The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุภัสสรา, 2020-11-02 02:35:37

พี่สวย

พี่สวย

สารบญั
คานา.............................................................................01
เคร่ืองดนตรีคืออะไร........................................................02
ต้นกาเนิดเคร่ืองดนตรีไทย..............................................3-14
เครื่องดนตรีไทยมีกี่ประเภท............................................15
ต้นกาเนิดเครื่องดนตรีสากล...........................................16-22
เครื่องดนตรีสากลมีกี่ประเภท.........................................23-29
อ้างองิ ..........................................................................30

คานา

หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์E-bookเร่ือง
ดนตรีสว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษาการสร้าง
สือ่ ด้วยเทคโนโลยรี ายวชิ าการสร้าง

หนงั สืออเิ ลก็ ทรินิกส์ว20243 เร่ือง
ดนตรี การศกึ ษาเกี่ยวกบั เคร่ืองดนตรี
แตล่ ะ่ ประเภทและเคร่ืองดนตรีตา่ งๆ
เพอ่ื เป็นการเผยแผร่ความรู้ ผา่ นส่อื
เทคโนโลยี หากมีข้อผิดพลาดประการ
ใด ข้าพเจ้าขอน้อมรับและปรับปรุง

แก้ไขพฒั นาใหเดียงิ่ ขนึ ้ ตอ่ ไป

เครื่องดนตรีคอื อะไร
เคร่ืองดนตรี คือ อปุ กรณ์ทส่ี ร้างขนึ ้ มา หรือ
ปรับจากอปุ กรณ์อ่ืน ๆ เพ่ือใช้งานสาหรับ
การผลติ เสียงดนตรี หรือสร้างเสียงสาหรับ
ใช้ประกอบในการร้องราทาเพลง โดย
หลกั การแล้ว อปุ กรณ์ใดก็ตามที่สามารถ
นามาใช้ผลิตเสียงดนตรี ยอ่ มเรียกวา่ เคร่ือง
ดนตรี ได้ทงั้ สิน้ ผ้ทู ่ีใช้เคร่ืองดนตรีนนั้
เรียกวา่ นกั ดนตรี

2

เครื่องดนตรีไทยเกิดจากชนชาตไิ ทยเองและการ
เลียนแบบชนชาติอื่นๆ ที่อยใุ่ กล้ชิดโดยเริ่มตงั้ แตส่ มยั
โบราณท่ีไทยตงั้ ถิ่นฐานอยใู่ นอาณาจกั รฉ่องหวดู่ ินแดน
ของประเทศจีนในปัจจบุ นั ทาให้เคร่ืองดนตรีไทยและ
จีนมีการแลกเปล่ียนเลียนแบบกนั นอกจากนี่ยงั มีเคร่ือง
ดนตรีอีกหลายชนิด ที่ชนชาติไทยประดิษฐ์ขนึ ้ ใช้ก่อนท่ี
จะมาพบวฒั ธรรมอินเดีย ซง่ึ แพร่หลายอยทู่ างตอนใต้
ของแหลมอนิ โดจีน สาหรับชื่อเคร่ืองดนตรีดงั้ เดิมของ
ไทยจะเรียนตามคาโดดในภาษาไทย เช่น เกราะ โกร่ง
กรับ ฉ่ิง ฉาบ ขลยุ่ พณิ เป๊ียะ ซอ ฆ้องและกลอง ตอ่ มา
ได้มีการประดษิ ฐ์เคร่ืองดนตรีให้พฒั นาขนึ ้ โดยนาไม้ที่
ทาเหมือนกรับหลายอนั มาวางเรียงกนั ได้เคร่ืองดนตรี
ใหม่ เรียกวา่ ระนาดหรือนาฆ้องหลาย ๆ ใบมาทาเป็นวง
เรียกวา่ ฆ้องวง เป็นต้น
นอกจากนีย้ งั มีการผสมผสานกบั วฒั นธรรมทางดนตรี
ของอนิ เดีย มอญ เขมร ในแหลมอินโดจีนที่ไทยได้ย้าย

3

ไปตงั้ ถ่ินฐานอยู่ ได้แก่ พิณ สงั ข์ ปี่ไฉน บณั เฑาะว์
กระจบั ป่ี จะเข้ โทน(ทบั ) เป็นต้น ตอ่ มาเมื่อมีความสมั พนั ธ์
กบั ประเทศเพ่ือนบ้านมากขนึ ้ ไทยได้นาบทเพลงและเครื่อง
ดนตรีบางอยา่ งของประเทศเพื่อนบ้านมาบรรเลงในวง
ดนตรีไทย เชน่ กลองแขกของชวา กลองมลายขู องมลายู
เปิงมางของมอญ และกลองยาวของไทยใหญ่ท่ีพมา่
นามาใช้ รวมทงั้ ขมิ ม้าลอ่ และกลองจีน ซงึ่ เป็นเครื่อง
ดนตรีของจีน เป็นต้น ตอ่ มาไทยมคี วามสมั พนั ธ์ชาวกบั
ตะวนั ตกและอเมริกา กไ็ ด้นากลองฝร่ัง เชน่ กลองอเมริกนั
และเครื่องดนตรีอ่ืน ๆ เชน่ ไวโอลนี ออร์แกน มาใช้บรรเลง
ในวงดนตรีของไทย

จากประวตั ิเครื่องดนตรีไทยดงั กลา่ ว สามารถแบง่
ประวตั ิศาสตร์ของเครื่องดนตรีไทยได้เป็น 4 สมยั ดงั นี ้

4

สมยั สโุ ขทยั

ชาวไทยมีความสนกุ สนานกบั การเลน่ ดนครีและร้องเพลงกนั
มากดงั ที่ปรากฏในหลกั ศิลาจารึกพอ่ ขนุ รามคาแหงหลกั ที่ 1 วา่
"ดบงคมกลอง ด้วยเสียงพาทย์ เสยี งพิณ เสียงเลอื ้ น เสียงขบั
ใครจกั มกั เลน่ เลน่ ใครจกั มกั หวั หวั ใครจกั มกั เลอื ้ น เลอื ้ น" ซง่ึ
แลดงถงึ การบรรเลงเคร่ืองดนตรีประเภทตี เป่า ดีด และสี คือ
กลอง ปี่ พิณ และเครื่องดนตรีทีมีสายไว้สไี ด้ นอกจากนีย้ งั มี
หลกั ฐานของล้านนาไทยที่มีศิลปวฒั นธรรมร่วมสมยั กนั ในหลกั
ศิลาจารึกในวดั พระยืน จงั หวดั ลาพนู ท่ีจารึกไว้วา่ "ให้ถือกระทง
ข้างตอกดอกไม้ไต้เทียน ตีพาทย์ดงั พิณฆ้องกลอง ป่ีสรไนพสิ
เนญชยั ทะเทียดกาหลแตรสงั มาลย์กงั สดาล มรทงค์ดงเดือด
เสยี งเลิศเสยี งก้อง อีกทงั้ คนร้องโหอ่ ือ้ ดาสรท้านทงั่ ทงั้ นครหริภญุ
ชยั แล" ซงึ่ แสดงถงึ เครื่องดนตรีบรรเลงในวงดนตรี และ
ประชาชนนามาเลน่ เพ่ือความสนกุ สนานครึกครืน้ กนั ดงั นนั้ จงึ
สามารถกลา่ วถงึ เครื่องดนตรีไทยในสมยั สโุ ขทยั ได้จากวงดนตรี
ไทยในสมยั นนั้ ได้แก่ วงแตรสงั ข์ ทใ่ี ช้บรรเลงในพระราชพิธีตา่ ง
ๆ ประกอบด้วยเคร่ืองดนตรีแตรฝร่ัง แตรงอน ปี่ไฉนแก้ว กลอง
ชนะ บณั เฑาะว์ และมโหระทกึ วงปี่พาทย์เครื่องห้า

5

ประกอบด้วย ป่ีใน ฆ้องวง ตะโพน กลองทดั และฉ่ิง นอกจากนีย้ งั
มีเคร่ืองดนตรีเชน่ พิณ และซอสามสาย อยใู่ นสมยั นนั้ อีกด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=2f
nwX1EHlw4&feature=emb_title

6

สมยั อยธุ ยา

เป็นช่วงท่ีบ้านเมอื งมศี กึ สงครามอยตู่ ลอดเวลา จงึ
ทาให้ดนตรีไทยไมเ่ จริญก้าวหน้ามากนกั ยงั คงมี
เครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ เครื่องห้าเทา่ เดมิ จนมา
เพิ่มระนาดเอกภายหลงั ในตอนปลายสมยั อยธุ ยา
สว่ นวงดนตรีทเ่ี กิดขนึ ้ ในสมยั นนั้ ได้แก่ วงมโหรี ที่
บรรเลงโดยผ้หู ญิง เพื่อขบั กลอ่ มถวายแด่
พระมหากษัตริย์ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี
กระจบั ปี่ ซอสามสาย โทน(ทบั ) กรับ รามะนา
ขลยุ่ และฉิ่ง แตต่ อ่ มาได้นาจะเข้ซง่ึ เป็นเครื่อง
ดนตรีของมอญมาประสมแทนกระจบั ปี่ เพือ่ ให้
ทานองได้ละเอียดลออและไพเราะกวา่ และวง
เครื่องสาย ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ซอด้วง ซออู้
จะเข้ ขลยุ่ โทน(ทบั ) และฉิ่ง

7

https://www.youtube.com/watch?v=F
y0UhWYReyw&feature=emb_title

8

สมยั ธนบรุ ี

มีวงดนตรี 3 ประเภท เช่นเดียวกบั สมยั อยธุ ยา คือ วงปี่พาทย์
วงมโหรี และวงเครื่องสาย แตม่ ีเคร่ืองดนตรีของชาติต่างๆ
เข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด ดงั ปรากฏใน
หมายกาหนดการของพระมหากษัตริย์ในสมยั นนั้ วา่ “ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิณพาทย์ไทย พิณพาทย์รามญั
มโหรีไทย ฝรั่ง มโหรีญวน เขมร ผลดั เปลี่ยนกนั สมโภช 2
เดือนกบั 12 วนั ” ในงานสมโภชพระแก้วมรกตเป็นต้น

เน่ืองจากในสมยั นีเ้ป็นชว่ งระยะเวลาอนั สนั้ เพียงแค่ 15 ปี
และประกอบกบั เป็นสมยั แหง่ การกอ่ ร่างสร้างเมือง และการ
ปอ้ งกนั ประเทศเสียโดยมาก วงดนตรีไทยในสมยั นีจ้ งึ ไม่
ปรากฏหลกั ฐานไว้วา่ ได้มีการพฒั นาเปลย่ี นแปลงขนึ ้
สนั นิษฐานวา่ ยงั คงเป็นลกั ษณะและรูปแบบของ ดนตรีไทย
ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยานน่ั เอง

9

https://www.youtube.com/watch?v=JXLHd
zn_-50

10

สมยั รัตนโกสินทร์

คณะละครและวงปี่พาทย์ไทยสมยั รัตนโกสินทร์

มีความก้าวหน้าทางดนตรีมาก เริ่มจากสมยั รัชกาลที่ 1 ได้เพ่ิมกลองทดั
ขนึ ้ ในวงป่ีพาทย์เป็น 2 ลกู และเพ่ิมระนาดในวงมโหรีปี่พาทย์อีก 1 ราง
ตอ่ มาในสมยั รัชกาลที่ 2 เริ่มมีปี่พาทย์บรรเลงประกอบเสภา จงึ ได้นา
เปิงมางมาตดิ ข้างสกุ ถว่ งเสยี งให้ต่าลง เรียกวา่ สองหน้า ใช้
ประกอบการบรรเลงประกอบเสภา และได้เพิ่มฆ้องวงในวงมโหรีด้วย
ในสมยั รัชกาลที่ 3 มีผ้สู ร้างระนาดท้มุ และฆ้องวงเลก็ ขนึ ้ มา ทาให้เกิด
วงป่ีพาทย์เคร่ืองคขู่ นึ ้ ในสมยั นนั้ ซงึ่ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีระนาดที
เปลีย่ นช่ือเป็นระนาดเอก เพ่ือให้เข้าคกู่ บั ระนาดแบบใหม่ ท่ีเพิ่มราง 1
ราง และสร้างขนาดใหญ่เรียกวา่ ระนาดท้มุ และฆ้องวงใหญ่ เพ่ือให้
เข้าคกู่ บั ฆ้องวงเลก็ ท่ีสร้าง ขนาดเลก็ ลงเรียกว่า ฆ้องวงเลก็ นอกจากน่ี
ยงั มีการนาปี่นอกเข้ามาผสมเข้าคกู่ บั ปี่ใน และเคร่ืองดนตรีเดมิ คือ
ตะโพน กลองทดั และฉิ่งเชน่ เดมิ รวมทงั้ มีวงมโหรีเครื่องคเู่ กิดขนึ ้ โดยมี
การนาระนาดท้มุ ฆ้องวงเลก็ และขลยุ่ หลบี ให้เข้าคกู่ บั เครื่องดนตรีท่ีมี
อยเู่ ดมิ ในสมยั รัชกาลท่ี 4 วงป่ีพาทย์มีความเจริญมาก โดยเจ้านาย ขนุ
นาง ข้าราชการ ตา่ งก็มีวงป่ีพาทย์ประจาบ้านกนั และพระบาทสมเด็จ
พระป่ินเกล้าเจ้าอยหู่ วั ยงั ทรงพระราชดาริให้นาลวดเหลก็ เลก็ ๆ ที่

11

ทอดพระเนตรจากนาฬกิ าตงั้ โต๊ะท่ีกลไกข้างในมีลวดเส้น เลก็
ๆ สนั้ บ้างยาวบ้าง ปักเรียงกนั ถี่ ๆ เป็นวงกลมคล้ายหวีตรง
กลางมีแกนหมนุ และเหลก็ เข่ียเส้นลวดเหลก็ เหลา่ นนั้ ผ่านไป
โดยรอบท่ีพระองค์ทรงเรียกวา่ นาฬกิ าเข่ียหวี ซงึ่ มีเสยี งดงั
กงั วานมาสร้าง เป็นระนาดท้มุ เหลก็ และระนาดเหลก็ ท่ีเลก็
กวา่ และมีเสยี งสงู กวา่ มาเพ่มิ เข้าในวงปี่พาทย์ และเรียกวงปี่
พาทย์นีว้ า่ วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ นอกจากนีย้ งั มีการเพ่ิม
เครื่องดนตรี ระนาดท้มุ เหลก็ และระนาดเอกเหลก็ ที่ทาด้วย
ทองเหลอื งเรียกวา่ ระนาดทอง และนาซอด้วงและซออ้มู า
ผสมในวงมโหรีด้วยเรียกวา่ มโหรีเคร่ืองใหญ่ ในสมยั รัชกาล
ท่ี 5 ได้เกิดวงปี่พาทย์ดกึ ดาบรรพ์ ที่สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์
เธอเจ้าฟา้ กรมพระยานริศรานวุ ดั ติวงศ์ เป็นผ้ทู รงปรับปรุงขนึ ้
เพื่อบรรเลงประกอบละครวงปี่พาทย์นีม้ ีชื่อเสยี งไพเราะ
นมุ่ นวลกวา่ เพราะได้ดดั เครื่องดนตรีที่มีเสียงดงั มาก เสียงสงู
และเสียงเลก็ แหลมออกจนหมด และระนาดเอกก็ตีด้วยไม้
นวม รวมทงั้ ยงั นาฆ้องชยั หรือฆ้องหยุ่ มา 7 ลกู เทียบเสยี ง
เรียงลาดบั ตีหา่ งๆ คล้ายกบั เบสของฝร่ัง เพิม่ เข้ามา ในสมยั
รัชกาลที่ 6 การดนตรีมีความเจริญขนึ ้ มาก โดย
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงตงั้ กรมมหรสพ

12

กรมบญั ชาการ กรมโขนหลวง กรมพิณพาทย์หลวงกลองเครื่องสาย
ฝร่ังหลวง และกรมชา่ งมหาดเลก็ สาหรับสร้างและซอ่ มสงิ่ ที่เป็น
ศิลปะตา่ ง ๆ และพระองค์ยงั โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเคร่ืองป่ีพาทย์
ประดบั มกุ และประดบั งาขนึ ้ 2 ชดุ ประดบั เป็นลวดลายวิจิตร มี
อกั ษรพระปรมาภิไธย ม.ว. ซงึ่ งดงามมีคา่ ยิง่ ในสมยั รัชกาลท่ี 7
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงตงั้ วงเคร่ืองสาย สว่ น
พระองค์ขนึ ้ โดยพระองค์ทรงซอด้วง และพระบรมราชินีทรงซออู้
พร้อมทงั้ เจ้านายอกี หลายพระองค์ อยใู่ นวงนนั้ นอกจากนี ้พระองค์
ยงั ทรงพระราชนิพนธ์ เพลงราตรีประดบั ดาว เถา เพลงเขมรละออ
องค์ เถา และเพลงคลนื่ กระทบฝ่ัง 3 ชนั้ ตอ่ มาเม่ือหลงั การ
เปลีย่ นแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 การดนตรีไทยได้คอ่ ย ๆ
เสอ่ื มลง จนมาถงึ หลงั สงครามโลกครัง้ ที่ 2 ไปแล้ว จงึ ได้มีการฟื น้ ฟู
ดนตรีไทยขนึ ้ ใหม่ จนมาถงึ ปัจจบุ นั นีใ้ นรัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระ
เจ้าอยหู่ วั กท็ รงพระปรีชาสามารถทางดนตรีสากล และพระราช
นิพนธ์เพลงขนึ ้ หลายเพลงด้วย แตพ่ ระองค์ยงั ทรงสนพระทยั การ
ดนตรีไทย โดยพระราชทานทนุ ให้พิมพ์เพลงไทยเป็นโน้ตสากล
ออกจาหนา่ ยจนเป็นท่ีนิยมของวงการดนตรีทว่ั ไป

13

https://www.youtube.
com/watch?v=xip69z5
bTtE

เครื่องดนตรีแบง่ ได้ 4 ประเภท
-ดีด

-สี
-ตี
-เป่ า

15

ดนตรีเป็นสว่ นหนงึ่ ของวถิ ีชีวิตมนษุ ย์ มนษุ ย์รู้จกั นาดนตรีมา
ใช้ประโยชน์ตงั้ แตย่ คุ กอ่ นประวตั ิศาสตร์ หลงั จากท่ีมนษุ ย์รู้จกั
การจดบนั ทกึ ข้อมลู จงึ ทาให้คนรุ่นหลงั ได้ทราบประวตั ิความ
เป็นมาของดนตรี การศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ดนตรี ทาให้เรา
เข้าใจมนษุ ย์ด้วยกนั มากขนึ ้ เข้าใจวิถีชีวติ ความเป็นอยู่ และ
เข้าใจการสบื ทอดทางวฒั นธรรมดนตรี

การ กาเนิดของเครื่องดนตรีเกิดขนึ ้ ตงั้ แตส่ มยั โบราณ โดย
มนษุ ย์รู้จกั การสร้างเคร่ืองดนตรีง่ายๆ จากธรรมชาติรอบข้าง
คือ เร่ิมจากการปรบมือผิวปาก เคาะหิน หรือนากิ่งไม้มาตีกนั
ซง่ึ ตอ่ มาได้มีการสร้างเคร่ืองดนตรีท่ีมีร ูู ป ทรงลกั ษณะตา่ งๆ
ที่แตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะชนชาติ โดยมีการแลกเปลี่ยน
ศลิ ปวฒั นธรรมและลกั ษณะเคร่ืองดนตรีของชนชาติ ตา่ งๆ
โดยเฉพาะเคร่ืองดนตรีสากลท่ีเป็นเคร่ืองดนตรีของ
ชาวตะวนั ตกที่น ูามาเลน่ กนั แพร่หลายในปัจจบุ นั สาหรับ

16

การกาเนิดของดนตรีตะวนั ตกนนั้ มาจากเคร่ืองดนตรีของชนชาติ
กรีกโบราณท่ี สร้างเครื่องดนตรีขนึ ้ มา 3 ชนิดคือ ไลรา คีธารา และ
ออโรสจนตอ่ มามีการพฒั นาสร้างเคร่ืองดนตรีประเภทตา่ งๆ ทงั้
ประเภทเครื่องสายเครื่องเป่า เครื่องทองเหลอื ง เคร่ืองตี และเครื่อง
ดีดหรือเครื่องเคาะ เชน่ ไวโอลนิ ฟลตุ ทรัมเป็ต กลองชดุ กีตาร์ ฯลฯ
โดยพบเครื่องดนตรีสากลได้ในวงดนตรีสากลประเภทตา่ งๆ ตงั้ แต่
สมยั โบราณจนถงึ ปัจจบุ นั

การสืบสาวเรื่องราวเกี่ยวกบั ความเป็นมาของดนตรีตงั้ แตส่ มยั โบรา
ณมา นบั วา่ เป็นเร่ืองยากท่ีจะให้ได้เร่ืองราว สมยั ของการรู้จกั ใช้
อกั ษรหรือสญั ลกั ษณ์อื่นๆ เพง่ึ จะมีปรากฏและเริ่มนิยมใช้กนั ใน
สมยั เริ่มต้นของยคุ Middle age คือระหวา่ งศตวรรษท่ี 5-6
และการบนั ทกึ มีเพียงเครื่องหมายแสดงเพียงระดบั ของเสียง และ
จงั หวะ ( Pitch and time ) ดนตรี เกิดขนึ ้ มาในโลกพร้อมๆ
กบั มนษุ ย์เรานน่ั เอง ในยคุ แรกๆมนษุ ย์อาศยั อยใู่ นป่าดง ในถา้ ใน
โพรงไม้ แตก่ ร็ ู้จกั การร้องราทาเพลงตามธรรมชาติ เชน่ รู้จกั ปรบมือ
เคาะหนิ เคาะไม้ เป่าปาก เป่าเขา และเปลง่ เสียงร้องตามเรื่อง การ
ร้องราทาเพลงไปเพ่ืออ้อนวอนพระเจ้าเพื่อชว่ ยให้ตนพ้นภยั &
บนั ดาลความสขุ ความอดุ มสมบรู ณ์ตา่ งๆให้แกต่ น หรือเป็นการ

17

บชู าแสดงความขอบคณุ พระเจ้าท่ีบนั ดาลให้ตนมีความสขุ ค วาม
สบาย

โลกได้ผา่ นหลายยคุ หลายสมยั ดนตรีได้ววิ ฒั นาการไปตามความ
เจริญและความคิดสร้างสรรค์ของมนษุ ย ู์ เครื่องดนตรีที่เคยใช้ใน
สมยั เร่ิมแรกกม็ ีการววิ ฒั นาการมาเป็นขั ูน้ ๆ กลายเป็นเคร่ือง
ดนตรี ท่ีเราเหน็ อยทู่ กุ วนั เพลงที่ร้องเพื่ออ้อนวอนพระเจ้า กก็ ลาย
มาเป็นเพลงสวดทางศาสนา และเพลงร้องโดยทว่ั ๆไป

ในระยะแรก ดนตรีมีเพียงเสยี งเดียวและแนวเดียวเทา่ นนั้ เรียกวา่
Melody ไมม่ ีการประสานเสยี ง จนถงึ ศตวรรษที่ 12 มนษุ ย์เรา
เร่ิมรู้จกั การใช้เสยี งตา่ งๆมาประสานกนั อยา่ งง่ายๆเกิดเป็นดนตรี
หลายเสยี งขนึ ้ มา

การศกึ ษาวชิ าประวตั ิดนตรีตะวนั ตกหลายคนคงคิดวา่ เป็นเร่ือง
ไกลตั วเหลอื เกิน และมกั มีคาถามเสมอวา่ จะศกึ ษาไปทาไมคาตอบ
ก็คือ ดนตรีตะวนั ตกเป็นรากเหง้าของดนตรีท่ีเราได้ยินได้ฟังกนั ทกุ
วนั น ูี ู้ ความเป็นมาของดนตรีหรือประวตั ศิ าสตร์ดนตรีนนั้
หมายถงึ การมองย้อ นหลงั ไปใน อดีตเพ่ือพยายามทาความเข้าใจ

18

กบั แง่มมุ ตา่ ง ๆ ของอดีตในแตล่ ะสมยั นบั เวลาย้อนกลบั ไป
เป็น
เวลาหลายพนั ปีจากสภาพส ูังคมที่แวด ล้อมทศั นะคติ
และรสนิยมของผ้สู ร้างสรรค์และผ้ฟู ังดนตรีในแตล่ ะสม ูัย
นนั้ แตก ตา่ งกนั อยา่ งไรจากการลองผิดลองถกู ลองแล้ว
ลองอีกการจินตนาการตาม แนวคิดของผู้ ประพนั ธ์เพลง
จนกระทง่ั กลนั่ กรองออกมาเป็นเพลงให้ผ้คู นได้ฟังกนั
จนถงึ ปัจจบุ นั นี ้

การศกึ ษาเรื่องราวทางประวตั ศิ าสตร์ หรือการมอง
ย้อนกลบั ไปในอดีตนนั้ นอกจากเป็นไปเพื่อความสขุ ใจใน
กา รได้ศกึ ษา เรียนรู้ และรับทราบเรื่องราวของอดตี
โดยตรงแล้ว ยงั เป็นการศกึ ษาเป็นแนวทางเพื่อทาความ
เข้าใจดนตรีท่ีเกิดขนึ ้ แล ะการเปลีย่ นแปลงในแงข่ องดนตรี
ในปัจจบุ นั และเพ่ือนามาใช้ในการทานายหรือคาดเดาถงึ
แนวโน้มของดนตรีในอนาคต ด้วย (ทีมา :

http://blog.krudontree.info/?p=143)

19

ดนตรีเกิดขนึ ้ มาพร้อมกบั มนษุ ย์ และถือได้วา่ เป็นสว่ นหนง่ึ ของ
ชีวิตมนษุ ย์ มนษุ ย์รู้จกั การสร้างเสียงดนตรีเพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือ
สอื่ สาร เชน่ การตีเกราะ เคาะไม้ การเป่าเขาสตั ว์ การเป่าใบไม้
เพ่ือสง่ สญั ญาณตา่ งๆ มนษุ ย์รู้จกั การร้องรา
ทาเพลง เพ่ือให้หายเครียด เพ่ือความบนั เทงิ หรือเพ่ือการ
ประกอบพิธีกรรมตา่ งๆ กิจกรรมที่เก่ียวเนื่องกบั เรื่องของ
เสียงดนตรี มนษุ ย์ได้ทาให้เกิดขนึ ้ อยา่ งเป็นธรรมชาติของมนษุ ย์
มาโดยตลอด ตอ่ มาเมื่อมนษุ ย์ได้สนใจดนตรีในด้านศิลปะ
ดนตรีจงึ ได้ววิ ฒั นาการขนึ ้ ตามลาดบั

ยคุ สมยั ดนตรีตะวนั ตก

***ยคุ สมยั ต่าง ๆ เป็นตวั แบง่ เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ บนโลก โดย
เริ่มต้นตงั้ แตส่ มยั ดกึ ดาบรรพ์ สมยั อารยธรรมโบราณ สมยั ต้น
และกลางคริสต์ศตวรรษ สมยั บาโรค สมยั คลาสสิค สมยั โรแมน
ตคิ และสมยั ปัจจบุ นั การดนตรีในยคุ ตา่ ง ๆ กม็ ีเอกลกั ษณ์
เฉพาะตวั ที่สามารถบ่งบอกได้วา่ มาจากยคุ ใดและมีบทบ าทอ
ยา่ งไร ดงั ที่ ละเอียด เหราปัตย์ (2522: 1) กลา่ ววา่ ดนตรีใน
สมยั ดกึ ดาบรรพ์มีสว่ นเก่ียวข้องกบั ชีวิตประจาวนั ของมนษุ ย์
มากกวา่ ในสมยั ปัจจบุ นั เป็นการแสดงออกถงึ จิตวิทยา สงั คม

20

ศาสนา ส่ิงสกั การะบชู า และภาษา เพลงทกุ เพลงในสมยั ดงั้ เดมิ
จะต้องมีความหมายทงั้ สนิ ้ การจะเข้าใจในเพลงนนั้ ๆ อยา่ ง
ถกู ต้องแท้จริงจะต้องไปศกึ ษาจากชาวพืน้ เมืองท่เี ป็นเจ้าขอ
งบทเพลงนนั้ ดนตรีสมยั ดกึ ดาบรรพ์มีหน้าที่ 2 ประการสาคญั
คือ

(1) ก่อให้เกิดความตื่นเต้น เร้าใจ

(2) ทาให้เกิดความผอ่ นคลาย ความสขุ

ตอ่ มาในอารยธรรมโบราณ (Ancient Civilization)
ความเจริญของโลกมีอยใู่ นภมู ภิ าคตะวนั ออก ชาติท่ีมีความ
เจริญทางด้านศลิ ปวฒั นธรรม เช่น จีน ไทย อนิ เดยี ฯลฯ และ
ภมู ิภาคยโุ รปตะวนั ออก เชน่ อียิปต์ ซเุ มอร์ บาบโิ ลเนียน จเู ดีย
และกรีก ดนตรีทงั้ ในเอเซีย และยโุ รปตะวนั ออก ได้เร่ิมมีววิ ฒั น
การขนึ ้ โดยมีการคดิ ค้นบนั ไดเสียงเพ่ือแบง่ แยก จดั ระบบเสยี ง
เป็นของแตล่ ะชนชาติขนึ ้ มา เอกลกั ษณ์นีย้ งั คงมีร่องรอยอยใู่ น
ยคุ ปัจจบุ นั เช่น บนั ไดเสยี งเพนทาโทนิค (Pentatonic
Scale) ก็ยงั คงมีใช้กนั ในดนตรีภมู ิภาคเอเชีย แตม่ ีความ

21

แตกตา่ งไปในสาเนียงและการจดั ระบบเสียง ดนตรีกรีกโบราณ
เป็นมรดกทางวฒั นธรรมดนตรีของดนตรีตะวนั ตกที่ยง่ิ ใหญ่ คือ
เมื่อประมาณ 1000 ปีกอ่ นคริสตกาล มีการคดิ ค้นการแบง่
ระบบเสยี งอยา่ งชดั เจนด้วยแนวคดิ ทางวิทยาศาสต ร์ โดย
นกั ปราชญ์
กรีก คือ พิธากอรัส และมีการคิดเรื่องเครื่องดนตรีประกอบการ
ร้อง มีการใช้เทคนิคการประพนั ธ์เพลงโดยใช้ Mode ซง่ึ มี
ท่ีมาจากระบบเตตร้าคอร์ด (Tetrachord) ก่อให้เกิดบนั ได
เสยี งโบราณตา่ งๆ เป็นปัจจยั พืน้ ฐานของการดนตรีในยคุ ต่อ ๆ
มา

22

เครื่องดนตรีสากลมีกี่ประเภท
เครื่องดนตรีสากลนนั้ มี5ประเภทได้แก่
1. เครื่องดนตรีสากลประเภทสาย (String
Instruments)

เครื่องดนตรีสากลประเภทสาย

เครื่อง ดนตรีประเภทเคร่ืองสาย สายของเครื่องดนตรีประเภทนี ้
มีทงั้ สายท่ีทามาจากเส้นลวด เส้นเอน็ เส้นไหม ไนลอ่ น หรือ
โลหะอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ นามาขงึ ให้ตงึ ความดงั ของเสียงขนึ ้ อยู่
กบั รูปร่าง และวสั ดทุ ี่นามาใช้ทากะโหลกเคร่ืองดนตรี กะโหลก
เครื่องดนตรีทาหน้าท่ีเป็นตวั ขยายเสียงท่ีเกิดจากการ
สนั่ สะเทือนของ สาย เคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองสายท่ีนามาใช้
ในการประสมวงดนตรีมีดงั นี ้

ประเภทเครื่องสี ได้แก่ ไวโอลนิ วโิ อลา เชลโล ดบั เบลิ เบส

ประเภทเครื่องดีด ได้แก่ ฮาร์พ ไลร์ ลทู แบนโจ กีต้าร์ แมนโดลนิ
23

2. เคร่ืองดนตรีสากลประเภทเคร่ืองลมไม้ (Woodwind
Instruments)

เคร่ืองดนตรีสากลประเภทเครื่องลมไม้

เคร่ืองดนตรี ประเภทนี ้เกิดเสียงโดยการเป่าลมผา่ นช่องแคบๆ ให้เข้า
ไปภายในทอ่ ซงึ่ ทาหน้าที่เป็นตวั ขยายเสยี งให้ดงั ขนึ ้ คณุ ลกั ษณะของ
เสยี งที่เกิดขนึ ้ จะแตกตา่ งกนั ตามขนาดของทอ่ ความสนั้ ยาวของทอ่
และความแรงของลมที่เป่ าเข้ าไปภายในทอ่

เคร่ืองดนตรี แตล่ ะชนิดยงั มีขนาดตา่ งๆ กนั ออกไป เคร่ืองดนตรีขนาด
เลก็ จะให้ระดบั เสียงสงู เคร่ืองดนตรีขนาดใหญ่จะให้เสยี งต่า ผ้บู รรเลง
จะต้องเลือกใช้เคร่ืองดนตรีให้เหมาะสมกบั บทเพลง ตามท่ีผ้ปู ระพนั ธ์
เพลงได้กาหนดไว้ ประกอบไปด้วยเคร่ืองดนตรีดงั ตอ่ ไปนี ้

ประเภทเป่าลมผา่ นช่องลม ได้แก่ เรคอร์เดอร์ ปิคโคโล ฟลทู

ประเภทเป่าลมผา่ นลนิ ้ ได้แก่ คลาริเน็ต แซกโซโฟน

24

3. เครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องลมทองเหลือง (Brass
Instruments)

เครื่องดนตรีสากลประเภทเคร่ืองลมทองเหลอื ง

เคร่ือง ดนตรีประเภทนีม้ กั ทาด้วยโลหะผสมหรือโลหะทองเหลือง เสียง
ของเคร่ืองดนตรีประเภทนีเ้กิดจากการเป่าผา่ นทอ่ โลหะ ความสนั้ ยาว
ของทอ่ โลหะทาให้ระดบั เสยี งเปลย่ี นไป การเปล่ยี นความสนั้ ยาวของ
ทอ่ โลหะจะใช้ลกู สบู เป็นตวั บงั คบั

เคร่ืองดนตรี บางชนดิ จะใช้การชกั ทอ่ ลมเข้าออก เปลยี่ นความสนั้ ยาว

ของทอ่ ตามความต้องการ ลกั ษณะเดน่ ของเครื่องดนตรีประเภทนี ้มี

ปากลาโพงสาหรับใช้ขยายเสียงให้มีความดงั เจิดจ้า เรามกั เรียกเครื่อง

ดนตรีประเภทนีร้ วมๆ กนั วา่ “แตร” ขนาดของปากลาโพงขนึ ้ อยกู่ บั

ขนาดของเคร่ืองดนตรี ปากเป่าของเครื่องดนตรีประเภทนีเ้รียกวา่

“กาพวด” (Mouthpiece) ทาด้วยทอ่ โลหะ ทรงกรวย ด้านปาก

เป่ามีลกั ษณะบานออก คล้ายรูปกรวย มีขนาดตา่ งๆ กนั ตามขนาด

ของเคร่ืองดนตรีนนั้ ๆ ปลายทอ่ อีกด้านหนง่ึ ของกาพวด ตอ่ เข้ากบั ทอ่

ลมของเคร่ืองดนตรี 25

เครื่องดนตรีสากลประเภทเคร่ืองลมทองเหลือง ได้แก่ คอร์เน็ต
ทรัมเป็ต บวิ เกิล ฟลเู กิลฮอร์น เฟรนช์ฮอร์น ทรอมโบน บาริโทน
ยโู ฟเนียม ทบู า ซซู าโฟน
4. เครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องลมิ่ นิว้ (Keyboard
Instruments)

เครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องลม่ิ นิว้

เคร่ืองดนตรีในยคุ นี ้มกั นิยมเรียกทบั ศพั ท์ในภาษาองั กฤษวา่
“เครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ด” ลกั ษณะเดน่ ของเคร่ืองดนตรีท่ีอยู่
ในกลมุ่ นีก้ ็คือ มีล่มิ นิว้ สาหรับกด เพื่อเปลยี่ นระดบั เสียงดนตรี ลม่ิ
นิว้ สาหรับกดนนั้ นิยมเรียกวา่ “คีย์” (Key) เคร่ืองดนตรีแตล่ ะ
ชนิดมีจานวนคีย์ไมเ่ ทา่ กนั โดยปกตสิ ขี องคีย์เป็นขาวหรือดา คีย์สี
ดาโผลข่ นึ ้ มากกวา่ คีย์สขี าว

การเกิดเสยี ง ของเคร่ืองดนตรีในกลมุ่ นีม้ ีหลายลกั ษณะ เปียโน
ฮาร์ปซคิ อร์ด คลาวคิ อร์ด เกิดเสียง โดยการกดคีย์ที่ต้องการ แล้ว
คีย์นนั้ จะสง่ แรงไปท่ีกลไกต่างๆ ภายในเคร่ืองเพ่ือที่จะทาให้สาย
โลหะทขี่ งึ ตงึ สนั่ สะเทือน ทาให้เกิดเสยี งให้ดงั ขนึ ้ เคร่ืองดนตรี 26

ประเภทคีย์บอร์ดบางชนิดให้ลมผา่ นไปยงั ลนิ ้ โลหะให้สน่ั สะเทือน
ทาให้เกิดเสยี งดงั ขนึ ้ เครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดบางชนิดให้ลม
ผ่านไปยงั ลนิ ้ โลหะให้สน่ั สะเทือนทาให้เกิดเสยี ง ในปัจจบุ นั ไม่
นิยมใช้แล้วจะมบี างเป็นบางโอกาส

ในปัจจบุ นั เครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดท่ีเกิดเสยี งโดยใช้วงจร
อิเลค็ ทรอนิกส์ ไดรับความนิยมมาก เพราะสามารถเลียนแบบ
เสยี งเครื่องดนตรีตา่ งๆ ได้หลายชนิด ซงึ่ ได้พฒั นามาจากออร์แกน
ไฟฟา้ นนั่ เอง มีชื่อเรียกหลายชื่อ แตล่ ะชื่อมีลกั ษณะแตกตา่ งกนั

ออกไป เชน่ เครื่องสตริง (String Machine) คือ เคร่ือง
ประเภทคีย์บอร์ด ทีเลยี นเสยี งเครื่องดนตรีในตระกลู ไวโอลนิ ทกุ
ชนิด อิเลค็ โทน คือ เครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดที่มีจงั หวะในตวั
สามารถบรรเลงเพลงตา่ งๆ ได้ด้วยนกั ดนตรีเพียงคนเดียว

ในยคุ ของ คอมพวิ เตอร์ เคร่ืองดนตรีประเภทคีย์บอร์ดได้

ววิ ฒั นาการไปมาก เสียงตา่ งๆ มีมากขนึ ้ นอกจากเสียงดนตรีแล้ว

ยงั มีเสยี งเอฟเฟ็คต์ (Effect) ตา่ งๆ ให้เลือกใช้มาก เสียงตา่ งๆ

เหลา่ นีเ้ป็นเสียงท่ีสงั เคราะห์ขนึ ้ มาด้วยระบบ อิเลค็ ทรอนิกส์

ดงั นนั้ เครื่องดนตรีประเภทนีจ้ งึ ถกู เรียกวา่ “ซนิ ธีไซเซอร์”

(Synthesizer) 27

5. เคร่ืองดนตรีสากลประเภทเครื่องกระทบ (Percussion
Instruments)

เคร่ืองดนตรีสากลประเภทเครื่องกระทบ

เคร่ือง ดนตรีประเภทเคร่ืองกระทบ ได้แก่ เครื่องดนตรีที่เกิดเสียง
จากการตี การสน่ั การเขยา่ การเคาะ หรือการขดู การตีอาจจะใช้
ไม้ตีหรืออาจจะใช้สง่ิ หน่ึงกระทบเข้ากบั อีกสง่ิ หนงึ่ เพ่ือทา ให้เกิด
เสียง เคร่ืองกระทบประกอบขนึ ้ ด้วยวสั ดทุ ี่เป็นของแข็งหลายชนิด
เช่น โลหะ ไม้ หรือแผน่ หนงั ขงึ ตงึ แบง่ ออกเป็น2ประเภท ได้แก่

เคร่ืองดนตรีที่มีระดบั เสียงแน่นอน (Definite Pitch
Instruments)

เครื่องดนตรีกลมุ่ นีม้ ีระดบั เสยี งสงู ต่าเหมือนกบั เครื่องดนตรีประเภท
อ่ืน เกิดเสยี งโดยการตีกระทบ สว่ นใหญ่ตีกระทบเป็นทานองเพลง
ได้

ไซโลโฟน ไวบราโฟน มาริมบา ระฆงั ราว กลองทมิ ปานี 28

ประเภทเครื่องดนตรีท่ีมีระดบั เสยี งไมแ่ น่นอน (Indefinite
Pitch Instruments)
เครื่องดนตรีกลมุ่ นีไ้ มม่ ีระดบั เสียงที่แน่นอน หน้าท่ีสาคญั คือ ใช้
เป็นเครื่องดนตรีประกอบจงั หวะ เกิดเสยี งโดยการตี สนั่ เขยา่
เคา

29

อ้างอิง
https://sites.google.com/site/kheruxngdnt
rith2110/khwam-pen-ma

https://sites.google.com/site/zabbsong/dn
tri-thiy/dntri-thiy-ni-smay-tang

https://sites.google.com/site/praphethkhx
ngdntrithiy

https://sites.google.com/site/kheruxngdnt
risakl010/prawati-khwam-pen-ma-khxng-
dntri-sakl

https://sites.google.com/site/khabrthxyan
grihiplxdphay/dntri-sa-kn-mi-ki-prapheth
เวบ็ ไซต์นีจ้ ดั ทาขนึ ้ เพื่อการศกึ ษาเทา่ นนั้ ขอขอบคณุ ทกุ เวบ็ ไซต์
ข้างต้นท่ีให้ข้าพเจ้าได้ศกึ ษาค้นคว้าเพ่ือท่ีจะได้เป็นประโยชน์แกผ่ ู้
ที่สนใจในเร่ืองของดนตรีมากขนึ ้

30


Click to View FlipBook Version