The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวสอนทุ่นระเบิด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by zamod.1473, 2022-10-02 22:29:15

แนวสอนทุ่นระเบิด

แนวสอนทุ่นระเบิด



แผนกวชิ าอาวธุ

กองการศกึ ษา โรงเรียนทหารราบ ศนู ยก ารทหารราบ

คายธนะรัชต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบครี ีขนั ธ

...............................

ตอนที่ ๑

วชิ า เอกสารนาํ
บทเรยี น
วิธีสอน : สงครามทนุ ระเบิด
เวลา : ชนดิ ของทุนระเบดิ ชนวน พลสุ ัญญาณ
สถานท่ี : สช.สด.
เคร่ืองชวยฝก : ๔ ช่ัวโมง
วตั ถุประสงค : หองเรยี น สนามฝก
: กระดานดํา ชอลค ไมชี้ เคร่ืองฉายสไลด
หลกั ฐาน : เพอื่ ใหน กั เรยี นไดมคี วามคนุ เคยกบั ทนุ ระเบดิ แตล ะชนดิ ชนวน

พลสุ ญั ญาณและเครอื่ งจุดระเบดิ ของสหรฐั อเมรกิ าชนิดตา ง ๆ
: FM. 20 - 32

กลาวนาํ

เรือ่ ง ชนิดของทุนระเบิด, ชนวน, พลุสญั ญาณ และเครอ่ื งจดุ ระเบดิ
เปนทย่ี อมรบั กนั แลว วา วชิ าสงครามทนุ ระเบดิ น้เี ปน วชิ าท่สี าํ คญั ทีส่ ุดวชิ าหนึ่ง เพราะวาเปน เรอ่ื ง

ท่ีทา นจะตอ งประสบ เมื่อทา นตองปฏบิ ัติงานในสนาม ทา นจะทําการผิดพลาดไดเ พยี งครัง้ เดยี วเทานนั้
และยอมหมายถงึ ชีวิตทาน จะเปนความดีเฉพาะตวั ทานเอง เฉพาะทหารท่ที าํ งานรวมกบั ทา น ในเมื่อทา น
ไดร รู สเรอื่ งสงครามทุนระเบิดและนาํ ไปใชใ หถ ูกตอง

ในบทเรียนนี้จะพูดเฉพาะทนุ ระเบิดบกเทานน้ั ซ่งึ มีอันตรายทส่ี ดุ และมปี ระโยชนมากท่ีสุดในบรรดา
เครอื่ งกดี ขวางบนพ้นื ดนิ และทานจะไดค นุ เคยกบั ทนุ ระเบดิ แตล ะชนิดทัง้ ดกั รถถังและสังหาร



คุณลกั ษณะ และการทาํ งานของทนุ ระเบิด

รปู – สวนประกอบของทนุ ระเบิด

๑. ทนุ ระเบิด

ทนุ ระเบดิ คอื วัตถรุ ะเบดิ ท่บี รรจุในภาชนะหรือวสั ดอุ ่ืน ๆ ออกแบบเพอื่ ทํางาย หรอื ทําความ

เสยี หายแก ยานพาหนะ เรือ อากาศยาน และทําใหบ คุ คล บาดเจบ็ ตาย หรือ ไรสมรรถภาพ

สวนประกอบของทนุ ระเบิดมดี งั น.ี้ -

ก. ชนวน (FUZE) ข. ดนิ นาํ หรอื ดนิ ปะทุ (DETONATOR)

ค. ดนิ ขยายการระเบิด (BOOSTER) ง. ดนิ ระเบดิ หลกั (MAIN CHARGE)

จ. เปลอื กทนุ ระเบิด (BODY)

ดนิ ระเบดิ หลัก อาจเปนวัตถรุ ะเบิด, ควนั หรอื สารเคมี ดนิ ขยายการระเบิดอาจไมมใี นทุน ระเบดิ บางแบบ

เปลือกทนุ ระเบดิ อาจไมม ีกไ็ ด

๒. สายการจุดระเบิด

การทํางานของทุนระเบดิ จะเปน ไปตามขนั้ ตอนซึ่งเรียกวา สายการจดุ ระเบดิ (FIRING TRAIN)

เริ่มตน ดว ยมีการกระทําเร่มิ แรกไปกระตนุ หรอื กระทาํ ชนวนซึง่ เรยี กกวา อาการริเริม่ การจุดชนวน, ชนวนจะ



จุดประกายไฟหรอื สงคลื่นระเบดิ , ประกายไฟหรือคลืน่ ระเบดิ จุดดนิ ขยายการระเบดิ หรอื จุดดินระเบิดหลัก
ในกรณีทีม่ ีดนิ ขยายการระเบดิ

ถา สายการจุดระเบิดบกพรองหรือขาดตอนที่จดุ ใดจุดหนึ่งทุน ระเบดิ กจ็ ะไมทํางาน อยางไรกต็ าม
ในโอกาสทีจ่ ะทําทุนระเบดิ ใหไ มพรอมระเบดิ จะตองปฏบิ ัตดิ ว ยความระมดั ระวังเปนอยางย่งิ ท้งั นเี้ พ่อื ให
แนใจวาทนุ ระเบิดนั้นไมสายการจุดระเบดิ ตดิ ตั้งไวมากกวา ๑ แหง
๓. ชนวน และอาการรเิ รมิ่ การจดุ ชนวน (INITIATING ACTION)

ก. ชนวน (FUZE) ชนวนใชจดุ ทุนระเบิดมหี ลายแบบมลี ักษณะทีไ่ ปจดุ ทนุ ระเบดิ แตกตา งกันหลาย
วิธี ตามปกตทิ ุนระเบิดดักรถถงั จะระเบดิ ขึน้ ได ก็โดยใชอาการรเิ รมิ่ การจดุ ชนวนแบบกด ( PRESSURE
INITIATNG ACTION1) สําหรับทนุ ระเบดิ สังหารบุคคล อาการรเิ ริ่มการจุดชนวนตามปกตเิ ปน แบบกดหรอื
แบบดึง อาการริเริ่มการจุดชนวนแบบตา ง ๆ ที่เปน ตวั ทาํ ใหท ุน ระเบดิ เกิดการระเบดิ มีดงั น.ี้ –

๑) แบบกด (PRESSURE) แรงกด (ทเี่ หยยี บหรือทบั ) ลงไปบนชนวน (หรอื ทุน ) โดยเทาของทหาร
หรือสายพาน หรือลอของยานพาหนะ

๒) แบบดึง (PULL) แรงดงึ ที่กระทาํ ตอ ลวดสดดุ ทผ่ี กู ไวกับชนวน เชน การสดดุ ลวดสดุด
๓) แบบเลิกดงึ (PENSION – RELEASE) ปลอยอาการดงึ ใหห ยอ น หรือ หลุม เชน การตัด
ลวดสดดุ ทข่ี งึ ตรึงไหข าดออกจากกนั
๔) แบบเลิกกด (PRESSURE-RELEASE) ยกของที่มนี ํ้าหนักกดอยบู นตัวชนวนออก
๕) แบบไฟฟา (ELECTRICAL) การกระทําดวยวธิ ีตาง ๆ ใหสายไฟฟาครบวงจร
. ๖) แบบอ่ืน ๆ (OTHER) เชน แรงสัน่ สะเทอื นคลน่ื สนามแมเหลก็ การชักนาํ ความถ่ขี องไฟฟา และ
ความถ่ขี องคลน่ื เสียง ฯลฯ
ข. วธิ กี ารทํางานของชนวน

ชนวนทนุ ระเบดิ ชนดิ ตาง ๆ เมอ่ื ไดตดิ ตั้งใหมีอาการริเรม่ิ (INITIATION ACTION) แลวจะมี
วธิ กี ารทาํ งานเพือ่ สง คลน่ื ระเบิดหรือประกายไฟไฟจุดระเบดิ ได ๔ วิธคี อื .-

๑) กลไกทางแมคคานคิ (MECHANICAL) คอื แหนบเข็มแทงชนวนจะเปน ตวั ออกแรงดนั เขม็ แทง
ชนวนไปกระทบกบั จอกกระทบแตก (PRECUSSION CAP) จอกกระทบแตกเกดิ ประกายไฟไฟจดุ ดนิ นํา
หรือดินปะทุ (DETONATOR)

๒) วิธเี คมี (CHEMICAL) คือการทําใหห ลอดแกว เลก็ ๆ ซง่ึ บรรจุน้ํากรดไวแตกโดยอาการริเรมิ่
(INITIATING ACTION) แลว เมอ่ื หลอดแกว แตกนํ้ากรดจะกัดหลอดยดึ เขม็ แทงชนวนใหข าดออก ทาํ ให
เข็มแทงชนวนกระทบจอกกระทบแตกเกดิ ประกายไฟไปจดุ ดินปะทุหรอื ดนิ นํา (DETONATOR) หรืออาจทํา
ใหน ้ํากรดเปน ตวั จดุ สารเคมชี นิดอืน่ เกิดประกายไฟไปจดุ ระเบดิ ข้ึนโดยตรงกไ็ ด



๓) วธิ ีเสยี ดสี (ERICTION) การาริเริ่มทําใหสายทอ่ี ยูในชนวนตดิ ไฟข้ึนดว ยการเสยี ดสแี ละเกิด
ประกายไฟไปจดุ ดนิ ปะทุหรอื ดนิ นํา

๔) วธิ ีใชก ระแสไฟฟา (ELECTRICAL) อาการริเริม่ เปนตวั ทําใหสายไฟฟา ครบวงจรกระแสไฟฟา
ไปจุดเชือ้ ปะทไุ ฟฟา (ELECTRIC DETONATOR)



๔. ชนดิ ของทนุ ระเบิด (TVTE OF MINES)
ทนุ ระเบิดแบง ออกตามความมงุ หมายของการใชง านไดด งั น้ี. –
ก. ทนุ ระเบิดจรงิ (LIVE MINES) ทุนระเบดิ จริงแบง ออกตามลักษณะตา ง ๆ เชน เปลือกทนุ ระเบดิ ,

ดินระเบดิ หลกั , อาการรเิ ร่ิมของการจดุ ชนวน (หรอื วธิ กี ารจดุ ระเบดิ ), ความยากงายของการตรวจคน และ
วธิ ีการใชท ุนระเบดิ

๑) เปลอื กทนุ ระเบดิ จรงิ แบงออกเปน โลหะ, เซรามิค, แกว , พลาสตกิ , ไม และกระดาษ
แขง็ สีของเปลือกทุน ระเบดิ จะเปน สกี ากีแกมเขยี วสําหรบั ทนุ ระเบดิ ทบี่ รรจวุ ัตถรุ ะเบดิ และสเี ทาสําหรับ
ทุนระเบิดบรรจุสารเคมี

๒) ดนิ ระเบดิ หลัก แบงเปน วตั ถุระเบดิ แรงสงู , ระเบิดเพลงิ , และสารเคมี
๓) อาการริเริม่ ของการจุดชนวน แบง ออกเปน

ก) การจุดระเบิดโดยการใชท ุนระเบิด ถูกกระทําโดยตรงจากเปา หมาย เชน รถถัง
ทับแลวเกดิ ระเบิดขนึ้

ข) การจุดระเบิดโดยการบงั คบั จดุ จดุ ระเบดิ โดยผูตรวจการณ เม่ือเปา หมายเขามา
ใกล หรือถับทนุ ระเบดิ

ค) ใชอ ิทธพิ ลของ แรงสนั่ สะเทือน, คลื่นเสียง, แมเ หลก็ ความถี่ของคล่ืนวทิ ยุ
ง) การจุดระเบิดตัวเอง โดยการตัง้ เวลา
๔) การตรวจคน ทนุ ระเบิดที่เปลอื กทําดว ยโลหะ สามารถตรวจคนพบดว ยเคร่อื งตรวจคน
โลหะทุนระเบดิ ทมี่ เี ปลือกเปน แกว , พลาสตกิ , ไม และกระดาษแง ยงุ ยากตอ การตรวจคน (วิธีการตรวจคน
ดบู ทวา ดว ยเคร่อื งตรวจคน )
๕) วิธกี ารใชท นุ ระเบดิ จริง แบงตามวธิ ีการใช ๓ ประการ คอื ทนุ ระเบิดดักรถถงั , ทนุ -
ระเบดิ สังหารบคุ คล และทุนระเบดิ เคมี
ก) ทนุ ระเบดิ ดักรถถัง (AT.MINES) ทุนระเบดิ ดกั รถถังไดอ อกแบบเพือ่ ยบั ย้ังการ
เคลื่อนที่ หรือทําลายรถถัง, ยานยนตค มุ เกราะ และ ยานยนตลอ แบง ออกเปน
(๑) ทุนระเบดิ ดกั รถถังชนดิ ระเบิดอยกู ับท่ี (BLAST TVPE AT.MINES)
ออกแบบเพ่ือทําลาย หรือทาํ ใหเกดิ ความเสียหายแกย านยนตล อหรอื ยานสายพานท่ที บั ทุนระเบิด จนตองหยดุ
ปฏบิ ัตกิ ารใด ๆ (ดถ.M๑๕ และ M ๑๙)
(๒) ทนุ ระเบิดดกั รถถังชนดิ ทําลายทางดง่ิ (VERTICAL PENETRATION
AT.MINES) ออกแบบมาเพอื่ ใหเ จาะทําลายขึน้ ขา งบน ทาํ ความเสยี หาย หรือทาํ ลายยานยนตล อ ยานยนต
สายพาน โดยเจาะทะลุเขาไปขางในทาํ ใหพ ลประจาํ บาดเจ็บหรือตาย (ดถ.M๒๑)
(๓) ทนุ ระเบิดดักรถถงั ชนดิ ระเบดิ ทางราบ (HORIZONTAL EFFECT AT.
MINES) ออกแบบเพ่ือทาํ ลายทางดานขา งของ ยานลอและยานสายพาน โดยทาํ การยิงจากขางเสน ทางทําให
พลประจาํ บาดเจ็บและ (ดถ.M 24 และ M 26 ซึ่งตามปกติเรียก OFFROUTE MINES)



ข) ทุนระเบดิ สังหารบคุ ล (APERS MINES) ออกแบบมาเพือ่ ทาํ ใหบ ุคคล บาดเจบ็ ,
ไรสมรรถภาพ หรือตาย แบง ออกเปน

(๑) ทุนระเบดิ สังหารบุคคลระเบดิ อยกู บั ท่ี (BLAST TEPE APERS MINES)
เปนทนุ ระเบดิ ทีบ่ รรจดุ นิ ระเบิดไวเ พียงอยา งเดยี วไวใ นตวั ทุน ตามปกติจะมีเปลือกเปนอโลหะ (สห. M 14)

(๒) ทนุ ระเบดิ สังหารบุคคลสะเก็ดระเบิด (FRAGMENTATION APERS
MINES) เปน ทนุ ระเบดิ ทบี่ รรจุดินระเบดิ และลูกปรายไวใ นตวั ทุน หรือหลอเปลือกทุนใหแ ตกออกเปน
สะเก็ดระเบดิ เมือ่ ดนิ ดนิ ระเบิดเกดิ ระเบิดข้ึน สะเกด็ ระเบิดหรือลูกปรายจะสาดออกในทางราบ (สห.M ๑๘
A ๑)

(๓) ทนุ ระเบดิ สังหารบคุ คลกระโดดระเบดิ (BOUNDING APERS MINES)
เปน ทนุ ระเบดิ ทม่ี ีดนิ ขับบรรจุอยู เมอ่ื ชนวนทํางานจะจดุ ดนิ ขบั ซึง่ อยใู นตวั ทุนใหล อยสงู ขนึ้ หลายฟตุ เหนอื
พื้นดิน แลว เกดิ ระเบิดสาดสะเก็ดระเบิดครอบคลมุ พ้นื ท่บี ริเวณทว่ี างทนุ (สห.M ๑๖ และ M ๑ )

ข. ทนุ ระเบิดฝก (TRAINING MINES) ทนุ ระเบิดฝกแบง ออกเปน ๓ พวก คือ
๑) PRACICE MINES เปนทุนระเบิดที่มรี ปู รางลกั ษณะ และขนาดเทา ของจริงออกแบบให

สามารถตดิ ต้ังชนวนฝกและทาํ งานใหไ ดค ลา ยของจริง มงุ หมายใหใ ชท าํ การฝก การติดตงั้ การทําใหพรอ ม
ระเบิดและการทาํ ใหไมพ รอ มระเบิด สขี องทนุ ระเบิดเปน สีฟา หรอื สีนา้ํ เงินออ น

๒) INERT MIMES เปน ทุน ระบดิ ทีม่ รี ปู รา งลกั ษณะ และขนาดเทา ของจริง ภายในบรรจุ
วสั ดเุ ฉอ่ื ย (MIMES) แทนวัตถุระเบดิ ไมส ามารถแสดงการทาํ งานของชนวนได มุงหมายใชใ นการสอน
เก่ยี วกับรปู รา งลกั ษณะของทุนระเบดิ สีของทนุ ระเบดิ ชนิดนีเ้ ปน สดี ํา

๓) DRILL MIMES เปน ทุนระเบิดท่ีทําเลียนแบบของจริง โดยใหมขี นาดและน้ําหนักเทา
ของจรงิ ใชว สั ดรุ าคาถกู และทนทาน มุง หมายใชใ นการฝก วางสนามทนุ ระเบิด

ค. ทนุ ระเบิดลวง (PHONY MIMES) เปน วัสดทุ ่ีไมม ดี ินระเบดิ บรรจุ เพือ่ ใชลวงขาศึกวา เปน
ทุนระเบิดจรงิ เชน ใชก ระปอ งโลหะฝงไวใ นดนิ ทําใหฝา ยขาศกึ ตอ งเสียเวลาในการตรวจคน จนกวาจะ
พิสูจนไ ดว า เปน ทุนระเบดิ จรงิ หรือไม ตามปกติใชกบั สนามทนุ ระเบดิ ลวง

ง. ทุน ระเบิดแสวงเครอ่ื ง (IMPROVISED MIMES) เปนระเบดิ ทผี่ ลิตข้ึนในสนามโดยใชว สั ดุ
ระเบิดใด ๆ กไ็ ด มาประกอบกับชนวนหรอื เครื่องจดุ ระเบิด ใชเ ปน ทนุ ระเบดิ แสวงเครือ่ ง เชน นํากระสุนปน
ใหญม าประกอบกับเครอื่ งจดุ ระเบดิ หรอื เชือ้ ปะทไุ ฟฟา เปนตน
๕. การจับถือทนุ ระเบดิ

ทุนระเบดิ และชนวนควรจบั ถอื ดวยความระมดั ระวัง เชน เดยี วกับการจับถอื วัตถรุ ะเบิดและเชอื้ ปะทุ
ก. เครอื่ งนริ ภยั ชนวนของทนุ ระเบดิ จะมเี ครือ่ งใหค วามปลอดภยั (เครอ่ื งนิรภยั ) เพ่อื ปอ งกนั การ
ทาํ งานของชนวนโดยอบุ ตั ิเหตุ หรือทาํ งานกอนกาํ หนดเวลาที่ตอ งการ ทุนระเบดิ ท่ีมชี นวนอยูในตวั จะมเี ครอื่ ง
นริ ภัยในลกั ษณะของสอ ม (FORK) หรือ แปน หมุนตงั้ ชนวนซึ่งเมื่อหมุนไปอยใู นตําแหนงปลอดภัย (SAFE)
ทนุ ระเบิดจะไมส ามารถทํางานได สาํ หรับตัวชนวนทแ่ี ยกออกจากทนุ ระเบดิ ไดจ ะมีเครื่องนิรภัยในลักษณะ
ของ สลกั หรือ คลิป ชนวนกนั เขยอื้ น ชนวนท่แี ยกออกจาทนุ ระเบดิ ได และเครื่องจดุ ระเบดิ เม่ือไมใ ช ตอ งเอา



ออกจากตวั ทนุ ระเบิด (สําหรบั รายละเอยี ดของเครอื่ งนริ ภัย ดผู นวก C ของ TM 9 – 1345 – 200, TM 5 – 290

and TM 9 – 1300 – 260)

ข. การต้ังชนวน ในกรณที ี่ชนวน แยกออกจากทนุ ระเบิดได คอื การนําเอาชนวนใสเ ขา ไปใน

ทุนระเบิดแตยงไมถอดเครอ่ื งนริ ภยั หรอื หมนุ แปนต้งั ชนวนไปตําแหนง พรอมระเบิด (ARMED) ถาทนุ ระเบิด

มชี นวนในตวั จะใหอ ยใู นลักษณะเดมิ หรือหมนุ แปน ตั้งชนวนไปตาํ แหนงพรอมระเบิดแตย ังไมถอดเครือ่ ง

นริ ภยั (รายละเอียดในการตัง้ ชนวนใหด ูรายละเอยี ดของทนุ ระเบิดแตละแบบ)

ค. การทําใหพ รอ มระเบดิ ไดแกก ารถอดเคร่อื งนิรภยั ออกจากชนวนหรอื ตวั ทนุ ระเบิด หรอื หมุน

แปน ต้งั ชนวนไปตําแหนงพรอมระเบดิ (ARMED) (รายละเอยี ดในการทาํ งานใหพ รอมระเบดิ ใหด ู

รายละเอียดของทุนระเบดิ แตล ะแบบ)

ง. การทาํ ใหไ มพ รอมระเบดิ (การทาํ ทนุ ระเบดิ ใหเ ปน กลาง) วิธที ่ดี ีทส่ี ดุ คอื ทาํ ลาย ณ วาง (เวน ทนุ

ระเบดิ เคมี ถา ทาํ ลาย ณ ทว่ี างจะทําใหพ ้ืนทบี่ ริเวณนนั้ เปน พิษ) แตถาจาํ เปน ที่จะตอ งทําใหไมพ รอมระเบดิ ดว ย

มอื แลว จะตอ งศึกษาวธิ กี ารทาํ งานใหไ มพ รอ มระเบิดของทนุ ระเบิดแตละแบบ อยา งละเอยี ดรอบคอบกอน

การปฏบิ ตั ิ

๖. การวางทุนระเบิด

ทนุ ระเบิดบางแบบออกแบบมาใหส ามารถวางไดท ง้ั บนดนิ และฝง ดนิ บางแบบออกแบบมาเพ่ือใหใ ช
ฝงดนิ เทา นน้ั คาํ แนะนาํ ทว่ั ๆ ไปในการวางทุน ระเบดิ มดี ังน.ี้ -

ก. ทนุ ระเบดิ แตละทุน จะตอ งวางหานกนั เพอ่ื ปอ งกนั การระเบดิ อยางตอเนอื่ ง ระยะทีย่ อมใหใกล
กันไดมากที่สุดนี้

๑) ทุน ระเบดิ ดงั รถถงั วางบนดนิ ๙ ม.( ถา ฝงดิน ๔.๔ ม.)
๒) ทุนระเบิดสงั หารบคุ คล (มสี ะเกด็ ระเบดิ ) ใชช นวน กด ๑.๕ ม. ถา ใชช นวนดึง ๗.๕ ม.
๓) ทนุ ระเบดิ สงั หารบคุ คล (ไมม สี ะเก็ดระเบดิ ) ๑ ม.

ข. ในพน้ื ทที่ ี่เปนดนิ ออน ทุนระเบดิ ควรวางบนแผน ไม หรือวสั ดแุ ผน เรียบอ่ืน ๆ เพ่อื ปอ งกนั ทุน
ระเบดิ จมลงไปในดนิ

ค. ในสภาพอากาศท่ีมคี วามชือ้ สงู หรือฝนตกชุก อาจใชถ ุงพลาสติกหุมทุน ระเบิดหรอื ประสาน

รอยตอของทนุ ระเบิดดว ยไขขน , นํ้ามันดนิ , ฟล้นิ โค ฯ กอนการวางทนุ ระเบิด

ง. จะตองทาํ การพรางทุนระเบดิ เสมอไมวาจะวางบนดนิ หรือฝงดิน

๗. การวางทนุ ระเบดิ ในนาํ้

ทนุ ระเบิดดกั รถถังสามารถวางในนํา้ ไดท ุนระเบิดทใี่ หผ ลดี คอื ทุนระเบดิ ท่มี ีชนวนแบบกา น(M 21)

แตทนุ ระเบดิ ทใ่ี ชช นวนกดก็สามารถใชว างไดเ ชนเดียวกนั ทุนระเบิดท่ีใชว างในนาํ้ ไมควรใชทุนระเบิดทีผ่ ลิต

มานาน ใหใ ชทนุ ระเบดิ ทผ่ี ลติ ใหม กอนวางจะตอ งปอ นกนั นา้ํ ซมึ เขา ทุนระเบดิ โดยใชไขขน , นํา้ มนั ดนิ ,

ฟลิ้นโคท าตามรอยตอ ของทุนระเบดิ , ชนวนและชนวนกนั เขยอื้ น การวางทุน ระเบิดในนา้ํ จะวางตามทาลยุ

ขามทนี่ ํ้าลึกไมเกนิ ๑.๒ ม. ซ่ึงเปน ทา ลยุ ขา มสาํ หรับยานพาหนะท่ไี มมเี ครือ่ งมอื พเิ ศษในการลยุ ขา ม วธิ ีวาง

ทุนระเบดิ กระทาํ ดงั น.้ี -



ก. ในพ้นื ทองน้ําทแ่ี นน เข็ง ใชว ิธีฝง เปนวิธที ่ดี ที สี่ ดุ ถา นา้ํ ลึกนอ ยกวา ๐.๖ ม. ทุนระเบดิ ทใี่ ชช นวน
แบบกา น จะตอ งฝงใหป ลายกา นชนวนอยใู ตระดบั นาํ้

ข. ในพนื้ ทอ งน้ําที่ออน จะตองใชไ มท ม่ี ขี นาด Ø ๔ ซม. ยาว ๑ ม. ยึดกบั ทนุ ระเบดิ ตามรปู ปอ งกัน
ทนุ ระเบดิ จมลงไปในพน้ื ทอ งนํ้า และใชก ระสอบทรายวางทับไมเ พอ่ื กนั ทนุ ระเบดิ ถูกกระแสน้ําพดั พา

วิธีการโยง ดถ. เพอื่ วางในนาํ้

ค. ระยะหา งของทนุ ระเบิดทว่ี างในนํา้ การระเบดิ ตอเนอ่ื งของทุนระเบดิ ท่วี างในน้าํ จะมีมากกวา วาน
บนพื้นดนิ ดังนน้ั ระยะหา งในการวางในน้ําควรวางหางกนั ๑๓ ม. สําหรบั นา้ํ ลกึ ไมเ กิน ๐.๖ ม. ถานํ้าลกึ กวา
วางใหห ดิ กันเทาทจี่ าํ เปน เพอ่ื ใหไดความแนน ตามตอ งการ
๘. มาตรการปอ งกนั การรื้อถอนทนุ ระเบดิ

การปองกันมใิ หขาศกึ ทําการรื้อถอนทุน ระเบิดทีว่ างไว กระทาํ ไดดงั นี้
ก. การใชว ิธกี ารของระบบจดุ ระเบดิ

๑) ระบบปองากนั การถอดชนวน ระบบนท้ี ุน ระบดิ จะเกดิ ระเบิดทนั ที เมื่อพยายามถอด
ชนวนออกจากทุนระเบดิ

๒) ระบบปองกันการหามการทาํ งานชนวน ระบบนที้ นุ ระเบิดจะเกดิ ระเบิดขน้ึ เมอ่ื ใสสลัก
หรือคลิปนริ ภยั หมนุ แปน ตง้ั ชนวนไปตาํ แหนงปลอดภยั

ข. การปองกันการรบกวนทุนระเบดิ
ทนุ ระเบดิ ดักรถถัง โดยท่ัวไปจะมรี ูสาํ หรบั ใสชนวนกนั เขย้อื น ๑ แหง หรือมากกวา เพอ่ื ต้ัง

ระบบชนวนกนั เขยอื้ น โดยใชเ ครอ่ื งจุดระเบดิ และชนวนกันเขยอื้ น การติดต้ังชนวนกนั เขยอ้ื นกระทาํ ไดด ังน.ี้



๑) ตดิ ต้งั ชนวนกันเขยื้อนเขา ไปในรูสาํ หรบั ใสช นวนกันเขย้ือนของทุน ระเบิด

๒) ติดตง้ั ชนวนกนั เขยือ้ นเขา กับรสู ําหรับใสช นวนกนั เขย้ือนของทุนระเบดิ ทนุ อนื่

๑๐
๓) ใชประกอบกบั ดินระเบดิ ทาํ เปน กับระเบดิ โยใชทนุ ระเบิดวางทับ

๑๐

ค. การใชว ิธกี ารตอ ตานอ่นื ๆ
๑) ใชระบบบงั คบั จดุ กับทุนระเบดิ เพอ่ื ปองกันการใชร ะบบอีเลคโทรนคิ ของขาศกึ
๒) ใชช นวนสนั่ สะเทือน หรือชนวนสัน่ สะเทือนผสม เพอื่ ปอ งกนั ขา ศึกทาํ การกวาดลา ง

ดว ยรถลกู กลิง้ หรอื กวาดลา งดวยวัตถุระเบดิ
๓) การปองกนั การกวาดลา งดว ยรถลูกกลง้ิ ท่ใี หผ ลดีก็คอื การวางทนุ ระเบดิ ดักรถถงั โดย

ไมต ิดต้งั ชนวน แลวลา มฝกแคระเบิดเขามาทางดานฝายเราประมาณ ๑๐ ฟตุ ประกอบเจากับเคร่ืองจดุ ระเบิด
เมื่อลูกกลง่ิ ทบั ทุนระเบิดดักรถถงั ทนุ ระเบิดจะไมร ะเบิด แตเ ม่ือลกู เล้ิงไปทบั เครือ่ งจดุ ระเบิดระเบดิ ตวั รถท่ีดกั
ลกู กลิ้งจะทบั ทนุ ระเบิด เมื่อเครอื่ งจุดระเบดิ ทาํ งานทุนระเบดิ ดกั รถถังจะระเบิดตอทาํ ลายรถทด่ี นั ลกู กลง้ิ

๔) การปอ งกนั การตรวจคน ดว ยเครื่องตรวจรนไฟฟา ชนวนชนดิ นเ้ี ม่อื ตั้งใหพรอมระเบิด
แลว ถา มีสัญญาณของเครอ่ื งตรวจคนไฟฟา มากระทบชนวนจะทํางานเกิดระเบดิ ขนึ้
๙. คุณลักษณะของทนุ ระเบดิ

รายละเอยี ดของทนุ ระเบดิ , วิธีการตัง้ ชนวน, การทําใหพ รอมระเบดิ และการทําใหไ มพ รอ มระเบดิ
ของทุนระเบิดแตล ะแบบมดี งั ตอ ไปนี้

๑๑

ทุนระเบิดดักรถถัง M 7 A 2

๑๒

๑๓

ทุนระเบดิ ดกั รถถังขนาดกลาง M 6 A 2

๑๔

ทุนระเบดิ ดักรถถังขนาดหนกั M 15

๑๕

๑๖

ทุนระเบิดดักรถถัง M 15 ใชก ับชนวน M 608

๑๗

ทุนระเบิดดักรถถังขนาดหนกั M 19 (โลหะ)

๑๘

๑๙

ทนุ ระเบดิ ดักรถถงั โลหะ M ๒๑

๒๐

๒๑

ทนุ ระเบดิ ดกั รถถงั M ๒๑ ใชช นวน M ๖๑๒

๒๒

๒๒

๒๓

ทนุ ระเบดิ ดักรถถังแบบ ท.๒๓ (สพ.ทบ.)

๒๔

๒๕

ทนุ ระเบดิ สงั หารบุคคลกระโดดระเบดิ M๒ A ๔ และ ท.๐๙

๒๖

ทุนระเบดิ สังหารบคุ คลกระโดดระเบิด M๑๖, M๑๖A ๑ และ M๑๖A ๒

๒๗

ทนุ ระเบดิ สงั หารบุคคลกระโดดระเบดิ M ๒๖

๒๘

ทุนระเบดิ สังหารบคุ คลชนิดมีสะเกด็ ระเบิด M๑๘A ๑

๒๙

๓๐

ทุนระเบดิ สงั หารบุคคลสะเก็ดระเบดิ อยกู บั ที่มสี ะเกด็ ระเบิดแบบ ช.๐๑ (เคลโมร)

๓๑

๓๒

ทุนระเบดิ สงั หารบคุ คลแบบระเบดิ อยกู บั ท่ี M ๑๔

๓๓

๓๔

ทุนระเบดิ สังหารบคุ คลแบบระเบดิ อยกู บั ท่ี M ๒๕

๓๕

๓๕

ทุนระเบดิ สงั หารบุคคลระเบิดอยูกบั ท่ี VAR ๔๐ (อิตาล)ี

๓๖

ทุนระเบิดเคมี M ๒๓ และถงั แกลลอน M ๑

๓๗

พลุสองแสง M ๔๙ A ๑

๓๘

๓๙

แผนกวิชาอาวุธ

กองการศกึ ษา โรงเรยี นทหารราบ ศนู ยก ารทหารราบ

คายธนะรชั ต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบครี ขี นั ธ

...............................

ตอนที่ ๒

วชิ า : สงครามทนุ ระเบิด
บทเรียน : การบันทึกสนามทุนระเบดิ
วิธสี อน : สช., สด., ป.
เวลา : .............ช่วั โมง
สถานที่ : หองเรยี น, สนามฝก
เครือ่ งชวยฝก : แผน ภาพ เคร่ืองฉายสไลด และแบบบนั ทกึ
วตั ถปุ ระสงค : เพ่อื ใหน ักเรยี นมคี วามเขาใจ วธิ ีการบันทกึ การวางทนุ ระเบดิ แบบ

หลกั ฐาน กระจดั กระจายท่ีใชทวั่ ๆ ไปในขณะนี้
: รส. ๒๐ - ๓๒

กลา วนาํ
เน่อื งจากสถานการณใ นปจจบุ นั ปรากฏวา ฝายตรงขา ม ไดใชทนุ ระเบดิ และกบั ระเบดิ ทําการขัดขวาง,

ตอตาน และรบกวนการปฏิบตั ิการของฝา ยเรามากยงิ่ ขึน้ ผลที่เราไดตอบแทนกค็ อื การสญู เสยี ชีวิตและไร
สมรรถภาพนัน่ เอง

นอกจากนั้นแลวอันตรายทีเ่ กดิ ข้ึนจากทนุ ระเบดิ และกบั ระเบิด ยงั เปน เคร่อื งบน่ั ทอนขวัญและ
กาํ ลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ านของฝา ยเราเปนอยา งยิ่ง อนั ตรายที่ไดรบั นนั่ บางคร้งั จะไมส ูญเสยี ชวี ติ ก็ตาม แตสว น
ใหญแ ลวกพ็ กิ ารตลอดชีวติ เชน แขนขาด, ขาขาด เปน ตน ท้ังนี้เนอื่ งจากเราขาดความรูในเรอื่ งการบนั ทึก
สนามทนุ ระเบดิ และความสะเพราตอ การปฏิบตั ิงาน

๑. ความเปน มา
๑.๑ เนื่องจากการปฏิบัติการของทหารในพน้ื ทปี่ ฏิบตั ิการ มคี วามจาํ เปน ตอ งใชห ลกั การของ

สงครามทนุ ระเบดิ เพือ่ สนับสนุนการรบ และเทา ท่ีปรากฏมาแลว ฝายตรงขา มไดมกี ารใชกันอยางกวา งขวาง
โดยเฉพาะกับระเบิด

๑.๒ จากการสญู เสยี และไดร ับบาดเจ็บจากสงครามทนุ ระเบดิ ท่ีใชก นั ทั้งสองฝายนี้เองยงั คงมอี ยูท ้งั ท่ี
ไดรับอันตรายจากฝายตรงขา ม และของฝายเดยี วกันยงั มอี ยู

๔๐

๑.๓ การขาดการฝกหรอื ขาดการไดร บั คาํ แนะนํา รวมทง้ั ความยุงยากในการบันทกึ และการมอบ
โอนความรบั ผดิ ชอบมิไดก ระทาํ กนั เปน เหตุใหเกดิ ผลดงั กลา วแลว
๒. ความมงุ หมาย

ความมงุ หมายของบทเรียนน้ี กเ็ พ่ือใหนักเรียนไดศ กึ ษาใหม ีความเขาใจ และสามารถปฏบิ ตั ิการได
เพราะคําแนะนาํ นี้ไดก าํ หนดหลกั การ และไดพ ัฒนาวิธกี ารบนั ทึกใหเ ปนวิธกี ารงาย ๆ รวมทั้งมีตวั อยางพรอม
ท้งั มตี ัวอยา งพรอมทัง้ คําอธิบายประกอบอยา งชัดเจนอยูแลว
๓. หลกั การ

ในการปฏิบัตกิ ารเก่ยี วกับสนามทุนระเบดิ ทงั้ ของฝา ยเราและฝายตรงขามจะตอ งยดึ ถือหลกั การทจี่ ะ
ไดกลา วตอไปนโ้ี ดยเครง ครดั คอื

๓.๑ การวางสนามทุนระเบดิ ทกุ คร้งั หนว ยทท่ี าํ การวางจะตองทาํ การบนั ทึกเสมอ
๓.๒ การบนั ทกึ สนามทุนระเบิดจะตองทาํ ดวยความละเอียดรอบคอบ เพราะถือวา เปนมาตรการ
ปอ งกนั สญู เสยี และกําลังพลของฝา ยเราดที ่สี ุด
๓.๓ สนามทุนระเบดิ จะตอ งไดร ับการตรวจตราเปนประจาํ เพ่ือประกนั วาแตละทนุ ยงั อยใู นสภาพ
ทใ่ี ชก ารได
๓.๔ เม่อื พบทนุ ระเบิดหรือกับระเบิดของฝายตรงขา ม จะตองทําเครอื่ งหมายไว แลว รบี รายงานให
ผบู งั คับบญั ชาทราบโดยเร็ว
๓.๕ เมอ่ื มกี ารสับเปลี่ยนหนวยในการครอบครองพืน้ ท่ี หนวยท่ีถอนตัวออกไปจะตองทําการรอ้ื
ถอนเพอ่ื ทําใหพ ืน้ ท่ีน้นั ปลอดภยั เวน แตจ ะไดร ับคาํ สั่งใหโอนความรบั ผิดชอบใหก บั หนว ยใหม
๓.๖ เมอื่ ไมม กี ารร้ือถอนสนามทนุ ระเบดิ ตามขอ ๓.๕ หนว ยทีถ่ อนตวั จะตอ งโอนความรับผิดชอบ
ของสนามทนุ ระเบดิ นนั้ ใหก บั หนวยใหม รวมท้ังหลกั ฐานการบนั ทึกและของจรงิ ในภูมิประเทศ โดยการพา
ไปดูใหเ หน็ ของจริง
๓.๗ หนว ยทร่ี ับโอนสนามทนุ ระเบิดมาไวใ นความรับผิดชอบอาจดดั แปลงปรับปรงุ และพฒั นา
ใหมล นั ทึกใหมใหสมบรู ณ
๓.๘ การรือ้ ถอนสนามทุน ระเบิดเพอื่ ทําใหพ นื้ ท่ปี ลอดภยั นน้ั จะตองทาํ ดวยความละเอียดรอบคอบ
และระมัดระวงั ทสี่ ุด และจะตอ งทาํ การรื้อถอน โดยใชห ลักฐานแบบบนั ทกึ ประกอบดวยเสมอ
๓.๙ การร้อื ถอนทนุ ระเบดิ ดวยวธิ ีสอดสลกั นิรภัย เพ่ือนาํ ทุน นน้ั ไปใชงานไดอ ีก ใหกระทําไดใน
กรณที ่มี ีผูชํานาญการโดยเฉพาะนอกจากน้ันแลว ใหใ ชว ิธีทาํ ลายดวยดินระเบิดเสมอ การทําลายทนุ ระเบดิ วธิ ี
หลังน้ี เปนการใหค วามปลอดภยั แกก าํ ลงั พลทดี่ ที ีส่ ดุ
๓.๑๐ ทุน ระเบิดในสนามทุนระเบิด ตอ งทาํ เครอ่ื งหมายไวใ หฝ า ยเดยี วกนั ทราบ ถามีขอบเขต
เปนร้วั กจ็ ะตองทาํ เครื่องหมายแสดงใหเ ปน ขอบเขตทางดา นฝา ยเราไวด ว ยเสมอสาํ หรบั เคร่ืองหมายนั้นให
พยายามใชวสั ดธุ รรมชาติมาดดั แปลงเปน เครื่องหมายตามโคตลับ ของหนวยที่กําหนดขึ้น เชน ใชก ิ่งไมทํา
กากบาทปก ไว เปน ตน สว นโคต ลบั อาจเปลี่ยนแปลงไดต ามระยะเวลาที่เหมาะสม เพ่ือมิใหฝา ยตรงขามจับได

๔๑

๔๒ แผน ท่ี ๑ ใน ๕ แผน

แบบบนั ทึกสนามทุนระเบดิ หนงึ่ .
สอง.
สาม.
สี่.
หา.
หก.
เจ็ด.
แปด.
เกา .
สิบ.
สิบเอด็ .
สบิ สอง.
สิบสาม.
สบิ ส.ี่
สิบหา.
สิบหก.
สิบเจด็ .
สบิ แปด.
สบิ เกา .
ยสี่ ิบ.
ยีส่ ิบเอ็ด.
ย่ีสิบสอง.
ยสี่ ิบสาม.
ยี่สบิ ส.่ี
ยส่ี ิบหา .
ยส่ี บิ หก.
ยส่ี บิ เจด็ .
ยส่ี ิบแปด.
ยสี่ ิบเกา.
สามสิบ.
สามสิบเอ็ด.
สามสิบสอง.
ทบ. ๔๖๒ – ๐๓๕

๔๓

๔๔ แผน ท่ี ใน แผน

แบบบันทกึ สนามทุน ระเบดิ สามสิบสาม.
สามสิบส.ี่
สามสบิ หา .
สามสิบหก.
สามสิบเจ็ด.
สามสบิ แปด.
สามสบิ เกา.
สีส่ บิ .
สี่สิบเอ็ด.
ส่สี ิบสอง.
สีส่ ิบสาม.
สี่สิบส.่ี
ส่สี บิ หา.
สีส่ ิบหก.
สี่สิบเจ็ด.
สสี่ ิบแปด.
ส่ีสบิ เกา .
หา สบิ .
หา สบิ เอด็ .
หา สบิ สอง.
หา สบิ สาม.
หา สิบส่.ี
หา สิบหา .
หา สบิ หก.
หาสบิ เจ็ด.
หาสบิ แปด.
หา สบิ เกา.
หกสบิ .
หกสบิ เอ็ด.
หกสิบสอง.
หกสบิ สาม.
หกสิบส.่ี
หกสิบหา .
ทบ. ๔๖๒ – ๐๓๕

๔๕

คําแนะนาํ การบันทึกสนามทนุ ระเบดิ ปอ งกนั ตนแบบเรงดว น ใชแ บบบนั ทึก ทบ.๔๖๒ – ๐๓๕

๑. ในการบนั ทกึ ทุกครัง้ จะตอ งเตรียมเครอ่ื งใชแ ละอุปกรณดังตอไปน.ี้ -

ก. แบบบนั ทกึ สนามทนุ ระเบดิ ปอ งกนั ตนเองแบบเรง ดว น

ข. เข็มทศิ เลนซาตกิ

ค. ดินสอและยางลบ

ง. วงเวยี นดนิ สอ

จ. ไมโปรหรือโคง โปรแทรกเตอร

ฉ. หลักเลง็ (ใชวสั ดธุ รรมชาติ)

ช. กระดาษคลปิ ปอรด หรอื กระดาษแข็งรองเขยี น

ซ. กระดาษกอ ปป (ในกรณีทต่ี อ งทําสําเนา)

๒. เจาหนาที่

ก. ผบู นั ทกึ ๑ นาย

ข. พลชท้ี ่ีหมาย ๑ – ๒ นาย

ค. พลวดั ระยะ ๑ นาย

๓. หนาที่ผูบนั ทึก
ก. ผบู ันทึก จะเปนผรู บั ผดิ ชอบในการบนั ทกึ โดยกาํ หนดหมุดหลกั ฐานตา ง ๆ ขน้ึ แลวใช

แบบบนั ทึกกบั เข็มทศิ เล็งไปยงั พล.ฯ ชที้ ห่ี มายแลวบนั ทึกระยะดว ยจํานวนเมตร การกาํ หนดหมดุ หลกั ฐาน
ตาง ๆ นัน้ ควรกาํ หนดขนึ้ ดงั นี้

๑) หมุดหลักฐานหลัก ใชห มุดหลักฐานทป่ี รากฏอยตู ามธรรมชาติ เชน ทางแยก
ตนไมใหญ ซง่ึ ควรพจิ ารณาเลือกทีเ่ ห็นเดน ชดั สังเกตงา ย เคลื่อนทีไ่ มไ ดเม่อื หาหมดุ หลักฐานธรรมชาติ
ไมไ ดใ หส รา งหมดุ หลักฐานขน้ึ

๒) หมุดหลกั ฐานรอง หากหมุดหลักฐานเกดิ การสญู หาย คงสามารถทําการคนหา
ทนุ ระเบดิ ได การพจิ ารณาใชหมุดหลกั ฐานรองคงพจิ ารณาใช เชน เดยี วกบั หมดุ หลกั ฐานหลกั

๓) หมุดหลกั ฐานรายทาง จะใชเ ม่อื หลกี เครอ่ื งกดี ขวาง ลดความคลาดเคล่ือนเมอื่

ระยะหา งมาก ๆ (มากกวา ๗๕ เมตร)

๔) หมดุ หลกั แถว ถาวางเปนแถวในกาํ หนดหมดุ หลกั แถวขน้ึ โดยใชส มอบก

ขนาด ๒" x ๒" ปกลงในดินสงู จากพน้ื ดนิ ๒ นิว้

ข. พล.ฯ ช้ีทห่ี มายจะเปน ผปู ก หลกั เล็งใหผ ูบ นั ทึกเล็งแนวตรงจากจุดวางระเบดิ โดยการใช

เข็มทิศ ใหปก หลกั เลง็ หนาจุดวางทนุ ระเบดิ หา งเปน ระยะประมาณ ๑ เมตร เพ่อื ไมใ หข ดั ขวางการวาง

ทนุ ระเบดิ พรอมกับการบันทกึ หรือเขาใกลทนุ ระเบดิ ทวี่ างแลว อาจเกดิ อนั ตรายได เมอื่ บันทึกเสรจ็ กอนเก็บ

หลกั เล็งใหใ ชส มอบก เสนผา ศนู ยกลางประมาณ ๑ นว้ิ ปกแทนทไี่ วใ หป ลายพน พนื้ ดินประมาณ ๒ นิ้ว

การเลง็ จากทนุ ยงั ทนุ ใหทําเชน เดียวกบั จากหมุดหลกั ฐานไปหาทนุ ผบู นั ทึกตอ งอยทู ีท่ ุนระเบดิ และเล็งไปยงั

หลักเลง็ หนาทนุ ระเบิดตอ ไป และการเลง็ จากหมดุ หลกั ฐานไปยังทนุ สดุ ทา ยของแถว พลช้ที ี่หมายจะตอ งวาง

๔๖

หลักเลง็ หนา ทนุ สุดทายของแถบ ๑ เมตร เมื่อเลง็ แลว ใหปกหลักสมอบก (สมอบกกนั ทนุ ) เชน เดยี วกับการ
เล็งจากทุน ไปหาทุนและเลง็ จากทนุ สดุ ทา ยของแถว ไปหาทนุ สดุ ทา ยของแถวถัดไปก็กระทาํ เชน กนั

ค. พล.ฯ วดั ระยะมีหนา ทวี่ ดั ระยะเปนเมตร จากจุดทผ่ี ูบันทึกกําหนดเปน หมุดหลกั ฐาน
ไปหาจดุ ปก หลักเลง็ หรอื หลกั สมอบกที่ปกแทนหลกั เลง็ หนา ที่ระยะเปด นั้น ๆ การวัดระยะจากทนุ ถึงทนุ
ตอ ไปใหว ัดจากทุนใกลไ ปยงั หลักสมอบกหนา ทนุ ไกล ในกรณวี ัดระยะจากหมดุ หลกั ฐานหลกั ไปหาทนุ
สุดทายของแถว ใหวดั ระยะจากหมดุ หลักฐานหลักไปยังสมอบกกับทนุ และการวดั ระยะทนุ สุดทา ยของแถว
ไปหาทุน สุดทา ยของแถวถดั ไป กใ็ หวดั ระยะจากทุน ถงุ สมอบกกบั ทุน เชนเดียวกนั

๓. การเขยี นแบบบันทกึ
ก. ผบู นั ทกึ กําหนด หมุดหลกั ฐานหลกั , หมุดหลักฐานรอง และหมดุ หลกั ฐานรายทาง

(ถา ใช)
ข. เมอื่ ไดหมดุ หลักฐานหลักแลว ใหน าํ แผน บนั ทกึ มาถา ยทอดหมุดหลกั ฐาน และหมุด

หลกั ฐานรองทีก่ าํ หนดไวใ นภูมปิ ระเทศลงบนแผน บนั ทกึ โดยใหทงั้ สองจดุ อยูคอ นไปทางสว นลา ง สว นบน
ของแผนบนั ทกึ ใหครอบคลมุ บรเิ วณทนุ ระเบิดทว่ี างไว

ค. กําหนดทศิ ทางของขา ศึก คอื ทิศทางที่ขาศกึ จะเขามาโดยขึ้นลูกศรไวใ นชอ งทางซาย
ท่อี ยูติดกบั ชองท่จี ะลงทศิ เหนอื แมเ หลก็ หัวลกู ศรช้ีไปยังขาศกึ หวั ลกู ศรควรช้ีตรงกับหัวแผนบนั ทึก

ง. กาํ หนดมาตราสวนทีจ่ ะใชบ ันทกึ เชน ๑ ซม. ตอ ๑๐ เมตร ท้งั น้ถี ายทอดจดุ ที่วาง
ทุนระเบดิ ในภมู ปิ ระเทศลงบนแผนบันทกึ ไดถกู ตอ ง

จ. กําหนดทศิ ทางแมเ หลก็ ใชเ ข็มทิศเลง็ หาทศิ เหนอื แมเหลก็ เมือ่ ไดท ศิ ทางที่ถูกตองแลว
ใหเ ขยี นลูกศรแสดงทศิ ทางไวใ นชองสําหรบั ลงทิศเหนือแมเ หลก็ เพอื่ ไวใชอางอิงในการวางแผน บันทกึ ให
ถกู ตอง

ฉ. กําหนดหวั ลกู ศรแสดงทิศทางดงั น.้ี -
๑) จากหมดุ หลกั ฐานหลกั ไปยงั หมดุ หลักฐานรายทาง (ถา ใช)
๒) จากหมดุ หลกั ฐานรองไปยงั หมดุ หลักฐานหลัก
๓) จากหมดุ หลกั ฐานหลกั (หรือหมุดหลักฐานรายทาง) ไปยงั หมดุ หลกั แถว (ถา

วางทุน ระเบดิ เพยี งทุนเดยี ว)
๔) จากหมดุ หลกั ฐานหลัก (หรือหมุดหลกั ฐานรายทาง) ไปยงั หมดุ หลักแถว (ถา

วางระเบดิ เปนแถว)
๕) จากหมดุ หลักแถวไปยงั สมอบกหนาทนุ ระเบิดทนุ แรก และจากทนุ แรกไปยัง

สมอบกของทุน ระเบดิ ทนุ ถดั ไปท่ีอยทู างซายมอื และกระทาํ ตอ ไปจนสดุ ทนุ ระเบดิ ในแถวนน้ั
๖) จากหมุดหลกั แถวลา งไปยังหมุดหลักแถวถัดขน้ึ ไปตามลําดบั
๗) จากหมดุ หลักฐานหลกั ไปยงั สมอบกกันทนุ ระเบิดทุน สดุ ทา ยของแถวลาง และ

จากทนุ ระเบดิ ทนุ สดุ ทา ยของแถวลา งไปยงั สมอบกกนั ทนุ ระเบดิ ทนุ สดุ ทา ยของแถวถัดขึน้ ไปตามลําดบั

๔๗

๘. ลูกศรแสดงทิศทางท้งั หมด จะเขยี นมมุ อาซมิ ุทแมเหล็กเปน องศา และ

ระยะทางเปนเมตรในลักษณะของเศษสว น เชน ๓๑๕ ตวั เลขบนเปน อาซิมทุ แมเ หล็ก ตวั เลขลางเปน
๕๖
ระยะทาง

ช. บนั ทึกรายละเอยี ดตาง ๆ ลงในชองหลกั ฐานของหนว ย ซึง่ อยูทางขวาดา นลา งของแผน
บนั ทึกใหส มบูรณดงั น.้ี -

๑. หนว ย ลงนามหนว ยทท่ี าํ การบนั ทึก

๒. หมดุ หลกั ฐานหลกั ลงรายละเอยี ดลักษณะของหมุดหลักฐานหลกั และลงพกิ ดั
ของแผนท่ีเพ่อื ใหค นหาในภมู ิประเทศไดงา ย

๓. หมุดหลกั ฐานรอง ลงรายละเอียดเพือ่ ไดค นหาในภมู ปิ ระเทศไดง า ย
๔. หลกั ฐานรายทาง ลงรายละเอียดเชน เดยี วกบั หมดุ หลกั ฐานรอง
๕. แผน ท่ี บนั ทึกแผนทท่ี ใี่ ช, มาตราสวน, และระวางดว ย

หนว ยดว ยตวั บรรจง ๖. ผรู ับผดิ ชอบ ลงช่อื , ตาํ แหนงของผรู บั ผดิ ชอบการวางสนามทนุ ระเบดิ คอื ผบ.
เรียบรอ ยแลว
๗. ลายเซ็น ลายเซ็นของผรู ับผิดชอบ
๘. ผูรอื้ ถอน ลายเซ็นของผูท ําการรอื้ ถอน, ลงลายเซน็ เม่ือทําการรื้อถอนเสรจ็

๙. ผรู บั โดน ลายเซน็ ของ ผบ.หนวยท่รี ับโดยจากผูรับผดิ ชอบคนกอน
๑๐. วนั , เวลา ลงวันเวลาทที่ าํ การวางและบันทกึ เสรจ็ สมบรู ณ
ซ. บันทกึ รายละเอียดตาง ๆ ลงในชอ งหลกั ฐานการวางทนุ ระเบดิ ซ่งึ อยูทางดา งลา ง

ทางซายของแบบฟอรมใหส มบรู ณดังน.ี้ -
๑. แถว ใหล งแถวของทุนระเบดิ ถา ไมว างเปนแถว ไมต อ งลง
๒. แบบใหลงแบบของทนุ ระเบิด เชน เอม็ .๑๔, เอ็ม.๑๖ เอ ๑ ฯลฯ

๓. การทาํ ลายลงถงึ วิธีการตดิ ต้งั ใหทนุ ระเบิดทํางาน เชน ดึงระเบดิ ,กดระเบิดฯลฯ
๔. หมายเลขทุน ลงใหตรงกับหมายเลขที่เขียนกาํ กับไวท ีจ่ ดุ วางทนุ ระเบิดในแผน

บันทึกควรเรยี งจากนอ ยไปหามาก
๕. ลงประเภทเอกสาร (ลับ, ลบั มาก, หรอื ลบั ทีส่ ดุ ) ซึง่ ผูบันทึกหนว ยจะเปน ผกู ําหนดใหทีก่ งึ่ กลาง
หนา กระดาษตอนบนและตอนลางของแบบฟอรม ทบ.๔๖๒ – ๐๓๕ หากในการฝก

ศึกษาใหใชคําวา " (ประเภทเอกสาร) " แทนคําวา ลับ

......................................

๔๘

แผนกวิชาอาวุธ

กองการศกึ ษา โรงเรียนทหารราบ ศนู ยการทหารราบ

คายธนะรชั ต อ.ปราณบรุ ี จว.ประจวบคีรขี นั ธ

...............................

ตอนที่ ๓

วชิ า : สงครามทุนระเบดิ
บทเรียน : การตรวจคน , การรื้อถอน และการทาํ ลายทุนระเบดิ
วิธีสอน : สช., สด., ป.
เวลา : .............ช่ัวโมง
สถานที่ : หองเรียน, สนามฝก
เคร่ืองชวยฝก : แผนภาพ เครอื่ งฉายสไลด และแบบบนั ทกึ
วัตถุประสงค : เพือ่ ใหน กั เรยี นมีความคนุ เคย และชาํ นาญในการพิจารณาตาํ บลที่วาง

หลักฐาน ทุน ระเบิด การตรวจคน ดวยวธิ กี ารตาง ๆ ตลอดจนการรือ้ ถอนและ
การทาํ ลายทุนระเบดิ ทต่ี รวจพบ
: รส. ๒๐ - ๓๒
......................................................

๔๙

การตรวจคน และรอ้ื ถอน

๑. การตรวจคน (DENTETION MINES) คือ การคน หาทนุ ระเบดิ และกับระเบดิ ที่วางไวด ว ยวิธกี ารตา ง ๆ

ในขั้นแรกเจาหนา ทผี่ ทู าํ การตรวจคน จะตอ งพบตําบลที่วางทนุ ระเบดิ หรอื กับระเบิดอยา งกวาง ๆ กอ น โดย

พจิ ารณาจากขอ มูลตาง ๆ ดงั ตอไปน.ี้ -

๒. วธิ กี ารที่จะทราบตําบลทวี่ างทุน ระเบดิ หรือกับระเบดิ

ก. วธิ ีการท่ีจะพิจารณาวา มที นุ ระเบิดทวี่ างไว เพือ่ ผลในทางยุทธวิธี ณ ตําบลใดตาํ บลหนึง่ หรือ

พ้นื ที่ใดพ้ืนทห่ี นง่ึ นน้ั อาจจะใชว ธิ พี จิ ารณาไดจ าก

๑) การถ๔ู กทนุ ระเบิดโดยตรง

๒) การลาดตระเวนทางพนื้ ดิน

๓) การลาดตระเวนทางอากาศ

๔) การลาดตระเวนดวยการยิง

๕) การตคี วามจากภาพถายทางอากาศ

๖) การซักถามเชลยศึกและบุคคลอนื่ ๆ

๗) การประเมินคาจากรายงานขาวกรอง และจากแผนที่และเอกสารที่ยึดได

ข. สิง่ ชบ้ี อกเหตุประการแรกของพ้ืนที่ทีม่ ที ุนระเบดิ น้นั อาจจะทราบไดโดยที่ทหารหรอื ยานพาหนะ

ถกู ทุนระเบดิ หรือกับระเบดิ เขา ซง่ึ จะเปน สง่ิ บอกใหทราบวา ในพน้ื ทน่ี น้ั มกี ารวางทนุ ระเบิดหรือกบั ระเบดิ ได

ประการหนง่ึ นอกจากนยี้ งั จะมีวิธกี ารพจิ ารณาโดยวธิ อี น่ื ๆ อกี

ค. การพิจารณาพืน้ ท่ที ี่มีทนุ ระเบิดนัน้ อาจจะกระทาํ ไดโ ดยการลาดตระเวนดวยการยงิ การ

ลาดตระเวนดว ยสายตา การตีความจากภาพถา ยทางอากาศ การซักถามบุคคลและการประเมนิ คาจากแผนที่

และจากเอกสารทยี่ ดึ ได แตอยา งไรก็ตาม ขอมูลเกย่ี วกบั ท่ตี ้ังสนามทนุ ระเบิดทําไดจ ากแหลง การพจิ ารณา

เหลา นี้ จะตอ งมกี ารตรวจสอบดว ยการลาดตระเวนทางพ้นื ดนิ การตรวจคน ทุนระเบดิ แตละทนุ ดว ย

การลาดตระเวนทางพื้นดนิ รว มกบั การตรวจดวยสายตา การตรวจคนดว ยเหลก็ แหลมและการตรวจคนดวยวิธี

อ่นื ๆ นั้น อาจจะเปน วิธกี ารพจิ ารณาทีช่ กั ชา แตก ็เปนวธิ กี ารที่ใชไ ดสําหรบั การตรวจคนหาพน้ื ท่ีทมี่ ี

ทนุ ระเบดิ วางอยู สามารถจะกระทาํ ในสภาพดินฟา อากาศทุกชนดิ และทุกสภาพทัศนวิสยั

ง. การลาดตระเวนดว ยการยงิ

วธิ กี ารอ่นื ๆ ท่ีจะใชใ นการตรวจคน พนื้ ทท่ี มี่ ีทนุ ระเบดิ นน่ั กค็ ือ วธิ กี ารลาดตระเวนดว ยการ

ยิงของปน ใหญ เครอ่ื งยิงลูกระเบิดหรือการยิงดวยจรวด และการทิ้งระเบิด การระเบิดของกระสนุ หรอื ลุก

ระเบิดหนึง่ ลกู บนพนื้ ดนิ หรอื ใกลพ้ืนดนิ จะทาํ ใหทนุ ระเบดิ สว นมากซ่งึ อยภู ายในรัศมจี าํ กดั ระเบดิ ขึ้น

ดวยสงิ่ บอกเหตวุ า มที นุ ระเบดิ อยนู น้ั จะสังเกตไดจ ากหลุมระเบดิ ทมี่ ีลกั ษณะกลมและเรยี บอยรู อบ ๆ จดุ

ระเบิดของการยิงของอาวุธ แตอยา งไรก็ตาม ควรระลึกไววาการยิงดงั กลา วน้อี าจกระทําใหก ารร้อื ถอน

ทนุ ระเบดิ หรอื กบั ระเบดิ เกิดความยากลําบาก และมีอันตรายมากขน้ึ ภายหลงั

๓. วิธกี ารตรวจคน ((DETETION METHODS)

การตรวจคนทนุ ระเบดิ และกบั ระเบดิ กระทาํ ได ๔ วธิ ี คือ

๕๐

- การตรวจคน ดวยสายตา

- การตรวจคน ดว ยของแหลม

- การตรวจคน ดว ยเคร่ืองตรวจคน ทุน ระเบิด

- ดว ยสุนัขท่ฝี ก แลว

ก. การตรวจคน ดวยสายตา (DETDCTION BY VISUAL MEANS)

หนว ยทหารทกุ เหลา จะตองสามารถตรวจคนทนุ ระเบดิ และกบั ระเบดิ ของขา ศึกไดค วามสับ

เพรา หรือความเรง รบั ในการวางของขาศกึ อาจจะทําใหม ีส่ิงบอกเหตตุ า ง ๆ เหลือทง้ิ อยู เชน ดินท่ถี กู รบกวน

กองหิน การหบี หอ ทุนระเบดิ หรอื สลกั นิรภัยของชนวน เครือ่ งหมายสนามทนุ ระเบดิ ของขาศกึ การตรวจ

คนดวยสายตาเปนวธิ ีการทต่ี รวจคน ตาํ บลที่วางทนุ ระเบดิ หรอื กบั ระเบดิ วธิ หี นงึ่ ความรเู กยี่ วกับคณุ ลกั ษณะ

และการใชทนุ ระเบดิ ของขาศึก จะเปน แนวทางในการตรวจคนไดเปน อยา งดี ในการตรวจคนนนั้ ควรเร่ิมตน

จากตาํ บลที่นา จะวางทุนระเบิด หรอื กบั ระเบิดดงั น.้ี -

๑) หลุม, รอยแตกหรอื ตําบลทขี่ ุดงายบนถนน

๒) ขางใตตรงรมิ ของผิวถนนตรงจดุ รวมของผิวถนนกบั ไหลถนน

๓) บนไหลถนนเมอื่ วางทนุ ระเบดิ และพรางทนุ ระเบดิ ไดโดยงา ย ทุนระเบดิ ท่ฝี ง ลกึ ๆ บน

ไหลถนนนัน้ ตรวจคน ไดยาก
๔) ทางเบยี่ งและรอบ ๆ สะพานทถ่ี ูกทาํ ลายหรอื ถนนทม่ี ีหลุมระเบดิ
๕) รอบ ๆ ปากหลมุ ระเบดิ และปลายสะพานทถี่ ูกทําลายท้ังสองขา ง หรอื ปลายทอ ลอดถกู

ทําลายทง้ั สองขาง บางครงั้ ในหลมุ ระเบิดอาจมที ุน ระเบดิ สังหารวางเอาไว
๖) ในเครอ่ื งกดี ขวางลวดหนาม, รว้ั ลวดและเคร่ืองกดี ขวางน้ี และในยานพาหนะปลอ ยท้ิง

ไว ตน ไมทลี่ ม ขวางถนนตลอดทง้ั ก่งิ กา นของตนไมซ ่ึงขวางทางเดนิ ในภมู ิประเทศ
๗) ใกลก บั วัตถุทีผ่ ดิ ธรรมชาติ ซึง่ ขา ศึกวางไวสาํ หรับใชเอง เชน ปา ยเครอื่ งหมายสนาม

ทนุ ระเบดิ

๘) ในตําบลทมี่ กี ารขบั ยานพาหนะเขาไปตามปกติ เชน ทกี่ ลบั รถ ทีจ่ อดรถทางเขา อาคาร

ชองแคบ และทางวิ่งของสนามบิน

๙) ใกลซ ากศพหรอื ของทร่ี ะลึก เชน ปน พก, กลองสองทางไกล และขวดเหลา ฯลฯ

๑๐) ตาํ บลท่นี า จะใชเ ปน ที่พกั แรมหรือที่รวมพล และในอาคารทีเ่ หมาะจะใชเปน ที่บงั คับการ

หรอื ท่ตี รวจการณ

ข. การตรวจคน ดวยของแหลม (DETECTION BY PROBING)

๑) การตรวจคนดวยของแหลม เปนวิธกี ารตรวจคันทนุ ระเบิดที่ตองใชแ ทงลงไปในดนิ

ดว ยเครื่องมอื แหลม ๆ โดยใชว สั ดทุ ไ่ี มเ ปนสือ่ ไฟฟาเพ่อื ปองกันชนวนทนุ ระเบิดแมเหลก็ และกับระเบิดพวก

เชอื้ ปะทุไฟฟา การตรวจคน ดวยของแหลมเปน วิธที ่ดี ที ่ีสดุ สําหรบั ตรวจคน ทุนระเบดิ ชนดิ อโลหะ เชน

ทนุ ระเบิดสงั หาร แบบ เอม็ .๑๔ แตเปน งานทีช่ ักชาและเปนงานท่นี า เบื่อหนายโดยเฉพาะอยางยงิ่ ในพืน้ ทท่ี ่ี


Click to View FlipBook Version