สมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์
ยุคหินเก่า ผคู้ นยงั เร่ร่อนเกบ็ หาอาหาร ล่าสตั ว์
ยุคหินกลาง รู้จกั นาสุนขั ป่ ามาเล้ียง ทาเครื่องมือ
หินใหด้ ีข้ึน
ยคุ หินใหม่ รู้จกั การเพาะปลูก นาสตั วม์ าเล้ียง
ป้ันภาชนะใส่อาหาร รู้จกั ทอผา้ อยรู่ วมกนั เป็นชุมชน มีการ
นบั ถือพระแม่ธรณีเพ่ือความอดุ มสมบูรณ์ในการเพาะปลูก
ยคุ โลหะ หรืออารยธรรมลุ่มแม่น้าสินธุ
เป็นอารยธรรมของชาวอินเดียด้งั เดิม ที่เรียกวา่ เผา่ ทรรวฑิ
ชาวเผา่ ทรรวฑิ หรือทมิฬ
มีรูปร่างเลก็ ผวิ คล้า
ซากเมืองโมเฮนโจ-ดาโร
• แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้าสินธุอยทู่ ่ีเมืองโมเฮนโจ-ดาโร และเมืองฮารัปปา
• ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงความเจริญแบบอารยธรรมเมือง มีการวางผงั เมือง มีที่อาบน้า
สาธารณะ มีระบบการระบายน้า และยา่ นการคา้
ซากเมืองฮารัปปา
• ต่อมาชาวอารยนั รุกรานเขา้ มาในอินเดีย และใหช้ าวทมิฬเป็นผรู้ ับใช้ และถูกเรียกวา่ ทาส
ซ่ึงเป็นท่ีมาของการเกิด วรรณะ
• มีการแต่งบทสรรเสริญพระผูเ้ ป็ นเจ้า แต่ไม่มีการจดบันทึก ต่อมาอินเดียเร่ิมมีการ
ประดิษฐต์ วั อกั ษร จึงมีการจดบนั ทึกคมั ภีร์ท้งั หลาย
ยคุ พระเวท
เรียกตามชื่อพระเวท ส่วนหน่ึงของคมั ภีร์พระเวท
ท่ีศกั ด์ิสิทธ์ิของชาวอารยนั คือ
1. ฤคเวท เป็ นพระเวทที่ศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีสุด เป็ นการสวดออ้ น
วอนใหเ้ ทพเจา้ ประทานชยั ชนะแก่ตน
2. ย ุรเวท เป็นคมั ภีร์อธิบายวธิ ีประกอบพธิ ีบวงสรวง
3. สามเวท เป็นบทสวดสาหรับการทาพิธีบูชาดว้ ยน้าโสมใน
พิธีของบา้ นเมือง หรือของกษตั ริย์
4. อถรรพเวท เป็นคมั ภีร์เกิดข้ึนทีหลงั นบั ถือเทพและไม่ใช่
เทพ ท้งั ท่ีใหค้ ุณและใหโ้ ทษแก่มนุษย์
ยคุ มหากาพย์
• เรียกตามชื่อมหากาพยย์ ิ่งใหญ่ของอินเดีย 2
เร่ือง คือ มหาภารตะ และรามายณะ
• พวกอารยันได้ขยายอานาจต่อไปทาง
ตะวันออก และไปต้ังอาณาจักรในเขต
พาราณสี
• มีการก่อต้ังอาณาจกั รของเผ่าต่างๆ การค้า
และงานฝีมือมีมากข้ึน การบนั ทึกมีมากข้ึน
ภาพวาดมหากาพยม์ หาภารตะ พระกฤษณะ
กบั อรชุนกลางสนามรบ
สมยั ประวตั ศิ าสตร์
ศาสนาฮินดู
• เช่ือวา่ พระวิษณุและพระศิวะเป็ นผูม้ าโปรด
ช่วยใหพ้ น้ จากชีวติ ท่ียากลาบาก และช่วยให้
มีชีวติ ท่ีดีกวา่ ในชาติหนา้
• ยอมรับวา่ ทางไปสู่สจั ธรรมมีหลายทาง
• มีเสรีภาพที่จะปฏิบัติตามความเชื่อของ
ตนเอง
• มีอิทธิพลต่อวฒั นธรรมอินเดียอยา่ งมาก
ศิวนาฏราช ปางหน่ึงของพระศิวะ เทพเจา้
สาคญั องคห์ น่ึงในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
พระพทุ ธศาสนา
• ถือกาเนิดข้ึนเพ่ือใหเ้ ป็นทางเลือกของมนุษยท์ ่ีตอ้ งการหลุดพน้
จากทุกข์
• หลกั คาสอนมีบทบาทสาคญั ต่อวถิ ีการดาเนินชีวติ ของ
ผคู้ น เช่น เช่ือเรื่องกรรม ทาดีไดด้ ี ทาชว่ั ไดช้ ว่ั เป็นตน้
• หวั ใจของพระพทุ ธศาสนา คือ การทาความดี ละเวน้
ความชว่ั ทาจิตในใหบ้ ริสุทธ์ิ
• ภายหลงั พระพทุ ธเจา้ ปรินิพพาน พระพุทธศาสนา
แยกออกเป็น 2 นิกาย คือ เถรวาท และมหายาน
เจดียพ์ ทุ ธคยา
รา วงศ์เมารยะ
• พระเจา้ จนั ทรคุปตไ์ ดร้ วบรวมอินเดียใหเ้ ป็นปี กแผน่
และรวมอานาจไวท้ ี่ศูนยก์ ลางไดเ้ ป็นคร้ังแรก
• กษตั ริยท์ ่ีสาคญั ในเวลาต่อมา คือ
พระเจา้ อโศกมหาราช ทรงทานุบารุงและ พระเจา้ อโศกมหาราช
เผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาไปยงั ดินแดนตา่ งๆ
• เมื่อราชวงศเ์ มารยะหมดอานาจ อินเดียถูกต่างชาติหลาย
พวกรุกราน ทาใหอ้ ินเดียแตกแยกและออ่ นแอ
เสาหินพระเจา้ อโศกมหาราช
รา วงศ์คุปตะ
• พระเจา้ จนั ทรคุปตท์ ่ี 1 เริ่มรวมประเทศและขยายอานาจออกไปจากแควน้ มคธ
• เป็ นสมยั แห่งความรุ่งเรืองทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยเป็ นผูเ้ ริ่มใช้เลขอารบิก และ
เลขศนู ย์ ก่อนดินแดนอ่ืน
• หลงั การสิ้นสุดของราชวงศค์ ุปตะ อินเดียทางเหนือถูกต่างชาติรุกราน ทาใหศ้ าสนาอิสลามเร่ิมเผย
แผเ่ ขา้ สู่อินเดีย ส่วนทางใตศ้ าสนาพราหมณ์-ฮินดูยงั รุ่งเรือง
ถ้าเอลโลรา ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เมืองออรังกบาด รัฐมหาราษฎระ
รา วงศ์โมกลุ
• เป็นราชวงศส์ ุดทา้ ยที่ปกครองอินเดีย
• ผกู้ ่อต้งั จกั รวรรดิโมกลุ คือ อกั บาร์มหาราช ทรงส่งเสริมใหม้ ีขนั ติธรรมทางศาสนา
• สุลต่านท่ีสาคญั อีกพระองค์ คือ ชาห์ เจฮนั ผสู้ ร้างทชั มาฮลั
• จกั รวรรดิโมกลุ หมดอานาจลง เม่ือองั กฤษเขา้ ยดึ ครองอินเดีย
อนิ เดยี ภายใต้การปกครองขององั กฤษ
• องั กฤษปกครองอินเดียโดยวธิ ีแบ่งแยกการปกครอง โดยต้งั
ขา้ หลวงเป็นผปู้ กครอง
• มีการสร้างทางรถไฟ ถนน สะพาน โรงพยาบาล
และจดั การศึกษา
• ต่อมาชาวอินเดียเรียกร้องการปกครองตนเอง สมเดจ็ พระราชินีนาถวกิ ตอเรีย
และนาไปสู่การเรียกร้องเอกราช จกั รพรรดินีพระองคแ์ รกแห่งอินเดีย
มหาตมะ คานธี ผนู้ าชาวอินเดีย
ในการเรียกร้องเอกราชจากองั กฤษ
การขยายอานาจ และการเผยแผ่ศาสนา
ในสมยั พระเจา้ อะเลก็ ซานเดอร์มหาราช
แห่งมาซิโดเนีย รุกรานเอเชียมีผลทาให้
สถาปัตยกรรมของกรีกแพร่หลายใน
เอเชีย
การเผยแผศ่ าสนาในทวปี เอเชีย ภาพวาดคณะพระธรรมทูตท่ีเดินทาง
ดว้ ยกนั มีพระพทุ ธศาสนา และ ไปประกาศพระพทุ ธศาสนาใดินแดน
ศาสนาอิสลาม ส่วนศาสนาที่เผยแผ่ ต่างๆ
ขา้ มทวปี คือ คริสตศ์ าสนา
พระพทุ ธรูปท่ีไดร้ ับอิทธิพล
รูปแบบประติมากรรมกรีกในสมยั
พระเจา้ อะเลก็ ซานเดอร์มหาราช
การแสวงหาพนั ธมติ ร และการผจญภยั
• ในสมยั ราชวงศฮ์ น่ั มีการส่งทูตไปยงั ดินแดน
ทางตะวนั ตกของจีน เสน้ ทางท่ีเดินทางไป
เรียกวา่ เส้นทางสายไหม
• นกั ผจญภยั เช่น อิบน์ บตั ตูตา ชาวโมร็อกโก
เดินทางไปยงั ดินแดนต่างๆ และเป็นแรง
บนั ดาลใจใหน้ กั เดินทางรุ่นหลงั ทาตาม
อิบน์ บตั ตูตา ชาวโมร็อกโก นกั เดินทางในยคุ กลาง
การค้าขาย
• มีการแลกเปลี่ยนซ้ือขายสินคา้ ระหวา่ งโลกตะวนั ออกกบั โลกตะวนั ตก สินคา้ ของจีน
โดยเฉพาะผา้ ไหม เป็นที่นิยมของชาวโรมนั ช้นั สูง
• สมยั กลางชาวยโุ รปตอ้ งการสินคา้ เคร่ืองเทศและพริกไทย จึงเป็นสาเหตุใหเ้ กิดการแสวงหา
เสน้ ทางเดินเรือ
นายพลเจิ้งเหอหรือซาปอกง แม่ทพั บญั ชาการสูงสุดของจีน
ในการเดินทางท่องทะเลของเรือมหาสมบตั ิ
ความต้องการสินค้าจากโลกตะวนั ออก
• ชนช้นั สูงของชาวโรมนั • ชาวตะวนั ตกใชเ้ คร่ืองเทศ • ชาวตะวนั ตก ซ้ือใบชา
นิยมแต่งกายดว้ ยผา้ ไหม และพริกไทยในการปรุง จากจีนจานวนมากไปปลูก
จีน ผา้ ไหมจึงเป็นท่ี รสและถนอมอาหาร ในอาณานิคม ทาใหก้ าร
ตอ้ งการมาก เครื่องเทศและพริกไทย ดื่มชากลายเป็นวฒั นธรรม
จึงกลายเป็ นของจาเป็ น ของชาติตะวนั ตก เป็นตน้ มา
เลขอารบิกและระบบการคานวณ
• อินเดียคิดคน้ ระบบตวั เลขอารบิกมาใช้ • ชาวอินเดียยงั ไดค้ ิดคน้ ระบบทศนิยม
แทนเลขโรมนั ข้ึนมาเพื่อใชใ้ นการคานวณ
• เมื่อแลกเปลี่ยนสินคา้ การคา้ ขาย การคานวณผลกาไร ขาดทุน จึงจาเป็นตอ้ งใชค้ วามรู้ในการ
คานวณมาเพ่ือหาคาตอบ
เขม็ ทิศ
• จีนประดิษฐเ์ ขม็ ทิศไดเ้ ป็น • มีการพฒั นาเขม็ ทิศเพื่อใช้ • ต่อมาพฒั นาเขม็ ทิศไวใ้ ช้
ชาติแรกของโลก ใชเ้ พ่อื ในการบอกทิศทาง ใน ในการเดินทาง เดินเรือ
การทานายเป็ นหลกั ระยะแรกใชเ้ พื่อหาทิศทาง ชาวอาหรับไดน้ าความรู้
ในการก่อสร้างบา้ นเมือง จากเรื่องเขม็ ทิศจากจีน
ไปใช้ และชาวยโุ รปกร็ บั
มาจากอาหรับอีกตอ่ หน่ึง