ประดิษฐ์คำกลอน
ปุยเมฆ นางสาวอภิสรา ชูเงิน
ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๕
ก
คำนำ
หนังสือ E - book " ประดิษฐ์คำกลอน" เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชากวีนิพนธ์
โดยมีจุดประสงค์คือ เพื่อรวบรวมผลงานการประพันธ์ทั้งหมดของ นางสาวอภิสรา ชูเงิน
ผลงานทั้งหมดล้วนแล้วแต่ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง จากอาจารย์ประจำรายวิชาผู้
ที่มีความสามารถและประสบการณ์ ขอขอบพระคุณอาจารย์รุ่งรัตน์ ทองสกุล และ
อาจารย์สุริยา ทองคำ ที่ได้ให้ความรู้และคอยชี้แนะวิธีการทำ ทำให้หนังสือเล่มนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี
" ปุยเมฆ "
นางสาวอภิสรา ชูเงิน
ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๕
ข
สารบัญ
เรื่อง ..............................................................................................................................................................................หน้า
คำนำ ..............................................................................................................................................................................ก
สารบัญ .........................................................................................................................................................................ข
สารบัญ ( ต่อ ) .........................................................................................................................................................ค
กลอนแนะนำตัว...........................................................................................................................................................๑
เพลิดเพลินด้วยเสียงเพลง......................................................................................................................................๒
กลอนเปล่า เรื่องท้องฟ้า.........................................................................................................................................๓
เหล็กขูดบ้านเรา..........................................................................................................................................................๔
ยกยอ...............................................................................................................................................................................๕
นกเงือกผู้รักเดียว.......................................................................................................................................................๖
คิดถึงเธฮ.......................................................................................................................................................................๗
ความรัก..........................................................................................................................................................................๘
ค
สารบัญ ( ต่อ )
เรื่อง ..............................................................................................................................................................................หน้า
สรรเสริญครูอาจารย์...............................................................................................................................................๙
ตันหยงเฟื่ องฟ้า.........................................................................................................................................................๑๐
เพลงสอนน้อง.............................................................................................................................................................๑๑-๑๓
บทครูในดวงใจ...........................................................................................................................................................๑๔-๑๖
วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์จากบทครูในดวงใจ.................................................................................................๑๗-๒๐
นิราศเมืองตรัง..........................................................................................................................................................๒๑-๒๕
๑
กลอนแนะนำตัว
อภิสราก็คือนามของฉัน เกิดวันจันทร์ที่หนึ่งเดือนที่หก
ฉันคนนี้ไม่ชอบคนซกมก และจะนกในเรื่องของหัวใจ
ปุยเมฆ
๑๕/๑๐/๒๕๖๔
๒
เรื่องเพลิดเพลินด้วยเสียงเพลง
เสียงดนตรีบรรเลงกล่อมดวงจิต(เอก) ปลุกความคิดที่เด็กรับฟังนั้น(ตรี)
ช่างสวยงามตามบทเพลงฝันกัน (สามัญ) ชีวิตฉันนั้นจึงได้เพลิดเพลิน (สามัญ)
เสียงดนตรีทำให้มีความสุข(เอก) ไม่มีทุกข์ในทางที่ย่างเหิน(จัตวา)
ทำให้ใจของเราได้ก้าวเดิน (สามัญ) ได้อายเขินดั่งความหมายของเพลง(สามัญ)
ปุยเมฆ
๒๕/๑๒/๒๕๖๔
๓
แต่งกลอนเปล่าจากภาพ
เรื่องท้องฟ้า
หากวันใด ที่รู้สึกเหนื่อยท้อ รู้สึกผิดหวังอยู่บ่อย ๆ
ให้แหงนมองท้องฟ้า เพราะท้องฟ้าไม่เคยเหมือน
กันสักวัน
ก็เปรียบเหมือนกับชีวิตของคนเรา ที่ไม่ได้เกิดมา
เพื่อผิดหวังบ่อย ๆ
สักวันมันจะเป็นวันของเรา
ปุยเมฆ
๒๕/๑๒/๒๕๖๔
๔
กาพย์ยานี ๑๑
เรื่องเหล็กขูดบ้านเรา
เหล็กขูดในทางใต้
ทำจากไม้ไว้ขูดพร้าว
ใช้ทำบางครั้งคราว เนื้อมะพร้าวคั้นกะทิ
สาว ๆ ต้องทำเป็น ให้แม่เห็นลองทำซิ
ทำอย่างมีสติ เดี๋ยวจะได้เลือดกลับมา
ปลายเหล็กเรียกว่าฟัน ขูดช่วยกันจากกะลา
จะได้มะพร้าวมา ใช้เวลาพอสมควร
ปุยเมฆ
๐๖/๐๑/๒๕๖๕
๕
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
เรื่อง ยกยอ
ภูมิปัญญา ในการจับปลา นั่นคือยกยอ
มีมาตั้งแต่ รุ่นของคุณพ่อทำอย่างเพียงพอ เพื่อเอามากิน
เครื่องมือประมง หาอย่างบรรจง ได้ทั้งโคลนดิน
และปลาตัวใหญ่ไม่จบไม่สิ้น บางครั้งมีหินติดขึ้นมาด้วย
ปุยเมฆ
๐๖/๐๑/๒๕๖๕
๖
กาพย์ฉบัง ๑๖
เรื่องนกเงือกผู้รักเดียว
นกเงือกเป็นสัตว์รักเดียว ไม่ชอบแลเหลียว
นกเงือกตัวอื่นตัวใด ที่ไกลแสนไกล
ตัวพ่อก็เพลีย
บินหาอาหารออกไป
กลับมาให้ลูกกับเมีย
แล้วจึงกินให้หมดเสีย
ให้ลูกเมียมีความสุข
ปุยเมฆ
๐๖/๐๑/๒๕๖๕
๗
โคลงสี่สุภาพ เรื่อง คิดถึงเธอ
หวั่นไหว
เมื่อใกล้
คนรักเคยชิดใกล้ จนสั่น
ใจสั่นทุกครั้งไป
ที่ได้ จากเธอ
ตัวฉันหวั่นไหวใจ เฝ้าฝัน
ฉันนั่นมีรักให้ หวั่นใกล้
ทุกเมื่อ
ละเมอถึงแต่เค้า ยิ่งใกล้ ยิ่งเมิน
ฉันนี่มองแต่จันทร์
แต่ยามนั่นเจอกัน
เหินห่างคิดถึงไซร้
ปุยเมฆ
๐๑/๐๒/๒๕๖๕
๘
ร่ายยาว เรื่องความรัก
อันความรักแรก ๆ ช่างแสนดี มาวันนี้เปลี่ยนเป็นคนละคน ต้องทุกข์ทนทรมานถึงเมื่อไหร
จึงจะได้หลุดพ้นไปสักที ต้องผิดหวังอีกกี่ครั้งถึงจะมี ความรักที่มีความสุขในทุกวัน
รักของฉันมีให้เพียงเเค่เธอ เฝ้าละเมอคิดถึงเธอมิอาจคลาย ฝันสลายเมื่อเราต้องจากกัน
ในวันนั่นเธอพูดประโยคหนึ่ง คำสุดซึ้งฝากไว้ให้แก่ฉัน ว่าเราต้องแยกกันไปเติบโต
ปุยเมฆ
๐๖/๐๒/๒๕๖๕
๙
อินทรวิเชียรฉันท์ เรื่องสรรเสริญ
บุญคุณครูอาจารย์
จบมาจะหนึ่งปี จะมิมีมิลืมเลือน
บุญคุณจะย้ำเตือน สิมิเลือนพระคุณครู
ช่วยสั่งและช่วยสอน สิวิวรณ์ ณ ความรู้
ต้องขอบพระคุณครู ปิติคู่มิเพียงศิษย์
ปุยเมฆ
๑๕/๐๒/๒๕๖๕
๑๐
ตันหยงเฟื่ องฟ้า
ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้อง หยงดอกเฟื่ องฟ้า
น้องนี้อยากจะชวนพี่มา เที่ยวให้เพลินตาสบายใจ
มาเที่ยวบ้านน้อง
อยากให้พี่ลองมาเดินชมไร่
เที่ยวให้เพลินตาสบายใจ วันหลังอยากไปไหนให้บอก
ปุยเมฆ
๑๔/๐๒/๒๕๖๕
เพลงสอนน้อง ๑๑
เรื่องคำเป็น - คำตาย
:ทำนอง รักติดไซเรน
ไม่ได้อยากถาม แต่แค่อยากรู้ ว่าเธอนั้นจำได้ไหม คำตายเหล่านี้ แค่จำง่ายเธอ เธอจำได้ไหม
สระเสียงสั้น กก กบ กด นั้น เธอจำได้ไหม และมีคำเป็น ที่เธอต้องรู้ และจดจำมันให้ได้
สระเสียงยาว มีกง กน เกอย มี กม และ เกอว เธอจำได้ไหม ไม่ยากเลยเธอ แค่นึกดู นึกดูให้ดี
เทพธิดา
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๑๒
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย : เรื่องคำเป็นคำตาย
คำเป็น-คำตาย คือ การจำแนกคำตามลักษณะที่ใช้ระยะเวลาออกเสียงต่างกัน ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะทำให้คำที่มีเสียง
พยัญชนะต้นเป็นรูปเดียวกัน มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกัน
คำเป็น-คำตาย
คำเป็น คือ คำที่ประสมด้วยสระเสียงยาว และสะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กง กน กม เกย เกอว
วิธีจำ คำเป็น
ท่องว่า “นมยวง” คือมีตัวสะกดในมาตราแม่ กน กม เกย เกอว กง และจะประสมด้วยเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด
คำตาย คือ คำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้น และสะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กก กด กบ
วิธีจำ คำตาย
ท่องว่า “กบฏ” มีตัวสะกดในมาตราแม่ กก กบ กด ประสมด้วยสระเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด
คำเป็น-คำตาย ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อนำมาผันวรรณยุกต์จะยิ่งมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังเช่นกรณีของ
คำว่า คะ/ค่ะ ที่หลายคนมักเขียนผิดกันอยู่บ่อย ๆ
๑๓
อ้างอิง : https://www.sanook.com/campus/1401224/?
fbclid=IwAR1pJPM0XJtyrMSo8I3RuqCpUpo6I_p6-gaalVWMdbyDbg2twCyRLbkFJrA
นางสาวกุลธิดา สมาชิกในกลุ่ม ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๔
นางสาวจิตรานุช ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๘
นางสาวอภิสรา เทพช่วย ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๕
นางสาวอาทิญา สมศรี ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๓๗
นางสาวสาวิกา ชูเงิน ทศศ.๖๔๒ เลขที่ ๓๑
นางสาวสุภนิดา ลีลายุทธ์พงศ์ ทศศ.๖๔๒ เลขที่ ๓๓
สงรักษ์
ลอยลม
บทครูในดวงใจ ๑๔
๑.โคลง ๒.ฉันท์
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
มาจากเรื่อง ลิลิตพระลอ
ทั้งเรื่องผู้แต่งและปีที่แต่งไม่ระบุแน่ชัด ไม่ยินและไม่ยล อุปสัคคะใดใด
ซึ่งเดิมนั่นน่าจะแต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
(๒๑๙๙– ๒๒๓๑) ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
มาจากหนังสือ วรรณคดีไทย ม.๖ หน้าที่ ๒๐๓
ก็โลดจากคอกไป บยอมอยู่ ณ ที่ขัง
มาจากเรื่อง มัทนะพาธา
แต่งเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๖
ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
จากหนังสือ วรรณคดีไทย ม.๖ หน้าที่ ๘๗
๑๕
๓.กลอน ๔. กาพย์
สงสารสุดสาครยังอ่อนศักดิ์ ชีเปลือยผลักตกอยู่ในคูหา สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งดงามช้อยลอยหลังสินธุ์
เดชะมนต์ทนคงทรงวิชา ไม่มรณานิ่งซบสลบไป เพียงหงส์ทรงพรมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
ได้สามคืนชื่นฉ่ำด้วยน้ำหิน ในดวงวิญญาณ์แย้มค่อยแจ่มใส เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
ระริกริกพลิกองค์ทรงฤทัย ในดวงใจเจ็บช้ำแถบทำลาย เสียงเศร้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน
มาจากเรื่อง พระอภัยมณี มาจากเรื่อง กาพย์เห่เรือ
แต่งเมื่อ ราวรัชกาลที่๒ พ.ศ.๒๓๖๔-๒๓๖๖ แต่งเมื่อ อยุธยาตอนปลาย
และสิ้นสุดการแต่งราวปี พ.ศ.๒๓๘๘ ผู้แต่ง เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยะวงศ์ (เจ้าฟ้า
ผู้แต่ง สุนทรภู่ กุ้ง)
จากหนังสือ ศิลปะการอ่าน ปี ๑ หน้า ๗๙ จากหนังสือ ศิลปะการอ่าน ปี ๑ หน้า ๘๒
๑๖
๕.ร่าย
ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า
แจกแสงจ้าเจิดจันทร์ เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท
มาจากเรื่อง นิราศนรินทร์
แต่งเมื่อปี พ.ศ.๒๓๕๒
ผู้แต่ง นายนรินทร์ธิเบศ (อิน)
มาจากหนังสือ วรรณคดีไทย ม.๖ หน้าที่ ๑๒๕
วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์ ๑๗
จากบทครูในดวงใจ
๑. โคลง ๒. ฉันท์
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วล้า ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
(ลิลิตพระลอ)
บทประพันธ์นี้มีสุนทรียภาพ คือ ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด
-มีการเล่นเสียงสัมผัสอักษรในวรรคที่ ๑ คําว่า
ลือ-เล่า และวรรคที่ ๓ คําว่า ย่อม-ยอ-ยศ ความรักเหมือนโคถึก กําลังคึกผิขังไว้
-มีการซ้ำคําในวรรคที่ ๑ และ ๓ คําว่า เสียง
ก็โลดจากโคกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
(มัทนะพาธา)
บทประพันธ์นี้มีสุนทรียภาพ คือ
-มีการเล่นเสียงสัมผัสสระในวรรคที่ ๒ คําว่า ดาล-ตา
-มีการเล่นเสียงสัมผัสอักษรในวรรคที่ ๑ คําว่า ความ-โค, รัก-
โร วรรคที่ ๒ คําว่า มืด-มน วรรคที่ ๓ คําว่า ยิน-ยล วรรคที่
๕ คําว่า ความ-โค และ วรรคที่ ๘ คําว่า ยอม-อยู่ -มีการซ้ำคํา
ในวรรคที่ ๑ และวรรคที่ ๕ คําว่า ความรัก -ฉันท์บทนี้เป็นสัล
ปังคพิสัย เป็นรสแห่งความโศกเศร้าใน เรื่องความรัก
๑๘
๓. กาพย์
สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งดงามชดช้อยลอยหลังสินธ์
เพียงหงส์ทรงพรมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน
(กาพย์เห่เรือ)
บทประพันธ์มีสุนทรียภาพ คือ
-มีการเล่นเสียงสัมผัสสระในวรรคที่ ๑ คําว่า หงส์-ทรง วรรคที่ ๒ คําว่า ช้อย-ลอย วรรคที่ ๔ คํา
ว่า เลื่อน-เตือน วรรคที่ ๕ ว่า ชัย-ไว วรรคที่ ๖ คําว่า จริง-ยิ่ง วรรคที่ ๗ คําว่า เส้า-เร้า และ
วรรคที่ ๘ คําว่า เยิ่น-เดิน -มีการเล่นเสียงสัมผัสอัก
ษรในวรรคที่ ๑ หงส์-ห้อย วรรคที่ ๒ คําว่า
งด-งาม ,ชด-ช้อย วรรคที่ ๓ คําว่า เพียง-พรม วรรคที่ ๔ คําว่า ลิน-ลาศเลื่อน ,เตือน-ตา วรรคที่
๕ คําว่า ไว-ว่อง-วิ่ง วรรคที่ ๖ คําว่า รวด-เร็ว ,ยิ่ง-อย่างและวรรคที่ ๗ คําว่า เร้า-ระ
-กาพย์บทนี้ มีเสาวรจนีเป็นบทที่ชมความงามเกี่ยวกับ ความงามเรือ
๔. กลอน ๑๙
สงสารสุดสาครยังอ่อนศักดิ์ ชีเปลือยผลักตกอยู่ในคูหา
เดชะมนต์ทนคงทรงวิชา ไม่มรณานิ่งซบสลบไป
ได้สามคืนชื่นฉ่ำด้วยน้ำหิน ในดวงวิญญาณ์แย้มค่อยแจ่มใส
ระริกริกพลิกองค์ทรงฤทัย ในดวงใจเจ็บช้ำแถบทําลาย
บทประพันธ์มีสุนทรียภาพ คือ
-มีการเล่นเสียงสัมผัสสระในวรรคที่ ๑ คําว่า สาร-สา วรรคที่ ๒ คําว่าอยู่-คู วรรคที่ ๓ คําว่า
มนต์-ทน ,คง-ทรง วรรคที่ ๔ คําว่า ไม่-มรณา ,ซบ-สลบ วรรคที่ ๕ คําว่า คืน-ชื่น ,ฉ่ำ-น้ำ วรรค
ที่ ๖ คําว่า แย้ม-แจ่ม วรรคที่ ๗ คําว่า ริก-พลิก ,องค์-ทรงและวรรคที่ ๘ คําว่า ใน-ใจ,ช้ำ-ทํา
-มีการเล่นเสียงสัมผัสอักษรในวรรคที6 ๑ คําว่า สง
-สาร-สุด-สา วรรคที่ ๗ คําว่า ระ-ริก และ
วรรคที่ ๘ คําว่า ใจ-เจ็บ -มีการซ้ำคําในวรรคที่ ๗ คําว่า ริก
-กลอนบทนี้ มีสัลปังคพิสัยเป็นบทที่โศกเศร้าของสุดสาคร
๒๐
๕. ร่าย
ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า
แจกแสงจ้าเจิดจันทร์ เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท
(นิราศนรินทร์)
บทประพันธ์มีสุนทรียภาพ คือ
-มีการเล่นเสียงสัมผัสสระในวรรคที่ ๑ คําว่า สิทธิ์-พิ
-มีการเล่นเสียงสัมผัสอักษรในวรรคที่ ๒ คําว่า เลอ-หล้าลบ-ล่ม วรรคที่ ๓ คําว่า โลง-โลก, กว่า-กว้าง
วรรคที่ ๔ คําว่า แผน-แผ่น-ผ้าง ,เมือง-เมรุ วรรคที่ ๕ อยุธ-เยนทร์-แย้ม
วรรคที่ ๖ คําว่า จ้า-เจิด-จันทร์ วรรคที่ ๗ คําว่า เพียร-พิ-พรรณ และวรรคที่ ๘ คําว่า หาญ-ห้าว-แหน
-มีการเล่นเลียนเสียงวรรณยุกต์ในวรรคที่ ๔ คําว่า แผน แผ่น
นิราศ ๒๑
ชื่อเรื่อง นิราศเมืองตรัง
มีชื่อเสียงเรียงนามเรื่องดุหยง
การเดินทางท่องเที่ยวสู่โลกกว้าง นิราศน้อยชื่อว่าเกาะลิบง
ในชีวิตทุกคนล้วนต้องมี น่าลุ่มหลงอนุรักษ์ประเพณี
เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ในจังหวัด ยังคงสร้างประสบการณ์ไปทุกที่
มีทุ่งหญ้าภูเขานั่งสบาย สิ่งที่ดีนั้นมีตั้งมากมาย
เกาะลิบงเป็นที่พักมิมีภัย มีพวกสัตว์ต่างต่างอย่างมากหลาย
สถานที่ท่องเที่ยวอยู่มิไกล คนข้างกายคือเพื่อนที่รู้ใจ
ในยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นทอแสง คนทุกวัยก็เป็นคนภาคใต้
ผู้คนต่างต่างช่างน้ำใจมี น่าหลงใหลบรรยากาศที่แห่งนี้
บ้านพักที่อบอุ่นของพวกฉัน สีส้มแดงส่องไกลทั่วนที
เด็กน้อยกระโดดน้ำอย่างฉับไว ล้วนยินดีต้อนรับอย่างเต็มใจ
ผู้คนต่างต่างล้วนมายืนดู เด็กเด็กนั้นก็วิ่งกันแกว่งไกว
ว่ายว่ายไปตามทางน้ำทะเล
ฝูงพะยูนขึ้นชื่ออยู่ฝั่ งนี้เพ
เลื่องลือผู้คนต่างก็ไม่เกเร มาทะเลดูดุหยงเคียงข้างกาย ๒๒
เกาะลิบงชื่อขานตำนานมาก มีมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย
สถานที่ท่องเที่ยวไม่ขาดสาย ต้องขยายให้ทั่วทุกทิศทาง
สองร้อยเมตรห่างฝั่ งจากสะพาน สิ่งเล่าขานขึ้นชื่อคอยเสริมสร้าง
พิสูจน์ว่าบ่อน้ำจืดผุดขึ้นกลาง ทะเลกว้างไม่น่าเชื่อน้ำไหลเย็น
พวกคนชอบเดินดูช่วงน้ำลด พอดื่มซดไม่เหมือนอย่างที่เห็น
รสชาตินั้นไม่เหมือนอย่างที่เป็น อย่างเหมือนเช่นน้ำเปล่าธรรมดา
จนกระทั่งขุดเจาะบ่อบาดาล ทุกถิ่นฐานหมดความคอยพึงหา
เหลือเเค่ชื่อไว้เป็นเหมือนตำรา คงศรัทธาไว้เพียงเเต่ตำนาน
ยังถิ่นฐานที่เที่ยวอีกมายมาย ทั้งหลากหลายทุกแหล่งตามชำนาญ
สองข้างทางเดินชมรอบหมู่บ้าน ก็ไม่คร้านจะไปตามทางไกล
ยามเดินทางมาถึงสะพานหิน
พอดูเเล้วพวกคนล้วนดีใจ ก็ได้ยินพวกคนอยู่ไม่ใกล้
เดินทางต่อออกจากที่พักแรม เพราะเขาให้ความสำคัญกับพวกเรา
เเต่ละที่ชั่งสวยเกินจะเล่า จากหัวเเหลมไปถึงหาดหลังเขา
พระอาทิตย์ไม่ทันจะลาลับ อย่าพึ่งเศร้าต้องมาดูชมเอง
ขึ้นควนเข้าแหลมหญ้านั้นวังเวง ตาจะหลับเพราะทางมันน่าเกรง
เเม้เเต่เพลงก็ไม่จะได้ยิน
การเดินทางครั้งนี้คือครั้งแรก ก็ไม่แปลกที่จะสุดถวิล ๒๓
ให้ทุกคนมาลองเที่ยวชมกิน พร้อมโบยบินทุกที่ทุกเวลา
ก่อนจะไปขอกล่าวชมสักนิด ทั้งเพื่อนมิตรคอยให้คิดคะนึงหา
ทุกแหล่งล้วนจากไปพร้อมคำลา คอยศึกษาวันหน้าจะมาเยือน
เกาะลิบงจบลงเพียงเท่านี้ วันหลังมาจะคอยชวนเพื่อนเพื่อน
ขอบคุณที่แนะนำให้คำเตือน ให้มาเยือนที่นี่เป็นเรื่องดี
จบลงแล้วทริปมหาสมุทร รื่นเริงสุดปีใหม่แสนสุขี
แลไปต่อที่เที่ยวทับเที่ยงมี อันแสงสีต้องที่หอนากา
บางคนชวนพ่อแม่และลูกหลาน เข้าเดินงานเคาท์ดาวน์ใต้ไฟหนา
บ้างก็จูงมือแฟนเข้างานมา น่าอิจฉามีคู่ทั้งนั้นเลย
ภายในงานมีแสงสีสดใส ต้องได้ไปเข้างานอย่านิ่งเฉย
อิ่มเอมใจได้ถ่ายรูปเยาะเย้ย
มีการปล่อยลูกโป่งหลากหลายสี ลงเฟสเลยอวดคนว่ามางาน
อันชื่อเสียงโด่งดังเป็นตำนาน สมแล้วที่เลื่องลือเขาเล่าขาน
ก่อนจะถึงเวลาอันสุขสันต์ ได้สืบสานความเป็นตรังยินดี
เพราะใกล้ถึงเวลาน่ายินดี รวมตัวกันเข้ามา ณ ที่นี่
ถึงเวลาเคาท์ดาวน์แสนสนุก จะได้มีความสุขที่เปรมปรีดิ์
นับถอยหลังช่วงเวลาสิ้นปี
มีความสุขที่ได้มาแห่งนี้
หกห้าสี่สามสองหนึ่งปีใหม่ปัง
๒๔
วันปีใหม่ฉันนี้ได้ไปเที่ยว ที่ข้องเกี่ยวน่าเที่ยวในเมืองตรัง
ที่มีนกมากมายหลากหลายรัง นั่นคือวังนกน้ำที่แสนไกล
ห่างจากบ้านของฉันสามสิบโล ร้องโอ้โหฉันนี้ละท้อใจ
ได้ไปเที่ยวทั้งทีมันก็ไกล แล้วจึงไปกินข้าวกับครอบครัว
ระหว่างทางก็เห็นฝูงนกบิน มันมากินอาหารที่ริมรั้ว
ค่อยค่อยบินจากไปทีละตัว แล้วครอบครัวของฉันก็กลับบ้าน
ขับรถผ่านเลยเเวะถ่ายรูปเล่น
ต่อจากนี้พวกเราก็ถึงบ้าน ฉันจึงเป็นตากล้องให้กับหลาน
ยามพลบค่ำเราก็จัดปาร์ตี้ ฉันเบิกบานดีใจที่กลับมา
เมื่อสี่ทุ่มก็ใกล้ถึงเวลา แสงสีมีมากมายละลายตา
พอเที่ยงคืนแล้วเราก็จุดพลุ ที่ต้องมาเริ่มต้นปีกันใหม่
ตื่นขึ้นมาก็ค่อยกินกันใหม่ แล้วบรรจุอาหารแช่เก็บไว้
แสนสุขใจผ่านไปด้วยดีเอย
สมาชิกในกลุ่ม ๒๕
๑. นางสาวจิตรานุช สมศรี ทศศ.๖๔๑ เลขที่ ๘ บทที่ ๑๙ – ๒๔
๒.นางสาวนิติรัตน์ ต้นวิชา ทศศ.๖๔๑ เลขที่๑๖ บทที่ ๗-๑๒
๓.นางสาวอภิสรา ชูเงิน ทศศ. ๖๔๑ เลขที่ ๓๕ บทที่ ๒๕ – ๓๐
๔. นางสาวพัชราภา หว่านสัก ทศศ. ๖๔๒ เลขที่ ๒๐ บทที่ ๑๓-๑๘
๕.นางสาววิมลศิริ ชูแก้ว ทศศ. ๖๔๒ เลขที่ ๒๗ บทที่ ๑-๖
สัดส่วนเปอร์เซ็นต์ในการทำงาน
กลุ่มของพวกเราได้ออกทริปเที่ยวในจังหวัดตรังซึ่งพวกเราบางคนไม่สะดวกที่จะเดินทาง
มายังสถานที่เดียวกันได้เนื่องจากสถานการณ์ COVID – 19 พวกเราเลยแบ่งแยกกันไป
แต่งนิราศตามสถานที่ที่ตัวเองสะดวกจัดขึ้นตามลำดับนี้ ดิฉันนางสาวพัชราภา หว่านสัก
และเพื่อนอีก 2 คน
คือนางสาวนิติรัตน์ ต้นวิชา และนางสาววิมลสิริ ชูแก้ว ได้เดินทางไปเที่ยวเกาะลิบงใน
จังหวัดตรัง ส่วนนางสาวจิตรานุช สมศรี ได้จัดแต่งนิราศขึ้นเกี่ยวกับงานวันปีใหม่ที่
จังหวัดตรัง และนางสาวอภิสรา ชูเงิน ได้เดินทางไปยังวังนกน้ำสถานที่ท่องเที่ยวของ
จังหวัดตรัง โดยการแบ่งแยกกันแต่งนิราศคนละ ๖ บท เท่าๆกัน และได้แบ่งสัดส่วน
เปอร์เซ็นต์คนละ ๒๐% เท่ากัน