The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานวิทยาศาสตร์ ม6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by memikhamchira9, 2022-01-27 04:24:27

โครงงานวิทยาศาสตร์ ม6

โครงงานวิทยาศาสตร์ ม6

โครงงานวิทยาศาสตร.
เรือ่ งน้ำยาล7างจานจากมะกรดู
Dishwashing liquid from bergamot

จดั ทำโดย เลขที่ 4
นายสรวิศ ทองสัมฤทธิ์ เลขท่ี 8
นางสาวเขมจริ า รัฐการโกวบิ ลู ย@

ชัน้ มัธยมศึกษาปGท่ี 6/1

โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส) อำเภอเมือง จงั หวดั สรุ าษฎรธ@ านี

โครงงานเลมU นเี้ ปนV สวU นหนง่ึ ของโครงงานวทิ ยาศาสตรส@ ิง่ ประดิษฐ@
ตามหลักสูตรหYองเรียนวิทยาศาสตร@ คณติ ศาสตร@

ณ โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส) อำเมือง จงั หวดั สุราษฎรธ@ านี

โครงงานวทิ ยาศาสตร.
เรอื่ งนำ้ ยาลา7 งจานจากมะกรดู
Dishwashing liquid from bergamot

จดั ทำโดย เลขท่ี 4
นายสรวศิ ทองสัมฤทธ์ิ เลขที่ 8
นางสาวเขมจิรา รฐั การโกวิบลู ย@

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปGที่ 6/1

ครทู ีป่ รึกษา
ปรดี า บัวยก

โรงเรยี นเทศบาล ๔ (วดั โพธาวาส) อำเภอเมือง จังหวดั สุราษฎร@ธานี

โครงงานเลUมน้เี ปVนสUวนหนึง่ ของโครงงานวทิ ยาศาสตร@สงิ่ ประดษิ ฐ@
ตามหลกั สูตรหอY งเรียนวทิ ยาศาสตร@ คณิตศาสตร@

ณ โรงเรียนเทศบาล ๔ (วดั โพธาวาส) อำเมอื ง จังหวดั สุราษฎร@ธานี





กติ ตกิ รรมประกาศ

โครงงานวทิ ยาศาสตร.ฉบับนีส้ ำเร็จอยา9 งสมบรู ณ.ไดด? ว? ยความชว9 ยเหลืออย9างยิ่งจาก
คณุ ครูปรีดา บวั ยก คณุ ครูท่ปี รึกษา ทีไ่ ดใ? ห?คำแนะนำปรกึ ษาและให?ขอ? มลู ต9างๆ ขอกราบขอบพระคณุ
อยา9 งสงู ณ โอกาสน้ี

อนึง่ คณะผ?จู ัดทำหวังวา9 โครงงานวทิ ยาศาสตร.เล9มนี้จะมปี ระโยชนอ. ยไ9ู มน9 อ? ย จงึ ขอมอบ
ส9วนดที ง้ั หมดน้ใี ห?แก9คุณครทู ่ปี รกึ ษาทค่ี อยให?คำแนะนำตลอดจนตรวจสอบโครงงานวทิ ยาศาสตร. ทำ
ใหโ? ครงงานวิทยาศาสตรเ. ลม9 น้มี ีประโยชน.ตอ9 ผเู? กี่ยวขอ? งและขอมอบความกตญั Sกู ตเวทติ าคุณแดบ9 ดิ า
มารดา และผ?ูมีพระคุณทุกทา9 นตลอดจนเพื่อนๆ ทีค่ อยให?ความช9วยเหลอื และกำลังใจ

คณะผูจ? ัดทำ





บทคดั ย0อ

โครงงานวิทยาศาสตร.เร่ืองน้ำยาลา? งจานจากมะกรูดจดั ทำข้ึนมีวตั ถุประสงค. (1) เพอื่ เปนX
การนำสิง่ แวดล?อมทอ่ี ยูใ9 กล?ตวั มาใช?ประโยชน. (2) เพอื่ ศกึ ษาคุณสมบตั ทิ างเคมีของมะกรูด ในการทำ
ความสะอาดภาชนะ (3) เพ่ือสรา? งน้ำยาลา? งจานจากมะกรดู

ในการทดลองน้ีคณะผตู? ?องการศกึ ษาคน? คว?าเกย่ี วกับความเปนX กรดของนำ้ มะกรดู ที่
สามารถชำระลา? งสิ่งสกปรกไดด? พี อๆ ไมม9 สี ารตกคา? ง เพราะใชว? ัตถดุ ิบจากธรรมชาติ อยา9 งนำ้ มะกรดู
น้ำเกลือ และหวั เช้อื น้ำยา โดยมีขนั้ ตอนการศกึ ษาคน? ควา? โดยนำหัวเช้ือลงไปกวนในถังโดยใชไ? ม?พาย
ไปทางเดิม หา? มกวนสวนทาง และใสน9 ้ำมะกรูด น้ำเกลือ และหัวเชื้อลงไปทลี ะนิดสลบั กนั จนหมดกวน
ซกั พักทิ้งไว? และเมือ่ นำไปล?างจานจะเกิดผลอยา9 งไร ผลปรากฏว9า เม่ือนำไปลา? งจานจะสะอาด
สามารถทำใช?เองไดภ? ายในบา? น ทำใหป? ระหยัดค9าใชจ9 9ายภายในบ?านด?วย จากการทเ่ี ราไดศ? ึกษา และ
ได?ผลติ น้ำยาล?างจานจากมะกรดู ออกมาใชน? ้นั มีประสิทธภิ าพในการชำระสิ่งสกปรก ซงึ่ นำ้ ยาลา? งจาน
ของเรามีสว9 นผลของสารเคมีบางชนดิ ซ่งึ มีฤทธ์เิ ปนX เบส ช9วยในการชำระล?างสิง่ สกปรก สว9 นมะกรูดน้นั
มีฤทธ์ิเปXนกรดซ่งึ ทำปฏิกิริยากบั ไขมนั จงึ ช9วยขจดั ความมนั และกล่นิ คาว เกลือชว9 ยขจัดส่ิงสกปรก
สว9 นหวั เชอื้ N70 ช9วยให?น้ำยาล?างจานของเรามฟี องนา9 ใช? ดงั นั้นน้ำยางลา? งจานทเ่ี ราผลิตขึ้นนีจ้ งึ เปXน
ผลิตภัณฑท. ำความสะอาดทางเลอื กใหม9ท่ีดอี ีกทางหนงึ่





Abstract

The science project on dishwashing liquid from kaffir lime was prepared
with the objectives (1) to bring the environment close to us for use (2) to study the
chemical properties of kaffir lime. To clean the container (3) to create dishwashing
liquid from kaffir lime.

In this experiment, the team wanted to study the acidity of kaffir lime
juice. that can clean dirt as well as no residue because using natural ingredients
such as kaffir lime juice, salt water and leavening agent with the study process By
bringing the leavening to stir in the tank using a spatula in the same direction. Do
not disturb and add kaffir lime juice, salt water and leavening ingredients into a little
at a time, alternating Until the end of stirring for a while, leave it. And when used to
wash dishes, how will the effect be? The results show that when washing dishes will
be clean Can be used at home It saves money on home expenses as well. From
the fact that we have studied and produced dishwashing liquid from kaffir lime to
use it. Efficient in cleaning dirt which our dishwashing liquid has the effect of some
chemicals which have a base effect Helps to cleanse dirt Kaffir lime is acidic which
reacts with fat. thus helping to eliminate oiliness and fishy smell Salt removes dirt
and the N70 leavening agent gives our dishwashing liquid a pleasant foam.
Therefore, the dishwashing rubber that we produce is another good alternative
cleaning product.



สารบัญ หน#า

บทคดั ยอ9 ก
Abstract ข
กติ ติกรรมประกาศ ค
สารบัญสา ง
สารบญั ตาราง จ
สารบัญภาพ ฉ
บทท่ี 1 บทนำ 1
1
ท่มี าและความสำคัญ 1
วัตถุประสงค. 1
ขอบเขตการศกึ ษา 1
สมมติฐาน 2
ตวั แปรท่ศี ึกษา 2
นยิ ามศัพทเ. ฉพาะ 3
บทที่ 2 เอกสารทเ่ี กยี่ วข?อง 3-5
เอกสารที่เกีย่ วขอ? ง 6-10
โครงงานทเี่ ก่ียวขอ? ง 11-12
บทที่ 3 วธิ กี ารดำเนนิ การทดลอง 13–14
บทท่ี 4 ผลการทดลอง 15
บทที่ 5 สรุปผลและอภปิ รายผลการทดลอง 16
บรรณานุกรรม
ภาคผนวก





สารบญั ตาราง หน#า
13
ตารางที่ 14
4.1 ผลการเปรยี บเทยี บระหวา9 งน้ำยาลา? งจานทว่ั ไปกับน้ำยาล?างจานทำเอง
4.2 ตารางการเปรียบเทยี บคณุ สมบัติของน้ำยาลา? งจานทวั่ ไปกับนำ้ ยาลา? งจานทำเอง





สารบัญภาพ หน#า

ภาพท่ี 17
17
ภาพที่ 1 พืชมะกรดู 17
ภาพท่ี 2 นำ้ ยาล?างจาน 17
ภาพที่ 3 Texapon N 70 17
ภาพท่ี 4 วัตถดุ บิ วสั ดุอปุ กรณ. และสารเคมี 17
ภาพท่ี 5 นำมะกรูดไปต?มในน้ำสะอาดทงิ้ ไว?ใหเ? ดือด 18
ภาพท่ี 6 นำผงฟองผสมกับน้ำสะอาดแชท9 ้ิงไว?ในภาชนะท่ี 1
ภาพท่ี 7 นำSodium laureth Sulfate(N70)ผสมกับlinear Alkylbenzene Sufoni 18
18
Acid(Las60) ในภาชนะท่ี 2 19
ภาพที่ 8 นำนำ้ มะกรูดทสี่ กดั ไวเ? ทลงในภาชนะที่ 2 แลว? คนส9วนผสมใหเ? ข?ากนั 19
ภาพที่ 9 นำส9วนผสมภาชนะท่ี 1 และ 2 เทรวมกันแล?วคนส9วนผสมใหเ? ขา? กนั 19
ภาพท่ี 10 พักทิง้ ไว?เพื่อให?ฟองยบุ ตัวลง
ภาพท่ี 11 กรองนำ้ ยาล?างจานใส9บรรจุภณั ฑ.
ภาพท่ี 12 ทดสอบประสทิ ธภิ าพในการขจดั คราบไขมนั และการขจัดกลิน่

1


บทท1่ี
บทนำ

1.1 ที่มาและความสําคัญ

ภาวะเศรษฐกจิ ในปจ1 จบุ นั ประสบปญ1 หากันหลายคนคงทราบวา= ภาวะเศรษฐกจิ
ของประเทศไทยท่ีดิง่ ตวั ลงอย=างน=าตกใจน้นั ไดสF =งผลตอ= ราคาสินคาF อุปโภคและบริโภคในตลาดไดปF รับตัวสงู ขน้ึ ตาม
ไปดวF ยทําใหFเหล=า พ=อคFาและประชาชนตFองประสบกบั ป1ญหาสินคFาราคาแพงและสินคาF ขายไม=ไดFแถมยงั ตFองประสบ
กบั ปญ1 หาสินคFาขาดตลาดซึ่งก็คือ นำ้ มันปาลมU อีกดFวยทาํ ใหFราคาสนิ คาF ยิ่งขยับตัวแพงขึ้นไปอีก
ซ่งึ พอ= บFานแม=บาF นอาจจะกาํ ลังกลุมF ใจกบั รายจา= ยภายในครวั เรือนทีต่ อF งมีรายจ=ายเพิ่มข้ึน แตร= ายรบั ยังมีเทา= เดมิ
หรอื มากขึน้

พวกเราจงึ ปรกึ ษาและหาวิธีเพื่อช=วยพ=อบFานและแม=บFานทัง้ หลายใหมF รี ายจา= ยภายในครวั เรอื นลดนFอยลงซง่ึ
ตFองเริม่ จากส่งิ ท่ีเราใชFทุกวันเช=น น้ำยาลาF งจานทไี่ ดFขยบั ราคาขึ้นสูงเราจึงไดคF ิดคนF วธิ ศี ึกษาและทาํ น้ำยาลาF งจานซึง่
จะช=วยลดคา= ใชจF =ายภายในครัวเรอื นไดนF ้ำยาลาF งจานที่เราไดศF กึ ษาและนาํ มาเสนอเปWนวตั ถุดบิ ท่ีมาจากธรรมชาตหิ า
ไดFภายในครัวเรอื นและทFองถนิ่ ไม=เปWนอนั ตรายทําใหปF ระหยัดค=าใชจา= ยบางส=วน วิธีการทำนำ้ ยาลาF งจานกง็ า= ยๆ

ดงั นัน้ พอ= บาF นแม=บาF นหรอื ผFูท่สี นใจจะศึกษาและน้ำยาลาF งจานไปทาํ ก็สามารถทาํ ไดFดวF ยตวั เองแถมเมื่อเรามี
ความรคFู วามสามารถทําไดFสาํ เรจ็ แลFวนัน้ เราอาจจะแบง= ปน1Y ความรใูF หFกบั ผทFู ีส่ นใจแตไ= ม=คอ= ยมเี วลาศึกษาเอกสารเอง
ก็ไดหF รอื อาจจะต=อยอดความรFใู หFเปWนธุรกิจเสริม หรือ ธรุ กจิ หลักทํารายไดFใหคF รอบครัวและชุมชนของตัวเองกไ็ ดF

1.2 วัตถุประสงค<

1.2.1 เพอ่ื เปWนการนำสงิ่ แวดลFอมท่ีอยูใ= กลFตัวมาใชใF หFเกิดประโยชนU
1.2.2 เพือ่ ศกึ ษาคณุ สมบตั ิทางเคมขี องมะกรดู ในการทำความสะอาดภาชนะ
1.2.3 เพ่ือสรFางนำ้ ยาลFางจานจากมะกรดู

1.3 ขอบเขตการศึกษา

1.3.1 ศึกษาค=าความเปWนกรดของมะกรูด
1.3.2 นำ้ ยาลาF งจานจากมะกรดู
1.3.3 ประสิทธภิ าพของนำ้ ยาลFางจานจากมะกรดู

1.4 สมมุติฐานการทดลอง

มะกรดู สารขจดั คาบสกปรกและความมนั ได7F 0-80%

2


1.5 ตัวแปรท่ศี ึกษา

1.5.1 ตวั แปรตFน – น้ำยาลาF งจานจากมะกรูด
1.5.2 ตวั แปรตาม - ประสิทธิภาพของนำ้ ยาลาF งจานจากมะกรูด
1.5.3 ตวั แปรควบคมุ - อตั ราสว= นผสม

1.6 นิยามศัพท<

นำ้ ยาลFางจาน คอื สารชำระลาF ง (detergent) ทใี่ ชชF =วยในการลFางจาน มีสว= นผสมของสารลดแรงตึง
ผิว (surfactant) ท่ีมกี ารระคายเคืองต่ำ
มะกรูด ( Kaffir Lime ) คอื สมนุ ไพรทมี่ ีผวิ ขรุขระ มรี สเปร้ียวกลมกล=อม และมกี ลิน่ ของน้ำมันหอมระเหยจัดอยูใ= น
ตระกลู สมF นยิ มใชกF ันมาต้ังแตใ= นสมยั โบราณ ใชใF นการทำอาหาร ช=วยบำรุงสขุ ภาพเสรมิ ความงาม ซึ่งผิวมะกรูดจะ
มีสารซโิ ตรเนลลา ( Citronellal ) จะอยู=ในส=วนของนำ้ มนั จากผิวมะกรดู มีประสิทธิภาพในการยับย้ังการ
เจรญิ เติบโตของเชือ้ รา มะกรูดเปนW พืชสมนุ ไพรโบราณทีม่ ีคุณประโยชนทU างยามากมาย โดยสามารถนำส=วนต=าง ๆ
มาใชรF ักษาอาการต=าง ๆ ชว= ยสราF งเสริมภูมิคุมF กันใหFแก=รา= งกายและตาF นทานโรคหลายชนิดรวมทง้ั มะเร็งบางชนดิ ไดF
ดFวย

3


บทท2ี่
เอกสารและงานวิจยั ทเี่ กยี่ วขอN ง

การสราF งนำ้ ยาลFางจานจากมะกรดู และการทดสอบประสทิ ธิภาพของน้ำยาลาF งจานจากมะกรูด
โดยแยกเปWนหัวขอF ดังนี้
Ø เอกสารทเ่ี กีย่ วขFอง
Ø งานวิจัยท่ีเกี่ยวขFอง

เอกสารทเ่ี กยี่ วขอN ง

ขอ# มูลพชื มะกรดู

ช่อื วิทยาศาสตร5 : Citrus hystrix DC. ภาพที่ 2.1
ช่ือวงศ5 : Rutaceae

ชอ่ื สามัญ : Leech lime, Mauritus papeda
ชื่อพืน้ เมือง ชอื่ ท#องถิ่น: - มะขู(= กะเหร่ยี งแมฮ= =องสอน), ไฮส= ะหวิย(ปะหล=อง), มะกวิ้ (ไทลอ้ื )
มะขูด(คนเมือง), มะขู(กะเหรีย่ งเชียงใหม=) - มะขดู มะขุน (ภาคเหนือ)ม สมF กรดู สFมมั่วผี (ภาคใต)F , มะหูด
(หนองคาย), โกรFยเขยี ด (เขมร), มะขู (กะเหร่ียง-แมฮ= อ= งสอน
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตรU:เปนW ไมFยืนตFนทรงพม=ุ ขนาดเล็ก สูง 2-8 เมตร แตกก่งิ กาF น ลำตFนและกิ่งมหี นามแขง็ ใบ
เปนW ใบประกอบชนิดลดรปู จากกาF นใบแผเ= ปWนแผ=นใบขนาดใหญเ= ท=ากบั แผ=นใบ และมีใบย=อย 1 ใบ ใบประกอบเรียง
สลบั ใบยอ= ยรปู ไขก= วาF ง 2.5-7 ซม. ยาว 4-7 ซม. ผวิ ใบเรยี บเปWนมนั ใบมสี ีเขียวแก=คอ= นขFางหนา มีตอ= มนำ้ มัน กลิ่น
หอมมาก ดอก สีขาว ออกเด่ยี วๆ หรอื เปนW กระจกุ เกดิ ตามซอกใบและปลายกงิ่ กลบี ดอก 4-8 กลีบ รูปรี รว= งงา= ย
เมื่อบานเตม็ ทเี่ สFนผา= นศูนยUกลาง 1.5-2 ซม. ผล ค=อนขFางกลม เสFนผ=านศนู ยกU ลาง 3-7 ซม. ผิวขรุขระ เมื่อสุกมีสี

4


เหลือง ภายในมเี มลด็ จำนวนมาก ใบ เปWนใบประกอบชนดิ ลดรูป จากกFานใบแผเ= ปWนแผน= ใบขนาดใหญ=เท=ากบั แผน=
ใบ และมใี บยอ= ย 1 ใบ ใบประกอบเรียงสลบั ใบย=อยรปู ไขก= วFาง 2.5-7 ซม. ยาว 4-7 ซม. ผิวใบเรียบเปWนมัน ใบมีสี
เขียวแกค= =อนขFางหนา มตี =อมนำ้ มัน กล่นิ หอมมาก ดอกสขี าว ออกเด่ยี วๆ หรอื เปนW กระจุก เกดิ ตามซอกใบและ
ปลายกิง่ กลบี ดอก 4-8 กลบี รูปรี ร=วงงา= ย เมื่อบานเตม็ ทีเ่ สนF ผา= นศูนยกU ลาง 1.5-2 ซม. ผล คอ= นขาF งกลม เสนF ผา= น
ศูนยกU ลาง 3-7 ซม. ผิวขรขุ ระ เมอ่ื สกุ มสี ีเหลอื ง ภายในมเี มลด็ จำนวนมาก

สรรพคุณ / การใชป# ระโยชน5
-ผล ใชFเพม่ิ รสชาติอาหารประเภทตา= งๆใหFมรี สเปรี้ยว เช=น แกงและน้ำพริก, ใบ หน่ั เปนW ฝอยๆ ใส=อาหารทำใหFมกี ลิน่
หอม(กะเหรี่ยงแมฮ= อ= งสอน,กะเหรยี่ งเชียงใหม,= ปะหล=อง) ผล ปรุงรสอาหารใหมF ีรสเปร้ยี ว, ใบ ใชปF รุงอาหารเพ่ือใหF
มีกลิน่ หอม เช=น ซอยเปWนฝอยหรอื ฉกี เปWนชิ้นเล็กๆโรยลง ในแกง(คนเมือง)
-ใบและเปลือกผล สบั ตากแหงF ใชFเขาF ยาห=มตำรับไทลือ้ บำรงุ รา= งกายและผวิ พรรณ(ไทลื้อ)
ผวิ ผลสดและผลแหงF รสปร=า หอมรFอน แลมหนาF มืด ลมวิงเวียน บำรงุ หัวใจ ขบั ลมในลำไสF ขับระดู ขับผายลม
-ผล รสเปรี้ยว เปนW ยาขับเสมหะ แกไF อ น้ำลายเหนียว กัดเถาดFานในทอF ง แกระดเู สีย ฟอกโลหิต และขับผายลม แกF
ปวดทFองในเด็ก สระผม ขจดั รังแค ช=วยใหผF มดกดำ
-ราก รสเยน็ จืดแกFพิษฝ‰ภายใน เสมหะเปนW โทษ ปรงุ ผสมกบั สมนุ ไพรอ่นื เปWนยาแกลF มจกุ เสยี ด ไขกF ำเดา ถอนพษิ ผิด
สำแดง
-น้ำผลมะกรดู รสเปร้ียว แกFศอเสมหะ กดั เสมหะ แกทF Fองอดื เฟอŠ ชว= ยเจริญอาหาร เม่ือใชดF องยาจะมีสรรพคุณเปWน
ยาฟอกโลหิตสำหรับสตรี และชว= ยปŠองกันยาบูดเน=า
-เน้อื ผลมะกรูด รสเปร้ียว หอมเยน็ แกอF าการคนั ศีรษะ
-ใบ รสหอม แกFไอ อาเจียนเปWนโลหิต ชำ้ ใน อาการจุกเสยี ด ขับลมในลำไสF ดับกล่นิ ดาว

นำ้ ยาล#างจาน
สารชำระลFาง (detergent) ที่ใชFชว= ยในการลาF งจาน มสี ว= นผสมของสารลดแรงตึงผวิ (surfactant) ทม่ี ีการ

ระคายเคืองตำ่ ประโยชนUหลกั ของนำ้ ยาลFางจานคือใชFลFางภาชนะและเคร่อื งครัวดFวยมอื หลงั จากประกอบหรือ

5


รับประทานอาหารแลวF น้ำยาลาF งจานทำใหFสงิ่ สกปรกและไขมันหลดุ จากภาชนะและรวมตัวเปนW อมี ัลชัน
(emulsion) อยู=ในนำ้ หรือฟอง (foam) เนือ่ งจากโมเลกลุ ของนำ้ ยาลาF งจานประกอบดวF ยส=วนทม่ี ีข้ัวและไม=มขี ัว้
เชน= เดียวกบั ผงซักฟอก สว= นท่ีมีขว้ั จะจบั กบั โมเลกลุ ของนำ้ และส=วนท่ีไม=มขี ้วั จะจบั กับสงิ่ สกปรกใหหF ลุดออก ใน
สมยั กอ= นมีช่อื เรียกอ่ืน ๆ เช=น สบลู= าF งจาน หรือ ครมี ลาF งจาน เนื่องจากเคยผลิตในรูปของสบูแ= ละครมี มาก=อน

ภาพที่ 2.2 นำ้ ยาล0างจาน

ปจ1 จบุ นั น้ำยาลาF งจานมสี =วนผสมอืน่ รวมอยูด= Fวย เช=น นำ้ มะนาวหรือชา ซงึ่ เช่ือว=าเปนW การช=วยใหภF าชนะสะอาดมาก
ข้นึ ถนอมมือมากกว=าเดมิ

ชนิดของนำ้ ยาล#างจาน
-นำ้ ยาลFางจานจากพชื เปWนน้ำยาลFางจานท่ีผลิตไดFจากสว= นผสมของพืชเปนW หลกั เช=น น้ำมะกรดู น้ำมะนาว เปWนตFน
มกั เปWนผลติ ภัณฑUทมี่ ีการผลิตในภาคครวั เรอื นเพ่ือใชเF องหรือผลติ เพ่ือการจำหน=ายขนาดเลก็ เปWนผลติ ภัณฑUชมุ ชน
-น้ำยาลาF งจานจากสารเคมี เปWนนำ้ ยาลาF งจานที่มสี =วนผสมของสารเคมีเปนW หลัก เปนW ผลิตภัณฑทU ่ีมีการผลติ มากใน
ภาคอุตสาหกรรม
-น้ำยาลาF งจานจากสารเคมี และจากพชื เปWนน้ำยาลFางจานทมี่ ีสว= นผสมของสารเคมี และสารสกัดจากพืชเปนW หลกั
เปWนผลิตภัณฑทU มี่ กี ารผลติ และใชFมากในป1จจุบัน ท้ังในภาคอุตสาหกรรม และครัวเรอื น

ผลติ ภัณฑUน้ำยาลFางจานทม่ี กี ารผลติ และใชมF ากในป1จจุบันมกั เปนW ผลิตภณั ฑจU ากสารเคมีและผลิตภณั ฑจU าก
สารเคมมี สี =วนผสมของสารสกดั จากพชื เปWนหลัก มีลกั ษณะสเี หลืองหรอื สีใสขFน สว= นนำ้ ยาลFางจานจากพืชมกั พบ
ผลิต และมกี ารใชนF อF ยทส่ี ุด ซ่ึงจะพบไดFในภายในครวั เรือนหรือเปนW ผลิตภัณฑชU ุมชน

คณุ สมบตั นิ ำ้ ยาล#างจาน
-ใชFลFางทำความสะอาดคราบไขมนั คราบอาหารที่เป•Œอนตามมือ เทาF หรอื ส=วนต=างๆของรา= งกาย
ยกเวนF บรเิ วณ-ผวิ บอบบางเชน= ใบหนาF
-ใชFลFางทำความสะอาดอปุ กรณUหรือชิ้นส=วนเคร่อื งจกั รตา= งๆ
-ใชFลFางทำความสะอาดแกวF กระจกหรอื เคร่อื งตกแตง= ตา= งๆ
-ใชFลาF งรถ
- นำ้ ทใี่ ชFแลวF จากการลFางจานหรอื ภาชนะในครวั เรอื นสามารถนำมารดตFนไมหF รอื ลานหญาF เพื่อเพิม่ ปุŽยฟอสฟอรัสไดF
สารทท่ี ำให#เกดิ ฟอง

6


Texapon N 70 เปนW ช่อื การคาF ของสารชาระลFางช่ือ Sodium Lauryl Ether Sulfate ซึ่งมคี วามเขมF ขนF
ประมาณ 70 เปอรเU ซ็นตUเปนW สารชาระลFางราคาถกู ที่นิยมใชใF นผลิตภัณฑUชำระลFางแทบทกุ ชนิดตงั้ แต=สบู=เหลวไป
จนถึงน้ำยาลFางหอF งนำ้ มตี วั ท่ีเจอื จางกว=าเปWนสารกลม=ุ เดยี วกนั ไดแF ก= Texapon N 8000 มคี วามเขFมขนF ประมาณ
28 เปอรUเซน็ ตปU จ1 จุบันมรี ายงานเกยี่ วกบั การกอ= การระคายเคอื งตลอดจนการเปWนสารทีอ่ าจก=อมะเรง็

ภาพท2ี่ .3 Texapon N 70

หากผสมกบั สารอื่น ๆ ในสูตรเคมีทก่ี อ= ไนโตรเจนจึงจาํ เปWนอยา= งยงิ่ ท่ผี Fผู ลิตผลิตภัณฑตU า= งๆตอF งมีความรใูF นสารเคมี
แต=ละชนดิ ที่จะนำมาใชอF ย=างถกู ตFองและมคี วามรอบคอบในการตงั้ ตารบF และผลิตโดยเฉพาะอย=างยิง่ ความสม่ำเสมอ
และความแม=นยำของนำ้ หนักสารแตล= ะตัวในสตู ร
ชื่ออ่นื : Sodium monododecyl sulfate, Sodium lauryl sulfate, Sodium monolauryl sulfate, Sodium
dodecanesulfate, Sodiumcoco-sulfate, dodecyl alcohol, hydrogen sulfate, sodium salt, n-
dodecyl sulfate sodium, Sulfuric acid monododecyl ester sodium salt
คําอธิบาย: Sodium lauryl sulfate เรียกชื่อยอ= ว=า SLS เปนW สารท่ีสงั เคราะหUข้นึ มามีคณุ สมบตั ิเปWนแรงตงึ ผวิ ของ
น้ำทําใหเF กิดฟองชว= ยใหสF ง่ิ สกปรกคราบไขมันหลดุ ออกไปไดFงา= ยขน้ึ ทำใหFเกดิ ฟองในผลิตภณั ฑใU ชใF นอตุ สาหกรรม
หลายประเภทเชน= นํายาลFางจานเคร่อื งสาํ อางซึง่ เคร่ืองสาํ อางท่นี ยิ มผสมสาร ไดแF ก= เคร่อื งสาํ อางท่ใี ชFแลFวลาF งออก
ดวF ยนำ้ เช=นสบ=เู หลวแชมพยู าสีฟน1
อนั ตรายจากสาร SLS( Sodium Lauryl Sulfate)

เปนW สารท่มี ีฟองมาก มรี าคาถูก มักนำมาใชFในผลติ ภณั ฑUที่ใชใF นชวี ิตประจำวันใชFในการอุตสาหกรรม
- ทำความสะอาดพน้ื
- ลFางจารบจี ากเคร่ืองยนตU
- ตัวซกั ฟอกในนำ้ ยาลาF งรถ
- น้ำยาซกั ผFา
-น้ำยาลาF งจาน
ใชใ# นผลิตภัณฑด5 ูแลอนามัยสวl นบุคคล
- ยาสฟี 1น
- แชมพู เกือบทุกระเภทรวมทั้งของเด็ก

7


- เจลสำหรับทำความสะอาดร=างกาย
- สบ=ูอาบน้ำ
- ผลติ ภณั ฑทU ำความสะอาดใบหนFา
- นำ้ ยาเชด็ ตัวเด็ก
- แชมพแู ละสบ=อู าบน้ำของเดก็
อันตรายจากสาร SLS( Sodium Lauryl Sulfate) ในเครอื่ งสําอาง

ขณะนไ้ี ดFมขี =าวเก่ียวกบั สาร SLS ( Sodium Lauryl Sulfate) วา= เปนW สารก=อมะเร็ง ทำใหตF =างประเทศไดF
ยกเลิกการใชสF ารประเภทน้ีไปแลFว แตใ= นประเทศไทยยังมีการนำมาใชFเปนW ส=วนผสมในเครอ่ื งสำอาง โดยเฉพาะสบู=
เหลว ซง่ึ ใชกF ันทุกเพศทุกวยั อาจกอ= ใหเF กิดอนั ตรายต=อผบFู รโิ ภคไดF ทางสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยาไมไ= ดF
นง่ิ นอนใจไดFทำการสบื คFนและตดิ ตามขFอมูลเก่ียวกับความปลอดภัยของสารท่ใี ชFในเคร่ืองสำอางมาโดยตลอด
โดยเฉพาะกรณี ความปลอดภยั ของสาร SLS ( Sodium Lauryl Sulfate) ในเครื่องสำอางสารโซเดียม ลอริล
ซลั เฟต หรือทนี่ ยิ มเรียกในชอ่ื ย=อว=า เอสแอลเอส (Sodium Lauryl Sulfate : SLS) เปนW สารท่มี คี ุณสมบัตลิ ดแรงตงึ
ผิวของน้ำ ทำใหFเกิดฟอง ช=วยใหFสิ่งสกปรก คราบไขมนั หลดุ ออกไปไดFงา= ยข้ึน จึงเรยี กงา= ยๆ ว=าเปนW สารทำความ
สะอาด นิยมใชFท้งั ในวงการอตุ สาหกรรมและเปนW สว= นผสมในผลิตภณั ฑหU ลายประเภท เชน= เครือ่ งสำอาง นำ้ ยาลาF ง
จาน (โดยใชวF ตั ถดุ บิ ท่มี คี ณุ ภาพแตกตา= งกนั ตามวัตถปุ ระสงคUของการนำไปใช)F เคร่ืองสำอางทน่ี ิยมผสมสารนี้ ไดแF ก=
เครอ่ื งสำอางท่ีใชแF ลFวลFางออกดFวยน้ำ เชน= สบูเ= หลว แชมพู ตลอดจนยาสีฟน1 และจากการศึกษาวิจยั ทงั้ ใน
สัตวUทดลองและในคนพบวา= อนั ตรายของสารน้ี คอื ระคายเคอื ง ต=อดวงตา และผิวหนัง โดยความรุนแรงจะข้ึนอย=ู
กับความเขมF ขนF ของสารนี้ในผลติ ภณั ฑU และระยะเวลาทผี่ ลติ ภัณฑสU ัมผัสร=างกาย ซ่งึ ขณะนี้ยงั ไมม= หี ลักฐานทาง
วชิ าการที่ชดั เจนสรปุ ว=าสาร SLS มีความเสย่ี งตอ= การก=อใหเF กดิ มะเร็งในคน ซึ่งขอF มลู ความเส่ียงตอ= การกอ= ใหเF กิด
มะเรง็ จากสารกล=มุ นี้ อาจมาจากสง่ิ ปนเป•อŒ นท่เี ปWนสารกอ= มะเรง็ คอื 1,4 Dioxane แตป= จ1 จุบนั ในกระบวนการผลิต
สารทำความสะอาด สามารถกำจดั ส่งิ ปนเปอŒ• นนไี้ ดดF FวยการใชFระบบสญู ญากาศ (ซ่งึ ไมเ= ปนW ภาระเรอ่ื งค=าใชFจ=ายมาก
นัก) อีกท้งั ไดFมีการศกึ ษาพบวา= โอกาสที่จะพบ 1,4 Dioxane ในเคร่ืองสำอางสำเรจ็ รปู มนี อF ย จงึ ไมค= วรกังวลวา= สาร
SLS ในเครอ่ื งสำอางจะกอ= ใหเF กิดมะเร็ง
ทง้ั นเี้ ครือ่ งสำอางท่ีผสมสาร SLS อาจก=อใหFเกดิ อันตรายต=อผFบู ริโภคไดบF Fาง เช=น แชมพูเขFาตาทำใหแF สบตา หรือ
ฟอกสบูเ= หลวนานเกนิ ไป อาจระคายเคอื งผิว ทำใหผF วิ แหFงไดF ขณะน้ใี นสหรัฐอเมรกิ า แคนาดา สหภาพยโุ รป
ออสเตรเลีย รวมท้ังประเทศไทย มไิ ดหF าF มใชFสารนเ้ี ปนW สว= นผสมในเครื่องสำอาง แตห= ากผูFบรโิ ภคตอF งการหลกี เล่ียง
สาร SLS ในเครอื่ งสำอาง สามารถเลอื กใชFเครือ่ งสำอางทฉ่ี ลากระบวุ า=
“ Sodium Lauryl Sulfate Free” ไดF

8


สารกำจัดคราบ
LAS 60 (โซฮาแลป)ใชเF ปนW สารขจดั คราบ สำหรับน้ำยาทำความสะอาด นำ้ ยาซกั ผFา ลFางจาน ลFางรถ ฯ

ผลิตภณั ฑซU ักลFางโดยทว่ั ไปมอี งคปU ระกอบสำคัญเหมือน ๆ กันคอื ตFองมีสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ซงึ่ ทำหนFาที่
จบั ตวั กับสง่ิ สกปรก ลักษณะของโมเลกลุ ของสารประเภทน้ี ปลายหน่ึงจะจับกับโมเลกลุ ของนำ้ ไดFดี อกี
ปลายหนึง่ จะจบั กับโมเลกุลของคราบไขมัน ทำใหFคราบไขมันหลดุ ออก สารลดแรงตึงผิวทีใ่ ชกF ันอย=ูหลายตัว

ผลติ ภัณฑลU Fางจานหรอื ทเ่ี ราเรยี กกันคนุF ปากวา= น้ำยาลFางจานมสี =วนประกอบหลกั อยู= 2-3 ชนดิ นอกจากน้ำ
แลวF ยงั มีสารเคมีประเภทสารลดแรงตึงผวิ (surfactant) ทีท่ ำหนาF ท่ีออกฤทธ์ทิ ำใหFผสมกลมกลืนกับนำ้ ทำใหFเกดิ
ฟอง ทำใหFเกดิ ความหนดื และทำใหFสามารถจบั ตัวกับสงิ่ สกปรกแลวF แยกออกจากส=วนทีเ่ ปWนน้ำ สารลดแรงตงึ ผวิ ท่ี
ใชกF ันมากมี 2 ชนดิ คือ linear alkyl benzene sulfonate (LAS) และ sodium lauryl ether sulfate (SLES)
ซง่ึ จัดอยู=ในกลุ=มสารชำระลาF งทีม่ ีประจลุ บ (anionic surfactant) ผลติ ภณั ฑUลFางจานบางย่ีหFอใชF sodium
dodecyl benzene sulfonate แทน LAS ดFวย นอกจากนี้ยงั มกี ารนำสารชำระลาF งชนดิ อ่ืนซ่ึงมีประสิทธภิ าพสูง
แต=มักมีราคาแพงกวา= มาใชรF =วมกับสารเคมหี ลกั เหลา= น้ีในปริมาณเล็กนFอย
เชน= cocamidopropyl betaine, alkyl glucoside และ alkyl polyglucoside

linear alkyl benzene sulfonate (LAS) เปนW สารลดแรงตึงผวิ ท่นี ิยมใชใF นผงซักฟอกดFวย เนอ่ื งจาก
มกี ารใชFสารชนดิ นี้มานานกวา= 30 ป‰แลวF และมีการทดลองแลFววา= มคี วามปลอดภยั ตอ= สิ่งแวดลFอมมีประสทิ ธิภาพใน
การทำความสะอาดสูงและราคาไม=แพงมาก
ป1จจุบัน LAS เปWนทนี่ ยิ มใชเF ปนW สารออกฤทธ์ใิ นผงซกั ฟอกทั่วโลก เมอื่ หลายป‰ก=อน linear alkyl benzene
sulfonate ยังไมไ= ดFเปนW ท่ีนยิ มมากนัก สารเคมที ่ใี ชมF ากคอื alkyl benzene sulfonate (ABS) แต=มันเปนW สารท่ไี ม=
ย=อยสลายในสภาพแวดลFอม จงึ ไมน= ยิ มใชFในป1จจบุ ัน

9


sodium lauryl ether sulfate (SLES) หรอื sodium laureth sulfate
มคี า= LD50 (หนู) 1,600 มลิ ลกิ รมั /กโิ ลกรัม มีพิษปานกลาง เปWนสารทำใหเF กิดฟอง มักใชใF นผลิตภัณฑUทำ

ความสะอาด และแชมพู อาจทำใหเF กิดการระคายเคืองตาและผิวหนัง หากเกิดอาการหลงั จากใชFผลติ ภณั ฑUควร
หยดุ ใชFทนั ที ในกระบวนการผลติ SLES อาจปนเปอŒ• นดวF ย 1,4-dioxane ซงึ่ อาจเปWนสารกอ= มะเร็ง ในตา= งประเทศมี
การหFามใชFในผลติ ภณั ฑเU ก่ยี วกบั อาหารและยา แต=อย=างไรกต็ ามไมม= หี ลักฐานทีบ่ =งช้วี =าสารชนิดนเ้ี ปWนกอ= มะเรง็
sodium dodecyl benzene sulfonate

มคี =า LD50 (หน)ู 1,260 มลิ ลกิ รัม/กิโลกรมั มีพษิ ปานกลาง เปWนของแข็งคลาF ยทรายมสี ีขาวหรอื สีเหลอื ง
อ=อนๆ เปนW อนั ตรายถาF กนิ หรอื หายใจเขาF ไปในปรมิ าณมาก ระคายเคืองตอ= จมกู คอ และปอด ทำใหFไอ หายใจมี
เสยี งดงั และหายใจถี่ กอ= ใหเF กดิ การระคายเคอื งเลก็ นอF ยต=อผวิ หนัง
cocamidopropyl betaine

เปWนสารลดแรงตงึ ผิวท่จี บั กับทง้ั anion และ cation ในเวลาเดียวกัน สาร cocamidopropyl betaine เปWน
สารลดแรงตึงผวิ แบบอ=อนทีไ่ มท= ำใหFเกดิ การระคายเคอื งต=อผวิ หนงั และเน้อื เย่อื ในจมูก จงึ เช่อื กันวา= จะชว= ยลดการ
ระคายเคอื งท่ีเกิดจากการใชF anionic surfactant เพยี งอย=างเดยี ว นอกจากน้ีมันยังมีสมบัตฆิ =าเชือ้ โรคและเขาF ไดF
กับสารลดแรงตึงผิวชนดิ อน่ื ๆ cocamidopropyl betaine ในผลิตภณั ฑUลาF งจานทคี่ วามเขFมขนF ตำ่ กวา= 1 % จะไม=
ทำใหFเกิดการระคายเคือง อย=างไรก็ตามสำหรับที่ความเขมF ขFนสูงข้ึนไปอาจทำใหเF กดิ การระคายเคอื งไดF ควร
หลกี เลย่ี งการเทผลิตภณั ฑใU สม= อื โดยตรง โดยท่ัวไปผลิตภณั ฑลU Fางจานที่ใชFกนั อยมู= ปี รมิ าณของ cocamidopropyl
betaine เพยี ง0.1 - 0.5 % เท=านนั้
alkyl glucoside และ alkyl polyglucoside

เปWนสารลดแรงตงึ ผิวชนดิ ปราศจากประจุ (nonionic surfactant) สว= นที่ใชFจับกับน้ำ (hydrophilic group)
จะเปนW นำ้ ตาลซง่ึ มสี มบตั ใิ นการละลายน้ำไดFงา= ย สำหรับ ส=วนทเ่ี ปWนhydrophilic group คือน้ำตาล พบสารลดแรง

ตึงผิวนีใ้ ชใF นผลิตภัณฑสU ำหรบั ทารกเชน= ผลิตภัณฑลU Fางขวดนม หรือจาน ชามสำหรับเดก็ เพราะมีความอ=อนโยนตอ=
ผิวหนังถึงแมจF ะใชFในปริมาณมากหรือใชเF ปWนประจำ

10


สารกนั บูด
GLYDANT(กนั บดู )
ชื่อเคม:ี Benzoic Acid (BP) เบนโซอิค แอซดิ
สูตร : C7H12N2O4
น้ำหนกั โมเลกุล : 188.18100 AMU
ชื่อพอ# ง : 1,3-bis; glydant; DMDMH and BIT; dmdm hydantoin; Mackgard DM; 1,3-dimethylol-5,5-
dimethyl hydantoin; dmdmh55; dimethylol; dimethylol dimethyl hydantion; DMDMH; 1,3-
Dihydroxymethyl-5,5-dimethylhydantoin; dimethylol-5,5-dimethylhydantoin
ลกั ษณะทางกายภาพ : ของเหลว
ความหนาแนlน : 1.349 g/cm3
จุดเดอื ด : 303.7ºC at 760 mmHg
จุดวาบไฟ : 137.5ºC
Refractive Index:1.529
ลกั ษณะการใชง# าน Glydant เปWนสารกันบูดชนิดนำ้ ใสใ= นนนำ้ ยาลาF งจานหรอื อืน่ ๆ ปอŠ งกนั การเนา= เสีย และยืดอายุ
ของนำ้ ยาลFางจานใหนF านขนึ้ สารกนั บดู มดี วF ยกนั หลายประเภท แบง= ไดFดงั ตอ= ไปนี้
แบบผงหรอื แทง= จะมี โซเดีย่ มเบนโซเอท ใชไF ดFทง้ั อตุ สาหกรรมและ อาหาร โปรตัสเซยี่ มซอเบต เหมาะใชเF กยี่ วกับ
อาหารแบบนำ้ จะมี Mergal K9N ,Glydant ใชกF บั อตุ สาหกรรมทำความสะอาด เครอ่ื งสำอางคU

11


บทท3่ี
วิธีดำเนินการวิจัย

วตั ถุดบิ วัสดอุ ุปกณ< และสารเคมี

3.1 วตั ถดุ ิบ
3.1.1 พืชมะกรูด 3 กิโลกรัม
3.1.2 นำ้ สะอาด 13 ลิตร

3.2 วสั ดุอุปกรณU
3.2.1 ภาชนะผสม 2 ใบ
3.2.2 ไมFพาย 1 อัน
3.2.3 ผFาขาว 1 ผนื
3.2.4 ขวดบรรจุภณั ฑU 12 ขวด
3.2.5 กรวย 1 อัน

3.3 สารเคมี
3.3.1 Sodium lauryl Ether Sulfate ( CH3(CH2)10CH2(OCH2CH2)NOSO3Na)
3.3.2 Sodium laureth Sulfate (N70 SLES)
3.3.4 Linear Alkylbenzene Sufonic Acid ( Las 60 )
3.3.5 Benzoic Acid ( C7H12N2O4 )
3.3.6 Sodium chloride ( NaCl )

วิธีการทดลอง

ตอนท่ี 1 การเตรียมน้ำมะกรูด (Kaffir lime juice extract)
1. นำ้ พชื มะกรดู ลFางทำความสะอาด
2. นำพชื มะกรูดมาห่นั เปWนชิ้นเล็กๆ
3. นำพชื มะกรูดไปตFม รอใหเF ดอื ด ประมาณ 30 นาที
4. พกั นำ้ มะกรดู ใหFเย็น

ตอนที่ 2 การสกดั (Extract)
1. นำน้ำมะกรูดที่พักไวF มากรองผา= นผFาขาว 2-3 คร้งั

12


2. พกั น้ำมะกรูดทส่ี กัดทง้ิ ไวใF หเF ยน็
ตอนท่ี 3 การทำนำ้ ยาลา# งจาน

1. เตรยี มภาชนะผสม 2 ใบ ใบแรกใส=นำ้ สะอาดปรมิ าณ 13 ลติ ร แลFวนำผงฟอง (Sodium lauryl
Ether Sulfate) ละลายกบั นำ้ แยกท้งิ ไวF 1 ภาชนะ ประมาณ30นาที

2. นำสารเคมี Sodium laureth Sulfate (N70 SLES) จำนวน 1 กโิ ลกรมั
Linear Alkylbenzene Sufonic Acid ( Las 60 ) จำนวน 1 กโิ ลกรัม
Sodium chloride ( NaCl ) จำนวน 5 ขดี
Benzoic Acid ( C7H12N2O4 ) จำนวน 1ชอF นโตะª
ใสภ= าชนะใบท่2ี แลวF คนสว= นผสมทั้งหมดใหเF ขาF กัน

3. นำนำ้ มะกรูดทีส่ กัดไวF เทผสมในภาชนะใบที2่ คนสว= นผสมใหFเขาF กันและพักทิง้ ไวF 15 นาที
4. นำสว= นผสมภาชนะที่ 1 และ 2 มาผสมรวมกนั แลFวคนสว= นผสมใหลF ะลายจนหมด
5. พกั ทิง้ ไว1F 0-15 นาทเี พือ่ ใหฟF องยุบตวั ลง
6. กรองน้ำยาลาF งจานใสบ= รรจุภณั ฑUท่เี ตรียมไวF

13


บทท4่ี
ผลการทดลอง

4.1 ผลการทดลอง

ลกั ษณะของน้ำยาลFางจานจากมะกรูดจะมสี เี หลืองใส มกี ลนิ่ หอมของมะกรดู และมีลักษณะขนF เหนยี ว เมื่อ

ผสมนำ้ จะมฟี องมาก

เมอื่ นำนำ้ ยาลาF งจานท่ไี ดFทดลองไปกับภาชนะ ผลปรากฏวา= ภาชนะที่มีสงิ่ สกปรกตดิ อย=ูสะอาดขึ้น ไมม= ีคราบ

มนั นและไม=มีกล่นิ คาว ซึง่ ผลเปนW ที่น=าพอใจเปนW อย=างมาก มกี ล่นิ หอมของมะกรูดที่ใชFเปนW สว= นผสม

4.2 การนำไปใช#

ใชFในการทำความสะอาดภาชนะ บรรจุภณั ฑU ถวF ย ชาม ตา= งๆ น้ำยาลาF งจากมะกรูดสามารถลาF งภาชนะ ไดF

อย=างสะอาดไม=มคี ราบตกคFาง ไมม= ีคราบมนั และกลิน่ คาวมกี ล่นิ ออ= นๆของมะกรูดทเี่ ปนW สว= นผสม

4.3 ผลการเปรยี บเทียบระหวlางนำ้ ยาลา# งจานทัว่ ไปกบั นำ้ ยาลา# งจานทำเอง

ชนดิ ของน้ำยาลาF งจาน ผลการทดลอง

ครง้ั ท1่ี คร้งั ท2่ี ครงั้ ท3่ี ครงั้ ท4่ี

1.น้ำยาลาF งจานทำเอง มคี ราบมัน ไม=มคี ราบมนั ไมม= ีกล่นิ คาว มกี ล่ินหอมของ

หลงเหลอื หลงเหลือ มะกรูด

เลก็ นอF ย

2.นำ้ ยาลFางจานท่ัวไป มคี ราบมัน มคี ราบมนั มีกลน่ิ คาว มีกล่ินคาว
หลงเหลอื หลงเหลอื หลงเหลอื หลงเหลือ

เลก็ นอF ย เลก็ นFอย

4.4 ตารางเปรยี บเทียบคณุ สมบตั ขิ องน้ำยาลา# งจานทวั่ ไปกับน้ำยาล#างจานทำเอง

ผลการทดลอง

คุณสมบัตขิ องน้ำยาลFางจานทัง้ 2 นำ้ ยาลาF งจานทั่วไป น้ำยาลFางจนทำเอง

ชนิด

1.ขจดั คราบและส่ิงสกปรก สามารถขจดั คราบมันและส่งิ สามารถขจัดคราบมนั และสิ่ง

สกปรกไดคF =อยขาF งดี สกปรกไดดF ี

14


2.กลิ่น มีกล่ินหอมกว=านำ้ ยาลาF งจานทำ มีกล่ินหอมนอF ยกวา= แตไ= มม= ีกล่นิ
เองแตย= งั มกี ลนิ่ คาวหลงเหลือ คาวหลังลาF ง

3.ปรมิ าณท่ีใชFการทำความสะอาด ตFองใชFในปริมาณท่มี ากจงึ ขจดั ใชใF นปรมิ าณทีน่ Fอยกว=าแตข= จดั
คราบและความในหมด คราบและความมันไดFดกี ว=า

15


บทท5ี่
สรปุ ผลการดำเนินงานและขNอเสนอแนะ

ในการจัดทำโครงงานในรายวิชาศิลปะในหวั ขอF ทฤษฎีการเปรียบเทียบศิลปะตะวนั ออกและศลิ ปะตะวนั ตก
สามารถสรุปผลการดำเนินงานและขอF เสนอแนะไดFดงั น้ี
5.1 การดำเนินงานจัดทำโครงงาน
5.1.1 วตั ถุประสงคข5 องโครงงาน
- เพ่อื ศกึ ษาทม่ี าและความสำคญั ของศลิ ปะตะวันตกและตะวนั ออก
- เพอ่ื ศกึ ษาขอF แตกต=างของงานศิลปะตะวนั ตกและศลิ ปะตะวนั ออก
- เพ่อื ศกึ ษาลักษณะเดน= ของศลิ ปะตะวนั ตกและศิลปะตะวันออก
5.2 สรปุ ผลการดำเนนิ งาน

สรุปไดวF =าการศกึ ษาคFนควาF ทฤษฎีการเปรียบเทียบศลิ ปะตะวันออกและศลิ ปะตะวนั ตกมที ีม่ าแตกตา= งกนั
และมีผลงาน,จุดเด=นท่ตี า= งแตกและสวยงามคนละแบบโดยศิลปะตะวันออกจะเนFนไปทางอทิ ธิพลของภมู ิอากาศ
ความเช่ือ ประเพณี และจะเดน= ชดั ในเรือ่ งของศาสนาเช=น งานดาF นประตมิ ากรรม สว= นงานศิลปะตะวันตกจะ
แบ=งเปนW ยคุ ๆเชน= ยุคกอ= นประวัติศาสตร,U ยคุ โบราณ
5.3 ขอ# เสนอแนะ
5.3.1. เน่ืองจากสถานการณUโควิด-19จึงทำใหFไม=สามารถที่จะจดั ทำชิน้ งานไดF
5.3.2. เนือ่ งจากขอF มลู ของศลิ ปะตะวันตกและตะวนั ออกมจี ำนวนและเวลาในการทำนัน้ ค=อนขาF งจำกดั จึงอาจมี
ขFอผิดพลาดในสว= นของเนอื้ หา

16



บรรณานุกรม

Medthai 2556 สรรพคุณและประโยชนUของมะกรดู
Sangroongpackging 2563 คุณลักษณะของนน้ำยาลFางจาน
Apornkeaw072.blogspot 2560 สาร N70
PSA SUPPLY 2559 สารขจัดคราบ
พทุ ธรนิ ทรU วรรณิสสร 2556 สถาบันวิจยั วิทยาศาสตรUและเทคโนโลยแี หง= ประเทศไทย

ภาคผนวก

ภาพที่ 4 วสั ดุ อุปกรณ์ และสารเคมี
ภาพท่ี 5 นำมะกรูดไปต้มในน้ำสะอาดท้งิ ไว้ให้เดอื ด
ภาพท่ี 6 นําผงฟองผสมกบั น้ำสะอาดแช่ท้งิ ไว้ในภาชนะท่ี 1

ภาพท่ี 7 นําSodium laureth Sulfate(N70)
ผสมกับlinear Alkylbenzene SufoniAcid(Las60) ในภาชนะท2่ี

ภาพท่ี 8 นําน้ำมะกรดู ทส่ี กดั ไว้เทลงในภาชนะท่ี 2 แล้วคนส่วนผสมให้เขา้ กนั

ภาพที่ 9 นาํ ส่วนผสมภาชนะท่ี 1 และ 2 เทรวมกันแล้วคนส่วนผสมให้เขา้ กนั

ภาพที่ 10 พักทง้ิ ไว้เพ่ือให้ฟองยุบตวั ลง
ภาพท่ี 11 กรองน้ำยาลา้ งจานใส่บรรจภุ ัณฑ์
ภาพท่ี 12 ทดสอบประสิทธิภาพในการขจดั คราบไขมันและการขจัดกล่นิ


Click to View FlipBook Version