The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ คำราชาศัพท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by junlaphong, 2022-07-24 12:55:21

ใบความรู้ คำราชาศัพท์

ใบความรู้ คำราชาศัพท์

ใบความรู้ เร่ือง คำราชาศพั ท์

รายวิชาภาษาไทย ท๓๓๑๐๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๖

คำราชาศัพท์ถ้าแปลตามรูปศัพท์ หมายถึง ศัพท์สำหรับพระมหากษตั รยิ ์ คำราชาศัพทใ์ ช้กับระมหากษัตริย์ เจ้านายหรือ
พระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์และคนสภุ าพ ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ชาวไทยใช้ส่ือสารกบั บุคคลดังกล่าวด้วยความเชื่อ
และการยกยอ่ งมาแต่โบราณกาล

คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์ คือ คำสุภาพทใ่ี ชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ฐานะของบคุ คลตา่ ง ๆ คำราชาศัพทเ์ ป็นการกำหนดคำและภาษาท่ีสะท้อน
ให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แม้คำราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อย แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของ
ภาษาไทยท่ีมีคำหลายรปู หลายเสยี งในความหมายเดยี วกนั และเป็นลกั ษณะพิเศษของภาษาไทย โดยเฉพาะ ซง่ึ ใช้กบั บคุ คลกลุ่มตา่ ง
ๆ ดังตอ่ ไปนี้
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั และสมเดจ็ พระนางเจา้ พระบรมราชนิ นี าถ
พระบรมวงศานุวงศ์
พระภกิ ษสุ งฆ์ สามเณร
ขนุ นาง ขา้ ราชการ
สุภาพชน
บุคคลในกลุ่มที่ 1 และ 2 จะใช้ราชาศัพท์ชุดเดียวกัน เช่นเดียวกับบุคคลในกลุ่มที่ 4 และ 5 ก็ใช้คำราชาศัพท์ในชุด
เดียวกันและเป็นคำราชาศัพท์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำในสังคมมนุษย์เราถือว่าการให้เกียรติแก่บุคคลที่เป็นหัวหน้าชุมชน หรือผู้ท่ี
ชุมชนเคารพนับถือน้ัน เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา ต่างยกย่องใหเ้ กยี รติแก่ผู้เป็นประมุขของชมุ ชน
ด้วยกันทง้ั ส้ิน ดงั นนั้ แทบทกุ ชาติ ทกุ ภาษาจงึ ต่างกม็ ีคำสุภาพ สำหรับใช้กบั ประมขุ หรอื ผ้ทู เ่ี ขาเคารพนับถือ จะมากน้อยย่อมสุดแต่
ขนบประเพณีของชาติ และจติ ใจของประชาชนในชาตวิ ่ามคี วามเคารพในผู้เปน็ ประมุขเพียงใด เมืองไทยเรากม็ ีพระมหากษตั รยิ ์ทรง
เป็นประมุขของชาติ และพระประมุขของเรา แต่ละพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความ เคารพ
สกั การะอย่างสงู สดุ และมีความจงรกภักดีอยา่ งแนบแน่นตลอดมานบั ตง้ั แต่โบราณกาลจนถึงปัจจบุ ันคำราชาศัพท์เรม่ิ มีมาตั้งแต่สมัย
ใด
ในแหล่งอ้างอิงบางฉบับได้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า คนไทยเริม่ ใช้คำราชาศัพท์ในรัชสมัยพระธรรมราชาลิไท พระร่วงองคท์ ี่
5 แห่งสุโขทัย เพราะศลิ าจารึกต่างในแผน่ ดินนั้น รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์ของท่าน คือ ไตรภมู ิพระร่วง ปรากฏว่ามีคำราชาศพั ท์
อยหู่ ลายคำ เช่น ราชอาสน์ พระสหาย สมเด็จ ราชกมุ าร เสดจ็ บงั คม เสวยราชย์ ราชาภิเศก เปน็ ต้น
บางท่านกล่าวว่า คำราชาศัพท์น้ันเร่ิมใช้ในสมยั กรุงศรีอยุธยา เพราะพระปฐมบรมกษัตริย์ที่ทรงสร้างกรงุ ศรีอยุธยา ทรง
นิยมเขมร ถึงกับเอาลัทธิและภาษาเขมรมาใช้ เช่น เอาคำว่า "สมเด็จ" ซ่ึงเขมรใช้เป็นคำนำพระนามพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นคำนำ
พระนามของพระองค์ และใช้ภาษาเขมรเปน็ ราชาศัพท์
และจากหลักฐานที่พบขอ้ ความในศิลาจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึงเรอื่ งตัง้ ราชวงศ์และเมืองสุโขทัยตอนหนึง่ มีความว่า "พ่อขุน
ผาเมืองจึงอภิเสกพ่ขุนบางกลางหาวใหเมืองสุโขไท" คำว่า "อภิเษก" นี้เป็นภาษาสันสกฤต ไทยเรารับมาใช้สำหรับพิธีการแต่งตั้ง
ตำแหน่งชน้ั สงู จงึ อยูใ่ นประเภทราชาศัพท์ และพธิ นี ี้มมี าตงั้ แตร่ าชวงศ์สโุ ขทยั จงึ นา่ สงสยั ว่าในสมัยนั้นอาณาจกั รสุโขทยั นี้ ก็คงจะมี
การใชค้ ำราชาศพั ทบ์ างคำกนั แล้ว
ภาษาที่ใช้คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์มิได้มีที่มาจากภาษาไทยภาษาเดียว ด้วยว่าการใช้คำราชาศัพทเ์ ป็นการใช้ด้วยตัง้ ใจ จะทำให้เกดิ ความรู้สึก
ยกย่อง เทดิ ทนู จึงไดเ้ จาะจงรบั คำในภาษาต่างๆ ทีม่ คี วามสมั พันธ์ใกล้ชิดกบั ไทยมาใชเ้ ปน็ พเิ ศษ โดยเฉพาะภาษาท่ีนบั ถือกันวา่ เป็น
ภาษาสูงและศักดิ์สิทธ์ิ คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศมากมาย อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำราชาศัพท์จำนวนไม่

น้อยที่ใช้คำภาษาไทยแท้ ซึ่งเป็นคำสามัญยกระดับขึ้นเป็นคำราชาศัพท์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าคำราชาศัพท์นั้นมีที่มาจากทั้ง
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทยของเราเอง ดงั จะไดพ้ ิจารณาตอ่ ไปนี้จากภาษาต่างประเทศ

ต้ังแตส่ มยั โบราณมา คนไทยไดต้ ิดต่อกบั คนต่างชาติต่างภาษามากมาย ในบรรดาภาษาทัง้ หลายเหล่านนั้ มีบางภาษาทีเ่ รา
ยกย่องกนั ว่าเป็นภาษาสูงและศักดส์ิ ทิ ธิ์ ซง่ึ ก็ได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสนั กฤต ภาษาอน่ื ๆ กน็ ำมาใช้เปน็ คำราชาศัพทบ์ า้ ง แต่ก็ไม่
มากและสงั เกตได้ชดั เจนเท่า 3 ภาษาทก่ี ล่าวแล้ว

การเรียนรเู้ รอื่ งคำราชาศพั ท์
ตามทห่ี ลายคนคดิ ว่าคำราชาศัพท์เปน็ เรือ่ งของในรว้ั ในวัง เปน็ เร่อื งของผู้ใกล้ชดิ เบ้ืองพระยุคลบาทนั้น ทำให้คิดต่อไปอีก
ว่า คำราชาศพั ทเ์ ป็นเรื่องยากซึ่งเมือ่ กอ่ นอาจเป็นจริง แต่ปัจจุบันคำราชาศัพทเ์ ป็นเรื่องในชีวติ ประจำวันไปเสยี แล้ว แม้มิได้ใชม้ าก
เทา่ กบั ภาษาสามญั ที่ใช้อยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันแต่ทกุ คนโดยเฉพาะผู้มีการศึกษากต็ อ้ งมโี อกาสทีจ่ ะสัมผัสกับคำราชาศัพท์ทุก
วนั ไม่โดยตรงก็โดยทางอ้อม โดยเฉพาะทางส่อื มวลชน
การเรียนรู้วิธีใช้คำราชาศัพท์นั้น กล่าวโดยสรุป ต้องเรียนรู้ใน 2 ประการ คือ เรียนรู้คำ ประการหนึ่งกับ เรียนรู้วิธี อีก
ประการหนึ่ง
1. เรยี นรู้คำ คือ ตอ้ งเรยี นรูค้ ำราชาศัพท์
2. เรียนรวู้ ธิ ี คือ ต้องเรียนรู้วิธีหรอื เรยี นร้ธู รรมเนยี มการใช้คำราชาศัพท์
ประโยชน์ของการเรยี นรู้คำราชาศพั ท์
เพราะเหตุที่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่สูงสุดของประเทศมาแต่โบราณ พระเจ้าแผ่นดินทรงใกล้ชิดกับ
ประชาชนอย่างแนบแน่นประการหนึ่ง คำราชาศัพท์นั้นเป็นแบบอย่างวัฒนธรรมอันดีทางด้านการใช้ภาษาไทยประการหนึง และ
การอา่ นหรอื ศึกษาวรรณคดกี ด็ ี การรบั สารส่อื มวลชนในปจั จบุ ันกด็ ี เหลา่ น้ลี ว้ นต้องมคี ำราชาศัพท์เกยี่ วข้องอยู่ดว้ ยเสมออีกประการ
หนึ่ง ดังนั้นการเรยี นรู้คำราชาศัพทจ์ ึงเปน็ สิง่ ทีม่ ปี ระโยชนท์ ง้ั ทางตรงและทางออ้ มมากมาย ดงั จะเห็นได้ดงั ตอ่ ไปนี้
ประโยชน์ทางตรง
เป็นประโยชนท์ ่เี กดิ จากการตั้งเป้าหมายไวล้ ่วงหนา้ อันไดแ้ ก่
1. ประโยชนจ์ ากการใช้คำราชาศัพท์ถูกตอ้ ง
ท่ีเรียกว่าใชค้ ำราชาศพั ท์ถูกต้องนั้น คือ ถูกตอ้ งตามบุคคลท่ใี ช้ว่าบุคคลใดควรใชร้ าชาศัพท์ขั้นไหน อย่างไร ประการหนึ่ง
ถกู ต้องตามโอกาส คอื โอกาสใดใชคำราชาศัพท์หรือไมเ่ พียงใด ประการหน่ึง และถกู ตอ้ งตามวธิ ีการใชค้ ือ ใช้ถกู ตอ้ งตามแบบแผนที่
นิยมน้ันก็อีกประการหน่งึ การใชร้ าชาศัพท์ต้องใชท้ ั้งความร้แุ ละประสบการณเ์ ปน็ ดลุ ยพินิจใหถ้ กู ตอ้ ง
2. ประโยชน์จากการเข้าใจท่ถี ูกตอ้ ง
ไม่ว่าจากการอ่านหนังสือประเภทต่างๆ เช่น วรรณกรรมทั่วไป วรรณคดี หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ทั้งหลาย โทรทัศน์ วิทยุ
ตลอดจนสิ่งบันเทงิ ทง้ั หลาย มภี าพยนต์ ละคร โขน ลเิ ก เป็นตน้ เพราะการรับรู้ รับฟงั บางคร้ังต้องมสี ง่ิ ทีเ่ รยี กว่า คำราชาศัพท์ร่วม
อยดู่ ้วยเสมอ ทั้งทีต่ ้งั ใจและไมต่ ั้งใจ
ประโยชน์โดยทางอ้อม
เป็นประโยชนผ์ ลพลอยได้ แม้ต้งั เปา้ หมายไวล้ ่วงหน้าหรือไมต่ งั้ เป้าหมายไวก้ ต็ าม คือ เม่อื รู้คำราชาศัพท์ดี ถูกตอ้ ง ฟงั หรอื
อ่านเร่อื งราวทีม่ ีคำราชาศัพท์เข้าใจผลประโยชนพ์ ลอยได้ ก็จะเกดิ ขนึ้ เสมอ ดังน้ี
1. ธำรงรักษาวัฒนธรรมอันดีงานของชาติไว้ คือ รักษาให้คงอยู่ไม่เสื่อมสูญ ถือเป็นการธำรงรักษาวัฒนธรรมและความ
มั่นคงของประเทศชาติ
2. เพิ่มความมีเสนห่ ์ในตัวบุคคล คือ บุคคลผรู้ แู้ ละใชค้ ำราชาศัพท์ได้อย่างถกู ตอ้ ง เปน็ การแสดงออกซ่ึงความมีวัฒนธรรม
อันดงี ามทางภาษา

คำราชาศัพทส์ ำหรบั พระมหากษตั รยิ ์ และพระบรมวงศานุวงศล์ ำดบั พระราชอสิ ริยศักดพ์ิ ระบรมราชวงศ์
1. พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั , สมเด็จพระบรมราชินนี าถ
2. สมเดจ็ พระบรมราชินี , สมเด็จพระบรมราชชนนี , สมเด็จพระยุพราช , สมเดจ็ พระสยามบรมราชกุมารี
3. สมเดจ็ เจา้ ฟ้า
4. พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ , พระองคเ์ จา้
5. พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ , พระองค์เจา้
6. พระวรวงศ์เธอ , พระองค์เจ้า
7. หม่อมเจ้า

มลู เหตทุ ท่ี ำให้เกดิ มีคำราชาศพั ท์
คือ ต้องการยกย่องให้เกียรติดงั นั้นการศึกษาเรื่องคำราชศัพท์ นี้ จึงแบ่งเป็น 2 ตอน ใหญ่ ๆ คือ ตอนที่ 1 ศัพท์สำหรับ

พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานวุ งศ์ ตอนท่ี 2 ศพั ท์สำหรบั พระภกิ ษุสงฆ์
ราชาศพั ทส์ ำหรบั พระมหากษัตรยิ ์
คำนามที่เป็นชื่อสิ่งของสำคัญที่ควรยกย่อง มีคำเติมหน้า ได้แก่ พระบรมมหาราช พระบรมมหา พระบรมราช พระบรม

พระอัคราช พระอัคร และพระมหา เช่น พระบรมมหาราชวัง พระบรมมหาชนกพระบรมราชชนนี พระบรมราชวงศ์ พระบรมอัฐิ
พระบรมโอรสาธิราช พระอคั รชายา พระมหาปราสาท พระมหาเศวตฉตั ร เป็นตน้

คำนามเปน็ ช่อื สิ่งสำคัญรองลงมา นำหนา้ ดว้ ยคำ“พระราช” เชน่ พระราชวงั พระราชวงศ์ พระราชทรัพย์ พระราชลัญจกร
เป็นต้น คำนามเป็นชื่อของสิ่งสามัญทั่วไปที่ไม่ถือว่าสำคัญส่วนใหญ่เป็นคำบาลีสนั สกฤต เขมร และคำไทยเก่า แต่บางคำก็เป็นคำ
ไทยธรรมดานำหน้าด้วยคำ “พระ” เช่น พระกร พระบาทพระโรค พระฉาย พระแทน่ พระเคราะห์ เป็นตน้

คำนามใดที่เป็นคำประสม มีคำ “พระ” ประกอบอยู่แล้ว ห้ามใช้คำ “พระ” นำหน้าซ้อนอีก เช่น พานพระศรี (พาน
หมาก) ขันพระสาคร (ขนั นำ้ ) เป็นต้น

คำนามที่เป็นชื่อส่ิงไม่สำคัญและคำนั้นมักเป็นคำไทย นำหน้าด้วยคำว่า “ต้น” เช่น ม้าต้น ช้างต้น เรือนต้น และนำหน้า
ด้วย “หลวง” เช่น ลูกหลวง หลานหลวง รถหลวง เรือหลวง สวนหลวง ส่วน “หลวง” ที่แปลว่าใหญ่ ไม่จัดว่าเป็นราชาศัพท์ เช่น
ภรรยาหลวง เขาหลวง ทะเลหลวง เป็นต้น นอกจากคำวา่ “ต้น” และ “หลวง” ประกอบทา้ ยคำแลว้ บางคำยงั ประกอบคำอื่นๆ อีก
เชน่ รถพระทนี่ ่งั เรอื พระทีน่ ่งั รถทรง เรอื ทรง ม้าทรง ช้างทรง น้ำสรง หอ้ งสรง ของเสวย โต๊ะเสวย ห้องบรรทม เปน็ ต้น

ศัพทส์ ำหรับเจ้านายหรือพระบรมวงศานวุ งศ์ คือตง้ั แต่สมเดจ็ พระบรมราชินลี งไปถึงหมอ่ มเจา้
ใช้พระราชนำหน้า เช่น พระราชเสาวนีย์ พระราชประวัติ พระราชดำรัlส พระราชกุศล พระราโชวาท
พระราโชบาย เป็นต้น
ใช้พระนำหน้า เช่น พระเศียร พระองค์ พระหัตถ์ พระทัย พระบาท เว้นแต่หม่อมเจ้าไม่ใช้ “พระ” นำหน้า ใช้ว่า เศียร
องค์ หัตถ์ หทัย บาท เป็นต้น คำนามราชาศัพท์สำหรับเจ้านายอยู่ในตัว ไม่ต้องใช้คำนำหน้าหรือคำต่อท้าย เช่น วัง ตำหนัก ดังที่
กลา่ วมาแล้วขา้ งต้น

คำราชาศพั ท์ท่คี วรทราบ

คำราชาศพั ท์ที่ใชเ้ ปน็ คำกรยิ า
เปน็ คำแสดงอาการ แบง่ เป็น 4 ชนิด
1. กรยิ าทีเ่ ปน็ ราชาศพั ทใ์ นตวั เอง เชน่ ตรสั (พูด) เสด็จ(ไป) กรวิ้ (โกรธ) ประชวร (ป่วย) ประสูติ(เกดิ ) ทูล(บอก) เสวย(กนิ ) ถวาย(ให้)
บรรทม(นอน) ประทบั (อย่)ู โปรด(รกั ,ชอบ) ทรงมา้ (ขีม่ ้า) ทรงดนตร(ี เลน่ ดนตร)ี
2. ใช้ทรงนำหนา้ กริยาธรรมดา เช่น ทรงฟัง ทรงยนื ทรงยนิ ดี
3. ห้ามใช้ทรงนำหน้ากริยาที่มีนามราชาศัพท์ เช่น มีพระราชดำริ(ห้ามใช้ทรงมีพระราชดำริ) มีพระบรมราชโองการ (ห้ามใช้ทรงมี
พระบรมราชโองการ)
4. ใชเ้ สด็จนำหน้ากรยิ าบางคำ เช่นเสด็จกลับ เสดจ็ ขึ้น เสดจ็ ลง

การใช้คำราชาศพั ท์ในการเพด็ ทูล
หลักเกณฑ์ในการกราบบังคมทูลพระเจา้ แผน่ ดิน
1. ถา้ ผรู้ ับคำกราบบงั คมทลู ไม่ทรงรจู้ กั ควรแนะนำตนเองวา่ "ขอเดชะฝา่ ละอองธุลีพระบาทปกเกลา้ ปกหระหม่อม ขา้ พระพุทธเจ้า
......................ชื่อ.................... ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลพี ระบาท" และลง
ทา้ ยวา่ ดว้ ยเกลา้ ดว้ ยกระหมอ่ มขอเดชะ
2. ถา้ กราบบังคมทูลธรรมดา เชน่ ทรงมกี ระแสพระราชดำรัสถามส่าช่อื อะไร ก็กราบบงั คมทลู ว่า "ขา้ พระพทุ ธเจา้ ช่อื ...................
พระพุทธเจา้ ขา้ "
3. ถ้าต้องการกราบบังคมทูลถึงความสะดวกสบาย หรือรอดอันตรายให้ใช้คำว่า "เดชะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม
......................"
4. ถ้าจะกราบบังคมทูลถงึ สงิ่ ทท่ี ำผิดพลาดไม่สมควรทำใหใ้ ชค้ ำนำ "พระราชอาญาไมพ่ น้ เกล้าพ้นกระหม่อม"
5. ถา้ จะกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรณุ าใช้คำว่า "ขอพระบารมีปกเกลา้ ปกกระหม่อม"
6. ถา้ จะกราบบังคมทลู ถงึ ของหยาบมิบงั ควร ใช้คำวา่ "ไมค่ วรจะกราบบังคมพระกรณุ า"
7. ถ้าจะกราบบังคมทูลเป็นกลางๆ เพื่อให้ทรงเลือก ให้ลงท้ายว่า "ควรมีควร ประการใดสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อม"
8. ถ้าจะกราบบังคมทูลถึงความคิดเหน็ ของตนเองใชว้ า่ "เห็นด้วยเกลา้ ดว้ ยกระกมอ่ ม"
9. ถ้ากราบบังคมทลู ถงึ ส่ิงทท่ี ีท่ ราบใช้ว่า "ทราบเกล้าทราบกระหมอ่ ม"
10. ถ้าจะกราบบังคมทลู ถงึ การทำสง่ิ ใดสง่ิ หนง่ึ ถวายใช้คำวา่ "สนองพระมหากรณุ าธิคณุ "
11. ถ้าจะกลา่ วขออภยั โทษ ควรกล่าวคำวา่ "เดชะพระอาญาไม่พ้นเกล้า" และลงท้ายว่า ดว้ ยเกล้าด้วยกระหม่อม
12. การกลา่ วถงึ ส่ิงท่ีไดร้ บั ความอนุเคราะห์ ใหใ้ ชค้ ำวา่ "พระเดชพระคณุ เป็นลน้ เกลา้ ลน้ กระหมอ่ ม"
สำหรบั เจา้ นายตง้ั แตห่ ม่อมเจ้าข้ึนไป

1. ในการกราบบังคมทูล ไม่ต้องใช้คำขึ้นต้นและลงท้าย ถ้าเป็นพระยุพราช , พระราชินีแห่งอดีตรชั กาลและสมเด็จเจ้าฟ้า ควรใช้
สรรพนามแทนพระองคท์ ่านว่า "ใต้ฝ่าละอองพระบาท" ใชส้ รรพนามแทนตนเองว่า "ข้าพระพทุ ธเจา้ " และใช้คำรบั วา่ "พระพุทธเจ้า
ข้า" เจ้านายชั้นรองลงมา ใช้สรรพนามแทนพระองค์ว่า "ใต้ฝ่าพระบาท" ใช้สรรพนามแทนตนเองว่า "เกล้ากระหม่อม" ใช้คำรับวา่
"พระเจ้าข้า"
2. เจา้ นายชั้นสมเดจ็ พระยาและพระยาพานทอง ใช้สรรพนามของทา่ นว่า "ใตเ้ ทา้ กรณุ า" ใช้สรรพนามของตนว่า "เกลา้ กระหม่อม"
ฝช้คำรบั วา่ "ขอรับกระผม"
3. คำที่พระภกิ ษใุ ช้เพ็ดทูลต่อพระเจ้าแผ่นดิน แทนคำรับว่า "ถวายพระพร" แทนตนเองว่า "อาตมภาพ" ใช้สรรพนามของพระองค์
ว่า "มหาบพติ ร"
วธิ ีใช้คำประกอบหน้าคำราชาศัพท์
1. พระบรมราช ใช้ประกอบหน้าคำเพ่ือใหเ้ ห็นว่าสำคัญยง่ิ ในกรณที ีต่ อ้ งการเชดิ ชูพระราชอำนาจ
2. พระบรม ใชป้ ระกอบหน้าคำเพื่อให้เหน็ วา่ สำคัญยิ่ง ในกรณที ตี่ อ้ งการเชิดชูพระราชอสิ ริยยศ
3. พระราช ใช้ประกอบหน้าคำเพื่อให้เห็นว่าสำคัญรองมาจาก พระบรม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งเฉพาะขององค์พระเจ้าแผ่นดิน
วิธีใชค้ ำประกอบหลงั คำราชาศพั ท์
1. ทรง ใช้ประกอบหลังคำนาม เพอื่ เปน็ คำนามราชาศัพท์
2. ตน้ ใชป้ ระกอบหลังคำนามสำคัญทว่ั ไป เพ่อื ทำให้เป็นคำนามราชาศัพท์ มกั ใช้กับส่งิ ท่โี ปรดเป็นพเิ ศษ
3. หลวง ใช้ประกอบหลงั คำนามสามญั ทว่ั ไป เพ่ือใหเ้ ปน็ นามราชาศพั ท์
4. พระท่ีน่ัง ใช้ประกอบหลังคำนามสามัญ เพื่อให้เป็นนามราชาศพั ท์ มีความหมายว่าเปน็ ท่ีประทบั ส่วนพระองค์

ราชาศพั ท์สำหรับพระภิกษุสงฆ์
ประเทศไทยเรามคี ำพูดทีใ่ ช้กับพระภิกษโุ ดยเฉพาะอยู่ประเภทหนึ่งบางทกี ็เป็นคำที่พระภิกษุเป็นผู้ใช้เอง ซึ่งคนไทยสว่ น

ใหญ่จะรูจ้ กั กันหมดแลว้ เช่น คำวา่ อาตมาภาพ หรืออาตมา มคี วามหมายเท่ากับ ฉนั บางคำกท็ ้ังท่านใช้เองและเราใชก้ บั ท่าน เช่น
คำวา่ ฉนั หมายถึง กนิ เป็นตน้ การพูดกับพระภกิ ษตุ อ้ งมีสมั มาคารวะ สำรวม ไมใ่ ชถ้ ้อยคำท่ีเปน็ ไปในทำนองพูดเลน่ หรือพูดพล่อย
ๆ ซึ่งจะเป็นการขาดความเคารพไปสำหรับพระภิกษุ เราจำเป็นต้องทราบราชทินนาม เรียกว่า พระภิกษุผู้ทรงสมณศัก ดิ์ของ
พระภกิ ษเุ รยี งลำดับได้ดงั นี้ เพ่อื ทีจ่ ะได้ใช้ได้อยา่ งถกู ต้อง
1. สมเดจ็ พระสังฆราช
2. สมเดจ็ พระราชาคณะ หรือ ช้นั สพุ รรณปฎั คอื พระภิกษุที่มีราชทินนามนำหนา้ ดว้ ยคำว่า "สมเด็จพระ"
3. พระราชาคณะช้นั รอง
4. พระราชาคณะชน้ั ธรรม พระราชาคณะช้ันนม้ี กั มคี ำว่า "ธรรม" นำหนา้
5. พระราชาคณะช้ันเทพ พระราชาคณะชน้ั นมี้ ักมคี ำวา่ "เทพ" นำหน้า
6. พระราชาคณะชนั้ ราช พระราชาคณะชนั้ นีม้ กั มคี ำว่า "ราช" นำหน้า
7. พระราชาคณะชั้นสามญั
8. พระครสู ญั ญาบัติ , พระครูชั้นประทวน , พระครูฐานานกุ รม
9. พระเปรยี ญต้ังแต่ 3-9

การใช้คำพูดกับพระภิกษุทรงสมณศักดิ์ ที่ผิดกันมากคือชั้นสมเด็จพระราชาคณะเห็นจะเป็นเพราะมีคำว่า "สมเด็จ"
นำหน้าจึงเข้าใจว่าต้องใช้คำราชาศัพท์ ซึ่งผิด ความจริงแล้ว พระภิกษุทรงสมณศักดิ์ที่ต้องใช้ราชาศัพท์มีเฉพาะเพียงสมเด็จ
พระสงั ฆราชเทา่ น้ัน เว้นแต่พระภิกษรุ ูปนน้ั ๆ ท่านจะมฐี านนั ดรศักดิท์ างพระราชวงศอ์ ยู่แล้ว
คำราชาศัพท์ท่คี วรทราบ
พระภิกษุที่เป็นพระราชวงศ์ ใช้ราชาศัพท์ตามลำดับชั้นแห่งพระราชวงศ์ สำหรับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า(สมเด็จพระสังฆราชท่เี ป็น
พระราชวงศ)์ ใช้ดงั นี้

คำขนึ้ ต้น ใชว้ ่า ขอประทานกราบทลู (กลา่ วพระนามเต็ม)
สรรพนามแทนผพู้ ูด ใช้ว่า ข้าพระพทุ ธเจา้
สรรพนามแทนพระองค์ทา่ น ใช้วา่ ใตฝ้ า่ พระบาท
คำลงท้าย ใช้ว่า ควรมคิ วรแล้วแต่จะโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม
สมเด็จพระสังฆราช ซง่ึ ดำรงตำแหน่งสกลมหาสงั ฆปรณิ ายก ใช้ราชาศพั ท์เสมอพระเจา้ วรวงศ์เธอ (ทมี่ ไิ ด้ทรงกรม) เชน่
คำขึ้นตน้ ใช้วา่ กราบทลู (กล่าวพระนามเตม็ )
สรรพนามแทนผูพ้ ดู ใชว้ า่ เกล้ากระหม่อม (สำหรับชาย), เกลา้ กระหมอ่ มฉัน(สำหรับหญิง)
สรรพนามแทนพระองคท์ า่ น ใชว้ า่ ฝา่ พระบาท
คำลงทา้ ย ใช้ว่า ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ทม่ี า : https://www.kroobannok.com
ขอ้ สงั เกต/ควรจํา การใชร้ าชาศัพท์
**** พระมหากษตั รยิ ์ และสมเดจ็ พระบรมราชนิ ี
ใช้คําราชาศพั ทช์ นั้ สงู สดุ เสมอกนั ยกเว้นคําว่า “พระบรม” ใชก้ ับพระมหากษัตรยิ พ์ ระองคเ์ ดยี ว
***** คํานามราชาศพั ท์
การใชค้ ํานามราชาศพั ทจ์ ะสงั เกตไดจ้ ากคำเติมหนา้ ว่าคาํ ใดสาํ คัญมาก หรอื นอ้ ย

สาํ คัญมาก - พระบรมมหาราชวัง พระบรมราชโองการ พระบรมอฐั ิ พระมหาเศวตฉตั ร
สําคญั รองลงมา - พระราชลัญจกร พระราชวัง
ส่ิงสามัญทว่ั ไป - พระบาท พระเกา้ อี้
* * แต่หากคํานามใดเปน็ คาํ ประสม มีคํา “พระ” อยู่แลว้ ห้าม ใชพ้ ระ นาํ หนา้ ซอ้ นอกี
เช่น พานพระศรี ขนั พระสาคร
พระมหากษตั ริย์ พระบรม • พระบรมราชโองการ • พระบรมราโชวาท • พระบรมราชนิ ีนาถ

พระราช • พระราชธดิ า • พระราชทรพั ย์ • พระราชกรณยี กจิ • พระภคินี • พระหทัย • พระโอสถ
พระบรมราชนิ ี• พระราชเสาวนีย์ • พระราชวโรกาส • พระราชนิพนธ์

ข้ออควรจาํ สําหรบั ราชาศพั ทท์ ม่ี กั ใช้ผิดเสมอ
๑. “ถวายการต้อนรับ” คาํ น้ผี ดิ ทีถ่ ูกต้อง คือ “เฝา้ ฯ รับเสด็จ” หรอื “รบั เสด็จ”
๒. “อาคนั ตุกะ” และ ”ราชอาคนั ตกุ ะ” ใช้ต่างกันดงั นี้
“อาคันตุกะ” ใชเ้ มือ่
** พระมหากษตั ริย์เสดจ็ ฯ ไปทรงเป็นแขกของบคุ คลสําคัญ
** บุคคลสามัญไปเปน็ แขกของบคุ คลสามัญ
“ราชอาคนั ตุกะ” ใชเ้ มือ่
** พระมหากษัตริย์เสดจ็ ฯ ไปทรงเปน็ แขกของพระมหากษตั ริย์
** บุคคลสามัญไปเป็นแขกของพระมหากษัตริย์
๓. “ถวายความจงรกั ภกั ดี” ความจงรกั ภกั ดเี ปน็ ของท่หี ยบิ ย่ืนให้กนั ไมไ่ ดเ้ ปน็ ส่ิงที่มี ประจาํ ตนแสดง
ปรากฏใหท้ ราบได้ฉะนนั้ ใช้“ถวาย” ไมไ่ ด้ จงึ ควรใช้ “มคี วามจงรกั ภักดี” “แสดงความจงรกั ภกั ดี”
๔. การใช้คํา “ถวาย” มใี ช้อยสู่ องคาคอื “ทลู เกลา้ ฯ ถวาย” และ “น้อมเกล้าฯถวาย” ใช้ต่างกนั ดงั น้ี
** ถ้าส่ิงของนั้นเปน็ ของท่มี ขี นาดเลก็ ใช้ “ทูลเกลา้ ฯ”
** ถ้าสิ่งของนน้ั เปน็ ของท่มี ขี นาดใหญ่ ใช้ “น้อมเกล้าฯ ถวาย” หรอื “ถวาย” เฉย ๆ
๕. คําว่า ขอบใจ ถา้ จะกล่าววา่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวทรงขอบใจ ก็ใช้วา่ “ทรงขอบใจ” หรือ
“พระราชทานกระแสขอบใจ” ไม่ใช่ “ขอบพระทัย” เวน้ แตผ่ ้ทู ่ี ทรงขอบใจน้นั เป็นพระราชวงศ์จงึ ใช้
“ขอบพระทัย” ได้
๖. เมื่อกล่าวถึงการแสดงใด ๆ ถวายทอดพระเนตร มักจะใช้ว่า “แสดงหน้าพระพักตร์” หรือ “แสดงหน้าพระที่นั่ง” ซึ่งผิด ***
ต้องใช้ว่า “แสดงเฉพาะพระพกั ตร์” หรอื “แสดงหน้าที่นง่ั ”
๗. ถ้ามผี ้ถู วายสงิ่ ของ เชน่ หมวก ผา้ เชด็ หน้า ฯลฯ ขณะทีถ่ วายนั้นตอ้ งใชค้ าํ สามญั จะใชค้ ําราชา
ศพั ทม์ ไิ ด้ เพราะส่งิ ของนั้น ยังมิได้เป็นของพระองค์ท่าน
๘. การใชค้ าํ วา่ เสดจ็ ทาํ ให้เปน็ คํากริยาราชาศัพท์ : เสดจ็ + คาํ กรยิ าราชาศัพท์
เช่น เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ เสด็จพระราชสมภพ

ขอ้ สังเกตบางประการในการใช้ราชาศพั ท์
-คําที่เป็นราชาศัพท์ถ้าเป็นคํานาม มักมีคําว่า พระ หรือ พระราช นําหน้า เช่น พระองค์ พระพักตร์ พระเนตร พระราชทรัพย์
พระราชวนิ จิ ฉัย
-ถ้าเป็นคํากริยา มักมีคําว่า ทรง ทรงพระ หรือ ทรงพระราช นําหน้า เช่น ทรงยืน ทรงทักทาย ทรงเรือใบ ทรงพระสรวล
ทรงพระดําริ ทรงพระอกั ษร ทรงพระราชนพิ นธ์ ทรงพระราชปรารภ
-คําบางคําเป็นกริยาราชาศัพท์อยู่แล้วไม่ต้องมี ทรง ทรงพระ หรือ ทรงพระราช นําหน้า เช่น บรรทม (นอน) โปรด (ชอบ,รัก)
พระราชทาน (ให)้ ประทับ (น่งั ) กรวิ้ (โกรธ) เสดจ็ พระราชดาเนิน (เดินทางไป)


Click to View FlipBook Version