The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lovenoomai, 2021-10-31 01:52:10

ใบรองปก

ใบรองปก

เบวี้ยานงสเรราะ

เอวำียเภงจอันทร์
จังหวัด
สุราษฎร์ธานี

ใบรองปก







นางสาวจุฑามาศ ชัยฤหษ์ 6116209001031
นางสาวจีราวรรณ เวชจันทร์ศิลป์ 6116209001033
นายอษฎาวุฒิ ชำนาญ 6116209001202

อำ เ ภ อ เ วี ย ง ส ร ะ
จั ง ห วั ด สุ ร า ษ ฎ ร์ ธ า นี

พระราชดำริ

ส่วนที่ 1

ข้อมูลพื้นฐานสำคัญของท้องถิ่น
1.1 ประวัติความเป็นมาของตำบล

เทศบาลตำบลเวียงสระเดิมเป็นท้องถิ่น
หนึ่งของตำบลบ้านส้อง และ ตำบลเวียงสระ
กิ่งอำเภอเวียงสระอำเภอบ้านนาสารจังหวัด
สุราษฎร์ธานี และ ได้รับการยกฐานะเป็น
สุขาภิบาล เวียงสระตามประกาศในราชกิจ
จานุเบกษา เล่มที่ 85 ตอนที่ 57 เมื่อ วันที่ 25
มิถุนายน 2511 และต่อมาได้รับการยกฐานะ
จากสุขาภิบาลเวียงสระเป็นเทศบาลตำบลเวียงสระตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เล่มที่ 116 ตอนที่ 9 ก เมื่อ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 และมีผลหลังจากประกาศครบ 90 วัน
คือ วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 เมืองโบราณเวียงสระ เป็นเมืองและแหล่งชุมชนโบราณแห่ง
หนึ่งทางภาคใต้ เชื่อกันว่าเมืองเวียงสระมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 7
จดหมายเหตุจีน กล่าวถึงเมืองพัน – พัน ว่าได้มีการติดต่อส่งทูตไปยังราชสำนักจีนในสมัย
ราชวงศ์เหลียง เมื่อราว พ.ศ.967 เมืองเวียงสระเจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน
แต่ช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีหลักฐานการจารึกที่แน่ชัดว่ามีกษัตริย์ปกครองบ้านเมืองสืบต่อกัน
มาอย่างไร แต่มีหลักฐานทางโบราณวัตถุที่พอจะยืนยันได้แน่ชัดว่า เมืองนี้ได้รับอิทธิพลทาง
พุทธศาสนาจากอินเดียแน่นอน และเชื่อกันว่าการล่มสลายของเมืองเวียงสระน่าจะเนื่องมา
จากการเกิดไข้ห่าระบาด บริเวณเมืองเวียงสระได้พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมาย

ซึ่งมีตั้งแต่เครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์และยุคต่อเนื่อง เรื่อยมาจนถึงสมัย
รัตนโกสินทร์ตอนต้น อันนี้เองทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าชุมชนโบราณเวียงสระนั้นได้มี
การพัฒนาการต่อเนื่องเรื่อยมา ทั้งเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่และมีความก้าวหน้าทาง
ด้านเทคโนโลยีค่อนข้างสูงหลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุในอดีตมีอายุ
มากกว่า 1000 ปี มีเครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พระพุทธรูป หินทรายแดงนูน
สูง เทวรูปพระวิษณุหรือพระนารายณ์สวมหมวกทรงกระบอกทำด้วยศิลา พระวิษณุ
หรือพระนารายณ์ 4 กร พระ-วฑุกะไภลพ ซึ่งเป็นบริเวณเมืองเวียงสระและบริเวณราย
รอบนั้นก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเจริญรุ่งเรืองในด้านความเชื่อทางศาสนา
พราหมณ์และพุทธศาสนาลัทธิมหายานได้เป็นอย่างดี ลักษณะของคูเมืองได้รับการขุด
เชื่อมต่อกันของคลองตาล กับแม่น้ำตาปี

นับเป็นการพัฒนาการทาง ด้านการสร้างเมือง โดยการใช้คูคลองธรรมชาติเป็น
คูเมือง จึงทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณเมือง
เวียงสระนั้นเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่มากที่สุดเมืองหนึ่งบนคาบสมุทรมาลายู เป็น
เครื่องชี้ถึงแหล่งอารยธรรมอินเดียที่มีในดิน-แดนนี้ ซึ่งมีต่อเนื่องกันมาตั้งแต่พุทธ
ศตวรรษที่ 11 ถึงพุทธศตวรรษที่15-16 อาจเป็นแหล่งที่ชาวอินเดียเข้ามาตั้งเป็นชุมชน
เมื่อครั้งที่เคยใช้เส้นทางผ่านข้ามคาบสมุทรจากทะเลอันดามันไปยังอ่าวไทยตาม เส้น
ทางจากตะกั่วป่าเมืองเวียงสระไปออกอ่าวบ้านดอน ( แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาล
ตำบลเวียงสระ ปี 2561-2565 )

ไทม์ไลน์ความเป็นมา ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีทั้งหมด 10 หมู่บ้านมีความเป็นมาดังต่อไปนี้ คือ หมู่ที่1 บ้านหัวสะพาน ในปี พ.ศ. 2505
เกิดว่าตะภัยทำให้โรงเรียนบ้านหัวสะพานเกิดความเสียหายจึงย้ายมาตั้งโรงเรียนที่หมู่
หนึ่งตำบลเวียงสระโดยนายทศพล คล้ายอุดมศึกษาธิการอำเภอ ได้ขอ งบประมาณมา
สร้างโรงเรียน พ.ศ. 2511 ตั้งหมู่ที่ 1 ตำบลเวียงสระ พ.ศ. 2514 โรงเรียนเวียงสระเปิด
ครั้งแรกวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2514 มีนักเรียนรุ่นที่ 1 จำนวน 90 คน มีครูใหญ่1คน
คือนายอำพล กลับวิเศษ ใช้สถานที่ของโรงเรียนบ้านหัวสะพานเป็นสถานที่เรียน
พ.ศ. 2515 โรงเรียนเวียงสระได้ย้ายมาใช้สถานที่ในปัจจุบันเลขที่ 412 หมู่ที่ 1 ตำบล
เวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบบรมราชนนี
(สมเด็จย่าเสด็จ) เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเวียงสระ ได้ทรงปลูกต้นไม้มงคล 1 ต้นคือ(ต้นพิกุล
ทอง) พ.ศ. 2542 ตั้งศาลาหมู่ 1 เลขที่ 544 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัด
สุราษฎร์ธานี ได้รับบริจาคที่ดินโดยนายปรีชา ราชธานี และ นางม้วน ราชธานี
พ.ศ. 2550 16 กุมภาพันธ์ 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้
ทรงเสด็จเยี่ยมโรงเรียนเวียงสระพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนและได้ทรง
ปลูกต้น (จำปีต้นจำปีสิรินธร ) พ.ศ.2556 นายณรงค์ ยังชู ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกำนัน
ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ พ.ศ.2563 ได้มีสะพานข้ามถนน
เอเชีย ที่สี่แยกเวียงสระ ต่อมา หมู่ที่2 บ้านดอนเหรียง ในปี พ.ศ.2432 มีโรงเรียนประถม
ศึกษาในโรงเรียนคือโรงเรียนบ้านไทร พ.ศ.2511 หมู่ 2 แต่เดิมเป็นหมู่ที่เจ็ดตำบลนาสาร
ต่อมาแยกเป็นหมู่ที่สองตำบลเวียงสระ ช่วงนี้เป็นหมู่ที่7 อำเภอนาสาร มีผู้ใหญ่บ้านคือ
1.นายทอง สวัสวงศ์ 2.นายสวาท วรรณบุรี พ.ศ.2525 ได้เป็นหมู่บ้าน อ.ป.ป. อาสา
ป้องกันตนเองสมัยคอมมิวนิสต์เพราะเป็นพื้นที่สีแดง

ผู้ก่อการร้ายเยอะ พ.ศ.2546 ได้สร้างชลประทาน พ.ศ.2548 นายประยุทธ์เทพปูนได้
รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน สุดท้ายปี พ.ศ.2553 นายธงชัย ชูทัพ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่
บ้าน มีคณะกรรมการดูแลหมู่บ้าน ต่อมา หมู่ที่3 บ้านควนบก ในปี พ.ศ.2474 มีหนองน้ำ
เกิดขึ้นเรียกว่า หนองสงค์เป็นหนองน้ำในหมู่บ้านและมีต้นไม้ประจำหมู่บ้านเรียกว่าต้น
บก พ.ศ.2500 วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านมีอาชีพทำสวนทำไร่และใช้น้ำในการทำเกษตร
จากหนองสงค์ พ.ศ.2505 มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกชื่อผู้ใหญ่สวัสดิ์ หวานแก้ว พ.ศ.2519 มี
ผู้ใหญ่บ้านคนที่สองชื่อผู้ใหญ่จีบ กลุน้อย พ.ศ.2511 มีการก่อตั้งศาลาหมู่บ้านชั่วคราว
และได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากเดิมหมู่ที่8 ตำบลเวียงสระอำเภอบ้านนาสาร
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นหมู่ที่3ตำบลเวียงสระอำเภอเวียงสระจังหวัดสุราษฎร์ธานี
พ.ศ.2520 ก่อสร้างศาลาหมู่บ้านขึ้นครั้งแรกใช้เป็นที่ประชุมและทำกิจกรรมประจำ
หมู่บ้าน พ.ศ.2540 มีผู้ใหญ่บ้านคนที่ 3 ชื่อผู้ใหญ่ประสิทธิ์ คำปรีชา พ.ศ.2551 มีผู้ใหญ่
บ้านคนที่ 4 ชื่อผู้ใหญ่ประจวบ พัฒน์สีทอง พ.ศ.2552มีผู้ใหญ่บ้านคนที่5 ชื่อผู้ใหญ่
พ.ศ.2553ก่อสร้างศาลาหมู่บ้านหลังใหม่ขึ้น(ใช้จนถึงปัจจุบัน) พ.ศ.2558 มีผู้ใหญ่บ้านคน
ที่ 6 ชื่อผู้ใหญ่นรา อยู่ดี สุดท้ายปี พ.ศ.2561 มีผู้ใหญ่บ้านคนที่ 7 ชื่อผู้ใหญ่พีรยุทธ์ ชัย
สิทธิ์ (เป็นผู้ใหญ่คนปัจจุบัน)ในหมู่ที่3 ต่อมา หมู่ที่4 บ้านควนในปี พ.ศ.2490มีการก่อตั้ง
หมู่ที่4 บ้านควน แยกออกมาจากหมู่ที่3 บ้านควนบก นายขาม นวลแก้ว ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 1
พ.ศ.2480 เริ่มก่อตั้งโรงเรียนบ้านควน พ.ศ.2505เกิดวาตภัยในหมู่บ้าน ทำให้บ้านเรือน
ประชาชนเสียหาย พ.ศ.2518ก่อตั้งกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษตร พ.ศ.2524 นาย ปลาย
เพ็งกุล ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 2 ไฟฟ้าเริ่มเข้าในหมู่ที่ 4 บางส่วนในหมู่บ้าน มีการจัดการตั้งกลุ่ม
ออมทรัพย์ ภายในหมู่บ้านครั้งแรก โดยนายสว่าง บุญล่อง เป็นหัวหน้ากลุ่ม พ.ศ.2531
จัดตั้ง องค์การบริหาร ส่วนตำบลเวียงสระ ก่อตั้งศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่4 หลังแรก นายทวี
นวลแก้ว ผู้ใหญ่บ้านคนที่3 ก่อตั้งกลุ่มแม่บ้าน พ.ศ.2533ประกวดหมู่บ้านพัฒนาได้รับ
รางวัล หมู่บ้านพัฒนาอาสา และ ป้องกันตนเอง พ.ศ.2534ก่อตั้งกลุ่มประปาหมู่บ้าน นาย
สว่าง บุญล่อง ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 4 พ.ศ.2536 บุกเบิกถนน บ้านควน - โคกมะพร้าวมีการ
รวมกลุ่มเกษตรกร เพื่อการเกษตร ทำปุ๋ยเคมี นายสิริ อ่อนชุม ผู้ใหญ่บ้านคนที่5
พ.ศ.2548 ก่อตั้งกลุ่มเกษตรเพื่อการเกษตร หมู่ที่4 กลุ่มทำปุ๋ยเคมี นายสิริ อ่อนชุม
ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 5 พ.ศ.2549ก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองเวียง

นายสมามิตร นวลแก้ว ผู้ใหญ่บ้านคนที่6 พ.ศ.2552 จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลเมือง
เวียง พ.ศ.2557 ก่อสร้างตั้งศาลาหมู่บ้านหลังใหม่ ผู้ใหญ่บ้านคนที่7 นายสำราญ ชัย
สวัสดิ์ จัดตั้งกลุ่มชรบ. พ.ศ.2562 จัดตั้งกลุ่มซื้อน้ำยางสด เกษตรกร สุดท้ายในปี
พ.ศ.2564 นาย สำราญ ชัยสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน ของหมู่ที่4 ต่อมา หมู่ที่ 5
บ้านไร่ใต้ พ.ศ.2514 ได้รับการเปลี่ยนหมู่บ้านมาเป็นหมู่ที่5 บ้านไร่ใต้ นายหมทาน
สิทธิ์ สุระกา เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก พ.ศ.2522 ก่อตั้งศาลาหลังแรก บ้านไร่ใต้
พ.ศ.2523 นายยงยุทธิ์ ทองพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้านคนที่2 ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง
พ.ศ.2525 จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์หมู่บ้านกลุ่มผสมปุ๋ยหมักชีวภาพ พ.ศ.2547 น้ำ
ท่วมในหมู่ที่5 บ้านเรือนที่อยู่ติดบริเวณริมคลองตาล พ.ศ.2556 สิบเอก วิทยา หนู
กลิ่น ได้รับการบำรุงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านคนที่3 พ.ศ.2557 จัดตั้งกลุ่มทำขนมเค้กเบเก
อรี่ศรีเมืองเวียง พ.ศ.2561 ก่อสร้างศาลาหลังใหม่ พ.ศ.2562 ก่อสร้างประปาหมู่บ้าน
และซ่อมแซมาปรับปรุง สุดท้ายปี พ.ศ.2564 สิบเอกวิทยา หนูกลิ่น ได้หมดวาระการ
ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ต่อมา หมู่ที่6 บ้านทุ่งกรูด ในปีพ.ศ.2505 เกิดวาตภัย
ภายในหมู่บ้านเสียหายหลายหลังคาเรือน พ.ศ.2511 ก่อตั้งหมู่ที่6 บ้านทุ่งกรูด โดย
แยกมาจากหมู่ที่9 บ้านหนองโสน เดิมเป็นหมู่ที่ 11 ตำบลเวียงสระ อำเภอบ้านนาสาร
พ.ศ.2515 ก่อตั้งโรงเรียนบ้านทุ่งกรูดโรงเรียนประถมภายในหมู่บ้าน พ.ศ.2518
คอมมิวนิสต์ ได้เข้ามาตั้งค่ายภายในหมู่บ้านบริเวณหนองเตย พ.ศ.2522 ค่าย
คอมมิวนิสต์ได้สลายตัวออกจากพื้นที่บริเวณหนองเตย พ.ศ.2531 น้ำท่วมหมู่บ้าน
ครั้งใหญ่ พ.ศ.2546 บุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเพาะพันธ์สัตว์น้ำ
หนองเตยโดยนายเจริญ ร่วงชุม ผู้ใหญ่บ้านคนที่2 เป็นผู้ริเริ่ม พ.ศ.2549 ไฟไหม้พื้นที่
สาธารณะในชุมชน พ.ศ.2550 นายปราโมทย์ เลี่ยนศิริ ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านคน
ที่4 มีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน พ.ศ.2551 จัดตั้งกองทุนแม่ของแผ่นดิน พ.ศ.2552
ก่อสร้างศาลาหลังแรกภายในหมู่บ้าน พ.ศ.2560 ก่อสร้างประปาบริเวณหนองเตย
พื้นที่แหล่งน้ำภายในหมู่บ้าน สุดท้าย พ.ศ.2562 สร้างสะพานคลองสูน ระหว่างหมู่ที่5
บ้านควนศรี - หมู่ที่6 บ้านทุ่งกรูด

ต่อมา หมู่ที่7 บ้านเวียง ในปี พ.ศ.2524 ก่อตั้งหมู่บ้านคลองเสียว หมู่ที่7 พ.ศ.2555
ผู้ใหญ่คนที่6 เกษียณอายุ(นายวิจิตร หลักชุม) แต่งตั้งผู้ใหญ่จงจิตร อภิชาตกุล (ผู้ใหญ่
คนที่7) พ.ศ.2556 ก่อตั้งหน่วยประชาชนเมืองเวียง พ.ศ.2560 จัดทำโครงการธนาคาร
ขยะ พ.ศ.2561 จัดทำโครงการบ้านสวยด้วยมือเรา พ.ศ.2562 ได้ที่ 1 จังหวัดหมู่บ้าน
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้มีการต้อนรับพ่อเมืองสุราษฎร์ติดตามผู้สูญหายจมน้ำในพื้นที่
รับผิดชอบ ต้อนรับผอ.โรงเรียนวัดเวียงสระคนใหม่ ต้อนรับรองผู้ว่าราชการจังหวัด
พ.ศ.2563 ทำฝ่ายชะลอน้ำแก้ปัญหาภัยแล้ง ต้อนรับเจ้าหน้าที่ในทุกๆ ฝ่ายในการ
บริจาคสิ่งของให้กับชาวบ้านนะศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมหมู่ที่7 บ้านเวียง อบรม
ชี้แจงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง บูรณาการด่านชุมชน จนท. ปกครอง จนท.
ตำรวจ อสม. สุดท้ายในพ.ศ.2564 ทำโครงการทุกโครงการต่อมาเรื่อยๆและผู้ใหญ่จง
จิตร ดำรงตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน ต่อมา หมู่ที่8 บ้านคลองตาล พ.ศ.2516 เริ่มก่อตั้งหมู่
ที่ 8 โดยมีผู้ใหญ่บ้านคือ นายชิด นาควิลัย ตังแต่ พ.ศ.2516-2535 พ.ศ.2535 แต่งตั้ง
ผู้ใหญ่บ้าน นายกฤษพล หวานแก้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2535 - 2540 พ.ศ.2540 แต่งตั้งผู้ใหญ่
บ้าน นายประวิทย์ แก้วอ่อน ตั้งแต่ พ.ศ.2540 – 2544 พ.ศ.2544 แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้าน นาย
วิชิต รักปาน ตั้งแต่ พ.ศ.2544 – 2554 สุดท้ายใน พ.ศ.2554 แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้าน นาย
ศรัณย์ รัชชู ตั้งแต่ พ.ศ.2554 จนถึงปัจจุบัน ต่อมา หมู่ที่9 หนองโสน พ.ศ.2511 เริ่มก่อ
ตั้งหมู่ที่ 9 พ.ศ.2554 ได้รับรางวัลแผนพัฒนาหมู่บ้านดีเด่นหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพ
ติด พ.ศ.2555 ได้รับรางวัลสถาบันการเงินดีเด่นระดับจังหวัด พ.ศ.2561 นาย ภิญญา
ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีมาเยี่ยมหมู่บ้านในวันที่ 28 พ.ย.2561 ได้รับรางวัลศูนย์จัดการ
กองทุนดีเด่นที่1 ของจังหวัด สุดท้ายในปี พ.ศ.2563 ได้รับรางวัลศูนย์จัดการกองทุนดี
เด่นของจังหวัด แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ที่1 ของอำเภอ ที่ 3 ของจังหวัด ต่อมา หมู่ที่10
บ้านคลองเสียว พ.ศ.2524 ได้มีการแยกหมู่บ้านมาจากหมู่ที่ 7 ตำบลเวียงสระมา เป็นหมู่
ที่ 10 ตำบลเวียงสระโดยมี นายแปลก สุขยิ่ง เป็นผู้ใหญ่บ้าน คนแรก พ.ศ.2551 ได้ก่อตั้ง
ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงยกระดับชุมชนบ้านคลองเสียด,10 มิถุนายน แต่งตั้ง
ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 2 (ปัจจุบัน) พ.ศ.2554 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 หมู่บ้าน
เศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดี
เด่น กรมการพัฒนาชุมชน รางวัลเกียรติคุณหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
โครงการ 84 หมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียงสุราษฎร์เมืองคนดี ทำดีถวายในหลวง ปีมหา
มงคล กรมการพัฒนาชุมชนปี2554 ได้รับการประเมินเศรษฐกิจพอเพียงในระดับ พออยู่
พอกิน หมู่บ้านพอกินพอใช้ หมู่บ้านมั่งมีศรีสุข พ.ศ.2554 - 2559 ชนะเลิศทั้ง3ระดับ
พ.ศ.2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัล
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข พ.ศ.2556 ได้รับรางวัลชนะเลิศหมู่บ้านต้นแบบ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พ.ศ.2557 ได้รับรางวัล
พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี หมู่บ้านเศรษฐกิจพอ
เพียงมั่งมีศรีสุข

พ.ศ.2558 กรมประมง 1.1.1 ขนาดและที่ตั้งของตำบล

รางวัลชนะเลิศระดับภาค เทศบาลตำบลเวียงสระ ตั้งอยู่ในชุมชนตลาดบ้านส้อง

ประมงอาสาดีเด่นระดับ อำเภอเวียงสระ มีพื้นที่ประมาณ 4.25 ตารางกิโลเมตรหรือ

ภาคใต้2558 พ.ศ.2559 ได้ ประมาณ2,500ไร่มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มลำคลองตาลมี

รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ความสูงจากระดับน้ำ ทะเล 38 เมตร ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่

ในโครงการบ้านสวยเมือง 2,4,10 ตำบลบ้านส้อง และหมู่ที่ 1,8 ตำบลเวียงสระ

สุข จ.สุราษฎร์ธานี ลักษณะที่ตั้ง เทศบาลตำบลเวียงสระ ตั้งอยู่ในชุมชน

พ.ศ.2560 31 ธันวาคม 60 ตลาดบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ ห่างจากจังหวัด

วัฒนธรรม จ.สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานีโดยทางรถยนต์ประมาณ 65 กิโลเมตร ทาง

ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรม รถไฟ 85 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 714

ชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัด กิโลเมตร มีเส้นทางการคมนาคมทั้งทางรถยนต์ รถไฟ มี

เวียงสระ และสุดท้าย พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4.2 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ

พ.ศ.2563 เกษตรกร และ 2,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านส้องหมู่ที่ 2, 4, และหมู่

สหกรณ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ 10 และครอบคลุมพื้นที่ตำบลเวียงสระ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 8

ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรม โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้คือ ทิศเหนือ ติดต่อกับ อบต.

ชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัด เวียงสระ อำเภอเวียงสระ ทิศใต้ ติดต่อกับ เทศบาลตำบล

เวียงสระ พ.ศ.2563 เขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ ทิศตะวันออก ติดต่อกับ

เกษตรกร และ สหกรณ์ เทศบาลตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ และ ทิศตะวันตก

จ.สุราษฎร์ธานี ได้จัดอม ติดต่อกับ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ ( หนังสือ

รมโครงการการพัฒนา แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. 2561-2565 )

ศูนย์เครือข่าย ปราชญ์

ชาวบ้าน ณ ศูนย์ การเรียน

รู้เศรษฐกิจพอเพียงยก

ระดับชุมชนบ้านคลอง

เสียวในปัจจุบัน ( นางสาว

เยาวภา สุระกา วิศวกร

สังคมเทศบาลตำบล

เวียงสระ )

( แผ่นที่แสดงอาณาเขตของเทศบาลตำบลเวียงสระ )

1.1.2 ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ( คิวอาร์โค้ดแสดงตำแหน่งที่ตั้งของเทศบาลตำบลเวียงสระ)
เทศบาลตำบลเวียงสระ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของ

ชุมชน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบสูง
น้ำ ในเขตเทศบาลตำบลเวียงสระ มีลำคลองไหลผ่านที่
สำคัญ คือ คลองตาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ
ในพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองตาลฝั่งด้านทิศเหนือ โดยไหล
ผ่านพื้นที่เขตเทศบาล ระยะทางประมาณ 5,075 เมตร ป่า
ไม้ ในเขตเทศบาลไม่มีทรัพยากรป่าไม้ที่มีคุณค่ารวมทั้ง
ไม่มีการปลูกป่าในเขตพื้นที่ชุมชนเนื่องจากไม่มีพื้นที่
สาธารณะประโยชน์แปลงใหญ่ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ส่วน
ใหญ่เป็นชุมชนเมืองมีการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยกันอย่าง
หนาแน่น เศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น (ด้านการเกษตร
และแหล่งน้ำ) เทศบาลตำบลเวียงสระได้ส่งเสริมอาชีพให้
แก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้
เสริมจากการประกอบอาชีพต่างๆเช่น กลุ่มปลูกผัก
ปลอดสารพิษจะมีกลุ่มปลูกผักกางมุ้งไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี
แต่จะใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกผักบำรุงดินซึ่ง
ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในพื้นที่จำนวนมาก ( แผ่น
พัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระ ปี 2561-2565 )

1.1.3 ลักษณะภูมิประเทศภูมิอากาศ
เทศบาลตำบลเวียงสระมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบสูง ริมคลองตาล

เป็นคลองที่มีต้นกำเนิดจากเขากระเบียด และเขาพรุกำ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของชุมชน มี
ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 38 เมตร ลักษณะอากาศมีลักษณะร้อนชื้น
อากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดู ซึ่งมี 2 ฤดู ดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนเมษายนอากาศร้อนและในบางปีจะเกิด
ปัญหาการขาดแคนน้ำในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ซึ่งเทศบาล
ต้องให้ความช่วยเหลือในการแจกจ่ายน้ำแก่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นประจำทุกปีและมี ฤดู
ฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงธันวาคมซึ่งในช่วงนี้จะมีฝนตกเกือบทุกวันเมื่อเกิดฝนหนัก
ติดต่อกันหลายวันจะทำให้เกิดปัญหาการระบายน้ำไม่ทันเกิดน้ำท่วมครั้งในบางพื้นที่ซึ่ง
เทศบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำล้นตลิ่งเล็ก
ก่อสร้างปรับปรุงระบบระบายน้ำต่างๆให้ได้มาตรฐาน

1.1.4 การเดินทาง / คมนาคม 1. สายบ้านส้อง- นครศรีธรรมราช 2.
การคมนาคมขนส่ง สภาพการ สายบ้านส้อง - กระบี่ 3. สายบ้านส้อง -
พิปูน 4. สายบ้านส้อง- ชัยบุรี 5. สาย
คมนาคมขนส่ง ส่วนใหญ่ค่อนข้างสะดวก บ้านส้อง - นาสาร 6. สายบ้านส้อง - บาง
โดยมีถนนที่ใช้ในการสัญจรไปมาดังนี้ สวรรค์ 7. สายบ้านส้อง - พุนพิน
ทางหลวงแผ่นดินสาย 41 เป็นถนน นอกจากนั้นยังมีรถโดยสารที่วิ่งผ่านทาง
ลาดยาง 6 ช่องจราจร ทางหลวงแผ่นดิน เทศบาลตำบลเวียงสระ ได้แก่
สาย 4009 เป็นถนนลาดยาง 4 ช่อง 8. สายกระบี่ – สุราษฎร์ธานี 9. สายทุ่งสง
จราจร ทางหลวงแผ่นดินสาย 4015 เป็น – สุราษฎร์ธานี 10. สายสุราษฎร์ธานี –
ถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร ถนนลาดยาง 11. สายสุราษฎร์ธานี – ตรัง 12. สายกระบี่
และถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในเขต – กรุงเทพฯ 13. สายตรัง – กรุงเทพฯ 14.
เทศบาล ถนนลูกรัง,ถนนหินคลุกในเขต สายพัทลุง – กรุงเทพฯ และ 15. สายสตูล
เทศบาล ถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับ – กรุงเทพฯ
ผิดชอบของเทศบาล ความยาว 20.038 นอกจากนี้ ยังมีสถานีรถไฟบ้านส้อง ซึ่งมี
กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่รวม 0.7897 ตาราง ขบวนรถไฟรับส่งผู้โดยสาร ดังนี้
กิโลเมตร ถนนลูกรัง ความยาว 1.65 1.ขบวนที่ 446 รถธรรมดา หาดใหญ่ –
กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่รวม 0.0085 ชุมพร เวลาถึง 12.24 น. 2. ขบวนที่ 174 รถ
ตร.กม. ถนนลูกรังโรยหิน ความยาว 2.86 เร็ว นครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ เวลาถึง
กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่รวม 0.132 ตร.กม. 14.55 น. 3. ขบวนที่ 86 รถด่วน
ถนนลาดยาง ความยาว 8.297 กิโลเมตร นครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ เวลาถึง
คิดเป็นพื้นที่รวม 0.317 ตร.กม. ถนน 16.24 น. 4. ขบวนที่ 168 รถเร็ว กันตัง –
คอนกรีต ความยาว 6.679 กิโลเมตร คิด กรุงเทพฯ เวลาถึง 17.01 น. 5. ขบวนที่ 448
เป็นพื้นที่รวม 0.3322 ตร.กม. แบ่งเป็น รถธรรมดา สุไหงโกลก – สุราษฎร์ธานี
ถนนลูกรัง 10 สาย สะพานข้ามคลอง 4 เวลาถึง 17.15 น. 6. ขบวนที่ 172 รถเร็ว
แห่ง ถนนลาดยาง 22 สาย สะพานลอย สุไหงโกลก – กรุงเทพฯ เวลาถึง 18.46 น.
คนข้าม 1 แห่งถนนคอนกรีต 35 สาย และ 7. ขบวนที่ 42 รถดีเซลราง ยะลา –
เทศบาลตำบลเวียงสระมีรถประจำทางวิ่ง กรุงเทพฯ เวลาถึง 19.34 น.ตลอดจน
หลายสาย ซึ่งจุดจอดรถอยู่บริเวณหลัง ภายในชุมชนมีรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างไว้
สถานีขนส่ง ได้แก่ บริการทั่วไปในชุมชน รวม 7 คิว

การไฟฟ้าราษฎรในเขต ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมในเขต
เทศบาลมีไฟฟ้าใช้แล้วประมาณ เทศบาลมีการให้บริการโทรคมนาคม คือ
100 % (4,527 ครัวเรือน) สำนักงานไปรษณีย์โทรเลข จำนวน 1 แห่ง
และมีการขยายเขตจำหน่าย สำนักงานบริการโทรศัพท์ จำนวน 1 แห่ง ราษฎรได้
ไฟฟ้าสาธารณะไปยังชุมชน รับบริการเลขโทรศัพท์แล้ว ประมาณ 80 % ตลอด
ต่างๆ ในเขตถนนและซอยต่างๆ จนมีการติดตั้งเครื่องมือสื่อสารด้วยระบบมือถือ
แล้ว ประมาณ 80 % (ประมาณ ความถี่ 800 , 900 , 1800 DIGITAL , GSM 2 WATT ,
588 หลอด ในเขตเทศบาล) ซึ่ง WORLD PHONE BY 1800 และสามารถติดต่อได้ทุก
ปัญหาที่สำคัญคือ กรณีที่เกิด พื้นที่ในเขตเทศบาล แต่ระบบสายโทรศัพท์ยัง
ฝนตกแล้วไฟฟ้าดับ หรือไฟฟ้า ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ
ดับในกรณีอื่นๆ การให้บริการ
แก้ไขของการไฟฟ้ายังล่าช้าอยู่ ด้านการจราจรสภาพการจราจรในถนนสาย
หลัก อยู่ในสภาพที่ดีพอสมควร แต่ในบริเวณชุมชน
การประปาการประปาใน หลักคือ ตลาดบ้านส้องมีขนาดทางที่แคบ และมี
เขตเทศบาลอยู่ในความรับผิด ปัญหาการจราจรติดขัด ไม่มีสถานที่จอดรถ
ชอบของการประปาส่วน สัญญาณไฟจราจรยังไม่เพียงพอ รวมไปถึงป้าย
ภูมิภาคบ้านนาสารโดยใช้แหล่ง บอกทางในเขตเทศบาลมีน้อย วินัยการจราจรของ
น้ำดิบจากแม่น้ำตาปี ซึ่งการให้ ผู้ขับขี่ยานพาหนะยังต้องแก้ไข
บริการแก่ประชาชนยังไม่ทั่วถึง
และไม่เพียงพอ ราษฎรในเขต การใช้ที่ดินการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขต
เทศบาลได้ใช้น้ำประปาแล้ว เทศบาลตำบลเวียงสระ ยังขาดระบบ และขาดการ
ประมาณ 95 % (ประมาณ 3,800 วางแผน คือ มีการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ของ
ครัวเรือน) ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ เทศบาล มีการก่อสร้างอาคารและการปลูกสร้าง
คือ น้ำประปาไม่ค่อยไหล เมื่อ รุกล้ำที่สาธารณะ ไม่มีการกำหนดการใช้ประโยชน์
ประชาชนใช้น้ำประปาพร้อมๆ ที่ดินอย่างชัดเจน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา
กัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นใน เช่น ปัญหาด้านการจราจร สภาพแหล่งเสื่อมโทรม
ตอนเช้าและตอนเย็น ( แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระ
ปี 2561-2565 )

ส่วนที่ 2
โครงสร้างของชุมชน

2.1 ด้านการเมือง/การปกครอง
2.1.1 เขตการปกครอง รายชื่อกำนันตำบลเวียงสระ/ผู้ใหญ่บ้านตำบลเวียงสระ

( แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระ ปี 2564 )
2.1.2 การเลือกตั้ง

ตามที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเมืองเวียง กรณีคณะกรรมการ
การเลือกตั้งประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งตามมาตรา 142 แห่งพระราชบัญญัติ
การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 28
มีนาคม 2564 นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 และมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ. 2562 ข้อ 179 และระเบียบ
คณะกรรมการเลือกตั้งว่าด้วยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร
ท้องถิ่นพ.ศ. 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศผลการเลือกตั้งดังนี้

ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ 2564 ( แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระ ปี 2564 )

2.2 ข้อมลูประชากร
2.2.1 ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนครัวเรือนและประชากรรายหมู่บ้าน ของเดือนสิงหาคม 2564

ที่มา : สำนักงานทะเบียนอำเภอเวียงสระ ; ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2561
2.2.2 ข้อมูลจำนานประชากรแยกตามช่วงอายุ (เฉพาะผู้มีสัญชาติไทย)

ที่มา : สำนักทะเบียนอำเภอเวียงสระ ; ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2561

ในภาพรวมของเทศบาลตำบลเวียง มีประชากร 2.3.2 ศาสนา

อาศัยเฉลี่ย 159 คน/ตารางกิโลเมตร ประชากรใน ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนา

ตำบลเวียงสระ ข้อมูลเดือนเมษายน ปี 2561 มีจำ พุทธจะมีศาสนสถานที่สำคัญประจำ

นาน 8,167 คน เป็นเพศชาย 3,972 คน คิดเป็นร้อย ตำบลคือ วัดเวียงสระ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7

ละ 48.63 เป็นเพศหญิง 4,195 คน คิดเป็นละ 51.37 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ

จำนวนครอบครัว 3,972 ครัวเรือน ขนาด จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่ทาง

ครอบครัวเท่ากับ 2-3 คน/ครอบครัว ประวัติศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวและ

2.3 ด้านการศึกษา/ศาสนา/วัฒนธรรม นักศึกษาให้ความสนใจค้นคว้าเป็น

2.3.1 ด้านการศึกษา มีสถานศึกษาในเขตพื้นที่ จำนวนมาก ( แผ่นพัฒนาท้องถิ่น

ตำบลเวียงสระ ดังนี้ เทศบาลตำบลเวียงสระ ปี 2564 )

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนาน 1 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ 2.3.3วัฒนธรรม

พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองเวียงตั้งอยู่หมู่ที่ อนุรักษ์สืบสานประเพณีสรงน้ำรูป

4 ตำบลเวียงสระ โรงเรียนระดับอนุบาลสังกัด หล่อหลวงพ่อรวยและสืบสาน

เทศบาลตำบลเมืองเวียงจำนวน 1 แห่งได้แก่ ประเพณีของคนภาคใต้ ( แผ่นพัฒนา

1.โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลเมืองเวียงตั้งอยู่ ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระ ปี

หมู่ที่ 4 ตำบลเวียงสระ 2564 )

โรงเรียนระดับประถมศึกษาสังกัด สพป.

จำนวน 3 แห่งได้แก่ 1.โรงเรียนบ้านหัวสะพาน 2.4 บริบททางสังคม/ความเป็นอยู่

มิตรภาพที่ 217 ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเวียงสระ ประชากรส่วนใหญ่ของเทศบาล

2.โรงเรียนบ้านไทรห้อง ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบล ตำบลเวียงสระประกอบอาชีพด้าน

เวียงสระ 3.โรงเรียนวัดเวียงสระ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 เกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน

ตำบลเวียงสระ และมีผลไม้หลากหลายชนิด มีแหล่ง

โรงเรียนระดับประถมศึกษาขยายโอกาส น้ำเพื่อการเกษตรที่เกิดขึ้นเองโดย

สังกัด สพป. จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนบ้าน ธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์ด้านเกษตร

หนองโสน ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลเวียงสระ ตลอดฤดูกาลจากโดยรวมหลายๆ

โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง โครงการมีกิจกรรมในรอบปีที่ผ่านมา

ได้แก่ 1.โรงเรียนเวียงสระ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบล ทำให้ประชากรในเขตเทศบาลตำบล

เวียงสระ โรงเรียนเอกชน จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ เวียงสระได้ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดี

1.โรงเรียนปัญญาทิพย์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบล ขึ้นและสร้างรายได้ให้แก่ประชากรใน

เวียงสระ ( แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบล ชุมชนจำนวนมาก ( แผนพัฒนา

เวียงสระ ปี 2564 ) เทศบาลตำบลเวียงสระ ปี2564 )

2.5 ความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรม ประเพณีชักพระหรือลากพระ เป็น
โนราโรงครูเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญใน ประเพณีท้องถิ่นในภาคใต้ตอนกลาง
เป็นประเพณีที่ เกี่ยวข้องกับความ
วงการโนราห์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะเป็น ศรัทธาในพระพุทธศาสนา และวิถี
พิธีกรรม เพื่อเชิญครูหรือบรรพบุรุษของโนรา ชีวิตชาวใต้ที่ มีความผูกพันกับน้้า
มายังโรงพิธี เพื่อรับการเซ่นสังเวย เพื่อรับของ ประเพณีจัดขึ้นในช่วงออกพรรษา วัน
แก้บน และเพื่อครอบเทริดหรือผูกผ้าแก่ผู้ แรม 1 ค่้าเดือน 11 ด้วยความเชื่อว่า
แสดงโนรารุ่ยใหม่ ด้วยเหตุที่ต้องทำการเชิญ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับ จาก
ครูมาเข้าทรง ( หรือมา " ลง " ) ยังโรงพิธี จึง สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลก
เรียกพิธีกรรมนี้อีกชื่อหนึ่ง คือ " โนราห์ลงครู " มนุษย์ จึงมีการจัดงานเพื่อ แสดง
โดยปกติการร่ายรำมโนราหากจัดขึ้นเพื่อการ ความยินดี ประชาชนจึงอัญเชิญ
ชมในฐานะมหรสพก็เรียกว่า " โนรารำ " ถ้า พระพุทธองค์ขึ้นประทับ บนบุษบกที่
คณะโนราเดินทางไปแสดงต่างถิ่นในลักษณะ จัดเตรียมไว้ แล้วแห่แหนไปยังที่
แสดงเร่ไปเรื่อย ๆ เรียกว่า " โนราเดินโรง " และ ประทับ ส่วนใหญ่จะ เป็นการจัดขบวน
ถ้าให้โนราตั้งแต่ 2 คณะแสดงประชันแข่งขันกัน ทางเรือ แต่บริเวณใดที่ ห่างไกลแม่น้้า
ก็เรียกว่า " โนราห์โรงแข่ง " " ครู " ตามความ ก็จะจัด พิธีทางบก
หมายของโนราห์มีสองความหมาย ประการ
แรกหมายถึง ผู้สอนวิชาการร้องรำโนราแก่
ตนเอง หรือแก่บรรพบุรุษของตน ความหมาย
ที่สอง หมายถึงบรรพบุรุษหรือผู้ให้กำเนิดโนรา
เช่นขุนศรี ศรัทธา นางนวลทองสำลี และแม่ศรี
มาลา บรรพบุรุษตามความหมายนี้ยังเรียกอีก
อย่างหนึ่งว่า " ตายายโนรา "

งานบุญเดือนสิบ เป็นงานบุญ ประเพณีจัดงานประเพณีวันสารท
ประเพณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด เดือนสิบ จัดงานประเพณีลอยกระทง
ของชาวปักษ์ใต้ เนื่องจากเป็น และ จัดงานอนุรักษ์และสืบสาน
งานที่ ยึดถือปฏิบัติกันทั่วไปทุก ประเพณีสรงน้ำรูปหล่อหลวงพ่อลอย
จังหวัด และต่างยึดมั่นเข้มแข็งมา ( แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบล
แต่โบราณ งานบุญ เดือนสิบอาจ เวียงสระ ปี 2564 )
เรียกได้ว่า ประเพณีชิงเปรตเป็น
งานบุญรวมญาติ เมื่อถึงเวลาไม่ พิธีกรรมภายในเทศบาลตำบล
ว่า ทุกคนไปท้างานอาศัยอยู่หัว เวียงสระมีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้าน
เมืองใดใกล้หรือไกล จะต้องเดิน พิธีกรรมและความเชื่อมากมายโดยมี
ทางกลับไปเยือนถิ่น เกิดเสมอ นายชอบ ทองฉิม เป็นชาวบ้านในหมู่ที่
เพื่อร่วมท้าบุญอุทิศส่วนกุศลให้ 9 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ
แก่บรรพบุรุษและพบปะเยี่ยม จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจาบ สุกใส
เยือน ญาติพี่น้อง เป็นชาวบ้านในหมู่ที่ 8 ตำบลเวียงสระ
อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
และนายขีด บุญเกลี้ยง ชาวบ้านในหมู่
ที่ 5 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความรู้เกี่ยว
กับด้านพีธีกรรม และ ความเชื่อ(
แผ่นพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบล
เวียงสระ ปี 2564 )

ส่วนที่ 3
โครงสร้างเศรษฐกิจและอาชีพ

3.1 แหล่งทุนทางธรรมชาติ ไตปลา (ภาคกลาง) หรือ พุงปลา (ภาคใต้)
แหล่งน้ำที่สำคัญ ได้แก่ น้ำฝน เป็นการถนอมอาหารแบบหมักดองชนิดหนึ่ง โดย
ใช้กระเพาะของปลา เช่น
น้ำจากคูคลองและคูส่งน้ำ ซึ่ง ปลาทู ปลาลัง ปลาดุก
ลำคลองและคูคลองนี้มีทั้งที่เกิด ปลาช่อน หรือปลาอื่น ๆ
ขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่ขุด มาหมักกับเกลือ โดยนำขี้
ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ตำบล และดีออกจากกระเพาะ
เช่นคลองตาล นอกจากนั้น ก่อน หมักไว้ 10-30 วันก็ใช้ได้ ไตปลาที่หมักได้ที่
เทศบาลตำบลเวียงสระยังได้รับ จะเหลวและมีมันไหลออกมา นำไปทำเป็นอาหาร
น้ำเพื่อการเกษตรสระน้ำหนอง ได้หลายชนิด ( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบล
สงค์ ตั้งอยู่หมู่ที่3 บ้านควนบก เวียงสระปี 2561-2565 )
ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ( แผน ปลาทูที่เป็นปลาทูไทยหรือปลาทูแม่กลองที่เรา
พัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบล เข้าใจกันนั้น พูดได้เต็มปากว่าเป็นปลาเชื้อสาย
เวียงสระปี 2564 ) ไทยแท้เลยทีเดียว ไม่มีเชื้อสายจีนหรือแขกเจือปน
3.2 แหล่งอาหาร เพราะมันเกิดที่อ่าวไทยแล้วก็ตายที่อ่าวไทย พูด
ง่ายๆ ก็คือเราจะพบปลาทูเฉพาะในเมืองไทย
เป็นอาหารพื้นบ้านประจำ เท่านั้น เพราะลักษณะ
ท้องถิ่นของภาคใต้ เช่นแกง ปลาสายพันธุ์ นั้นไม่
ไตปลา และ การทำปลาทูนึ่ง ( ค่อยพบในภูมิภาคอื่น ๆ
แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาล ของโลก( แผ่นพัฒนา
ตำบลเวียงสระปี 2561-2565 ) ท้องถิ่นเทศบาลตำบล
3.3 ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของดี ของ เวียงสระ ปี 2564 )
ขึ้นชื่อ

เป็นอาหารพื้นบ้านประจำ
ท้องถิ่นของภาคใต้ เช่น แกง
ไตปลา และ การทำปลาทูนึง

3.3.3 ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของดี ของขึ้นชื่อ

ขนมกระหรี่พัฟ ของที่ระลึกงานฌาปนกิจ
หมู่ที่ 9 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียง ของที่ระลึกงานฌาปนกิจ ของกลุ่ม
จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่บ้าน หมู่ที่ 5
ติดต่อ 061-2578864 ป้าวิญญา ( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบล
เวียงสระปี 2561-2565 )

ยาสระผม น้ำยาล้างจาน 3.4 สถานภาพทางเศรษฐกิจของ
น้ำยาปรับผ้านุ่ม ประชาชน
ผลิตภัณฑ์ยาสระผม น้ำยาล้างจาน
น้ำยาปรับผ้านุ่ม ของกลุ่มแม่บ้าน หมู่ที่ 7 ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ
ด้านเกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน
และผลไม้หลากหลายชนิด ดังนั้นจึงมี
ผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรตลอดฤดูกาล และ
จากโดยรวมหลายๆโครงการ กิจกรรมใน
รอบปีที่ผ่านมา ทำให้ประชากรในเขต
เทศบาลตำบลเวียงสระ ได้ยกระดับความ
เป็นอยู่ที่ดีขึ้นถือได้ว่าเทศบาลตำบล
เวียงสระ สามารถตอบสนองนโยบายการ
แก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลได้ใน
ระดับหนึ่ง ( แผนพัฒนาเทศบาลตำบล
เวียงสระ ปี 2564 )

ส่วนที่ 4
สถานที่สำคัญ

4.1 แหล่งท่องเที่ยว
น้ำตกสามห้าเจ็ด

เป็นน้ำตกเด่นอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลที่สุดของ ( น้ำตกสามห้าเจ็ด )
อช.ใต้ร่มเย็น ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขา
นครศรีธรรมราช สภาพพื้นที่เป็นป่าดิบชื้น สูงสุด ซึ่งสายน้ำในคลองตาลจะไหลตก
หย่อมเล็กๆ บริเวณที่ตั้งน้ำตกเกี่ยวโยงกับ จากผาสูงถึง 44 ม. ลงมายังแอ่งน้ำ
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต มี เหมาะสำหรับเล่นน้ำหรือนั่งพักชม
เรื่องราวต่างๆ ที่กลายเป็นตำนานการเมือง ทิวทัศน์ ค่าย ผกค. ระหว่างทางเดินจาก
ที่น่าสนใจเส้นทางจากถนนใหญ่มายังน้ำตก ที่ทำการหน่วยฯ รย.3 ไปยังน้ำตกสามห้า
เป็นถนนเลียบไปตามคลองตาลซึ่งเป็น เจ็ด เคยเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังพรรค
สายน้ำเชี่ยว ไหลลง เปิดเวลา 06.00-18.00 คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เรียกว่า
น. มีจุดกางเต็นท์ ที่ตั้งและการเดินทาง ค่าย 357 บริเวณสวนยางห่างจากที่ทำ
ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ ใกล้กับหน่วยฯ รย.3 การหน่วยฯ ประมาณ 200 ม.มีร่องรอย
คลองตาล รถยนต์ส่วนตัว จากแยกช่องช้าง หลุ่มหลบภัยที่ขุดไว้สำหรับรับมือการ
ใช้ทางหลวงหมายเลข 4009 ไปทาง โจมตีทางอากาศ บนเส้นทางก่อนถึง
อ.เวียงสระ เมื่อผ่านทางแยกเข้า อ.เวียงสระ น้ำตกประมาณ 50 ม. เคยเป็นสถาน
เข้าทางหลวงหมายเลข 4015 ประมาณ 1.5 พยาบาล มีร่องรอยเข็มฉีดยา ถุงน้ำเกลือ
กม. ถึงหลัก กม.30 มีทางแยกซ้ายมือไป กระเป๋าสัมภาระ เตา ถูกทิ้งไว้
หน่วยฯ รย.3 คลองตาล ระยะทาง 12 กม. กระจัดกระจาย บางส่วนทางอุทยานฯ ได้
รถประจำทาง ขึ้นรถสายสุราษฎร์ฯ-กระบี่ นำมาตอกติดไว้กับต้นไม้ให้ชม และที่แอ่ง
หรือสายสุราษฎร์ฯ-บ้านส้อง-ทุ่งสง ลงที่ น้ำตกด้านล่าง ใกล้กับต้นมันช้างขนาด
บขส.บ้านส้อง แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ใหญ่ เรียกว่า แอ่งน้ำ ผกค. เป็นแหล่งน้ำ
ถึงหน่วยฯ รย.3 สิ่งน่าสนใจ น้ำตกสามห้า ของสมาชิกพรรค สันเย็น
เจ็ด ต้องเดินทางจากหน่วยฯ รย.3 ผ่านสวน
กล้วย เส้นทางค่อนข้างรกทึบ แต่ไม่สูงชัน
ระยะทางประมาณ 800 ม. จะถึงน้ำตกชั้นที่
3 แล้วเดินต่อไปอีก 700 ม.จึงถึงน้ำตกชั้น

ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางล่วงหน้าที่ เกตเวย์ เวียงสระ
ที่ทำการ อช.ใต้ร่มเย็น เป็นแนวสันเขา
ด้านทิศตะวันออกของเขาหนอง ส่วน โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรม
หนึ่งของเทือกเขานครศรีธรรมราช อยู่ ทางหลวงริมทางหลวงหมายเลข 41 ดังกล่าว
ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000-1,300 อยู่ช่วง ตอน ท่าชี-ถ้ำพรรณรา ระหว่าง
ม. ราบเรียบเสมอกันเป็นระยะทางกว่า กม.228+025 – กม.228+104 (ด้านซ้ายทาง)
40 กม. บนสันเย็นมีทางด่านสัตว์ เส้น โดยแขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 3
ทางหากินของโขลงช้าง กระทิงสมเสร็จ (เวียงสระ) ได้ดำเนินการตามนโยบายของ
และมีพืชพันธุ์ที่น่าสนใจมากมาย นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ที่
เนื่องจากมีระยะทางไกล การเดินขึ้นไป ให้ความสำคัญในเรื่องการลดอุบัติเหตุและเพิ่ม
ชมจึงใช้เวลาไม่น้อยกว่า 4 วัน 3 คืน ความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน
โดยเดินขึ้นจากบริเวณใกล้กับน้ำตก รวมไปถึงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล
สามห้าเจ็ด มีเส้นทางชันเพียงช่วงสั้นๆ ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศโดย
เมื่อถึงสันเขาจะเป็นที่ราบ สามารถชม การสัญจรทางถนนจึงได้จัดทำแผนขออนุมัติ
พรรณไม้และร่องรอยสัตว์ป่าได้อย่าง จัดสร้าง “สุราษฎร์ฯ เกตเวย์” เพื่อให้เป็นจุด
สะดวก เหตุที่เรียกว่า “สันเย็น” เพราะ พักผ่อนระหว่างการเดินทางสำหรับประชาชน
จะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี พราน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ รวมไป
ป่าที่ขึ้นไปล่าสัตว์และชาวบ้านซึ่งขึ้นไป ถึงช่วงที่มีวันหยุดยาว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว
เก็บของป่าเรียกจุดนี้ว่า ทุ่งขี้ดิน เพราะ มีความเหมาะสมที่จะก่อสร้างจุดพักรถบริการ
มีมูลของขี้เดือนหรือไส้เดือนจำนวนมาก ประชาชน เพื่อได้พักเปลี่ยนอิริยาบถ
ไส้เดือนบนสันเย็นมีขนาดใหญ่เกือบเท่า ( www.matichon .co.th )
ตะเกียบเลยทีเดียว มาจากภูเขาผ่าน
โตรกหิน จึงมีทิวทัศน์สวยงาม แต่
สภาพถนนไม่ดีนัก ( www.
Runwaythailand.com ) รันเวย์
ประเทศไทย

ท่าน้ำวังหิน บ้านสวนกล้วย

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ต่าง

เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มชาวบ้านและ

นักท่องเที่ยว ภายหลังรับทราบว่า

พื้นที่ดังกล่าวได้มีการพัฒนาใหม่

จนกลายเป็นจุดเล่นน้ำในลำธาร

ธรรมชาติ ที่มีน้ำใสสะอาด

สามารถลงเล่นได้ทั้งเด็กและ

ผู้ใหญ่ ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่าง

ท่าน้ำวังหิน ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสวนกล้วย หมู่ 17 ดี โดยชุมชนได้ร่วมใจกันพัฒนา

ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี สำหรับ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อม

ท่าน้ำวังหิน เป็นท่าน้ำที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาถนน ตกแต่งสถานที่ในแนวอิง

น้ำล้นของคลองสวนกล้วย ที่ได้รับน้ำมาจากต้นน้ำ ธรรมชาติ จนก่อเกิดอาชีพ

อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นที่จะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ค้าขายให้ประชาชนในพื้นที่ได้มี

สามารถเล่นน้ำได้ในช่วงหน้าร้อนยาวไปจนกว่าจะถึง รายได้เพิ่มจากนักท่องเที่ยวที่เข้า

ฤดูน้ำหลากที่น้ำจะมากกว่าปกติไม่เหมาะสมต่อการ มาเลือกหาอาหารรับประทานริม

เล่นน้ำมากนัก โดยการพัฒนาเป็นฝายน้ำล้นใน ลำธารโดยแต่ละรายมีรายได้ราว

บริเวณนี้นอกจากจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวแล้วยัง 20,000 บาทต่อสัปดาห์ ถือ

สามารถกักน้ำสร้างความชุ่มชื้นในดินเพื่อ เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

การเกษตรได้อีกด้วย ขณะเดียวกันวันหยุดสุด ได้เป็นอย่างดี และมีแนวโน้มดีขึ้น

สัปดาห์ หากอยากคลายร้อนก็พาครอบครัวไป อย่างต่อเนื่องเพราะใกล้ถึงฤดู

จับจองที่นั่งรับประทานอาหารกลางวันริมลำธาร ร้อน ที่ประชาชนส่วนใหญ่

และเล่นน้ำคลายร้อนกันได้ โดยใช้เส้นทางสายรอง ต้องการหาสถานที่พักผ่อน หรือ

จ.สุราษฎร์ฯ-อ.ฉวาง นครศรีฯ ประมาณ 70 ลงเล่นน้ำเพื่อการคลายร้อน

กิโลเมตร ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านเหนือ (www.steemit.com )

น้ำตกคลองคันเบ็ด 4.2 แหล่งโบราณสถาน
เมืองโบราณเวียงสระ (วัดเวียงสระ)

(หอไตร เมืองโบราณเวียงสระ)

น้ำตกคลองคันเบ็ด เป็นน้ำตก มีเนื้อที่ทั้งหมด 281 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา
ที่สวยงามมาก มีจำนวน 7 ชั้น ปัจจุบันกรมศิลปากรสาขาที่ 8 จังหวัด
ชั้นสูงสุดสูงประมาณ 20 เมตร นครศรีธรรมราช ได้จดทะเบียนไว้แล้วเมื่อ
บริเวณน้ำตกมีหน้าผาหินเป็น เดือน มกราคม 2527 เชื่อกันว่า เป็นวัด
ชั้นๆมีลักษณะงดงามตาต้อง สร้างใหม่หลังจากการสร้างเมืองเวียงสระ
เดินเท้าเข้าไปประมาณ 500 เมตร เดิมเป็นวัดร้าง ตั้งติดกับคูเมืองเวียงสระ
ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยาน โบราณ ภายในวัดมีสระน้ำวิหารอุโบสถ
แห่งชาติที่ รย.7 (พรุกำ) ในท้องที่ และกุฏิสงฆ์ ในสระน้ำ เมืองเวียงสระ เป็น
หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านส้อง อำเภอ เมืองที่มี ชื่อเสียงและมีความสำคัญทาง
เวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาสนาและประวัติศาสตร์ ซึ่งเชื่อกันว่า
( www.portal.dnp.go.th ) เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 10 -16 มี
อาณาจักรแห่งหนึ่งมีอำนาจและมีอิทธิพล
มากครอบคลุมจากชุมพรไปถึงชวา เรียก
อาณาจักรนี้ว่าอาณจักรศรีวิชัย ซึ่งมี
ศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองไชยา
รวมทั้งเมืองเวียงสระด้วยเป็นเมืองและ
แหล่งชุมชนโบราณแห่งหนึ่งทางภาคใต้

เชื่อกันว่าเมืองเวียงสระมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 7 จดหมายเหตุจีน
กล่าวถึงเมืองพัน – พัน ว่าได้มีการติดต่อส่งทูตไปยังราชสำนักจีนในสมัยราชวงศ์เหลียง เมื่อ
ราว พ.ศ.967 เมืองเวียงสระเจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน แต่ช่วงเวลาดังกล่าว
ไม่มีหลักฐานการจารึกที่แน่ชัดว่ามีกษัตริย์ปกครองบ้านเมืองสืบต่อกันมาอย่างไร แต่มีหลัก
ฐานทางโบราณวัตถุที่พอจะยืนยันได้แน่ชัดว่า เมืองนี้ได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาจาก
อินเดียแน่นอน และเชื่อกันว่าการล่มสลายของเมืองเวียงสระน่าจะเนื่องมาจากการเกิดไข้ห่า
ระบาด บริเวณเมืองเวียงสระได้พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมาย ซึ่งมีตั้งแต่เครื่องมือ
หินสมัยก่อนประวัติศาสตร์และยุคต่อเนื่อง เรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อันนี้เอง
ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าชุมชนโบราณเวียงสระนั้นได้มีการพัฒนาการต่อเนื่องเรื่อยมา ทั้ง
เป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่และมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีค่อนข้างสูง หลักฐานทาง
โบราณสถานและโบราณวัตถุในอดีตมีอายุมากกว่า 1000 ปี มีดังนี้ เครื่องมือหินสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ พระพุทธรูป หินทรายแดงนูนสูง เทวรูปพระวิษณุหรือพระนารายณ์สวมหมวก
ทรงกระบอกทำด้วยศิลา พระวิษณุหรือพระนารายณ์ 4 กร พระ-วฑุกะไภลพ ซึ่งเป็นบริเวณ
เมืองเวียงสระและบริเวณรายรอบนั้นก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเจริญรุ่งเรืองในด้าน
ความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาลัทธิมหายานได้เป็นอย่างดี ลักษณะของ
คูเมืองได้รับการขุดเชื่อมต่อกันของคลองตาล กับแม่น้ำตาปี นับเป็นการพัฒนาการทาง ด้าน
การสร้างเมือง โดยการใช้คูคลองธรรมชาติเป็นคูเมือง จึงทำให้นักประวัติศาสตร์และนัก
โบราณคดีตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณเมืองเวียงสระนั้นเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่มากที่สุดเมือง
หนึ่งบนคาบสมุทรมาลายู เป็นเครื่องชี้ถึงแหล่งอารยธรรมอินเดียที่มีในดิน-แดนนี้ ซึ่งมีต่อ
เนื่องกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11 ถึงพุทธศตวรรษที่15-16 อาจเป็นแหล่งที่ชาวอินเดียเข้า
มาตั้งเป็นชุมชนเมื่อครั้งที่เคยใช้เส้นทางผ่านข้ามคาบสมุทรจากทะเลอันดามันไปยังอ่าวไทย
ตาม เส้นทางจากตะกั่วป่าเมืองเวียงสระไปออกอ่าวบ้านดอน ( แผนพัฒนาเทศบาลตำบล
เวียงสระ ปี 2564 )

ชุมชนโบราณเวียงสระ

สถานที่ตั้ง หมู่ที่ ๗ บ้านเวียง ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประวัติความเป็นมา เมืองเวียงสระเป็นเมืองและแหล่งชุมชนโบราณแห่งหนึ่งทางภาคใต้
เชื่อกันว่าเมืองเวียงสระมีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๗ จดหมายเหตุจีน
กล่าวถึงเมืองพัน - พันว่า ได้มีการติดต่อส่งทูตไปยังราชสำนักจีนในสมัยราชวงศ์เหลียง เมื่อ
ราว พ.ศ.๙๖๗ เมืองเวียงสระเจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน แต่ช่วงเวลาดังกล่าว
ไม่มีหลักฐานการจารึกที่แน่ชัดว่ามีกษัตริย์ปกครองบ้านเมืองสืบต่อกันมาอย่างไร แต่มี
หลักฐานทางโบราณวัตถุที่พอจะยืนยันได้แน่ชัดว่า เมืองนี้ได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาจาก
อินเดียแน่นอน และเชื่อกันว่าการล่มสลายของเมืองเวียงสระน่าจะเนื่องมาจากการเกิดไข้ห่า
ระบาด ลักษณะทั่วไป เมืองโบราณเวียงสระเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดเนื้อที่ ๓๘๖ ไร่ ๑ งาน
๑๕.๓๘ ตารางวา เป็นเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ มีคูน้ำ
ล้อมรอบ ๒ ชั้น ทำให้แยกเมืองโบราณออกเป็น ๒ ชั้น คือเมืองชั้นนอก และเมืองชั้นใน ส่วนทาง
ทิศเหนือกับทิศตะวันตกใช้แม่น้ำเป็นคูเมืองทางทิศเหนือใช้แม่น้ำตาปีและคลองตาล ทิศตะวัน
ตกใช้แม่น้ำตาปีเป็นแนว มีสระน้ำขนาดใหญ่ ๒ สระ จึงเรียกว่า เวียงสระ หลักฐานที่พบ บริเวณ
เมืองเวียงสระได้พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมาย ซึ่งมีตั้งแต่เครื่องมือหินสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์และยุคต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า
ชุมชนโบราณเวียงสระนั้นได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาทั้งเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่
และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีค่อนข้างสูง หลักฐานทางโบราณคดีที่นักวิชาการได้ศึกษา
ค้นคว้ามาแล้ว และค้นพบใหม่มีดังนี้

1. เครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นขวานหินขัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายมน ทำ
ด้วยหินควอร์ตสีเหลืองปนแดง 2. พระพุทธรูปหินทรายแดงนูนสูง เป็นพระพุทธเจ้า
ศากยมุนี 3. เทวรูปพระวิษณุหรือพระนารายณ์สวมหมวกทรงกระบอก ทำด้วยศิลา 4.
พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์สวมหมวกทรงกระบอก 5. พระวิษณุ หรือพระนารายณ์ ๔ กร
6. พระวฑุกะไภลพ 7. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กร 8. เทพีอุ้มโอรส 9. แท่นโยนิโทรณะ
10. พระพุทธรูปหินทรายแดง และ 11. เหรียญอาหรับ เส้นทางเข้าสู่ชุมชนโบราณเวียงสระ
จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยทางรถยนต์ ระยะทาง ๖๙ กิโลเมตร ถึงอำเภอเวียงสระ หรือ
โดยทางรถไฟไปลงที่สถานีรถไฟบ้านส้อง แล้วต่อด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปยัง
หมู่ที่ ๗ ถึงชุมชนโบราณระยะทางห่างจากสถานีรถไฟ ๗ กิโลเมตร ( แผนพัฒนาเทศบาล
ตำบลเวียงสระ ปี 2564 )
4.3 ศาสนสถานของทุกศาสนา
ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จะมีศาสนสถานที่สำคัญประจำตำบลคือวัด
เวียงสระ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยว นักศึกษาให้ความสนใจและค้นคว้า
เป็นจำนวนมาก มีวัดเวียงสระประจำตำบล รูปหล่อหลวงพ่อลอยประดิษฐานไว้ ณ มณฑป
บริเวณวัดเวียงสระประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อลอยอดีตเจ้าอาวาสวัดเวียงสระ
พระครูลอยเจตสิกาโรนามเดิมชื่อลอยนามสกุลแสงอนันต์ถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑
พระครูลอยสมัยเยาว์วัยเป็นผู้มีร่างกายเล็กบอบบางมีนิสัยสงบเสงี่ยมเรียบร้อยมารดา
เสียชีวิตหลักจากคลอดได้เพียง ๗วันทางญาติคือนายแย้มและนางกันแสงอนันต์มีศักดิ์
เป็นลูกพี่ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายคล่องแสงอนันต์อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่๗ตำบลเวียงสระ
ได้รับอุปการะเลี้ยงดูและได้เข้าเรียนในโรงเรียนประชาบาลชื่อโรงเรียนวัดเวียงสระอายุ
ได้๑๐ขวบซึ่งในตอนนั้นกรมหลวงลพบุรีราเมศรผู้สำเร็จราชการมณฑลภาคใต้มาเยี่ยมวัด
เวียงสระในการรับเสด็จครั้งนั้นพระยาคงคา (เจ้าเมืองในสมัยนั้น) ประจำอยู่ที่ตำบลท่า
ข้ามอำเภอพุนพินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เดินทางล่วงหน้ามาตรวจดูสถานที่เพื่อเตรียมการ
รับเสด็จมีการสร้างพลับพล่ารับเสด็จที่ถนนพระราชดำเนินริมคลองตาลด้านทิศเหนือ
ของวัดเวียงสระเพราะเสด็จโดยเรือและสร้างที่ประทัพพักแรม ณ ทุ่งทำเนียบนอกจาก
เตรียมสถานที่, แล้วพระยาคงคายังได้ซักถามประชาชนและเด็กนักเรียนเพื่อความพร้อม
เพรียงความเป็นระเบียบในการยืนแถวรอรับเสด็จในส่วนของนักเรียนในครั้งนั้นเด็กชาย
ลอยแสงอนันต์ยืนอยู่ท้ายสุดของแถวพระยาคงคาเห็นว่าเป็นเด็กตัวเล็กกว่าคนอื่นมีนิสัย
สงบเรียบร้อยน่าเอ็นดูจึงเข้าสอบถามได้ความว่าเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่อาศัยอยู่กับญาติ
ท่านจึงได้เจรจาขอตัวไปอุปการะให้เรียนหนังสือที่บ้านดอนช่วงว่างจากการเรียนหนังสือ
คุณนายได้สอนวิชาเย็บปักถักร้อยให้ด้วยอยู่ที่นั้นเป็นเวลา๑๒ปีก็เดินทางกลับบ้าน
เวียงสระหลังจากเดินทางกลับมาอยู่บ้านเวียงสระไม่นานก็ขออนุญาตผู้ปกครอง

เพื่อบรรพชาอุปสมบทในพระบวรพุทธศาสนาขณะนั้นอายุ ๒๒ ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ท่านได้
บรรพชาอุปสมบทที่วัดเวียงสระโดยมีพระครูปลอดเจ้าอาวาสสมัยนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์หลัก
จากบวชแล้วท่านได้ลาอาจารย์ไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดตะวันตกอำเภอเมืองจังหวัด
นครศรีธรรมราชสอบได้นักธรรมชั้นตรีแล้วกลับมาอยู่ที่วัดเวียงสระตามเดิม

จนกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสในเวลาต่อมาสมณศักดิ์ได้รับสมณศักดิ์ฐานานุกรมที่
พระใบฎีกาลอยเจตสิกาโร-ได้รับสมณศักดิ์ฐานานุกรมที่พระปลัดลอยเจตสิกาโร-ได้รับ
สมณศักดิ์เป็นพระครูประทวนที่พระครูลอยเจตสิกาโรอุปนิสัยหลวงพ่อพระครูลอยเจต
สิกาโรท่านเป็นพระสุปฏิปันโนสมถะมักน้อยสันโดษมัธยัสถ์อดออมเคร่งครัดใน
พระธรรมวินัยมีเมตตาสูงพูดอะไรแล้วจะปฏิบัติอย่างนั้นเมตตาต่อสัตว์ทุกชนิดจนมี
สัตว์ป่าบางชนิดเช่นนกเอี้ยง, กระรอกหลังจากว่างคนแล้วจะมากินอาหารจากมือ
ของท่านที่กุฎีเป็นประจำน่าอัศจรรย์ยิ่งนักท่านศึกษาธรรมะวินัยจนเชี่ยวชาญ แต่ท่าน
ไม่ไปสอบแม้ใครจะมาชักชวนท่านก็ไม่ไปท่านไม่ได้เรียนคาถาอาคมหรือพระเวทย์เหมือนกับ
เกจิอาจารย์บางท่าน แต่อย่างใด แต่ด้วยอำนาจบารมีที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเคร่งครัด
ในข้อวัตรปฏิบัติมาเป็นเวลายาวนานทำให้บังเกิดบารมีขึ้นในตัวท่านโดยอัตโนมัติท่านพูด
อะไรแล้วมักจะเป็นดังนั้นเสมอเรียกว่าเป็นพระมีวาจาสิทธิ์รูปหนึ่งจึงเป็นที่เคารพยำเกรงและ
เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปในสมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสจะมีพระเณรจำพรรษา
ปีละ ๔๐-๕๐ รูปมีศิษย์วัดประมาณ ๔๐ คนผลงานสร้างวิหารแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม-
ปรับปรุงอุโบสถ-สร้างโรงเรียนบ้านหนองโสน-สร้างถนนเข้าหมู่บ้าน-เปิดสำนักเรียนพระ
ปริยัติธรรมที่วัดเวียงสระ-อุปการะโรงเรียนวัดเวียงสระ
( แผนพัฒนาเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2564 )

4.4. แหล่งเรียนรู้ / โรงเรียน / ห้องสมุดชุมชน

นวดแผนโบราณ / สมุนไพร
นางสมทรา จันทร์ชาตรี หมู่ที่ 8 ( บ้านจ่าหมี )

มโนราห์ นางพรจิต ชูชื่น
โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลเมืองเวียง

ด้านพิธีกรรมและความเชื่อ
นายชอบ ทองฉิบ ( ผู้ใหญ่ชอบ ) หมู่ที่9

ด้านโบราณสถาน / โบราณวัตถุ
(โบราณสถาน )

( โบราณวัตถุ )
( นายสุพจน์ เดชอรุน ปลัดเทศบาลตำบลเวียงสระ )

ส่วนที่ 5
การวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน

5.1 การวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินศักยภาพชุมชน
5.1.1 ชื่อ - สกุล นาย รพีพัฒน์ ทองนา ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีตำบลเมืองเวียง
อายุ 53 ปี อาชีพ ข้าราชการ ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 5 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี วัน/เดือน/ปีที่สัมภาษณ์ 30 กันยายน 2564

ด้านสภาพแวดล้อม

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
มีผู้นำชุมชนดีและใส่ใจกับปัญหาของชาวบ้านและผู้นำมีความเป็นกันเองเข้าถึงได้ง่าย

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
ชุมชนของเรามีสถานที่เป็นแหล่งเรียนรู้และที่ท่องเที่ยวได้แต่ยังไม่มีนโยบายที่พัฒนา
แหล่งท่องเที่ยวที่ชัดเจนและจริงจัง , ประชาชนในชุมชนไม่ค่อยให้ความสนใจในการ
พัฒนาชุมชน

โอกาสของชุมชน
หากเชิญชวนหรือแนะนำสถานที่ให้เป็นที่รู้จักก็จะสามารถเพิ่มรายได้ในชุมชนได้

อุปสรรคและความท้าทาย
บุคลากรน้อยหรือผู้ที่มีความรู้ตรงสายงานน้อยจึงทำให้การจัดการพัฒนาด้านต่างๆได้ช้า

5.1.2 ชื่อ - สกุล นาย ศตายุ สิทธิฤทธิ์ ตำแหน่ง บุคคลทั่วไป อายุ 51ปี
อาชีพ ทำสวน ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 45/4 หมู่ที่ 2 ตำบลเวียงสระ อำเภอ
เวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วัน/เดือน/ปีที่สัมภาษณ์ 30 กันยายน 2564

ด้านสภาพแวดล้อม

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
มีระบบการจัดการที่ดีผู้นำมีความรู้ความสามารถประชาชนเข้าถึงได้และที่
ตำบลเวียงสระมีโบราณสถาณที่เป็นวัดเก่าซึ่งเป็นสถานที่กำเนิดตำบลเวียงสระ
ในปัจจุบันจึงเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวของชุมชน

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
ถ้าพูดถึงการพัฒนาอยากให้เน้นไปที่การส่งเสริมเแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ให้ผู้คน
ต่างพื้นที่ได้รู้จักและให้มีการช่วยกันรักษาสิ่งที่มีอยู่ไม่ให้หายไป เช่น วัดเก่าเมือง
เวียงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแล

โอกาสของชุมชน
ถ้ามีการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ให้เป็นที่รู้จักชาวบ้านในชุมชนก็อาจจะมีราย
ได้เพิ่มขึ้นมีเงินหมุนเวียนเข้ามาในชุมชนก็จะทำให้ทุกคนในชุมชนมีกำลังในการ
พัฒนาสภาพล้อมด้วยกันจะทำให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่

อุปสรรคและความท้าทาย
อุปสรรคของการส่งเสริมสภาพแวดล้อมในพื้นที่คือไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ
หรือเข้าไปพัฒนาพื้นที่วัดเก่าโบราณได้เพราะโบราณสถาณวัดเวียงสระอยู่ใน
ความรับผิดชอบของกรมศิลปกรจึงไม่สามารถเข้าไปพัฒนาได้

5.1.3 ยุทธศาสตร์/ด้านต่างๆ
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
ถนนสายหลักในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเมืองเวียงส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาแล้ว , มีแหล่งน้ำ
และทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ , ลักษณะภูมิอากาศที่มีฝนตกตลอดทั้งปี
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมขังและบางครั้งน้ำไหลแรงกัดเซาะถนนขาด,
ประชาชนขาดความรู้ไม่ให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ,ประชาชนไม่
สามารถเก็บกักน้ำในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
นโยบายของผู้บริหารให้ความสำคัญกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน , มีงบประมาณจากเทศบาล
ตำบลเมืองเวียงสนับสนุนทุกปีงบประมาณ , นโยบายของผู้บริหารให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำ ,
บุคลากรแต่ละงานมีเพิ่มขึ้นสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น , เทศบาลตำบล
เมืองเวียง
มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ของตนเอง
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
ประชาชนบางคนไม่ให้ความร่วมมือในการอุทิศที่ดินเพื่อสาธารณสุขส่วนประโยชน์ , มีงบ
ประมาณค่อนข้างจำกัด ทำให้การพัฒนาถนนสายหลัก เช่น เส้นทางหลักเข้าสู่หมู่บ้านที่ใช้งบ
ประมาณสูงไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น , แหล่งน้ำดิบที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำ
ประปา , บุคลากรโอน (ย้าย) บ่อยทำให้ระบบการทํางานไม่ต่อเนื่อง , งบประมาณไม่เพียงพอต่อ
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

ด้านเศรษฐกิจและสร้างความเข็มแข็งในชุมชน

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
ราคาผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้นประชาชนมีกำลังซื้อทำให้เกิดการหมุนเวียนของ
เงินในชุมชนมากขึ้นประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น , มีพื้นที่เกษตรกรรมโดยเฉพาะ
พืชเศรษฐกิจมากเพียงพอ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน , มีวัตถุดิบในการแปรรูปที่มี
คุณภาพและเพียงพอ , พื้นที่บางส่วนเหมาะสำหรับการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ,
มีพื้นที่ติดกับถนนเอเชียสาย AH๑ สามารถทำธุรกิจการค้ากับผู้คนที่สัญจรไปมาได้
หลากหลาย( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
ขาดแคลนความรู้เทคโนโลยีความรู้ด้านการแปรรูปผลิตการเกษตร , การรวมกลุ่ม
ของกลุ่มอาชีพไม่มีความเข้มแข็ง , ขาดการพัฒนาทางด้านบรรการการเพิ่มมูลค่า ,
ประชาชนขาดความกระตือรือร้นการแก้ปัญหาของชุมชนและบางส่วนยุ้งเกี่ยวกับ
อบายมุขและสิ่งมอมเมา ( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมอาชีพเสริมและเศรษฐกิจพอเพียง , ภาครัฐมีนโยบายส่ง
เสริมเศรษฐกิจระดับรากหญ้ามากขึ้น , ภาครัฐให้ความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจ
ชุมชน (SMEs) ( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
เกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาและต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลาง , บางช่วงผลผลิต
ทางการเกษตรพร้อมกันเป็นจำนวนมากล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำ , ประชาชนขาด
งบประมาณดำเนินการและไม่มีประสบการความเสี่ยง
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

ด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
เป็นสังคมเปิดมีการพึ่งพาอาศัยกันไม่มีความขัดแย้งทางศาสนา , เป็นสังคมที่มีการยึด
มั่นในประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามทั้งในอดีตและปัจจุบัน , เป็นสังคมที่มีอาชีพเกษตรกรรม
เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
เป็นสังคมชนบทประชาชนขาดความสนใจในเรื่องการพัฒนาการมีส่วนรวม , ประชาชนยัง
ขาดการแสดงความคิดเห็นในสถานที่เวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม , การรวมกลุ่มเพื่อ
ประโยชน์ของชุมชนยังขาดความเข้มแข็งขาดการบริหารจัดการที่ดี , การเปลี่ยนแปลงทาง
สังคมที่รวดเร็วและมีความแตกต่างของสังคมเมืองและสังคมชนบททำให้สังคมเกิดความ
เหลื่อมล้ำครอบครัวขาดความอบอุ่น
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
การอยู่ใกล้ศูนย์ราชการ (อำเภอเวียงสระการคมนาคมสะดวกทำให้ประชาชนมีโอกาสได้
ติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆของสังคมกับชุมชนใกล้เคียงและ
สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ , ภาครัฐให้ความสำคัญกับด้านสังคมมากขึ้น ,
ภาครัฐมีนโยบายและสนับสนุนงบประมาณในการแก้ปัญหาสังคมที่ชัดเจน
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
ยังขาดผู้ที่เสียสละและทุ่มเทเวลาให้กับการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาสังคมโดยส่วนรวมอย่างเต็มที่ ,
ประชาชนยังขาดความสำนึกในด้านความผูกพันและรักท้องถิ่น , ภาครัฐยังไม่มีความจริงจังใน
การพัฒนาด้านสังคม( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

ด้านการศึกษาการกีฬานันทนาการศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
ภาครัฐให้ความสำคัญในด้านการศึกษาเด็กและเยาวชนมีความสนใจในด้านกีฬา , ปัจจุบันมี
การส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมากขึ้นมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
และโบราณสถานโบราณวัตถุที่สมบูรณ์สวยงามเหมาะสมในการพัฒนาให้เป็นสถานที่
ท่องเที่ยวของตำบล ( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจิตใจเด็กและเยาวชนให้ความสนใจวัฒนธรรมตะวันตกจำนวน
มาก , เด็กบางกลุ่มยังไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
นโยบายภาครัฐส่งเสริมการเรียนฟรี , มีการรณรงค์ทางสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ทางด้าน
วัฒนธรรมและประเพณีส่งผลให้เกิดความรักและหวงแหน
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
เด็กและเยาวชนบางคนผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้ศึกษาเล่าเรียน แต่มุ่งเน้นทำงาน , เด็กและ
เยาวชนติดเกมส์มากกว่าเข้าวัดทำบุญ
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ , มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนไม่มาก
ทำให้ไม่ประสบปัญหาด้านมลภาวะเป็นพิษ
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
ประชาชนในท้องถิ่นไม่ให้ความสนใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของ
ท้องถิ่นตน , ไม่มีการวางผังเมือง , แม่น้ำคลองตาลไหลผ่านชุมชนแออัด และได้พัดพาขยะ
มูลฝอยและสิ่งปฏิกูลเข้ามาในเทศบาลตำบลเมืองเวียงทำให้เกิดน้ำเสียไม่สามารถทำการ
เกษตรได้และนำมาซึ่งโรคระบาด , นโยบายในการพัฒนาการท่องเที่ยวไม่ชัดเจน ,
ประชาชนในท้องถิ่นไม่ให้ความสนใจในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
งบประมาณเพิ่มมากขึ้นทำให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะมูลฝอยมากขึ้น ,
บุคลากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
พ.ร.บ ควบคุมอาคารยังไม่ครอบคลุม , ยังไม่มีความพร้อมด้านสถานที่งบประมาณและ
เทคโนโลยีด้านการกำจัดขยะ , ไม่มีบุคลากรการทำให้การดำเนินล่าช้า , งบประมาณ
รายจ่ายของเทศบาลตำบลเมืองเวียงมีน้อยไม่สามารถพัฒนาด้านการท่องเที่ยวได้
อย่างเต็มที่ , โบราณสถานวัดเวียงอยู่ในความรับผิดชอบของกรมศิลปากรจึงไม่สามารถ
แสวงหาไปพัฒนาต่อได้ ( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

ด้านประสิทธิภาพด้านการเมืองและการบริหาร

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
บุคคลมีความกระตือรือร้นต่อการทำงานเพราะอายุการทำงานอย่างน้อยมีความต้องการ
ที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง , บุคลากรมีความพร้อมที่จะรับการพัฒนาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
,บุคลากรส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ทำให้รู้สภาพปัญหาของท้องถิ่นเป็นอย่างดี, เครื่องมือเครื่องใช้มี
ความพร้อมมากขึ้น , บุคลากรมีความรู้ความสามารถตรงกับตำแหน่งงาน , ผู้บริหารมีความรู้
ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรที่ดี
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
ตำแหน่งโอนย้ายบุคลากรที่โอน(ย้าย)มาไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน , การทำงานใน
องค์กรยังไม่สมบูรณ์ , บุคลากรในองค์กรไม่มีความสามารถประสานจึงเกิดอุปสรรค
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
มีงบประมาณที่เพิ่มขึ้นทำให้สามารถเพิ่มและพัฒนาอัตรากำลังคนให้มีจำนวนและคุณภาพเพิ่ม
ขึ้นได้, บุคลากรได้รับการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานมากขึ้น
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
สถานที่ยังไม่มีความพร้อม , เทคโนโลยีภายในไม่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ,อินเตอร์เน็ตที่
ล่าช้าทำงานไม่คล่องตัว , เครื่องมือในการทำงานเกิดปัญหาบ่อยครั้งขาดผู้มีความรู้เฉพาะ
การปรับปรุงทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดการ
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

ด้านการบริหารสาธารณะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

สิ่งที่ชุมชนทำได้ดี (จุดแข็ง)
เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร , ที่ตั้งเพื่อต่อการเป็นศูนย์กลาง
เชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ , สาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วถึง , ระบบธนาคารค่อนข้างเข้มแข็ง ,
แรงงานจำนวนมาก
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

สิ่งที่ชุมชนต้องพัฒนา (จุดอ่อน)
แรงงานส่วนใหญ่ยังขาดทักษะ , เทคโนโลยีการผลิตส่วนใหญ่ยังเป็นขั้นต้น
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

โอกาสของชุมชน
ขยายโอกาสการส่งออกสินค้าด้านการเกษตรและอุตาสาหกรรมนอกประชาคมอาเซียน ,
เปิดโอกาสนักลงทุนนอกอาเซียนเข้ามาตั้งฐานการผลิตภายในท้องถิ่น
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )

อุปสรรคและความท้าทาย
ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ , การสื่อสารนอกประชาคมอาเซียน
( แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสระปี 2561-2565 )


Click to View FlipBook Version