The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jacky.Wachi, 2022-08-22 02:48:57

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

Keywords: เครื่องมือทางภูมิศาสตร์

ใบความรู้
เรอื่ ง เครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์

ความหมาย

เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์ หมายถงึ เคร่ืองมือในการตรวจสอบและศึกษาส่งิ ที่อยบู่ นพ้นื ผิวโลก และ
บรรยากาศของโลก จึงได้ถูกออกแบบมาเพอ่ื ตรวจสอบและบนั ทกึ ข้อมูลทางดา้ นภูมศิ าสตร์ ทง้ั ทางดา้ นขอ้ มูล
เชิงปรมิ าณและข้อมลู ทางคุณภาพ เชน่ การกำหนดพิกัดบนพนื้ ผิวโลก การวัดทศิ ทางการเกบ็ ข้อมูลภาคสนาม
ในพืน้ ที่ต่าง ๆ หรอื ใช้เป็นเคร่ืองมือประกอบการเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการทเ่ี ก่ียวข้องกับภมู ิศาสตร์

เครอื่ งมือทางภูมิศาสตร์ หมายถึง สง่ิ ท่ใี ช้ในการศึกษาขอ้ มูลทางภมู ิศาสตร์ เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ทำเลที่ต้งั
การกระจาย ขอบเขต ความหนาแนน่ ของข้อมูล และปรากฏการณต์ า่ ง ๆ

1. ประเภทให้ขอ้ มูล

1.1 แผนท่ี (Map)

เปน็ เครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์ขั้นพน้ื ฐานอย่างหน่งึ โดยการยอ่ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทีป่ รากฏบนพนื้ โลก
ให้มขี นาดเล็กลงตามมาตราส่วน และแสดงข้อมูลดังกล่าวดว้ ยสัญลักษณล์ งบนวสั ดุตา่ ง ๆ เช่น กระดาษ ผา้
แผ่นพลาสตกิ ฯลฯ ข้อมลู ท่แี สดงในแผนที่ มี 2 ลกั ษณะ คือ

1) ข้อมูลดา้ นกายภาพ เปน็ สิง่ ท่เี กิดขน้ึ เองโดยธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ภูเขา ชายฝงั่ ทะเล เกาะ และปา่ ไม้

2) ข้อมูลดา้ นวฒั นธรรม เปน็ สิ่งท่ีมนุษย์สรา้ งข้ึน เชน่ ถนน เขื่อน ทีว่ า่ การอำเภอ โรงเรยี น สถานี
อนามัย ฯลฯ

ชนดิ ของแผนท่ี

1. แผนที่ทัว่ ไป เป็นแผนท่ที ่ีแสดงลกั ษณะโดยทวั่ ไปได้แกแ่ ผนที่แสดงลักษณะภมู ิภาคตา่ งๆ โดยจะแสดง
ดว้ ยสี เพือ่ ให้เหน็ ความแตกต่างของลักษณะแผน่ ดนิ

2. แผนทอี่ ้างอิง เปน็ แผนทท่ี ี่ใช้เปน็ หลักในการทำแผนท่ชี นดิ อื่น ๆ แผนท่ีอ้างอิงท่ีสำคัญ ได้แก่ แผนที่
ภมู ิประเทศ คือ แผนที่ที่ใชแ้ สดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศบนพ้นื ผวิ โลก เช่น ทร่ี าบ ทร่ี าบสูง เนินเขา แม่น้ำ เกาะ
ถนน เมอื ง และแผนท่ชี ดุ คือ แผนทีห่ ลายเเผ่นทีม่ มี าตราสว่ นและรปู แบบเปน็ อย่างเดียวกัน และครอบคลุม
พน้ื ที่ใดพ้นื ทห่ี นึง่ โดยเฉพาะ

3. แผนท่ีเฉพาะเรื่อง เป็นแผนทีท่ ี่แสดงลักษณะเฉพาะตามจดุ ม่งุ หมาย เช่น แผนท่ี แสดงปา่ ไม้ แผนที่
แสดงเสน้ ทางคมนาคม แผนท่ีแสดงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เปน็ ต้น สามารถแบ่งไดด้ ังนี้

3.1 แผนท่รี ัฐกิจ (political map) คือแผนทแ่ี สดงอาณาเขตทางการปกครอง เช่น เขตจังหวัดหรอื ประเทศ
แผนทีช่ นิดนจ้ี ะต้องแสดงอาณาเขตตดิ ต่อกับดนิ เเดนของประเทศหรือรัฐอ่ืน พรอ้ มทั้งแสดงทีต่ ัง้ ชอ่ื เมืองหลวง
เมอื งทา่ หรือเมืองสำคัญอน่ื

3.2 แผนทภ่ี ูมอิ ากาศ (climatic map) เป็นแผนทส่ี ำหรับแสดงข้อมลู ด้านภูมอิ ากาศโดยเฉพาะ เช่น แผนที่
เขตภมู ิอากาศของโลก แผนท่ีปรมิ าณฝนเฉลยี่ ของประเทศไทย แผนทปี่ ริมาณฝนเฉล่ยี ของโลกแผนทีอ่ ุณหภูมิ
เฉลีย่ ของโลก

3.3 แผนท่ีธรณวี ทิ ยา (geologic map) เป็นแผนท่ีทีจ่ ดั ทำขน้ึ เพ่ือเเสดงอายุ ประเภท และการกระจายตวั
ของหินเปลือกโลก การตกตะกอนทับถมของสารต่าง ๆทีผ่ ิวโลกรวมทง้ั แสดงรอยเลื่อนท่ีปรากฎบนผวิ โลก และ
ลักษณะทางธรณีวิทยาอ่ืนๆ

3.4 แผนท่กี ารถือครองทดี่ ิน (cadastral map) เปน็ แผนท่ีทีจ่ ัดทำขึ้นเพื่อเเสดงอาณาเขตที่ดนิ ในพื้นท่ใี ดพื้นท่ี
หนงึ่ เชน่ ในเขตตำบล อำเภอ หรอื จงั หวดั โดยแบง่ ออกเป็นแปลงๆ และแต่ละเเปลงตา่ งก็แสดงสิทธกิ าร
ครอบครองโดยการเเสดงการเปน็ เจ้าของ

3.5 แผนที่พชื พรรณธรรมชาติ (natural vegetation map) เปน็ แผนท่ที ่ีจดั ทำขน้ึ เพื่อเเสดงประเภทของพชื
พรรณธรรมชาตแิ ละการกระจายตัวของพชื พรรณชนิดนน้ั ๆ ทีป่ รากฎบนโลก ภมู ิภาคหรือประเทศตา่ งๆ

3.6 แผนที่ทอ่ งเท่ียว (tourist map) เปน็ แผนทีท่ ่ีจดั ทำขน้ึ เพื่อแนะนำสถานท่นี ้นั เพ่อื อำนวยความสะดวกแก่
นักทอ่ งเทย่ี ว โดยแสดงรายละเอยี ดเกี่ยวกับตำแหนง่ และสถานทท่ี ี่จำเปน็ และเก่ียวข้องสำหรบั การทอ่ งเทย่ี ว
เชน่ เสน้ ทางการคมนาคมท้ังทางบก เรือ อากาศ ทีพัก รา้ นอาหาร ภตั ตาคาร สถานทีท่ ่องเที่ยวทางธรรมชาติ
เช่น ชายหาด นำ้ ตก เกาะ แก่ง ภเู ขา อุทยาน เป็นตน้

1.2 รปู ถ่ายทางอากาศ (Aerial Photography)
เป็นรปู ภาพแสดงภมู ปิ ระเทศที่ปรากฏบนพ้ืนผวิ โลก ถ่ายโดยใชก้ ล้องถ่ายรูปติดไวก้ ับ

เครอ่ื งบิน ส่วนหนว่ ยงานทีจ่ ัดทำรปู ถ่ายทางอากาศ คอื กรมแผนทที่ หาร กระทรวงกลาโหม การนำไปไปใช้
ประโยชน์ มหี น่วยราชการอ่ืน ๆ นำรูปถ่ายทางอากาศไปใชป้ ระโยชนท์ างด้านวิชาการและการพัฒนาความ
เจรญิ ของบ้านเมือง ดงั นี้

1) ทำให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงในลกั ษณะทางกายภาพของพ้ืนท่ตี ่าง ๆ โดยเปรยี บเทยี บ
จากรูปถ่ายท่ีถา่ ยในระยะเวลาแตกต่างกัน เชน่ การสญู เสียพนื้ ทีป่ า่ ชายเลน การพังทลายของตลิง่ ริมแม่น้ำที่
เกดิ จากการกัดเซาะของคล่นื และการขยายตวั ของชุมชนเมืองเข้าไปในพ้นื ท่ีเกษตรกรรม

2) การวางแผนพฒั นาการใชท้ ีด่ ิน โดยนำรูปถ่ายทางอากาศไปใชเ้ พ่ือจัดทำแผนทแ่ี ละ
จำแนกประเภทการใช้ท่ดี นิ ของประเทศ โดยกำหนดโซนหรอื แบง่ พ้ืนทเี่ ปน็ เขตอุตสาหกรรม เขตเกษตรกรรม
และเขตชมุ ชนที่อยู่อาศัย

3) การอนรุ กั ษ์พน้ื ท่ปี ่าไม้ รปู ถา่ ยทางอากาศทำให้ทราบถึงสภาพความอดุ มสมบูรณข์ องป่า
ไม้ในพื้นทตี่ ่าง ๆ เพ่ือกำหนดแนวทางการอนรุ ักษ์และพัฒนาตอ่ ไป

การศกึ ษาข้อมูลจากรปู ถา่ ยทางอากาศ ทำได้ 2 วิธี คือ ศึกษาดว้ ยตาเปล่า ศกึ ษาดว้ ยกล้องสาม
มิติ เนอื่ งจากรปู ถ่ายทางอากาศไม่มคี ำอธบิ ายใด ๆ ทัง้ สนิ้ จึงควรศึกษาควบคู่กบั แผนท่ีด้วยจะทำให้เขา้ ใจงา่ ย

1.3 ภาพจากดาวเทียม
1.3.1 ภาพจากดาวเทียม (Satellite Imagery) ใหป้ ระโยชน์อยา่ งมากในการศึกษาข้อมลู เพ่ือ

สำรวจแหลง่ ทรพั ยากรธรรมชาติ ในปัจจบุ ัน ประเทศไทยมีสถานีรับสัญญาณภาพดาวเทียมลาดกระบัง ตั้งอยู่ที่
เขตลาดกระบงั กรุงเทพมหานคร ทำใหส้ ้ินเปลอื งคา่ ใช้จ่ายน้อยกวา่ ทเ่ี คยพ่ึงพาต่างประเทศ

1.3.2 การทำงานรับภาพของดาวเทยี ม เรียกวา่ กระบวนการรโี มทเซนซิง (Remote
Sensing) โดย ดาวเทียมจะเก็บข้อมูลของวตั ถหุ รอื พืน้ ทเี่ ป้าหมายบนพ้ืนผวิ โลก จากรงั สที ่ีสะทอ้ นขนึ้ ไปจากผวิ

โลกหรือจากอุณหภมู ิของวตั ถุนั้น ๆ บนพื้นผิวโลกจากนัน้ ดาวเทียมจะสง่ ข้อมลู เปน็ คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ มายงั
สถานภี าคพนื้ ดนิ ซ่ึงจะบันทึกเป็นข้อมลู เชงิ ตวั เลขในแถบบันทึกข้อมูล เพื่อนำไปประมวลผลโดยคอมพวิ เตอร์
และนำเสนอเป็นแผ่นฟิลม์

1.3.3 ภาพจากดาวเทยี วให้ประโยชนใ์ นการศึกษาทางภมู ิศาสตร์ คือ นำมาใชจ้ ัดทำแผนที่
แสดงภูมิประเทศของพืน้ ท่ีต่าง ๆ ซงึ่ จะใหร้ ายละเอยี ดของตำแหนง่ ตา่ ง ๆ บนพืน้ โลกชัดเจนยิ่งขนึ้

1.4 อนิ เทอรเ์ น็ต
1.4.1 อนิ เทอร์เน็ต (Internet) หรือ ไซเบอร์สเปซ (Cyber Space) คือ ระบบการส่ือสารด้วย

เครอื ข่ายคอมพวิ เตอรท์ เี่ ช่ือมโยงระหวา่ งผูใ้ ชง้ านทั่วโลกเขา้ ดว้ ยกัน ทำใหเ้ กิดการแลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสาร
และความรดู้ า้ นต่าง ๆ อยา่ งสะดวกและรวดเร็ว จนทำให้โลกในปจั จุบนั เขา้ สยู่ ุค “การส่ือสารไร้พรมแดน”

1.4.2 บริการในอินเทอรเ์ นต็ (World Wild Web : WWW) จะให้บริการข้อมลู ในรปู แบบ
ต่าง ๆ ท้ังตวั อักษร รูปภาพ เสยี ง หรอื ภาพยนตร์ ข้อมลู เหล่านี้ เรียกว่า “เว็บเพจ็ ” (Web Page) มีการ
เชื่อมโยงถงึ กันทวั่ โลกคล้ายใยแมงมมุ

1.5 ลกู โลกจำลอง
ลูกโลกจำลองเป็นสิ่งท่ีมนษุ ยส์ ร้างข้ึนเพื่อจำลองลักษณะของโลก แสดงท่ีต้ังอาณาเขต

พรมแดนของประเทศต่างๆและลกู โลกจำลองยงั สามารถใช้เปน็ สือ่ ในการเรยี นการสอนเกี่ยวกบั โลกไดเ้ ป็นอย่าง
ดี

2. ประเภทเคร่ืองมอื และอปุ กรณ์
อุปกรณท์ างภมู ิศาสตร์ หมายถึง อปุ กรณท์ ใี่ ช้วดั หรอื เกบ็ ข้อมูลทางภมู ศิ าสตร์ในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่

ทศิ ระยะทาง ความสูง ตำแหน่งท่ตี ้ัง อุณหภมู ิของอากาศ และปริมาณฝน เปน็ ต้น สรุปไดด้ งั น้ี
2.1 เข็มทศิ (Compass)เปน็ เคร่อื งมอื บอกทิศอยา่ งงา่ ย ๆ โดยจะทำปฏกิ ิริยากับแมเ่ หล็กโลก

และแสดงค่าของมุมบนหนา้ ปัด วธิ ใี ชเ้ ข็มทศิ คือ วางเข็มทศิ ในแนวระนาบ ปรบั หมุนหน้าปดั ให้เขม็ บอกคา่ บน
หนา้ ปดั อยู่ในตำแหน่งทห่ี ันไปทางทศิ เหนือแมเ่ หลก็ โลกต่อจากนั้นจึงนำเข็มทิศหันเข้าหาตำแหนง่ ทต่ี ้องการวดั
มมุ เช่น เสาธงโรงเรยี น เข็มทิศก็จะบอกใหท้ ราบว่าเสาธงของโรงเรียนอยใู่ นทศิ ใด และทำมุมก่ีองศากับทิศ
เหนอื แม่เหลก็ โลก

2.2 เครื่องมือวดั พืน้ ท่ี (Planimeter)มีลกั ษณะคลา้ ยไม้บรรทัดทำดว้ ยโลหะยาวประมาณ 1 ฟุต
ใช้สำหรบั วดั พ้นื ทใ่ี นแผนที่ โดยเครือ่ งจะคำนวณให้ทราบค่าของพืน้ ทีแ่ ละแสดงคา่ บนหน้าปดั

2.3 เทปวัดระยะทางใช้สำหรบั วัดระยะทางของพื้นท่ี เม่ือลงไปสำรวจหรอื เก็บข้อมลู ภาคสนาม
เทปวัดระยะทางมี 3 ชนิด ได้แก่ เทปที่ทำด้วยผ้า เทปที่ทำดว้ ยโลหะ และเทปท่ีทำด้วยโซ่

2.4 เครือ่ งยอ่ ขยายแผนท่ี (Pantograph) เป็นอุปกรณ์ท่ใี ช้จัดทำแผนท่อี ย่างหน่ึง เพ่ือย่อหรือ
ขยายแผนทใ่ี ห้ไดข้ นาดหรือมาตราสว่ นตามที่ต้องการ โดยทัว่ ไปนยิ มใชแ้ บบโต๊ะไฟ ซงึ่ มีแทน่ วางแผนท่ีต้นฉบบั
และมีไฟส่องอยู่ใต้กระจก ทำให้เห็นแผนทตี่ ้นฉบับปรากฏเปน็ เงาบนกระจกอยา่ งชัดเจน ท้ังน้ี ผู้จดั ทำแผนที่
ดงั กล่าว จะตอ้ งลอกลายเพื่อย่อหรือขยายแผนทดี่ ว้ ยมือของตนเอง

2.5 กล้องวัดระดบั (Telescope)เป็นอุปกรณ์วดั ระดบั ความสูงจากพ้ืนดิน เพ่ือสำรวจพนื้ ทสี่ รา้ ง
ถนน โดยจะชว่ ยกำหนดระดับแนวถนนไดต้ ามทีต่ ้องการ

2.6 กล้องสามมติ ิ (Stereoscope)เป็นอปุ กรณท์ ่ใี ช้ดรู ูปถ่ายทางอากาศ เพือ่ พจิ ารณาความสงู ตำ่
ของ

ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ในพน้ื ทีน่ ้ัน ๆ

2.7 กลอ้ งสามมิตแิ บบพกพา

2.8 เคร่อื งมือวดั ลกั ษณะอากาศแบบตา่ ง ๆ

(1) เทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer) เป็นอุปกรณ์ทใี่ ชว้ ัดอุณหภมู ิของอากาศ โดยทั่วไป
นยิ มใช้แบบหลอดแกว้ ที่บรรจุปรอทหรอื แอลกอฮอล์ไวภ้ ายใน คา่ ของอุณหภูมิมี 2 ระบบ ดังน้ี

- ระบบเซลเซียส (0 – 100 องศา C)

- ระบบฟาเรนไฮต์ (32 – 212 องศา F)

(2) บาโรมเิ ตอร์ (Barometer) เปน็ อปุ กรณ์ทีใ่ ช้วดั ความกดอากาศ มี 2 ชนิด คือ

- แบบปรอท ซึง่ ประกอบด้วยอุปกรณส์ ำคัญ 2 อยา่ ง คือ หลอดแก้วและอ่างแกว้ ท่ี

บรรจุปรอท

- แบบแอนริ อยด์ (Aneroid) เป็นแบบตลบั โลหะขนาดเลก็ ท่ีหน้าปัดจะมเี ขม็ แสดง
ค่าความกดอากาศไว้

(3) เคร่อื งวดั นำ้ ฝน (Rain Gauge) ทำดว้ ยโลหะทรงกระบอกซอ้ นกัน 2 ชั้น

(4) แอโรแวน (Aerovane) เป็นอุปกรณส์ ำหรบั วัดทศิ ทางและความเรว็ ของลม แยกตาม
ลกั ษณะการใชง้ านได้ 2 ชนิด ดังนี้

- แอนนโิ มมิเตอร์ (Anemometer) ใช้วดั ความเรว็ ของลม

- วนิ แวน (Wind Vane) ใชว้ ดั ทิศทางของลม มสี ัญลกั ษณเ์ ป็นรปู ไก่หรือลูกศร

(5) ไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer)ใชว้ ดั ความชื้นของอากาศโดยมเี ส้นผมเป็นอุปกรณ์สำคญั
ถ้าอากาศมคี วามชน้ื สงู จะทำใหเ้ สน้ ผมยืดตัว แต่ถ้ามคี วามชื้นนอ้ ยเสน้ ผมจะหดตัว ทงั้ นีห้ นา้ ปัดจะแสดงคา่
ความชื้นบนกระดาษกราฟให้เหน็

(6) ไซโครมเิ ตอร์ (Psychrometer) เป็นอปุ กรณ์ใช้วดั ความชืน้ ของอากาศอีกแบบหน่ึง
ประกอบดว้ ยเทอรโ์ มมิเตอร์ 2 อนั คือ เทอร์โมมเิ ตอรป์ รอท (เทอร์โมมิเตอรต์ ุ้มแห้ง) และเทอรโ์ มมเิ ตอรท์ ี่ใชผ้ า้
มัสลินหล่อน้ำใหเ้ ปยี กอยู่ตลอดเวลา (เทอร์โมมเิ ตอรต์ ุ้มเปียก)

องคป์ ระกอบของแผนทม่ี ีอะไรบา้ ง

1.ขอบระวาง คอื เส้นกนั้ เป็นรูปสเี่ หลยี่ ม โดยมีตวั เลขแสดงคา่ พิกัดทางภูมิศาสตร์กำกบั ไว้ที่เรยี กวา่ ค่าละตจิ ดู
และค่าลองจิจูด

2.ช่อื ของแผนที่ เช่น แผนทีภ่ มู ปิ ระเทศของประเทศไทย

3.ชอ่ื ทางภมู ิศาสตร์ คือ ตัวอักษรที่ใชบ้ อกช่อื เฉพาะท่ีสำคัญในแผนทน่ี น้ั เชน่ ช่อื ทวปี ชือ่ ประเทศ

4.พิกัดทางภมู ศิ าสตร์ เปน็ การกำหนดที่ตงั้ หรือตำแหน่งของสงิ่ ต่างๆบนพนื้ ผวิ โลกลงในแผนท่ี เชน่ ทต่ี ้ังของ
จังหวดั โดยใชค้ า่ ละติจูด และลองจจิ ูด

5.ทิศ กำหนดให้ส่วนบนของแผนท่ีเปน็ ทิศเหนือ สว่ นลา่ งเปน็ ทศิ ใต้ ทางขวาเป็นทิศตะวันออก ทางซ้ายเป็น
ทิศตะวันตก

6.มาตราส่วน คือ อตั ราส่วนระหว่างระยะทางในภูมิประเทศจรงิ กบั ระยะทางในแผนที่ มาตราส่วนแบง่ เป็น 3
ประเภท คือ1.มาตราส่วนเศษสว่ น ได้แก่ 1:500,000 2.มาตราส่วนเส้นหรอื มาตราส่วนบรรทดั 3.มาตรา
สว่ นคำพูด ใช้บอกมาตราสว่ นในแผนทโ่ี ดยเขียนเปน็ ภาษาหนงั สือ เช่น 1 ซ.ม.เท่ากับ 10 กิโลเมตร เป็นตน้

7.สัญลักษณ์ คือสิ่งท่ีใชแ้ สดงแทนข้อมูลของสิ่งต่างๆเชน่ สัญลักษณ์แทนภูเขา แม่น้ำ เปน็ ต้น

8.สี ท่ีนิยมใชใ้ นแผนท่ี มี 5 สี

1.สีดำ แทนส่ิงทีม่ นษุ ยส์ ร้างข้ึน เช่น โรงเรยี น เขือ่ น

2.สีแดง แทนถนน เส้นก้ันอาณาเขต

3.สนี ำ้ เงนิ แทนพ้ืนนำ้

4.สนี ้ำตาล แทนความสูง เชน่ เทอื กเขา ทรี่ าบสูง

5.สเี ขยี ว แทนพน้ื ท่เี พาะปลกู ปา่ ไม้ ทร่ี าบลุม่ แม่น้ำ

ความหมายของคำวา่ “ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์ ( Geographic Information System : GIS )”

ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ หรือ Geographic Information System : GIS คอื กระบวนการทำงาน
เกี่ยวกับข้อมลู ในเชิงพ้ืนที่ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ ที่ใช้กำหนดข้อมลู และสารสนเทศ ที่มีความสมั พันธ์กับ
ตำแหน่งในเชิงพ้ืนท่ี เชน่ ทีอ่ ยู่ บา้ นเลขท่ี สมั พนั ธ์กบั ตำแหน่งในแผนท่ี ตำแหน่ง เสน้ รุ้ง เสน้ แวง ขอ้ มูลและ
แผนท่ีใน GIS เป็นระบบข้อมูลสารสนเทศทอี่ ยู่ในรูปของตารางขอ้ มลู และฐานข้อมูลท่ีมสี ว่ นสัมพนั ธก์ ับข้อมูล
เชงิ พนื้ ท่ี (Spatial Data) ซง่ึ รูปแบบและความสัมพนั ธ์ของข้อมลู เชิงพ้ืนท่ที งั้ หลาย จะสามารถนำมาวิเคราะห์

ด้วย GIS และทำให้สื่อความหมายในเรื่องการเปล่ียนแปลงทส่ี ัมพนั ธก์ ับเวลาได้ เช่น การแพร่ขยายของโรค
ระบาด การเคลื่อนย้าย ถิน่ ฐาน การบกุ รุกทำลาย การเปลีย่ นแปลงของการใช้พนื้ ที่ ฯลฯ ข้อมูลเหลา่ นี้ เมื่อ
ปรากฏบนแผนทีท่ ำใหส้ ามารถแปลและสื่อความหมาย ใชง้ านได้งา่ ย

GIS เปน็ ระบบขอ้ มูลข่าวสารทเ่ี ก็บไว้ในคอมพวิ เตอร์ แตส่ ามารถแปลความหมายเชื่อมโยงกบั สภาพ
ภูมิศาสตรอ์ ่นื ๆ สภาพท้องท่ี สภาพการทำงานของระบบสัมพนั ธก์ ับสัดส่วนระยะทางและพน้ื ทีจ่ ริงบนแผนที่
ข้อแตกต่างระหว่าง GIS กับ MIS น้นั สามารถพิจารณาได้จากลกั ษณะของข้อมลู คือ ข้อมลู ทจ่ี ัดเก็บใน GIS มี
ลักษณะเป็นข้อมูลเชิงพื้นท่ี (Spatial Data) ทีแ่ สดงในรูปของภาพ (graphic) แผนท่ี (map) ท่เี ชอื่ มโยงกับ
ขอ้ มูลเชิงบรรยาย (Attribute Data) หรือฐานขอ้ มูล (Database)การเชือ่ มโยงขอ้ มูลท้ังสองประเภทเขา้
ด้วยกัน จะทำให้ผใู้ ช้สามารถทจ่ี ะแสดงข้อมูลทั้งสองประเภทได้พรอ้ มๆ กัน

องคป์ ระกอบของ GIS ( Components of GIS )

องคป์ ระกอบหลกั ของระบบ GIS จัดแบง่ ออกเป็น 5 สว่ นใหญ่ ๆ คอื อปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ (Hardware)
โปรแกรม (Software) ขนั้ ตอนการทำงาน (Methods) ข้อมลู (Data) และบุคลากร (People) โดยมี
รายละเอยี ดของแต่ละองคป์ ระกอบดงั ต่อไปน้ี

1. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

คือ เครื่องคอมพวิ เตอร์รวมไปถงึ อปุ กรณต์ ่อพว่ งตา่ ง ๆ เชน่ Digitizer, Scanner, Plotter, Printer หรืออืน่ ๆ
เพ่อื ใช้ในการนำเขา้ ข้อมูล ประมวลผล แสดงผล และผลิตผลลพั ธ์ของการทำงาน

2. โปรแกรม

คอื ชุดของคำส่งั สำเร็จรปู เช่น โปรแกรม Arc/Info, MapInfo ฯลฯ ซงึ่ ประกอบดว้ ยฟังก์ช่ัน การทำงานและ
เครอ่ื งมือทีจ่ ำเปน็ ตา่ ง ๆ สำหรับนำเขา้ และปรับแต่งขอ้ มลู , จดั การระบบฐานขอ้ มูล, เรียกคน้ , วเิ คราะห์ และ
จำลองภาพ

3. ขอ้ มลู

คือข้อมลู ต่าง ๆ ทจ่ี ะใช้ในระบบ GIS และถกู จดั เก็บในรปู แบบของฐานขอ้ มูลโดยได้รบั การดแู ล จากระบบ
จัดการฐานข้อมูลหรือ DBMS ขอ้ มูลจะเปน็ องคป์ ระกอบที่สำคัญรองลงมาจากบุคลากร

4. บุคลากร

คอื ผู้ปฏิบตั ิงานซงึ่ เกีย่ วข้องกบั ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์ เชน่ ผนู้ ำเขา้ ขอ้ มลู ชา่ งเทคนิค ผู้ดแู ล
ระบบฐานข้อมูล ผเู้ ช่ียวชาญสำหรบั วิเคราะหข์ ้อมูล ผบู้ รหิ ารซึ่งตอ้ งใชข้ อ้ มูลในการตัดสนิ ใจ บคุ ลากรจะเป็น
องคป์ ระกอบท่สี ำคัญทส่ี ดุ ในระบบ GIS เน่อื งจากถ้าขาดบุคลากร ข้อมลู ทมี่ ีอยมู่ ากมายมหาศาลนนั้ กจ็ ะเป็น
เพยี งขยะไมม่ ีคุณค่าใดเลยเพราะไม่ได้ถกู นำไปใชง้ าน อาจจะกล่าวไดว้ า่ ถ้าขาดบุคลากรก็จะไม่มรี ะบบ GIS

5. วิธกี ารหรอื ขน้ั ตอนการทำงาน

คอื วิธีการท่ีองค์กรนนั้ ๆ นำเอาระบบ GIS ไปใชง้ านโดยแตล่ ะ ระบบแตล่ ะองค์กรยอ่ มีความแตกต่าง
กันออกไป ฉะนั้นผู้ปฏบิ ัตงิ านต้องเลอื กวธิ ีการในการจดั การกบั ปัญหาทเ่ี หมาะสมท่ีสดุ สำหรับของหนว่ ยงานนั้น
ๆ เอง

ลกู โลกจำลอง เป็นสงิ่ ท่ีมนษุ ยส์ ร้างขึ้นเพ่ือจำลองลักษณะของโลกแสดงท่ตี ้ังอาณาเขตพรมแดนของประเทศ
ต่างๆ และลกู โลกจำลองยงั สามารถใช้เปน็ ส่ือในการเรยี นการสอนเกี่ยวกบั โลกได้เปน็ อย่างดี ลูกโลกจำลอง
แสดงส่ิงตอ่ ไปน้ี

รูปทรงของโลก โลกมรี ูปทรงกลมคล้ายผลสม้ คือ ตรงบรเิ วณขว้ั โลกทง้ั สองยุบราบลงเลก็ นอ้ ยและ
ป่องตรงบริเวณศนู ย์สตู ร โลกมเี สน้ ผ่านศนู ยก์ ลางทีเ่ ส้นศูนยส์ ตู ร ยาว 12,756 กโิ ลเมตร และมเี ส้นผา่ น
ศนู ย์กลางจากขวั้ โลกเหนือถึงข้วั โลกใต้ยาว 12,714 กโิ ลเมตร จึงเหน็ ไดว้ า่ รูปรา่ งของโลกไมเ่ ปน็ ทรงกลม
อยา่ งแท้จรงิ บนผิวโลกจะมอี งคป์ ระกอบหลัก 2 สว่ น คอื สว่ นทเี่ ป็นพน้ื นำ้ ได้แก่ ทะเล มหาสมทุ รตา่ งๆ
มเี นื้อทร่ี วมกัน 375 ล้านตารางกิโลเมตร และสว่ นทีเ่ ปน็ แผน่ ดิน ไดแ้ ก่ ทวปี และเกาะตา่ งๆ มเี น้ือทีร่ วมกัน
150 ล้านตารางกโิ ลเมตร เม่ือรวมทงั้ พนื้ น้ำและแผน่ ดนิ แล้ว โลกจะมีเน้ือท่ีรวมประมาณ 525 ล้านตาราง
กิโลเมตร โดยคดิ สดั สว่ นบริเวณผวิ ของเปลอื กโลกจะเปน็ พื้นนำ้ 2 ใน 3 ส่วน และส่วนทเี่ ป็นแผน่ ดนิ 1
ใน 3 ส่วน

ขอ้ มลู ท่ีแสดงบนลูกโลกจำลอง ลูกโลกจำลองมหี ลายแบบตามวตั ถุประสงค์ของการแสดง ซึ่งอาจแบ่ง
ได้เป็น 2 แบบ ดงั นี้

ลกู โลกแสดงลกั ษณะผวิ โลก ๒ สนี ้ำเงินออ่ น และส่วนท่ีเป็นแผ่นดิน ซ่งึ ไดแ้ ก่ รายละเอยี ดของทวปี
ประเทศ ที่ตั้งของเมืองหลวงและเมืองสำคญั

ส่วนทีส่ มมตขิ ึ้น ลกู โลกจำลองจะแสดงเสน้ เมริเดยี นท่ลี ากจากขัว้ โลกเหนอื สู่ข้ัวโลกใต้ และเสน้ ขนาน
ทีล่ ากรอบโลกขนานกับเสน้ ศูนยส์ ูตร เสน้ ท้ังสองมีไวเ้ พือ่ บอกพกิ ัดภูมิศาสตรเ์ ปน็ ค่าของละติจดู และลองจิจดู
ของตำแหนง่ ตา่ งๆ ที่อย่บู นพื้นผิวโลก

เขม็ ทิศ คือเครื่องมือสำหรบั ใชห้ าทิศทาง มเี ข็มแมเ่ หล็กที่แกว่งไกวได้อิสระในแนวนอนทอดตวั ในแนว
เหนือ-ใต้ ตามแรงดงึ ดดู ของแม่เหลก็ โลก และท่ีหนา้ ปัดมสี ว่ นแบ่งสำหรบั หาทศิ ทางโดยรอบ เขม็ ทิศจึงมีปลาย
ชไ้ี ปทางทิศเหนอื เสมอ (อักษร N หรอื น) เมอ่ื ทราบทศิ เหนือแล้วก็ย่อมหาทิศอนื่ ไดโ้ ดยหันหน้าไปทางทศิ เหนือ
ด้านขวามือเปน็ ทศิ ตะวนั ออก ดา้ นซ้ายมือเป็นทศิ ตะวนั ตก ดา้ นหลังเป็นทิศใต้ การบอกทิศทางในแผนที่
โดยท่วั ไป คอื การบอกเป็นทิศทสี่ ำคญั 4 ทศิ คอื ทศิ เหนือ ทิศใต้ ทศิ ตะวันออก และทิศตะวันตก หรอื อาจจะ
บอกละเอียดเป็น 8,16 หรอื 32 ทิศกไ็ ด้

วิธกี ารใช้เข็มทิศ

1.วางเขม็ ทิศบนฝา่ มอื หรือบนปกสมุดในแนวระดบั โดยใหเ้ ข็มแมเ่ หล็กแกวง่ ไปมาอยา่ งอิสระ

2.หมนุ กรอบหน้าปัดของตลับเขม็ ทิศใหเ้ ลข 60 อยู่ตรงกบั ปลายลูกศรช้ีทิศทาง

3.หมนุ ฐานเขม็ ทิศจนกวา่ เข็มแม่เหลก็ สแี ดงภายในตลบั เขม็ ทิศชี้ตรงกบั ตัวอักษร N ทิศเหนอื บนกรอบหน้าปดั

4.เมือ่ ลกู ศรช้ที ิศทางไปทางใด ก็เดินตามไปทางทศิ นนั้ ในการเดินทางไปตามทิศทางทลี่ ูกศรแดงช้นี ้นั ใหส้ ังเกต
และมองหาจุดเดน่ ในภูมิประเทศ แล้วจงึ เดินไปตามสิง่ น้ัน

ข้อควรระวงั ในการใชเ้ ข็มทิศ

1.จบั ถือดว้ ยความระมัดระวัง เพราะหน้าปัดและเขม็ บอบบางอ่อนไหวได้ง่าย

2.อย่าทำเข็มทิศตก เพราะแรงกระทบกระเทือนอาจทำให้เสยี หายได้

3.อยา่ อา่ นเข็มทิศใกล้สิง่ ท่ีเป็นแมเ่ หลก็ หรือวงจรไฟฟา้

4.อยา่ ทำใหเ้ ข็มทิศทเี่ ปียกน้ำ เพราะจะทำใหข้ ึ้นสนิม

5.อย่าวางเขม็ ทศิ ไว้ใกลค้ วามร้อน เพราะจะทำใหเ้ ข็มทิศบิดงอได้


Click to View FlipBook Version