รายงาน ระบบโครงร่าง (Skeleton system)
จดั ทำโดย
นางสาวบุษยา มากลู 64122301058
นกั ศึกษาพยาบาลช้นั ปี ท่ี 1
นำเสนอ
อาจารยจ์ ิตฤดี รอดการทุกข์
ภาคการเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช
รายงาน ระบบโครงร่าง (Skeleton system)
จดั ทำโดย
นางสาวบุษยา มากลู 64122301058
นกั ศึกษาพยาบาลช้นั ปี ท่ี 1
นำเสนอ
อาจารยจ์ ิตฤดี รอดการทุกข์
ภาคการเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช
ก
คำนำ
รายงานเล่มน้ีเป็นส่วนหน่ึงในรายวชิ า กายวภิ าคศาสตร์ เรื่องระบบโครงร่าง โดยในรายงานฉบบั น้ี
มีเน้ือหาเก่ียวกบั ระบบโครงร่าง ที่ประกอบไปดว้ ย กระดูก กระดูกอ่อน และขอ้ ต่อจากการศึกษา ของ
นกั ศึกษาพยาบาล วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช รายงานเล่มน้ีจดั ทำข้ึนเพื่อเป็นเป็นโยชน์
แก่นกั ศึกษาพยาบาล เพื่อทำใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ เรื่องระบบโครงร่าง มากข้ึน เพื่อนำไปใชใ้ นการ
ปฎิบตั ิในรายวชิ าการปฎิบตั ิไดอ้ ยา่ งชำนาญและมีองคค์ วามรู้ครบถว้ น
ขอขอบคุณอาจารยแ์ ละผทู้ ่ีมีความเก่ียวขอ้ งในการทำใหร้ ายงานฉบบั น้ีเสร็จสมบูรณ์ และลุลวงไป
ไดด้ ว้ ยดี หากมีขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทำตอ้ งขออภยั ไว้ ณ โอกาศน้ี
ผจู้ ดั ทำ
นางสาวบุษยา มากลู
สารบญั ข
คำนำ ก
สารบญั ข
ระบบโครงร่าง 1
1
อวยั วะท่ีเก่ียวขอ้ ง 2
กระดูก (Bone) 2
3
กระดูกแกน (Axial skeleton) 3
กระดูกรยางค์ (appendicle skeleton) 4
ชนิดของกระดูก 4
การแบ่งกระดูกจากส่วนประกอบ 5
ลกั ษณะของกระดูก 5
กระดูกอ่อน 5
ลกั ษณะที่สำคญั ของกระดูกอ่อน 6
ชนิดของกระดูกอ่อน 6
ขอ้ ต่อ ( joint ) 7
ลกั ษณะการเคล่ือนไหวของขอ้ ต่อ 9
ชนิดของขอ้ ต่อในร่างกายไดต้ ามลกั ษณะการติดต่อกนั ของกระดูกแต่ละชิ้น
บรรณานุกรม
1
ระบบโครงร่าง (Skeleton system)
ระบบโครงร่าง (Skeleton system) เป็นระบบที่เป็น
ท่ียดึ เกาะของระบบกลา้ มเน้ือ (Muscular system) เพ่ือช่วยใน
การค้ำจุนร่างกาย ปกป้ องอวยั วะภายใน รักษาร่างกายให้
คงตวั ช่วยในการเคลื่อนไหวในทุก ๆ ดา้ น อาทิ นงั่ นอน
เดิน หยบิ จบั ออกกำลงั เป็นตน้ เป็นแหล่งสะสมแร่ธาตุ โดย
เฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส นอกจากน้ีไขกระดูกซ่ึงเป็น
เน้ือเยอื่ กระดูกช้นั ในจะสร้างเมด็ เลือดแดง รวมถึงเมด็ เลือด
ขาวชนิดลิมโฟไซต์ ในระบบภมู ิคุม้ กนั อีกดว้ ย
อวยั วะท่ีเก่ียวขอ้ ง
1. กระดูก (Bone) เป็นอวยั วะท่ีประกอบดว้ ยเน้ือเยอ่ื กระดูก มีความแขง็ แรงแต่มีน้ำหนกั เบา โดยมีการ
พฒั นาใหม้ ีรูปแบบของกระดูกท่ีแตกต่าง และสอดคลอ้ งกนั กบั การทำงานของร่างกาย เช่น กะโหลก
ศีรษะ (skull) มีลกั ษณะแบนแต่แขง็ แรงมาก กระดูกตน้ ขา มีลกั ษณะเป็นแกนยาว มีจุดยดึ เกาะของ
กลา้ มเน้ือ เป็นตน้ ผใู้ หญ่จะมีกระดูกจำนวน 206 ชิ้น แบ่งออกตามตำแหน่งเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี
● กระดูกแกนลำตวั (Axial skeleton) มีจำนวน 80 ชิ้น
● กระดูกรยางค์ (Appendicular skeleton) มีจำนวน 126 ชิ้น
นอกจากน้ี หากดูตามรูปร่างของกระดูกยงั สามารถแบ่งไดเ้ ป็น กระดูกแบบยาว เช่น กระดูกแขนขา
หนา้ แขง้ กระดูกแบบส้นั เช่น กระดูกขอ้ มือ ขอ้ เทา้ กระดูกแบบแบน เช่น กระดูกศีรษะ กระดูกอก กระดูก
รูปร่างไม่แน่นอน เช่น กระดูกสนั หลงั กระดูกอุง้ เชิงกราน และกระดูกแบบส้นั ฝังตวั อยใู่ นเอน็ เช่น กระดูก
สะบา้ โครงสร้างภายในของกระดูก
2. กระดูกอ่อน (Cartilage) เป็นเน้ือเยอื่ เก่ียวพนั ท่ีมีโปรตีนหลายชนิด เช่น คอลาเจน เป็นสวนประกอบ
ท่ีมีความอ่อนนุ่มกวา่ กระดูก แต่แขง็ กวา่ กลา้ มเน้ือ พบในบริเวณขอ้ ต่อต่างๆของร่างกาย รวมถึง
โครงร่างของ ใบหู จมกู และหลอดลม กระดูกอ่อนไม่มีหลอดเลือดมาเล้ียง โดยเซลลข์ องกระดูก
อ่อนจะแลกเปลี่ยนสารอาหารโดยแพร่ผา่ นคอลลาเจนสู่เสน้ เลือดดา้ นนอก ท้งั น้ีกรณีเซลลก์ ระดูก
อ่อนถกู ทำลายจะซ่อมแซมตวั เองไดแ้ ต่ชา้ เนื่องจากมีเมตาบอลิซึมท่ีต่ำ
3. ขอ้ ต่อกระดูก (Joint ) ขอ้ ต่อจะเป็นบริเวณท่ีกระดูก 2 ชิ้นมาต่อกนั โดยมีเอน็ และองคป์ ระกอบอ่ืน ๆ
รวมถึงกลา้ มเน้ือช่วยยดึ เสริมความแขง็ แรง แบ่งเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่
● ขอ้ ต่อเสน้ ใย (Fibrous joints)
● ขอ้ ต่อกระดูกอ่อน (Cartilage joints)
● ขอ้ ต่อชนิดซิลโนเวยี ล (Sylnovial joint)
2
กระดูก (Bone)
กระดูกแกน (Axial skeleton)
คือ กระดูกท่ีเป็นแกนกลางของลำตวั มีอยู่ 80 ชิ้น ประกอบดว้ ย
กะโหลกศีรษะ 29 ชิ้น มีหนา้ ที่ห่อหุม้ และสมอง
กระดูกสนั หลงั 26 ชิ้น เป็นส่วนของกระดูกแกนท่ีช่วยค้ำจุน
และรองรับน้ำหนกั ของร่างกาย และกระดูกทรวงอก ซ่ึง
ประกอบดว้ ยกระดูกหนา้ อก 1 ชิ้น และกระดูกซี่โครงอีก 12 คู่
ซ่ึงเป็นส่วนที่ช่วยในการหายใจและป้ องกนั อนั ตรายใหก้ บั
อวยั วะท่ีอยภู่ ายใน เช่น ปอด หวั ใจ และอวยั วะอ่ืน
1.1 กระดูกกะโหลกศีรษะ (Skull) ภายในกะโหลกศีรษะเป็นโพรงสำหรับ บรรจุสมองจะ
มีกระดูกกะโหลกศีรษะและกระดูกยอ่ ยหลายๆ ชิ้นเชื่อมติดกนั กระดูกกะโหลกศีรษะจึง
ทำหนา้ ที่ห่อหุม้ และป้ องกนั สมองดว้ ย
1.2 กระดูกสนั หลงั (Vertebra) เป็นส่วนของกระดูกแกนท่ีช่วยค้ำจุนและรองรับน้ำหนกั
ของร่างกาย กระดูกสนั หลงั เป็นแนวกระดูกที่ทอดอยทู่ างดา้ นหลงั ของร่างกาย
ประกอบดว้ ยกระดูกชิ้นเลก็ ๆ เป็นขอ้ ๆ ติดกนั ดว้ ยกลา้ มเน้ือ
และเอน็
1.3 กระดูกซี่โครง (Ribe) มีลกั ษณะเป็นซี่ๆ มีท้งั หมด 12 คู่
หรือ 24 ชิ้น ทำหนา้ ท่ีเป็น กำแพงใหส้ ่วนอก กระดูกซี่
โครงจะเช่ือมกบกระดูกอก (Sternum) ดว้ ยกระดูกอ่อน
ระหวา่ งกระดูกซี่โครงมีกลา้ มเน้ือยดึ ซ่ีโครงท้งั แถบนอกและ
แถบใน
3
กระดูกรยางค์ (appendicle skeleton) คือ กระดูกที่นอกเหนือไปจากกระดูกลำตวั มีอยู่ 126 ชิ้น
ประกอบดว้ ยกระดูกแขน 64 ชิ้น กระดูกขา 62 ชิ้น กระดูกแขนจะทำหนา้ ท่ีเป็นฐานเชื่อมโยงกบั กระดูก
ส่วนอ่ืนๆ ส่วนกระดูกขาซ่ึงเป็นกระดูกที่มีขนาดใหญ่และแขง็ แรงมากจะทำหนา้ ท่ีรับน้ำหนกั ของร่างกาย
โครงกระดูกรยางคป์ ระกอบดว้ ยบริเวณหลกั ๆ 6 ส่วน ไดแ้ ก่
● กระดูกโอบอก (Pectoral girdle)
● แขน (Arm)
● มือ (Hand)
● กระดูกโอบเชิงกราน (Pelvic girdle)
● ขา (Leg)
● เทา้ (Foot)
ชนิดของกระดูก
กระดูกคนเราจะมีลกั ษณะและรูปร่างต่างๆ กนั ไป แยกตามรูปร่างท่ี
ปรากฏได้ 4 ชนิด คือ
1. กระดูกยาว (long bones) พบไดท้ ่ีกระดูกตน้ แขน แขนท่อน
ปลาย ตน้ ขา และขา ฝ่ ามือ ฝ่ าเทา้ นิ้วมือ และนิ้วเทา้ เป็นกระดูก
ยาวขนาดเลก็ ในส่วนลำของกระดูกยาวเรียงตวั กนั เป็นรูปทรง
กระบอก ตรงกลางเป็นโพรง ท่ีขอบๆ กระดูกเป็นเน้ือแน่นปลาย
ของกระดูกยาวมกั โตกวา่ ส่วนลำ มีกระดูกเน้ือแน่นบางๆ อยทู่ ่ีขอบ
ภายในเป็นกระดูกชิ้นเลก็ ๆ ติดต่อกนั คลา้ ยฟองน้ำเรียกวา่ กระดูก
พรุน กระดูกพรุนชนิดน้ีมีไวส้ ำหรับรับน้ำหนกั ของร่างกายและ
เคล่ือนไหวมากกวา่ กระดูกชิ้นอ่ืนๆ ซ่ึงมีท้งั หมด 90 ชิ้น
2. กระดูกส้นั (short bones) มีอยตู่ ามร่างกายส่วนที่แขง็ แรงสำหรับออกแรงเมื่อเวลาทำงานที่ไม่มีการ
เคลื่อนไหวมาก ไดแ้ ก่ กระดูกขอ้ มือ และขอ้ เทา้ กระดูกเหล่าน้ีเป็นท่อนส้นั ๆ ไม่มีส่นลำแต่จะมีกระดูกเน้ือ
แน่นบางๆ อยทู่ ่ีขอบภายในเป็นกระดูกฟองน้ำ กระดูกส้นั มีท้งั หมด 30 ชิ้น
3. กระดูกแบน (flat bones) มีลกั ษณะเป็นแผน่ แบนกวา้ งออกไป ประกอบดว้ ยกระดูกเน้ือแน่น 2 แผน่
เชื่อมติดกนั ภายในเป็นกระดูกพรุน กระดูกชนิดน้ีจะช่วยป้ องกนั อวยั วะภายในไม่ใหไ้ ดร้ ับอนั ตรายง่าย
ไดแ้ ก่ กระดูกกะโหลกศีรษะ กระดูกซ่ีโครง กระดูกสะบกั กระดูกหนา้ อกและกระดูกเชิงกราน กระดูกแบน
มีท้งั หมด 40 ชิ้น
4. กระดูกที่มีรูปร่างไม่แน่นอน (irregular bones) หรือมีรูปร่างแปลกๆ ได่แก่ กระดูกสนั หลงั กระดูกกน้ กบ
กระดูกขากรรไกร กระดูกโคนลิ้น กระดูกหู ฯลฯ กระดูกชนิดน้ีมีแง่ มีเหลี่ยมหรือช่องโคง้ ไปมามาก
เพื่อใหเ้ หมาะกบั การประกอบเขา้ ไดก้ บั กระดูกชิ้นอ่ืนที่เป็นโครงร่างของร่างกาย กระดูกชนิดน้ีมีท้งั หมด 46
ชิ้น
4
การแบ่งกระดูกจากส่วนประกอบ 2. ส่วนที่ไม่มีชีวติ ไดแ้ ก่ สารประกอบ
การแบ่งกระดูกจากส่วนประกอบจะแบ่งไดเ้ ป็น 2 พวกแคลเซียมคาร์บอเน็ต และแคลเซียมฟอสเฟต
ส่วน คือ แร่ธาตุเหล่าน้ีสามารถละลายไปสู่เลือดไดเ้ มื่อ
1. ส่วนท่ีมีชีวติ ไดแ้ ก่ เซลลก์ ระดูก ร่างกายตอ้ งการ กระดูกจึงเป็นแหล่งสะสมธาตุ
เน้ือเยอื่ ยดึ เหนี่ยว เน้ือเยอื่ ประสาท และ แคลเซียมแร่ธาตุเหล่าน้ีเป็นส่วนท่ีทำใหก้ ระดูก
หลอดเลือดเป็นส่วนที่ทำใหก้ ระดูกเหนียวแน่น แขง็ แรง ส่วนประกอบของกระดูกท้งั สองส่วน
ทนทาน ไม่เปราะหรือแตกหกั ง่าย เมื่อประกอบกนั เขา้ จึงทำใหก้ ระดูกของคนเรา
แขง็ แรง เหนียวแน่น ทนทาน ไม่เปราะหรือ
แตกหกั ง่าย
ลกั ษณะของกระดูก
กระดูกเกือบทุกชนิดของมนุษย์ มีลกั ษณะดงั น้ี
1. ส่วนที่ถไู ถกบั กระดูกอื่นจะเป็นส่วนที่เรียกวา่ ดา้ นขอ้ ต่อ จะมีกระดูกอ่อนและน้ำไขขอ้ จะช่วย
ลดการเสียดของกระดูกขณะเคล่ือนไหว ซ่ึงทำใหก้ ระดูกเคล่ือยไหวที่ขอ้ ต่อไดส้ ะดวก ยกเวน้ กระดูกแบน
จะไม่มีกระดูกอ่อนคลุม เช่น กระดูกดา้ นบนของกะโหลกศีรษะ ซ่ึงมีขอบขรุขระ และยดึ กนั ดว้ ยพงั ผดื
2. ภายในท่อนกระดูก หรือที่เรียกวา่ ส่วนลำของกระดูก จะปรากฏลกั ษณะของเน้ือเยอื่ กระดูก 2
ชนิด คือ
● กระดูกทึบและกระดูกพรุนกระดูกทึบ(com-pact bone)เป็นส่วนที่ติดกบั เย้อื เยอื่ หุม้ กระดูก ทำหนา้ ที่
คลา้ ยฝาผนงั มีความแขง็ แรง ช่วยในการพยงุ รับน้ำหนกั ลกั ษณะภายในจะเห็นเป็นวงซอ้ นกนั เป็น
ช้นั ๆมีช่องวา่ งตรงกลางวงเพื่อใหเ้ สน้ เลือดนำอาหารผา่ นเขา้ ไปเล้ียงเซลลไ์ ด้
● กระดูกพรุน(spongy bone)เป็นส่วนท่ีอยถู่ ดั จากกระดูกทึบเขา้ ไปช่องวา่ งอยมู่ ากคลา้ ยฟองน้ำ เรียก
ช่องวา่ งน้ีวา่ โพรงกระดูก(medullary cavity)ภายในโพรงกระดูกจะมี ไขกระดูก(morrow)บรรจุอยู่
ซ่ึงไขกระดูกน้ีจะทำหนา้ ท่ีสร้างเซลลเ์ มด็ เลือดต่างๆรวมท้งั เกลด็ เลือดใหก้ บั ร่างกาย
3. ส่วนของกระดูกท้งั หมด ยกเวน้ ดา้ นขอ้ ต่อจะมีเยอื่ บางๆห่อหุม้ เรียกวา่ เยอ่ื หุม้ กระดูก(bone
covering)ระหวา่ งเน้ือเยอื่ ยดึ เหน่ียว และไขกระดูกกจ็ ะมีเยอ่ื บางๆน้ีบุคนั่ ไวเ้ ช่นเดียวกนั เยอ่ื น้ีทำหนา้ ท่ีสร้าง
เซลลก์ ระดูกใหม่เพ่ือทดแทนเซลลก์ ระดูกส่วนท่ีตายไปและเพ่ิมเซลลก์ ระดูกใหม้ ากข้ึนเพ่ือการเจริญเติบโต
ของกระดูก หรือซ่อมแซมในกรณีที่กระดูกหกั
5
กระดูกอ่อน
กระดูกอ่อนจดั เป็นเน้ือเยอ่ื เกี่ยวพนั ชนิดพิเศษที่มีเมทริกซ์แขง็ กวา่ เน้ือเยอื่
เกี่ยวพนั ชนิดอื่นๆ ยกเวน้ กระดูกแขง็ หนา้ ท่ีสำคญั ของกระดูกอ่อนคือ รองรับ
ส่วนท่ีอ่อนนุ่มของร่างกาย เนื่องจากผวิ ของกระดูกอ่อน เรียบ เพ่ือจะใหก้ าร
เคล่ือนไหวไดส้ ะดวก ป้ องกนั การเสียดสี จึงพบวา่ กระดูกอ่อนจะพบท่ีปลาย
หรือหวั ของกระดูก ท่ีประกอบเป็นขอ้ ต่อต่างๆ และยงั เป็นตน้ กำเนิดของกระดูก
แขง็ ทวั่ ร่างกาย นอกจากน้ี กระดูกอ่อนยงั ทำหนา้ ที่รองรับน้ำหนกั ตวั รวมท้งั
การเคลื่อนไหวและกิจกรรมของอวยั วะต่างๆ ดว้ ย
ลกั ษณะที่สำคญั ของกระดูกอ่อน
ไม่มีหลอดเลือดฝอยมาเล้ียงโดยตรง ไดร้ ับอาหารจากการแพร่จากผวิ เซลลข์ องกระดูกอ่อนที่อยลู่ ึกๆ เม่ือมี
แคลเซียมมาฝังตวั ในเมทริกซ์มากข้ึน ทำใหเ้ ซลลก์ ระดูกอ่อนตายซ่ึงต่อไปจะกลายเป็นกระดูกแขง็ มีจำนวน
เซลลน์ อ้ ย และมีเมทริกซ์มาก ไม่มีหลอดน้ำเหลืองหรือเสน้ ประสาทมาหล่อเล้ียงและมีอตั ราเมแทบอลิซึมต่ำ
เซลลก์ ระดูกอ่อนจะอยกู่ นั เป็นกลุ่มๆ ภายในช่องคาลนู า
ชนิดของกระดูกอ่อน
1. กระดูกอ่อนไฮอะลีน หรือกระดูกอ่อนขาว
(hyaline cartilage) ปรากฏเป็นสีขาวปนน้ำเงิน
พบไดท้ ี่ดา้ นขอ้ ต่อของกระดูก กระดูกอ่อนซ่ีโครง
กระดูกอ่อนกล่องเสียง และกระดูกอ่อนหลอดลม
2. กระดูกอ่อนยดื หยนุ่ (elastic cartilage) สีค่อนขา้ ง
เหลือง ยดื หยนุ่ ไดม้ าก เพราะมีเสน้ ใยยดื หยนุ่ มากพบ
ไดท้ ่ีกระดูกอ่อนใบหูและฝาปิ ดกล่องเสียง
3. กระดูกอ่อนพงั ผดื (fibrous cartilage) มีเสน้ ใย
พงั ผดื คอลลาเกนมาก พบไดท้ ่ีหมอนกระดูกสนั หลงั
และขอ้ ต่อ หวั หน่าว
6
ขอ้ ต่อ ( joint )
ขอ้ ต่อ ( joint ) คือบริเวณท่ีกระดูก 2 ชิ้นมาเชื่อมต่อกนั เมื่อ
จำแนกขอ้ ต่อ ตามลกั ษณะการเคลื่อนไหว สามารถแบ่งไดเ้ ป็น 3
แบบ
ลกั ษณะการเคล่ือนไหวของขอ้ ต่อ
1. ขอ้ ต่อที่เคล่ือนไหวไม่ได้ ( fibrous joint ) ไดแ้ ก่ ขอ้ ต่อของ
กระโหลกศีรษะ
2. ขอ้ ต่อท่ีเคล่ือนไหวไดเ้ ลก็ นอ้ ย ( cartilagenous joint ) เป็น
ขอ้ ต่อท่ีประกอบดว้ ยกระดูกอ่อนอยรู่ ะหวา่ งปลาย กระดูกท้งั สอง
ที่มาต่อกนั สามารถเคลื่อนไหวไดเ้ ลก็ นอ้ ย เรียกวา่ ขอ้ ต่อกระดูกอ่อน
ไดแ้ ก่ ขอ้ ต่อกระดูกสนั หลงั ขอ้ ต่อกระดูก เชิงกราน
3. ขอ้ ต่อท่ีเคล่ือนไหวไดม้ าก ( sylnovial joint ) เป็นขอ้ ต่อท่ีมีช่องวา่ งอยภู่ ายใน และภายในโพรงน้ี จะ
มีเยอื่ บุท่ีทำ หนา้ ที่ขบั ของเหลวซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยไข่ขาว เรียกวา่ น้ำไขขอ้ (sylnovial fluid ) ช่วยให้
ขอ้ ต่อ เคล่ือนที่ไดส้ ะดวก ไม่เสียดสีกนั
ขอ้ ต่อในกลุ่มน้ียงั สามารถแบ่งออกไดต้ ามรูปร่างลกั ษณะของขอ้ ต่อเป็น 6 แบบ ไดแ้ ก่
● ขอ้ ต่อแบบเบา้ (Ball and socket joint) จดั เคลื่อนไหวแบบหมุนตามแนวแกนของ
วา่ เป็นขอ้ ต่อท่ีมีความอิสระในการ เดือย ตวั อยา่ งท่ีเห็นชดั คือขอ้ ต่อระหวา่ ง
เคลื่อนไหวสูงที่สุด เน่ืองจากสามารถ กระดูกสนั หลงั ชิ้นท่ี 1 และชิ้นที่ 2
เคล่ือนไหวไดใ้ นสามมิติ ตวั อยา่ งของขอ้ (Atlantoaxial joint) ซ่ึงทำใหม้ ีการหมุน
ต่อแบบเบา้ ไดแ้ ก่ขอ้ ต่อกลีโนฮิวเมอรัล ของศีรษะและลำคอได้
(glenohumeral joint) ของไหล่ และขอ้ ● ขอ้ ต่อแบบวงรี (Ellipsoidal/Condylar
ต่อสะโพก (hip joint) joint) มีพ้ืนผวิ ของขอ้ ต่อคลา้ ยกบั ขอ้ ต่อ
● ขอ้ ต่อแบบบานพบั (Hinge joint) มีการ แบบเบา้ แต่จะมีการจำกดั การเคล่ือนไหว
เคลื่อนไหวในสองมิติคลา้ ยบานพบั ในดา้ นใดดา้ นหน่ึง ตวั อยา่ งเช่น ขอ้ ต่อ
ประตู ตวั อยา่ งของขอ้ ต่อแบบบานพบั ของขอ้ มือ
เช่น ขอ้ ศอกและขอ้ เข่า ● ขอ้ ต่อแบบอานมา้ (Saddle joint) เป็นขอ้
● ขอ้ ต่อแบบเดือยหรือแบบหมุน (Pivot ต่อท่ีมีการประกบกนั ของส่วนเวา้ ของ
joint or rotary joint) เป็นขอ้ ต่อที่กระดูก ปลายกระดูกท้งั สองในแนวท่ีต่างกนั
ชิ้นหน่ึงจะมีส่วนยน่ื ออกไปเป็นเดือย ทำใหม้ ีการจำกดั การหมุน ตวั อยา่ งเช่น
และรับกบั กระดูกอีกชิ้นที่มีลกั ษณะคลา้ ย ขอ้ ต่อฝ่ ามือ (carpometacarpal joint) ของ
เบา้ หรือวงแหวน ทำใหเ้ กิดการ นิ้วหวั แม่มือ
7
● ขอ้ ต่อแบบเลื่อน (Gliding joint) เป็นขอ้
ต่อที่มีเพียงการเคล่ือนไหวในแนว
ระนาบ เช่นขอ้ ต่อระหวา่ งกระดูกขอ้ มือ
ชนิดของขอ้ ต่อในร่างกายไดต้ ามลกั ษณะการติดต่อกนั ของกระดูกแต่ละชิ้น
● ขอ้ ต่อชนิดเสน้ ใย (Fibrous joints)
ในขอ้ ต่อลกั ษณะน้ี กระดูกจะเชื่อมติดกนั โดยเน้ือเยอ่ื เก่ียวพนั ชนิดหนาแน่น (dense connective
tissue) ซ่ึงทำใหข้ อ้ ต่อชนิดน้ีเคลื่อนไหวไม่ได้ หรือเคล่ือนไหวไดน้ อ้ ยมาก ขอ้ ต่อในลกั ษณะน้ียงั
แบ่งไดเ้ ป็นสามแบบ คือ
● รอยประสานกระดูก (Sutures) เป็นขอ้ ต่อที่อยรู่ ะหวา่ งกระดูกแต่ละชิ้นของกะโหลกศีรษะ
จะมีลกั ษณะเป็นแนวรอยต่อท่ีประกบกนั อยา่ งสนิทคลา้ ยกบั การเขา้ ไม้ และมีความคงทน
แขง็ แรงมาก
● ขอ้ ต่อเอน็ ยดึ (Syndesmosis) เป็นขอ้ ต่อท่ีมีแผน่ ของเน้ือเยอ่ื เกี่ยวพนั ชนิดหนาแน่นขึงอยู่
พบในกระดูกแบบยาว เช่นระหวา่ งกระดูกเรเดียสและกระดูกอลั นาของรยางคบ์ น และ
กระดูกทิเบียกบั กระดูกฟิ บูลาในรยางคล์ ่าง ขอ้ ต่อในลกั ษณะน้ีจะเคลื่อนไหวไดเ้ ลก็ นอ้ ย
● ขอ้ ต่อเบา้ ฟัน, ขอ้ ต่อรากฟัน (Gomphosis) เป็นขอ้ ต่อระหวา่ งรากฟันกบั เบา้ ฟันของกระดูก
ขากรรไกรบน (maxilla) และกระดูกขากรรไกรล่าง (mandible)
● ขอ้ ต่อชนิดกระดูกอ่อน (Cartilaginous joint)
ขอ้ ต่อในแบบน้ีจะมีการเชื่อมติดกนั โดยมีกระดูกอ่อนคน่ั อยตู่ รงกลาง เน่ืองจากกระดูกอ่อนมีความ
ยดื หยนุ่ จึงทำใหข้ อ้ ต่อในลกั ษณะน้ีมีการเคล่ือนไหวไดม้ ากกวา่ ขอ้ ต่อแบบเสน้ ใย แต่นอ้ ยกวา่ ขอ้ ต่อ
แบบซินโนเวยี ล ขอ้ ต่อแบบกระดูกอ่อนสามารถจำแนกออกไดเ้ ป็นสองแบบ ตามลกั ษณะของ
กระดูกอ่อน คือ
● ขอ้ ต่อกระดูกอ่อนไฮยาลิน (Synchondrosis) เป็นขอ้ ต่อท่ีกระดูกสองชิ้นเช่ือมกนั ดว้ ย
กระดูกอ่อนแบบไฮยาลิน (hyaline cartilage) ซ่ึงเป็นกระดูกอ่อนที่พบไดต้ ามปลายของ
กระดูก ตวั อยา่ งของขอ้ ต่อในลกั ษณะน้ี ไดแ้ ก่ขอ้ ต่อระหวา่ งกระดูกซ่ีโครงกบั กระดูกอก
● ขอ้ ต่อกระดูกอ่อนเสน้ ใยหรือแนวประสานกระดูก (Symphysis) เป็นขอ้ ต่อที่กระดูกสอง
ชิ้นเชื่อมกนั ดว้ ยกระดูกอ่อนแบบเสน้ ใย (Fibrocartilage) ทำใหม้ ีความแขง็ และเหนียว
ตวั อยา่ งเช่น หมอนรองกระดูกสนั หลงั (intervertebral discs) ซ่ึงเป็นกระดูกอ่อนแบบ
เสน้ ใยท่ีเช่ือมต่อกระดูกสนั หลงั แต่ละท่อน
8
● ขอ้ ต่อ(ชนิด)มีไขขอ้ หรือขอ้ ต่อ(ชนิด)ซินโนเวยี ล (Synovial joint)ขอ้ ต่อ(ชนิด)ซินโนเวยี ลจะไม่ได้
มีการเชื่อมติดต่อกนั ของกระดูกโดยตรง แต่จะมีโครงสร้างท่ีเรียกวา่ ปลอกหุม้ ขอ้ ต่อ (articular
capsule) เป็นตวั กลาง และภายในแคปซูลขอ้ ต่อน้ีจะเป็นโพรงขอ้ ต่อ (articular space) ซ่ึงจะมี
ของเหลวคือ น้ำไขขอ้ (synovial fluid) ที่สร้างจากเน้ือเยอื่ โดยรอบปลอกหุม้ ขอ้ ต่อ ช่วยในการ
เคล่ือนไหวของขอ้ ต่อ ขอ้ ต่อ(ชนิด)ซินโนเวยี ลน้ีจึงเป็นขอ้ ต่อที่เคล่ือนไหวไดม้ าก และพบไดใ้ น
เกือบทุกขอ้ ต่อของท้งั รยางคบ์ นและรยางคล์ ่าง
9
บรรณานุกรม
กมลวรรณ ศิริแสง.(2560).กระดูกแกน.[ออนไลน]์ จาก : https://sites.google.com/site/
thehumanskeletonn2015/hnwy-kar-reiyn-ru13ห.[สืบคน้ เมื่อ 15 พ.ย. 2564]
นิสา มากแกว้ .(2558).ขอ้ ต่อของมนุษย.์ [ออนไลน์ ]จาก : http://www.pw.ac.th/bodysystem/ske/page
[สืบคน้ เม่ือ 14 พ.ย. 2564 ]
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ.(2563). ระบบกระดูก.[ออนไลน]์ จาก :https://www.saranukromtha
i.or.th/sub/book/book.php?book=8&chap=2&page=t8-2-infodetail03.html [ สืบคน้ เม่ือ
15 พ.ย. 2564]
วกิ ิพีเดีย. (2564) .ขอ้ ต่อ. [ออนไลน]์ จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/.[สืบคน้ เม่ือ 15 พ.ย. 2564 ]
health2click.(2564) .ระบบโครงร่าง. [ออนไลน]์ จาก : https://www.health2click.com/2018/06/19/
%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B
8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-skeleton-system/
.[ สืบคน้ เม่ือ 13 พ.ย. 2564]
Yaidum .( 2563) .ระบบกระดูก. [ออนไลน]์ จาก : https://sites.google.com/site/30289pornpimol/
rabb-tang-khxng-rangkay/1-3-rabb-kraduk Pornpimol .[ สืบคน้ เม่ือ 14 พ.ย. 2564]