The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ที่ 11 เรื่องอุทกภัย รายวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กศน.อำเภอจุน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tukta, 2022-11-12 23:34:19

ใบความรู้ที่ 11 เรื่องอุทกภัย

ใบความรู้ที่ 11 เรื่องอุทกภัย รายวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กศน.อำเภอจุน

ใบความรทู้ ่ี 11
เรอ่ื ง อทุ กภยั ดนิ โคลนถลม

เรื่องท่ี 1 ความหมายของอทุ กภยั
อุทกภัย หรือ น้าทว่ ม (flo๐d) คอื ภัยหรืออนั ตรายที่

เกิดจากน้าท่วม หรืออนั ตรายอันเกดิ จากภาวะท่ีน้าหลเอ่อลัน
ฝั่งแมน่ ้า ลา้ ธาร หรือทางน้าเขา้ ท่วมพน้ื ที่ซงึ่ โดยปกตแิ ลว้ ไมไ่ ด้
อย่ใู ตร้ ะดับนา้ หรอื เกดิ จากการสะสมน้าบนพื้นทีซ่ ง่ึ ระบาย
ออกไม่ทัน ท้าใหพ้ ืน้ ท่ีนั้นปกคลุมไปดว้ ยน้า
เรื่องท่ี 2 ความรทู้ ว่ั ไปเกย่ี วกบั อทุ กภยั

อทุ กภยั คือ ภยั ทเี่ กดิ จากนา้ ทว่ ม นา้ ป่าไหลหลาก
หรือ นา้ ไหลเออ่ ลนั ฝั่งแมน่ ้าไหลท่วมบ้านเรือนดว้ ยความ

2.1 ลกั ษณะการเกิดของอทุ กภยั
ลกั ษณะการเกดิ อทุ กภยั มี 4 ลกั ษณะ ได้แก่

2.1.1.นา้ ล้นตลง่ิ เกดิ จากฝนตกหนักตอ่ เนอ่ื ง
ปรมิ าณน้าจา้ นวนมากระบายไหลลงสแู่ ม่น้าล้าธารออกสูท่ ะเล
ไม่ทัน ทา้ ให้เกดิ สภาวะน้าลนั ตล่ิงเข้าทว่ มสวน ไร่ นา และ
บา้ นเรือน ท้าใหเ้ กิดความเสยี หาย ถนนและสะพานช้ารดุ
เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดได้รุนแรง

2.1.2 น้าท่วมฉับพลัน/น้าป่าไหลหลาก เป็นภาวะน้าท่วมท่ีเกิดข้ึนอย่างฉับพลันเนื่องจากฝนตก
หนักมักเกิดข้ึนในบริเวณที่ราบระหว่างหุบเขา ซ่ึงอาจจะไม่มีฝนตกหนักในบริเวณนั้นมาก่อนเลย แต่มีฝนตก
หนกั มากบรเิ วณต้นนา้ ท่อี ยหู่ า่ งออกไป หรือเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่นเข่ือนหรืออ่างเก็บน้าพังทลาย ท้าให้ถนน
สะพาน และชีวิตมนุษย/์ สตั วไ์ ดร้ ับความเสยี หาย

2.1.3 คลน่ื พายุชดั ฝงั่ คือ คลืน่ ทีเ่ กดิ พรอ้ มกบั พายโุ ซนรอ้ น เมฆฝนกอ่ ตวั ฝนตกหนกั ลมพัดแรง พ้ืนท่ี
ชายฝั่งจะมีความกดอากาศต่้า น้าทะเลยกตัวสูงกว่าปกติกลายเป็นโดมน้าขนาดใหญ่ชัดจากทะเลเข้าชายฝั่ง
อยา่ งรวดเร็ว จนสรา้ งความเสยี หายต่อชีวิต อาคารบา้ นเรือนและทรัพยส์ นิ บริเวณพนื้ ทช่ี ายฝ่งั

2.1.4 น้าท่วมขัง เปน็ น้าทว่ มท่เี กดิ จากระบบระบายน้าไม่มีประสิทธิภาพ มักเกิดข้ึนในบริเวณท่ีราบ
ลุ่มแม่น้า และบริเวณชมชนเมืองใหญ่ มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักในบริเวณนั้นติดต่อกัน
เปน็ เวลาหลายวนั

2.2 สาเหตแุ ละปจั จัยการเกดิ อทุ กภัย
สาเหตุและปัจจัยส้าคัญท่ีท้าให้เกิดอุทกภัยมี 2 ประการ คือ การเกิดภัยธรรมชาติและการกระท้า

ของมนุษย์
2.2.1 การเกิดภยั ธรรมชาติ ได้แก่
1) ฝนตกหนักจากพายุหรือพายุฝนฟ้าคะนอง เป็นพายุท่ีเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานหลาย

ชว่ั โมง มีปริมาณฝนตกหนักมากจนไมอ่ าจไหลลงสู่แม่น้าล้าธารได้ทันจึงท่วมพื้นที่ที่อยู่ในท่ีต้่า ซึ่งมักเกิดในช่วง
ฤดฝู นหรอื ฤดรู ้อน

2) ฝนตกหนกั จากพายุหมนุ เขตรอ้ น เมอ่ื พายนุ เ้ี กดิ ทีแ่ หง่ ใดแห่งหนึ่งเป็นเวลานานหรือแทบไม่
เคล่ือนที่จะท้าให้บริเวณนั้นมีฝนตกหนักติดต่อกันตลอดเวลาย่ิงพายุมีความรุนแรงมาก เช่น มีความรุนแรง
ขนาดพายุโซนร้อนหรือได้ฝุ่น เม่ือเคล่ือนตัวไปถึงที่ใดก็ท้าให้ท่ีนั้นเกิดพายุลมแรง ฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง
และมีน้าท่วมขัง นอกจากนี้ถ้าความถี่ของพายุที่เคล่ือนท่ีเข้ามาหรือผ่านเกิดข้ึนต่อเนื่องกัน ถึงแม้จะในช่วงสั้น
แตก่ ท็ ้าให้นา้ ทว่ มเสมอ

3) ฝนตกหนักในป่าบนภูเขา ท้าให้ปริมาณน้าบนภูเขาหรือแหล่งตันน้ามีมาก มีการไหลเชี่ยว
อย่างรุนแรงลงสู่ท่ีราบเชิงเขา เกิดน้าท่วมข้ึนอย่างกะทันหัน เรียกว่าน้าท่วมฉับพลันเกิดข้ึนหลังจากท่ีมีฝนตก
หนกั ในช่วงระยะเวลาสนั้ 1 หรือเกดิ กอ่ นที่ฝนจะหยุดตก มักเกดิ ขนึ้ ในลา้ ธารเลก็ 1 โดยเฉพาะตอนที่อยู่ใกล้ต้น
น้าของบริเวณลุ่มน้า ระดับน้าจะสูงข้ึนอย่างรวดเร็วจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับเทือกเขาสูง เช่น จังหวัดเชียงใหม่
เชยี งราย แมฮ่ อ่ งสอน เป็นต้น

4) ผลจากน้าทะเลหนุนในระยะท่ี ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ในแนวที่ท้าให้ระดับน้าทะเล
ข้นึ สงู สุดนา้ ทะเลจะหนนุ ให้ระดับนา้ ในแม่น้าสงู ข้ึนอีกมาก ประกอบกับระยะเวลาที่น้าป่าและน้าจากภูเขาไหล
ลงสู่แม่น้า น้าในแม่น้าจึงไม่อาจไหลลงสู่ทะเลได้ ท้าให้เกิดน้าเอ่อลันตลิ่งและท่วมเป็นบริเวณกว้างย่ิงถ้ามีฝน
ตกหนกั หรือมพี ายุเกิดขนึ้ ในช่วงน้ี ความเสียหายก็ยง่ิ จะมีมากขน้ึ

5) ผลจากลมมรสุมมีก้าลังแรงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นมรสุมท่ีพัดพาความช้ืนจาก
มหาสมุทรอินเดียเขา้ ส่ปู ระเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม เมื่อมีก้าลังแรงเป็นระยะเวลาหลาย
วัน ท้าให้เกิดคล่ืนลมแรง ระดับน้าในทะเลตามขอบฝ่ังจะสูงข้ึน ประกอบกับมีฝนตกหนักท้าให้เกิดน้าท่วมได้
ย่งิ ถา้ มพี ายเุ กดิ ข้ึนในทะเลจนี ใต้ก็จะยิ่งเสรมิ ให้มรสมุ ดงั กลา่ วมีก้าลังแรงข้ึนอีก ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
พดั จากประเทศจนี เข้าส่ปู ระเทศไทย ปะทะขอบฝั่งตะวันออกของภาคใต้ มรสุมน้ีมีก้าลังแรงเป็นครั้งคราว เมื่อ
บริเวณความกดอากาศสูงในประเทศจีนมีก้าลังแรงขึ้นจะท้าให้มีคลื่นค่อนข้างใหญ่ในอ่าวไทย และ
ระดับน้าทะเลสูงกว่าปกติ บางครั้งท้าให้มีฝนตกหนักในภาคใต้ ต้ังแต่จังหวัดชุมพรลงไปท้าให้เกิดน้าท่วมเป็น
บรเิ วณกวา้ ง

6) ผลจากแผ่นดนิ ไหวหรือภูเขาไฟระเบิด เม่อื เกดิ แผน่ ดนิ ไหว หรอื ภูเขาไฟบนบกและภูเขาไฟ
ใต้น้าระเบิดเปลอื กของผิวโลกบางสว่ นจะได้รับความกระทบกระเทือนต่อเน่ืองกัน บางส่วนของผิวโลกจะสูงขึ้น
บางส่วนจะยุบลง ท้าให้เกิดคล่ืนใหญ่ในมหาสมุทรชัดขึ้นฝ่ังเกิดน้าท่วมตามหมู่เกาะและเมืองตามชายฝ่ังทะเล
ได้เกดิ ข้ึนบอ่ ยครง้ั ในมหาสมุทรแปซิฟิก

2.2.2 การกระทา้ ของมนุษย์ ได้แก่
1) การตดั ไมท้ า้ ลายปา่ ในพ้ืนทเี่ สี่ยงภัย เมอ่ื เกิดฝนตกหนกั จะทา้ ให้อัตราการไหลสูงสุดเพ่ิมมาก

ขึ้น แ ล ะไห ล มา เ ร็ ว ข้ึน เ ป็ น กา ร เ พ่ิ มคว า มรุ น แ ร ง ของ น้ า ใน กา ร ท้า ล า ย แ ล ะยั ง เ ป็ น ส า เ ห ตุ ของ ดิ น ถล่ มด้ ว ย
นอกจากนี้ยังท้าให้ดินและรากไม้ขนาดใหญ่ถูกชะล้างให้ไหลลงมาในท้องน้า ท้าให้ท้องน้าต้ืนเขินไม่สามารถ
ระบายนา้ ได้ทนั ที ทง้ั กอ่ ใหเ้ กดิ ความสญู เสยี ชวี ติ และบาดเจ็บของประชาชนทางด้านท้ายน้า

2) การขยายเขตเมอื งลุกลา้ เขา้ ไปในพื้นท่ลี มุ่ ต่้า ซึ่งเป็นแหลง่ เก็บน้าธรรมชาติท้าให้ไม่มีที่รับน้า
เมอื่ น้าล้นตลิง่ กจ็ ะเขา้ ไปทว่ มบรเิ วณทเี่ ปน็ พืน้ ที่ลุม่ ต่า้ ซึ่งเปน็ เขตเมืองที่ขยายใหม่กอ่ น

3) การก่อสร้างโครงสร้างขวางทางน้าธรรมชาติ ท้าให้มีผลกระทบต่อการระบายน้าและ
ก่อให้เกิดปัญหานา้ ทว่ ม

4) การออกแบบทางระบายน้าของถนนไม่เพียงพอ ท้าให้น้าล้นเอ่อในเมืองท้าความเสียหาย
ใหแ้ กช่ มุ ชนเมืองใหญ่ เนือ่ งจากการระบายน้าไดช้ ้ามาก

5) การบริหารจัดการน้าท่ีไม่ดี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ท้าให้เกิดน้าท่วมโดยเฉพาะบริเวณด้านท้าย
เขอ่ื นหรืออ่างเก็บน้า

2.3 ผลกระทบทเ่ี กดิ จากอทุ กภัย
อทุ กภยั ไม่เพยี งแต่สรา้ งความเสียหายต่อชีวิตผู้คน ทรัพย์สิน อาคาร บ้านเรือนเท่านั้น แต่ยังเกิด

ผลกระทบตามมาอกี หลาย ๆ ด้าน เชน่
2.3.1 ผลกระทบทางดา้ นการศกึ ษา
สถานศึกษาท่ีถูกน้าท่วมเกิดความเสียหายเพ่ือความปลอดภัยของนักเรียนนักศึกษา และ

ลดปญั หาการเดินทาง ท้าใหต้ ้องปิดการเรียนการสอน ซึ่งจ้าเป็นต้องมีการสอนชดเชย หรือการปิดภาคเรียนไม่
ตรงตามเวลาท่กี ้าหนด

2.3.2 ผลกระทบทางด้านการเกษตร
เม่ือเกิดอุทกภัย จะท้าให้ผลผลิตทางด้านการเกษตร เช่น ข้าว พืชไร่ พืชสวนตลอดจน

พืชผลทางการเกษตรทุกชนิดที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหาย ส่วนด้านการประมง การปศุสัตว์ ก็ได้รับ
ผลกระทบท้ังส้ิน นอกจากน้ีเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อ
ราคาข้าว พืชไร่ พืชสวน สัตว์น้าและผลผลิตอ่ืน ๆ ท้าให้การผลิตการขนส่งมีต้นทุนสูงขึ้นกว่าปกติ ทั้งใน
ระดับประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรท่ีไม่มีเงินทุนส้ารองจะต้องกู้หน้ียืมสิน เพื่อลงทุนท้า
การเกษตรต่อไป

2.3.3 ผลกระทบดา้ นอุตสาหกรรม
นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย ท้าให้เกิดความขัดข้อง

ในการผลิตและการขาดแคลนปจั จัยเพ่ือป้อนโรงงานทัว่ โลก ประเทศทีม่ ฐี านการผลติ ในประเทศไทย เช่น ญี่ปุ่น
กไ็ ดร้ บั ผลกระทบ ส่งผลให้ก้าไรของบริษัทลดลงตามไปด้วย รายได้ลูกจ้างในไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
นอกจากน้ยี งั สง่ ผลตอ่ การสง่ ออก เพราะขาดวัตถดุ ิบในการผลิตสนิ ค้า

2.3.4 ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
จากการขาดวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอาจท้าให้สินค้าขาดตลาด ประกอบกับการจัดส่งท่ี

ยากล้าบากจะย่ิงท้าให้ราคาสินค้าเพ่ิมขึ้นและอาจส่งผลกระทบทั่วโลก เพราะไทยเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของโลก
ในปัจจุบัน อุทกภัยยังส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง เน่ืองจากความเสียหายทางด้านทรัพย์สิน
และความสูญเสียจากค่าเสียโอกาส เช่น การผลิต การส่งออกเป็นต้น นอกจากนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวก็ได้รับ
ความเสยี หายในรูปแบบของการสูญเสีย รายได้เข้าสู่ประเทศรวมถึงช่ือเสียงของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลของ
หลายประเทศ ได้เตอื นภยั ให้นกั ท่องเที่ยวของตนเอง ระมัดระวังในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
ทา้ ให้นกั ทอ่ งเท่ียวต่างชาตลิ ดลง

2.3.5 ผลกระทบด้านการสาธารณสขุ
เม่ือเกิดน้าท่วมติดต่อกันยาวนาน มักจะพบกับปัญหาเกิดสิ่งปนเป้ือนของแหล่งน้า และ

โรคท่มี ากับน้า ท้าใหเ้ กิดโรคระบาด เช่น โรคตาแดง โรคไข้ฉี่หนู โรคอุจจาระร่วงน้ากัดเท้า น้ากัดเล็บ ฯลฯ จึง
สง่ ผลให้ประสบปญั หาการขาดยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงสขุ ภาพจติ ของประชาชนมเี พ่มิ ขึน้ ดว้ ย

2.4 สญั ญาณบอกเหตุก่อนเกดิ อทุ กภัย
ก่อนการเกิดอุทกภัยคร้ังใด มักจะมีสัญญาณบอกเหตุให้เราทราบล่วงหน้าอยู่เสมอสัญญาณบอก

เหตุดังกลา่ วมที ้ังสญั ญาณทเี่ กดิ จากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และจากพฤติกรรมของสตั ว์
2.4.1 สัญญาณบอกเหตุจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อจะเกิด

เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หน่ึง สามารถสังเกตได้จากสภาพของอากาศร้อนผิดปกติ เกิดฝนตก ฟ้าคะนองอย่าง
ต่อเนื่องและเป็นเวลานานนอกจากนี้ยังสามารถสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ได้ เช่น มด หรือแมลง มักจะ
เคล่อื นย้ายที่อยู่ไปยงั ที่สงู

2.4.2 สญั ญาณเตอื นก่อนเกิดภยั ธรรมชาตขิ นาดใหญ่ (ภูมิปัญญาชาวบา้ น)

1) ในเวลากลางวัน ถ้ามีเมฆจ้านวนมาก ท้องฟ้ามีแสงสีแดง ลมสงบ ผิวน้าทะเลไม่มีระลอก
คลน่ื เปน็ สัญญาณเตอื นวา่ กา้ ลังจะมพี ายลุ มแรงและฝนตกหนกั มาก

2) ในเวลากลางคืน ถ้ามองไม่เห็นดวงดาว ท้องฟ้ามีแสงสีแดง ลมสงบเป็นสัญญาณเตือนว่า
ภายในคืนนจ้ี ะมีพายลุ มแรงและจะมฝี นตกหนักมาก

3) เวลากลางวันในฤดูร้อน ถ้าอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันสองวัน พอเข้าวันที่สาม มีเมฆมาก
ตามแนวขอบฟ้า ลมสงบ ก้อนเมฆใหญ่ขึ้น สูงข้ึนเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าตอนเย็นจนถึงใกล้ค้่าจะมีพายุ
ฤดูรอ้ น จะมฝี นฟา้ คะนองรุนแรง มีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าฝ้าลมกระโชกแรง และอาจจะมีพายุงวง ลงมาจากฐาน
เมฆ

4) ฤดรู ้อนในตอนบ่าย ถ้ามลี มคอ่ นขา้ งแรงพดั เข้าสู่ภเู ขาจนถงึ เย็น เป็นสัญญาณเตือนว่า คืนน้ี
จะมฝี นตกหนัก

5) ฤดูร้อนปีใด พบรังผึ้ง รังมดแดง ท้ารังบนยอดไม้ เป็นสัญญาณเตือนว่าในหน้าฝนปีน้ันฝน
จะนอ้ ย

ความหมายของดนิ โคลนถล่ม

ดินโคลนถล่ม (landslide) คือปรากฏการณ์ท่ีส่วนของพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ดิน ทราย โคลน
หรือเศษดิน เศษต้นไม้ เกิดการไหล เลื่อน เคลื่อน ถล่ม พังทลาย หรือหล่นลงมาตามที่ ลาดเอียง อัน
เน่ืองมาจากแรงดงึ ดูดของโลก ในขณะท่สี ว่ นประกอบของชั้นดิน ความชื้นและความ ชุ่มน้าในดินท้าให้เกิดการ
เสียสมดุล ดังน้ัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ดินโคลนถล่ม เป็นปรากฏการณ์หรือเป็นภัยธรรมชาติของการสึกกร่อน
ชนดิ หน่งึ ท่ีกอ่ ให้เกิดความเสียหายต่อบรเิ วณพนื้ ท่ีทเี่ ป็นเนนิ สูงหรือภูเขาท่ีมีความลาด ชันมาก มักเกิดในกรณีที่
มฝี นตกหนักมากบรเิ วณภเู ขาและภูเขานั้นอุ้มน้าไว้จนเกิดการอ่ิมตัวจนท้า ให้เกิดการพังทลาย เกิดการถล่มลง
มาของกองดนิ หรอื โคลน ซึ่งถ้าบริเวณนัน้ มีการตั้งบ้านเรือนอยู่ ก็จะเกิดการสูญเสียท้ังชีวิตและทรัพย์สิน หรือ
บางคร้ังเกิดจากการตัดต้นไม้บนพื้นที่ภูเขาและ ไหล่เขา เม่ือเกิดฝนตกหนักไม่มีต้นไม้ใหญ่ท่ีจะยึดดินหมอก
ควันเกิดได้ง่ายในสภาพอากาศแห้ง แตกต่างจากหมอกที่สภาพอากาศต้องมีความช้ืนสูงหมอกควันจัดเป็น
มลพิษทางอากาศอย่างหนง่ึ

ดินโคลนถล่มมักเกิดพร้อมกับน้าป่าไหลหลาก หรือตามมาหลังจากน้าป่าไหลหลาก เกิดขึ้นในขณะ
หรอื ภายหลงั พายุฝนตกหนักตอ่ เน่ืองอยา่ งรุนแรง กลา่ วคือ เมือ่ ฝนตกตอ่ เนื่องน้าซมึ ลงในดินอย่างรวดเร็ว เม่ือ
ถึงจุดหน่ึงดินจะอิ่มตัวชุ่มด้วยน้า ยังผลให้น้าหนักของมวลดินเพ่ิมข้ึน และแรงยึดเกาะระหว่างมวลดินลดลง
ระดับน้าใต้ผิวดินเพ่ิมสูงข้ึน ท้าให้แรงต้านทานการเลื่อนไหล ของดินลดลง จึงเกิดการเลื่อนไหลของตะกอน
มวลดนิ และหนิ

ความรูท้ ั่วไปเกีย่ วกับดนิ โคลนถลม่

2.1 ประเภทของดินโคลนถลม่
ดนิ โคลนถล่ม มอี งค์ประกอบหลายอยา่ ง ทงั้ จากสว่ นประกอบของดนิ ความเรว็

กลไกในการเคล่ือนท่ี ชนิดของตะกอน รปู รา่ งของรอยดนิ ถลม่ ปริมาณของน้าท่ีเข้ามาเก่ียวข้องในกระบวนการ
ดนิ โคลนถล่ม และสาเหตุต่าง ๆ ทที่ ้าให้เกดิ ดนิ โคลนถลม่ ดนิ โคลนถล่มมี 5 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

2.1.1 การถลม่ แบบร่วงหล่น มักจะเป็นก้อนหินท้ังก้อนใหญ่และก้อนเล็กลักษณะอาจตกลงมาตรง
ๆ หรือตกแล้วกระดอนลงมาหรอื อาจกล้ิงลงมาตามลาดเขากไ็ ด้

ภาพจา้ ลองลักษณะการถล่มแบบรว่ งหลน่
เปรียบเทียบภาพถ่ายการถล่มของหนิ รว่ งหลน่ ทเี่ คลียร์ครกี แคนยอน รัฐโคโลราโด สหรฐั อเมรกิ าในปีค.ศ.2005

(ภาพถา่ ยโดย หนว่ ยส้ารวจทางธรณวี ทิ ยารัฐโคโลราโด
จากหนังสือ The Landslide Handbook - A Guide to Understanding Landslides)
2.1.2 การถล่มแบบล้มควา่้ มกั จะเกิดกบั หนิ ทีเ่ ปน็ แผน่ หรือเปน็ แท่งหินที่แตกและลม้ ลงมา

ภาพจา้ ลองลกั ษณะการถลม่ แบบลม้ คว่้า (Topples)
เปรียบเทยี บกับภาพถา่ ยการถล่มของหนิ ท่ี ฟร้ อทเซนตจ์ อหน์ บริตชิ โคลมั เบียแคนาดา
(ภาพถ่ายโดย GBianchiFasanจากหนังสือThe Landslide Handbook - A Guide to Understanding

Landslides)
2.1.3 การถลม่ แบบการเลื่อนไถล เปน็ การเคลือ่ นตวั ของดินหรอื หินจากทีส่ ูงไปส่ทู ล่ี าดต่า้ อย่างชา้ ๆ
แต่หากถึงท่ีท่ีมีนา้ ชมุ่ หรอื พ้ืนทท่ี ่มี คี วามลาดชนั สงู การเคลอื่ นท่ีอาจเร็วขึ้น

ภาพจ้าลองลักษณะการเล่ือนไถลแบบแนวระนาบ(Translation slide) เปรียบเทียบกับภาพถา่ ยการเลือ่ นไถล
ที่ อ.ท่าปลา จ.อตุ รดิตถ์ ซง่ึ เกิดจากกระแสนา้ กัดเซาะบริเวณตีนของลาดเขา(ภาพจา้ ลองคดั ลอกจากหนงั สือ

The Landslide Handbook - A Guide to Understanding Landslides)
(ภาพถ่ายโดย ประดิษฐ์ นูเลคัดลอกจากเวบ็ ไซต์ กรมทรัพยากรธรณ)ี

2.1.4 การไหลของดนิ (Flows) เกดิ จากดนิ ชุม่ น้ามากเกนิ ไป ทา้ ให้เกดิ ดนิ โคลนไหลลงมาตามท่ลี าด
ชนั โดยการไหลของดนิ แบบน้ี ดนิ ไหลอาจพัดพาเศษทราย ตน้ ไม้ โคลน หรือแมน้ กระทง่ั ก้อนหินเล็ก ๆ ลงมา
ด้วยและหากการไหลของดนิ พัดผ่านเข้ามา หมบู่ ้านก็อาจท้าใหเ้ กิดความเสียหายร้ายแรงได้

ภาพจา้ ลองลักษณะตะกอนไหล
เปรียบเทียบกบั ภาพถ่ายความเสยี หาย ทเ่ี มอื ง Caraballeda ประเทศเวเนซูเอลา่ ในปี พ.ศ.2545
(ภาพถ่ายโดย L.M. Smith, WaterwaysExperiment Station, U.S. Army Corps of Engineers
คัดลอกจากหนังสือ The Landslide Handbook - A Guide to Understanding Landslides)

2.1.5 การถล่มแบบแผอ่ อกไปดา้ นขา้ ง (Lataral Spreading) มักเกิดในพนื้ ท่ีทีล่ าดชันนอ้ ยหรือ
พ้นื ทคี่ ่อนข้างราบโดยเกดิ จากดินที่ชมุ่ น้ามากเกนิ ไปท้าให้เนื้อดินเหลว และไม่เกาะตัวกันจนแผ่ตัวออกไป
ด้านขา้ ง ๆ โดยเฉพาะด้ายทมี่ ีความลาดเอยี งหรือตา้่ กวา่

ภาพจา้ ลองลกั ษณะ
การแผอ่ อกไปด้านข้าง (Lateral spreading) เปรียบเทยี บกับภาพถา่ ยความเสียหายของถนนจาก

แผน่ ดินไหวทโี่ ลมาพรีเอตาแคลฟิ อร์เนยี สหรัฐอเมริกา
เมือ่ ปี ค.ศ. 1989ซ่ึงมลี กั ษณะการเคล่ือนตัวแบบแผ่ออกไปดา้ นขา้ ง
(ภาพถ่ายโดย Steve Ellen คดั ลอกจากหนงั สือ The Landslide Handbook - A Guide to

Understanding Landslides)


Click to View FlipBook Version