นครเวียงจนั ทนส์ ง่ กองทพั มาจบั พระวอ
เสนาบดีเมืองเวียงจนั ทนท์ ่ขี อสวามิภกั ดิต์ อ่ ไทย
โดยหนีมาอย่ทู ่ดี อนมดแดง จนพระวอเสยี ชีวิต
สมเด็จเจา้ พระยามหากษัตรยิ ศ์ กึ ไดเ้ ป็นแมท่ พั ไปตี
เวียงจนั ทนไ์ ดส้ าเรจ็ พรอ้ มทงั้ อญั เชญิ พระแกว้ มรกต
กบั พระบางมายงั กรุงธนบรุ ี
เขมร
•ลกั ษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นการใหค้ วามช่วยเหลอื
และการขยายอานาจ
•พ.ศ. 2312 เขมรไมย่ อมสวามิภกั ดิต์ อ่ ไทย
ไทยจงึ ยกทพั ไปตไี ดเ้ มอื งเสยี มราฐ
และพระตะบอง
•พ.ศ. 2313 เขมรยกทพั โจมตเี มืองตราด จนั ทบรุ ี
แตถ่ กู ไทยตแี ตกพา่ ยไป ตอ่ มาไทยยกทพั ไปตีเขมร
อกี จนตไี ดห้ ลายเมือง และแต่งตงั้ ใหส้ มเด็จ
พระรามราชาครองเขมรและขนึ้ ตรงต่อธนบรุ ี
•พ.ศ. 2323 เกิดกบฏขนึ้ ในเขมร สมเดจ็ พระเจา้ -
ตากสินมหาราชจงึ โปรดใหเ้ จา้ พระยามหา-
กษัตรยิ ศ์ กึ เป็นแมท่ พั ไปตเี ขมร แตท่ าง
กรุงธนบรุ เี กิดจลาจล จงึ ตอ้ งยกทพั กลบั
พฒั นาการด้านความสัมพนั ธ์กบั ดนิ แดนอื่นๆ ในเอเชีย
จนี
•ลกั ษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นการคา้ ในระบบ
บรรณาการ
•ภายหลงั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชขนึ้
ครองราชสมบตั แิ ลว้ ทรงสง่ ทตู ไปจีนหลายครงั้ ใน
พ.ศ. 2314 และ พ.ศ. 2318 แตจ่ ีนมไิ ดใ้ ห้
การรบั รองฐานะของพระองค์ เพราะเห็นวา่ การขึน้
ครองราชยส์ มบตั ไิ มถ่ กู ตอ้ งและชอบธรรม
แตจ่ ีนก็ยอมขายกามะถนั และกระทะเหลก็
ใหไ้ ทยนามาทาดนิ ปืนและหลอ่ ปืนใหญ่ จนกระท่งั
ใน พ.ศ. 2324 จีนจงึ ยอมรบั รอง
ฐานะ
พฒั นาการด้านความสัมพนั ธ์กบั ชาตติ ะวันตก
อังกฤษ
•ไทยสมยั ธนบรุ มี ีความสมั พนั ธก์ บั องั กฤษ
โดยพอ่ คา้ องั กฤษช่ือ รอ้ ยเอกฟรานซิส ไลต์
หรอื ไทยเรยี กวา่ กปิตนั เหลก็ ไดจ้ ดั หาอาวธุ มาให้
ไทยใชต้ อ่ สกู้ บั พมา่ ภายหลงั ฟรานซิส ไลต์ ไดร้ บั
พระราชทานยศเป็นพระยาราชกปิตนั
การเสื่อมอานาจของอาณาจกั ร
ธนบุรี
การเส่อื มอานาจของอาณาจกั รธนบรุ เี กิดจากเหตกุ ารณจ์ ลาจลในกรุงธนบรุ ี
หรอื ทเี่ รยี กวา่ กบฏพระยาสรรค์ ใน พ.ศ. 2325 โดยมชี าวกรุงเก่ากลมุ่ หนง่ึ คิดกบฏ
โดยทาการปลน้ จวนผรู้ กั ษากรุงเกา่ ผรู้ กั ษากรุงเก่าสไู้ มไ่ ดจ้ งึ หนีมายงั กรุงธนบรุ ี
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชจงึ มรี บั ส่งั ใหพ้ ระยาสรรคไ์ ปสืบสวนหาตวั ผรู้ า้ ย
แตพ่ ระยาสรรคก์ ลบั ไปเขา้ กบั พวกกบฏและคมุ กาลงั มาตกี รุงธนบรุ ี จนสามารถปลน้
พระราชวงั ได้ การจลาจลในธนบรุ ที าใหส้ มเดจ็ เจา้ พระยามหากษัตรยิ ศ์ กึ ตอ้ งยกทพั
จากเขมรมาแกไ้ ขสถานการณใ์ นกรุงธนบรุ ี และทาการไตส่ วนเหตกุ ารณท์ ่เี กิดขนึ้
ทงั้ หมด บรรดาขนุ นางขา้ ราชการตา่ งลงความเห็นวา่ ควรนาสมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
มหาราชไปสาเรจ็ โทษ ดงั นนั้ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชจงึ ถกู สาเรจ็ โทษ
และสวรรคตเม่อื พ.ศ. 2325 พระชนมายไุ ด้ 48 พรรษา
การพจิ ารณาทาเลทต่ี ้งั ของราชธานี
ลักษณะของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรม ทา่ เรอื แหลมฉบงั จงั หวดั ชลบรุ ี
การท่เี มืองธนบรุ ตี งั้ อยรู่ มิ ปากแมน่ า้
เจา้ พระยา และมปี อ้ มปราการมาตงั้ แตส่ มยั
อยธุ ยา จงึ ช่วยปอ้ งกนั การโจมตขี องขา้ ศกึ และ
ติดต่อคา้ ขายทางทะเลไดส้ ะดวก
อทิ ธิพลของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมทมี่ ตี อ่
สมัยปัจจุบนั
การพจิ ารณาทาเลท่ตี งั้ ของธนบรุ ไี ดม้ ี
อทิ ธิพลตอ่ การตงั้ ศนู ยส์ าคญั ของทางราชการ
ในการพฒั นาประเทศในปัจจบุ นั เชน่ ทา่ เรอื
แหลมฉบงั ฐานทพั เรอื สตั หบี เป็นตน้
การปรับตัวเพื่อแก้ปัญหาในการดารงชีวติ
ลกั ษณะของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรม
สมยั ธนบรุ ใี นระยะแรกๆ ประสบกบั ภาวะ
สงครามและการขาดแคลนขา้ ว สมเดจ็ พระเจา้ -
ตากสนิ มหาราชจงึ ทรงแกไ้ ขปัญหาการดารงชีวิต
หลายประการ เช่น ซอื้ ขา้ วสารจากพอ่ คา้ สาเภาจีน
มาแจกจ่ายใหแ้ ก่ราษฎร ทรงใหข้ า้ ราชการ
และราษฎรจบั หนทู ่กี ดั กินขา้ วมาส่งกรมนครบาล
อทิ ธิพลของภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมทม่ี ตี ่อ
สมัยปัจจบุ นั
ภมู ปิ ัญญาดงั กลา่ วมีอิทธิพลตอ่ ปัจจบุ นั
เช่น การรณรงคใ์ หร้ บั ประทานหนนู าเพ่อื ลด
ประชากรหนใู นนาขา้ ว การทานาปีละ 2-3 ครงั้ เพ่ือ
เพ่มิ ผลผลิต
การปลูกฝังศีลธรรมให้กบั สังคม
ลักษณะของภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรม
สมยั ธนบรุ มี ีการวาดภาพเก่ียวกบั ไตร
ภมู ิหรอื โลกทงั้ สาม ไดแ้ ก่ สวรรคภ์ มู ิ มนษุ ยภมู ิ
และนรกภมู ิ เรยี กวา่ สมดุ ภาพไตรภมู ิ เพ่ือ
ปลกู ฝังใหค้ นไทยเช่ือในเรอ่ื งบาปบญุ คณุ โทษ
ผคู้ นจะไดเ้ กรงกลวั ตอ่ บาปและทาแต่ความดี
อทิ ธิพลของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมทมี่ ตี อ่
สมัยปัจจุบัน
ภมู ิปัญญาดงั กลา่ วมีอทิ ธิพลต่อ
สงั คมไทยในปัจจบุ นั เชน่ มีการวาดภาพไตรภมู ิ
ไวต้ ามผนงั โบสถแ์ ละวหิ ารตามวดั ตา่ งๆ เพ่ือ
เตอื นใจคนใหท้ าแต่ความดี ละเวน้ ความช่วั
การปรับตัวประสานสัมพนั ธ์กบั ชาวต่างชาติ
ลกั ษณะของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรม
สงั คมไทยสมยั ธนบรุ ไี ดม้ ีชาวต่างชาติ
อาศยั อยรู่ ว่ มกบั คนไทย เชน่ ชาวจีน โดยทหาร
จีนไดช้ ่วยทหารไทยรบกบั พมา่ ดว้ ยการ
ไปตงั้ คา่ ยรกั ษาเขตแดนท่บี า้ นบางกงุ้
เมอื งสมทุ รสงคราม หรอื พวกมอญท่ีอพยพ
เขา้ มาไดไ้ ปตงั้ บา้ นเรอื นอยแู่ ขวงเมอื งนนทบรุ ี
เมอื งสามโคก (ปัจจบุ นั อย่ใู น จ.ปทมุ ธานี)
อทิ ธิพลของภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมทมี่ ีตอ่
สมยั ปัจจุบนั
การโอบออ้ มอารขี องคนไทยตอ่ คน
ต่างชาติพนั ธไุ์ ดร้ บั การสบื ทอดมาจนถึงปัจจบุ นั
ด้านศิลปกรรม
ลกั ษณะของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรม
แมส้ มยั ธนบรุ บี า้ นเมืองตกอยใู่ นภาวะ
สงคราม แต่ยงั มีผลงานดา้ นนีอ้ ยบู่ า้ ง ท่ีสาคญั
เชน่ การสรา้ งพระราชวงั กรุงธนบรุ ี วงั เจา้ นาย
การบรู ณปฏิสงั ขรณแ์ ละสรา้ งวดั วาอารามต่างๆ
เช่น วดั บางหวา้ ใหญ่ (วดั ระฆงั โฆษิตาราม)
วดั แจง้ (วดั อรุณราชวราราม) วดั บางย่ีเรอื นอก
(วดั อินทาราม) รวมถงึ ภาพเขียนในหนงั สอื
สมดุ ไทยเรอ่ื งไตรภมู ิ
อทิ ธิพลของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมทม่ี ตี อ่
สมยั ปัจจุบนั
งานศลิ ปกรรมสมยั ธนบรุ ไี ดส้ ง่ ผลดี
ตอ่ การท่องเท่ยี วของไทยในปัจจบุ นั เพ่ือเป็น
แหลง่ เรยี นรูท้ างดา้ นประวตั ศิ าสตรแ์ ละศิลปะ