The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s61131109023, 2022-08-15 18:13:11

ใบความรู้วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑

ใบความรู้วิชาภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑

ใบความรู้วชิ าภาษาไทย ท ๓๓๑๐๑ (ม.๓)
อิศรญาณภาษิต

............................................................................................................................. ....

ความเป็นมา
อิศรญาณภาษติ เรียกอกี อย่างว่า “เพลงยาวอิศรญาณ” เปน็ พระนิพนธ์ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ ซง่ึ เลา่ กัน

วา่ เป็นผ้มู ีพระจริตไม่ปกติ ครงั้ หนงึ่ พระองคไ์ ด้ทำสิ่งวิปริตไปแลว้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัวตรสั
บรภิ าษวา่ เป็นบ้า ทำให้ใคร ๆ ก็พากันเห็นด้วยกับพระราชดำรสั น้ัน ดว้ ยความนอ้ ยพระทัยของหม่อมเจา้ อศิ ร
ญาณจงึ ทรงนิพนธเ์ พลงยาวฉบบั นีข้ ้ึน

มีผู้สันนิษฐานวา่ อศิ รญาณภาษติ นี้ ไมใ่ ช่พระนิพนธข์ องหมอ่ มเจ้าอิศรญาณแตเ่ พียงผูเ้ ดยี ว หากแต่ทรง
นิพนธไ์ วเ้ พยี งตอนแรกเทา่ น้นั กลา่ วคอื สันนิษฐานวา่ ทรงนพิ นธ์ถึงวรรควา่ “ปถุ ุชนรกั กบั ชังไมย่ ั่งยนื ” ซง่ึ มี
ลีลาการแต่งไว้ด้วยนำ้ เสยี งเหน็บแนมประชดประชนั อยา่ งรนุ แรง ชดั เจนสว่ นทเ่ี หลอื เป็นของผอู้ ่ืนแต่งตอ่ โดย
เป็นการสอนเร่ืองทว่ั ๆ ไป มีลีลาหรือท่วงทำนองแบบเรียบ ๆ มงุ่ ส่ังสอนตามปกตขิ องผมู้ ีประสบการณใ์ นเร่อื ง
ตา่ ง ๆ ซงึ่ ไดน้ ำมาเรยี บเรยี งไว้ทั้งหมด

ประวัตผิ แู้ ต่ง
หม่อมเจา้ อิศรญาณ (ไม่ทราบพระนามเดิม) เปน็ โอรสในพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอกรมหลวงมหศิ วรนิ ทรามเรศ

พระองค์ทรงผนวชท่ีวัดบวรนิเวศวหิ าร ได้พระนามฉายาว่า อิสสรญาโณ มีพระชนม์ชพี อย่ใู นช่วงรัชสมยั
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว

ลกั ษณะคำประพันธ์
กลอนเพลงยาว ซงึ่ ขึ้นตน้ ด้วยวรรคสดับ (มีชื่อเรียกอกี อย่างหนึง่ ว่าเพลงยาวอศิ รญาณหรือภาษติ อศิ รญาณ)

จดุ ประสงค์
๑. เพ่อื สัง่ สอน
๒. เพือ่ เตอื นใจใหค้ ิดกอ่ นท่จี ะทำสงิ่ ใด
๓. สอนเกย่ี วกับการปฏิบัติตนต่อผ้อู ื่นในสังคมใหอ้ ยรู่ ่วมกันไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ

เนอ้ื เร่อื ง
อิศรญาณภาษติ มีเน้ือหาท่เี ปน็ คำส่ังสอนแบบเตอื นสติ และแนะนำเกี่ยวกบั การประพฤตปิ ฏิบัตใิ ห้เปน็ ท่ี

พอใจของผูอ้ ื่น โดยเฉพาะผู้ท่มี ีอำนาจมากกวา่ สอนว่าควรจะทำอยา่ งไรจึงจะอยู่ในสังคมไดโ้ ดยปราศจากภยั
แกต่ น ทำอย่างไรจงึ จะประสบความสำเรจ็ สมหวงั บางตอนก็เนน้ เร่ืองการเหน็ คณุ ค่าและความสำคัญของผ้อู ่นื
โดยไมส่ บประมาทหรอื ดูแคลนกัน โดยท้งั นกี้ ารสอนบางครัง้ อาจเป็นการบอกตรง ๆ หรอื บางคร้งั กส็ อนโดยคำ
ประชดประชนั เหนบ็ แนม เนอ้ื หาส่วนใหญ่จะส่งั สอนให้คนมปี ัญญา ไม่หลงใหลกับคำเยนิ ยอ สอนใหร้ ูจ้ กั คิด
ไตรต่ รองก่อนพูด ร้จู กั เคารพผู้อาวุโส รจู้ กั ทำตามท่ีผใู้ หญแ่ นะนำ รู้จกั กตัญญูผู้ใหญ่

คณุ ค่างานประพนั ธ์
คุณค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ ใชถ้ อ้ ยคำง่าย ๆ มาเรียงร้อยได้เหมาะเจาะและมคี วามหมายลกึ ซ้ึง
คุณคา่ ด้านสังคม ใหข้ อ้ คดิ ในการดำเนนิ ชวี ติ เพ่อื ดำรงอย่ใู นสงั คมได้อยา่ งมคี วามสขุ

บทท่ี ๑
อศิ รญาณชาญกลอนอักษรสาร

เทศนาคาไทยให้เป็ นทาน โดยตานานศุภอรรถสวสั ดี

คาศัพท์ ตำนำน หมำยถึง คำโบรำณ
ศุภอรรถ หมำยถงึ ถอ้ ยคำและควำมหมำยทด่ี ี
สวสั ดี หมำยถึง ควำมดี ควำมงำม

ถอดความได้ว่า หม่อมเจำ้ อิศรญำณผูท้ รงเชี่ยวชำญในเชิงกลอนทรงนิพนธ์คำกลอนสุภำษิตโบรำณ ส่ังสอน
เตือนใจไวเ้ พอื่ เป็นทำน

บทท่ี ๒
สาหรับคนเจือจิตจริตเขลา ด้วยมวั เมาโมห์มากในซากผี
ต้องหาม้ามโนมยั ใหญ่ยาวรี สาหรับขเ่ี ป็ นม้าอาชาไนย

คาศัพท์ เจอื หมำยถึง เอำส่วนทม่ี ีนอ้ ยไปประสมลงไปในส่วนมำก
จริต หมำยถงึ กิริยำอำกำร หรือแสดงควำมประพฤติ
โมห์ หมำยถงึ ควำมลมุ่ หลง
ซำกผี หมำยถงึ ร่ำงกำยของคนทตี่ ำยแลว้
อำชำไนย หมำยถงึ กำเนิดดี พนั ธุ์ หรือตระกูลดี ฝึกหัดมำดีแล้ว
มำ้ มโนมยั หมำยถงึ ในบทน้ีหมำยถึงใจที่รูเ้ ท่ำทนั กิเลสจะไดเ้ ป็นพำหนะไปสู่ควำมสำเร็จ

ถอดความได้ว่า สำหรบั คนทโ่ี งเ่ ขลำเบำปัญญำทไ่ี ปล่มุ หลงในควำมชว่ั ตอ้ งฝึกใจใหร้ ูเ้ ท่ำทนั กิเลส คอื เอำใจเป็น
นำยบงั คบั ใจตวั เองให้อยเู่ หนือกิเลส เพ่ือจะไดเ้ ป็นพำหนะไปสู่ควำมสุข

บทที่ ๓

ชายข้าวเปลอื กหญิงข้าวสารโบราณว่า น้าพึ่งเรือเสือพ่ึงป่ าอชั ฌาสัย

เรากจ็ ติ ดูเล่าเขาก็ใจ รักกนั ไว้ดกี ว่าชังระวังการ

คาศัพท์ อชั ฌำสัย หมำยถงึ กิริยำดี นิสยั ใจคอ ควำมรู้จกั ผ่อนปรน

ถอดความได้ว่า ผูช้ ำยกบั ผหู้ ญิงน้นั ต่ำงกนั ดงั ขำ้ วเปลอื กกบั ขำ้ วสำร (โบรำณเขำเปรียบเทยี บวำ่ ผูช้ ำย
เปรียบเสมอื นขำ้ วเปลือกตกที่ไหนกเ็ จริญงอกงำมทน่ี นั่ ส่วน ผูห้ ญงิ ก็เปรียบเสมอื นขำ้ วสำร ตกทไี่ หนมนั ไม่
สำมำรถเจริญงอกงำมได้ ขำ้ วสำรก็เน่ำ แตเ่ มื่ออยใู่ นสงั คมเดียวกนั กย็ อ่ มตอ้ งพ่งึ พำอำศยั กนั เป็นธรรมดำ เรำก็มีมติ ร
จิตเขำก็มมี ติ รใจฉะน้นั เรำรกั กนั ดีกว่ำเกลียดกนั

สุภาษติ ทเี่ ก่ียวข้อง ชำยขำ้ วเปลอื กหญงิ ขำ้ วสำร , น้ำพ่งึ เรือเสือพ่ึงป่ ำ , รกั กนั ดีกว่ำชงั กนั , มติ รจิตรมิตรใจ

บทที่ ๔

ผ้ใู ดดีดีต่ออย่าก่อกิจ ผ้ใู ดผดิ ผ่อนพกั อย่าหกั หาญ

สิบดกี ไ็ ม่ถึงกับกง่ึ พาล เป็ นชายชาญอย่าเพ่อคาดประมาทชาย

คาศัพท์ ผใู้ ดดีดีต่ออยำ่ ก่อกิจ หมำยถงึ อยำ่ กอ่ เรื่อง
ผใู้ ดผิดผอ่ นพกั อยำ่ หักหำญ หมำยถึง ผทู้ ี่ทำไม่ถูกตอ้ งกไ็ มค่ วรโกรธหรือตดั รอนจนแตกหัก
สิบดีก็ไมถ่ งึ กบั ก่ึงพำล หมำยถึง ทำดีสิบหนไมเ่ ทำ่ กบั ทำชว่ั เพยี งคร่ึงหนควำมดีกจ็ ะหมดไป

ถอดความได้ว่า ผใู้ ดทำดีตอ่ เรำเรำกค็ วรทำดีต่อเขำตอบ ผใู้ ดทีท่ ำไม่ดีต่อเรำหรือทำไม่ถกู ตอ้ งกไ็ ม่ควรโกรธ
หรือตดั รอนจนแตกหัก ทำควำมดีสิบคร้งั กไ็ ม่เท่ำทำควำมชวั่ คร่ึงคร้งั คอื ควำมชว่ั จะทำลำยควำมดีลงจนหมดส้ิน
เป็นชำยน้นั ไมค่ วรดถู ูกชำยดว้ ยกนั

สุภาษิตที่เกย่ี วข้อง คนลม้ อยำ่ ขำ้ ม หมำยถงึ คนทต่ี กต่ำไม่ควรลบหลดู่ ูถูก เพรำะอำจจะกลบั มำเฟ่ื องฟไู ดอ้ กี

บทท่ี ๕
รักส้ันน้นั ให้รู้อย่เู พียงส้ัน รักยาวน้ันอย่าให้เยิน่ เกินกฎหมาย
มใิ ช่ตายแต่เขาเรากต็ าย แหงนดฟู ้าอย่าให้อายเทวดา

คาศัพท์ เยน่ิ หมำยถงึ ยำวนำนออกไป

ถอดความได้ว่า รกั จะอยดู่ ว้ ยกนั ส้นั ๆ กจ็ งทำส่ิงไมด่ ีตอ่ ไป แต่ถำ้ เรำจะอยดู่ ว้ ยกนั นำน ๆ จงทำควำมดี อยำ่ ทำ
ในสิ่งที่ผดิ กฎหมำยหรือทำชวั่ ทุกคนตอ้ งตำยดว้ ยกนั ท้งั น้นั จงทำควำมดีไวเ้ ถิด เวลำท่แี หงนดฟู ้ำจะไดไ้ ม่อำยเทวดำ

สุภาษิตท่เี กยี่ วข้อง
รกั ยำวใหบ้ นั่ รกั ส้นั ให้ตอ่ หมำยถงึ รกั ทจ่ี ะมมี ติ รไมตรีตอ่ กนั ตอ้ งตดั สิ่งทไี่ ม่ดีออก อยำ่ ไปพดู ถงึ แต่ถำ้ จะ

คบกนั ในเวลำส้ัน ๆ ให้พูดต่อปำกตอ่ คำ ในท่นี ้ีตอ้ งกำรเฉพำะส่วนแรกคือตดั สิ่งทีไ่ มด่ ีออกไป รกั ยำวใหบ้ นั่ รกั ส้ัน
ใหต้ ่อ เป็นสำนวนเกำ่ ทปี่ ระกอบดว้ ยคำชวนให้สงสยั คือคำทีม่ ีควำมหมำยขดั กนั อยู่ ดว้ ยวรรคแรกสื่อควำมหมำยวำ่
ชอบทำงยำวแตใ่ หบ้ น่ั คือตดั หรือทอนออกเสีย วรรคหลงั บง่ ว่ำ ชอบทำงส้ัน แต่กลบั ให้ต่อคอื เพ่มิ ออกไป กำรเรียบ
เรียงขอ้ ควำมโดยใชค้ ำทีม่ ีควำมหมำยขดั กนั น้นั ในทำงภำษำถือเป็นกลวิธีอยำ่ งหน่ึง ทท่ี ำใหป้ ระโยคมีน้ำหนกั ช่วย
ให้เกิดรสสะดุดใจน่ำฟัง

รักยำว คอื ตอ้ งกำรใหเ้ รื่องเป็นไปโดยรำบรื่น ไมต่ ิดขดั ไม่สะดดุ จะเป็นกำรดำเนินธุรกิจ กำรคบเพื่อน กำร
ปฏบิ ตั ิงำน หรือเร่ืองอะไรกต็ ำม

ใหบ้ น่ั คือใหต้ ดั หรือทอนส่วนทีข่ ดั ขอ้ ง ควำมกินแหนงแคลงใจเร่ืองเลก็ นอ้ ยน้นั เสีย ไมต่ อ้ งถอื เป็นอำรมณ์
รักส้ัน คือ ตอ้ งกำรใหเ้ รื่องสิ้นสุดแคน่ ้นั แตกหักหรือดำเนินตอ่ ไมไ่ ด้
ใหต้ ่อ คอื ให้ต่อควำมยำวสำวควำมยืดตอ่ ไป ใหน้ ำมำพิจำรณำใหถ้ กเถียง ให้ถอื เอำ ให้วำ่ กนั ต่อไป หำกรัก
จะคบกนั ตอ่ ไป ก็ให้ตดั เร่ืองรำวน้นั เสีย โดยไมถ่ อื โทษโกรธเคอื งไมโ่ ตเ้ ถยี งเป็นตน้ ลกั ษณะน้ีคอื รกั ยำวให้บนั่ แต่
หำกรักทำงส้นั ไม่ตอ้ งกำรคบกนั อกี ตอ้ งกำรให้แตกหกั กนั เลยกใ็ ห้ตอ่ เร่ืองออกไป ลกั ษณะน้ีคอื รักส้ันใหต้ อ่

บทที่ ๖
อย่าดถู ูกบญุ กรรมว่าทาน้อย น้าตาลย้อยหยดเท่าไรได้หนกั หนา
อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดหู น้าเสียทหี น่ึงแล้วจึงนอน

คาศัพท์ อยำ่ นอนเปล่ำ หมำยถงึ อยำ่ เขำ้ นอนเฉยๆ ในท่นี ้ีหมำยถงึ ใหค้ ิดกำรกระทำของตน
น้ำตำลยอ้ ยหยดเทำ่ ไรไดห้ นกั หนำ หมำยถึง กำรสะสมควำมดีทีละนอ้ ย

ถอดความได้ว่า อยำ่ ดูถูกควำมดีหรือควำมชว่ั วำ่ ทำเพียงเลก็ นอ้ ยเพรำะมนั จะสะสมไปเรื่อย ๆ และมำกข้นึ ทุก
ที เวลำกอ่ นจะนอนใหส้ ่องกระจกดหู นำ้ ตนเอง วำ่ มีส่ิงผดิ ปกติหรือไม่ เหมอื นเป็นกำรให้สำรวจจิตใจตนเองอยเู่ ป็น
นิจ วำ่ คดิ ใฝ่ดีอยหู่ รือเปลำ่ เพอื่ จะไดเ้ ตอื นตนไวไ้ ดท้ นั (เป็นกำรเตอื นให้เรำรูจ้ กั คิด พจิ ำรณำ สำรวจตวั เองทกุ ๆวนั )

สุภาษิตทเ่ี กย่ี วข้อง จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง

บทที่ ๗
เหน็ ตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พเิ คราะห์ดูควรทงึ้ แล้วจงึ ถอน
เหน็ เต็มตาแล้วอย่าอยากทาปากบอน ตรองเสียก่อนแล้วจึงทากรรมท้งั มวล

คาศัพท์ ปำกบอน หมำยถงึ นำควำมลบั หรือเร่ืองท่ีไม่ควรพูดไปบอกผอู้ ื่น
ท้งึ หมำยถงึ ดึง ถอน

ถอดความได้ว่า เห็นสิ่งใดกีดขวำงทำงอยู่ จงพิจำรณำใหร้ อบคอบก่อนทจ่ี ะเกบ็ เพรำะอำจเป็นอนั ตรำยได้ และ
เมือ่ ไปเห็นกำรกระทำของใคร อยำ่ เทีย่ วทำปำกบอนไปบอกแกค่ นอน่ื อำจนำผลร้ำยมำสู่ตนเองได้ (สอนวำ่ ให้รูจ้ กั
คิดใคร่ครวญไตร่ตรองกอ่ นจะพูดหรือทำสิ่งใด )

สุภาษติ สานวน ท่เี กีย่ วข้อง คดิ ก่อนพดู แตอ่ ยำ่ พูดก่อนคดิ

บทที่ ๘
ค่อยดาเนินตามไต่ผ้ไู ปหน้า ใจความว่าผ้มู ีคณุ อย่าหนุ หวน
เอาหลังตากแดดเป็ นนจิ คิดคานวณ รู้ถ่ีถ้วนจึงสบายเม่ือปลายมือ

คาศัพท์ ผไู้ ปหนำ้ หมำยถึง คนที่เกิดกอ่ นยอ่ มมีควำมรู้และประสบกำรณ์มำกกว่ำ
หุนหวน หมำยถึง หวน เวยี นกลบั
คดิ คำนวณ หมำยถึง คิดไตร่ตรอง
หลงั ตำกแดด หมำยถงึ กม้ หนำ้ กม้ ตำทำงำนหนกั อยำ่ งชำวนำ ทำให้หลงั ถูกแดด
เมอ่ื ปลำยมอื หมำยถึง ในภำยหลงั

ถอดความได้ว่า ใหป้ ระพฤติปฏิบตั ิตนตำมผใู้ หญ่ ซ่ึงเป็นผทู้ ่ีเกิดก่อน ยอ่ มมีควำมรูแ้ ละประสบกำรณ์มำกกวำ่
และอยำ่ เป็นคนอกตญั ญู จงมคี วำมขยนั หมนั่ เพียรทำงำนอยเู่ สมอแลว้ จะมคี วำมสุขสบำยในภำยหลงั

สุภาษิตทีเ่ ก่ียวข้อง
เดินตำมผใู้ หญห่ มำไม่กดั หมำยถงึ ประพฤติตำมอยำ่ งผใู้ หญ่ยอ่ มปลอดภัย
หลงั สู้ฟ้ำหนำ้ สูด้ ิน หมำยถึง ที่ตอ้ งตรำกตรำทำงำนหนกั มกั หมำยถึงชำวไร่ชำวนำซ่ึงในเวลำทำไร่ทำนำ

หลงั ตอ้ งสูก้ บั แดด และหนำ้ ตอ้ งกม้ ลงดิน

บทที่ ๙

เพชรอย่างดีมคี ่าราคายง่ิ ส่งให้ลงิ จะรู้ค่าราคาหรือ

ต่อผ้ดู ีมปี ัญญาจึงหารือ ให้เขาลอื เสียว่าชายนข้ี ายเพชร

คาศัพท์ หำรือ หมำยถึง ขอควำมเหน็ ปรึกษำ
ใหเ้ ขำลอื วำ่ ชำยน้ีขำยเพชร หมำยถึง ใหเ้ ขำลอื ว่ำตนเองมีปัญญำมำกพอท่ีจะอวดได้

ถอดความได้ว่า เพชรเป็นของที่มีค่ำมีรำคำ อยำ่ นำส่ิงท่มี คี ่ำไปให้แก่ผไู้ ม่รู้ค่ำยอ่ มไรป้ ระโยชน์ ฉะน้นั ควรไป
ปรึกษำหำรือกบั นกั ปรำชญห์ รือผรู้ ู้เท่ำน้นั เพอื่ ใหค้ นเขำร่ำลอื ว่ำ ตนเองมปี ัญญำรำวกบั มเี พชรมำกพอทจ่ี ะอวดได้

สุภาษิตท่ีเกย่ี วข้อง
ย่ืนแกว้ ใหว้ ำนร หมำยถึง เอำของมคี ่ำใหก้ บั ผูท้ ไี่ ม่รูค้ ณุ คำ่ ของของส่ิงน้นั
ลงิ ไดแ้ กว้ หมำยถึง ผูท้ ไ่ี ม่รู้คุณคำ่ ของสิ่งมคี ำ่ ท่ีไดม้ ำหรือที่มีอยู่ มคี วำมหมำยเดียวกบั คำวำ่ ไก่ไดพ้ ลอย

และ หัวลำ้ นไดห้ วี

บทท่ี ๑๐

ของส่ิงใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ใครใดเล่าจะไม่งามตามเสด็จ

จาไว้ทุกสิ่งจริงหรือเท็จ พริกไทยเมด็ นดิ เดยี วเดี๋ยวก็ร้อน

คาศัพท์ เจำ้ หมำยถึง พระเจำ้ แผน่ ดิน หรือผเู้ ป็นใหญ่

ถอดความได้ว่า ของสิ่งใดก็ตำมท่ีพระเจำ้ แผ่นดินเหน็ ว่ำเป็นส่ิงดีหรือส่ิงที่สวยงำม เรำก็ตอ้ งว่ำงำมตำมไปดว้ ย
ไมว่ ่ำจะจริงหรือไม่จริง เรำไมค่ วรไปคดั คำ้ นเพรำะท่ำนเป็นผมู้ อี ำนำจเดด็ ขำดอำจกริ้วได้

สุภาษิตทีเ่ ก่ยี วข้อง
เหน็ ดีเห็นงำม หมำยถงึ คดิ หรือรูส้ ึกคลอ้ ยตำม
ลกู ขนุ พลอยพยกั หมำยถึง ผทู้ ่ีคอยว่ำตำมหรือเหน็ ดว้ ยกบั ผใู้ หญเ่ ป็นเชิงประจบสอพลอเป็นต้น
น้ำท่วมปำก หมำยถงึ พดู ไม่ออกเพรำะอำจจะมภี ยั แกต่ นเองและผอู้ ื่น

บทท่ี ๑๑
เกดิ เป็ นคนเชิงดูให้รู้เท่า ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
อยากใช้เขาเราต้องก้มประนมกร ใครเลยห่อนจะว่าตัวเป็ นวัวมอ

คาศัพท์ ห่อน หมำยถงึ ไม่ ไมเ่ คย
มอ หมำยถงึ สีมวั ๆ อยำ่ งสีดำเจอื เทำ
ววั มอ หมำยถึง ววั ตวั ผู้
ใครเลยห่อนจะว่ำตวั เป็นววั มอ หมำยถึง ไม่มีใครว่ำตนเป็นววั ให้คนอื่นเขำใชง้ ำน

ถอดความได้ว่า เกิดเป็นคนตอ้ งรูเ้ ท่ำทนั ใจของตนเอง คอื ตอ้ งสอนใจตนเองหรือเตือนตนเองได้ และถำ้ จะขอ
ควำมช่วยเหลือจำกผูใ้ ด เรำตอ้ งออ่ นนอ้ มถ่อมตน เพรำะไม่มใี ครทจ่ี ะคดิ วำ่ ตนเป็นววั ใหค้ นอืน่ ใชง้ ำน

สุภาษติ สานวน ท่ีเกย่ี วข้อง จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง

บทท่ี ๑๒

เป็ นบ้าจนี้ ิยมชมว่าเอก คนโหยกเหยกรักษายากลาบากหมอ

อันยศศักด์ิมใิ ช่เหล้าเมาแต่พอ ถ้าเขายอเหมือนอย่างเกาให้เราคัน

คาศัพท์ บำ้ จ้ี หมำยถงึ บำ้ ยอ
โหยกเหยก หมำยถึง ไมอ่ ยกู่ บั ร่องรอย ไมแ่ น่นอน

ถอดความได้ว่า คนบำ้ ยอชอบให้คนเขำนิยมยกยอ่ งเปรียบเหมอื นคนไมอ่ ยกู่ บั ร่องกบั รอย ซ่ึงแกไ้ ขไดย้ ำก อนั
วำ่ ยศ หรือตำแหน่งน้นั มนั ไมใ่ ช่เหลำ้ จงเมำแตพ่ อควร อยำ่ ไปยดึ ตดิ หลงยศหลงตำแหน่ง คำป้อยอต่ำง ๆ น้นั ถำ้ เรำ
หลงเชื่ออำจทำใหเ้ รำเดอื ดรอ้ นได้

บทที่ ๑๓

บ้างโลดเล่นเต้นราทาเป็ นเจ้า เป็ นไรเขาไม่จับผิดคิดดขู ัน

ผมี นั หลอกช่างผีตามทมี นั คนเหมือนกันหลอกกันเองกลัวเกรงนัก

คาศัพท์ ทำเป็นเจำ้ หมำยถึง ทำทีวำ่ ถูกเจำ้ เขำ้ สิง

ถอดความได้ว่า บำงคนทำทวี ่ำถกู ผีเขำ้ สิง คอื พวกทรงเจำ้ เขำ้ ผี ทำไมไม่มใี ครจบั ดไู ปกน็ ่ำหวั เรำะถำ้ เป็นผีจริง
มนั หลอกกช็ ่ำงมนั เถิด แตน่ ่ีคนมำหลอกกนั เองมนั น่ำกลวั ท่ีสุด ฉะน้นั จึงควรแยกแยะใหด้ ี อยำ่ เชื่อในสิ่งท่ีตำไมเ่ ห็น

เพรำะทีเห็นน้นั อำจไมใ่ ช่ควำมจริงท้งั หมด

สุภาษติ สานวน ทเี่ ก่ียวข้อง ผหี ลอกกย็ งั พอทน แต่คนหลอกคนมนั ช้ำใจจนหลำยเทำ่ ดู "กำลำมสูตร"

บทท่ี ๑๔

สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม จะเรียนคมเรียนไปเถดิ อย่าเปิ ดฝัก

คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก ท่ไี หนหลักแหลมคาจงจาเอา

คาศัพท์ สำนวน คนสำมขำ หมำยถงึ คนแกท่ ถี่ อื ไมเ้ ทำ้
เรียนคม หมำยถงึ เรียนเพอื่ หำวิชำควำมรู้
อยำ่ เปิ ดฝัก หมำยถึง อยำ่ โออ้ วด

ถอดความได้ว่า จะสรำ้ งสิ่งใดให้สูงกอ็ ยำ่ สรำ้ งเกินกวำ่ ฐำนท่จี ะรบั น้ำหนกั ไวไ้ ด้ เพรำะจะทำใหล้ ม้ งำ่ ย (สอน
ให้รูจ้ กั ประมำณ ตน ไมใ่ หท้ ำอะไรเกินฐำนะของตนเอง) จะเรียนวชิ ำอะไรให้มสี ตปิ ัญญำเฉียบแหลมก็เรียนเถิด แต่

ให้เกบ็ ควำมรู้ไวใ้ ชเ้ มอื่ ถงึ เวลำอนั สมควร (สอนใหเ้ ป็นคนใฝ่รู้แต่อยำ่ อวดรู)้ คนแกม่ ปี ระสบกำรณม์ ำกเรำควรเชื่อ
ฟังคำทกั ทว้ ง (สอนใหเ้ ห็นควำมสำคญั ของผมู้ อี ำวโุ ส)

สุภาษิตท่เี กีย่ วข้อง คมในฝัก หมำยถงึ คนท่ีเขำฉลำดจริง ๆ เขำไม่โออ้ วด

บทที่ ๑๕
เดนิ ตามรอยผ้ใู หญ่หมาไม่กดั ไปพดู ขดั เขาทาไมขดั ใจเขา
ใครทาตึงแล้วหย่อนผ่อนลงเอา นกั เลงเก่าเขาไม่หาญพาลนักเลง

คาศัพท์ นกั เลงเกำ่ หมำยถึง ผูท้ ่เี ป็นนกั เลง

ถอดความได้ว่า ประพฤตติ นตำมแนวทำงที่ผูใ้ หญเ่ คยทำมำก่อนแลว้ ยอ่ มปลอดภยั ไม่ควรไปพดู ขดั คอคน
เพรำะจะทำใหเ้ ขำโกรธไม่พอใจ ใหร้ ูจ้ กั ผอ่ นหนกั ผอ่ นเบำ นกั เลงเก่ำเขำไมร่ ังแกหรือทำรำ้ ยนกั เลงดว้ ยกนั

สุภาษิตทเ่ี กีย่ วข้อง
เดินตำมผใู้ หญ่หมำไมก่ ดั หมำยถึง ประพฤติตำมอยำ่ งผใู้ หญ่ยอ่ มปลอดภัย
รู้ยำวรูส้ ้นั หมำยถงึ รูจ้ กั ผ่อนปรน รูจ้ กั ผอ่ นส้ันผอ่ นยำว

บทที่ ๑๖
เป็ นผ้หู ญงิ แม่หม้ายทไี่ ร้ผวั ชายมักย่วั ทาเลียบเทยี บข่มเหง
ไฟไหม้ยงั ไม่เหมือนคนท่จี นเอง ทาอวดเบ่งกับขื่อคาว่ากระไร

คาศัพท์ ทำเป็นเลยี บ หมำยถงึ พดู จำแทะโลม
คนทจี่ นเอง หมำยถงึ คนทที่ ำตวั ใหจ้ นเอง
ขื่อคำ หมำยถงึ เคร่ืองจองจำนกั โทษ ทำดว้ ยไม้ มีช่องสำหรบั สอดมือเทำ้ แลว้ มลี ิ่มตอกกำกบั กนั ขอื่

หลุด

ถอดความได้ว่า ผทู้ เ่ี ป็นหญิงหมำ้ ยมกั ถูกผชู้ ำยพดู จำแทะโลม เหมือนกบั ถูกข่มเหง คนท่จี นเพรำะถูกไฟไหม้ ยงั
น่ำสงสำร หรือดีกว่ำตนเองที่ทำตวั เองให้จน (จนเพรำะเล่นกำรพนนั ) และอยำ่ อวดเกง่ กบั ขอื่ คำท่ีเป็นเคร่ืองจองจำ
(อยำ่ แสดงอำนำจโออ้ วดทำส่ิงที่ทำ้ ทำยกบั บทลงโทษ)

สุภาษติ สานวน ทเี่ ก่ยี วข้อง เลน่ กบั คกุ กบั ตำรำง

บทท่ี ๑๗

อันเสาหินแปดศอกตอกเป็ นหลกั ไปมาผลักย่อยเข้าเสายงั ไหว

จงฟังหูไว้หูคอยดไู ป เช่ือนา้ ใจดกี ว่าอย่าเชื่อยุ

คาศัพท์ ฟังหูไวห้ ู หมำยถึง รบั ฟังไวแ้ ต่ไมเ่ ชื่อท้งั หมด
เช่ือน้ำใจดีกวำ่ อยำ่ เชื่อยุ หมำยถึง เป็นคนหนกั แน่นไม่ฟังคำยแุ หย่

ถอดความได้ว่า แมจ้ ะมนั่ คงดงั เสำหินใหญส่ ูงแปดศอก แต่เมือ่ ถกู ผลกั บอ่ ย ๆ เขำ้ เสำน้นั ก็อำจคลอนแคลน
ได้ เปรียบเหมอื นใจคนยอ่ มอ่อนไหวไปตำมคำพูด ของผูอ้ นื่ ได้ ฉะน้นั จงึ ควรฟังหูไวห้ ู และคิดใหร้ อบคอบกอ่ นท่ี
จะเชื่อใคร (สอนใหม้ ใี จคอหนกั แน่นไม่หลงเชื่อยยุ งโดยง่ำย ให้รูจ้ กั ไตร่ตรองใหด้ เี สียกอ่ นทจี่ ะคลอ้ ยตำมคำพดู ของ
ผอู้ ่ืน)

สุภาษิตทเี่ กย่ี วข้อง ฟังหูไวห้ ู หมำยถึง รบั ฟงั ไวแ้ ต่ไม่เช่ือท้งั หมด

บทท่ี ๑๘

หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้ มนั ชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ

ท่ีปิ ดทชี่ ิดไขให้ทะลุ คนจกั ษเุ หล่หลวิ่ ไพล่พลวิ้ พลกิ

คาศัพท์ ไพลพ่ ล้ิวพลกิ หมำยถึง ใหร้ ูจ้ กั หลกี เลย่ี ง พูดตรงทำใหเ้ สียน้ำใจ
หลวิ่ หมำยถึง เด่ียว หน่ึง

ถอดความได้ว่า เมื่อเวลำจะใชใ้ ครใหร้ ูจ้ กั พูดจำโดยใชถ้ อ้ ยคำทีอ่ อ่ นหวำน ซ่ึงใคร ๆ กช็ อบ ไม่ควรใชค้ ำดุดำ่ วำ่
กล่ำว ส่ิงใดท่ีปลอ่ ยปละละเลย หรือฟ่ ุมเฟือยก็ตอ้ งเขม้ งวดกวดขนั หรือประหยดั ถถ่ี ว้ นข้ึนสิ่งใดท่ีเขม้ งวดตระหน่ีถี่
เหนียวจนเกินไป จะตอ้ งแกไ้ ขทำใหส้ ะดวก หรือคลอ่ งตวั ข้ึน และจงประพฤตติ นตำมทค่ี นส่วนใหญ่เขำประพฤติ
กนั

สุภาษิตท่ีเกี่ยวข้อง น้ำรอ้ นปลำเป็นน้ำเยน็ ปลำตำย

บทที่ ๑๙
เอาปลาหมอเป็ นครูดปู ลาหมอ บนบกหนออุตส่าห์เสือกกระเดือกกระดิก
เขาย่อมว่าฆ่าควายเสียดายพริก รักหยอกหยิกยับท้งั ตวั อย่ากลัวเล็บ

คาศัพท์ เอำปลำหมอเป็นครูดปู ลำหมอ หมำยถึง มคี วำมอดทนตอ่ ควำมยำกลำบำก

ถอดความได้ว่า จงดูปลำหมอไวเ้ ป็นครูสอนใจเรำ แมป้ ลำหมอจะถูกปล่อยไวบ้ นบก มนั ก็ยงั กระเสือกกระสน
เพื่อจะเอำชีวิตรอด ฉะน้นั คนเรำจึงไม่ควรพ่ำยแพแ้ กอ่ ปุ สรรค ตอ้ งดิน้ รนขวนขวำยตอ่ สูช้ ีวติ ตอ่ ไป

สุภาษิตทีเ่ กีย่ วข้อง
ฆ่ำควำยเสียดำยพริก หมำยถงึ ทำกำรใหญไ่ มค่ วรตระหน่ี
ปลำหมอแตกเหงือก หมำยถึง กระเสือกกระสนดิน้ รน

บทท่ี ๒๐
มิใช่เนื้อเอาเป็ นเนือ้ กเ็ หลือปลา้ แต่หนามคาเข้าสักนิดกรีดยงั เจ็บ
อันโลภลาภบาปหนาตณั หาเยบ็ เมียรู้เก็บผัวรู้กาพาจาเริญ

คาศัพท์ เน้ือ (ในท่ีน้ี) หมำยถงึ เน้ือคู่
ตณั หำ หมำยถงึ ควำมทะยำนอยำก ควำมใคร่ในกำม

ถอดความได้ว่า คนเรำถำ้ ไมใ่ ช่เน้ือคู่กนั อยไู่ ปกเ็ ปล่ำประโยชน์อำจจะมีเรื่องรำวกนั ไมผ่ ิดอะไรกบั ถกู หนำมตำ
เขำ้ นิดเดียวกเ็ กิดอำกำรเจบ็ ปวด ควำมโลภเป็นบำปทำใหเ้ กิดควำมอยำก สำมภี รรยำคู่ใดถำ้ ภรรยำรูจ้ กั ออมรูจ้ กั เก็บ
สำมีรูจ้ กั ทำมำหำกินก็จะทำให้มีชีวิตทีส่ มบูรณ์

สุภาษติ ท่เี ก่ียวข้อง ผวั หำบเมยี คอน ชำยหำบหญิงคอน

บทที่ ๒๑
ถึงรู้จริงจาไว้อย่าไขรู้ เต็มท่คี รู่เดียวเท่าน้นั เขาสรรเสริญ
ไม่ควรกา้ เกินหน้าก็อย่าเกิน อย่าเพลดิ เพลินคนชังนักคนรักน้อย

คาศัพท์ ก้ำเกิน หมำยถงึ ล่วงเกิน เกินเลย
ก้ำเกินหนำ้ หมำยถึง เดน่ กวำ่ คนอน่ื ดีกวำ่ คนอ่ืน

ถอดความได้ว่า แมว้ ่ำเรำจะรู้จริง เรำกไ็ ม่ตอ้ งอวดวำ่ เรำรู้ เด๋ียวเขำก็จะสรรเสริญเอง ไมค่ วรทำอะไรเกินหนำ้
เกินตำคนอ่นื เพรำะคนเกลยี ดเรำมีมำกกวำ่ คนรกั เรำ

สุภาษิตที่เกี่ยวข้อง เกินหนำ้ เกินตำ , คนรักเท่ำผืนหนงั คนชงั เท่ำผืนเสื่อ , คนชงั มีนกั คนรักมีนอ้ ย

บทที่ ๒๒

วาสนาไม่ค่เู คยี งเถียงเขายาก ถึงมีปากมเี สียเปล่าเหมือนเต่าหอย

ผเี รือนตัวไม่ดีผีอ่นื พลอย พดู พล่อย ๆ ไม่ดปี ากขรี้ ิ้ว

คาศัพท์ ผเี รือน หมำยถงึ ผที ี่อยปู่ ระจำเรือน
พูดพลอ่ ย ๆ หมำยถึง อำกำรท่ีพูดงำ่ ย ๆ โดยไมต่ ริตรอง
ปำกข้รี ิ้ว หมำยถึง คำพดู ท่ไี ม่สุภำพ

ถอดความได้ว่า ถำ้ ไมม่ ยี ศถำบรรดำศกั ด์ิเสมอเขำ ไปโตเ้ ถยี งกบั เขำกไ็ มม่ ปี ระโยชนเ์ พรำะไมม่ ีใครเช่อื คนใน
บำ้ นนนั่ แหละเป็นใจช่วยใหค้ นนอกบำ้ นเขำ้ มำทำควำมเสียหำย กำรพดู พล่อย ๆ โดยไม่คดิ เป็นส่ิงที่ไมค่ วรทำ

สุภาษิตที่เกย่ี วข้อง ผบี ำ้ นไม่ดีผีป่ ำกพ็ ลอย , ปลำหมอตำยเพรำะปำก

บทที่ ๒๓
แต่ไม้ไผ่อันหนง่ึ ตนั อนั หนึ่งแขวะ สีแหยะแหยะตอกตะบันเป็ นควันฉิว
ช้างถบี อย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว แรงหรือหิวชั่งใจดจู ะสู้ช้าง

คาศัพท์ แขวะ หมำยถึง เอำของมคี มแขวะควำ้ นให้กวำ้ ง
แหยะแหยะ หมำยถงึ ชำ้ ๆ
ตะบนั หมำยถึง ทมิ่ หรือแทง หรือกดลงไป
แรง หมำยถงึ มีกำลงั
หิว หมำยถงึ ออ่ นแรง หมดแรง

ถอดความได้ว่า แมไ้ มไ้ ผ่อนั หน่ึงตนั กบั อกี อนั หน่ึงผำ่ คร่ึงออก เม่ือนำมำสีกนั เบำ ๆ อำจเกิดควนั ได้ ฉะน้นั จง
อยำ่ ไดป้ ระมำทกำรกระทำทดี่ ูเหมอื นจะไม่เป็นพิษเป็นภยั ชำ้ งเป็นสตั วท์ ม่ี ีพลงั เม่ือมนั ถีบเรำรับรองว่ำกระเดน็
แน่นอน ฉะน้ันหำกจะสูก้ บั ชำ้ งก็ควรประเมินกำลงั ของเรำเสียกอ่ นว่ำอยใู่ นภำวะใด มกี ำลงั หรือออ่ นแรง จะเตรียมสู้
หรือหนี ดูให้เหมำะแก่สถำนกำรณ์

สุภาษติ ทเี่ กยี่ วข้อง ไมซ้ ีกงดั ไมซ้ ุง

บทท่ี ๒๔
ล้องูเห่าก็ได้ใจกล้ากล้า แต่ว่าอย่ายกั เยือ้ งเข้าเบื้องหาง
ต้องว่องไวในทานองคล่องท่าทาง ตบหัวผางเดยี วม้วนจงึ ควรล้อ

คาศัพท์ ยกั เยอื้ ง หมำยถงึ เลยี่ งไป ไม่ตรงไปตรงมำ

ถอดความได้ว่า กำรลอ้ เลน่ กบั งเู ห่ำซ่ึงเป็นสตั วท์ ่ีมอี นั ตรำยมำก ทำไดแ้ ตต่ อ้ งเป็นคนใจกลำ้ แต่อยำ่ ไปเขำ้ ขำ้ ง
หำง เพรำะอำจเกิดอนั ตรำยได้ และตอ้ งทำดว้ ยควำมวอ่ งไวอยำ่ งเด็ดขำดทนั ที จงึ จะไมต่ กอยใู่ นฐำนะทเ่ี พล่ยี งพล้ำ

สุภาษติ ท่ีเกีย่ วข้อง จบั งขู ำ้ งหำง คอื ทำส่ิงทเ่ี สี่ยงต่ออนั ตรำย

บทที่ ๒๕

ถึงเพื่อนฝูงทชี่ อบพอขอกันได้ ถ้าแม้ให้ทุกคนกลวั คนขอ

พ่อแม่เลยี้ งปิ ดปกเป็ นกกกอ จนแล้วหนอเหมือนเปรตด้วยเหตุจน

คาศัพท์ ปิ ดปกเป็นกกกอ หมำยถึง โอบอมุ้ ทะนุถนอมไว้
เปรต หมำยถึง อมนุษยจ์ ำพวกหน่ึง

ถอดความได้ว่า กำรจะขออะไรกบั เพอ่ื นฝูงท่ชี อบพอกนั กส็ ำมำรถขอกนั ได้ แต่จะให้ทุกคนทีข่ อคงไม่ได้ พอ่
แม่เล้ียงดู ทะนุถนอมมำเป็นอยำ่ งดี ถำ้ หำกเป็นคนจนกจ็ ะเหมือนเปรตทเี่ ทย่ี วขอส่วนบุญ

สุภาษติ ท่ีเกยี่ วข้อง เปรตขอส่วนบุญ , ตนเป็นที่พ่ึงของตน . พ่ึงลำแขง้ ตวั เอง

บทท่ี ๒๖
ถงึ บุญมไี ม่ประกอบชอบไม่ได้ ต้องอาศัยคดิ ดีจึงมีผล
บญุ หาไม่แล้วอย่าได้ทะนงตน ปุถชุ นรักกับชังไม่ยั่งยืน

คาศัพท์ ปุถุชน หมำยถึง สำมญั ชน คนท่ียงั มีกิเลส

ถอดความได้ว่า ถงึ มีบญุ วำสนำ ไม่ทำกำรงำนใด ๆ กไ็ ม่ดี ตอ้ งเป็นผทู้ ่ีคดิ ดี ทำดีบุญจึงส่งผล เม่อื หมดบุญลง
แลว้ อยำ่ ทะนงตนวำ่ เป็นผมู้ ีบุญบำรมี ขอใหค้ นเรำคดิ วำ่ ควำมรักควำมชงั น้นั เป็นส่ิงที่ไมจ่ ีรังยง่ั ยนื เท่ำกำรทำควำมดี

สุภาษิตท่เี กี่ยวข้อง ทำดีไดด้ ี


Click to View FlipBook Version