80 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
เฉลยข้อสอบ ภำษำไทย สมรรถนะ มข. 2564
ข้อ ตอบ ข้อ ตอบ ขอ้ ตอบ ข้อ ตอบ ข้อ ตอบ
1. 3 11. 4 21. 3 31. 1 41. 4
2. 1 12. 4 22. 4 32. 2 42. 1
3. 4 13. 3 23. 4 33. 3 43. 1
4. 4 14. 3 24. 1 34. 1 44. 2
5. 4 15. 3 25. 3 35. 2 45. 1
6. 1 16. 2 26. 1 36. 3 46. 3
7. 3 17. 1 27. 1 37. 4 47. 4
8. 1 18. 1 28. 1 38. 3 48. 4
9. 1 19. 4 29. 1 39. 3 49. 3
10. 2 20. 1 30. 2 40. 4 50. 4
1. ข้อใดใช้คำได้ถกู ตอ้ งเหมำะสมกบั บรบิ ทในแตล่ ะขอ้ ควำม
คำตอบ ข้อ 3
บริบท หมำยถึง ถ้อยคำที่ปรำกฏร่วมกับคำท่ีเรำกำลังพิจำรณำ หรือสถำนกำรณ์แวดล้อม
ในขณะทีก่ ล่ำว หรือเขยี นคำ ๆ น้ัน
วธิ ีกำรพจิ ำรณำควำมหมำยของคำจำกบรบิ ท
1.พิจำรณำจำกคำท่ีปรำกฏร่วมกัน เชน่ นอ้ งสำวถำมพีว่ ่ำเพ่ือนพ่ีคนสงู ๆ สวมแว่นตำ
คลอดหรอื ยัง(พยี่ ่อมเข้ำใจไดว้ ่ำเพอื่ นพี่ทนี่ ้องถำมถึงเป็นเพ่ือนผหู้ ญงิ เพรำะคำกรยิ ำ คลอดใช้แก่
ประธำนทีเ่ ปน็ เพศหญิงเทำ่ น้ัน)
2.พิจำรณำจำกหน้ำที่ของคำ เช่น เด็กดีเรียนดี (ดี คำแรกขยำยคำนำม เด็ก ดี คำที่สอง
ขยำยกรยิ ำเรียน เพรำะคำขยำยจะอยูข่ ำ้ งหลังคำหลกั หรอื คำทีถ่ ูกขยำย)
3.พจิ ำรณำควำมหมำยของคำจำกคำที่ปรำกฏร่วมกัน เช่น ขดั มคี วำมหมำยว่ำ ติดขวำงไว้
ไมใ่ ห้หลดุ ออก เหน็บ ไมท่ ำตำม ฝ่ำฝืน ขืนไว้ ถูใหเ้ กลี้ยง ถใู ห้ผอ่ งใส ไมใ่ ครจ่ ะมี ฝืดเคือง
ไม่คล่อง ไมป่ กติ เม่ือขัด ปรำกฏในประโยค เรำกจ็ ะทรำบควำมหมำยได้วำ่ ขดั ในประโยค นนั้ ๆ
หมำยควำมว่ำอย่ำงไรพจิ ำรณำควำมหมำยของคำจำกคำที่ปรำกฏร่วมกัน
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 81
ดังน้ี เขำชอบขดั คำส่งั เจ้ำนำย (ขัด หมำยถงึ ฝ่ำฝนื )
เธอชว่ ยเอำรองเทำ้ คู่ดำไปขัดให้หน่อย (ขัด หมำยถงึ ถใู ห้เกล้ยี ง ถูใหผ้ ่องใส)
วนั นไี้ ม่รู้เป็นอย่ำงไรจะทำอะไรก็ขดั ไปหมด (ขัด หมำยถงึ ไมค่ ล่อง)
ที่เรำทรำบควำมหมำยของคำว่ำ ขัด ได้ก็เพรำะคำอื่น ๆ ที่ปรำกฏร่วมกับคำว่ำ ขัด ใน
ประโยค หรอื อกี นยั หนึง่ บริบทของคำว่ำ ขัด น่นั เอง
4.พจิ ำรณำจำกเจตนำของผพู้ ูด เช่น สำมกี ลำ่ วใหภ้ รรยำฟังวำ่ เลขำนุกำรของเขำมี
ควำมสำมำรถในกำรทำงำนเป็นอย่ำงย่ิง
2. คำท่ีขดี เสน้ ใตข้ อ้ ใดใชผ้ ดิ ควำมหมำย
คำตอบ ข้อ 1
“แผนงำน” หมำยถึง กลุ่มของโครงกำร หลำย ๆ โครงกำรที่เกี่ยวข้องกัน โดยมี
กำหนดเวลำเร่มิ ต้น และ สิ้นสดุ
“กำรวำงแผน” หมำยถึง กระบวนกำรวิเครำะห์และกำรตัดสินใจ กำหนดวิธีกำรไว้
ล่วงหน้ำอย่ำงเป็นระบบเพื่อใช้เป็นแนวทำงปฏิบัติให้บรรลุผลตำมเป้ำหมำยและวัตถุประสงค์ท่ี
กำหนดไวอ้ ย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ
3. เติมคำในชอ่ งว่ำงให้ถกู ต้อง
คำตอบ ขอ้ 4
สัญลักษณ์ หมำยถึง [สันยะ] น. สิ่งที่กำหนดนิยมกันขึ้นเพื่อให้ใช้หมำยควำมแทนอีกสิ่ง
หน่ึงเช่น ตัวหนังสือเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงพูด H เป็นสัญลักษณ์แทนธำตุไฮโดรเจน + - x ? เป็น
สญั ลักษณ์เครอื่ งหมำยทำงคณิตศำสตร์
ทย่ี ดึ เหนี่ยว หมำยถงึ อำศัยเป็นท่ีพง่ึ
ตัวอยำ่ งประโยค ลูกนนั้ เปรียบเสมอื นกับตวั กลำงทจี่ ะประสำน และ ยึดเหนย่ี ว ควำมเป็น
ครอบครวั และ สำยสัมพันธ์ของสมำชิกในครอบครัวใหแ้ นน่ แฟน้ ยง่ิ ข้นึ
www.alist-academy.net
82 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
4. ขอ้ ควำมข้อใดเปน็ ภำษำเขยี น
คำตอบ ขอ้ 4
ภำษำเขียน คือ ภำษำเขียนท่ีลักษณะเคร่งครัด ในหลักทำงภำษำ เรียกว่ำ ภำษำแบบแผน
ระดบั ไม่ เครง่ ครัดมำกนกั เรียกวำ่ ภำษำกึง่ แบบแผน หรอื ภำษำไมเ่ ป็นทำงกำร
กำรเลอื กใชภ้ ำษำควรคำนึงถึง กำลเทศะในกำรใช้คำนน้ั ๆ บำงคำใช้เป็นภำษำเขยี นอย่ำงเดยี ว
บำงคำก็ใช้พูดอยำ่ งเดียว และบำงคำอยู่ตรงกลำงคืออำจเป็นทงั้ ภำษำพูดและภำษำเขยี นก็ได้ ควำม
แตกตำ่ ง ระหว่ำงภำษำพดู กบั ภำษำเขยี นพออธิบำยได้ดังน้ี
1) ภำษำเขยี นไม่ใช้ถ้อยคำหลำยคำท่ีเรำใชใ้ นภำษำพูดเท่ำน้ัน เช่น เยอะแยะ อือหือ
2) ภำษำเขยี นไม่มีสำนวนเปรียบเทยี บหรอื คำสแลงทยี่ งั ไม่เปน็ ท่ยี อมรับในภำษำ เช่น ชัก
ดำบ พลิกล็อคโดดร่ม
3) ภำษำเขียนมีกำรเรียบเรียงถ้อยคำที่สละสลวยชัดเจน ไม่ซ้ำคำหรือซ้ำควำมโดยไม่
จำเป็น ในภำษำพูดอำจจะใช้ซ้ำคำหรือซ้ำควำมได้ เช่น กำรพูดกลับไปกลับมำ เป็นกำรย้ำคำหรือ
เน้นขอ้ ควำมนั้น ๆ
4) ภำษำเขียน เม่ือเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนไม่มีโอกำสแก้ไขเปล่ียนแปลงได้ แต่ถ้ำ
เป็นภำษำพูด ผู้พูดมีโอกำสชี้แจงแก้ไขในตอนท้ำยได้ นอกจำกนี้ยังมีข้อแตกต่ำงระหว่ำงภำษำพูด
และภำษำ เขยี นอกี หลำยประกำร คือ
4.1) ภำษำเขียนใช้คำภำษำมำตรฐำน หรือภำษำแบบแผน ซึ่งนิยมใช้เฉพำะในวง
รำชกำรหรือในขอ้ เขยี นทีเ่ ป็นวชิ ำกำรทง้ั หลำยมำกกวำ่ ภำษำพูด เช่น ภำษำเขียน สนุ ัข สกุ ร
4.2) ภำษำพูดมักจะออกเสียงไม่ตรงกับภำษำเขยี น คือ
เสียงจะเพีย้ นเสียงไปเลก็ นอ้ ย ส่วนมำกจะเป็นเสียงสระ เชน่ ภำษำพดู หมำ หมู ควำย หมอ เรือบิน
4.3) ภำษำพูดสำมำรถแสดงอำรมณ์ของผ้พู ูดได้ดีกว่ำภำษำเขยี นคือ มีกำรเนน้ ระดบั
เสยี งของคำให้สูง-สัน้ -ยำว ได้ตำมตอ้ งกำร เช่น ภำษำเขยี น ตำย บำ้ ใช่ เปล่ำ ภำษำพดู ตำ๊ ย บ๊ำ
4.4) ภำษำพูดนิยมช่วยพูดหรือคำลงท้ำย เพื่อช่วยให้กำรพูดนั้นฟังสุภำพและ ไพเรำะ
ยิง่ ขึน้ เชน่ ไปไหนคะ ไปตลำดคะ่ รบี ไปเลอะ ไม่เป็นไรหรอก นั่งนงิ่ ๆ ซิจ๊ะ
4.5) ภำษำพูดนิยมใช้คำซ้ำ และคำซอ้ นบำงชนิด เพื่อเน้นควำมหมำยของคำให้ ชัดเจน
ยงิ่ ขึ้น เช่น ด๊ีดี เกำ๊ เก่ำ อำ่ นเอิน่ ผ้ำหม่ ผ้ำเห่มิ กวำดแกวด ดงเดิน มอื ไม
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 83
5. ข้อควำมใดเป็นข้อเทจ็ จรงิ
คำตอบ ข้อ 4
ข้อเท็จจริง หมำยถึง ข้อควำมแห่งเหตุกำรณ์ที่เป็นมำหรือ เป็นอยู่ตำมจริง ข้อควำมหรือ
เหตกุ ำรณท์ จ่ี ะต้อง วินิจฉัยวำ่ เทหรือจรงิ
6. ขอ้ ควำมใดเปน็ ข้อคดิ เหน็
คำตอบ ขอ้ 1
ควำมตำยน้นั เป็นเสมอื นประตบู ำนสุดทำ้ ยใครเปิดเข้ำไปแลว้ ไม่มโี อกำสกลบั ออกมำ
ขอ้ คดิ เห็น หมำยถงึ ควำมเหน็ ควำมรสู้ กึ นึกคิดของผ้สู ง่ สำรที่สอดแทรกอยู่ในเน้ือหำ
ลักษณะของขอ้ คิดเหน็
1.เปน็ ข้อควำมที่แสดงควำมรสู้ ึก
2.เปน็ ข้อควำมทแ่ี สดงกำรคำดคะเน
3.เป็นข้อควำมทีแ่ สดงกำรเปรียบเทียบหรอื อุปมำอปุ ไมย
4.เป็นขอ้ ควำมที่เป็นขอ้ เสนอแนะหรือเปน็ ควำมคิดของผู้พดู และผู้เขยี นเอง
7. ข้อใดไม่อำจสรุปไดจ้ ำกข้อควำมท่กี ำหนดให้
คำตอบ ข้อ 3
กำรสรปุ ควำม หมำยถงึ กำรรวบรวมใจควำมสำคญั ของเร่ือง มำเรยี บเรยี งใหมแ่ บบสั้นๆ
โดยใช้ สำนวนภำษำของตนเองโดยคลอบคลุมเนื้อหำท้ังหมด สรปุ ขอ้ ควำมทีอ่ ่ำนให้ตรงกับ
จุดมงุ่ หมำยของเน้ือเร่ืองท่ี ทำให้ผอู้ ำ่ นเข้ำใจ
จำกบทควำมในภำษำแต่ละภำษำจะมีกำรแลกเปลี่ยนซึ่งกันละกัน และมีกำรเปลี่ยนแปลง
ไปทุกยุคทุกสมัยรวมทั้งภำษำยังขึ้นอยู่กับควำมสัมพันธ์ของวัฒนธรรม ประเพณีในแต่ละทอ้ งถิ่นใน
ประเทศนนั้ ๆ
www.alist-academy.net
84 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
8. จำกข้อควำมดำ้ นลำ่ งขอ้ ควำมใดมีกำรใช้ระดับภำษำแตกตำ่ งจำกข้อควำมอน่ื
คำตอบ ข้อ 1
ระดบั ภำษำ หมำยถงึ ควำมลดหลน่ั ของถ้อยคำ และกำรเรียบเรยี งถ้อยคำทใี่ ช้ โดย
พจิ ำรณำตำมโอกำสหรือกำลเทศะ เชน่ ภำษำระดบั พธิ ีกำร ภำษำระดบั ทำงกำรหรือภำษำรำชกำร
ภำษำระดับกันเอง เป็นต้น
9. จำกขอ้ ควำมขำ้ งต้น ข้อใดกล่ำวถกู ต้อง
คำตอบ ขอ้ 1
กำรเดนิ บนถนนชวี ิต ก็เหมอื นกบั กำรขบั รถยนต์ (อปุ มำ)
โวหำรภำพพจน์ คือ กลวิธีกำรนำเสนอสำรโดยกำรพลิกแพลงภำษำท่ีใช้พูด หรือเขียนให้
แปลกออกไปจำกภำษำตำมตัวอักษรทำให้ผู้อ่ำนเกิดภำพในใจ เกิดควำมประทับใจ เกิดควำมรู้สึก
สะเทอื นใจ เป็นกำรเปรียบเทยี บให้เห็นภำพอยำ่ งชดั เจน
ประเภทของโวหำรภำพพจน์
1. อปุ มำ คือ กำรเปรียบเทยี บวำ่ ส่ิงหนง่ึ เหมือนกับสิ่งหน่งึ โดยใช้คำเช่อื มท่มี คี วำมหมำย
เชน่ เดยี วกับคำวำ่ "เหมอื น" เช่น ดุจ ด่ัง รำว รำวกบั เปรยี บ ประดุจ เฉก เล่ห์ ปำน ฯลฯ
2. อปุ ลกั ษณ์ กค็ ล้ำยกับอุปมำโวหำรคอื เปน็ กำรเปรียบเทยี บเหมอื นกนั แต่เปน็ กำร
เปรยี บเทยี บสิ่งหนึ่งเป็นอกี ส่งิ หน่งึ กำรเปรียบเทยี บสิง่ หนึ่งเป็นอีกสงิ่ หนึง่
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 85
3. สัญลักษณ์ เปน็ กำรเรียกชอ่ื สิง่ ๆหนงึ่ โดยใชค้ ำอน่ื มำแทน ไม่เรียกตรง ๆ สว่ นใหญ่
คำทีน่ ำมำแทนจะเป็นคำท่เี กิดจำกกำรเปรยี บเทยี บและตคี วำม ซึง่ ใช้กนั มำนำนจนเป็นท่ีเข้ำใจและ
รจู้ กั กนั โดยท่วั ไป ท้ังนี้อำจเป็นเพรำะผปู้ ระพนั ธ์ต้องกำรเปรยี บเทียบเพ่ือสรำ้ งภำพพจน์หรือ
มิฉะนน้ั ก็อำจจะอยู่ในภำวะที่กล่ำวโดยตรงไมไ่ ด้ เพรำะไมส่ มควรจึงตอ้ งใช้สญั ลกั ษณ์แทน
4. บุคลำธษิ ฐำน หรือ บุคคลวัต บุคคลสมมติ คือกำรกล่ำวถึงส่ิงต่ำง ๆ ทไี่ ม่มีชวี ิต ไม่มี
ควำมคิด ไม่มีวิญญำณ เช่น โต๊ะ เกำ้ อ้ี อิฐ ปูน หรือสิ่งมชี ีวิตที่ไม่ใช่มนษุ ย์ เช่น ต้นไม้ สตั ว์ โดยให้
สง่ิ ต่ำง ๆ เหล่ำน้ี แสดงกิรยิ ำอำกำรและควำมรสู้ ึกไดเ้ หมอื นมนษุ ย์ ใหม้ คี ุณลักษณะตำ่ ง ๆ เหมอื น
สิ่งมีชวี ติ ( บคุ ลำธิษฐำน มำจำกคำวำ่ บคุ คล + อธษิ ฐำนหมำยถึง อธิษฐำนใหก้ ลำยเป็นบคุ คล )
5. อตพิ จน์ หรอื อธิพจน์ คือโวหำรทก่ี ล่ำวเกนิ ควำมจริง เพื่อสรำ้ งและเนน้ ควำมรู้สกึ และ
อำรมณ์ ทำให้ผฟู้ ังเกิดควำมรู้สกึ ที่ลกึ ซึ้ง ภำพพจน์ชนดิ นีน้ ิยมใชก้ ันมำกแม้ในภำษำพดู เพรำะเปน็
กำรกล่ำวที่ทำใหเ้ ห็นภำพได้ง่ำยและแสดงควำมร้สู กึ ของกวีได้อย่ำงชดั เจน
6. สัทพจน์ หมำยถงึ ภำพพจน์ที่เลยี นเสยี งธรรมชำติ เช่น เสียงดนตรี เสยี งสัตว์ เสียงคลืน่
เสียงลม เสียงฝนตก เสียงน้ำไหล ฯลฯ กำรใชภ้ ำพพจน์ประเภทนี้จะทำให้เหมอื นได้ยนิ เสียงน้นั จรงิ
ๆ
7. นำมนัย คอื กำรใช้คำหรือวลซี ึง่ บ่งลักษณะหรอื คณุ สมบัตขิ องสิ่งใดสง่ิ หนึง่ แทนอีกสงิ่
หนงึ่ คลำ้ ยๆ สญั ลกั ษณ์ แตต่ ่ำงกันตรงที่ นำมนยั น้ันจะดึงเอำลักษณะบำงสว่ นของสิง่ หนึ่งมำกลำ่ ว
ใหห้ มำยถงึ สว่ นทั้งหมด หรือใชช้ ่อื ส่วนประกอบสำคญั ของส่ิงนน้ั แทนสงิ่ น้ันทั้งหมด
8. ปฏพิ ำกย์ หรือ ปรพำกย์ คือกำรใช้ถ้อยคำที่มีควำมหมำยตรงกนั ขำ้ มหรอื ขัดแย้งกันมำ
กลำ่ ว อยำ่ งกลมกลืนกันเพอ่ื เพิม่ ควำมหมำยใหม้ ีน้ำหนกั มำกยิ่งข้นึ
10. คำวำ่ “ถนนชวี ิต” ที่ผเู้ ขียนนำเสนอหมำยมีควำมหมำยตรงกับข้อใด
คำตอบ ข้อ 2
www.alist-academy.net
86 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
11. จำกข้อควำม “ เรำจงึ ไม่อำจหลกี เลยี่ งอบุ ัตเิ หตดุ ว้ ยกำรเปลีย่ นเส้นทำงใหม่ได้ในทุกครั้งทช่ี ีวติ
เฉี่ยวชนกับคนอนื่ ” ผเู้ ขยี นตอ้ งกำรนำเสนอแนวคิดใดเป็นสำคัญ
คำตอบ ขอ้ 4 เรำไม่สำมำรถหลกี เลยี่ งปัญหำทเ่ี กิดขึ้นในชีวิตได้
ใจควำมสำคญั หมำยถึง ใจควำมท่ีสำคัญ และเด่นทีส่ ุดในย่อหน้ำ เป็นแก่นของยอ่ หน้ำที่
สำมำรถครอบคลุมเน้ือควำมในประโยคอ่ืน ๆ ในย่อหน้ำนั้นหรือประโยคท่ีสำมำรถเป็นหัวเรื่องของ
ยอ่ หน้ำนั้นได้ ถ้ำตัดเนื้อควำมของประโยคอ่ืนออกหมด หรือสำมำรถเป็นใจควำมหรือประโยคเด่ียว
ๆ ได้ โดยไม่ต้องมีประโยคอื่นประกอบ ซง่ึ ในแต่ละยอ่ หน้ำจะมปี ระโยคในควำมสำคญั เพยี งประโยค
เดยี ว หรอื อยำ่ งมำกไมเ่ กิน 2 ประโยค
12. ข้อใดคอื สำระสำคัญของขอ้ ควำมขำ้ งต้น
คำตอบ ขอ้ 4
กำรอ่ำนเพ่ือจับใจควำมหรือข้อคิด ควำมคิดสำคัญหลักของข้อควำม หรือเรื่องที่อ่ำน เป็น
ข้อควำมท่คี ลุมข้อควำมอ่ืน ๆ ในยอ่ หน้ำหนึ่ง ๆ ไวท้ ั้งหมด
13. ข้อใดไมใ่ ช่จดุ มุ่งหมำยของผ้เู ขยี นข้อควำมข้ำงต้น
คำตอบ ขอ้ 3
จดุ มุง่ หมำยของกำรเขียนดงั ต่อไปนี้
1. กำรเขียนเพื่อเล่ำเรือ่ ง คือกำรนำเหตุกำรณ์เร่อื งรำวท่อี ำจเกิดขน้ึ กบั บุคคลใดบุคคลหน่งึ
หรือเป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้ประสบมำ มำถ่ำยทอดอย่ำงเป็นลำดับ ส่วนใหญ่เป็นกำรเขียนเล่ำประวัติ
เลำ่
เหตุกำรณ์ เลำ่ ประสบกำรณ์ สง่ิ ที่ควรคำนึงคอื ต้องคำนึงถงึ ควำมถูกตอ้ งตรงตำมควำมจริง
2. กำรเขยี นเพ่อื อธบิ ำย คือ กำรเขยี นเพือ่ ชแี้ จง อธิบำย เช่นอธิบำยวิธใี ช้ อธิบำยวธิ ที ำ
อธบิ ำยข้ันตอน เช่น วิธกี ำรออกกำลงั กำย วธิ ีกำรทำอำหำรกำรเขียนวธิ ีนต้ี อ้ งระมดั ระวังให้เขียน
เปน็ ไปตำมข้ันตอน ใชภ้ ำษำกระชบั สัน้ เข้ำใจง่ำย
3. กำรเขียนเพื่อแสดงควำมคิดเห็น เป็นกำรเขียนเพื่อวิเครำะห์ วิจำรณ์ แนะนำหรือ
แสดงควำมคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อำจเป็นกำรเขียนแสดงควำมคิดเห็นอย่ำงเดียวหรือ
อำจมีข้อเสนอแนะด้วย ผู้เขียนต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ควำมถูกต้องและควำมมีเหตุมีผล เช่น กำร
เขียนบทควำม กำรเขยี นบทวจิ ำรณ์ กำรเขยี นบทบรรณำธิกำรในหนังสือพิมพ์เป็นต้น
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 87
4. กำรเขยี นเพอ่ื สร้ำงจินตนำกำร เปน็ กำรเขียนท่มี งุ่ ให้ผอู้ ่ำนเกดิ จนิ ตภำพ มีอำรมณค์ ลอ้ ย
ตำมต้องใช้ถ้อยคำภำษำ บำงคร้ังต้องใช้ถ้อยคำทีมีควำมหมำยแฝง มีควำมหมำยเชงิ สัญลกั ษณ์หรือ
มคี วำมหมำยเชงิ เปรียบเทียบงำนเขยี นประเภทนี้มกั พบในกำรเขยี นประเภทบนั เทิงคดี
5. กำรเขียนเพื่อโน้มน้ำวใจ มีวัตถุประสงค์ในกำรเขียนเพื่อจูงใจ เช่น เขียนคำ ขวัญ
โฆษณำ ภำษำท่ใี ช้ตอ้ งสัน้ กระชับ รดั กมุ
6. กำรเขยี นเพ่ือล้อเลยี นหรือเสยี ดสี มีจดุ ประสงค์ในกำรเขยี นเพอ่ื ตำหนิสงิ่ ใดสิ่งหน่งึ
อำจเป็นบคุ คล หรือสถำนกำรณ์ ภำษำทีใ่ ช้ต้องสภุ ำพ น่มุ นวล อำจแทรกอำรมณ์ขนั ได้
7. กำรเขียนเพือ่ กจิ ธุระ เป็นกำรเขียนเพอื่ วัตถุประสงคอ์ ย่ำงใดอย่ำงหน่ึง ภำษำที่ใช้ตอ้ ง
เหมำะสมกับประเภทของงำนเขียน
8. กำรเขียนเพ่ือบอกให้ทรำบข้อเท็จจริง เป็นงำนเขียนของทำงรำชกำรเป็นส่วนใหญ่ เช่น
กำรเขียนประกำศ คำส่งั ระเบียบ ข้อบังคบั ฯลฯภำษำที่ใช้ตอ้ งเปน็ ภำษำรำชกำร
14. ประโยคท่ีกลำ่ วว่ำ “ควำมสขุ เปน็ ดงั เป้ท่เี รำแบกอยู่บนหลังของตัวเอง” มีควำมหมำยตรงกบั
ข้อใด
คำตอบ ข้อ 3
ควำมสุขอยกู่ ับเรำไดต้ ลอดเวลำ เพยี งเรำให้ควำมใสใ่ จ อยำ่ งลึกซ้ึง
15. ขอ้ ใดไม่อำจสรปุ ไดจ้ ำกขอ้ ควำมข้ำงต้น
คำตอบ ข้อ 3
จำกบทควำม “คนท่ใี ส่ใจกบั ทกุ สง่ิ มกั จะพบกบั ควำมสุขได้งำ่ ยกวำ่ ” ไม่สอดคลอ้ ง
16. จำกประโยคทว่ี ่ำ “ควำมสขุ กพ็ รอ้ มจะผลิบำนใหเ้ รำไดช้ นื่ ชม” ผเู้ ขียนใช้ภำพพจนช์ นิดใด
คำตอบ ข้อ 2
- อปุ มำ คือ กำรเปรยี บเทียบวำ่ สงิ่ หน่ึงเหมือนกับสิง่ หนึ่งโดยใชค้ ำเชอื่ มท่ีมคี วำมหมำย
เชน่ เดียวกบั คำวำ่ " เหมือน " เช่น ดุจ ดง่ั รำว รำวกบั เปรยี บ ประดุจ ฯลฯ
- อปุ ลกั ษณ์ กค็ ลำ้ ยกับอุปมำโวหำรคอื เป็นกำรเปรยี บเทยี บเหมอื นกนั แต่เป็นกำร
เปรยี บเทยี บสิ่งหน่ึงเปน็ อีกส่งิ หนึ่ง กำรเปรยี บเทียบส่ิงหนึ่งเป็นอีกส่ิงหน่ึง
www.alist-academy.net
88 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
- อติพจน์ หรือ อธิพจน์ คือโวหำรทก่ี ลำ่ วเกินควำมจรงิ เพื่อสรำ้ งและเน้นควำมรูส้ ึกและ
อำรมณ์ ทำใหผ้ ู้ฟังเกดิ ควำมรู้สึกทลี่ กึ ซ้งึ ภำพพจนช์ นดิ นน้ี ิยมใช้กนั มำกแม้ในภำษำพดู เพรำะเป็น
กำรกลำ่ วท่ีทำให้เห็นภำพไดง้ ่ำยและแสดงควำมรู้สึกของกวไี ดอ้ ย่ำงชัดเจน
- บุคลำธิษฐำน หรอื บคุ คลวตั บคุ คลสมมติ คือกำรกลำ่ วถึงสง่ิ ตำ่ ง ๆ ท่ีไมม่ ีชวี ติ ไม่มี
ควำมคิด ไมม่ ีวิญญำณ เช่น โต๊ะ เกำ้ อ้ี อฐิ ปนู หรือสง่ิ มีชีวิตที่ไม่ใชม่ นษุ ย์ เช่น ตน้ ไม้ สตั ว์ โดยให้
สิ่งต่ำง ๆ เหลำ่ นี้ แสดงกิริยำอำกำรและควำมรู้สึกได้เหมือนมนษุ ย์ ใหม้ คี ุณลักษณะต่ำง ๆ เหมือน
สิง่ มีชีวิต ( บุคลำธิษฐำน มำจำกคำว่ำ บคุ คล + อธิษฐำนหมำยถึง อธิษฐำนให้กลำยเปน็ บคุ คล)
17. ผเู้ ขียนใช้วธิ ีกำรนำเสนอเน้ือหำด้วยโวหำรประเภทใดเปน็ สำคัญ
คำตอบ ข้อ 1 อปุ มำโวหำร เพรำะ
“ควำมสุขเป็นดั่งเป้ที่เรำแบกอยู่บนหลังของตัวเอง มันอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วขอเพียงเรำให้
ควำมใส่ใจ” เปรยี บควำมสขุ เปน็ ดงั่ เป้
18. ขอ้ ใดคือสำระสำคัญของข้อควำมข้ำงตน้
คำตอบ ข้อ 1 ภำวะควำมเส่อื มของวุ้นตำ เน้ือหำบง่ ชีเ้ ก่ยี วกบั ภำวะของโรค
19. ข้อใดกลำ่ วถูกตอ้ ง
คำตอบ ขอ้ 4
วุ้นตำจะค่อย ๆ เสื่อมตัวลงและมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ ต่อมำวุ้นในตำที่เสื่อมก็จะหดตัว
และลอกตัวจำกจอตำ เกิดเป็นตะกอนอุ่น หรือเป็นเส้นขำว ๆ เงำอุ่น ๆ ที่ลอยไปลอยมำอยู่ในตำ
เรำนั่นเอง ภำวะหุ้นในตำเสื่อมไม่จำเป็นต้องทำเพรำะจริง ๆ แล้ววุ้นในตำไม่ได้มีหน้ำที่สำคัญอะไร
ในกำรมองเห็น
20. ข้อควำมใดเปน็ ข้อคดิ เหน็
คำตอบ ขอ้ 1
ภำวะหุ้นในตำเสื่อมไมจ่ ำเป็นต้องทำเพรำะจริง ๆ แลว้ วุ้นในตำไม่ได้มีหน้ำท่ีสำคัญอะไรใน
กำรมองเห็น
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 89
21. ผ้เู ขียนใชว้ ิธกี ำรนำเสนอเน้อื หำดว้ ยกลวธิ ีใดเป็นสำคัญ
คำตอบ ข้อ 3 กำรใหร้ ำยละเอียด
22. เหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยนำวัคซีนซิโนแวค และแอสตร้ำเซนเนก้ำ มำใชป้ ้องกันโรคโควดิ 19
คือขอ้ ใด
คำตอบ ข้อ 4 ใช้กำรผลิตเหมือนกับวัคซีนหลำยชนิดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น วัคซีนพิษสุนัขบ้ำ ตับ
อกั เสบเอ โปลโิ อ จงึ ม่นั ใจในควำมปลอดภัยได้
23. ขอ้ ใดกล่ำวถูกตอ้ ง
คำตอบ ขอ้ 4
สว่ นมำกอำกำรไม่รุนแรงและหำยไปไดเ้ องใน 1-2 วัน และอำกำรข้ำงเคียงจำกกำรฉดี ส่วน
ใหญจ่ ะเกิดใน 48 ชว่ั โมง โดยเฉพำะใน 24 ชวั่ โมงแรกที่เจอมำกคือปวดบรเิ วณท่ีฉดี ส่วนปฏกิ ริ ิยำ
รนุ แรง เชน่ แน่นหนำ้ อก หำยใจไม่ออก หำยใจติดขัด หน้ำมืด เป็นลมอำกำรแพร้ นุ แรงน้ันสำมำรถ
เกดิ ขนึ้ ได้แตม่ โี อกำสน้อยมำก ๆ
24. จำกขอ้ ควำมข้ำงต้นมีกำรใช้ภำษำระดบั ใด
คำตอบ ขอ้ 1
ภำษำระดบั ทำงกำร หรือ ภำษำทำงกำร/ภำษำรำชกำร เป็นภำษำทีส่ มบูรณ์แบบ รูป
ประโยคถกู ตอ้ งตำมหลกั ไวยำกรณ์ เนน้ ควำมชัดเจน ตรงประเด็น ใช้ในโอกำสสำคัญท่ีเป็นทำงกำร
เช่น หนงั สอื รำชกำร วทิ ยำนิพนธ์ รำยงำนทำงวิชำกำร กำรกล่ำวปรำศรัย กำรกลำ่ วเปดิ งำน
สำคญั ๆ เป็นต้น
25. ข้อใดไมใ่ ช่จดุ มุ่งหมำยของผเู้ ขยี นขอ้ ควำมข้ำงต้น
คำตอบ ข้อ 3
จำกบทควำมเป็นกำรให้ควำมรู้และข้อมูลของวัคซีน ยังไม่มีมีกำรสร้ำงควำมเชื่อมั่น
เก่ียวกับกำรฉดี วัคซนี ปอ้ งกันโรคโควิด 19 ใหก้ ับประชำชน
www.alist-academy.net
90 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
26. ควรตง้ั ชอื่ บทควำมนีว้ ่ำอย่ำงไร
คำตอบ ข้อ 1
นกอัลบำทรอสท่ีแก่ที่สดุ จำกบทควำมในเร่อื ง “นกอัลบำทรอสท่ีอำยแุ ก่ท่ีสุดที่เรำรู้จัก ยัง
สำมำรถผสมพนั ธแุ์ ละออกไข่ได้แม้จะมีอำยมุ ำกถึง 69 ปี”
27. จำกบทควำมข้ำงต้น เพรำะเหตใุ ดวิสดอมจงึ มีควำมสำคัญ
คำตอบ ขอ้ 1
วิสดอมเป็นนกอัลบำทรอสตัวเดียวที่มีแท็กที่ขำ วิสดอมเป็นชื่อของนกอัลบำทรอสที่รอด
ชีวิตจำกเหตุกำรณ์สึนำมิ นักวิทยำศำสตร์ได้ติดแท็กที่ขำของมันตั้งแต่ปี 1956 เพื่อติดตำมกำร
เส้นทำงอพยพและฤดกู ำลสืบพันธ์ขุ องมัน (กำรขยำยควำม)
28. เพรำะเหตใุ ดผู้เขยี นจงึ เขียนบทควำมเกีย่ วกบั นกอัลบำทรอสแทนกำรเขยี นถึงนกชนดิ อืน่ ๆ
คำตอบ ขอ้ 1
ในควำมเป็นจริง วิสดอมอำจมีอำยุมำกกว่ำ 70 ปี เนื่องจำกเมื่อตอนท่ีนักวิทยำศำสตร์พบ
มนั คร้ังแรกมันถกู ประเมนิ ว่ำน่ำจะมีอำยุแกก่ ว่ำน้ันอีก 5 ปี แต่นั่นก็ไม่สำมำรถหยุดยั้งกำรผสมพันธุ์
และออกไข่ของมันได้ในช่วง 11 ปีที่ผ่ำนมำ "เรำไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ำ วิสดอมออกไข่ไปแล้วกี่ฟอง "
Beth Flint นกั ชวี วิทยำจำกอนุสรณ์สถำนแห่งชำตทิ ำงทะเลแปซิฟิก กล่ำวและเสริมว่ำ "แต่คำดว่ำ
มนั ออกไขไ่ ปแล้วอย่ำงน้อย 35 ฟอง จำกบนั ทกึ ลำ่ สุดในปีท่ผี ่ำนมำ"
29. ข้อใดเกย่ี วข้องกบั หนำ้ ที่ของนักปักษีวิทยำน้อยที่สุด
คำตอบ ข้อ 1
กำรอธิบำยควำมเชื่อว่ำอัลบำทรอสเป็นนกอัปมงคลที่สร้ำงปัญหำตลอดกำรเดินท ำงโดย
เรือ
30. จำกบทควำมสถำนท่ชี ือ่ “มิดเวยอ์ ะทอลส์” นำ่ จะมีท่ีต้ังอยใู่ นบรเิ วณใด
คำตอบ ข้อ 2
หมู่เกำะใกล้กับเมืองซำนฟรำนซิสโก เมื่อวันที่ 1 กุมภำพันธ์ ลูกของวิสดอมฟักออกจำกไข่
ที่มันกกอยู่ในฤดูกำลนี้ ณ มิดเวย์อะทอลล์ที่อยู่ตอนกลำงของมหำสมุทรแปซิฟิกเหนือ ซึ่งปีนี้วิสด
อมมีอำยคุ รบ 70 ปี
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 91
31. ข้อใดคือควำมคดิ เห็น
คำตอบ ขอ้ 1
ในควำมเป็นจรงิ วิสดอมอำจจะมอี ำยมุ ำกกว่ำ 70 ปี
32. ขอ้ ใดไม่ใช่ข้อเท็จจริงในบทควำม
คำตอบ ขอ้ 2
นกั ปกั ษวี ิทยำทั้งสำมคนต่ำงพยำยำมศกึ ษำพฤตกิ รรมของนกอัลบำทรอสในมดิ เวย์อะทอลล์
33. หำกตอ้ งเขยี นเน้ือควำมต่อจำกบทควำมนี้อกี หนง่ึ ย่อหน้ำ ควรเขียนในประเดน็ ใดจงึ จะ
เชอื่ มโยงกับข้อควำมก่อนหนำ้
คำตอบ ข้อ 3 แนวทำงกำรอนุรกั ษ์และรักษำพนั ธ์ุนกอลั บำทรอส
34. จำกกวนี พิ นธ์ข้ำงตน้ มคี วำมโดดเดน่ ในดำ้ นใด
คำตอบ ข้อ 1 ถอ้ ยคำน้อยกินควำมลกึ ซง้ึ
35. กวีสือ่ มุมมองอยำ่ งไรกบั คำว่ำ “เจ้ำ” ในบทประพนั ธน์ ้ี
คำตอบ ข้อ 2 บทกลอนนี้เกย่ี วกับ ควำมรกั ของผู้ชำยทีห่ วังควำมรกั ในผหู้ ญงิ แต่กลับตอ้ งผิดหวัง
36. จำกคำตอบข้อ 35 แสดงใหเ้ หน็ จำกถ้อยคำใด
คำตอบ ขอ้ 3 อย่ำหมำยว่ำจะใหห้ ัวใจ
37. ควำมเปรยี บในข้อใดนำ่ จะได้รับผลกระทบรุนแรงมำกทสี่ ดุ
คำตอบ ข้อ 4 จะทรมำนควกั ท้งิ ท้งั แก้วตำ เปรียบผลกระทบท่ีแสนสำหัส รนุ แรง ทำลำยส่ิงทีร่ ักยิ่ง
38. ถ้อยคำวำ่ “ไปชว่ั ฟำ้ ช่วั ดินสิ้นเอย” หมำยถึงอะไร
คำตอบ ข้อ 3 ชั่วเวลำ 1 กลั ป์ (อำยขุ องโลก)
www.alist-academy.net
92 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
39. เนือ้ ควำมในกวีนิพนธ์ถอ้ ยคำใดสือ่ ถงึ วฏั สงสำร
คำตอบ ข้อ 3 จะเกิดกฟี่ ำ้ มำตรมตำย อยำ่ หมำยวำ่ จะใหห้ วั ใจ
วัฏสงสำร หมำยถึง กำรเวยี นว่ำยตำยเกิด
40. จำกบทอ่ำนกวนี ิพนธข์ ้ำงตน้ ผลกระทบที่ “เจำ้ ” จะได้รับมำกทส่ี ุดคอื อะไร
คำตอบ ข้อ 4 ไม่เขำ้ ใจควำมรกั ที่เสียสละอยำ่ งแทจ้ รงิ
41. ควำมเปรียบในข้อใดแตกตำ่ งจำกข้ออื่น
คำตอบ ขอ้ 4 ไปช่ัวฟำ้ ดนิ สนิ้ เอย กำรเปรียบเทยี บใหเ้ รอ่ื งรำวจบสมบูรณ์
อย่ำหมำยวำ่ จะให้หัวใจ กำรเปรยี บเทียบทำงดดุ นั
ให้ทำลำยสิน้ ถึงวญิ ญำณ กำรเปรียบเทยี บทำงดุดัน
จะทรมำนควักทง้ิ ท้งั แกว้ ตำ กำรเปรยี บเทยี บทำงดุดนั
42. จำกบทกวนี พิ นธข์ ้ำงตน้ ถอ้ ยคำใดไม่ได้สะทอ้ นควำมคดิ ควำมเช่ือพืน้ ฐำนในสังคมไทย
คำตอบ ข้อ 1 เสยี เจ้ำรำวรำ้ วมณีรุ้ง ม่งุ ปรำรถนำอะไรในหล้ำ
จำกบทควำมไมม่ เี ก่ียวกับควำมเชือ่ พื้นฐำนในสงั คมไทย เนอื่ งจำกเป็นกำรกลำ่ วถึงผู้หญงิ
43. จำกบทอำ่ น ควรจะตั้งช่อื บทควำมวำ่ อย่ำงไรจงึ จะครอบคลมุ เน้ือควำมมำกท่สี ดุ
คำตอบ ขอ้ 1 พระเอกฟลอู อไรด์
44. จำกบทอ่ำน แนวทำงใดจะช่วยให้ฟลูออไรด์ในร่ำงกำยของเรำทำงำนได้นำนที่สดุ
คำตอบ ข้อ 2 งดรบั ประทำนมะมว่ ง มะยม มะนำว
ปัญหำคอื กรดจำกอำหำรเปร้ยี ว ๆ หรือช่องนำ้ อัดลม หรอื จำกแบคท่ีเรยี ในปำก จะจบั กับ
หมู่ไฮดรอกซิลให้หลุดออกมำ เป็นกำรทำลำยเคลือบฟันไปทีละน้อยจนก่อให้เกิดอำกำรของโรคฟัน
ตำ่ ง ๆ ได้
www.alist-academy.net
ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64) 93
45. จดุ พลกิ ผนั ของวิวฒั นำกำรกำรศกึ ษำคุณสมบัตขิ องฟลูออไรด์อยทู่ ่เี หตุกำรณใ์ ด
คำตอบ ข้อ 1 กระบวนกำรแยกธำตุฟลูออรีนช่วงก่อนปี ค.ศ. 1986 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1886
Henri /Moissan นักเคมีชำวฝรั่งเศสสำมำรถแยกแก๊สฟลูออรีนได้สำเร็จด้วยวิธีกำรที่เรียกว่ำ
electrolysis
46. ข้อใดไมใ่ ช่ส่วนประกอบของส่วนทแี่ ขง็ ทสี่ ดุ ในร่ำงกำยมนุษย์
คำตอบ ขอ้ 3 อำรก์ อน
ก่อนจะเล่ำเรื่องกำรประยุกต์ใช้ธำตุฟลูออรีน เรำไปทำควำมเข้ำใจธรรมชำติของมันกัน
ก่อนดีกว่ำ ธำตุฟลูออรีนเป็นอโลหะสำมำรถดึงดูดอิเล็กตรอนได้ดีมำก ทำให้มันไวตอ่ ปฏกิ ิริยำอย่ำง
ย่งิ ถึงข้นั ทม่ี ันสำมำรถสรำ้ งพันธะ กบั แก๊สเฉ่ือยอย่ำงซนี อน คริปตอน และ อำรก์ อนได้
47. จำกบทอำ่ น ย่อหน้ำใดมีขอ้ คดิ เหน็ ชัดเจนท่ีสุด
คำตอบ ข้อ 4 ย่อหนำ้ ที่ 5
ปัญหำ คือ กรดจำกอำหำรเปรี้ยว ๆ หรือช่องน้ำอัดลม หรือจำกแบคที่เรียในปำก จะจับ
กบั หมู่ไฮดรอกซิลให้หลุดออกมำ เป็นกำรทำลำยเคลือบฟันไปทีละน้อยจนก่อให้เกิดอำกำรของโรค
ฟนั ต่ำง ๆ ได้ ตอนนีเ้ องท่ีฟลูออไรด์จำกยำสีฟนั จะกลำยเป็นพระเอก
48. หำกต้องเขียนบทอ่ำนนต้ี ่อในยอ่ หนำ้ ท่ี 6 ควรเขยี นประเด็นใดจงึ จะเชอ่ื มโยงกบั ย่อหน้ำท่ี 5
คำตอบ ข้อ 4 ฟลูออไรด์กับอำหำรในชีวิตประจำวัน เนื่องจำกในย่อหน้ำที่ 5 พูดถึงปัญหำ และ
กำรงด เล่ยี ง
49. ข้อใดไม่ใช่ขอ้ เทจ็ จรงิ จำกบทอำ่ น
คำตอบ ข้อ 3 หนงึ่ ในอโลหะทสี่ ำมำรถดึงดูดอเิ ลก็ ตรอนไดด้ ีคือ ธำตฟุ ลอู อรนี
ก่อนที่จะเล่ำเรื่องกำรประยุกต์ใช้ธำตุฟลูออรีน เรำไปทำควำมเข้ำใจธรรมชำติของมันก่อนดีกว่ำ
ธำตุฟลูออรีนเป็นอโลหะสำมำรถดึงดดู อิเลก็ ตรอนไดด้ ีมำก
www.alist-academy.net
94 ภาษาไทย สมรรถนะ มข. (ปี 64)
50. ขอ้ ใดไม่สำมำรถอนมุ ำนได้จำกบทอำ่ นขำ้ งตน้
คำตอบ ข้อ 4 อำหำรทจ่ี ะทำให้ฟลอู อไรด์ทำงำนไดด้ ีคืออำหำรทมี่ ีรสเป็นด่ำง
อนุมำน คือ กำรคำดคะเนอย่ำงมีหลักกำร ตำมข้อมูลหลักฐำนที่มี มีข้อควำมแต่ยังไม่มีหลักกำรที่
แน่ชดั
จำกบทควำม
ปญั หำคือ กรดจำกอำหำรเปร้ียว ๆ หรอื ชอ่ งน้ำอัดลม หรือจำกแบคที่เรียในปำก จะจับกับหมู่ไฮดร
อกซิลให้หลุดออกมำ เป็นกำรทำลำยเคลือบฟันไปทีละน้อยจนก่อให้เกิดอำกำรของโรคฟันต่ำง ๆ
ได้ ตอนนี้เองทฟี่ ลอู อไรด์จำกยำสีฟนั จะกลำยเป็นพระเอก
www.alist-academy.net