อารยธรรม
โลกยุคโบราณ
เมโสโปเตเมียสู่อียิปต์
6/9
สารบัญ
เรื่อง หน้ า
หนก้า
สารบัญ
ข
คำนำ 1
2
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย 3
6
ความหมาย 6
7
ที่ตั้งทางภูมิศาตร์ 9
ชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างอารยธรรม 13
14
อารยธรรมอี ยิ ปต์
แหล่งที่ตั้ง
การเมืองการปกครอง
ด้านวิทยาการ
ด้านต่าง ๆ
คำนำ
E-Book เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็ นส่วนหนึ่งของวิชา
สังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้
ในเรื่ องอารยธรรมโลกยุ คโบราณเมโสโปเตเมี ยสู่ อี ยิ ปต์และได้
ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็ นประโยชน์กับการเรียน
ผู้จัดทำหวังว่า E-Book เล่มนี้จะเป็ นประโยชน์กับผู้อ่าน
นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำ
หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัย
มา ณ ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
อารยธรรมเมโสโปเตเมี ย
ความหมาย
เมโสโปเตเมี ย แปลว่ า ดิ นแดนระหว่ างแม่ น้ำสองสายคื อ แม่ น้ำไท
กรี สและยู เฟรที ส (ปั จจุ บั นคื อดิ นแดนส่ วนใหญ่ ของประเทศอิ รั ก)
ระหว่ างสองฝั่ งแม่ น้ำทั้ งสองสายเป็ นพื้ นดิ นที่ มี ความ อุ ดมสมบู รณ์
เหมาะแก่ การเพาะปลู ก ทำให้ กลุ่ มชนชาติ ต่ าง ๆ เข้ ามาทำมาหากิ น
และสร้ างอารยธรรมขึ้ น รวมทั้ งถ่ ายทอดอารยธรรม จากกลุ่ มหนึ่ ง
สู่ กลุ่ มหนึ่ ง ทำให้ เกิ ดอารยธรรมแบบผสม
1
อารยธรรมเมโสโปเตเมี ย
ที่ ตั้ งทางภู มิ ศาสตร์
ตั้ งอยู่ ระหว่ างแม่ น้ำ 2 สาย คื อ แม่ น้ำไทกริ ส (Tigris) และ
แม่ น้ำยู เฟรที ส (Euphrates) ซึ่ งปั จจุ บั นนี้ อยู่ ในประเทศอิ รั ก
ส่ วนล่ างซึ่ งมี ความอุ ดมสมบู รณ์ เรี ยกว่ าบาบิ โลเนี ย
ส่ วนบนซึ่ งค่ อนข้ างแห้ งแล้ งเรี ยกว่ าอั สซี เรี ย
มี ทิ ศ เ ห นื อ จ ร ด ท ะ เ ล ดำ แ ล ะ ท ะ เ ล แ ค ส เ ปี ย น ทิ ศ ต ะ วั น ต ก ฉี ย ง
ใ ต้ จ ร ด ค า บ ส มุ ท ร อ า ห รั บ ซึ่ ง ล้ อ ม ร อ บ ด้ ว ย ท ะ เ ล แ ด ง แ ล ะ ม ห า ส มุ ท ร
อิ น เ ดี ย ทิ ศ ต ะ วั น ต ก จ ร ด ที่ ร า บ ซี เ รี ย แ ล ะ ป า เ ล ส ไ ต น์ ส่ ว น ทิ ศ ต ะ วั น
อ อ ก จ ร ด ที่ ร า บ สู ง อิ ห ร่ า น
2
อารยธรรมเมโสโปเตเมี ย
ชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างอารยธรรม
ชาวเปอร์ เซี ย
มี อำนาจยิ่ งใหญ่ ที่ สุ ด ครอบคลุ มดิ นแดน
จำนวนมาก หล่ อหลอมวัฒนธรรมเป็ นของตน
ทั้งประดิ ษฐ์ตัวอักษร การใช้ระบบเงิ นตรา
การประยุ กต์รู ปแบบสถาปั ตยกรรม ฯลฯ และยังมี
ศาสนาโซโรแอสเตอร์เป็ นของตนเองซึ่ งมี
อิ ทธิ พลต่ อแนวคิ ดและคําสอนของศาสนา
ยู ดายและศาสนาคริ สต์ซึ่ งเกิ ดขึ้นในภายหลัง
ชาวฟี นิ เชี ยน
มี ชื่ อเสี ยงในการค้าทางทะเลเป็ นอย่ างมาก
อุ ตสาหกรรมเครื่ องแร่ โลหะต่ าง ๆ และริ เริ่ มการ
ทอผ้าขนสัตว์ และย้อมผ้า จับจองอาณานิ คมใน
เขตทะเลเมดิ เตอร์เรเนี ยนจํ านวนมาก
เพื่ อเป็ นศู นย์กลางการค้าของตน
และพัฒนาตัวอักษรของอี ยิ ปต์
จํ านวนรวม 22 ตัว
ชาวอั สซี เรี ยน
สร้างระบอบปกครองจักรวรรดิ ที่ เข้มแข็ ง
สร้างถนนเชื่ อมติ ดต่ อกับดิ นแดนเหล่ านั้น
จํ านวนมากเพื่ อความสะดวกในการเดิ นทัพและ
ติ ดต่ อสื่ อสาร มี ความก้าวหน้าใน เทคโนโลยี ทาง
ทหารและการรบ โดยเฉพาะยุ ทโธปกรณ์
และทหารรับจ้างประสิ ทธิ ภาพสู ง
3
อารยธรรมเมโสโปเตเมี ย
ชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างอารยธรรม
ชาวสุ เมเรี ยน
ประดิ ษฐ์ตัวอักษรคู นิ ฟอร์มหรื ออักษรลิ่ มบน
แผ่ นดิ น เหนี ยวแล้วนํ าไปเผาไฟ การคํานวณ
การทำตราชั่ ง ตวง วัด ทำปฏิ ทิ น การใช้
แร่ โลหะ การคิ ดค้นระบบชลประทาน
ก่ อสร้างสถานที่ ศักดิ์สิ ทธิ์เพื่ อเป็ นที่
ป ร ะ ทับ ข อ ง เ ท พ เ จ้า
ชาวแคลเดี ยน
การก่ อสร้างสวนลอยแห่ งบาบิ โลน ซึ่ งได้รับ
ยกย่ องว่ าเป็ น 1 ใน 7 สิ่ งมหัศจรรย์ของโลก
รื อฟื้ น ประมวลกฎหมายและวรรณกรรมของ
ชาวบาบิ โลเนี ยนรวมทั้งระบบ
เศรษฐกิ จและการค้า
ชาวแคลเดี ยนได้สร้างสิ่ งต่ าง ๆ
มากมาย แต่ ทว่ ามี อำนาจในช่ วงสั้น ๆ
ช า ว อ ม อ ไ ร ท์
ทําสงครามขยายดิ นแดนและทําประมวลกฎหมาย
เพื่ อเป็ นหลักฐานในการปกครองและจัด
ระเบี ยบสังคม นอกจากนี้ยังสื บทอดความ
เจริ ญต่ าง ๆ ของพวกสุ เมเรี ยน เช่ น
ความเชื่ อทางศาสนา การแบ่ งกลุ่ ม
ชนชั้นทางสังคมเพื่ อแบ่ งแยกหน้าที่
การผลิ ตสิ นค้าอุ ตสาหกรรมส่ งออก
4
อารยธรรมเมโสโปเตเมี ย
ชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างอารยธรรม
ชาวฮิ ตไทต์
ขยายอิ ทธิ พลเข้าไปในเขตจักรวรรดิ บาบิ โลนและ
เข้าครอบครองดิ นแดนซี เรี ยในปั จจุ บัน นํ าเหล็ ก
มาใช้ประดิ ษฐ์อาวุ ธแบบต่ าง ๆ และ
จัดทําประมวลกฎหมายเพื่ อใช้ควบคุ ม
สังคม โดยเน้น การใช้ความรุ นแรง
ตอบโต้ผู้ที่ กระทําความผิ ด เช่ น ให้จ่ าย
ค่ าปรับแทนการลงโทษที่ รุ นแรง
ชาวฮิ บรู
ชาวยิ วมี กฎหมาย วรรณกรรม และศาสนาของ
ตนเอง ประมวลกฎหมายเรี ยกว่ า “กฎหมาย
โมเสส” วรรณกรรมที่ สําคัญคื อคัมภี ร์ไบเบิ ล เป็ น
หลักฐานทางประวัติ ศาสตร์ที่ สําคัญ
และเป็ น พระคัมภี ร์เก่ า ในคัมภี ร์
ไบเบิ ลของศาสนาคริ สต์ด้วย
5
อารยธรรมอียิปต์
อียิปต์โบราณหรือไอยคุปต์ เป็ นหนึ่งใน
อารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตะวัน
ออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา อารยธรรมอียิปต์
โบราณเริ่มขึ้น ประมาณ 3150 ปี ก่อน
คริสตศักราช
ประวัติ ของอี ยิ ปต์โบราณ
ปรากฏขึ้นในช่ วงระยะเวลาหนึ่ ง
หรือที่รู้จักกันว่า "ราชอาณาจักร"
มีการแบ่งยุคสมัยของอียิปต์โบราณเป็ นราชอาณาจักร
ส่วนมากแบ่งตามราชวงศ์ที่ขึ้นมาปกครอง
ในราชอาณาจักรสุดท้าย รู้จักกันในชื่อว่า
"ราชอาณาจักรใหม่"
อารยธรรมอี ยิ ปต์อยู่ ในช่ วงที่ มี พัฒนาการ
น้อยมาก จนกระทั่ง 31
ปี ก่อนคริสตศักราช
เป็ นการสิ้นสุดอารยธรรมอียิปต์โบราณลง
เมื่ อจักรวรรดิ โรมันสามารถเอาชนะอี ยิ ปต์
และจัดอียิปต์เป็ นเพียงจังหวัดหนึ่งใน
จักรวรรดิโรมัน
6
อารยธรรมอียิปต์
• แหล่งที่ตั้ง
สภาพภู มิ ศาสตร์ของอี ยิ ปต์มี
ลักษณะร้อนแห้งแล้ง พื้นที่
ส่วนใหญ่เป็ นเขตทะเลทราย
ยกเว้นบริเวณ 2 ฝั่ งแม่น้ำไนล์
ที่ มักมี น้ำท่ วมในช่ วงฤดู ฝน
อียิปต์เพาะปลูกได้เพียงปี ละครั้งเท่านั้นเนื่องจากสภาพอากาศ
จึงต้องใช้ภูมิปัญญาแก้ไขด้วยการขุดคลอง ขนาดสั้น ๆ เพื่อส่ง
น้ำเข้าไปในเขตทะเลทรายจนสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูก และ
ทำได้ปี ละ 2-3 ครั้ง
7
อารยธรรมอียิปต์
• แหล่งที่ตั้ง
ที่ตั้งอียิปต์
ถูกปิ ดล้อมด้วย
พรมแดนธรรมชาติ
ที่สำคัญ คือ ทะเลและ
ทะเลทราย ช่วยป้องกัน
การรุกรานจากภายนอก
ทำให้ชาวอียิปต์สามารถ
ดำรงอารยธรรมได้ยาวนาน
ใช้วิธีคำนวณจัดแบ่งที่ดิน
ที่สามารถเพาะปลูกได้ให้กับ
ประชาชนอย่างทั่วถึง ทำให้
ชาวอียิปต์ตั้งถิ่นฐาน อยู่ใน
ดินแดนที่แห้งแล้งนานถึง
6000 ปี โดยไม่ต้อง
อพยพเหมือน
ชาติ อื่ น
8
อารยธรรมอียิปต์
• การเมืองและการปกครอง
การแบ่งชนชั้นทางสั งคม
ชนชั้นสูง
ขุนนาง, ปุโรหิต ฟาโรห์
ทหาร
ชนชั้นกลาง
อาลักษณ์
พ่อค้า
ช่างฝี มือ ชาวนา, ทาส
ชนชั้นล่าง
9
อารยธรรมอียิปต์
• การเมืองและการปกครอง
สมัยอาณาจักรเก่า
• กษัตริย์หรือฟาโรห์มีอำนาจ
สูงสุด โดยมีผู้ช่วยเป็ นขุนนาง
หัวหน้าขุนนาง เรียกว่า "วิเซียร์"
และมี หน่ วยงานย่ อยๆในการ
บริหารประเทศ
• การสร้างพีระมิดแต่ละอาณาจักร
มีอำนาจปกครองเหนือมณฑลต่าง ๆ
เรียกว่า "โนเมส"
มีการรวมกันเป็ นอาณาจักรใหญ่ 2
แห่ ง คือ อียิปต์บนและอียิปต์ล่าง ต่อ
มาถูกรวมเข้าด้วยกันเกิดราชวงศ์
อียิปต์ (เมเนสหรือนาร์เมอร์)
10
อารยธรรมอียิปต์
• การเมืองและการปกครอง
สมัยอาณาจักรใหม่
• ฟาโรห์อเมนโฮเตปที่ 4 ทรงเปลี่ ยนความเชื่ อจากการนับถื อ
เทพเจ้าหลายองค์มานับถื อเทพเจ้าองค์เดี ยว คื อ เทพเจ้าแห่ งดวง
อาทิ ตย์ ทำให้เกิ ดความไม่ พอใจในหมู่ ขุ นนางและประชาชน
รัชกาลนี้จึงตกต่ำ
• เมื่อฟาโรห์ตุตันคาเมนขึ้นครองราชย์จึงเปลี่ยนกลับไปนับถือ
เทพเจ้าหลายองค์เช่ นเดิ ม
• ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสต์ศักราช อียิปต์สูญเสียความเข้มแข็ง
ชนเผ่าต่าง ๆ สลับกันมีอำนาจ จนสุดท้ายอียิปต์กลายเป็ นส่วนหนึ่ง
ของอาณาจักรโรมัน
12
อารยธรรมอียิปต์
• การเมืองและการปกครอง
สมัยอาณาจักรกลาง
• ฟาโรห์เปลี่ ยนภาพลักษณ์จากผู้ปกครองมาเป็ นผู้
ป ก ป้ อ ง ป ร ะ ช า ช น
• มี การลดการสร้างพี ระมิ ด แต่ ประชาชนต้องตอบแทนด้วย
การทำงานสาธารณะต่ าง ๆ เช่ น การขุ ดคลองเชื่ อมแม่ น้ำ
ไนล์กับทะเลแดงเพื่ อการสะดวกในการค้าและขนส่ ง
11
อารยธรรมอียิปต์
อารยธรรมอี ยิ ปต์ ด้ านวิ ทยาการ
ด้านดาราศาสตร์
ชาวอี ยิ ปต์ได้นำความรู้จากประสบการณ์การสังเกต
ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงที่แม่น้ำไนล์ไปคำนวณปฏิทินนับรวม
เป็ น 1 ปี มี 12 ดือน ในรอบ 1 ปี ยังแบ่งเป็ น 3 ฤดูที่กำหนดตามวิถี
การประกอบอาชีพ คือ ฤดูน้ำท่วม ฤดูไถหว่าน และฤดูเก็บเกี่ยว
ด้ านคณิ ตศาสตร์
การคำนวณขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การบวก ลบ และหาร และ
การคำนวณพื้นที่วงกลมสี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยมความรู้ ดัง
กล่าว เป็ นฐานของวิชาฟิ สิกส์ซึ่งชาวอียิปต์ใช้คำนวณในการ
ก่อสร้ำงพีระมิด วิหาร เสา หินขนาดใหญ่ ฯ
ด้านอักษรศาสตร์
อักษรไฮโรกลิฟิ กเป็ นอักษรรุ่นแรกที่อี ยิปต์ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ ประมาณปี
3100 ปี ก่อนคริสต์ศักราช เป็ นอักษรภาพแสดงลักษณ์ต่างๆ ต่อมามีการ
พัฒนาตัวอักษรเป็ นแบบพยัญชนะ ในระยะแรกจารึกเรื่องราวด้วยการ
แกะสลักอักษรไว้ตามกำแพงและผนังของสิ่ งก่ อสร้างต่ อมาค้นพบวิ ธี ทำ
กระดาษจากต้นปาปิ รุสทำให้มีการบันทึกแพร่หลายมากขึ้น ความ
ก้าวหน้าทางอักษรศาสตร์จึงเป็ นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้
ทราบถึงความเจริญและความต่อเนื่ องของอารยธรรมอี ยิปต์
ด้านการแพทย์ 13
เอกสารที่บันทึกเมื่อ 1700 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ระบุว่าอียิปต์มีผู้
เชี่ยวชาญด้านการแพทย์หลายสาขา เช่น ทันตแพทย์ ศัลยแพทย์
และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ในสมัยนี้ แพทย์
อียิปต์สามารถผ่าตัดคนไข้แบบง่ายๆ ได้แล้ว นอกจากนี้ ยังคิดค้นวิธี
ปรุงยารักษาโรคต่าง ๆ ได้จำนวนมาก โดยรวบรวมเป็ นตำราเล่มแรก
ซึ่ งต่ อมาถู กนำไปใช้แพร่ หลายในทวี ปยุ โรป
14
อารยธรรมอียิปต์
อารยธรรมอียิปต์ในด้านต่าง ๆ
ด้านศาสนา
ศาสนามี อิ ทธิพลสำคัญต่ อการดำเนิ นชี วิ ตความเชื่ อผู กพันกับธรรมชาติ
และสภาพภู มิ ศาสตร์เห็ นได้ว่ าเทพเจ้าทั้งที่ เป็ นสรรพสิ่ งตามธรรมชาติ
และวิ ญญาณของอดี ตฟาโรห์โดยบู ชาสัตว์ต่ าง ๆ เชื่ อว่ าเป็ นสิ่ งสถิ ตของ
เทพเจ้าศาสนามี บทบาทสำคัญส่ งเสริ มการปกครอง,ความเจริ ญทาง
ด้านวิ ชาการและด้านศิ ลปกรรม
อารยธรรมอียิปต์
อารยธรรมอียิปต์ในด้านต่าง ๆ
ด้านสถาปั ตยกรรม
เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมอี ยิ ปต์คื อพี ระมิ ด ซึ่ งสร้างขึ้นด้วยจุ ด
ประสงค์ทางศาสนา อำนาจการปกครองและความเชื่ อทางศาสนา
ฟาโรห์ของอี ยิ ปต์สร้างพี ระมิ ดสำหรับตนเองสันนิ ษฐานว่ าความยิ่ ง
ใหญ่ ของพี ระมิ ดแสดงถึงอำนาจของฟาโรห์ความสามารถในการ
ออกแบบและก่ อสร้างของชาวอี ยิ ปต์ยังมี การสร้างวิ หารจำนวนมาก
เพื่ อบู ชาเทพเจ้าแต่ ละองค์ประจำท้องถิ่ นนั้นมักจะประดับด้วยเสาหิ น
ขนาดใหญ่ และแกะสลักลวดลายสวยงาม
15
อารยยธธรรรรมมอีอยีิยปิปต์ต์
ออาารรยยธธรรรรมมอีอียิยิปปตต์์ใในนดด้้าานนตต่่าางงๆๆ
ด้ดา้านนจิศตารสกนรารม
จิ ตรกรรม ชาวอี ยิปต์มีผลงาน
ด้านจิ ตรกรรมจำนวนมากมักพบ
ในพีระมิดและสุสานต่าง ๆ
ภาพวาดของชาวอี ยิปต์
ส่ วนใหญ่ มี สีสันสดใส
มี ทั้งภาพสัญลักษณ์ของเทพเจ้าที่
ชาวอียิปต์นับถือ พระราชกรณี ยกิจ
ของฟาโรห์และสมาชิ กในราชวงศ์ ภาพบุ คคลทั่ วไป
และภาพ ที่ สะท้อนวิ ถี ชี วิ ตของชาวอี ยิ ปต์
16
สมาชิ กผู้ จั ดทำ
นางสาว นิธิกาญจน์ เทพมณี เลขที่ 16 ม.6/9
นางสาว แพรวา ธัญญเจริญ เลขที่ 17 ม.6/9
นางสาว ยุพารัตน์ นาคเสน เลขที่ 19 ม.6/9