แผนการจัดการเรียนรู้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เวลา ๑๓ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ น้าใส เวลา ๑ ช่วั โมง
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๑ เรอื่ ง ค้าคล้องจอง ๐๘.๐๐ - ๐๙.๐๐ น.
สอนวันท่ี ๑๙ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ภาคเรยี นที่ ๑
ครูผสู้ อน นางสาวสวุ นันต์ บัวพนั ธ์
สาระสา้ คัญ
การฝึกอา่ นคลอ่ ง ต้องหม่นั ฝกึ ฝนอยูเ่ ป็นประจา เร่ิมจากการฝกึ อา่ นคาทค่ี ลอ้ งจองกนั
อ่านแลว้ จะทาใหเ้ กดิ ความเพลิดเพลินสนุกสนาน มีนสิ ยั รักการอา่ น
ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๒ / ๑ อ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ
ได้ถูกตอ้ ง
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๒ / ๔ บอกลักษณะคาคล้องจอง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เมื่อนกั เรียนเรียนเร่ืองนี้แล้ว นกั เรียนสามารถ
๑. นกั เรยี นอ่านคาคล้องจองได้ (K)
๒. นักเรียนระบุคาคล้องจองได้ (P)
๓. ปฏิบตั ิตนในการเรียนรไู้ ด้อย่างเหมาะสม (A)
สาระการเรียนรู้
คาคลอ้ งจอง
สมรรถนะสา้ คัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓๘
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา้
๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน แล้วใหน้ ักเรียน ทากิจกรรม “เกยี่ วก้อยถอ้ ยคา” โดยให้นักเรยี น
ช่วยกันสังเกตและจับคบู่ ัตรคาบนกระดาน โดยใหเ้ วลา ๕ นาที บัตรคาที่ใช้ในกิจกรรมน้ี ได้แก่
๓๙
ขน้ั จดั การเรยี นการสอน
๒. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั เฉลยคาตอบ กจิ กรรม “เก่ียวก้อยถ้อยคา”
๓. ครูอธบิ ายให้นักเรยี นฟังว่า บัตรคาทนี่ กั เรียนนามาต่อกัน เรยี กวา่ คาคล้องจอง
คา้ คล้องจอง คือ คาทมี่ ีเสียงสัมผัสกัน ซึ่งจะนาไปใช้ในการแตง่ บทรอ้ ยกรอง คาขวัญ เพอ่ื ให้
เกดิ ความไพเราะนา่ ฟังและงา่ ยต่อการจดจา
ลักษณะของค้าคล้องจอง คือ คาที่มีเสียงสระและอยู่ในมาตราตัวสะกดเดียวกัน (จะตรง
มาตราหรือไม่ตรงก็ได)้ มพี ยญั ชนะตน้ และวรรณยุกต์ต่างกนั อาจมี ๑ พยางค์ หรือมากกวา่ ๑ พยางค์
ก็ได้
๔. ให้นักเรียนดูตัวอย่างคาคล้องจอง ในหนังสือเรียนภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒
หน้า ๑๐ แล้วอา่ นออกเสยี งพรอ้ มกัน
๕. ครูเขียนคาศัพท์ ๑ พยางค์ บนกระดาน ให้นักเรียนช่วยกันแต่งคาคล้องจอง ๑ พยางค์
จนไดค้ าคลอ้ งจองจานวน ๕ คา จากนั้นครแู ละนกั เรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
คาคลอ้ งจอง ๑ พยางค์ ราด ........... ........... ........... ...........
๕. ให้นักเรียนยกตัวอย่างคาศัพท์ ๒ พยางค์ ให้ครูเขียนบนกระดาน จากนั้นช่วยกันแต่ง
คาคลอ้ งจอง ๒ พยางค์ จนได้คาคล้องจองจานวน ๕ คา และช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
คาคล้องจอง ๒ พยางค์ ........... ........... ........... ........... ...........
๖. นักเรียนอา่ นคาคลอ้ งจองทอี่ ยูบ่ นกระดานพรอ้ มกัน
๗. แบ่งนกั เรยี นออกเป็น ๔ กลุ่ม กล่มุ ละ ๔ คน ให้เลน่ เกม โดมิโนหรรษา เร่อื ง คาคลอ้ งจอง
- แจกบตั รคาโดมโิ นคาคลอ้ งจองใหผ้ เู้ ลน่ คนละ ๔ ใบ
- แยกบตั รคาเริม่ ต้นไว้ เพอื่ วางเปน็ ลาดบั แรก
- ให้ผู้เล่นคนแรกวางบัตรคาท่ีตนเองมี ต่อจากคาเริ่มต้นที่กาหนดไว้ หากผู้เล่น
คนแรกไม่มีคาทเ่ี ปน็ คาคล้องจองกับคาดงั กล่าว ใหผ้ เู้ ลน่ คนแรกจบั บัตรคาท่อี ยกู่ องกลาง ๑ ใบ
- หากบัตรคาท่ีจับมาใหม่น้ันเป็นคาคล้องจองกับคาบนกระดานสามารถนาไปต่อบน
กระดานได้เลย แต่หากไม่ใช่ให้เก็บบัตรคาดังกล่าวไว้ และให้ผู้เล่นคนถัดไปเล่นต่อทาเช่นน้ีจนครบ
ทุกคน
- หากใครวางคาคลอ้ งจองผิด จะตอ้ งจับบตั รคาจากกองกลางเพิม่ คร้ังละ ๑ ใบ
- เลน่ ไปเรื่อย ๆ บัตรคาใครหมดก่อน คนนนั้ ถือเป็นผ้ชู นะ
- ในกรณีท่ีบัตรคากองกลางหมด และไม่มีผู้เล่นคนใดมีคาคล้องจองท่ีจะนามาต่อได้
ใหผ้ ู้เล่นทกุ คนนับบัตรคาทตี่ นเหลอื อยู่ ใครเหลือบัตรคานอ้ ยที่สุดถือเป็นผชู้ นะ
๔๐
ขนั้ สรุป
๘. ครูกล่าวชื่นชมผู้ชนะการแข่งขันและมอบของรางวัลเพ่ือเป็นกาลังใจในการเรียนต่อไป
จากนน้ั ทบทวนความรู้เร่ืองคาคลอ้ งจองอีกครั้ง
๙. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด เรื่องคาคล้องจอง เป็นการบ้าน โดยผู้ปกครองและนักเรียน
สามารถทบทวนความรหู้ รือเรียนย้อนหลงั ไดโ้ ดยการสแกนควิ อารโ์ ค้ดเพื่อรบั ชมคลปิ การสอน
สแกนควิ อารโ์ ค้ดเพอ่ื รบั ชม
วิดโิ อการสอน เรอ่ื งคา้ คล้องจอง
สแกนคิวอาร์โคด้ เพื่อรบั ชม
ส่ือประกอบการสอน เรอื่ งคา้ คลอ้ งจอง
๔๑
ส่ือ / แหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ
ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒
๒. เกม “โดมโิ นหรรษา เรอ่ื ง คาคลอ้ งจอง”
๓. ชดุ บตั รคาเกีย่ วกอ้ ยถ้อยคา
๔. แบบฝกึ หัดเร่อื ง “คาคลอ้ งจอง”
๕. คลปิ วดิ โิ อการสอน เรื่อง คาคล้องจอง
การวดั และประเมินผล วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
สงิ่ ทีต่ ้องการวดั ระดับคุณภาพ ๔
การอา่ นออกเสียง แบบประเมนิ การอา่ น ผ่านเกณฑ์
๑. การอา่ นออกเสยี ง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๗๐
คาคล้องจอง ออกเสียง
๒. ระบุคาคล้องจอง ระดับคุณภาพ ๗
การตอบคาถามใน แบบประเมนิ การทา ผ่านเกณฑ์
๓. การปฏบิ ัติตน
ในชน้ั เรยี น แบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั
การสงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตการณ์ปฏบิ ตั ิ
นกั เรยี น ตนในการเรียนรู้
๔๒
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
๑. ผลการเรียนรู้
เมอ่ื ไดด้ าเนินการจัดการเรยี นรู้ นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จานวน คน
ตามแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี แลว้ พบว่า
๑.๑ ผ่านเกณฑต์ ามจุดประสงคก์ ารเรยี นรขู้ อ้ ท่ี ๑ จานวน คน คิดเป็น
รอ้ ยละ และพบวา่ มีนกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ข้อท่ี ๑ จานวน คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ
๑.๒ ผา่ นเกณฑต์ ามจุดประสงค์การเรียนรขู้ อ้ ท่ี ๒ จานวน คน คิดเป็น
รอ้ ยละ และพบว่ามนี ักเรียนไมผ่ ่านเกณฑต์ ามจุดประสงค์การเรียนรขู้ ้อที่ ๒ จานวน คน
คดิ เปน็ ร้อยละ
๑.๓ ผ่านเกณฑ์ตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ขู ้อท่ี ๓ จานวน คน คิดเป็น
รอ้ ยละ และพบว่ามนี ักเรยี นไม่ผา่ นเกณฑต์ ามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อท่ี ๓ จานวน คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ
๒. ปัญหา/อุปสรรค
๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข
ลงช่ือ
(นางสาวสุวนันต์ บวั พนั ธ์)
ครผู ้สู อน
วนั ที่ เดือน พ.ศ
๔๓
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผู้อ้านวยการโรงเรยี น
- เพ่ือพจิ ารณา แผนการจดั การเรียนรู้
- เห็นควร อนุญาตให้ใชส้ อนได้
ไมอ่ นุญาต เนอื่ งจาก
ลงช่อื )
( พ.ศ
ผอู้ านวยการโรงเรยี น
วนั ท่ี เดือน
๔๔
แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี ง
วิชาภาษาไทยพ้ืนฐาน ท ๑๒๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
คา้ ชแ้ี จง : ทาเครอื่ งหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ตั ิ
ออกเสียง การแบง่ ความ รวม ผลการ
เลขท่ี ชือ่ – สกลุ ชัดเจน วรรคตอน ถกู ตอ้ ง ๑๒ ประเมิน
๔ คะแนน ๔ คะแนน ๔ คะแนน คะแนน ผ มผ
๔๕
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนน หมายถึง ดมี าก
๔ คะแนน หมายถงึ ดี
๓ คะแนน หมายถึง พอใช้
๒ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ
๑
๑๐ – ๑๒ หมายถึง ดีมาก
เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ ๗–๙ หมายถงึ ดี
คะแนน ๔–๖ หมายถึง พอใช้
คะแนน ต่ากว่า ๔ หมายถงึ ปรบั ปรงุ
คะแนน
คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ การอ่านออกเสียง
รายการประเมิน ค้าอธบิ ายระดบั คุณภาพ/ ระดบั คะแนน
๑. ออกเสยี งชดั เจน
ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรงุ (๑)
๒. การเวน้ วรรคตอน
ถูกต้อง อา่ นออกเสยี ง ร ล อ่านออกเสยี ง ร ล อา่ นออกเสียง ร ล และคาควบ
๓. ความคลอ่ งแคลว่
และแมน่ ยา และคาควบกลา้ และคาควบกล้า ร ล ว กล้า ร ล ว ไม่ถูกต้องเกนิ
ร ล ว ถกู ตอ้ งชดั เจน ไมถ่ ูกตอ้ ง ๒ คร้งั ๒ ครัง้
อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อ่านเว้นวรรคตอนไม่ อ่านเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้องเกนิ
ถกู ต้องชดั เจน ถกู ต้อง ๒ ครัง้ ๒ ครัง้
อ่านออกเสียงดว้ ย อา่ นออกเสยี งไม่ อ่านออกเสยี งไม่คลอ่ งแคล่ว
ความคล่องแคลว่
และแมน่ ยา มคี วาม คลอ่ งแคล่ว ไม่แม่นยา และไมแ่ ม่นยา ไม่มีความม่นั ใจ
มั่นใจสงู
ขาดความมน่ั ใจ ๒ คร้ัง
ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวสวุ นันต์ บวั พนั ธ์)
ครผู ู้สอน
วนั ที.่ ............. เดือน.......................... พ.ศ. ............
๔๖
แบบประเมนิ แบบฝึกหัด
วิชาภาษาไทยพ้ืนฐาน ท ๑๒๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ค้าช้แี จง : ทาเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมท่นี ักเรยี นปฏบิ ตั ิ
รายการประเมนิ
เลขที่ ชือ่ – สกุล ความ ความ ความตง้ั ใจ ความสะอาด ความตรงต่อ รวม
ถกู ต้อง เรียบรอ้ ย ทางาน เวลา ๑๕
๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ คะแนน
๔๗
เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ
๑๐ - ๑๕ คะแนน หมายถึง ผา่ น
หมายถงึ ดี
๑๔ - ๑๕ คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
หมายถึง พอใช้
๑๒ - ๑๓ คะแนน หมายถึง ไมผ่ า่ น
หมายถึง ควรปรบั ปรงุ
๑๐ - ๑๑ คะแนน
ต่า้ กว่า ๑๐ คะแนน
๙ - ๐ คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมนิ แบบฝึกทกั ษะ
ประเดน็ การประเมนิ ดี (๓) ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง (๑)
๑. ความถกู ตอ้ ง เน้ือหาเปน็ ไปตามท่ีกาหนด พอใช้ (๒) เนอ้ื หาไมเ่ ปน็ ไปตามท่ี
๒. ความเรยี บร้อย ครอบคลมุ ทุกสว่ น กาหนดรายละเอยี ดไม่
๓. ความตงั้ ใจทางาน เน้อื หาเป็นไปตามที่ ครอบคลมุ
งานมคี วามเปน็ ระเบยี บ กาหนดครอบคลุมบางสว่ น งานส่วนใหญไ่ ม่เป็น
๔. ความสะอาด แสดงออกถงึ ความใส่ใจ ระเบียบและมขี อ้ บกพร่อง
๕. ความตรงตอ่ เวลา ตั้งใจทางานท่ีได้รบั มอบหมาย งานมคี วามเปน็ ระเบยี บแต่ ไม่ต้งั ใจทางานทไ่ี ดร้ ับ
พยายามหาคาตอบ สบื คน้ มีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน มอบหมายและไม่พยายาม
ขอ้ มลู จากแหลง่ เรียนรเู้ พอื่ ให้ ตัง้ ใจทางานทไี่ ด้รับ หาคาตอบ สืบค้นขอ้ มลู
ไดม้ าซึ่งคาตอบ มอบหมายแต่ไม่พยายาม จากแหล่งเรยี นรเู้ พอ่ื ให้
หาคาตอบ สืบค้นขอ้ มลู ได้มาซึ่งคาตอบ
งานสะอาดไม่มรี อยลบ จากแหลง่ เรยี นรู้เพ่ือให้ มรี อยลบ ๓ แห่งข้นึ ไป
หรือขาด ยบั ไดม้ าซึ่งคาตอบด้วยตนเอง ชน้ิ งานยบั หรอื ขาด
มีรอยลบไมเ่ กิน ๒ แห่ง
สง่ ชนิ้ งานภายในเวลาท่ี และชิ้นงานไมม่ ีการขาด ส่งชนิ้ งานช้ากว่ากาหนด
กาหนด ยบั เกิน ๒ วนั ข้ึนไป
สง่ ช้นิ งานชา้ กวา่ กาหนด
๑ วนั
ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวสุวนันต์ บวั พันธ์)
ครูผูส้ อน
วันท่ี........ เดอื น.......................... พ.ศ. ..............
๔๘
ความร่วม ืมอ แบบสงั เกตการณป์ ฏิบตั ิตนในการเรียนรู้
ใน ิกจกรรม
การแสดงความ ิคดเห็นวชิ าภาษาไทยพ้ืนฐาน ท ๑๒๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
และตอบ ้คาถามค้าช้ีแจง : ทาเคร่ืองหมาย ลงในช่องระดบั คะแนนพฤติกรรมทีน่ ักเรยี นปฏบิ ตั ิ
ที่ ชอื่ – สกลุ
การรับฟัง
ความ ิคดเห็น๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑๕ ผ มผ
การ ้ัตงใจท้างาน
การแ ้กไขปัญหา/หรือ ๔๙
ปรับปรุงผลงานก ุ่ลม
รวม
การประเ ิมนผล
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ผ่าน
ดี
เกณฑ์การประเมิน ปานกลาง
พอใช้
๗-๑๕ คะแนน หมายถึง ไม่ผา่ น
ควรปรบั ปรงุ
๑๓-๑๕ คะแนน หมายถงึ
๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ
๗-๙ คะแนน หมายถงึ
ตา่้ กวา่ ๗ คะแนน หมายถึง
๖-๐ คะแนน หมายถงึ
๕๐
เกณฑ์การใหค้ ะแนนปฏิบตั ติ นในการเรยี นรู้
ระดับคุณภาพ
ประเด็นการประเมนิ ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
๑. ความร่วมมอื ในกิจกรรม ให้ความรว่ มมอื ในการทา ใหค้ วามรว่ มมือในการ ไมใ่ หค้ วามรว่ มมอื ใน
กจิ กรรมในช้ันเรียน ใหค้ วาม ทากิจกรรมในช้ันเรยี น การทากิจกรรมในชน้ั
สนใจในกจิ กรรมที่ทา แตไ่ มส่ นใจกิจกรรมท่ี เรยี น ไมม่ คี วามสนใจ
ทามากนัก ในกจิ กรรมที่ทา
๒. การแสดงความคิดเห็นและตอบ แสดงความคดิ เห็นในการทางาน แสดงความคิดเหน็ ใน ไมแ่ สดงความคดิ เหน็
คาถาม เป็นกลมุ่ และตอบคาถามเมือ่ มี การทางานเปน็ กลุ่ม และไมต่ อบคาถามเม่อื
การซกั ถาม แต่ไม่ตอบคาถามเมือ่ มี มกี ารซักถาม
การซักถาม
๓. การรบั ฟงั ความคิดเห็น เสนอข้อคดิ เหน็ ของตนเองและ เสนอข้อคดิ เห็นของ ไม่เสนอข้อคิดเห็นของ
รับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ืน่ ตนเอง แตไ่ ม่รบั ฟัง ตนเองและไม่รบั ฟัง
ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื ความคิดเห็นของผู้อื่น
๔. การตง้ั ใจทางาน ตงั้ ใจทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ตั้งใจทางานทไี่ ดร้ ับ ไม่ตัง้ ใจทางานท่ไี ดร้ บั
พยายามหาคาตอบ สบื ค้น มอบหมายแตไ่ ม่ มอบหมายและไม่
ข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรูเ้ พอ่ื ให้ พยายามหาคาตอบ พยายามหาคาตอบ
ได้มาซง่ึ คาตอบ สืบคน้ ข้อมูลจากแหล่ง สืบค้นข้อมลู จากแหลง่
เรยี นรเู้ พือ่ ให้ได้มาซง่ึ เรยี นรูเ้ พ่ือให้ไดม้ าซง่ึ
คาตอบด้วยตนเอง คาตอบ
๕. การแกไ้ ขปญั หา/หรือปรับปรุง แก้ไขปัญหาทเ่ี กิดข้ึนระหวา่ ง แกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดขน้ึ ไม่ช่วยแกไ้ ขปญั หาท่ี
ผลงานกลมุ่ การทากจิ กรรมกลุม่ ได้ ระหวา่ งการทา เกิดขึ้นระหวา่ งการทา
และช่วยปรบั ปรุงผลงานกลมุ่ กจิ กรรมกลุ่มได้ กิจกรรมกลมุ่ และไม่
และแต่ไมช่ ่วยปรบั ปรงุ ช่วยปรบั ปรงุ ผลงาน
ผลงานกลุ่ม กลุม่
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวสวุ นันต์ บวั พันธ์)
ครผู สู้ อน
วันท.ี่ ....... เดอื น.......................... พ.ศ. ..............
๕๑
โรงเรียน ช้นั เลขท่ี
ช่อื
แบบฝึกหัด เรื่อง คา้ คลอ้ งจอง
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นเขียนคาคล้องจองตอ่ จากคาทีก่ าหนดให้ พรอ้ มทงั้ ระบายสีใหส้ วยงาม
............................ ............................ ............................
๑ ชมู ือ
.
.................... .................... ....................
๒ ถอื แห
.
๓ อายุ .................. .................. ..................
....... ....... .......
.
๔ หัวเสอื .................... .................... ....................
.... .... ....
.
หมายเหตุ : ผปู้ กครองและนกั เรียนสามารถทบทวนความรู้หรือเรยี นย้อนหลังโดยการสแกนคิวอาร์โคด้ เพื่อรบั ชมวิดโิ อการสอน
คลิปวิดโิ อการสอน ส่ือประกอบการสอน
เรือ่ งค้าคล้องจอง เรอ่ื งค้าคล้องจอง
๕๒
ส่ือประกอบการสอน (Powerpoint) เร่อื งค้าคลอ้ งจอง
๕๓
๕๔
๕๕
๕๖
๕๗