คำนำ
คู่มือนิเทศภายในโรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) ฉบับน้ี ได้จัดทาข้ึนเพ่ือเป็นการดาเนินการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) โดยให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ
เปา้ หมายที่โรงเรยี นกาหนดไว้ ไดแ้ ก่ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น การดาเนินงานประกันคุณภาพ
การศึกษา และการดาเนินงานตามจุดเน้นเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนกิจกรรมการนิเทศภายในมีความสาคัญใน
การพฒั นาการจดั การศกึ ษา ดังนั้นโรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) จึงได้ดาเนินการนิเทศภายในมาอย่าง
ต่อเน่ือง เพื่อพัฒนาครูผู้สอนให้เป็นบุคคลท่ีศักยภาพในการจัดการศึกษาเป็นเคร่ืองมือท่ีสาคัญของฝ่ายบริหารใน
การจัดการด้านวิซาการ อีกทั้งเป็นการติดตามตรวจสอบการดาเนินงานด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาของโรงเรยี นใหด้ ียง่ิ ข้ึน
โรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนนิเทศภายในของโรงเรียน จะเป็น
แนวทาง ในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) และ
พัฒนาการดาเนนิ งานทุกด้านของโรงเรยี นอนั จะส่งผลตอ่ ความสาเรจ็ ตามเป้าหมายของโรงเรียนทุกด้านท่ีกาหนดไว้
โรงเรยี นวดั ไทยาวาส(นิลดาพิทยานสุ รณ)์
สว่ นที่ 1
บทนำ
ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั
กระทรวงศึกษาธิการดาเนินภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี(พ.ศ. 2561-2580)
ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ท้ังในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของ
คนไทยทุกช่วงวัยและนโยบายเร่งด่วน เรื่องการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่21 โดยคาดหวังว่าผู้เรียนทุกช่วงวัยจะ
ได้รับการพัฒนาในทุกมิติ เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพและมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สู่ความ
มั่นคงมงั่ ค่งั และย่งั ยนื สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครปฐม เขต 2 กาหนดภารกิจในการส่งเสริมและ
สนบั สนนุ ใหป้ ระชากรวยั เรยี นทุกคนไดร้ บั การศึกษาอย่างท่ัวถึง อย่างมีคุณภาพ มีทักษะวิซาการ ทักษะชีวิตทักษะ
วิชาชีพและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถปฏิบัติงานได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ดังน้ันการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงเป็นภารกิจหนึ่งท่ีมีความสา คัญใน
การพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษาใหส้ ัมฤทธ์ิ ผลเสริมสร้างใหผ้ เู้ รียนเป็นพลเมอื งดีและมีคณุ ภาพของประเทศ
การนิเทศภายในของโรงเรียนเป็นวิธีการสาคัญอย่างหนึ่งในการบริหารการศึกษาท่ีมีผลต่อการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนให้สูงข้ึน การนิเทศภายในมีกาหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกัน
คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา พ.ศ. 2561 ซ่งึ กาหนดการกากับ ตดิ ตาม การจัดการศึกษาของผู้บริหารไว้อย่าง ชัดเจน
ดังนั้นการนิเทศภายในของโรงเรยี นจงึ มีความสาคัญและจาเป็นอยา่ งย่ิงตอ่ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาให้บรรลุตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ อีกท้ังการพัฒนาคุณภาพภายในโรงเรียนนั้น ประเด็นสาคัญอยู่ท่ี
การพัฒนาให้ตรงกับสภาพความต้องการ และการแก้ปัญหาท่ีเป็นปัญหาท่ีแท้จริงของโรงเรียนนั้น ๆ ดังนั้น
การกาหนดจุดที่ต้องพัฒนา หรือการแก้ปัญหาต้องเกิดจากความร่วมมือของบุคลากรในโรงเรียนซึ่งเป็นผู้ที่อยู่กับ
ปัญหา หรือมองภาพการพัฒนาท่ีต้องการให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง การกาหนดกระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการพัฒนาจึงต้องเร่ิมต้ังแต่การวิเคราะห์สภาพความต้องการ สภาพปัญหา กาหนดเป้าหมายการพัฒนา
กาหนดวิธีการพัฒนาและร่วมกันสรุปถึงผลท่ีเกิด เพ่ือนาไปวางแผนพัฒนางานต่อไป การทางานจึงต้องอาศัยผู้นา
หรือทีมผู้นาในโรงเรียนที่เป็นที่ยอมรับของบุคลากรในโรงเรียน ให้เป็นผู้นาในการพัฒนางาน และต้องการมี
การดาเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง จงึ จะเหน็ ผลสาเร็จตามเป้าหมาย
โรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) ตระหนักถึงความสาคัญของการขับเคล่ือนห้องเรียนคุณภาพที่
จาเป็นตอ้ งส่งเสริมสนับสนุน ให้ดาเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน่ืองจากการมีห้องเรียนคุณภาพส่งผลโดยตรง
ต่อคุณภาพนักเรียน ดังน้ันโรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์) จึงจัดทาคู่มือการนิทศโดยใช้เกณฑ์ห้องเรียน
คุณภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษาในโรงเรียนให้สูงขึ้น หวังเป็นอย่างย่ิงว่า
คู่มือการนิเทศภายในโดยใช้เกณฑ์ห้องเรียนคุณภาพนี้ จะช่วยให้การดาเนินงานพัฒนาระบบการนิเทศภายในของ
โรงเรียนใหม้ คี วามเขม้ แขง็ และบรรลุตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือพัฒนาการบริหารจัดการนิเทศภายในโรงเรียนมีความเป็นระบบและเข้มแข็งบรรลุตามนโยบาย
สพฐ. และสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2
2. เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารและการจัดการศึกษาของโรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ์)
ให้บรรลุตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละมาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐาน
3. เพือ่ ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นให้สงู ข้นึ
หลักกำรนเิ ทศภำยในโรงเรียน
หลกั การนเิ ทศการศกึ ษา เปน็ กระบวนการทางานรว่ มกนั ของบุคลากร ในสถานศึกษามีเปา้ หมายหลกั เพ่ือ
พฒั นาผู้เรยี น โดยมีแนวทางในการนเิ ทศ ดงั นี้
1. เป็นการดาเนินการอยา่ งเป็นระบบและต่อเนื่องตามขั้นตอนในบรรยากาศ ที่เปน็ กนั เอง
2. มีการตกลงร่วมกนั ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนเิ ทศ
3. มีความเข้าใจอนั ดตี ่อกันโดยมจี ุดหมายที่แนน่ อนสอดคล้องกับ ความต้องการของผูร้ บั การนิเทศ
4. มีการแก้ไขปัญหาอยา่ งมีเหตผุ ลรว่ มกนั เพอื่ ใหบ้ รรลถุ งึ จุดม่งุ หมายท่ตี ้องการ
ขอบขำ่ ยของกำรนิเทศภำยในโรงเรยี น
การจดั การศกึ ษาในระบบโรงเรยี นมภี าระงานหลักอยู่ 2 งาน คอื
1. งานจดั การเรียนการสอนทม่ี งุ่ เนน้ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของผู้เรยี น เป็นหน้าที่หลักของฝา่ ย
วิชาการการนเิ ทศจะเนน้ การนเิ ทศการสอน การพัฒนา การจัดการเรียนการสอนของครู
2. งานสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน เป็นงานของฝ่ายอื่นๆ ที่มีหน้าที่ ให้การสนับสนุนการจัด
การศึกษาภายในโรงเรียนเพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุด เช่น ฝ่าย ธุรการ ฝ่ายอาคารสถานท่ี ฝ่ายกิจการนักเรียน
เป็นต้น การนิเทศของฝ่ายต่างๆ ดังกล่าวจะเน้นการนิเทศงานการท่ีโรงเรียนจะประสบความสาเร็จในการจัด
การศึกษาจะตอ้ งมีท้งั การนเิ ทศการสอน เพื่อพัฒนาครแู ละการนิเทศงานเพ่ือพัฒนาบคุ ลากรในสว่ นงาน อื่นๆ ดว้ ย
แนวทำงกำรนเิ ทศภำยในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียนมีเทคนิควิธีการนิเทศหลากหลายรูปแบบ ผู้นิเทศสามารถนาไปปรับใช้ได้ตาม
ความเหมาะสม ดังนี้
เทคนิคกำรนเิ ทศแบบโคช้ (Coaching)
โค้ช (Coaching หมายถึง การชี้แนะ มีลักษณะเป็นกระบวนการ ประกอบด้วยวิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ
ท่วี างแผนไวอ้ ย่างดี ดาเนนิ การตามขัน้ ตอน จนกระทั่งบรรลเุ ปา้ หมาย
การนิทศแบบโค้ช เป็นวิธีการพัฒนาสมรรถภาพการทางานของครู โดยเน้นไปท่ีการทางานให้ได้ตาม
เป้าหมายของงานหรอื การช่วยให้สามารถนาความรู้ ความเข้าใจทม่ี อี ย่แู ละหรือได้รับการอบรมมาไปสู่การปฏิบัติได้
อย่างมีประสิทธิภาพ การโค้ช มีลักษณะเป็นการบวนการมีเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง 3 ประการ คือ
การแก้ปัญหาในการทางาน การพัฒนาความรู้ ทักษะหรือความสามารถในการทางาน และการประยุกต์ใช้ทักษะ
หรือความรู้ในการทางาน ที่ต้ังอยู่บนหลักการของ การเรียนรู้ร่วมกัน (Co-construction) โดยยึดหลักว่าไม่มีใครรู้
มากกว่าใครจึงต้อง เรียนไปพร้อมกันเพ่ือให้ค้นพบวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง สานักทดสอบทางการศึกษา
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาชั้นพ้นื ฐาน (2553 : 2-7)
หลักกำรของกำรชีแ้ นะมี 8 ประกำร
1. การสรา้ งความสัมพนั ธแ์ ละความไว้วางใจ
การชแี้ นะเป็นเรื่องของปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างผูช้ ี้แนะกบั ผูเ้ ขา้ รับ การฝกึ รายบุคคลหรือกลุ่ม ความเชื่อถือและ
ความไว้วางใจของผู้เข้ารับการฝึกท่ีมีต่อผู้ชี้แนะมีส่วนสาคัญที่ทาให้การดาเนินการชี้แนะเป็นไปอย่างราบร่ืนและมี
ประสทิ ธิภาพ
2. การเสรมิ พลงั อานาจ
การชแ้ี นะเปน็ กระบวนการท่ชี ว่ ยให้ผเู้ ขา้ รับการฝึกไดค้ ้นพบพลัง หรือวิธีการทางานของตนเอง เป็นวิธีการ
ท่ีทาให้เกดิ ความยั่งยืน ผเู้ ข้ารับการฝกึ สามารถพ่ึงพาความสามารถของตนเองไดเ้ ปา้ หมายของการช้ีแนะคือ ทาให้ผู้
เข้ารบั การฝึกสามารถพัฒนาการเรยี นการสอนได้ด้วยตนเอง
3. การทางานอย่างเปน็ ระบบ
การทางานอย่างเป็นระบบ มีข้ันตอนของกระบวนการอย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกได้จัดระบบการ
คดิ การทางานสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนางานได้ ดียิง่ ขึน้
4. การพัฒนาอย่างตอ่ เน่ือง
การชี้แนะเพอ่ื ให้เกดิ การเรียนรู้ และพัฒนาการเรียนการสอนได้ใช้ เวลานานในการทาความเข้าใจและฝึก
ปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ผลตามเป้าหมายการดาเนินการ ช้ีแนะยังคงดาเนินการคู่ขนานไปกับการจัดการเรียนการสอนจึงเป็น
งานท่ีคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป
5. การมเี ป้าหมายและจุดเนน้ ร่วมกนั
ในการพัฒนาบุคลากรผู้เข้ารับการฝึกให้สามารถจัดการเรียน การสอนได้นั้นพี่เล้ียงจาเป็นต้องตกลง
ร่วมกนั วางแผนวางเปา้ หมายยอ่ ยๆ เพือ่ ไปสจู่ ดุ หมายน้ัน
6. การชแี้ นะในบรบิ ทโรงเรยี น
การปฏบิ ัติการชแี้ นะมีวตั ถุประสงค์ เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึก สามารถนาความรู้ทักษะการสอนที่มีอยู่ไป
ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอนและ การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ เปน็ การชว่ ยใหผ้ ู้รบั การฝกึ เกดิ การเข้าใจความรู้ในเชิงลึก
มากขึ้น
7. การชแ้ี นะทีน่ าไปใช้ไดจ้ รงิ
การช้ีแนะในเน้ือหาที่เป็นรูปธรรมมีลักษณะเป็นพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้ ปฏิบัติได้จริงช่วยให้ผู้ฝึก
สามารถปรับปรุงหรือพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน การช้ีแนะในแต่ละคร้ังจึงเน้น
ไปทกี่ ารนาความร้หู รือทักษะไปใชไ้ ดจ้ รงิ
8. การทบทวนและสะทอ้ นผลการทางาน
การสะท้อนผลการทางาน เป็นวิธกี ารที่ช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกได้คิด ทบทวนการทางานที่ผ่านมา สรุปเป็น
แนวปฏิบัตใิ นการจดั การเรียนการสอนครัง้ ตอ่ ไปการชี้แนะจึงใช้การสะท้อนผลการทางานน้ีเป็นเครื่องมือสาคัญใน
การเรยี นรู้ จนไดอ้ ีกช่ือหนึ่งว่า "การชี้แนะแบบมองย้อนสะท้อนผลการทางาน" การชี้แนะช่วย ให้บุคคลได้สะท้อน
ความสามารถของตนเพื่อหาจุดที่ต้องการความช่วยเหลือเป็น การช่วยเหลือรายบุคคลในการนาความรู้ไปใช้ใน
การทางานและพัฒนาความสามารถ ของตนไม่ใช่การสอนส่ิงใหม่ พ้ืนฐานของการขี้แนะอยู่บนพ้ืนฐานของความรู้
หรือทักษะที่มีอยู่แล้วการนิเทศโดยผู้บริหาร (Administrative Monitoring)การนิเทศโดยผู้บริหาร เป็นการนิเทศ
โดยผู้บริหารโรงเรียนโดยตรง ที่มุ่งช่วยครูให้มีการปรับปรุงการเรียนการสอน เป็นเทคนิควิธีการนิเทศ ภายใน
โรงเรยี น ทดี่ าเนนิ การโดยผูบ้ รหิ ารหรอื ผชู้ ่วย ผู้บริหารมกี ารปฏบิ ัติ ดังนี้
1. การเขา้ สงั เกตการสอนในชั้นเรียนในเวลา สน้ั ๆ (20-30 นาท)ี ซง่ึ ควรนดั หมายกนั ก่อน
2. มีการจดบันทกึ พฤตกิ รรมอย่างย่อ ๆ ในประเด็นหรือเรอ่ื งทีส่ าคญั ทไ่ี ดต้ กลงกันไว้
3. มีการให้ขอ้ มูลยอ้ นกลับจากการสงั เกตการสอนแต่ละคร้ัง เพ่ือใหม้ ี การปรับปรงุ หรอื พฒั นาใหด้ ียิ่งขนึ้
การนิเทศโดยผู้บริหารมุ่งเน้นการช่วยเหลือแนะนา เพ่ือพัฒนาการเรียนการสอนโดยตรงนั้น ทั้ง ผู้บริหาร
และครูควรมศี ักยภาพ มปี ระสบการณ์ในการสอนมาพอสมควร เนอื่ งจากผู้บรหิ ารไม่สามารถทาการสังเกตการสอน
และร่วมประชุม ปรึกษาหารือกับครูได้บ่อยคร้ัง ดังน้ันจึงควรใช้การนิเทศดังกล่าวน้ี ร่วมกับการนิเทศ การสอน
แบบอ่ืน ๆ (วัชรา เล่าเรยี นดี 2552 : 105-106) กระบวนการนิเทศโดยผู้บรหิ ารมี ดังนี้
1. ประชมุ วางแผน สงั เกตการณส์ อน กาหนดเรอื่ ง ประเด็นที่จะสงั เกต วิธีการสังเกต
2. สังเกตการสอน หรือการปฏิบัติงานตามที่วางแผนไว้ควรใช้การสังเกต เชิงคุณภาพในแบบต่าง ๆ
จะเหมาะสมกว่าวิธีสังเกตเชิงปริมาณ เช่น สังเกตบันทึก ตามประเด็นคาถามที่น่าสนใจ หรือสังเกตบันทึกแบบย่อ
หรือแบบผสมผสานระหว่าง วิธีการสงั เกตเชิงปรมิ าณและเชิงคุณภาพ
3. การให้ข้อมลู ยอ้ นกลับเก่ียวกับการสงั เกต และทบทวนประเด็นท่ีสังเกต การสอนคร้ังต่อไป
4. ในกรณีเก่ยี วกับการดาเนินการนิเทศ ควรมีการประเมินผลการนิเทศ ท้ังตัวผู้นิเทศ ผู้รับการนิเทศ และ
ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ กับผู้เรยี น เผยแพรผ่ ลสาเร็จของการนิเทศให้ครูอื่นๆ ได้ทราบ เพื่อเป็นการจูงใจให้ปรับปรุงและพัฒนา
ตนเองอยา่ ง ตอ่ เนอื่ งต่อไป
การนิเทศแบบคลินกิ (Clinical Supervision)
การนิเทศแบบคลนิ กิ หมายถึง กระบวนการสาหรับการสังเกตการสอนในช้ันเรียน ที่มีการดาเนินกาอย่าง
มีระบบ เพอ่ื ปรบั ปรุงประสทิ ธิภาพการจัดการเรยี นการสอนของครู โดยครูและผู้นิเทศจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดใน
การวางแผ่นการสอน การสังเกตการสอน และการประเมินการจัดการเรียนการสอนเพื่อ หาทางปรับปรุงแก้ไข
รว่ มกันและขณะเดยี วกันก็ส่งเสริมให้ครูสามารถนิเทศตนเองได้ในท่ีสุด และในการดาเนินงานนั้นครูและผู้นิเทศจะ
ร่วมกนั สรา้ งความสัมพันธ์ ความเช่ือมัน่ ความจรงิ ใจ และความไวว้ างใจซ่งึ กันและกนั
นอกจากนี้การนิเทศแบบ คลินิก ยังมีลักษณะเป็นประชาธิปไตยและเป็นการนิเทศท่ียึดครูเป็นศูนย์กลาง
แต่ ขณะเดียวกันก็จะประสานผลประโยชน์ของครูและสถานศึกษาเข้าด้วยกัน ซึ่งหมายความว่าขณะที่การนิเทศ
มุ่งจะพัฒนาวิชาชีพของครูเป็นรายบุคคลนั้น การนิเทศจะสอดคล้องกับเป้าหมายและความต้องการของ
สถานศกึ ษาด้วย
การนิเทศแบบคลินิก เป็นการให้ข้อมูลป้อนกลับที่มีความเด่นชัด เฉพาะเจาะจง อย่างทันทีเกี่ยวกับ
พฤติกรรมในการสอนต่อตัวครูเปรียบเสมือนกับ การท่ีผู้นิเทศถือกระจกอยู่หลังห้องเรียน ซ่ึงช่วยทาให้ครูได้เห็น
ภาพว่าเขาทาอะไรบ้างในขณะที่สอน พฤติกรรมของครูท่ีได้กระทาในช้ันเรียน ผู้นิเทศใช้เทคนิคการประชุม
ปรึกษาหารอื และข้อมูลหลกั ฐานที่ได้จากการสังเกตการสอน เพือ่ ท่จี ะระบุลงไปวา่ พฤตกิ รรมในการสอนนั้นมีความ
คลาดเคลื่อนเปน็ อยา่ งไร ซึ่งเป็นการช่วยใหค้ รไู ดน้ าไปพัฒนาการจดั การสอนของตนเอง
การนิเทศแบบกลั ยาณมิตร
กัลยาณมิตร มีความหมายดังนี้ กัลยาณมิตร มิได้หมายถึงเพ่ือนที่ดีอย่างในทางสามัญเท่านั้น แต่หมายถึง
บุคคลผู้เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่จะส่ังสอน แนะนา ช้ีแจง ชักจูง ช่วยบอกช่องทาง หรือเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่น
ดาเนินไปในมรรคา แห่งการฝกึ ฝนอบรมอย่างถกู ต้อง (พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ. ปยุตโต) (2552: 623)
การนิเทศแบบกัลยาณมิตร หมายถึง การแนะนาช้ีแนะแนวทางที่ถูกต้องและ ช่วยเหลือเก้ือกูลครู
เปรยี บเสมอื นเพ่ือนที่ดี มีความเป็นมิตร สร้างสมั พันธอ์ นั ดีต่อกัน ยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน ในการร่วมกันทางาน
ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและคณะครู เพื่อมุ่งหวังความสาเร็จในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ
ยงิ่ ขนึ้ ลกั ษณะของกัลยาณมติ รยังสอดคลอ้ งกบั ลักษณะของผูบ้ ริหาร/ครูท่ีทาหน้าที่ในการให้คาปรึกษา ดังนี้
1. มีบคุ ลิกภาพทีอ่ บอุ่นและเป็นมิตร
2. มลี ักษณะนา่ ไว้วางใจ น่าเคารพ น่าเชื่อถือและรกั ษาความลบั ได้
3. มคี วามสนใจในการช่วยเหลือผู้อืน่ มคี ณุ ธรรม เมตตาธรรมและ เสยี สละ
4. รูจ้ กั พดู เพอ่ื ให้ผูร้ ับคาปรึกษารับปัญหาท่ีแท้จริง
5. รจู้ กั ฟังและฟงั เป็น จับประเดน็ ไดก้ ระจา่ งชดั มีความอดทนต่อการรบั ฟงั
6. สามารถอธบิ าย คล่ีคลายปมประเด็นต่าง ๆ ใหช้ ดั เจนและเข้าใจไดง้ า่ ย
7. สามารถที่จะช่วยให้ผู้รับคาปรึกษารับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง โดยผู้ให้คาปรึกษาจะไม่
ตดั สินใจแทน
8. มสี ุขภาพจติ ดี มีอารมณ์มน่ั คง
สว่ นที่ 2
แบบบนั ทกึ ผลการประเมินห้องเรียนคุณภาพ
ชอ่ื ผูร้ ับการประเมิน.................................................................................ชัน้ .............................
วันท่รี บั การประเมนิ .......................................................................ภาคเรียนท.่ี ....../2564
ผ้ปู ระเมนิ ................................................................................................................... ...............
โรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ)์ สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครปฐม เขต 2
รำยกำรประเมนิ คะแนนเตม็ คะแนนท่ไี ด้
ด้ำนกำยภำพ(30 คะแนน) 30
1. ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยและความสะอาดของห้องเรยี น 5
1) การจัดโต๊ะ - เก้าอ้ี ของนกั เรียนมีความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย และอยใู่ นสภาพ 15
แขง็ แรงและปลอดภยั และเหมาะสมกบั วยั ของผู้เรยี น
2) โตะ๊ - เก้าอี้ ของนักเรียนสะอาด เรยี บร้อยไมม่ รี อยขูด ขดี เขยี น
3) โต๊ะ - เก้าอ้ี ของครูจัดเป็นระเบยี บและสะอาด
4) การจดั เก็บวสั ดุ อปุ กรณ์ ของใชป้ ระจาห้องเรียนไว้ในตู้/ชัน้ วางของ/บริเวณท่ี
สาหรบั จดั เก็บอยา่ งเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย สะอาดและสวยงาม
5) บรเิ วณภายใน-และบรเิ วณรอบหอ้ งเรียนมคี วามสะอาดและปลอดภัย
2. บรรยำกำศที่เอ้ือต่อกำรเรยี นรู้
1) มปี ้ายชอ่ื ชน้ั เรียน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
2) มีปา้ ยชอ่ื ครูประจาชน้ั (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
3) มปี า้ ยแสดงสถติ กิ ารมาเรียนของนักเรยี น
4) มปี ้ายสมาชิกเพอ่ื นร่วมชั้นเรียน
5) มีสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์จัดวางอยา่ งถูกต้อง
6) มีตารางสอน/ตารางเรียนทเี่ ปน็ ปัจจุบัน
7) มปี ้ายแสดงขอ้ ตกลงของหอ้ งเรียน
8) มมี มุ แสดงผลงานของนักเรยี นที่สอดคล้องกับหน่วยการเรยี นรู้ท่เี ป็นปจั จุบนั
9) มีมุมส่งเสรมิ การอ่าน
10) มมี มุ สาหรบั วาง/แขวนแก้วน้า แปรงสีฟันของนกั เรยี นทกุ คน
11) มปี า้ ยนเิ ทศท่ีเชือ่ มโยงกบั เหตุการณ/์ การเรยี นรทู้ เ่ี ปน็ ปัจจุบัน
รำยกำรประเมิน คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด้
12) มสี ือ่ /อุปกรณ์การเรียนรู้ทีส่ อดคลอ้ งกบั หนว่ ยหรอื แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ีเปน็ 10
ปจั จบุ ัน 40
13) มีสอ่ื /อุปกรณ์ ICT ท่ีพรอ้ มใชง้ าน 10
14) มีแสงสวา่ งเพียงพอ
3. บคุ ลิกภำพและกำรปฏบิ ตั ิตนของครู 20
1) ครูแตง่ กายสภุ าพ สะอาด และเหมาะสมอยเู่ สมอ
2) ครูรักเดก็ ใช้ภาษาสภุ าพ และเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีตลอดเวลา
3) ครูย้มิ แย้มแจม่ ใส และมีความสขุ กับการสอนอย่เู สมอ
4) ครูมคี วามตรงเวลา และรับผดิ ชอบงานในหน้าท่ี
5) ครูปฏบิ ัติตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
6) การอทุ ิศเวลาในการปฏิบัตงิ าน
ด้ำนคุณภำพครู
1. การบรหิ ารจัดการชนั้ เรยี น
1) มีขอ้ มูลนกั เรียนเป็นรายบุคคลท่คี รอบคลุมดา้ นความรู้ ความสามารถ จุดเด่น
จุดดอ้ ยของนกั เรยี น
2) มีเอกสารประจาชั้น/ประจาวชิ าท่ีสอนครบถว้ น และเป็นปจั จบุ นั
3) มีการช่วยเหลอื ผเู้ รียนรายบุคคล โดยให้คาแนะนา คาปรกึ ษา และแก้ไขปัญหา
ของผู้เรยี นอยา่ งเปน็ ระบบ
4) มีการส่งเสริมวินัยเชงิ บวกในช้นั เรยี นอย่างต่อเนอื่ ง
5) มกี ารประสานความรว่ มมอื กับผู้เก่ียวขอ้ งในการดูแลช่วยเหลือผูเ้ รยี นท้งั ด้าน
การเรยี นและคุณภาพชีวติ
6) มีการรายงานผลการพฒั นาผู้เรียนเปน็ รายบุคคลใหผ้ ู้ปกครองทราบ
2. กำรจัดกำรเรยี นกำรสอน (กลุ่มสำระกำรเรยี นรทู้ ร่ี ับกำรประเมนิ )
1) มีการวิเคราะห์หลักสตู รสถานศกึ ษาและกลุ่มสาระการเรยี นรู้ท่ีรับการประเมนิ
2) มีการจัดทาหน่วยการเรียนรูต้ ลอดท้งั ปีทีค่ รอบคลมุ ตัวชว้ี ัดรายปีและ
สอดคล้องกบั โครงสรา้ งของหลกั สูตรสถานศกึ ษา
รำยกำรประเมนิ คะแนนเตม็ คะแนนทีไ่ ด้
3) มกี ารจดั ทาหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่เี ชือ่ มโยงกับบริบทและชมุ ชนของโรงเรยี นและ 10
นาสกู่ ารจัดการเรยี นรู้อย่างเป็นรปู ธรรมชดั เจน
4) มกี ารออกแบบและการจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ทส่ี อดคล้องกับหน่วย
การเรียนรตู้ ลอดปี
5) มีการออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูท้ ่ีสง่ เสริมใหน้ ักเรยี นเรยี นรู้จากการลงมือ
ปฏบิ ตั ิจรงิ อย่างมีความหมาย มกี ารรว่ มมือระหว่างผู้เรยี นดว้ ยกัน มีกระบวนการ
และกจิ กรรมทจี่ ะทาให้ผเู้ รยี นเกิดความกระตอื รอื ร้นในการจะทากิจกรรมตา่ งๆ
มากขนึ้ และหลากหลาย ไมว่ า่ จะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยการพดู
การเขียนการอภิปราย (Active Learning: AL)
6) มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
7) มีการผลติ และใชส้ ่อื การเรียนรู้อย่างเหมาะสมกบั กิจกรรมการเรียนรู้
3. กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้
1) มเี กณฑ์ในการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกบั ระเบยี บวัดและประเมนิ ผลของ
โรงเรยี นในกลมุ่ สาระการเรียนรทู้ ่สี อน
2) ใชว้ ิธีการวดั และประเมนิ ผลและเคร่อื งมือที่เหมาะสมสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์
การเรียนรู้
3) มกี ารบันทึกผลการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นทกุ ครงั้ ท่จี ัดการเรียนรู้
4) มกี ารแจ้งผลการประเมินแก่ผเู้ รียนได้นาไปใช้ในการพัฒนา
5) มกี ารนากระบวนการวิจัยในชัน้ เรียน มาใช้ในการพฒั นานกั เรยี น
รำยกำรประเมนิ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้
ด้านคุณภาพผู้เรียน 30
1. ผลสัมฤทธข์ิ องผเู้ รยี น (กล่มุ สาระการเรยี นรู้ท่รี บั การประเมนิ ) 30
5
1) นกั เรียนอ่านออก/อ่านเปน็ เขยี นได้-เขียนเป็นตามระดับช้ัน 5
2) นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนเป็นตามเกณฑ์ของสถานศกึ ษา 5
3) นักเรียนมีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณตามระดับชัน้ 5
4) นักเรียนมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยเี พือ่ การเรยี นรู้อยา่ งเหมาะสมตาม
ระดบั ชัน้
รำยกำรประเมิน คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด้
5) นักเรยี นปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎ ระเบยี บของห้องเรียน/โรงเรยี น 5
6) นกั เรียนทางานทไี่ ดร้ ับมอบหมายจนสาเรจ็ เรยี บร้อยทกุ คร้ัง 5
สรปุ ผลกำรประเมนิ คณุ ภำพหอ้ งเรียน (100 คะแนน)
1. ด้านกายภาพ (30 คะแนน) คะแนนที่ได้...........................คะแนน
2. ดา้ นคณุ ภาพครู (40 คะแนน) คะแนนที่ได.้ ..........................คะแนน
3. ดา้ นคุณภาพนกั เรยี น (30 คะแนน) คะแนนทไ่ี ด.้ ..........................คะแนน
รวมคะแนน...........................คะแนน
คุณภำพห้องเรยี น ดีเย่ียม ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
เกณฑ์พจิ ารณาระดับคุณภาพห้องเรียน คณุ ภาพห้องเรยี น ระดับ ดเี ยยี่ ม
คะแนน 80 คะแนนข้ึนไป คุณภาพห้องเรยี น ระดบั ดีมาก
คะแนน 70 - 79 คะแนน คุณภาพห้องเรยี น ระดบั ดี
คะแนน 60 - 69 คะแนน คณุ ภาพห้องเรียน ระดับ พอใช้
คะแนน 50 - 59 คะแนน คณุ ภาพห้องเรียน ระดับ ปรับปรงุ
คะแนนตา่ กวา่ 50 คะแนน
ลงชอ่ื ....................................................ผ้อู านวยการโรงเรยี น
(นางวิราวรรณ ทวพี รไพบลู ย์)
ลงชอ่ื ....................................................กรรมการ
(นางสาวนภาพร ธนาวร)
ลงชือ่ ....................................................กรรมการ/เลขานุการ
(นางสาวดวงกมล เหล็งบารงุ )
คำอธบิ ำยเกณฑ์กำรประเมนิ แบบเย่ยี มชั้นเรยี น
ดำ้ นกำยภำพ (30 คะแนน)
รำยกำรประเมนิ รำยกำรพิจำรณำ
1. ควำมสะอำด 1) การจดั โต๊ะ - เกา้ อีข้ องนักเรียนเปน็ ระเบยี บ เรียบรอ้ ย มีสภาพแขง็ แรง
เรยี บรอ้ ยของ ปลอดภยั และเหมาะสม กับวัยของผู้เรียน
หอ้ งเรียน 2) โตะ๊ - เก้าอี้ของนักเรยี นสะอาด เรียบรอ้ ยไม่มี รอยขูด ขีด เขียน
(5 คะแนน) 3) โตะ๊ - เกา้ อ้ีของครูจดั เป็นระเบียบและสะอาด
4) การจัดเกบ็ วัสดุอปุ กรณ์ของใชป้ ระจาห้องเรียน ไวใ้ นตู/้ ชั้นวางของ/ บริเวณทส่ี าหรับ
จดั เกบ็ อย่างเป็น ระเบยี บเรยี บร้อย สะอาด และสวยงาม
5) ภายในห้องเรียนสะอาดและปลอดภยั ไมม่ ีเสียง รบกวนจากภายนอก
เกณฑ์กำรพิจำรณำระดับคณุ ภำพ
คำอธิบำยระดบั คณุ ภำพ คะแนน
ปฏิบตั ติ ามรายการพิจารณาได้ 5 รายการ 10
ปฏบิ ัตติ ามรายการพิจารณาได้ 4 รายการ 8
ปฏบิ ตั ิตามรายการพิจารณาได้ 3 รายการ 6
ปฏบิ ัติตามรายการพิจารณาได้ 2 รายการ 4
ปฏบิ ตั ติ ามรายการพิจารณาได้ 1 รายการ 2
วิธีกำรเกบ็ ขอ้ มูลและแหล่งข้อมูล
วธิ กี ำรเก็บข้อมูลและแหล่งข้อมูล แหล่งข้อมลู
สงั เกต/ตรวจสอบสภาพภายใน และบริเวณ รอบห้องเรยี น - สภาพภายในหอ้ งเรยี น
- สภาพบริเวณรอบหอ้ งเรียน
ดำ้ นกำยภำพ (ตอ่ )
รำยกำรประเมิน รำยกำรพจิ ำรณำ
2. บรรยำกำศที่เอื้อ 1) มีป้ายชอ่ื ช้ันเรยี น (ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ)
ตอ่ กำรเรยี นรู้ 2) มชี ่อื ครูประจาชนั้ และนักเรียนในชัน้ เรยี น พรอ้ มภาพถ่าย
(15 คะแนน) 3) มปี า้ ยแสดงสถิตกิ ารมาเรียนของนักเรยี น
4) มีสัญลักษณ์ของชาติศาสนา และ พระมหากษัตริยจ์ ัดวางอยา่ งถกู ต้อง
5) มตี ารางเรียนทเี่ ปน็ ปัจจุบัน
6) มีปา้ ยแสดงขอ้ ตกลงของห้องเรียน
7) มมี มุ แสดงผลงานของนักเรยี นที่สอดคล้อง กบั หนว่ ยการเรียนรทู้ เ่ี ป็นปัจจุบนั
8) มปี ้ายนิเทศทเี่ ชื่อมโยงกบั เหตุการณ/์ การเรยี นรู้ ของผู้เรียนท่ีเป็นปจั จุบัน
9) มมี ุมประสบการณส์ าหรบั นกั เรยี นระดับปฐมวยั
10) มมี ุมสง่ เสรมิ การอา่ น/มุมวชิ าการ สาหรบั นกั เรยี นระดับประถมศกึ ษา
11) มีมุมสาหรับวาง/แขวนแก้วน้า แปรงสีฟัน ของนักเรียนทกุ คน
12) มสี ือ่ /อุปกรณ์CT ทพ่ี ร้อมใช้งาน
13) ห้องเรียนมีแสงสว่างเพยี งพอ
เกณฑ์กำรพิจำรณำระดับคณุ ภำพ
คำอธิบำยระดับคณุ ภำพ คะแนน
ปฏิบัตติ ามรายการพจิ ารณาได้ 13 รายการ 15
ปฏิบัติตามรายการพิจารณาได้ 11-12 รายการ 14
ปฏิบัตติ ามรายการพิจารณาได้ 9-10 รายการ 13
ปฏบิ ัตติ ามรายการพิจารณาได้ 7-8 รายการ 12
ปฏบิ ตั ิตามรายการพจิ ารณาได้ 5-6 รายการ 11
ปฏิบตั ิตามรายการพจิ ารณาได้นอ้ ยกวา่ 5 รายการ 0
วธิ ีกำรเกบ็ ขอ้ มลู และแหล่งข้อมูล
วิธีกำรเก็บขอ้ มูลและแหล่งข้อมลู แหล่งข้อมูล
1.สังเกต/สารวจสภาพเชิงประจักษ์ - สภาพจรงิ ทปี่ รากฏในห้องเรียน
2.ตรวจสอบเอกสารหน่วย - แผนการจดั การเรียนรู้ - หน่วยการเรียนรู้
- แผนการจัดการเรยี นรู้
** หมายเหตุ สาหรบั ครทู ีไ่ มใ่ ชค่ รูประจาชนั้ ประเมินจากการมสี ่วนรว่ มในการจดั บรรยากาศทเ่ี อื้อตอ่
การเรียนรู้จากห้องเรยี นหรอื สถานท่ีสาหรบั ใช้สอน
รำยกำรประเมนิ รำยกำรพิจำรณำ
3. บุคลกิ ภำพและ 1) ครแู ต่งกายสภุ าพเหมาะสม
กำรปฏบิ ตั ติ นของ 2) ครูวางตนเหมาะสมกบั ความเป็นครู เชน่ ใชภ้ าษา สภุ าพ และเป็นแบบอย่างทดี่ ี
ครู 3) ครูไม่แสดงพฤติกรรมให้นักเรยี นเกิดความกลัว ทัง้ นอกและในหอ้ งเรียน
(10 คะแนน) 4) ครูตรงเวลาและรบั ผดิ ชอบงานในหนา้ ที่ เช่น ใสใจนกั เรยี นและการสอน
5) ครปู ฏิบตั ติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6) ครอู ุทิศเวลาในการปฏิบัติงาน เชน่ สอนทบทวน/ สอนซ่อมเสรมิ นอกเวลา
เกณฑ์กำรพจิ ำรณำระดบั คณุ ภำพ คะแนน
คำอธิบำยระดับคุณภำพ 10
8
ปฏบิ ัตติ ามรายการพิจารณาได้ 6 รายการ 6
ปฏิบตั ิตามรายการพิจารณาได้ 5 รายการ 4
ปฏิบตั ติ ามรายการพิจารณาได้ 4 รายการ 2
ปฏบิ ตั ติ ามรายการพิจารณาได้ 3 รายการ
ปฏิบตั ิตามรายการพจิ ารณาได้ 1-2 รายการ
วธิ ีกำรเก็บขอ้ มูลและแหล่งข้อมลู
วธิ กี ำรเก็บขอ้ มลู และแหล่งข้อมลู แหลง่ ข้อมลู
1. การสงั เกตพฤติกรรม - ครูผูถ้ กู ประเมิน
2. พูดคุยชักถามจากเพ่ือนรว่ มงานและ นักเรยี น - นักเรียนและบุคลากร ในโรงเรียน
- ผู้ปกครองนักเรยี น
ดำ้ นคณุ ภำพครู (40 คะแนน)
รำยกำรประเมิน รำยกำรพจิ ำรณำ
1. กำรบรหิ ำรจัดกำร 1) มีข้อมูลนกั เรียนเป็นรายบุคคลที่ครอบคลุมด้าน ความรู้ความสามารถจุดเดน่ จุดดอ้ ย
ชน้ั เรียน (10 คะแนน) ของนักเรียน
2) มเี อกสารประจาช้นั /ประจาวชิ าทส่ี อนครบถ้วน และเปน็ ปจั จบุ นั
3) มกี ารชว่ ยเหลือผเู้ รยี นรายบคุ คลโดยให้คาแนะนา คาปรึกษา และแก้ไขปัญหาของ
ผเู้ รยี นอย่างเป็นระบบ
4) มกี ารสง่ เสริมวนิ ัยเชิงบวกในชน้ั เรยี นอยา่ งตอ่ เนื่อง เช่น การทาเวรประจาวนั
การดแู ลความสะอาด บรเิ วณในโรงเรยี น
5) มีการประสานความร่วมมือกับผเู้ กยี่ วข้องใน การดูแลช่วยเหลือผเู้ รยี นทั้งดา้ น
การเรียนและคุณภาพชีวิต
6) มกี ารรายงานผลการพัฒนาผ้เู รียนเปน็ รายบคุ คล ให้ผปู้ กครองทราบ
เกณฑ์กำรพิจำรณำระดบั คุณภำพ คะแนน
คำอธบิ ำยระดบั คุณภำพ 10
8
ปฏบิ ัตติ ามรายการพิจารณาได้ 6 รายการ 6
ปฏิบตั ิตามรายการพจิ ารณาได้ 5 รายการ 4
ปฏิบตั ิตามรายการพิจารณาได้ 4 รายการ 2
ปฏบิ ัติตามรายการพจิ ารณาได้ 3 รายการ
ปฏิบตั ติ ามรายการพิจารณาได้ 1-2 รายการ
วธิ กี ำรเก็บข้อมูลและแหล่งข้อมลู แหล่งข้อมลู
- เอกสาร หลักฐานตามสภาพ จรงิ
วธิ ีกำรเก็บขอ้ มูลและแหล่งข้อมูล - ครผู ้ถู กู ประเมิน/
1. สารวจ ตรวจสอบการปฏิบตั จิ ากรอ่ งรอย เอกสารหลักฐานตาม - นักเรียน/ ผู้เก่ียวขอ้ ง
สภาพจริง
2. สมั ภาษณ์ครผู ถู้ กู ประเมนิ /นักเรียน/ ผู้เก่ียวข้อง
รำยกำรประเมนิ รำยกำรพิจำรณำ
2. กำรจัดกำรเรยี น 1 มกี ารวิเคราะห์หลกั สตู รสถานศึกษาและกลุ่มสาระ ท่รี ับผิดชอบในการสอน
กำรสอน 2) มีการจัดทาหนว่ ยการเรียนรู้ตลอดทั้งปีที่ครอบคลุมตัวชีว้ ดั รายปี และสอดคล้องกับ
(20 คะแนน) โครงสร้างของหลักสตู รสถานศึกษา
3) มกี ารจัดทาหนว่ ยการเรียนรทู้ เ่ี ชือ่ มโยง กับบริบทของโรงเรยี นและชุมชนและนาสู่
การจัดการเรียนรู้อยา่ งชัดเจนเปน็ รูปธรรม
4) มีการออกแบบและการจัดทาแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งกับหนว่ ยการเรยี นรู้
ตลอดปี
5) มีการออกแบบกจิ กรรมการเรียนร้ทู ีส่ ง่ เสริมให้นกั เรยี นเรยี นร้จู ากการลงมือปฏบิ ัติ
จรงิ อย่างมีความหมาย มีการร่วมมอื ระหว่างผเู้ รียนดว้ ยกนั มกี ระบวนการและกจิ กรรม
ท่ีจะทาให้ผู้เรียนเกดิ ความกระตอื รือร้นในการจะทากจิ กรรมต่างๆ มากขนึ้ และ
หลากหลาย ไมว่ ่าจะเป็นการแลกเปลยี่ นประสบการณ์ โดยการพูด การเขียน
การอภิปราย (Active Learning:AL)
6) มกี ารจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
7 มีการผลติ และใชส้ ือ่ การเรียนร้อู ย่างเหมาะสมกับกจิ กรรมการเรียนรู้
เกณฑก์ ำรพิจำรณำระดับคุณภำพ คะแนน
คำอธิบำยระดบั คุณภำพ 10
8
ปฏบิ ัตติ ามรายการพจิ ารณาได้ 6 รายการ 6
ปฏิบัติตามรายการพิจารณาได้ 5 รายการ 4
ปฏบิ ัติตามรายการพจิ ารณาได้ 4 รายการ 2
ปฏิบัติตามรายการพิจารณาได้ 3 รายการ
ปฏิบัตติ ามรายการพจิ ารณาได้ 1-2 รายการ แหลง่ ข้อมูล
- ครูผ้ถู ูกประเมิน
วิธีกำรเก็บขอ้ มลู และแหล่งข้อมลู - นักเรียนและบคุ ลากรในโรงเรียน
- ผู้ปกครองนักเรียน
วธิ ีกำรเก็บขอ้ มลู และแหล่งข้อมูล
1. การสงั เกตพฤติกรรม
2. พดู คยุ ซักถามจากเพ่ือนร่วมงานและ นักเรียน
รำยกำรประเมนิ รำยกำรพิจำรณำ
3. กำรวดั และ 1 มีเกณฑ์ในการวัดและประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั ระเบยี บการวดั และประเมนิ ผลของ
ประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ โรงเรยี นในกลุ่มสาระการเรยี นร้ทู ่ีสอน
(10 คะแนน) 2) ใช้วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลาย เหมาะสมสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์
การเรียนรู้
3) ใชว้ ิธีประเมนิ ผลผู้เรยี นตามสภาพจรงิ
4) มีการบนั ทกึ ผลการเรียนรู้ของนักเรียนทุกคร้ัง ท่ีจดั การเรียนรู้
5) มีการแจ้งผลการประเมินแกผ่ ้เู รียน และนาไปใชพ้ ัฒนาผู้เรียน
6) มีการนากระบวนการวจิ ัยในช้ันเรียนมาใช้ในการพัฒนานักเรยี น
เกณฑก์ ำรพิจำรณำระดับคุณภำพ คะแนน
คำอธิบำยระดบั คุณภำพ 10
8
ปฏบิ ัตติ ามรายการพิจารณาได้ 6 รายการ 6
ปฏบิ ัตติ ามรายการพจิ ารณาได้ 5 รายการ 4
ปฏิบัติตามรายการพิจารณาได้ 4 รายการ 0
ปฏบิ ัติตามรายการพจิ ารณาได้ 3 รายการ
ปฏบิ ัติตามรายการพิจารณาได้นอ้ ย 3 รายการ แหลง่ ข้อมลู
- เอกสาร หลักฐานตามสภาพจรงิ
วิธกี ำรเกบ็ ข้อมูลและแหล่งข้อมลู - ครูผู้ถกู ประเมนิ /
- นกั เรียน/ ผู้เกี่ยวขอ้ ง
วิธกี ำรเกบ็ ข้อมลู และแหล่งข้อมูล
1. สารวจ ตรวจสอบการปฏิบตั จิ ากรอ่ งรอย เอกสารหลักฐานตาม
สภาพจรงิ
2. สัมภาษณค์ รผู ้ถู กู ประเมิน/นักเรียน/ ผเู้ กย่ี วขอ้ ง
ดำ้ นคณุ ภำพผเู้ รยี น (30 คะแนน)
รำยกำรประเมิน รำยกำรพจิ ำรณำ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรยี น 1) นักเรยี นอ่านออก และเขียนไดต้ ามระดับช้ัน
(30 คะแนน) 2) นกั เรยี นมีผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นเป็นตามเกณฑ์ของสถานศกึ ษา
3) นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณตามระดับชั้น
4) นักเรยี นมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยเี พื่อ การเรียนรอู้ ย่างเหมาะสมตาม
ระดับชนั้
5) นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบ เชน่ ทางานทไ่ี ดร้ ับ มอบหมายได้สาเร็จทุกคร้งั
6) นกั เรยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรม
เกณฑก์ ำรพิจำรณำระดับคุณภำพ
1) นักเรยี นอ่ำนออก และเขียนไดต้ ำมระดบั ชัน้
คำอธิบำยระดับคุณภำพ คะแนน
จานวนผเู้ รียนรอ้ ยละ 80 ข้นึ ไปอา่ นออก และเขยี นไดต้ าม ระดับชน้ั 5
จานวนผู้เรียนรอ้ ยละ 70 -79 อา่ นออก และเขียนได้ตาม ระดับชน้ั 4
จานวนผเู้ รียนรอ้ ยละ 60 -69 อา่ นออก และเขียนไดต้ าม ระดบั ช้ัน 3
จานวนผู้เรียนร้อยละ 50 -59 อ่านออก และเขียนได้ตาม ระดับชั้น 2
จานวนผเู้ รียนตา่ กว่ารอ้ ยละ 50 อ่านออก และเขยี นได้ตาม ระดบั ชั้น 1
วิธกี ำรเกบ็ ข้อมลู และแหล่งข้อมูล
วธิ ีกำรเก็บข้อมลู และแหล่งข้อมูล แหลง่ ข้อมูล
1. ทดสอบการอา่ น/การเขยี น - นักเรยี น
2. ตรวจสอบแฟม้ สะสมงาน - แฟม้ สะสมงานนกั เรยี น
3. สมั ภาษณ/์ สนทนา/ซกั ถามนกั เรียน
2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรยี นในกลุม่ สำระกำรเรียนรูท้ ่ีรบั ผิดชอบ เปน็ ตำมเกณฑข์ องสถำนศกึ ษำ
คำอธิบำยระดับคณุ ภำพ คะแนน
จานวนผเู้ รียนรอ้ ยละ 80 ขึ้นไปมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นในกล่มุ สาระการเรยี นรู้ทีร่ บั ผิดชอบ 5
เป็นตามเกณฑ์ของสถานศึกษา
จานวนผู้เรียนร้อยละ 70 -79 ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นในกลมุ่ สาระการเรยี นรทู้ ร่ี ับผิดชอบเปน็ 4
ตามเกณฑข์ องสถานศกึ ษา
จานวนผเู้ รยี นร้อยละ 60 -69 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนในกล่มุ สาระการเรียนรู้ทรี่ ับผิดชอบเป็น 3
ตามเกณฑข์ องสถานศึกษา
จานวนผู้เรียนร้อยละ 50 -59 ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนในกลุ่มสาระการเรยี นร้ทู ร่ี ับผิดชอบเป็น 2
ตามเกณฑ์ของสถานศึกษา
จานวนผเู้ รียนต่ากวา่ ร้อยละ 50 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นในกล่มุ สาระการเรยี นรทู้ ่รี ับผดิ ชอบ 1
เป็นตามเกณฑ์ของสถานศึกษา
วธิ ีกำรเก็บข้อมลู และแหล่งข้อมลู
วิธีกำรเกบ็ ข้อมูลและแหล่งข้อมูล แหล่งข้อมลู
1. ตรวจสอบเอกสารบันทึกผลการเรียน - เอกสารบนั ทึกผลการเรยี น
2. ตรวจสอบแฟม้ สะสมงาน - แฟ้มสะสมงานนักเรยี น
3. สัมภาษณ/์ สนทนา/ซักถามนกั เรียน
3) นักเรียนมคี วำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ คิดอยำ่ งมีวิจำรณญำณ ตำมระดับช้ัน
คำอธบิ ำยระดับคณุ ภำพ คะแนน
จานวนผเู้ รียนรอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไปมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณตาม 5
ระดับชั้น
จานวนผ้เู รยี นร้อยละ 70 -79 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณตาม 4
ระดับชั้น 3
จานวนผ้เู รียนร้อยละ 60 -69 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณตาม
ระดับชัน้ 2
จานวนผู้เรียนรอ้ ยละ 50 -59 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณตาม 1
ระดับชน้ั
จานวนผเู้ รยี นต่ากว่ารอ้ ยละ 50 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ คิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
ตามระดบั ชน้ั
วิธกี ำรเก็บขอ้ มลู และแหล่งข้อมลู
วธิ ีกำรเก็บข้อมูลและแหล่งข้อมลู แหล่งข้อมลู
1. สัมภาษณ์/สนทนา/ซกั ถามนักเรียน - นักเรียน
2. ตรวจสอบแฟม้ สะสมงาน - แฟ้มสะสมงานนกั เรียน
4) นักเรียนมคี วำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื กำรเรยี นรู้อย่ำงเหมำะสม ตำมระดับชัน้
คำอธบิ ำยระดบั คุณภำพ คะแนน
จานวนผเู้ รยี นร้อยละ 80 ขนึ้ ไปมคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยเี พือ่ การเรยี นรู้อย่าง 5
เหมาะสมตามระดบั ชน้ั
จานวนผูเ้ รยี นร้อยละ 70 -79 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการเรยี นรู้อย่าง 4
เหมาะสมตามระดบั ชั้น
จานวนผู้เรียนร้อยละ 60 -69 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพ่อื การเรยี นรูอ้ ย่าง 3
เหมาะสมตามระดับชัน้
จานวนผูเ้ รียนร้อยละ 50 -59 มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนรู้อย่าง 2
เหมาะสมตามระดับชนั้
จานวนผู้เรียนตา่ กว่ารอ้ ยละ 50 มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื การเรียนรู้อยา่ ง 1
เหมาะสมตามระดับช้นั
วิธกี ำรเก็บขอ้ มลู และแหล่งข้อมลู
วธิ ีกำรเก็บข้อมูลและแหล่งข้อมูล แหลง่ ข้อมลู
1. ทดสอบ/สัมภาษณ์/สนทนา/ซักถามนักเรียน - นกั เรยี น
2. ตรวจสอบแฟม้ สะสมงาน - แฟม้ สะสมงานนกั เรยี น
5) นักเรยี นมคี วำมรบั ผิดชอบ เช่น ทำงำนทไ่ี ดร้ ับมอบหมำยไดส้ ำเรจ็ ทกุ ครง้ั
คำอธิบำยระดบั คุณภำพ คะแนน
จานวนผเู้ รยี นร้อยละ 80 ขน้ึ ไปมคี วามรับผิดชอบ 5
จานวนผเู้ รียนร้อยละ 70 -79 มคี วามรับผิดชอบ 4
จานวนผู้เรียนรอ้ ยละ 60 -69 มคี วามรบั ผิดชอบ 3
จานวนผเู้ รยี นรอ้ ยละ 50 -59 มีความรับผดิ ชอบ 2
จานวนผู้เรียนต่ากวา่ ร้อยละ 50 มคี วามรับผิดชอบ 1
วิธกี ำรเก็บข้อมูลและแหล่งข้อมลู แหลง่ ข้อมูล
- นักเรยี น
วธิ ีกำรเก็บขอ้ มูลและแหล่งข้อมลู - นักเรียน/ครู/ผเู้ กีย่ วข้อง
1. สังเกตพฤติกรรม
2. สัมภาษณ์/สนทนา/ซกั ถามนกั เรียน/คร/ู ผู้เกี่ยวข้อง คะแนน
5
6) นักเรยี นมคี ุณธรรม จริยธรรม 4
3
คำอธิบำยระดับคุณภำพ 2
จานวนผ้เู รียนร้อยละ 80 ขน้ึ ไปมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1
จานวนผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 70 -79 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
จานวนผู้เรยี นรอ้ ยละ 60 -69 มคี ุณธรรม จริยธรรม แหล่งข้อมลู
จานวนผเู้ รียนรอ้ ยละ 50 -59 มคี ุณธรรม จริยธรรม - นักเรียน
จานวนผู้เรยี นต่ากว่าร้อยละ 50 มีคุณธรรม จรยิ ธรรม - นกั เรียน/ครู/ผู้เกยี่ วข้อง
วิธีกำรเกบ็ ขอ้ มลู และแหล่งข้อมูล
วธิ กี ำรเกบ็ ข้อมลู และแหล่งข้อมูล
1. สังเกตพฤติกรรม
2. สัมภาษณ์/สนทนา/ซักถามนักเรียน/ครู/ ผเู้ กี่ยวข้อง
ส่วนที่ 3
รำยงำนผลกำรดำเนนิ งำนโครงกำรนิทศภำยในโรงเรยี น
การรายงานผลการดาเนนิ งานเป็นข้ันตอนสดุ ทา้ ยของกระบวนการนเิ ทศภายใน โดยโรงเรียนสรุปผล
การดาเนินการนิเทศเปน็ 2 ส่วน ดงั น้ี
1. รายงานภาพกิจกรรมการนิเทศภายในของโรงเรียนในสปั ดาห์แรกของทุกเดือน (โรงเรียนได้
แจง้ ผลการดาเนินการนิเทศในทุกเดือนแล้ว)
2. รายงานผลการดาเนินงาน โดยสรุปผลการดาเนนิ โครงการนเิ ทศภายในของโรงเรียน (ตาม
แบบบนั ทกึ โครงการนิเทศภายในโรงเรียน)
แบบบันทึกกำรนิทศโครงกำรนิทศภำยในโรงเรียน
คาชแี้ จง ให้ทาเคร่ืองหมายในชอ่ งการปฏบิ ัติ
ครผู รู้ บั ผิดชอบ.....................................................................วชิ า..................................................ชน้ั ........................
โรงเรียนวัดไทยาวาส(นิลดาพิทยานุสรณ)์
ขอ้ ประเดน็ กำรนิเทศ กำรปฏิบตั ิ บันทึก
ที่ รอ่ งรอย
ปฏบิ ัติ ไม่ปฏบิ ัติ
1 ผูบ้ รหิ ารมกี ารสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ กับบคุ ลากรในโรงเรยี น
เกย่ี วกบั การนเิ ทศภายในโรงเรยี น
2 มีข้อมลู สารสนเทศของผู้เรียนรอบด้าน/ครบทกุ มิติ
3 มรี ะบบการนเิ ทศภายในตามบรบิ ท ของโรงเรยี น
4 มแี ผนและคู่มือนิเทศภายในตามบริบท ของโรงเรียน
5 มกี ารนเิ ทศครูทุกชัน้ เรียน/ทกุ คน
6 มีการสรปุ และรายงานผลการนิเทศ ใหผ้ ู้เกย่ี วข้องทราบ
7 ผเู้ รยี นมสี มรรถนะและคุณลกั ษณะ อนั พึงประสงคต์ ามจดุ เน้น
ของหลักสตู ร
8 มีผลการปฏบิ ัตทิ ด่ี ี (Best Practice) ของครูและนักเรียน
สรุปผลการนเิ ทศ
พอใช้ = ปฏิบัติได้ 1-3 ขอ้
ดี = ปฏิบตั ิได้ 4-6 ข้อ
ดมี าก = ปฏบิ ัติได้ 7-8 ข้อ
สรปุ ผลการนิเทศมีคณุ ภาพในระดับ.................
จุดเดน่
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
จดุ ทคี่ วรพฒั นา
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................... .........................
......................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ปัญหา/อุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ขอ้ คิดเห็นเพ่ิมเตมิ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................................ผอู้ านวยการโรงเรยี น
(นางวริ าวรรณ ทวพี รไพบูลย์)
ภำคผนวก
ตำรำงกำรนิเทศภำยในโรงเรียนวัดไทยำวำส(นลิ ดำพทิ ยำนุสรณ)์
ปีกำรศึกษำ 2564
ท่ี ชื่อ – นำมสกลุ ช้ัน เดือนพฤษภำคม วิชำ
1. น.ส.สุกญั ญา กุนสนุ ทรธรรม อ.2 , อ.3 ครั้งท่ี 1 กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์
2. น.ส.พนิดา สามเกษร ป.1 1 พ.ค.64 (ชัว่ โมงที่ 1) ภาษาไทย
3. นางทพิ ย์วรรณ สุภิเวก ป.2 2 พ.ค.64 (ชั่วโมงท่ี 1) ภาษาไทย
4. น.ส.นภาพร ธนาวร ป.3 3 พ.ค.64 (ชั่วโมงที่ 1) ภาษาไทย
5. น.ส.ปภสั สร รัตนุศกั ดิ์ ป.4 9 พ.ค.64 (ช่วั โมงท่ี 1) คณติ ศาสตร์
6. นางกนิษฐช์ ณญั ภ์ หลม่ วงษ์ ป.5 9 พ.ค.64 (ชวั่ โมงท่ี 2) คณติ ศาสตร์
7. น.ส.ดวงกมล เหล็งบารุง ป.6 10 พ.ค.64 (ช่ัวโมงท่ี 1) คณติ ศาสตร์
11 พ.ค.64 (ชัว่ โมงที่ 1)
ตำรำงกำรนเิ ทศภำยในโรงเรยี นวดั ไทยำวำส(นลิ ดำพทิ ยำนสุ รณ)์
ปีกำรศกึ ษำ 2564
ท่ี ชอ่ื – นำมสกุล ชนั้ เดอื นมิถุนำยน วิชำ
1. น.ส.สุกัญญา กนุ สุนทรธรรม อ.2 , อ.3 ครงั้ ท่ี 2 กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
2. น.ส.พนิดา สามเกษร ป.1 12 ม.ิ ย. 64 (ชั่วโมงท่ี 1) ภาษาไทย
3. นางทิพย์วรรณ สุภเิ วก ป.2 14 ม.ิ ย. 64 (ช่ัวโมงที่ 1) ภาษาไทย
4. น.ส.นภาพร ธนาวร ป.3 15 มิ.ย. 64 (ชวั่ โมงที่ 1) ภาษาไทย
5. น.ส.นภาพร ธนาวร ป.4 15 มิ.ย. 64 (ชว่ั โมงท่ี 2) คณิตศาสตร์
6. นางกนษิ ฐช์ ณญั ภ์ หล่มวงษ์ ป.5 16 ม.ิ ย. 64 (ช่วั โมงที่ 3) คณติ ศาสตร์
7. น.ส.ดวงกมล เหล็งบารงุ ป.6 16 มิ.ย. 64 (ชว่ั โมงที่ 4) คณิตศาสตร์
16 ม.ิ ย. 64 (ชว่ั โมงที่ 1)
โครงกำร นเิ ทศภำยใน
แผนงำน บริหำรงำนวชิ ำกำร
สนองกลยุทธท์ ี่ 1
ลกั ษณะโครงกำร โครงกำรตอ่ เนือ่ ง
ผู้รับผิดชอบ นำงสำวดวงกมล เหลง็ บำรงุ
ระยะเวลำดำเนินกำร พฤษภำคม 2564 - มนี ำคม 2565
ระยะเวลำตลอดแผน พฤษภำคม 2564 - มนี ำคม 2565
1. หลักกำรและเหตุผล
ตามพ ระร าช บั ญญัติ การ ศึกษ าแห่ง ช าติ พ . ศ. 2542 และ ท่ีแก้ไ ขเพ่ิ มเติ ม ( ฉบับ ท่ี 2
พ.ศ. 2545) มาตรฐานท่ี 47 - 51 มุ่งเน้นการจัดการศึกษาโดยมีการกากับติดตาม มีระบบการประกันคุณภาพ
และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ด้วยระบบการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอก โดย
หน่วยงานต้นสังกัด เพ่ือรับรองคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานการศึกษา ดังน้ันจึงจัดทาโครงการน้ีขึ้น เพื่อ
กากบั ติดตาม การจัดกิจกรรรมการเรียนการสอน และบริหารงานในหน้าที่ของครูท้ังครูประจาวิชา และครู
ประจาชั้น มีงานหลายอย่างที่จาเป็นจะต้องได้รับการตรวจสอบ แก้ไข แนะนา เพื่อนาไปสู่การจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอนที่ดีขึ้น ถูกต้องขึ้น และการจัดทาเอกสารต่างๆ ถูกต้องเป็นปัจจุบันและง่ายแก่การตรวจสอบ เกิด
การยอมรับในแนวความคิดของกันและกัน ทั้งบุคลากรและผู้บริหาร อันจะเป็นผลทาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
การศึกษา
2 วัตถุประสงค์
2.1 เพอ่ื สรา้ งความรว่ มมือระหวา่ งบุคลากรทางการศึกษาทุกคน
2.2 เพ่อื ใหเ้ กิดความถูกตอ้ งเปน็ ปจั จุบันในการจัดทาเอกสารต่างๆ
2.3 เพือ่ ให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
3. เปำ้ หมำย
3.1 เชิงปรมิ ำณ
4.1.1 บุคลากรทางการศึกษาทุกคนจะได้รบั การนเิ ทศอย่างนอ้ ย 2 คร้ัง / ปีการศึกษา
3.2 เชิงคุณภำพ
4.2.1 บุคลากรทางการศึกษาทกุ คนไดร้ ับการพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง
4. กำรประยุกตใ์ ช้หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
4.1. ความพอประมาณ ในเรือ่ งของเวลา งบประมาณและนาวสั ดเุ หลอื ใชม้ าประยุกต์ใช้
ใหเ้ กดิ ประโยชน์มากขึ้น
4.2 ความมีเหตุผล เพื่อกากับ ตดิ ตาม การจัดการเรียนการสอนของครู ตลอดจน
การจดั ทาเอกสารต่าง ๆ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
4.3 การมีภมู ิค้มุ กนั ในตวั ทดี่ ี การติดตาม ช่วยเหลือ สนบั สนุนการปฏบิ ัตงิ านให้ตรงตาม
เป้าหมายและเกิดประสิทธิภาพมากขนึ้
4.4 เงอื่ นไขความรู้ มคี วามรู้ ความรอบคอบ และระมดั ระวงั ในการจดั การเรยี นการสอน
ตลอดจนการจัดทาเอกสารต่างๆ
4.5 เง่อื นไขคุณธรรม มีความซ่อื สตั ย์สุจรติ อดทน เพียรพยายาม มีสติและปญั ญา ใน
การจัดการเรียนการสอน และการจัดทาเอกสารตา่ ง ๆ ใหเ้ รยี บรอ้ ย
5. กจิ กรรม ขน้ั ตอนและแผนกำรดำเนินงำน
กิจกรรม เป้ำหมำย ระยะเวลำ ผู้รับผิดชอบ
1. เพอื่ นครูช่วยเพ่ือนครู บุคลากรทางการศึกษาทุก พ.ค.64 - มี.ค.65 ครดู วงกมล
2. หวั หนา้ งานนิเทศครู คนจะได้รบั การนิเทศและ พ.ค.64 - มี.ค.65 ครดู วงกมล
3. ผูบ้ รหิ ารพบครู การพฒั นาตนเองอยา่ ง พ.ค.64 - ม.ี ค.65 ครดู วงกมล
ต่อเนือ่ ง
6. รำยละเอียดกำรใชง้ บประมำณ
กิจกรรมและรายละเอียดในการใช้ งบดาเนนิ การ หมาย
ท่ี โครงการ คา่ ค่า คา่ วสั ดุ เหตุ
ตอบแทน ใชส้ อย รวม
1 เพ่อื นครูช่วยเพ่ือนครู - - 500 500
2 หัวหนา้ งานนิเทศครู -- - -
3 ผบู้ ริหารพบครู
รวมท้ังส้ิน - - 500 500
ทรัพยำกรและงบประมำณ
บุคลากรโรงเรยี นวดั ไทยาวาส
งบประมาณ 500 บาท
เงินอุดหนนุ ค่าใช้จา่ ยในการจัดการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
งบดำเนินงำน งบประมาณปี 2564-2565
ขอถัวจ่ายเท่าท่จี า่ ยจรงิ ทกุ รายการ
7. กำรวดั และกำรประเมนิ ผล
ตวั ชว้ี ัดควำมสำเรจ็ ของโครงกำร วิธกี ำรวดั เคร่อื งมือ
บคุ ลากรทางการศึกษาทุกคนจะไดร้ บั การประเมินการนิเทศ แบบประเมนิ การนเิ ทศ
การนิเทศและการพัฒนาตนเองอย่าง
ตอ่ เนือ่ งรอ้ ยละ 90
8. ผลท่คี ำดว่ำจะได้รับ
9.1 บคุ ลากรไดร้ บั การนิเทศและมีการพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนื่อง
9.2 บุคลากรในโรงเรียนได้แลกเปลย่ี นประสบการณ์ในการนิเทศกนั เองภายในโรงเรยี น
ผ้เู สนอโครงกำร
(ลงชอ่ื )
(นางสาวดวงกมล เหล็งบารุง)
ครโู รงเรยี นวัดไทยาวาส(นลิ ดาพิทยานุสรณ)์
ผเู้ ห็นชอบโครงกำร
(ลงช่ือ)
(นางวิราวรรณ ทวพี รไพบลู ย์)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นวัดไทยาวาส (นิลดาพิทยานุสรณ์)