หน่วยท่ี 1 I การดำรงชีวิตของพชื
28 หนงั สอื เรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
การเจริญเตบิ โตของพืช
3.1 การเจริญเติบโตของพชื
การเจริญเตบิ โตของพืช คือ การเพม่ิ จำนวนเซลลแ์ ละการขยายขนาดของเซลล์พืช
นอกจากนกี้ ารเจริญเติบโตของพืช ยังรวมถงึ การเปลย่ี นแปลงรปู รา่ งของเซลล์เพ่อื ทำหน้าท่ีเฉพาะ
ซ่ึงเซลล์แต่ละชนดิ จะร่วมกันทำงานในระบบต่าง ๆ ของตน้ พืช
ลกั ษณะทีแ่ สดงว่าพืชมกี ารเจรญิ เตบิ โต มดี งั นี้
• รากจะยาวและใหญข่ ึน้ มรี ากงอกเพม่ิ ขึน้ มีการแตกแขนงของรากมากข้นึ
• ลำต้นจะสูงและใหญข่ ้ึน มกี ารผลิตท้ังตากิง่ ตาใบ และตาดอก
• ใบจะมขี นาดใหญข่ ึ้น จำนวนใบเพ่ิมขน้ึ
• ดอกจะใหญ่ข้ึน หรอื ดอกเปลีย่ นแปลงเปน็ ผล
• เมล็ดจะมกี ารงอกต้นออ่ น
รปู ท่ี 19 การเจรญิ เติบโตของพืช
ทมี่ า : https://ngthai.com/science/15713/plantgermination/
หนว่ ยที่ 1 I การดำรงชวี ิตของพชื 29
หนังสอื เรียนรายวชิ าวิทยาศาสตร์
กระบวนการเจริญเตบิ โตของพชื มี 3 กระบวนการ คอื
1. กระบวนการแบง่ เซลล์ เปน็ กระบวนการท่ีพชื เพิ่มจำนวนเซลลใ์ ห้มากข้ึน สว่ นใหญ่
จะเกิดขึน้ บรเิ วณปลายยอดและปลายราก
2. กระบวนการขยายขนาดของเซลล์ เปน็ กระบวนการท่ที ำใหเ้ ซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้น
3. กระบวนการเปลยี่ นแปลงรปู ร่างของเซลล์ เพ่ือทำหน้าท่เี ฉพาะ เชน่ เซลลเ์ นือ้ เยือ่ ลำเลียง
เกลอื แร่ เซลล์เนอื้ เยือ่ ลำเลยี งอาหาร ปากใบ เซลล์คมุ เซลลข์ นรากเราสามารถสังเกตการเจริญเตบิ โตของ
พชื ไดจ้ ากการวัดขนาดของใบ ดอก ผล ลำตน้ และรากการแตกกง่ิ ก้าน และการแตกหนอ่
รูปท่ี 20 การเจรญิ เตบิ โตของพืช
ที่มา : https://sites.google.com/site/kedananya2557/kar-ceriy-teibto-khxng-phuch
หนว่ ยท่ี 1 I การดำรงชวี ิตของพชื
30 หนงั สือเรียนรายวชิ าวิทยาศาสตร์
การเจรญิ เติบโตของพืชเร่มิ ต้นเม่อื เมล็ดไดร้ ับความชมุ่ ชื้นจากน้ำ นำ้ จงึ เป็นปัจจัยสำคญั ใน
การงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของพืช
เมล็ด (seed) คือ ส่วนทีเ่ จริญมาจากออวุล (ovule) หลังจากเกิดการปฏิสนธริ ะหว่างละออง
เรณูกบั เซลล์ไข่ของดอกไม้ ภายในเมลด็ ประกอบด้วยสง่ิ ตอ่ ไปนี้
1. เปลอื กเมลด็ (seed coat) เป็นส่วนนอกสดุ ของเมลด็ ทำหน้าที่หอ่ หุม้ เมล็ด มีลกั ษณะแข็ง ดา้ นข้าง
ของเมลด็ จะมีรอยแผล (cicatrix) ซึง่ เปน็ ส่วนท่ีเคยติดอยู่กับรงั ไข่ในดอกไม้ เม่ือหลดุ ออกมาจึงเกิดเปน็ รอยแผล
และมรี ูไมโครไพล์ (micropyle) ซึ่งเปน็ ตำแหนง่ ที่รากแรกเกิดงอกออกมาจากเมลด็
2. ใบเล้ยี ง (cotyledon) พชื ใบเล้ียงค่จู ะมใี บเล้ียง 2 ใบอย่ใู นเมล็ด เช่นถวั่ มะขาม มะมว่ ง
สว่ นพชื ใบเลี้ยงเดย่ี วจะมใี บเล้ยี งใบเดียว เชน่ ข้าว ข้าวโพด มะพร้าว
- เอนโดสเปิรม์ (endosperm) เป็นที่สะสมอาหารสาหรบั ตน้ ออ่ นพชื ใบเลี้ยงคู่ ใบเล้ยี งจะหนาเพราะมี
อาหารสะสมอยใู่ นใบเล้ียง พชื ใบเลย้ี งเดีย่ วใบเลีย้ งจะบางเพราะไม่มอี าหารสะสม แตอ่ าหารสะสมของพชื ใบเลี้ยง
เดีย่ วจะอยูใ่ นเมล็ด
3. เอม็ บริโอ (embryo) มสี ่วนประกอบ 3 ส่วน คือ
- ยอดแรกเกดิ (plumule) เจรญิ ไปเป็นใบ
- ลำต้น (stem) เจรญิ ไปเป็นลำต้นทใี่ หญข่ ึ้น
- รากแรกเกิด (radicle) เจริญไปเปน็ ราก
รปู ที่ 19 การเจรญิ เติบโตของพืช
ท่มี า : https://ngthai.com/science/15713/plantgermination/
หน่วยที่ 1 I การดำรงชวี ติ ของพชื 31
หนังสือเรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
การงอก (germination)
คือ สภาพท่ีเมล็ดเริ่มเจริญเติบโตไปเปน็ พืชตน้ ใหม่ การงอกของเมล็ดเกดิ ข้ึนเมอ่ื เมล็ดพชื ตกลงบนดินทีม่ ีน้ำ
อากาศ และอณุ หภมู ทิ ่ีเหมาะสม เม่ือเปลือกเมล็ดดูดซบั น้ำจนเปลือกอ่อนนุ่ม อาหารที่สะสมอยใู่ นเน้ือเมลด็ จะเป็นแหล่ง
พลงั งานใหร้ ากแรกเกิดงอกออกมาทางรไู มโครไพล์เป็นสว่ นแรก จากนนั้ เม่ือใบเลยี้ งงอกโผล่พ้นจากเปลอื กเมล็ด ยอดแรก
เกดิ จะเจริญไปเปน็ ใบแท้ ในขณะทล่ี ำต้นจะยดื ตัวสงู ข้ึน ส่วนใบเลยี้ งจะคอ่ ยๆ มีขนาดเลก็ ลงและหลุดไปในท่สี ดุ
รูปท่ี 20 การงอกของเมลด็
ท่มี า : https://sites.google.com/site/narisarabiology/home/kar-ngxk-khxng-meld
ลกั ษณะการงอกของเมล็ด
1. การงอกทชี่ ูใบเลี้ยงขึ้นมาเหนอื ดิน (Epigeal germination)
รากออ่ นงอกโผล่พ้นเมลด็ ออกทางรูไมโครโพล์ (micropyle) เจรญิ ส่พู นื้ ดนิ จากนัน้ ไฮโปคอติล (hypocotyl)
จะงอกและเจริญยึดยาวตามอยา่ งรวดเรว็ ดงึ สว่ นของใบเลี้ยง (cotyldon) กับ เอปคิ อติล (epicotyl) ข้ึนมาเหนอื ดนิ
เช่น การงอกของพชื ในเลีย้ งคตู่ า่ ง ๆ
2. การงอกทฝ่ี ังใบเลย้ี งไวใ้ ตด้ นิ (Hypogeal germination)
พบใน พชื ใบเล้ียงเดีย่ ว พืชพวกน้มี ไี ฮโปคอตลิ (hypocotyl) สนั้ เจรญิ ช้า ส่วนเอปคิ อติล (epicotyl)
และยอดออ่ น(plumule) เจริญยืดยาวได้อย่างรวดเร็ว เช่น เมลด็ ข้าว ข้าวโพด หญา้
27
หน่วยท่ี 1 I การดำรงชีวติ ของพชื
32 หนังสอื เรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
3.2 ปจั จัยทค่ี วบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพืช
ภายใต้สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม พืชจะมีการเจรญิ เตบิ โตเพ่มิ ข้นึ เร่ือย ๆ แตถ่ า้ ปัจจยั แวดลอ้ มไม่
เหมาะสมการเจริญเตบิ โตของพืชจะหยดุ ชะงกั และถ้าปลอ่ ยทง้ิ ไวอ้ าจทำใหพ้ ชื ตาย ปัจจัยแวดลอ้ มที่มีผล
ตอ่ การเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ อุณหภูมิ แสง น้ำ อากาศ และแรธ่ าตุ
1. อุณหภูมิ กระบวนการตา่ ง ๆ จะเกดิ ข้นึ ตามปกติในช่วงอณุ หภูมทิ ่เี หมาะสมเท่านน้ั แตถ่ า้
อุณหภมู ิสงู อากาศรอ้ นจัด พืชจะคายนำ้ มากจนต้นพืชเหย่ี วเฉา ใบไหมเ้ กรียม และตาย
อณุ หภูมมิ ีผลต่อการเจริญเตบิ โต 3 ข้ันตอน ได้แก่
1.1) Minimum Temperature
เป็นอณุ หภูมติ ่ำทีส่ ุดทที่ าให้พืชเจริญเติบโตได้ ถา้ ต่ำกว่านพ้ี ชื จะไม่เจริญเตบิ โต ในแถบร้อนอณุ หภูมิ
ต่ำสดุ ประมาณ 10 องศาเซลเซยี ส
1.2) Maximum Temperature
เป็นอุณหภมู ิสูงสุดทพ่ี ืชสามารถเจริญเตบิ โตได้ ถ้าตำ่ กวา่ น้พี ืชไม่เจริญเตบิ โตในแถบรอ้ น อุณหภมู ิ
ตำ่ สุดประมาณ 10 องศาเซลเซยี ส
1.3) Optimum Temperature
เปน็ อณุ หภมู ทิ เี่ หมาะท่สี ดุ ตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ทำใหพ้ ืชสามารถเจริญเตบิ โตได้ดที ี่สุด อุณหภูมนิ ้ี
อยรู่ ะหวา่ ง Minimum กับ Maximum ประมาณ 30 – 35 องศาเซลเซียส กับ 20 – 25 องศาเซลเซยี ส
อุณหภูมมิ ผี ลทำใหพ้ ชื มรี ปู รา่ งแตกต่างกันออกไป และเปน็ ปัจจัยสำคัญท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการเจรญิ เติบโตของพชื
ตอ่ การออกดอก ออกผลอย่างมาก พืชลม้ ลุกบางชนดิ มวี งจรชวี ิตสองปี เชน่ กะหลำ่ จะเกดิ ดอกในปีทสี่ อง
แตถ่ ้าอากาศไม่เย็นกะหล่ำปลกี จ็ ะไมอ่ อกดอกเป็นต้น และการงอกของพืชผกั ชนดิ ตา่ ง ๆ ดว้ ย
หน่วยท่ี 1 I การดำรงชวี ิตของพชื 33
หนงั สือเรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตร์
2. แสง แสงเป็นปจั จยั ที่จำเป็นตอ่ กระบวนการสร้างอาหารทีใ่ บของพืชซึง่ เรียกว่า กระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสง พชื นำอาหารท่ีสรา้ งข้นึ มาใชใ้ นการเจริญเติบโตพืชแต่ละชนิดตอ้ งการแสงไมเ่ ทา่ กัน
บางชนิดต้องการแสงนอ้ ย เชน่ กลว้ ยไม้ บางชนิดต้องการแสงปานกลาง เชน่ เผนิ และบางชนิด
ต้องการแสงมาก เชน่ ผกั บงุ้
3. นำ้ รากพืชจะดูดนำ้ พรอ้ มกบั แร่ธาตุตา่ ง ๆ ท่ีมปี ระโยชนเ์ ข้าไปในลำต้น เพ่ือใช้สรา้ งอาหาร
ถ้าพชื ขาดน้ำจะชะงกั การเจริญเติบโต เพราะขาดอาหาร นอกจากน้ีส่วนตา่ ง ๆ ของพชื จะเห่ียวเฉา
เพราะไม่มนี ้ำอยภู่ ายใน แต่ถ้าพืชได้รับน้ำมากเกินไป เช่น มนี ำ้ ท่วมขงั เป็นเวลานาน จะทำให้พืชตาย
4. อากาศ พืชต้องการอากาศ เพื่อใช้ในการหายใจและสรา้ งอาหาร ใบพืชรบั อากาศได้โดยตรง
ส่วนรากพชื ไดร้ ับอากาศในดินถา้ ดนิ แนน่ การถา่ ยเทอากาศไม่ดี รากดูดนำ้ ไม่สะดวก
5. แร่ธาตุ แร่ธาตเุ ปน็ สิ่งท่ีจำเปน็ ต่อการดำรงชวี ติ และเจรญิ เติบโตของพืช แร่ธาตุที่พชื ต้องการ
และขาดไมไ่ ด้มีหลายชนดิ พชื จะใชแ้ ร่ธาตุเหล่าน้ีในการเจรญิ เติบโต การผลดิ อกออกผล คนทวั่ ไปมกั รู้จกั
กนั รูปของปุย๋
6. ดนิ อาหารของพืชอย่ใู นดิน ปริมาณแรธ่ าตอุ าหารในดินมาจากซากพืชซากสัตวท์ ผ่ี สมอยู่
มผี ลต่อการเจริญเติบโตของพชื รวมถงึ ความเปน็ กรด-เบสของดนิ ความเค็ม และความพรนุ ของดนิ
ในดนิ มีแรธ่ าตทุ ่สี ำคัญตอ่ พชื คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม
รูปท่ี 21 การดำรงชีวติ ของพชื
ท่ีมา : https://www.sanook.com/home/10801
หนว่ ยท่ี 1 I การดำรงชีวิตของพืช
34 หนงั สือเรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตร์
3.3 การตอบสนองของพชื ตอ่ สง่ิ เรา้
สง่ิ เรา้ (Stimulus) คอื สิ่งท่มี ผี ลและมอี ทิ ธผิ ลเป็นตวั กระตนุ้ ให้เกดิ การโต้ตอบแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ
ออกมาเพอ่ื เปน็ การตอบสนองตอ่ สิ่งเร้าน้นั ๆ สงิ่ มีชวี ิตบนโลกนีต้ อ้ งมกี ารตอบสนองต่อสิ่งเรา้ เพ่อื ปรบั ตวั ใหเ้ หมาะสม
กบั สภาพแวดล้อมและเพือ่ เปน็ ดำรงเผา่ พันธใุ์ หอ้ ยรู่ อดต่อไป ซึ่งมกี ารแสดงออกแตกตา่ งกัน การตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้าของ
พืช คือ การทพี่ ืชมกี ารปรบั ตวั ให้เข้ากับสง่ิ แวดลอ้ มตา่ ง ๆ เมอื่ ถกู กระตนุ้ จาก แสง อุณหภูมิ ความชืน้ การสัมผัส และ
แรงโน้มถ่วงของโลก เพือ่ ให้พืชสามารถดำรงชวี ิตอยู่ได้ โดยสามารถจำแนกได้ออกเป็นสิง่ เรา้ ภายในและสิง่ เร้าภายนอก
สง่ิ เร้าภายใน ทีม่ ผี ลตอ่ การแสดงพฤติกรรมการตอบสนองของพชื นนั้ คือ ฮอร์โมน ซง่ึ ฮอรโ์ มนจะควบคุมการ
เจรญิ เติบโตของพืช ถูกผลิตโดยเซลล์ทีอ่ ยู่บริเวณปลายรากและปลายยอดพืชจะกระตนุ้ การเจริญเตบิ โตของยอดพชื
แตจ่ ะยบั ยั้งการเจริญของราก ฮอร์โมนของพืชต่าง ๆ จะถูกกระต้นุ จากสงิ่ เร้าภายนอก คือ แสงและแรงดงึ ดดู ของโลก
2 กรณี ดังนี้
• การตอบสนองของพืชตอ่ แสง (Phototropism) เม่อื พชื ได้รับความเขม้ ของแสงไมเ่ ทา่ กันทกุ ด้าน
พืชจะโคง้ หรือเอยี งยอดไปทางท่มี คี วามเข้มขน้ ของแสงมากกวา่ เสมอ
• การตอบสนองของพืชตอ่ แรงโนม้ ถว่ งของโลก (Geotropism) รากพืชจะเจรญิ ไปในทิศทาง
เดียวกบั แรงโน้มถ่วงของโลก สว่ นลำต้นจะเจริญไปในทศิ ทางตรงข้ามกับแรงโน้มถว่ งของโลก
รปู ท่ี 22 ดอกทานตะวันหนั เข้าหาแสง รูปท่ี 23 การตอบสนองของพชื ตอ่ แรงโนม้ ถว่ งของโลก
ท่มี า : https://travel.mthai.com/region/194312.html ทมี่ า : https:// shutterstock.com
หน่วยท่ี 1 I การดำรงชีวติ ของพืช 35
หนังสือเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์
สิง่ เร้าภายนอก ได้แก่ แสง อุณหภมู ิ น้ำ และการสมั ผสั ซึ่งสิง่ เรา้ เหลา่ น้จี ะไปกระตนุ้ ใหฮ้ อร์โมนท่ี
เกย่ี วข้องกับการเจรญิ เตบิ โตของพชื กระจายไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ในปริมาณทไ่ี มเ่ ทา่ กันโดยพืชมีการตอบสนองต่อ
ส่งิ เรา้ ต่าง ๆ ดังนี้
• การตอบสนองต่อแสงพืชสว่ นใหญจ่ ะมกี ารตอบสนองต่อแสง โดยเฉพาะพชื ทีไ่ ด้รับความเขม้ ของ
แสงไม่เทา่ กันทุกด้าน พืชจะโค้งไปทางทีม่ ีความเข้มข้นของแสงมากกวา่ การตอบสนองต่อแสงที่
ไม่เทา่ กันนม้ี กั จะพบกบั พืชท่ปี ลกู ในท่รี ่ม ทำให้พืชพยายามท่ีหนั ไปทางด้านทแ่ี สงสอ่ งมา
• การตอบสนองต่ออุณหภูมิ ทำใหเ้ กดิ การเคล่ือนไหวได้ เชน่ การบานของดอกบวั สวรรค์ ทิวลิป
เม่อื ได้รับอณุ หภมู ิสงู ต้นเมเปิลจะเปลี่ยนจากสเี ขยี วเป็นสีเหลอื งแลว้ ค่อย ๆ หลดุ รว่ งไปเพอ่ื ลด
การคายนำ้ ในชว่ งทีม่ ีอุณหภมู ิต่ำลงในฤดูหนาว
• การตอบสนองตอ่ น้ำ การตอบสนองของพชื ตอ่ ปรมิ าณนำ้ สงั เกตไดจ้ ากพชื ทเ่ี จริญเติบโตใน
บรเิ วณทีแ่ หง้ แลง้ เช่น กระบองเพชร พืชที่เจริญเติบโตในทะเลทรายจะตอ้ งมกี ารปรบั ตัวเพอื่
ตอบสนองตอ่ ปรมิ าณน้ำท่มี ีนอ้ ย โดยพืชบางชนดิ จะลดขนาดของใบหรือเปล่ยี นให้อยู่ในรูปของ
หนามเพ่ือลดการสูญเสียน้ำ
• การตอบสนองต่อการสมั ผสั การตอบสนองตอ่ การสัมผสั ของพชื มีหลายรูปแบบ เชน่ ใบไมยราบ
เมอ่ื ถกู สัมผัส ใบจะหุบ เนอื่ งจากท่โี คนของใบมีตอ่ มรบั สัมผสั เมือ่ ถกู กระตุน้ จะส่งความรูส้ ึกไปยัง
ใบ ทำให้ใบหบุ ได้หรือต้นหมอ้ ขา้ วหม้อแกงลงิ เมื่อแมลงตกลงไปฝาใบจะปิดทนั ทหี รือต้นกาบ
หอยแครง เมื่อแมลงมาสัมผสั ในส่วนของใบทีม่ ลี กั ษณะคล้ายฝา ฝานั้นจะถกู ปิดเข้าหากนั ทำให้
แมลงไมส่ ามารถหลุดรอดออกมาได้
รปู ที่ 24 กระบองเพชร รปู ท่ี 25 ต้นไมยราบ รปู ที่ 26 ต้นกราบหอยแครง
ที่มา : https://www.google.com ที่มา : https:// shutterstock.com ทมี่ า : https:// shutterstock.com
หน่วยท่ี 1 I การดำรงชีวิตของพชื
36 หนงั สอื เรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์
รปู ท่ี 27 ผังสรปุ การตอบสนองต่อส่ิงเรา้ ของพืช
ท่ีมา : http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33765