แผนพฒั นาและบริหารงานดิจิทัล
สานักสวัสดกิ ารทหาร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
คณะทางานพัฒนาขับเคล่อื นองคก์ รสู่
องคก์ รดิจิทัล สานักสวัสดกิ ารทหาร
คำนำ
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้ำวเข้ำสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ประเทศไทยสำมำรถสร้ำงสรรค์ และใช้
ประโยชน์จำกเทคโนโลยีอย่ำงเต็มศักยภำพในกำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำน นวัตกรรม ข้อมูล ทุนมนุษย์ และ
ทรัพยำกรอื่น ๆ เพ่ือขับเคล่ือนพัฒนำเศรษฐกิจ และสังคมไปสู่ควำมม่ันคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตำมนโยบำย
เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศท่ีมุ่งเน้นให้หน่วยงำนภำครัฐจัดทำแผนพัฒนำดิจิทัลเพ่ือให้ก้ำวทันต่อ
สถำนกำรณ์โลกดจิ ทิ ัลทมี่ ีกำรเปลยี่ นแปลงอยำ่ งรวดเรว็
บก.ทท. ต้องเป็นกองบัญชำกำรท่ีมีควำมเข้มแข็ง มีควำมเป็นเลิศด้ำนกำรอำนวยกำรร่วมทุกมิติ
มีลักษณะอเนกประสงค์และอ่อนตัวด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย แม่นยำ ถูกต้อง ทันเวลำ มีกำรบริหำร
จัดกำรด้วยเทคโนโลยี มีฐำนข้อมูลท่ีสมบูรณ์มีกำรพัฒนำระบบท่ีสนับสนุนกำรปฏิบัติกำรท่ีใช้เครือข่ำยเป็น
ศูนย์กลำง (Network Centric Operations :NCO) อำทิ ระบบโครงข่ำยที่สมบูรณ์ ระบบเช่ือมโยงทำงยุทธวิธีร่วม
ตลอดจนมีระบบงำนข่ำวกรองทำงทหำรระดับยุทธศำสตร์ท่ีมีควำมพร้อมมีควำมสำมำรถในกำรประเมิน
สถำนกำรณ์ล่วงหนำ้ มีค่ำควำมถูกตอ้ งของข่ำวกรองสูงพรอ้ มท้ังเพ่ิมเติมขีดควำมสำมำรถในกำรตอ่ ต้ำนกำรก่อ
กำรร้ำยสำกล กำรปฏิบัตกิ ำรด้ำนกำรข่ำวและกำรต่อต้ำนกำรข่ำวกรองในระดับยุทธศำสตร์ รวมท้ังกำรพัฒนำ
ประเทศและช่วยเหลือประชำชน กำรบรรเทำสำธำรณภัย กำรสำรวจและจัดทำแผนที่ กำรปฏิบัติกำรเพื่อ
สันติภำพ กำรพัฒนำขีดควำมสำมำรถด้ำนไซเบอร์ กำรสร้ำงควำมร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้ำนและมิตร
ประเทศ ตลอดจนกำรประสำนกำรปฏิบัติโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชดำริฯ เพ่ือเป็นหลักประกันควำม
ม่นั คงของประเทศอยำ่ งยง่ั ยนื สอดคลอ้ งกบั วิสัยทศั น์ชำติและเป้ำหมำยยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมัน่ คง
สสก.ทหำร กำลังดำเนินงำนพัฒนำระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศด้ำนสวัสดิกำร ให้มีประสิทธิภำพ
ประสิทธิผล สำมำรถดำเนินงำนเชิงบูรณำกำร ซ่ึงเป็นส่วนสำคัญในกำรสนับสนุนกำรขับเคลื่อนงำนสวัสดิกำร
เพื่อตอบสนองภำรกิจของ บก.ทท. และนโยบำยรัฐบำลในกำรใช้โมเดลกำรขับเคล่ือนประเทศด้วยนวัตกรรม
หรือ “ไทยแลนด์ 4.0” ดังนั้น คณะทำงำนพัฒนำขับเคลื่อนองค์กรสู่องค์กรดิจิทัลของ สสก.ทหำร จึงได้
ดำเนินกำรจัดทำ “แผนพัฒนำและบริหำรงำนดิจิทัลของ สสก.ทหำร ประจำปีงบประมำณ พ.ศ.2564”
เพื่อให้หน่วยงำนใช้เป็นแนวทำงในกำรดำเนินงำนพัฒนำบุคลำกร กระบวนกำรทำงำนและระบบสำรสนเทศให้
สอดคล้องกับแนวทำงกำรปรับกระบวนกำรเพื่อพัฒนำขับเคลื่อนองค์กรสู่องค์กรดิจิทัลของ บก.ทท. โดยมุ่งสู่
กำรเปน็ Digital HQ ในปี 2565
จัดทำโดย คณะทำงำนพัฒนำขบั เคลื่อนองค์กร
สู่องค์กรดิจิทลั ของ สสก.ทหำร
สารบัญ หนา้
1
บทนา 8
การวิเคราะห์สถานภาพดา้ นดจิ ิทัลของ สสก.ทหาร 11
Roadmap สสก.ทหาร ปี พ.ศ. 2563-2565 13
สาระสาคัญของแผนการพฒั นาและบรหิ ารงานดิจิทัลของ สสก.ทหาร 15
แผนพัฒนาและบรหิ ารงานดิจทิ ัล (Action Plan) 49
การรายงานและการประเมินผลการดาเนินงาน 50
แบบรายงานหน่วยปฏบิ ตั ิ 53
กระบวนการจดั ทาแผนแผนพฒั นาและบริหารงานดิจทิ ลั ของ สสก.ทหาร
1
บทนำ
ควำมเปน็ มำ กำรพัฒนำดจิ ิทัล
เทคโนโลยีดิจิทลั มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดดอยู่ตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อการ
ดาเนินชีวติ ประจาวันและการดาเนินงานขององค์กรในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทลั ระบบงานสวัสดิการ บก.ทท.
จึงจาเป็นตอ้ งตระหนกั รู้และเท่าทนั การเปลย่ี นแปลงด้านเทคโนโลยี รวมถงึ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงท่ีจะ
เกิดขึ้นในอนาคตด้วย จึงไม่ใช่การคิดเรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีกับ
สวัสดิการและกลมุ่ ผู้รับบริการผ่านการเปลยี่ นกระบวนทัศนข์ องคน
สานักงานรัฐบาลดิจิทัล (องคก์ ารมหาชน) ได้จดั ทา “แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ.
2560 – 2564” ประกอบด้วย ด้านสวัสดิการประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน การเพ่ิมประสิทธิภาพ
การเกษตร การท่องเที่ยว การลงทุน การค้า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภาษีและรายได้ ความ
ปลอดภัยสาธารณะ การบริหารจัดการชายแดน การป้องกันภัยธรรมชาติ การจัดการในภาวะวิกฤติ การบูรณา
การข้อมูลภาครัฐ การยืนยันตัวและบริหารจัดการสทิ ธิ การให้ข้อมลู การรับฟงั ความคิดเห็น โครงสร้างพน้ื ฐาน
การใหบ้ รกิ ารอเิ ล็กทรอนิกส์ ศักยภาพบุคลากรภาครฐั ดา้ นการศึกษา ด้านสาธารณสขุ ด้านสาธารณูปโภค ด้าน
คมนาคม ด้านการจัดซอื้ จดั จา้ ง ด้านการบริการสินทรัพยด์ า้ นทรัพยากรมนษุ ย์ ดา้ นการเงนิ และการใช้จ่าย
การขับเคล่ือนระบบราชการ 4.0 ของทุกส่วนราชการ ดงั น้ัน จาเป็นอย่างยิ่งที่สานักสวสั ดิการจะต้อง
บูรณาการการดาเนนิ งานร่วมกันโดยใช้ยทุ ธศาสตรเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศสวสั ดิการ (E-Welfare Strategy) เพื่อ
เป็นกรอบในการก้าวเดินไปสู่ความสาเร็จในทิศทางเดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน สามารถเชื่อมโยงบริการท้ัง
ระบบสวสั ดิการด้วยเทคโนโลยดี ิจิทัลโดยไม่แบง่ แยกความเป็นกองในหน่วยงาน เพื่อให้กาลังพล บก.ทท. ได้รับ
ประโยชนส์ งู สดุ และมีความพึงพอใจในบรกิ ารดา้ นสวสั ดิการเพม่ิ ขึ้นอย่างต่อเนอ่ื ง
แผนยุทธศำสตร์ที่สำคญั ของประเทศไทย
2
ยทุ ธศำสตรช์ ำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย มาตรา 65 กาหนดใหร้ ัฐพึงจัดให้มียทุ ธศาสตรช์ าตเิ ป็นเป้าหมาย
การพัฒนาประเทศอยา่ งยั่งยนื ตามหลักธรรมาภิบาล เพอื่ ใช้เปน็ กรอบในการจัดทาแผนตา่ งๆ ให้สอดคล้องและ
บูรณาการกัน เพอื่ ใหเ้ กิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เปา้ หมายดังกลา่ ว โดยให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎหมาย
ว่าด้วยการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560
มีผลบังคับใช้เม่ือวันท่ี 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560 โดยกาหนดให้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อ
รับผิดชอบในการจัดทาร่างยุทธศาสตร์ชาติ กาหนดวิธีการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทาร่าง
ยุทธศาสตร์ชาติในการติดตาม การตรวจสอบ และการประเมินผล รวมทั้งกาหนดมาตรการส่งเสริมและ
สนับสนนุ ให้ประชาชนทุกภาคสว่ นดาเนนิ การใหส้ อดคล้องกบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ ซ่ึงประกอบดว้ ย 6 ด้าน คือ
1. ยทุ ธศาสตรช์ าติด้านความมนั่ คง
2. ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั
3. ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
4. ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
5. ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ติ ทีเ่ ป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม
6. ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนาไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง
มั่งค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ภายในช่วงเวลา
ดังกล่าว เพ่ือความสุขของคนไทยทุกคน แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มีการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลใน
ด้านตา่ งๆ มดี ังน้ี
1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันมีประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวกับ
เทคโนโลยีดิจทิ ัล คือ
1.1 อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต โดยสร้างอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตที่
ขับเคล่ือนประเทศไทยไปสู่ประเทศท่ีพัฒนาแล้วด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ประกอบด้วย
(1) อุตสาหกรรมชีวภาพ (2) อุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ครบวงจร (3) อุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล
ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (4) อุตสาหกรรมและบริการขนส่งและโลจิสติกส์และ (5) อุตสาหกรรมความม่ันคง
ของประเทศ
1.2 โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลก ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในด้าน
โครงขา่ ยคมนาคม พืน้ ทแ่ี ละเมือง รวมถงึ เทคโนโลยี ตลอดจนโครงสร้างพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ โดย (1) เชื่อมโยง
โครงข่ายคมนาคมไร้รอยต่อ (2) สร้างและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (3) เพ่ิมพ้ืนที่และเมืองเศรษฐกิจ (4)
พฒั นาโครงสรา้ งพ้ืนฐานเทคโนโลยีสมยั ใหม่ และ (5) รักษาและเสรมิ สร้างเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ
2. ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์มีประเด็นยทุ ธศาสตร์ชาติ
ท่ีเก่ยี วกับเทคโนโลยีดิจิทัล คอื
3
2.1 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 มุ่งเน้นผู้เรียนให้มี
ทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา โดย (1) การปรับเปล่ียนระบบการเรียนรู้ให้เอ้ือต่อการพัฒนา
ทักษะสาหรับศตวรรษท่ี 21 (2) การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ (3) การเพ่ิมประสิทธิภาพ
ระบบบริหารจดั การศึกษาในทุกระดับทุกประเภท (4) การพฒั นาระบบการเรียนรตู้ ลอดชีวิต (5) การสร้างความ
ต่ืนตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาทความรับผิดชอบ และการวางตาแหน่งของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชีย
อาคเนย์และประชาคมโลก (6) การวางพ้ืนฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ (7) การ
สร้างระบบการศึกษาเพ่ือเป็นเลิศทางวิชาการระดบั นานาชาติ
2.2 การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนษุ ย์ท่ีหลากหลาย โดย (1) การพฒั นาและสง่ เสริมพหปุ ัญญา
ผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมท้ังส่ือต้ังแต่ระดับปฐมวัย (2) การสร้างเส้นทางอาชีพ
สภาพแวดล้อมการทางาน และระบบสนับสนุน ท่ีเหมาะสมสาหรับผู้มีความสามารถพิเศษผ่านกลไก และ (3)
การดึงดูดกลุ่มผู้เช่ียวชาญต่างชาติและคนไทยท่ีมีความสามารถในต่างประเทศให้มาสร้างและพฒั นาเทคโนโลยี
และนวตั กรรมใหก้ ับประเทศ
3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมมีประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่
เกย่ี วกับเทคโนโลยีดิจิทัล คอื
3.1 การกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีโดย (1) พัฒนา
ศนู ยก์ ลางความเจรญิ ทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีในภมู ภิ าค (2) กาหนดแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม
ของแต่ละกลุ่มจังหวัดในมติ ิต่าง ๆ (3) จัดระบบเมืองท่ีเอื้อต่อการสร้างชีวิตและสังคมท่ีมคี ุณภาพและปลอดภัย
ให้สามารถตอบสนองต่อสังคมสูงวัยและแนวโน้มของการขยายตัวของเมืองในอนาคต (4) ปรับโครงสร้างและ
แกไ้ ขกฎหมายระเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ เพอ่ื วางระบบและกลไกการบรหิ ารงานในระดับภาค กลุม่ จังหวัด
(5) สนับสนุนการพัฒนาพ้ืนที่บนฐานข้อมูลความรู้ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม และ (6) การพัฒนากาลังแรงงาน
ในพื้นที่
3.2 การเสริมสร้างพลังทางสังคม โดย (1) สร้างสังคมเข้มแข็งท่ีแบ่งปันไม่ทอดท้ิงกัน และมี
คุณธรรม โดยสนับสนุนการรวมตัวและดึงพลังของภาคสว่ นต่าง ๆ (2) การรองรบั สงั คมสูงวัยอย่างมคี ุณภาพ (3)
สนับสนนุ ความรว่ มมอื ระหว่างภาครฐั ภาคเอกชน ภาควชิ าการภาคประชาสงั คมและภาคประชาชน (4) ส่งเสริม
ความเสมอภาคทางเพศและบทบาทของสตรีในการสร้างสรรค์สังคม (5) สนับสนุนการพัฒนาบนฐานทุนทาง
สังคมและวัฒนธรรม และ (6) สนบั สนุนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสือ่ สรา้ งสรรค์ เพอื่ รองรับสังคมยุค
ดิจทิ ัล
4. ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ
4.1 ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการ และให้บริการอย่างสะดวก
รวดเร็ว โปร่งใส โดย (1) การให้บริการสาธารณะของภาครัฐได้มาตรฐานสากลและเป็นระดับแนวหน้าของ
ภูมิภาค และ (2) ภาครัฐมีความเช่ือมโยงในการให้บริการสาธารณะต่าง ๆ ผ่านการนาเทคโนโลยีดิจิทัลมา
ประยุกต์ใช้
4
ระบบรำชกำร 4.0
1. (Open & Connected Government) ต้องมีความเปิดเผยโปร่งใสในการทา งาน โดย
บุคคลภายนอกสามารถเข้าถงึ ขอ้ มูลข่าวสารของทางราชการหรอื มีการแบ่งปันข้อมลู ซ่ึงกันและกัน และสามารถ
เข้ามาตรวจสอบการทางานได้ตลอดจนเปิดกว้างใหก้ ลไกหรอื ภาคสว่ นอ่นื ๆ เชน่ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม
ได้เข้ามามีส่วนร่วม และโอนถ่ายภารกิจท่ีภาครัฐไม่ควรดาเนินการเองออกไปให้แก่ภาคส่วนอ่ืน ๆ เป็น
ผู้รับผิดชอบดาเนินการแทน โดยการจัดระเบียบความสัมพันธ์ในเชิงโครงสร้างให้สอดรับกับการทางานในแนว
ระนาบ ในลักษณะของเครือข่าย มากกว่าตามสายการบังคับบัญชาในแนวด่ิง ขณะเดียวกันก็ยังต้องเช่ือมโยง
การทางานภายในภาครฐั ดว้ ยกันเองให้มเี อกภาพและสอดรบั ประสานกัน
2. (Citizen-Centric Government) ต้องทางานในเชิงรุกและมองไปข้างหน้า โดยตั้งคาถามกับ
ตนเองเสมอว่าผ็รับบริการจะได้อะไร ม่งุ เน้นแก้ไขปญั หาความต้องการและตอบสนองความต้องการ โดยไมต่ ้อง
รอให้เขา้ มาติดต่อขอรับบริการหรือร้องขอ รวมท้ังใช้ประโยชน์จากขอ้ มูลของหน่วยงาน (Big Data) และระบบ
ดจิ ิทัลสมัยใหม่ในการจัดบริการสวัสดกิ ารท่ีตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ พร้อมทั้งอานวยความสะดวก
โดยมีการเช่ือมโยงกันเองของทางราชการเพ่ือให้บริการต่าง ๆ สามารถเสร็จส้ินในจุดเดียว ประชาชนสามารถ
เรียกใช้บริการของทางราชการได้ตลอดเวลาตามความต้องการของตนและผ่านการติดต่อได้หลายช่องทาง
ผสมผสานกัน ไม่ว่าจะติดต่อมาด้วยตนเอง อินเตอร์เน็ต เว็ปไซด์ โซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชั่นทาง
โทรศัพทม์ อื ถือ
5
3. (Smart & High Performance Government) ต้องทางานอย่างเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้า มีการ
วเิ คราะหค์ วามเสี่ยง สร้างนวัตกรรมหรือความคิดรเิ ร่ิมและประยุกต์องค์ความรู้ในแบบสหสาขาวิชาเขา้ มาใช้ใน
การตอบโต้กบั โลกแหง่ การเปลี่ยนแปลงอยา่ งฉับพลัน เพอื่ สร้างคุณค่า มีความยืดหยุ่นและความสามารถในการ
ตอบสนองกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันเวลาตลอดจนเป็นองค์การท่ีมีขีดสมรรถนะสูงและปรับตัวเข้าสู่
สภาพความเปน็ สานกั งานสมยั ใหม่ รวมท้งั ทาให้ขา้ ราชการมีความผูกพนั ตอ่ การปฏิบัติราชการและปฏิบตั หิ นา้ ที่
ได้อยา่ งเหมาะสมกับบทบาทของตน
ฉะนั้น ความสาเร็จของการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 ดังกล่าวต้องอาศัยปัจจัยสาคัญๆ อย่าง
นอ้ ย 3 ประการ ไดแ้ ก่
1. การสานพลังระหว่างภาครัฐ ๆ (Collaboration) อันเป็นการยกระดับการทางานให้สูงขึ้นไป
กว่าการประสานงานกัน (coordination) หรือทางานด้วยกัน (cooperation) ไปสู่การร่วมมือกัน
(collaboration) อย่างแท้จรงิ โดยจัดระบบให้มกี ารวางแผนเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตอ้ งการ
ร่วมกัน มีการระดมและนาเอาทรพั ยากรทุกชนิดเข้ามาแบ่งปันและใช้ประโยชน์ร่วมกนั มีการยอมรับความเสยี่ ง
และรับผิดชอบต่อผลสาเร็จท่ีเกิดขึ้นร่วมกัน เพื่อพัฒนาประเทศหรือแก้ปัญหาความต้องการของประชาชนที่มี
ความสลบั ซบั ซอ้ นมากขนึ้
2. การสรา้ งนวัตกรรม (Innovation) อนั เป็นการคดิ ค้นและแสวงหาวธิ กี ารหรอื solutions ใหม่ๆ
อันจะเกิด big impact เพ่ือปรับปรุงและออกแบบการให้บริการสาธารณะและนโยบายสาธารณะให้สามารถ
ตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศหรือตอบสนองปัญหาความต้องการของประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ อัน
แปรผันไปตามสภาพพลวัตของการเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยรูปแบบห้องปฏิบัติการ (GovLab/ Public Sector
Innovation Lab) และใช้กระบวนการความคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking) ในลักษณะท่ีให้ประชาชนเข้า
มามีส่วนร่วมเพ่ือสร้างความเข้าใจและเข้าถึงความร้สู ึกนึกคิด (Empathize) กอ่ นจะสร้างจนิ ตนาการ (Ideate)
พัฒนาต้นแบบ (Prototype)
3. การปรับเข้าส่คู วามเป็นดิจิทัล (Digitization/Digitalization) อนั เปน็ การผสมผสานกันของการ
จัดเกบ็ และประมวลข้อมูลผ่าน cloud computing อุปกรณป์ ระเภท smart phone และcollaboration tool
ทาให้สามารถติดต่อกันได้อย่าง real time ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลอันสลับซับซ้อนต่าง ๆ
ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้รับบริการเกิดผลกระทบอย่างสูงและมีความคาดหวังต่อการให้บริการของทาง
ราชการท่ีจะต้องดาเนินการในทุกเวลา ทุกสถานท่ี ทุกอุปกรณ์และช่องทาง ได้อย่างม่ันคงปลอดภัยและ
ประหยัด
6
กฎหมำยที่เก่ยี วขอ้ ง
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีความสาคัญกับทุกระบบท่ีเรา
ต้องเข้าไปเก่ียวข้องด้วยในชีวิตประจาวันจึงจาเป็นท่ีจะต้องมีการออกฎหมายข้ึนมากากับดูแล โดยมีกฎหมาย
ฉบบั ใหมท่ ่ีจะกลา่ วถงึ โดยสงั เขป ดงั นี้
1. พระรำชบัญญัตกิ ำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562
1.1 สาระสาคัญกฎหมายวา่ ด้วยการรกั ษาความม่นั คงปลอดภยั ไซเบอร์
1.1.1 กาหนดให้โครงสร้างพ้ืนฐานสาคัญทางสารสนเทศและหน่วยงานภาครัฐ มีมาตรฐานและ
แนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
1.1.2 มกี ารเฝ้าระวงั ภยั คกุ คามและมีแผนรับมือเพ่อื กคู้ ืนระบบให้กลับมาทางานได้ตามปกติ
1.1.3 มกี ารรว่ มมือและประสานงานกันกบั สานักงานรักษาความมนั่ คงปลอดภยั ไซเบอร์ เม่ือมภี ัย
รา้ ยแรงท่ที าให้การให้บรกิ ารที่สาคญั ไมส่ ามารถทางานได้
1.2 การพิจารณาเพื่อใช้อานาจในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ คณะกรรมการจะกาหนด
ลกั ษณะของภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยแบง่ ออกเป็นสามระดบั ดังต่อไปน้ี
1.2.1 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความเสี่ยง
อย่างมีนยั สาคัญถงึ ระดบั ท่ีทาให้ระบบคอมพิวเตอรข์ องหน่วยงานโครงสร้างพ้ืนฐานสาคัญของประเทศ หรือการ
ให้บรกิ ารของรัฐด้อยประสทิ ธิภาพลง
1.2.2 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง คือ ภัยคุกคามท่ีโจมตีไปยังระบบคอมพิวเตอร์
สง่ ผลให้โครงสรา้ งสารสนเทศได้รับความเสียหายจนไม่อาจใช้การได้ ซึง่ กระทบทั้งบรกิ ารของรัฐ ความมนั่ คงไป
จนถงึ การกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
1.2.3 ภยั คุกคามทางไซเบอรใ์ นระดับวิกฤติ คอื ภัยคุกคามที่ส่งผลตอ่ โครงสรา้ งสาคัญเปน็ วงกวา้ ง
ทาให้ล้มเหลวทั้งระบบจนรัฐไม่สามารถควบคุมการทางานส่วนกลางของระบบคอมพิวเตอร์ได้ หรือส่งผล
กระทบต่อความมนั่ คงของรัฐ ทาให้ประเทศตกอยูใ่ นภาวะคับขัน
1.3 การปอ้ งกนั และลดความเส่ยี งจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
การป้องกันความเสี่ยงตามพระราชบัญญตั ิ ระบใุ นมาตราท่ี 66 วา่ ดว้ ยคณะกรรมการกากับ
ดแู ลด้านความม่นั คงปลอดภยั ไซเบอร์ มอี านาจส่งั เจา้ หนา้ ทปี่ ฏิบัติการได้ 4 ข้อ ได้แก่
1.3.1 เข้าตรวจสอบสถานท่ี โดยมีหนังสือแจ้งถึงเหตุอันสมควรไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สถานที่เพื่อเข้าตรวจสอบสถานท่นี ้ัน
1.3.2 เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นท่ีเกี่ยวข้องกับระบบ
คอมพิวเตอร์ ทาสาเนา หรือสกัดคัดกรองข้อมูลสารสนเทศ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบจาก
ภัยคกุ คามทางไซเบอร์
1.3.3 ทดสอบการทางานของคอมพวิ เตอร์ที่มีเหตอุ นั ควรเช่อื ไดว้ ่าเกี่ยวขอ้ ง หรอื ได้รบั ผลกระทบ
จากภยั คุกคามทางไซเบอร์ หรอื ถกู ใชเ้ พอ่ื ค้นหาขอ้ มลู ใด
1.3.4 ยดึ หรืออายดั คอมพิวเตอร์ เฉพาะท่ีจาเป็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเก่ียวขอ้ งกับภยั คกุ คามทาง
ไซเบอร์ เพ่อื การตรวจสอบหรอื วิเคราะห์ ไมเ่ กิน 30 วัน เมื่อครบกาหนดจะสง่ คืนให้แก่เจา้ ของกรรมสทิ ธิ์
7
2. พระรำชบญั ญัติคุ้มครองขอ้ มลู ส่วนบคุ คล พ.ศ.2562
สาระสาคัญกฎหมายพระราชบญั ญตั ิคุ้มครองขอ้ มลู สว่ นบุคคล พ.ศ.2562
2.1 การจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยประธานจะได้มาจากการสรรหา
ผู้เช่ยี วชาญซึง่ นายกรัฐมนตรี และประธานสภา ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้
แตง่ ต้ังกรรมการสรรหาและมีการจดั ตง้ั หน่วยงานใหม่ คือ สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมลู ส่วนบคุ คล
ซึ่งจะมหี น้าท่ีกาหนดมาตรฐานในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปดิ เผยขอ้ มลู ส่วนบคุ คล
2.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง
เจ้าของขอ้ มลู ถงึ วตั ถปุ ระสงคใ์ นการเกบ็ ใช้หรือเปิดเผย และต้องไม่ใช้ขอ้ มูลนอกเหนือจากท่แี จ้ง
2.3 การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทาการเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม ในการขอความยินยอม
จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ
เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วยและการขอความยินยอมนั้นต้องทาโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทาโดยผ่าน
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถถอนความยินยอมได้ รวมถึงมีสิทธิ์ขอให้ลบหรือทาลายได้ เมื่อการเก็บใช้
เปดิ เผยไมช่ อบด้วยกฎหมายหรือถอนความยินยอม
2.4 การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ต้องมมี าตรการรกั ษาความปลอดภยั ของข้อมูลทถ่ี กู เก็บรักษา
ในประเทศ หรือกรณีการโอนย้ายข้อมลู ไปนอกประเทศ ประเทศปลายทางต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย
ขอ้ มูลส่วนบคุ คลทีเ่ พยี งพอ และจะต้องมีการจัดทารายงานวดั ผลการป้องกนั ข้อมลู ตามกฎหมาย
2.5 สิทธิ์ของเจา้ ของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของขอ้ มลู ส่วนบุคคลมีสิทธิขอเขา้ ถึงและขอรับสาเนาข้อมูล
ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มา
ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม หรือคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
เพ่ิมเตมิ จากการมสี ทิ ธิเข้าถึง
2.6 บทกาหนดโทษ ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับ
ความยินยอมจากเจา้ ของข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตราท่ี 79 หากฝา่ ฝืนต้องระวางโทษ จาคุกไม่เกนิ 6 เดือนถึง
1 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ (สาหรับโทษทางอาญา) และโทษทางปกครอง
ท่ีถูกเพิ่มอตั ราโทษจากเดมิ ท่ีระหวา่ ง 100,000 ถึง 500,000 บาท เป็นระหวา่ ง 1 ถึง 5 ลา้ นบาท
8
การวเิ คราะหส์ ถานภาพดา้ นดิจิทลั ของสานกั สวสั ดิการทหาร
โครงสร้างการจดั สานักสวัสดกิ ารทหาร
สานกั สวสั ดกิ ารทหาร OFFICE OF WELFARE : RTARF
เปน็ ส่วนราชการขึน้ ตรงตอ่ กองบัญชาการกองทพั ไทย (บก.ทท.) กระทรวงกลาโหม (กห.) โดยแยกหนว่ ย
มาจาก กรมยทุ ธบริการทหาร ซ่ึง สานักสวสั ดกิ ารทหาร ได้จดั ต้ังขึ้นเม่อื 12 ต.ค.55 ตามพระราชกฤษฎกี าแบ่ง
สว่ นราชการ กองบัญชาการกองทัพไท กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 มหี น่วยข้ึนตรงคอื กองสวัสดิการ,
กองการกีฬาทหาร, กองดุริยางค์, กองกิจการสโมสร, กองสนับสนุน, และส่วนบงั คับบัญชา ได้แก่ งบประมาณ
และแผนกการเงิน ซง่ึ ได้แก้ไขโครงสร้างการจัดและอัตรา โดยเพิ่มกองการอาคารสวัสดกิ าร ตามหนังสือ ยก.ทหาร
ลับมาก ด่วนมาก ท่ี กห 0304/6 ลง 4 ม.ค.61 เรื่อง การแก้ไขโครงสร้างการจัดและอัตราของส่วนราชการใน
บก.ทท. มีหน้าท่ีวางแผน อานวยการประสานงาน กากับดูแล และดาเนินการเกี่ยวกบั การสวัสดิการ การฌาปนกิจ
สงเคราะห์ การศาสนาพิธี การกีฬา การดรุ ิยางค์ การบันเทิงและกิจการสโมสร มีผู้อานวยการ สานักสวัสดิการ
ทหาร เปน็ ผูบ้ งั คับบัญชารบั ผิดชอบ
9
วิสัยทศั น์ สานกั สวัสดกิ าร
“เป็น Digital Welfare ภายใน พ.ศ.2565 เพ่ือก้าวเข้าสู่ SMART Welfare ภายใน พ.ศ.2580”
พันธกจิ สานักสวสั ดิการ
1. อานวยการ ประสานงาน กากับดูแล และดาเนินการจัดการควบคุม พัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม
จดั ทาข้อมลู หลกั ฐาน และสถติ เิ กย่ี วกบั อาคารสวสั ดกิ าร บก.ทท.
2. เสนอนโยบาย วางแผน ประสานงาน กากับดูแล และดาเนินการเก่ียวกับการสวัสดิการ
การฌาปนกิจสงเคราะห์
3. เสนอนโยบาย วางแผน อานวยการ ประสานงาน กากับดูแล การกีฬาทหารของกองทัพไทย และ
การกีฬาทหารระหวา่ งประเทศ
4. ดาเนินการกิจการดุริยางค์ การฝึกศึกษาและพัฒนาการดนตรี รวมท้ังปฏิบัติการแสดงดนตรีเพื่อ
สนับสนนุ หน่วยทหารและสว่ นราชการอืน่ ๆ ตามที่ได้รบั มอบ
5. ประสานงานและดาเนินการกิจการสโมสร เก่ียวกับการบริหารและบันเทิง กิจการร้านค้า การ
กีฬาสโมสรและกิจกรรมนนั ทนาการใหแ้ ก่ขา้ ราชการและครอบครวั สว่ นราชการ บก.ทท.
คา่ นยิ มหลัก สานักสวสั ดกิ าร
Well Being ความเปน็ อย่ทู ดี่ ี
Excellence ความเปน็ เลิศ
Loyalty ความจงรักภกั ดี
Fairness ความเปน็ ธรรม
Accordance ความประสานสอดคล้อง
Responsibility ความรบั ผิดชอบ
Effectiveness ความเปน็ อยู่ทีด่ ี
ความสามารถหลกั สานกั สวัสดิการ
สานักสวัสดิการ เป็นหน่วยงานท่ีมีการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัยมีฐานข้อมูล
สมบูรณ์ มรี ะบบเช่ือมข้อมูลข่าวสารเป็นหนงึ่ เดยี วกับหน่วยอื่น ๆ มีความพรอ้ มในการให้บริการและเป็นองค์กร
แห่งการเรยี นรู้ด้านสวสั ดกิ ารให้แก่กาลงั พลของ บก.ทท.
10
วิเคราะหจ์ ดุ แขง็ จุดออ่ น โอกาส อุปสรรค (SWOT Analysis) ดา้ นดิจทิ ัล
จุดแข็ง (Strengths)
1. กาลังพลมีพื้นฐานความชานาญในการใช้แอบพลิเคชั่น Line ท้ังการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสาร
กิจกรรมหน่วย นัดประชุม รับ-ส่งหนังสือ สั่งการมอบหมายงาน รายงานความก้าวหน้าติดตามประเมินผล
จัดทาแบบสอบถาม จัดทาช่องทางแสดงความคิดเห็น ฯลฯ ซ่ึงทักษะความชานาญน้ีจะเป็นสิ่งต่อยอดในการ
พัฒนาไปใชง้ านแอบพลเิ คชัน่ อ่ืน ๆ
2. บุคลากร สสก.ทหาร มีความสามัคคีและการร่วมมือในการทากิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานเป็น
อยา่ งดี ทาให้ภารกิจบรรลุผลสาเรจ็ และมีประสทิ ธภิ าพ
3. เป็นหน่วยงานกลางในการประสานขอ้ มูลเกยี่ วกบั ระบบบริการดา้ นสวสั ดิการกับหนว่ ยงานอน่ื
จุดออ่ น (Weaknesses)
1. บคุ ลากรดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศไม่เพียงพอ
2. บคุ ลากรทีป่ ฏิบตั งิ านเทคโนโลยสี ารสนเทศไมต่ รงสายงาน
3. ผรู้ บั ผดิ ชอบเทคโนโลยีสารสนเทศขาดความรู้ดา้ น Big Data
4. คลังขอ้ มูลทีม่ ีอยูย่ งั ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บรกิ ารได้
5. ระบบการบรหิ ารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศยงั ขาดความต่อเนอื่ ง
6. ระบบเครอื ขา่ ยไม่เสถียร ทาใหท้ างานไมร่ าบรน่ื
7. ขาดการจดั ทาฐานข้อมลู อย่างเปน็ ระบบและยังไมม่ ีการเช่อื มต่อข้อมูลระหวา่ งหนว่ ย
8. อุปกรณ์ Hardware มีท้ังเก่า และใหม่ปะปนกัน ทาให้มีข้อจากัดการเข้ากันได้ จึงเป็นอุปสรรคใน
การปฏิบัตงิ าน
9. โปรแกรมสนับสนนุ ไม่เพยี งพอ
โอกาส (Opportunities)
1. นโยบาย บก.ทท. เขา้ สู่ Digital HQ
2. สส.ทหาร ให้การสนับสนนุ การพฒั นาเทคโนโลยสี ารสนเทศ
3. ผ้บู ริหารทุกระดับเปิดโอกาสให้เจา้ หนา้ ท่ีเขา้ รบั การฝึกอบรมดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ
4. ผบู้ รหิ ารมีการผลักดันใหใ้ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการปฏิบตั ิงานมากขนึ้
อุปสรรค (Threats)
1. การจาแนกงบประมาณรายจา่ ยทาใหก้ ารจัดหาพัสดยุ ากขึน้
2. หน่วยรับผดิ ชอบจัดหาไม่สามารถสนับสนนุ ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่หน่วยงานเสนอความต้องการได้
ทง้ั หมด
3. มีการบุกรุกระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศจากภายนอก
ปี 2563 Roadmap สำนักสวัสดิก
สรำ้ งสภำวะระบบงำน Digital
ปี 2564
สรำ้ งสภำวะระบบ
1. พฒั นำบุคลำกร สสก.ทหำร ใหม้ คี วำมรู้ 1. พฒั นำบคุ ลำกร สสก.ทห
เทคโนโลยสี ำรสนเทศ เทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ ง
2. จัดหำอุปกรณ์สำรสนเทศท่ที นั สมัยมำประจำ 2. ปรับระบบงำน สสก.ทห
สสก.ทหำร สมบูรณ์
3. ใชแ้ ละพัฒนำระบบเทคโนโลยสี ำรสนเทศทม่ี อี ยู่ 3. จดั สรำ้ ง website/ App
- Mil Doc - rtarf mail - YouTube จดั กำร และอำนวยควำมสะ
- Line - Facebook บก.ทท.
- G Chat - Website
4. จดั กำรฐำนขอ้ มูลใหเ้ ป็นระบบ 4. พฒั นำฐำนข้อมูลครบถว้
- ข้อมลู ทั่วไป - เช่อื มฐำนข้อมูลภำยใน ส
- ข้อมลู ตำมกรอบ EA - ฐำนขอ้ มูล EA ของ สสก
5. มแี ผนกำรนำ AI มำใช้กบั งำนหอ้ งสมุด บก.ทท. 5. ศึกษำและทดลองใช้ AI
กำรทหำร ปี พ.ศ. 2563-2565
4 ปี 2565
บงำน Digital สร้ำงสภำวะระบบงำน Digital
หำร ให้มีควำมรู้ 1. บุคลำกร สสก.ทหำร มีศกั ยภำพรองรบั งำน
งต่อเน่อื ง Digital
หำร เป็น Digital ให้ 2. สสก.ทหำร มสี ถำนะเป็น Digital เชอื่ มต่อกบั
สว่ นงำนอ่นื เป็นโครงขำ่ ยเดยี วกัน
plication เข้ำมำบรหิ ำร 3. เปน็ องค์กรแหง่ กำรเรยี นรู้ด้ำนสวัสดกิ ำรผ่ำน
ะดวกใหแ้ ก่ผ้รู ับบริกำร ระบบออนไลน์
วน 4. มีฐำนขอ้ มูล Database ครบถว้ น พร้อมพัฒนำ
สสก.ทหำร ฐำนขอ้ มูลไปสู่ Big Data
ก.ทหำร สมบูรณ์ - Volume (ปริมำณ)
- Velocity (ควำมเร็ว)
งำนหอ้ งสมดุ บก.ทท. - Variety (ควำมหลำกหลำย)
5. รเิ ร่ิมโครงกำรนำรอ่ ง AI มำใช้และพัฒนำ
ห้องสมดุ บก.ทท.เป็นหอ้ งสมุดอตั โนมัติ
11
12
13
สาระสาคญั ของแผนการพฒั นาและบริหารงานดิจทิ ัลของ สสก.ทหาร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
การพัฒนาและบริหารด้านสารสนเทศขององค์กรจะเห็นถึงการพัฒนาองค์ประกอบทีเ่ กี่ยวข้องกับระบบ
สารสนเทศท้ังหมด ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากร การพัฒนากระบวนการทางาน การพัฒนาระบบ
สารสนเทศ ทั้งน้ี การพัฒนาทง้ั 3 องคป์ ระกอบต้องมคี วามสมดุล เพื่อให้องค์กรกา้ วไปสูเ่ ปน็ องค์กรดจิ ิทัล
1. การพฒั นาบคุ ลากร
1.1 พัฒนาศักยภาพและความรู้เร่ืองฐานข้อมูลและระบบเครือข่ายสาหรับกาลังพลทุกระดับของ
สสก.ทหาร เพ่อื สนบั สนนุ งานสวัสดกิ าร บก.ทท.
1.2 อบรมและให้ความรู้ด้านดิจิทัลแก่ผู้บริหารเพ่ือให้ทราบถึงความสาคัญและความจาเป็นใน
อนาคตอันนาไปสูก่ ารพัฒนาคุณภาพการใหบ้ รกิ ารสวสั ดกิ าร บก.ทท.
1.3 สง่ เสริมการอบรมและให้ความรู้ด้านดจิ ทิ ลั แก่กาลงั พล สสก.ทหาร ตามหน้าท่รี ับผิดชอบ
1.4 รับสมคั รหรอื เพิม่ บคุ ลากรด้านดจิ ิทลั ใหเ้ พียงพอต่อความตอ้ งการ
14
2. การพัฒนากระบวนการทางาน
2.1 ปรับปรงุ ระบบฐานขอ้ มูลให้เปน็ รูปแบบฐานขอ้ มูลเดียวกันพร้อมทั้งสามารถเชอ่ื มถึงกนั ได้
2.2 ปรบั ปรงุ และสนบั สนุนคลงั ขอ้ มลู ให้สามารถใช้งานไดจ้ ริง
2.3 มีการรับส่งข้อมูลงานผ่านระบบสารสนเทศ ท้งั ระบบหนังสือเวยี นอิเล็กทรอนิกส์ ระบบกิจกรรม
และการประชมุ อิเล็กทรอนกิ ส์ ระบบงานอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ระบบแบบสอบถามออนไลน์ และระบบจองสทิ ธ์ิ (จอง
ควิ ) สวสั ดกิ าร บก.ทท. พนื้ ที่แจง้ วัฒนะ
3. การพัฒนาระบบสารสนเทศ
3.1 สนับสนนุ ให้กาลงั พล สสก.ทหาร ใชแ้ อปพลเิ คชน่ั ต่าง ๆ ผา่ นระบบเครอื ข่าย (Network)
3.2 พฒั นาแอปพลิเคชน่ั ใหมข่ ้ึนมาใชง้ านด้านสวัสดกิ าร บก.ทท.
3.3 จัดซ้ือโปรแกรมและอปุ กรณไ์ ฟร์วอลเพื่อป้องกันการบกุ รุกจากภายนอก
3.4 จัดซ้ืออุปกรณ์ระบบเครือข่ายและจัดหาผู้บริการเครือข่ายเพ่ือให้ระบบเครือข่ายสามารถ
เช่อื มต่อได้อย่างเสถียรและรวดเร็ว
แผนพฒั นาและบ
ของ สสก.ทหาร ประจาป
(Action
บรหิ ารงานดิจิทัล
ปงี บประมาณ พ.ศ.2564
n Plan)
15
กลุ่มงา
การพัฒนาระบ
านท่ี 1
บบสารสนเทศ
16
ตารางแสดงแผนพฒั นาและบริหารงานดิจทิ ลั ของ สสก.
กลุ่มงานท่ี 1 การพัฒนาระบบสารสนเทศ
เปา้ ประสงค์ มีโครงข่ายระบบหนงั สอื เวยี นอเิ ลก็ ทรอนิกสข์ อง สสก.ทหาร ไว้ใช้งาน
กลยุทธ์ จดั สร้างโครงข่ายตามคู่มือของระบบ Mil-Doc และ RTARF Mail
ตวั ชว้ี ัดที่ 1 ระดบั ความสาเร็จของการจัดสร้างโครงขา่ ยระบบหนังสอื เวียนอเิ ล็กทรอนิกส์ของ ส
ค่าเปา้ หมาย : 5 จานวน 2 งาน รวมงบประมาณท้งั ส้นิ .- บาท
ห
งาน ตัวชวี้ ดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
1. ระบบรบั -สง่ หนังสือ 1.1 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั สรา้ งโครงขา่ ย
(Mil-Doc) ระบบรับ-สง่ หนังสอื ผ่านระบบ Mil-Doc
ระดบั ที่ 1 มีการทบทวนโครงสร้างระบบรับ-ส่ง
หนังสอื ผา่ นระบบ Mil-Doc ภายใน สสก.ทหาร
ระดับท่ี 2 วางแผนและเตรียมการจดั สรา้ งโครง
ขา่ ยระบบรับ-สง่ หนงั สอื ผา่ นระบบ Mil-Doc
ระดับท่ี 3 ดาเนนิ การตามแผนทวี่ างไว้
ระดบั ที่ 4 สามารถจดั สร้างโครงข่ายระบบรับ-ส่ง
หนังสอื ผ่านระบบ Mil-Doc สาเรจ็ บางสว่ น
ระดบั ที่ 5 สามารถจดั สรา้ งโครงขา่ ยระบบรบั -ส่ง
หนงั สอื ผ่านระบบ Mil-Doc สาเรจ็ สมบรู ณ์
.ทหาร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 (Action Plan)
สสก.ทหาร คา่ เป้าหมาย งบ หนว่ ย
หว้ งเวลาการปฏบิ ัตงิ าน/สาเร็จ
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผดิ
ก.พ.64
มี.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 4 5 - กสน.ฯ
17
ห
งาน ตัวชี้วดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
2.การเวยี นหนงั สอื ใหก้ าลังพล 1.2 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั สร้างโครงข่าย
ภายในหนว่ ยงาน (RTARF การเวยี นหนงั สอื ใหก้ าลังพลภายในหนว่ ยงาน
Mail) ผา่ นระบบ RTARF Mail
ระดบั ที่ 1 มกี ารทบทวนโครงสรา้ งการเวียน
หนงั สอื ใหก้ าลงั พลภายในหนว่ ยงานผ่านระบบ
สารสนเทศ
ระดบั ท่ี 2 วางแผนและเตรียมการจดั สรา้ งโครง
ขา่ ยการเวยี นหนังสือให้กาลงั พลภายในหนว่ ยงาน
ผา่ นระบบ RTARF Mail
ระดบั ที่ 3 ดาเนนิ การตามแผนท่วี างไว้
ระดับที่ 4 สามารถจัดสรา้ งโครงขา่ ยการเวียน
หนังสอื ใหก้ าลังพลภายในหน่วยงานผา่ นระบบ
RTARF Mail สาเร็จบางส่วน
ระดบั ที่ 5 สามารถจัดสรา้ งโครงขา่ ยการเวยี น
หนังสอื ใหก้ าลังพลภายในหนว่ ยงานผา่ นระบบ
RTARF Mail สาเรจ็ สมบรู ณ์
หว้ งเวลาการปฏบิ ตั งิ าน/สาเรจ็ ค่าเป้าหมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 4 5 - กสน.ฯ
18
กลมุ่ งานที่ 1 การพัฒนาระบบสารสนเทศ
เปา้ ประสงค์ มีโครงขา่ ยระบบกิจกรรมและการประชมุ อเิ ล็กทรอนิกส์ของ สสก.ทหาร ไว้ใช้งาน
กลยทุ ธ์ จัดสร้างโครงข่ายตามค่มู ือของระบบ RTARF/Calendar/G-Chat และ RTARF Mail
ตวั ช้ีวัดท่ี 2 ระดับความสาเรจ็ ของการจัดสร้างโครงข่ายระบบกิจกรรมและการประชุมอิเล็กทรอ
ค่าเป้าหมาย : 5 จานวน 4 งาน รวมงบประมาณทั้งสิน้ .- บาท
ห
งาน ตวั ชีว้ ดั
ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
1. ปฏทิ นิ กิจกรรมของ 2.1 ระดบั ความสาเร็จของการจดั สรา้ งโครงข่าย
หน่วยงาน (RTARF ปฏิทินกจิ กรรมและการประชมุ ของหน่วยงาน
Calendar) และ ผ่านระบบ RTARF Calendar
2. ปฏทิ ินการประชมุ ขอหน่วย
งาน (RTARF Calendar) ระดบั ที่ 1 มีการทบทวนการใช้ปฏทิ ินกจิ กรรมและ
การประชุมของหน่วยงาน
ระดบั ท่ี 2 วางแผนและเตรียมการจดั สร้างโครง
ข่ายปฏิทินกจิ กรรมและการประชมุ ของหน่วยงาน
ผ่านระบบ RTARF Calendar
ระดบั ที่ 3 ดาเนินการตามแผนทวี่ างไว้
ระดบั ท่ี 4 สามารถจัดสรา้ งโครงข่ายปฏิทนิ
กิจกรรมและการประชุมของหนว่ ยงานผ่านระบบ
RTARF Calendar สาเร็จบางส่วน
ระดบั ที่ 5 สามารถจัดสร้างโครงขา่ ยปฏทิ ิน
กิจกรรมและการประชมุ ของหนว่ ยงานผ่านระบบ
RTARF Calendar สาเรจ็ สมบรู ณ์
น ค่าเปา้ หมาย งบ หน่วย
อนิกส์ของ สสก.ทหาร
หว้ งเวลาการปฏบิ ัตงิ าน/สาเรจ็
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผดิ
ก.พ.64
มี.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 4 5 - กสน.ฯ
19
ห
งาน ตัวช้ีวัด ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
3. จัดทาระเบียบวาระและ 2.2 ระดบั ความสาเร็จของการจดั สร้างโครงข่าย
เอกสารแนบสาหรับการ ผ่านระบบ G-Chat/RTARF Mail
ประชุม (G-Chat/RTARF
Mail) และ ระดบั ท่ี 1 มีการทบทวนการจดั ทาระเบียบวาระ
4. จดั ทารายงานการประชุม และเอกสารแนบสาหรบั การประชมุ และจดั ทา
(G-Chat/RTARF Mail) รายงานการประชุมผา่ นระบบสารสนเทศ
ระดบั ท่ี 2 วางแผนและเตรียมการจัดสร้างโครง
ข่ายการจัดทาระเบยี บวาระและเอกสารแนบ
สาหรับการประชมุ และจัดทารายงานการประชมุ
ผ่านระบบ G-Chat/RTARF Mail
ระดบั ท่ี 3 ดาเนินการตามแผนทวี่ างไว้
ระดับท่ี 4 สามารถจัดสร้างโครงข่ายการจดั ทา
ระเบยี บวาระและเอกสารแนบสาหรับการประชมุ
และจัดทารายงานการประชมุ ผา่ นระบบ G-Chat/
RTARF Mail สาเร็จบางสว่ น
ระดบั ที่ 5 สามารถจดั สรา้ งโครงข่ายการจดั ทา
ระเบยี บวาระและเอกสารแนบสาหรบั การประชุม
และจัดทารายงานการประชุมผ่านระบบ G-Chat/
RTARF Mail สาเร็จสมบรู ณ์
หว้ งเวลาการปฏบิ ตั งิ าน/สาเรจ็ ค่าเป้าหมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 4 5 - กสน.ฯ
20
กลุ่มงานที่ 1 การพัฒนาระบบสารสนเทศ
เปา้ ประสงค์ มีโครงขา่ ยระบบงานอเิ ล็กทรอนิกส์ของ สสก.ทหาร ไว้ใช้งาน
กลยทุ ธ์ จัดสร้างโครงขา่ ยตามคมู่ ือของระบบ G-Chat/RTARF Mail/Database Server และ R
ตัวช้ีวัดที่ 3 ระดับความสาเร็จของการจัดสรา้ งโครงขา่ ยระบบระบบงานอเิ ล็กทรอนิกสข์ อง สสก
คา่ เป้าหมาย : 5 จานวน 4 งาน รวมงบประมาณท้งั สิน้ .- บาท
ห
งาน ตวั ช้วี ัด
ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
1. การมอบหมายงานผา่ น 3.1 ระดบั ความสาเรจ็ ของการจดั สร้างโครงข่าย
ระบบ(G-Chat/RTARF Mail) การมอบหมายงานและรายงานความกา้ วหน้า
และ งานภายในหนว่ ยงานผ่านระบบ G-Chat/
2.รายงานความกา้ วหนา้ งาน RTARF Mail
ภายในหนว่ ยงาน (G-Chat/
RTARF Mail) ระดบั ที่ 1 มกี ารทบทวนการมอบหมายงานผา่ น
ระบบและรายงานความก้าวหน้างานภายใน
หน่วยงานผา่ นระบบสารสนเทศ
ระดับท่ี 2 วางแผนและเตรยี มการจดั สรา้ งโครง
ขา่ ยของการมอบหมายงานและรายงานความ
ก้าวหนา้ งานผา่ นระบบ G-Chat/ RTARF Mail
ระดับที่ 3 ดาเนนิ การตามแผนท่วี างไว้
ระดบั ที่ 4 สามารถจดั สรา้ งโครงข่ายของการมอบ
หมายงานและรายงานความก้าวหนา้ งานภายใน
หน่วยงานผ่านระบบ G-Chat/ RTARF Mail
สาเรจ็ บางส่วน
ระดับท่ี 5 สามารถจดั สร้างโครงขา่ ยของการมอบ
หมายงานและรายงานความกา้ วหนา้ งานภายใน
หนว่ ยงานผา่ นระบบ G-Chat/ RTARF Mail
สาเรจ็ สมบรู ณ์
RTARF PMIS ค่าเป้าหมาย งบ หน่วย
ก.ทหาร
ห้วงเวลาการปฏบิ ตั งิ าน/สาเร็จ
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
มี.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 4 5 - กสก.ฯ
21
ห
งาน ตัวชว้ี ดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
3.การเกบ็ และเชอ่ื มโยงข้อมูล 3.2 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั สรา้ งโครงข่าย
งานภายในหน่วยงาน การเก็บและเชื่อมโยงขอ้ มลู งานภายในหน่วย
(Database Server) งานผา่ นระบบ Database Server
ระดับท่ี 1 มกี ารทบทวนการเก็บและเชือ่ มโยง
ขอ้ มลู งานภายในหนว่ ยงาน ผา่ นระบบสารสนเทศ
ระดบั ท่ี 2 วางแผนและเตรยี มการจัดสร้างโครง
ขา่ ยการเก็บและเชือ่ มโยงข้อมลู งานภายใน
หน่วยงานผ่านระบบ Database Server
ระดับที่ 3 ดาเนินการตามแผนท่วี างไว้
ระดบั ที่ 4 สามารถจดั สรา้ งโครงขา่ ยการเกบ็ และ
เช่ือมโยงข้อมลู งานภายในหน่วยงานผ่านระบบ
Database Server สาเรจ็ บางสว่ น
ระดบั ท่ี 5 สามารถจดั สร้างโครงข่ายการเกบ็ และ
เชื่อมโยงขอ้ มลู งานภายในหน่วยงานผ่านระบบ
Database Server สาเรจ็ สมบรู ณ์
หว้ งเวลาการปฏบิ ตั งิ าน/สาเรจ็ ค่าเป้าหมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 4 5 - กจส.ฯ
22
ห
งาน ตัวชี้วดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
4.การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติ 3.3 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั ทาข้อมูล
ราชการกาลังพล (RTARF ตวั ชี้วดั รายบคุ คลใหมส่ าหรับการประเมนิ ผลการ
PMIS) ปฏิบตั ิราชการกาลงั พลผ่านระบบ RTARF PMIS
(ปีละ 2 หว้ ง)
ระดับที่ 1 ไม่มีการจดั ทาขอ้ มลู ตวั ชี้วัดรายบุคคล
ใหม่ (ใช้ข้อมลู เดมิ ปเี ก่า)
ระดับท่ี 2 มกี ารจดั ทาข้อมลู ตวั ชว้ี ดั รายบุคคลใหม่
บางส่วน
ระดับที่ 3 -
ระดับที่ 4 มีการจดั ทาขอ้ มูลตวั ชว้ี ดั รายบุคคลใหม่
ทั้งหมด
ระดับท่ี 5 มีการจัดทาข้อมลู ตวั ชี้วดั รายบคุ คลใหม่
ท้งั หมด และมคี วามทา้ ทาย
หว้ งเวลาการปฏบิ ตั งิ าน/สาเรจ็ ค่าเป้าหมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 - 4 5 - กสน.ฯ
23
กลุ่มงานที่ 1 การพฒั นาระบบสารสนเทศ
เปา้ ประสงค์ มีระบบแบบสอบถามออนไลน์และชอ่ งทางแสดงความคิดเหน็ ด้านสวัสดิการ บก.ท
กลยทุ ธ์ จัดสรา้ งระบบแบบสอบถามออนไลน์และช่องทางแสดงความคิดเห็นดา้ นสวสั ดกิ าร บก
ตัวช้วี ดั ที่ 4 ระดบั ความสาเรจ็ ของการจัดสรา้ งระบบแบบสอบถามออนไลน์และชอ่ งทางแสดงค
ค่าเปา้ หมาย : 5 จานวน 2 งาน รวมงบประมาณทงั้ สิ้น .- บาท
ห
งาน ตวั ช้ีวัด
ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
1. จดั ทาแบบสอบถามด้าน 4.1 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั ทาแบบสอบ
สวัสดกิ าร บก.ทท. ออนไลน์ ถามออนไลน์ผ่านระบบ Google Form/QR
(Google Form/QR Code) Code
ระดบั ท่ี 1 มกี ารทบทวนการใช้แบบสอบถาม
ออนไลน์ ผ่านระบบสารสนเทศ
ระดับที่ 2 วางแผนและเตรียมการจัดสร้างแบบ
สอบถามออนไลน์ ผ่านระบบ Google Form/QR
Code
ระดับท่ี 3 ดาเนนิ การตามแผนท่วี างไว้
ระดับท่ี 4 -
ระดบั ที่ 5 สามารถจดั สรา้ งแบบสอบถามออนไลน์
ผา่ นระบบ Google Form/QR Code ได้สาเร็จ
ทท. ออนไลน์ ของ สสก.ทหาร ไว้ใชง้ าน
ก.ทท. ออนไลน์ ตามระบบ Google Form และ QR Code
ความคิดเห็นดา้ นสวัสดิการ บก.ทท. ออนไลน์ ของ สสก.ทหาร
หว้ งเวลาการปฏบิ ัติงาน/สาเรจ็ ค่าเปา้ หมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
มี.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 - 5 - กจส.ฯ
24
ห
งาน ตัวชว้ี ัด ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
2. จัดทาช่องทางแสดงความ 4.2 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั ทาชอ่ งทาง
คดิ เห็นด้านสวัสดิการ บก.ทท. แสดงความคดิ เห็นด้านสวัสดกิ าร บก.ทท.
ออนไลน์ (QR Code) ออนไลน์ผา่ นระบบ QR Code
ระดับที่ 1 มีการทบทวนการใช้แบบสอบถาม
ออนไลน์ ผ่านระบบสารสนเทศ
ระดบั ท่ี 2 วางแผนและเตรยี มการจดั ทาช่องทาง
แสดงความคดิ เหน็ ดา้ นสวสั ดกิ าร บก.ทท.ออนไลน์
ผา่ นระบบ QR Code
ระดับท่ี 3 ดาเนนิ การตามแผนท่ีวางไว้
ระดับที่ 4 -
ระดับที่ 5 สามารถจดั ทาชอ่ งทางแสดงความคดิ
เห็นด้านสวสั ดิการ บก.ทท.ออนไลน์ ผา่ นระบบ
QR Code ไดส้ าเร็จ
หว้ งเวลาการปฏบิ ตั งิ าน/สาเรจ็ ค่าเป้าหมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รับผิด
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
1 2 3 - 5 - กจส.ฯ
25
กลุม่ งานที่ 1 การพัฒนาระบบสารสนเทศ
เป้าประสงค์ มรี ะบบจองสทิ ธ์ิ (จองคิว) ดา้ นสวัสดกิ าร บก.ทท. พ้นื ท่ีแจ้งวัฒนะ ไวใ้ ช้งาน
กลยทุ ธ์ จัดสรา้ งระบบจองสิทธิ์ (จองควิ ) ด้านสวัสดกิ าร บก.ทท. พ้นื ที่แจ้งวัฒนะ ผ่าน Web A
ตวั ชวี้ ดั ท่ี 5 ระดับความสาเรจ็ ของการจัดสร้างระบบจองสิทธิ์ (จองควิ ) ด้านสวัสดิการ บก.ทท.
คา่ เป้าหมาย : 5 จานวน 5 งาน รวมงบประมาณทั้งสน้ิ .- บาท
ห
งาน ตวั ชีว้ ดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
1. รา้ นตดั ผมสวัสดิการ บก. 5.1 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั สร้างระบบจอง
ทท. (Web Application) สิทธิ์ (จองควิ ) รา้ นตัดผมสวัสดกิ าร บก.ทท.
ผ่าน Web Application
ระดบั ที่ 1 จดั สรา้ งระบบจองสิทธ์ิ (จองควิ ) รา้ น
ตัดผมสวสั ดิการ บก.ทท. ผา่ น Web Application
ไม่สาเร็จ
ระดบั ท่ี 2 -
ระดบั ท่ี 3 -
ระดบั ท่ี 4 -
ระดับท่ี 5 จดั สร้างระบบจองสทิ ธิ์ (จองคิว) ร้าน
ตัดผมสวสั ดิการ บก.ทท. ผา่ น Web Application
ไดส้ าเรจ็
Application คา่ เปา้ หมาย งบ หน่วย
พื้นทแ่ี จ้งวัฒนะ
ห้วงเวลาการปฏบิ ัตงิ าน/สาเร็จ
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รบั ผดิ
ก.พ.64
มี.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
ไม่ - - - สา - กจส.ฯ
สา เรจ็
เร็จ
26
ห
งาน ตวั ชว้ี ดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
2. ร้านค้าสวัสดกิ าร บก.ทท. 5.2 ระดับความสาเร็จของการจดั สร้างระบบจอง
(Web Application) สทิ ธิ์ (จองคิว) รา้ นค้าสวสั ดกิ าร บก.ทท. ผา่ น
Web Application
ระดบั ที่ 1 จัดสรา้ งระบบจองสิทธิ์ (จองควิ )
ร้านค้าสวสั ดกิ าร บก.ทท. ผ่าน Web
Application ไม่สาเร็จ
ระดับท่ี 2 -
ระดบั ท่ี 3 -
ระดับท่ี 4 -
ระดบั ท่ี 5 จัดสรา้ งระบบจองสิทธิ์ (จองควิ )
รา้ นค้าสวสั ดกิ าร บก.ทท. ผ่าน Web
Application ไดส้ าเรจ็
หว้ งเวลาการปฏบิ ัตงิ าน/สาเรจ็ คา่ เปา้ หมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รบั ผดิ
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
ไม่ - - - สา - กจส.ฯ
สา เรจ็
เรจ็
27
ห
งาน ตัวชวี้ ัด ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
3. ห้องสมดุ บก.ทท. (Web 5.3 ระดับความสาเรจ็ ของการจดั สร้างระบบจอง
Application) สทิ ธ์ิ (จองคิว) หอ้ งสมดุ บก.ทท. ผา่ น Web
Application
ระดบั ท่ี 1 จัดสรา้ งระบบจองสิทธ์ิ (จองคิว)
หอ้ งสมุด บก.ทท. ผา่ น Web Application
ไมส่ าเร็จ
ระดบั ที่ 2 -
ระดับที่ 3 -
ระดับที่ 4 -
ระดับท่ี 5 จัดสรา้ งระบบจองสิทธิ์ (จองควิ )
หอ้ งสมุด บก.ทท. ผ่าน Web Application
ไดส้ าเรจ็
หว้ งเวลาการปฏบิ ัตงิ าน/สาเรจ็ คา่ เปา้ หมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รบั ผดิ
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
ไม่ - - - สา - กจส.ฯ
สา เรจ็
เรจ็
28
ห
งาน ตัวชว้ี ดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
4. สโมสร บก.ทท. (Web 5.4 ระดับความสาเร็จของการจดั สร้างระบบจอง
Application) สิทธ์ิ (จองคิว) สโมสร บก.ทท. ผ่าน Web
Application
ระดบั ที่ 1 จดั สร้างระบบจองสิทธิ์ (จองคิว) สโมสร
บก.ทท. ผ่าน Web Application ไมส่ าเร็จ
ระดบั ท่ี 2 -
ระดบั ท่ี 3 -
ระดับท่ี 4 -
ระดับที่ 5 จัดสรา้ งระบบจองสิทธิ์ (จองคิว) สโมสร
บก.ทท. ผา่ น Web Application ได้สาเร็จ
หว้ งเวลาการปฏบิ ัตงิ าน/สาเรจ็ คา่ เปา้ หมาย งบ หนว่ ย
ม.ค.64 1 2 3 4 5 ประมาณ รบั ผดิ
ก.พ.64
ีม.ค.64 (บาท) ชอบ
เม.ย.64
พ.ค.64
ิม.ย.64
ก.ค.64
ส.ค.64
ก.ย.64
ไม่ - - - สา - กจส.ฯ
สา เรจ็
เรจ็
29
ห
งาน ตวั ช้ีวดั ต.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.63
5. ศนู ย์กีฬา บก.ทท. (Web 5.4 ระดบั ความสาเรจ็ ของการจดั สร้างระบบจอง
Application) สิทธ์ิ (จองคิว) ศนู ยก์ ีฬา บก.ทท. ผา่ น Web
Application
ระดบั ท่ี 1 จัดสร้างระบบจองสทิ ธ์ิ (จองควิ ) ศูนย์
กีฬา บก.ทท. ผ่าน Web Application ไม่สาเรจ็
ระดบั ท่ี 2 -
ระดับที่ 3 -
ระดบั ท่ี 4 -
ระดบั ท่ี 5 จัดสร้างระบบจองสทิ ธ์ิ (จองคิว) ศนู ย์
กีฬา บก.ทท. ผ่าน Web Application ไดส้ าเร็จ