The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chattima Sunkhunthod, 2020-11-05 09:45:18

มัลลิกา

มัลลิกา

สารบญั

 ประวัตนิ างมัลลิกา.……………….1
 คุณธรรมที่ควรถือเปน็ แบบอยา่ ง…....5

3

1

ประวัติ

พระนางมัลลิกามีบทบาทสาคัญในทางพระพุทธศาสนามีอยู่ 2 คน คน
หนึง่ เปน็ ธิดานายมาลาการ (ชา่ งทาดอกไม้) ในเมืองสาวัตถี ต่อมาได้เป็นมเหสีของ
พระเจา้ ปเสนทิโกศล พระนางมลั ลิกาอีกคนหนึ่งเป็นธิดาของมัลลกกษัตริย์องค์หน่ึง
ในเมืองกุสินารา ภายหลังได้สมรสกับพันธุลเสนาบดี ซึ่งพระนางมัลลิกาท่ีได้ศึกษา
ในที่น้ี หมายถึง พระนางผู้เปน็ ภรรยาของพันธลุ เสนาบดี

พันธุระเสนาบดีนั้น เป็นโอรสของพระเจ้ามัลละในเมืองกุสินารา เป็น
ศิษย์ศึกษาศิลปวิทยาในสานักเดียวกันกับปเสนทิกุมารแห่งแคว้นโกศล เมื่อจบ
ศลิ ปวิทยากลับไปยังกสุ ินารานคร ได้แสดงศิลปวิทยาท่ีได้ฝึกฝนอบรมมาแห่งสานัก
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ให้เหล่ามัลลกกษัตริย์ชมแต่ถูกเจ้ามัลละบางพวกแกล้ง ทาให้
การแสดงนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ด้วยความนอ้ ยใจจึงหนไี ปพึ่งพระบรมโพธิสมภารของป
เสนทิกุมาร ซึ่งขณะนั้นได้ครองราชย์สมบัติเป็นพระเจ้าปเสนทอโกศล แล้วพระ
เจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงสถาปนาพันธุละในตาแหน่เสนาบดี พันธุลเสนาบดีก็ได้รับ
ราชการสนองพระเดชพระครุ พระเจา้ ปเสนทโิ กศลดว้ ยความซ่อื สตั ย์สจุ รติ

https://supansanetpim.wixsite.com/education/blank-9

2

สาหรับพันธุลเสนาบดีผู้นี้ได้ทาการสมรสกับเจ้าหญิงมัลลิกา พระธิดาของกษัตริย์
มัลละภายหลังแต่งงานแล้วเป็นเวลานาน พระนางมัลลิกาก็ยังไม่มีบุตรไว้สืบ
ตระกูล จนสามีคิดว่าพระนางเป็นหมัน จึงส่งพระนางกลับตระกูลของตน (ตาม
ความเช่ือของชาวชมพูทวีปสมัยนั้นถือว่าสตรีที่ไม่สามารถให้กาเนิดบุตรสืบสกุล
ให้สามีเป็นคนอาภัพ จะต้องถูกส่งตัวกลับยังตระกูลเดิมของตนทันที) พระนาง
มลั ลิการสู้ ึกเสียใจมาก แต่ก็สู้อดกล้ันไว้ คดิ วา่ ก่อนจะกลบั ไปเมืองกุสินาราบา้ นเกิด
ของตนจะไปถวายบังคมพระพุทธเจ้าก่อน จึงไปถวายบังคมพระพุทธองค์ท่ีพระเช
ตวนั

พระพุทธองค์ตรัสถามว่า “เธอจะไปไหน” พระนางกราบทูลว่า “ ดิฉัน
จะกลับไปยังเมืองมาตุภูมิ เพราะไม่สามารถให้กาเนิดบุตรแก่สามีได้ จึงถูกส่งตัว
กลับ พระพุทธเจ้าตรัสวา่ “ ถ้าเธอจะกลบั เพราะเหตนุ ้ี ไม่ตอ้ งกลบั ก็ได้”

พระนางมัลลิกาคิดว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รอบรู้การณ์ไกล ย่อมจะ
ทรงทราบอะไรลว่ งหน้าได้แจม่ ชดั เหน็ ทีเราคงจักมีบุตรแนๆ่ พระองคจ์ ึงตรัสอย่าง
น้ี พระนางรู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น จึงเดินทางกลับบ้านทันที เม่ือสามีถามสาเหตุของ
การกลับมา พระนางจึงแจ้งพระดารัสของพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พันธุระ
เสนาบดผี ู้เป็นสามีเมอ่ื ทราบแล้วกป็ ตี ิยนิ ดีเปน็ อยา่ งยิ่ง

อยู่มาไม่นานพระนางจึงแพ้ท้องอยากลงอาบและดื่มน้าในสระโบกขรณี
อันเป็นสระนา้ มงคล และเป็นทหี่ วงแหนของพระเจ้าลิจฉวเี มืองไพศาลี สระน้ีได้รับ
การอาลักขาอย่างแข็งแรงขึงตาข่ายไว้โดยรอบ แม้นกก็ไม่สามารถบินผ่านเข้าไป
ได้ พนั ธรุ ะเสนาบดีอุ้มภรยิ าขึ้นรถถือธนคู ่ชู ีพ ขบั ออกไปจากเมือง มุ่งหน้าเข้าไปยัง
เมอื งไพศาลี

เมื่อพันธุระเสนาบดีเข้าไปยังเมืองไพศาลีแล้ว ก็มุ่งตรงไปยังสระ
โบกขรณี ถือแส้หวายหวดเหล่าทหารผู้อารักขาสระน้าจนแตกกระจาย ตัดตาข่าย
โลหะให้ภริยาลงอบน้า ด่ืมน้าแล้วอุ้มข้ึนรถห้อตะบึงกลับ พวกเจ้าลิจฉวีเม่ือทราบ
ว่ามีผู้บุกรุกสระน้าศักดิ์ศิทธิ์ของตน จึงพากันออกติดตาม ขณะนั้นมหาลิ สหาย
ร่วมสานักของพันธุลเสนาบดี ซึ่งบัดนี้ตาบอดสองข้าง และเป็นอาจารย์ของลิจฉวี
ราชกุมารทั้งหลาย ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าและล้อรถว่ิงผ่านไป รู้ทันทีว่าเป็น พัธูล
เสนาบดีผู้เกรียงไกร จึงร้องห้ามพวกลิจฉวีไม่ให้ตามไปเพราะจะเป็นอันตรายแก่
ชวี ิต แต่พวกเจา้ ลิจฉวไี มเ่ ช่ือฟัง

https://supansanetpim.wixsite.com/education/blank-9

3

พันธุลเสนาบดีบอกภริยาว่า ถ้ารถม้าท่ีตามมาปรากฏเป็นแนวเดียวกันเมื่อใดให้
บอกทันที เมื่อพระนางมลั ลกิ าได้บอกว่ารถได้เรียงแถวเป็นแนวเดียวกันหมดแล้ว
พันธุลเสนาบดีได้โก่งคันศรปล่อยธนูไปด้วยความแรงลูกธนูออกจากแล่งด้วย
ความเร็วเจาะเกาะทะลุหัวใจของมัลลกษัตริย์ 500 คนพร้อมกันล้มลงส้ินชีวิต
หมด

ต่อมาพระนางมัลลิกาก็ได้คลอดบุตรชายฝาแฝดสิบหกคร้ัง คร้ังละ 2
คน มีบุตรรวม 32คน บุตรท้ังหมดเจริญเติบโตเต็มวัยแล้ว ก็ได้เรียนศิลปวิทยา
สาเร็จกันทุกคน แต่ละคนก็มีบุรุษบริวารจานวนพันคน อยู่มาวันหน่ึงท่านพันธุล
เสนาบดีได้ทราบว่าพวกอามาตย์ผู้วินิจฉัยคดี วินิจฉัยคดีด้วยความไม่ซ่ือสัตย์
สุจริต จึงวินิจฉัยคดีเสียเอง โดยให้ความยุติธรรมแก่เจ้าทุกข์ ทาให้ประชาชนแซ่
ซ้องสาธุการกันมาก เรื่องรู้ไปถงึ พระกรรณของพระเจ้าปเสนทิโกศล พระองค์จึง
มอบหน้าที่วินิจฉัยคดีแก่พันธุลเสนาบดีอีกตาแหนง่ หนงึ่ พวกตุลาการที่หลุดจาก
ตาแหน่ง จึงหาทางยุยงพระราชาว่าพันธุลเสนาบดีกาลังคิดก่อการกบฏ แรกๆ
พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ไม่ทรงเช่ือ แต่เม่ือมีผู้เพ็ดทูลเช่นน้ันบ่อยเข้า ก็ทรง
คลางแคลงพระทัย จึงหาอุบายให้พนั ธลุ เสนาบดีไปปราบโจรท่ีชายแดน และทรง
ส่งทหารไปดกั ฆา่ พันธุลเสนาบดพี ร้อมบุตรชาย 32 คน จนสนิ้ ชีวติ ท้งั หมด

https://supansanetpim.wixsite.com/education/blank-9

4

วันที่พันธุลเสนาบดีและบุตรชายทั้งหมดถูกฆ่า พระนางมัลลิกาได้
นิมนต์พระอัครสาวกทั้งสอง คือ พระสาลีบุตรและพระโมคคัลลานะ พร้อม
ภิกษุ 500 รูป ไปฉันภัตตาหารท่ีบ้าน เช้าวันน้ัน มีคนนาจดหมายมาแจ้ง
ว่าสามีและบุตรของพระนางถูกโจรฆ่าตายทั้งหมดส้ิน เม่ือพระนางทราบ
เรอ่ื งแล้วกท็ รงพยายามหักห้ามความเศร้าโศกไว้ เหน็บจดหมายไวท้ ่ีชายพก
ยังคงถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เหมือนไม่มีอะไรเกิดข้ึน ขณะนั้นสาวใช้
ถือถาดเนยใสเข้ามา ทาถาดตกแตกต่อหน้าพระสารีบุตรเถระ พระสารีบุตร
กล่าวสอนว่า “ ของที่จะต้องแตกเป็นธรรมดา ก็แตกไปแล้วไม่ควรคิดอะไร
มาก”

พระนางมัลลิกาจึงนาจดหมายออกจากชายพกเรียนต่อพระเถระ
วา่ “ ดฉิ ันไดข้ ่าววา่ สามแี ละบุตรชายท้ัง 32 คนตายเสียแล้ว เมื่อเชา้ น้ียังไม่
คดิ อะไร เพียงแค่ถาดเนยใสแตก จะคิดอะไรเล่า” พรสารีบุตรเถระได้เทศนา
สอนให้นางมัลลิกาเข้าใจชีวิตด้วยคาถาส้ันๆว่า “ ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายใน
โลกน้ี ไม่มีนิมิตหมาย ตายที่ไหน เมื่อใด ด้วยอาการอย่างไร สั้นนัก เป็นอยู่
ลาบากและประกอบด้วยความทุกข์”

พระนางมัลลิกาเรียกสะใภ้ท้ัง 32 คนมาให้โอวาทว่า สามีของ
พวกเธอไม่มีความผิด แต่ได้รับผลกรรมที่ทาไว้แต่ปางก่อน พวกเธออย่าได้
เศร้าโศกไปเลย และอย่าผูกอาฆาตพยาบาทผู้ท่ีเป็นต้นเหตุให้สามีของพวก
เธอตาย

จาบุรุษ ผู้สอดแนม ท่ีพระเจ้าปเสนทิโกศลส่งมาสอดแนม ได้นา
ข้อความท่ีพระนางมัลลิกาสอนแก่สะใภ้ไปกราบทูลให้พระเจ้าปเสนทิโกศล
ทรงทราบ พระองค์ทรงสลดพระราชหฤทัยท่ีหลงเช่ือคนผิด ทาให้พันธุล
เสนาบดีผู้ซ่ือสัตย์พร้อมบุตรต้องเสียชีวิต และทรงซาบซ้ึงในน้าใจอันดีงาม
ของพระยางมัลลิกา จึงเสด็จไปทรงปลอบใจพระนางถึงที่พัก ทรงขอโทษท่ี
ทรงเป็นต้นเหตุให้สามีและบุตรของพระนางเสียชีวิต และพระราชทานพระ
บรมราชานุญาติให้พระนางมัลลิกาและสะใภ้ทั้ง 32 คน กลับไปกุสินารา
นครตามเดมิ

https://supansanetpim.wixsite.com/education/blank-9

คณุ ธรรมทค่ี วรถือเปน็ แบบอย่าง 5

 เปน็ สาวิกาท่ดี ขี องพระพทุ ธเจา้ ขอ้ น้ีเห็นไดช้ ดั จากกรณีทพี ระนางถกู สาม
ส่งกลับบ้านเกิด เพราะไม่สามารถให้กาเนิดบุตรได้ ก็คิดถึงพระพุทธเจ้าก่อนอ่ืน
คือคิดจะไปถวายบังคมพระพุทธองค์ก่อนจะทาอย่างอื่น นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า
คนเราน้ันต้องม่ันคงในพระรัตนตรัย ก่อนจะทาอะไรก็ได้ “นึกถึงพระ” ก่อน
แล้วโอกาสจะทาผดิ พลาดย่อมมีน้อยหรือไม่มีเลย

 เขา้ ใจโลกและชีวติ พระนางมคี วามเขา้ ใจธรรมดาของโลกและชวี ิตเปน็
อย่างดี คือ เข้าใจว่าทุกอย่าต้องเปล่ียนแปลงไปตามกฎธรรมชาติ เมื่อเข้าใจ
เชน่ นย้ี ่อมมจี ิตปลอ่ ยวา่ ง ไมด่ ใี จเกินไปเมือ่ ไดส้ ขุ ไมเ่ สยี ใจเกนิ ไปเม่ือไดท้ ุกข์
 เป็นผู้มคี วามอดทนจากตัวอยา่ งขา้ งตน้ แสดงวา่ พระนางมขี ันติธรรมสูงยิ่ง
เสมือนหนึ่งว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น สู้อดกลั้นความเสียใจ ยังคงปฎิบัติหน้าที่คือการ
เลีย้ งภัตตาหารแดพ่ ระสงฆต์ ามปกติ

 เปน็ ผูม้ ใี จกวา้ ง มเี มตตากรณุ าสงู ย่งิ สามีและบุตรถูกฆา่ ตายทงั้ ทไ่ี มม่ ี
ความผิด พระนางแม้จะมีความเสียใจ เสียดาย แต่ก็ทาใจได้ ไม่ผูกอาฆาต
พยาบาทผู้ท่ีเป็นต้นเหตุให้พวกเขาตาย และยังสอนสะใภ้ทั้ง 32 คนไม่ให้ผูก
อาฆาตด้วย ให้ถือว่าเป็นผลกรรมของแต่ละคนที่ทามา นับว่าเป็นผู้มีเมตตา
กรณุ าแท้จรงิ น้อยคนจะทาไดอ้ ย่างนี้

 เป็นภรรยาทีด่ แี มถ้ กู สามีสง่ กลบั มาตุภมู ิเพราะหาว่าเป็นหมัน พระนางก็
ยนิ ดีปฎบิ ัติตาม ท้ังๆ ท่กี ารที่สามภี รรยาแต่งงานกนั แล้วไม่มีบุตรนนั้ ยังไม่แน่ว่า
เปน็ ความบกพร่องของใคร อาจจะเปน็ ความบกพรอ่ งของสามีก็ได้ แต่พระนางก็
ยอมรบั วา่ ตนบกพรอ่ งนับวา่ เปน็ ภรรยาท่ีดตี ามคตขิ องชาวชมพูทวปี สมัยโบราณ
ปจั จบุ ันคณุ สมบัตขิ ้อน้ี ถงึ แมเ้ ราจะไมไ่ ดน้ ามาใช้ท้ังหมด แต่ก็สามารถปรับใช้ใน
ประเด็นที่ว่า เม่ือเกิดปัญหาอะไรขน้ึ ในครอบครัว ภรรยา หรือสามี ก็ไม่ควรโทษ
อีกฝ่ายหน่ึงแต่อย่างเดียว ควรหันมาพิจารณาตนเองด้วยว่าตนเองก็อาจมี
ข้อบกพรอ่ งอะไรที่ควรปรบั ปรุงบ้าง

https://supansanetpim.wixsite.com/education/blank-9




Click to View FlipBook Version