The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ssr., 2021-02-05 04:39:56

แบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5

แบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5

บริษทั สรางสรรคส ื่อเพอ่ื การเรยี นรู (สสร.) จาํ กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

บริษทั สรางสรรคส่ือเพอื่ การเรยี นรู (สสร.) จาํ กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

แบบฝก หดั รายวชิ าพน้ื ฐาน 5

วทิ ยาศาสตร

และเทคโนโลยี

ตามมาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชี้วัด
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)บริษทั สร้างสรรค์ส่ือเพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

บริษัท สรา้ งสรรค์สอ่ื เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ผูเรียบเรียง พิมพครั้งที่ 1
ผศ. ดร.ชาตรี เกดิ ธรรม สงวนลขิ สทิ ธิ์ตามพระราชบัญญัติ
ปท พี่ ิมพ 2563
จดั พมิ พแ ละจาํ หนายโดย จํานวนท่ีพมิ พ 10,000 เลม
บรษิ ทั สรางสรรคส อื่ เพ่อื การเรียนรู (สสร.) จํากดั
1518/7 ถนนประชาราษฎร 1 แขวงวงศส วา ง เขตบางซือ่ กรุงเทพฯ 10800
โทรศัพท : 0-2587-7972, 0-2586-0948, 0-2587-9322-26
โทรสาร : 0-2044-4472 E-mail : [email protected]

คาํ นํา

แบบฝก หดั รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษา
ปท่ี 5 เลม น้ี จัดทําขนึ้ โดยยึดตามมาตรฐานการเรยี นรูและตัวชีว้ ัด กลมุ สาระการ
เรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยมงุ หวงั ใหผ เู รยี นไดเ รยี นรู
วิทยาศาสตรที่เนนการเช่ือมโยงความรบูรกษิ ัท ับสร้างสทรรคส์ักอ่ื เพอื่ษการเระียนรู้ก(สสรร.) จะำ� กัดบวนการทางวิทยาศาสตร

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ขน้ั พน้ื ฐานทง้ั 8 ทกั ษะ ไดแ ก การสงั เกต การวดั การจาํ แนกประเภท การคาํ นวณ
การหาความสมั พนั ธระหวา งสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา การจัดกระทาํ และ
สอื่ ความหมายขอ มลู การลงความเหน็ จากขอ มลู และการพยากรณ จงึ จาํ เปน ตอ ง
มีการพัฒนาอยางตอเน่ือง รูเทาทันเทคโนโลยีการสื่อสารท่ีเจริญกาวหนาของ
วิทยาการตางๆ อยางรวดเร็วในโลกยุคโลกาภิวัตนและทักษะในศตวรรษที่ 21
ในการคนควาและสรางองคความรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรู สามารถ
แกป ญ หาอยา งเปนระบบ

บริษัท สรางสรรคส่ือเพื่อการเรียนรู (สสร.) จํากัด หวังเปนอยางย่ิงวา
แบบฝก หดั รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 5 เลม นี้
มกี ารนาํ เสนอเนอ้ื หาทสี่ อดคลอ งกบั กจิ กรรมบรู ณาการทห่ี ลากหลายจะเปน เครอ่ื งมอื
ชวยสอนใหครูและผูเรียนเกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนการสอนวิทยาศาสตร และ

บรษิ ทั สร้างสรรค์สอื่ เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

นาํ ไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ไดอ ยา ง.SRมANGSปี ANSUรEPHะUAKสARNRทิIANRUธU(SภิSR.)CาO.,LพTD มคี วามคดิ เปน เหตเุ ปน ผล
มคี วามคดิ สรา งสรรค คดิ วเิ คราะหว จิ ารณ มกี ารทาํ กจิ กรรมดว ยการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
ชวยใหผูเรียนไดคน พบความรูดว ยตนเอง

บรษิ ัท สรา งสรรคส อื่ เพือ่ การเรียนรู (สสร.) จาํ กัด

เปา หมายและทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร

เปาหมายสําคัญของผูเรียน

คุณภาพผูเรยี นมีเปา หมายทส่ี ําคัญของผูเรียน 7 ขอ โดยยดึ ตามกรอบหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ดังน้ี

ตระหนกั ถงึ ความสัมพันธระหวา ง
วิชาวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี
มวลมนุษย และสภาพแวดลอ มบรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
เขา ใจหลกั การ ทฤษฎี
และกฎในวิชาวิทยาศาสตร .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

สามารถนาํ ความรู ความเขา ใจ
ในวิชาวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ไปใชใ หเ กิดประโยชน
เขาใจขอบเขตของธรรมชาติ พฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความ
ของวชิ าวิทยาศาสตร สามารถในการแกป ญ หา และการจดั การ ทกั ษะ

มที กั ษะท่ีสาํ คญั ในการศึกษา ในการสอื่ สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
คนควา และคิดคนทางเทคโนโลยี เปนผทู ม่ี จี ติ วิทยาศาสตร มคี ุณธรรม
จริยธรรม และคา นยิ มในการใช
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
บริษทั สร้างสรรคส์ ่อื เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

เปน ทกั ษะการคดิ ของนกั วทิ ยาศาสตรท น่ี าํ มาใชใ นการศกึ ษาคน ควา สบื เสาะหาความรู
และแกปญหาตา ง ๆ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร แบง ออกเปน 14 ทกั ษะ ดงั น้ี

1. การสังเกต 8. การพยากรณ
2. การวดั 9. การต้ังสมมตฐิ าน
3. การจําแนกประเภท 10. การกาํ หนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัตกิ าร
4. การหาความสัมพนั ธระหวางสเปซกบั สเปซ 11. การกาํ หนดและควบคุมตวั แปร

และสเปซกบั เวลา 12. การทดลอง
5. การคํานวณ 13. การตีความหมายขอมูลและลงขอสรปุ
6. การจัดกระทาํ และสื่อความหมายขอมูล 14. การสรางแบบจาํ ลอง
7. การลงความเหน็ จากขอมลู

สารบัญ หนา

หนวยการเรียนรูท่ี 1 ส่ิงมีชีวิตกับส่ิงแวดลอม 1

กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 1 การปรบั ตวั ของสงิ่ มชี วี ติ บรเิ วณแหลง นา้ํ 3
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 2 การปรบั ตวั ของสงิ่ มชี วี ติ ในแตล ะแหลง ทอ่ี ยู 6
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 3 ใครกนิ ใคร 10
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 4 ความสมั พนั ธร ะหวา งสง่ิ มชี วี ติ กบั สง่ิ ไมม ชี วี ติบริษทั สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด 14
16
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD 17
22
แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ 24
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น

หนวยการเรียนรูท่ี 2 การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 25

กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 1 การถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของพชื 27
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 2 การถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั ว 30
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 3 การถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของมนษุ ย 33
35
แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ 36
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย 40
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู 42
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นบรษิ ทั สร้างสรรคส์ ่ือเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

หนวยการเรียนรูท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสสาร 43

กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 1 การเปลย่ี นสถานะของนาํ้ แขง็ 45
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 2 การเปลย่ี นสถานะของนา้ํ ฉบั พลนั 48
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 3 ปจ จยั ในการระเหยของนาํ้ 51
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 4 การเปลย่ี นสถานะของลกู เหมน็ 54
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 5 การละลายของสาร 57
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 6 การเกดิ ผลกึ 61
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 7 การเปลยี่ นแปลงทางเคมี 64
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 8 การเปลย่ี นแปลงของสสาร 67

แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ หนา
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู 69
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น 70
74
หนวยการเรียนรูที่ 4 บริษทั สร้างสรรค์สอื่ เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด 76

นํ้าและทองฟาอากาศ.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD 77

กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 1 แหลง นาํ้ บนโลก 79
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 2 เราจะชว ยกนั อนรุ กั ษน าํ้ 82
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 3 การหมนุ เวยี นของนา้ํ 86
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 4 การเกดิ เมฆ หมอก ฝน 89
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 5 การเกดิ ลกู เหบ็ นาํ้ คา ง หมิ ะ 93
96
แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ 97
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย 100
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู 102
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น
103
หนวยการเรียนรูท่ี 5 แรงลัพธและแรงเสียดทาน
105
บริษัท สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด 110
113
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท.SR่ีAN1GSANSUผEPHลUAKขARNอRIANงRUแU(SรSRง.)CทO.,LTีก่D ระทาํ ตอวตั ถุ 114
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 2 ลักษณะพ้ืนผิวกบั แรงเสียดทาน 118
120
แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น

หนวยการเรียนรูที่ 6 เสียงและการไดยิน หนา
121
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 1 การเกดิ เสยี ง
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 2 การเคลอื่ นทขี่ องเสยี ง 123
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 3 การเกดิ เสยี งสงู และเสยี งตา่ํ 126
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 4 การเกดิ เสยี งดงั และเสยี งคอ ยบรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด 130
133
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD 136
137
แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ 140
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย 142
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น 143

หนวยการเรียนรูที่ 7 ดาวและแผนที่ดาว 145
149
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 1 ดาวเคราะหแ ละดาวฤกษ 153
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 2 การขน้ึ และตกของดวงดาว 154
157
แบบฝก ทบทวนความรคู วามเขา ใจ 159
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรทู า ยหนว ย
โครงงานบรู ณาการหนว ยการเรยี นรู
แบบบนั ทกึ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น

บริษัท สร้างสรรค์ส่ือเพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามตวั ชวี้ ดั 160

หนว ยการเรยี นรูที่

1 สิ่งมชี ีวิตกบั สิ่งแวดลอม
ส่งิ มชี ีวติ กบั
สง่ิ แวดล้อม

1 บรษิ ัท สรา้ งสรรค์ส่ือเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด 3

การปรับตัวของ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD ความสมั พันธ
สงิ่ มชี วี ิตในแตล ะ ระหวางส่งิ มีชวี ิต
2 กบั สิ่งไมม ชี ีวติ
แหลงที่อยู
ความสัมพนั ธ
ระหวา งส่ิงมีชีวติ

กบั สง่ิ มีชวี ติ

มาตรฐานการเรียนรแู ละตวั ชีว้ ดั

1. บรรยายโครงสร้างและลกั ษณะของส่งิ มชี วี ติ ท่ีเหมาะสมกบั การด�ารงชวี ติ ซง่ึ เปนผลมาจาก
การปรับตัวของสงิ่ มีชีวติ ในแตล่ ะแหลง่ ทอ่ี ยู่ (มฐ. ว 1.1 ป.5/1)

2. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งไม่มชี ีวิต เพ่ือประโยชน์ตอ่ การดา� รงชีวิต (มฐ. ว 1.1 ป.5/2)บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอื่ เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

3. เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตท่ีเปนผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร
(มฐ. ว 1.1 ป.5/3)

4. ตระหนักในคุณค่าของส่ิงแวดล้อมท่ีมีต่อการด�ารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการ
ดูแลรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม (มฐ. ว 1.1 ป.5/4)

สาระสาํ คญั

ส่ิงมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ล้วนต้องปรับตัวด้านโครงสร้างและลักษณะให้เหมาะสมกับ
สิ่งแวดล้อมและแหล่งท่ีอยู่อาศัย เพ่ือให้สามารถด�ารงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ละแหล่งที่อยู่
ส่ิงมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับ
สง่ิ ไมม่ ชี วี ติ ความสมั พนั ธข์ องสง่ิ มชี วี ติ รปู แบบหนง่ึ ไดแ้ ก่ การกนิ อาหารตอ่ กนั เปน ทอด ๆ และ
ถ่ายทอดพลงั งานจากผผู้ ลติ ไปยงั ผู้บริโภคในรปู แบบของโซอ่ าหารและสายใยอาหาร

1 การปรบั ตัวของส่ิงมชี ีวิตในแต่ละแหลง่ ท่อี ยู่

สิ่งมีชีวิตต้องมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแหล่งทอ่ี ยู่
เพอ่ื ความอยรู่ อด ซง่ึ อาจมกี ารปรบั ตวั ในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั น้ี

1. การปรับตัวด้านโครงสร้างให้เหมาะสมสอดคล้องกับ
สภาพแวดล้อมของแหล่งท่ีอยู่ เช่น จ้ิงจกเปล่ียนสีผิวให้คล้ายสีบรษิ ทั สร้างสรรค์สื่อเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ของผนงั เพือ่ ดักจับแมลง ผักตบชวา บวั ผักกระเฉด จะปรบั ตวั โดยปรบั เปลยี่ น
โครงสรา้ งตา่ ง ๆ ใหม้ ชี อ่ งอากาศมากขน้ึ ทา� ใหล้ า� ตน้ มนี า้� หนกั เบาและลอยนา้� ได้
ตน้ แสมและตน้ ตะบนู เปน พชื ในปา ชายเลนทมี่ นี า้� ทว่ มขงั ตลอดจะสรา้ งรากหายใจ
โผลพ่ น้ เหนอื ดนิ เพอื่ รบั แกส ออกซเิ จน สตั วบ์ รเิ วณขว้ั โลกซงึ่ มอี ากาศหนาวเยน็ มาก
ส่วนใหญ่มีขนหนาและยาวปกคลุมท่วั ตัวและมีช้นั ผิวหนังหนา มีช้ันไขมันหนา
เพ่อื สรา้ งความอบอุ่นใหแ้ ก่ร่างกาย เชน่ หมีขั้วโลก สงิ โตทะเล เพนกวนิ แมวนา�้
อฐู ในทะเลทรายมีหนอกเพื่อสะสมนา�้ และไขมัน สัตวก์ ลุ่มนกบางชนดิ เช่น เปด
หงส์ หา่ น และสตั วส์ ะเทนิ นา�้ สะเทนิ บกจะมพี งั ผดื ยดึ ตดิ เปน แผน่ บาง ๆ ระหวา่ ง
นิ้วเทา้ เพื่อช่วยพดั โบกน้�า และชว่ ยในการเคลื่อนท่ีเม่ืออย่ใู นน้�า

2. การปรบั ตวั ดา้ นหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ เชน่ ตน้ กระบองเพชร ตน้ อากาเว่บริษัท สร้างสรรคส์ ื่อเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

เปลย่ี นใบเปน หนามเพอื่ ลดการสญู เสยี นา้� พชื หลายชนดิ ทอี่ ยใู่ นทแ่ี หง้ แลง้ ลา� ตน้
และใบจะเปล่ียนมาเก็บสะสมนา�้ ไวใ้ ช้ในการด�ารงชีวติ

3. การปรบั ตัวดา้ นพฤตกิ รรม เชน่ การจ�าศลี ของกบในฤดูแลง้ การจา� ศีล
ของหมขี วั้ โลกในฤดหู นาว การจา� ศลี ของกระรอกทะเลทรายในชว่ งแลง้ จดั สตั วท์ ี่
จา� ศลี จะเคลอื่ นไหวรา่ งกายใหน้ อ้ ยทส่ี ดุ เพอื่ ลดการใชพ้ ลงั งาน การอพยพของนก
ในแหล่งท่ีอยู่ท่ีมีอากาศหนาวจัดหรือร้อนจัดมายังแหล่งที่อยู่ท่ีอากาศอบอุ่น
เพื่อหาอาหารและผสมพนั ธ์ุ สัตวใ์ นทะเลทรายจะออกหากนิ ในเวลากลางคนื

2 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

กิจกรรมพฒั นาทักษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การปรบั ตวั ของส่งิ มชี ีวิตบรเิ วณ 1. การสงั เกต
แหลง่ น้ํา 2. การจา� แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

จดุ ประสงค์ บรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ส�ารวจและอธิบายโครงสรา้ งและลักษณะของสงิ่ มีชวี ติ ทีม่ กี ารปรบั ตวั

วัสดุ อปุ กรณ์
สมดุ บันทึก

วิธที ํา

1. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน และให้ชว่ ยกันท�ากจิ กรรม
2. ส�ารวจสิ่งมีชีวิตทั้งสัตว์และพืชท่ีอาศัยอยู่บริเวณแหล่งน้�าหรือใกล้

แหล่งนา้� ในโรงเรียนหรอื ใกลโ้ รงเรยี นมาอย่างละ 3 ชนดิ
3. ช่วยกนั สังเกตและวิเคราะห์ดูวา่ ส่ิงมชี วี ิตชนดิ นั้น ๆ น่าจะมีการปรบั ตัว

บริษทั สรา้ งสรรค์ส่อื เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด

อยา่ งไรบ้าง เพ่ือให้ดา� รงชวี ิตอยไู่ ด้ในสถานทนี่ ัน้.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD ๆ ทสี่ า� รวจพบ
(ห้ามเคลื่อนย้ายหรือท�าอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หรือเก็บส่วนหน่ึงส่วนใด
ของส่งิ มีชีวติ ท่ีส�ารวจพบโดยเด็ดขาด)
4. บนั ทกึ ผล ชอ่ื ของสงิ่ มชี วี ติ ลกั ษณะการปรบั ตวั ของสงิ่ มชี วี ติ ทว่ี เิ คราะหไ์ ด้
และวาดภาพประกอบลงในตาราง
5. น�าเสนอผลการท�ากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพ่ือเปรียบเทียบผล
จากการทา� กิจกรรม
6. นักเรียนทุกคนอภิปรายผลร่วมกันเพื่อลงข้อสรุปถึงลักษณะการปรับตัว
ของสง่ิ มีชวี ติ ทพ่ี บจากการส�ารวจ

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 3

ตารางบนั ทกึ ผลการสํารวจเเละวิเคราะห์

ชอื่ สง่ิ มชี วี ิต ภาพประกอบ ลกั ษณะท่มี ีการปรับตวั
1.
บริษัท สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
2.
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

3.

4.

5.

บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

6.

สรุปผลการอภปิ ราย

...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

4 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

คาํ ถามทา้ ยกิจกรรม

1. ส่ิงมีชีวิตที่นักเรียนส�ารวจพบใกล้แหล่งน้�าแต่ละชนิดมีการปรับตัวให้
เหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มอย่างไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

2. นกั เรียนพบสัตว์ในกลุม่ สัตวเ์ ลอ้ื ยคลานบ้างหรอื ไม่ ถ้าพบสัตวใ์ นกล่มุ น้ีบริษัท สรา้ งสรรค์ส่อื เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
มกี ารปรับตวั อย่างไร จงยกตวั อยา่ ง

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

3. พืชในบริเวณแหล่งนา�้ ทน่ี ักเรยี นสา� รวจมกี ารปรับตวั อย่างไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

................................................................................................................................................

4. กจิ กรรมน้สี รุปได้ว่าอยา่ งไร

.................................................................................................................................................

................................................................บ.ร.ษิ .ัท..................สร้างสรรค์ส่อื เพือ่ การเรยี นรู้.(ส.ส.ร..).....จำ� กัด ...................................................
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................

5. ถ้าสิ่งมีชีวิตไม่สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้จะเปน
อยา่ งไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

กิจกรรมพัฒนาทกั ษะที่ 1 5
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนท่ีได้ คะแนน

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะที่ 2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การปรับตวั ของสิ่งมชี ีวติ ในแต่ละ 1. การสงั เกต
แหลง่ ท่อี ยู่ 2. การจา� แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

จุดประสงค์
บริษทั สร้างสรรค์สื่อเพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

สบื ค้นและอธิบายโครงสรา้ งและลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตที่มีการปรับตวั

วัสดุ อปุ กรณ์
สมุดบนั ทึก

วธิ ีทาํ
1. ให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ่วยกนั ทา� กิจกรรม
2. สืบค้นส่ิงมีชีวิตทั้งสัตว์และพืชท่ีอาศัยอยู่ในแหล่งท่ีอยู่ต่างๆ กัน เช่น

ปา ชายเลน ทะเลทราย ขว้ั โลก เขตอากาศหนาวจดั รอ้ นจดั โขดหนิ รมิ ทะเล
ทมี่ ีคลืน่ หรอื อ่นื ๆ มาอย่างละ 3 ชนิด โดยไม่ซา�้ แหล่งทอี่ ยู่
(ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต เช่น หมีขั้วโลก เปด กบ เพนกวิน แมวน้�า อูฐบริษทั สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ต้นโกงกาง กระบองเพชร ต้นแสม)
3. ช่วยกนั วิเคราะห์ดูวา่ สิง่ มีชวี ติ ชนิดนนั้ ๆ นา่ จะมีการปรบั ตัวอยา่ งไรบ้าง

เพ่อื ทจ่ี ะดา� รงชีวติ อยู่ไดใ้ นแหลง่ ท่ีอยู่นั้น ๆ
4. บันทึกผล ชื่อของส่ิงมีชีวิต แหล่งที่อยู่อาศัย ลักษณะการปรับตัวของ

สง่ิ มชี ีวติ ทว่ี เิ คราะห์ไดล้ งในตาราง
5. น�าเสนอผลการท�ากิจกรรมหน้าชั้นเรียนทุกกลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผล

จากการทา� กจิ กรรม
6. นักเรียนทุกคนอภิปรายผลร่วมกันเพื่อลงข้อสรุปถึงลักษณะการปรับตัว

ของสิ่งมชี วี ิตในแตล่ ะแหลง่ ท่ีอยูท่ ไี่ ด้จากการสบื ค้น

6 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

หนว ยการเรียนรทู ่ี

2 การถายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม
การถา่ ยทอดลักษณะ
ทางพนั ธุกรรม

1 บริษัท สรา้ งสรรคส์ ่ือเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั 3

การถา ยทอด .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD การถายทอด
ลักษณะทาง ลกั ษณะทาง
พันธุกรรมของ 2 พันธุกรรมของ

พืช การถายทอด มนุษย
ลกั ษณะทาง
พนั ธกุ รรมของ

สตั ว

มาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวชีว้ ัด

1. อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมท่ีมีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์

(มฐ. ว 1.3 ป.5/1)

2. แสดงความอยากรอู้ ยากเหน็ โดยการถามคา� ถามเกย่ี วกบั ลกั ษณะทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั ของตนเอง

กบั พอ่ แม่ (มฐ. ว 1.3 ป.5/2) บริษัท สร้างสรรค์ส่ือเพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

สาระสําคญั

สงิ่ มชี วี ติ ทกุ ชนดิ ทง้ั พชื สตั ว์ และมนษุ ย์ ลว้ นไดร้ บั การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมมาจาก
พอ่ แม่ โดยลูกท่ีเกดิ มาจะมลี กั ษณะคล้ายคลงึ กบั พ่อแม่ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของพชื ไดแ้ ก่
สี รูปรา่ ง ขนาด ลกั ษณะของใบ ดอก ผล เมลด็ รสชาตขิ องผล สัตว์มกี ารถา่ ยทอดลักษณะ
ทางพนั ธกุ รรมทเี่ หน็ ไดช้ ดั เชน่ สแี ละลกั ษณะของขน ลกั ษณะของหู ขนาดลา� ตวั สา� หรบั มนษุ ย์
มลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรมทถ่ี า่ ยทอดสรู่ นุ่ ลกู หลาน ไดแ้ ก่ สแี ละลกั ษณะของเสน้ ผม ลกั ษณะของ
ต่ิงหู ลักษณะหนงั ตา เชงิ ผมที่หนา้ ผาก ลักยม้ิ การหอ่ ลิ้น การงอนว้ิ หวั แม่มือ

1 พนั ธุกรรมของสง่ิ มชี ีวติ

พันธุกรรม คือ ลักษณะต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิตที่ถ่ายทอด
จากรนุ่ หนง่ึ ไปสอู่ กี รนุ่ หนง่ึ เชน่ รนุ่ พอ่ แมถ่ า่ ยทอดลกั ษณะตา่ ง ๆ
ไปสู่รุ่นลูกหลานของตน โดยพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด
จะมีลักษณะแตกต่างกัน หรือในส่ิงมีชีวิตชนิดเดียวกันก็ยังมี
ลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกัน ลักษณะทางพันธุกรรมน้ีบรษิ ัท สร้างสรรค์สอ่ื เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ถกู ควบคมุ โดยยนี ซง่ึ ทา� หนา้ ทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู ทางพนั ธกุ รรมของสง่ิ มชี วี ติ
ในพชื สตั ว์ และมนษุ ย์ การสบื พันธ์ุแบบอาศัยเพศเปน การเพิ่มจ�านวน

สิ่งมชี ีวิต โดยทเ่ี ซลล์สืบพันธุเ์ พศผู้ผสมกบั เซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศเมีย ซึง่ ลกั ษณะทาง
พันธุกรรมต่าง ๆ จากรุ่นพ่อแม่สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้ โดยท่ีบาง
ลกั ษณะจะไมแ่ สดงหรอื ปรากฏใหเ้ หน็ ในรุ่นลกู แต่อาจไปแสดงออกหรอื ปรากฏ
ในรนุ่ หลาน สว่ นการสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศเปนการเพมิ่ จ�านวนสิง่ มีชีวติ โดย
ไม่มีการผสมระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งการสืบพันธ์ุแบบนี้รุ่นลูกจะมีลักษณะ
เหมือนเดมิ ทุกประการ

การสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพชื เมลด็ จะไดม้ าจากการผสมระหวา่ งเซลล์
สบื พนั ธเ์ุ พศผขู้ องตน้ พอ่ และเซลลส์ บื พนั บรษิ ธทั สรเ์ุา้ งพสรรคศ์สอ่ื เพเอ่ื กมารเรยียี นรู้ ข(สสรอ.) จ�ำงกดั ตน้ แม่ ตน้ ลกู ทไี่ ดจ้ งึ ไดร้ บั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

การถา่ ยทอดลักษณะต่าง ๆ มาจากทั้งตน้ พ่อและตน้ แม่ ตน้ ลูกจึงแสดงลกั ษณะ
ร่วมของพ่อและแม่ แต่บางลกั ษณะอาจไปแสดงออกหรือปรากฏในรนุ่ หลาน

ในสตั ว์ การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั วก์ จ็ ะมลี กั ษณะเชน่ เดยี ว
กับในพชื โดยเปน การถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรมตา่ ง ๆ จากพ่อแมไ่ ปสูล่ ูก
ผา่ นการสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ ซงึ่ บางลกั ษณะอาจไมป่ รากฏใหเ้ หน็ ในรนุ่ ลกู แต่
อาจไปแสดงออกหรอื ปรากฏในรนุ่ หลานไดเ้ ชน่ กนั และการสบื พนั ธแุ์ บบไมอ่ าศยั
เพศในสัตว์ ลูกทีไ่ ดก้ ็จะเหมือนเดมิ ทุกประการ

26 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

กจิ กรรมพัฒนาทักษะที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม 1. การสงั เกต
ของพืช 2. การจา� แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

จดุ ประสงค์ บรษิ ทั สร้างสรรค์สอ่ื เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ศึกษาและวิเคราะหก์ ารถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของพชื จาก
ตวั อย่างทีก่ า� หนดให้

วัสดุ อุปกรณ์
สมดุ บันทึก

วธิ ีทํา

1. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน และให้ช่วยกนั ท�ากิจกรรม
2. ศึกษาและวิเคราะห์การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพืชจาก

ตวั อย่างที่กา� หนดให้ ดงั น้ี
ตัวอย่างที่ 1 ชาวสวนคนหนึ่งทดลองผสมเกสรเพ่ือให้ได้เมล็ดพันธุ์บริษัท สรา้ งสรรค์ส่ือเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ดอกชบาสายพันธ์ใุ หม่ โดยใชด้ อกชบาสชี มพูและดอกชบาสเี หลอื งมาผสม
เกสรกนั ได้รนุ่ ลูกท่ีมดี อกสีชมพอู มเหลอื ง

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 27

ตัวอย่างที่ 2 ชาวสวนตอนก่ิงมะม่วงพันธุ์น้�าดอกไม้ เพ่ือขยายพันธุ์ให้ได้
กง่ิ พันธต์ุ น้ ใหม่หลาย ๆ ตน้

บรษิ ทั สร้างสรรค์สื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

3. วิเคราะห์ตัวอย่างว่า ตัวอย่างใดเปนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศหรือแบบไม่อาศัยเพศ เพราะเหตุใด
และรุ่นลกู ท่ีได้จากทงั้ สองตวั อยา่ งจะมลี ักษณะอยา่ งไรบันทึกผล

4. น�าเสนอผลการท�ากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพ่ือเปรียบเทียบผล
จากการทา� กจิ กรรม

5. อภิปรายผลร่วมกันเพื่อลงข้อสรุปถึงการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ของพืช

บันทึกผลการศกึ ษาเเละวเิ คราะห์

บริษัท สรา้ งสรรค์สื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

28 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

คําถามท้ายกิจกรรม

1. ในตวั อย่างท่ี 1 นักเรยี นคดิ วา่ การผสมเกสรจดั เปนการสบื พันธ์แุ บบใด
เพราะเหตใุ ด

.................................................................................................................................................

และรุ่นลกู ท่ีได้จะมลี กั ษณะอย่างไร...........................................................................
2. ในตัวอยา่ งท่ี 2 นักเรียนคิดว่า การตอนกิ่งจัดเปนการสืบพันธุ์แบบใด
เพราะเหตใุ ด บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สอ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................

และรุ่นลูกที่ได้จะมีลักษณะอย่างไร...........................................................................

.................................................................................................................................................

3. รุน่ ลูกท่ไี ดจ้ ากทงั้ 2 ตัวอยา่ งจะมคี วามแตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

................................................................................................................................................

4. กจิ กรรมนี้สรปุ ไดว้ ่าอย่างไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ......................บริษทั สรา้ งสรรคส์ ื่อเพ่อื การเรียนรู้ .........(สสร.) จ�ำกดั . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

กจิ กรรมพัฒนาทักษะที่ 1
คะแนนเต็ม 20 คะแนน
คะแนนที่ได้ คะแนน

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 29

กิจกรรมพัฒนาทักษะท่ี 2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม 1. การสงั เกต
ของสตั ว์ 2. การจา� แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

จุดประสงค์
บริษทั สรา้ งสรรคส์ ื่อเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ศกึ ษาและวเิ คราะหก์ ารถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั วจ์ ากตวั อยา่ ง

ที่ก�าหนดให้
วัสดุ อปุ กรณ์
สมุดบันทกึ
วิธที าํ
1. ให้นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน และให้ชว่ ยกนั ท�ากิจกรรม
2. ศึกษาและวิเคราะห์การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์จาก

ตัวอย่างทีก่ �าหนดให้ ดงั น้ี
ตัวอย่างท่ี 1 พ่อแมวมีขนสีด�าและแม่แมวมีขนลายขวางสีด�า เม่ือแม่แมว
คลอดลกู ออกมา 3 ตวั มที ้งั ขนสดี า� และลายขวางสีด�าบริษทั สร้างสรรค์สือ่ เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

30 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

หนว ยการเรยี นรูท่ี

3 การเปลี่ยนแปลงของสสาร
การเปลยี่ นแปลง
ของสสาร

1 บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สือ่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั 3

การเปลี่ยนแปลง .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD การเปลย่ี นแปลงท่ี
ทางกายภาพ ผนั กลับไดและการ
2 เปลย่ี นแปลงทผ่ี นั กลบั

การเปลีย่ นแปลง ไมได
ทางเคมี

มาตรฐานการเรียนรูและตวั ชีว้ ัด

1. อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เม่ือท�าให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้หลักฐาน
เชิงประจกั ษ (มฐ. ว 2.1 ป.5/1)

2. อธิบายการละลายของสารในนา้� โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ (มฐ. ว 2.1 ป.5/2)
3. วิเคราะหการเปล่ียนแปลงของสารเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐาน

เชงิ ประจักษ (มฐ. ว 2.1 ป.5/3)
4. วิเคราะหและระบุการเปล่ียนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้บริษัท สร้างสรรคส์ ่ือเพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

(มฐ. ว 2.1 ป.5/4)

สาระสาํ คญั

สสารมกี ารเปลย่ี นแปลงทง้ั ทางกายภาพและทางเคมี การเปลยี่ นแปลงทางกายภาพเปน การ
เปล่ียนแปลงลักษณะภายนอก เช่น การละลาย การเปลี่ยนสถานะ ซ่ึงการเปล่ียนสถานะมี
หลายลักษณะ ได้แก่ การหลอมเหลว การกลายเปนไอ การควบแน่น การแข็งตัว การระเหิด
การระเหิดกลับ ส่วนการเปล่ียนแปลงทางเคมีเปนการเปลี่ยนแปลงท่ีท�าให้สารมีสมบัติ
ต่างไปจากเดมิ เชน่ มสี หี รือกลน่ิ ตา่ งจากสารเดมิ มีฟองแกสหรอื ตะกอนเกดิ ขึน้ เมอื่ สารเกิด
การเปล่ียนแปลงและสามารถเปล่ียนกลับเปนสารเดิมได้ เปนการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้
เชน่ การเปล่ยี นสถานะ แตส่ ารบางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วไมส่ ามารถเปลยี่ นกลบั เปน
สารเดมิ ได้ เปนการเปล่ียนแปลงที่ผนั กลับไมไ่ ด้ เชน่ การเผาไหม้ การเกิดสนมิ

1 การเปลีย่ นแปลงของสาร

การเปลยี่ นสถานะของสสาร เปน การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ
การเปล่ียนสถานะเกี่ยวข้องกับการเพิ่มหรือลดอุณหภูมิของสสาร
โดยเมอื่ สสารไดร้ บั ความรอ้ นเพมิ่ มากขน้ึ แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกลุ
จะลดลง แตเ่ มอ่ื สสารถกู ลดอณุ หภมู ลิ ง แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล
จะเพิ่มมากขน้ึ ทา� ให้เกิดการเปลีย่ นสถานะของสสารบรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

การหลอมเหลว เกิดจากสสารสถานะของแข็งได้รับความร้อนจนถึง
อณุ หภมู หิ นง่ึ จะเกดิ การเปลยี่ นสถานะจากของแขง็ เปน ของเหลว โดยอณุ หภมู ทิ ่ี
สสารเรม่ิ เปลย่ี นสถานะ เรียกวา่ จุดหลอมเหลว

การกลายเปน ไอ เกดิ จากสสารในสถานะของเหลวไดร้ บั ความรอ้ นจนถงึ
อณุ หภูมหิ นง่ึ จะเกดิ การเปล่ยี นสถานะจากของเหลวเปนแกส โดยอณุ หภมู ขิ ณะ
เปล่ียนสถานะ เรียกว่า จุดเดือด ถ้าการกลายเปนไอของของเหลวเกิดขึ้น
อย่างช้าๆ เรียกว่า การระเหย ถ้าการกลายเปนไอของของเหลวเกิดข้ึนอย่าง
รวดเรว็ เรียกว่า การเดือด

การควบแน่นหรือการกล่ันตัว เกิดจากสสารในสถานะแกส เมื่อถูกลด
อณุ หภูมิลงจนถึงค่าหนึง่ จะเปลี่ยนสถานะจากแกสเปนของเหลว

บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สอื่ เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั

การแขง็ ตวั เกดิ จากสสารในสถานะของเหลว เมอ่ื ถกู ลดอณุ หภมู ลิ งจนถงึ.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD
คา่ หนง่ึ จะเปลย่ี นสถานะกลบั มาเปน ของแขง็ เรยี กวา่ การแขง็ ตวั อณุ หภมู ทิ ส่ี สาร
เปล่ียนจากของเหลวเปนของแขง็ เรียกวา่ จดุ เยอื กแขง็

การระเหดิ สสารบางชนดิ สามารถเปลยี่ นสถานะจากของแขง็ ไปเปน แกส
ได้โดยไม่ผ่านการเปนของเหลว เรียกว่า การระเหิด นอกจากน้ัน แกสบางชนิด
สามารถเปล่ียนสถานะเปนของแข็งโดยไม่ผ่านการเปนของเหลว เรียกว่า การ
ระเหิดกลบั

44 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

กิจกรรมพฒั นาทักษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การเปลย่ี นสถานะของนา้ํ แขง็ 1. การสงั เกต
2. การวดั
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

จุดประสงค์

สังเกตและอธิบายการเปลี่ยนสถานะของน�้าแข็งได้
บรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

วสั ดุ อุปกรณ์

1. น้�าแขง็ ปน กอ้ นเล็ก ๆ
2. ขวดรปู ชมพู่
3. ถงุ พลาสติก
4. ยางรดั
5. ตะเกยี งแอลกอฮอลพร้อมตะแกรงและแผงก้ัน
วธิ ีทาํ

1. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ว่ ยกันท�ากจิ กรรม

2. ใส่น�้าแข็งปนก้อนเล็กๆ ลงไปในขวดรูปชมพู่บรษิ ทั สรา้ งสรรค์ส่อื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
จากนั้นปดปากขวดรูปชมพู่ด้วยถุงพลาสติกและ.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
รัดปากขวดรูปชมพู่ด้วยยางรัดให้แน่น ต้ังท้ิงไว้
5 นาที สังเกตการเปลี่ยนแปลงของน�้าแข็ง
บนั ทึกผล

3. เช็ดข้างขวดรูปชมพู่ให้แห้ง จากน้ันน�าไปต้ังไฟ
5 นาที แลว้ ทิ้งไว้ให้เย็น สงั เกตการเปลีย่ นแปลง
ทีเ่ กิดขนึ้ บันทกึ ผล

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 45

4. น�าเสนอผลการท�ากิจกรรมหน้าชั้นเรียนทุกกลุ่ม
เพื่อเปรยี บเทียบผลจากการทา� กจิ กรรม

5. อภิปรายผลร่วมกันเพ่ือลงข้อสรุปถึงการเปล่ียน
สถานะของน�า้ แขง็ บันทกึ ผล

ตารางบนั ทึกผลการสงั เกต

กิจกรรม การเปล่ยี นแปลงทีเ่ กดิ ขึ้นบริษทั สร้างสรรค์สอ่ื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

1. ใส่น้�าแข็งปนก้อนเล็กๆ ลงไปใน
ขวดรปู ชมพู่

2. เมื่อต้ังขวดรูปชมพู่ทิ้งไว้ 5 นาที

3. เมอื่ นา� ขวดรปู ชมพไู่ ปใหค้ วามรอ้ น
5 นาที

4. ตั้งขวดรูปชมพู่ทิ้งไว้ให้เย็นตัวลง

สรปุ ผลการอภปิ ราย บริษัท สร้างสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

คาํ ถามทา้ ยกจิ กรรม

1. กอ่ นการทดลอง สารในขวดรปู ชมพมู่ ีสถานะอยา่ งไร

.................................................................................................................................................

2. เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งปดปากขวดรปู ชมพู่ด้วยถงุ พลาสติก

.................................................................................................................................................

46 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

3. เม่ือต้ังขวดรูปชมพู่ท้ิงไว้ 5 นาที น�้าแข็งเกิดการเปล่ียนแปลงอย่างไร
การเปลย่ี นแปลงลกั ษณะน้เี รยี กว่าอะไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

4. หลังเพิ่มความร้อนให้ขวดรูปชมพู่ 5 นาที เกดิ การเปลี่ยนแปลงอย่างไร
การเปลย่ี นแปลงลักษณะนีเ้ รยี กว่าอะไร

.................................................................................................................................................

................................................................บ.ร.ษิ .ทั ..................สร้างสรรค์ส่ือเพอ่ื การเรียนรู้.(ส.ส.ร..).....จ�ำกดั ...................................................
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

5. เม่ือต้ังขวดรูปชมพู่ท้ิงไว้ให้เย็นตัวลง เกิดการเปล่ียนแปลงอย่างไร
การเปล่ียนแปลงลกั ษณะนีเ้ รียกว่าอะไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

6. จงอธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสารจากของแข็งเปนของเหลว จาก
ของเหลวเปนแกส และจากแกสเปนของเหลว

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

7. กิจกรรมนส้ี รุปได้ว่าอย่างไร

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ......................บริษัท สร้างสรรค์สื่อเพื่อการเรยี นรู้ .........(สสร.) จ�ำกดั . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

กจิ กรรมพัฒนาทักษะท่ี 1
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนท่ีได้ คะแนน

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 47

กจิ กรรมพฒั นาทักษะท่ี 2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การเปลย่ี นสถานะของนาํ้ ฉบั พลนั 1. การสงั เกต
2. การวดั
3. การลงความเหน็ จากข้อมลู

จดุ ประสงค์

ทดลองและอธบิ ายการเปลยี่ นสถานะของน้า�
บรษิ ทั สร้างสรรค์สือ่ เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

วัสดุ อปุ กรณ์

1. น้�าที่บรรจใุ นขวดพลาสตกิ
2. เกลือปน
3. นา้� แข็งปน
4. ถงั หรอื กะละมัง (ควรเปน ถงั สเตนเลสหรืออะลมู เิ นยี ม)
5. เทอรม อมเิ ตอร

วธิ ีทํา

1. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 2 - 3 คน ใหช้ ่วยกนั ท�ากิจกรรม

บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สื่อเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

2. เทน�า้ แขง็ ปน ลงถงั หรือกะละมงั ท่เี ตรยี มไว้

3. นา� ขวดน�า้ ใส่ลงไปในน�า้ แขง็ ปน ท่ีเตรียมไว้

4. โรยเกลอื ปนลงไปให้ท่วั น้า� แข็ง

48 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี

4 นา้ำ และทอ้ งฟา้ อากาศ
1 นำ้� เเละทอ้ งฟำ้ 6
อำกำศ
การสาำ รวจและ หยาดนำ้าฟา้
ตรวจสอบแหลง่ นาำ้ บรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ อื่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
5
ในท้องถ่นิ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

2

แนวทางการ 3 4 การเกดิ นาำ้ คา้ ง
อนรุ ักษน์ ้าำ และนำา้ ค้างแขง็
การเกิดเมฆ
วฏั จักรของนา้ำ และหมอก

มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชีว้ ดั

1. เปรยี บเทยี บปรมิ าณนาำ้ ในแตล่ ะแหลง่ และระบปุ รมิ าณนาำ้ ทม่ี นษุ ยส์ ามารถนาำ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้
จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ (มฐ. ว 3.2 ป.5/1)

2. ตระหนักถึงคุณค่าของนำ้าโดยนำาเสนอแนวทางการใช้นำ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำาบริษัท สร้างสรรคส์ ่อื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
(มฐ. ว 3.2 ป.5/2)

3. สรา้ งแบบจำาลองที่อธิบายการหมุนเวยี นของน้าำ ในวัฏจกั รน้าำ (มฐ. ว 3.2 ป.5/3)
4. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำาค้าง และนำ้าค้างแข็งจากแบบจำาลอง

(มฐ. ว 3.2 ป.5/4)
5. เปรยี บเทยี บกระบวนการเกดิ ฝน หมิ ะ และลกู เหบ็ จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้ (มฐ. ว 3.2 ป.5/5)

สาระสำาคัญ

นาำ้ ทง้ั หมดของโลกแบง่ เปน็ นาำ้ เคม็ ประมาณรอ้ ยละ 97.5 และนาำ้ จดื ประมาณรอ้ ยละ 2.5 นาำ้ จดื
ท่ีมนุษย์สามารถนำามาใช้ได้มีปริมาณน้อยมาก จึงควรใช้นำ้าอย่างประหยัดและรู้คุณค่า นำ้ามี
การหมนุ เวยี นเป็นวฏั จักรตอ่ เนือ่ งกนั ระหว่างนา้ำ ในบรรยากาศ น้าำ ผวิ ดิน และนา้ำ ใตด้ นิ วฏั จักร
ของนา้ำ จะทำาให้เกดิ เมฆ หมอก นำ้าค้าง นำ้าค้างแขง็ และหยาดนาำ้ ฟ้า ซง่ึ เป็นนาำ้ สถานะต่าง ๆ
ท่ตี กจากฟา้ ถึงพนื้ ดนิ ไดแ้ ก่ ฝน หิมะ และลูกเหบ็

1 แหล่งน้ำ� บนโลก

น�ำ้ เป็นสง่ิ สำาคญั สำาหรับสง่ิ มีชวี ิตทัง้ พชื สัตว์ และมนษุ ย์

โดยเฉพาะมนษุ ยม์ คี วามตอ้ งการนา้ำ ประมาณวนั ละ 1 - 1.5 ลติ ร
เพ่อื ทดแทนนา้ำ ทส่ี ญู เสียไป

นาำ้ ประกอบด้วยธาตุออกซเิ จน (O) และไฮโดรเจน (H) น้ำามี 3 สถานะ คอื
บริษทั สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

ของแขง็ ของเหลว และแกส๊ มีจดุ เยือกแข็ง 0 องศาเซลเซียส.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD จุดหลอมเหลว 0
องศาเซลเซียส และจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส แหล่งน้ำาแบ่งออกเป็น 3
ประเภท ไดแ้ ก่ แหล่งนำา้ ผิวดิน เชน่ ทะเล มหาสมทุ ร บึง แม่น้าำ แหลง่ น้าำ ใต้ดนิ
เชน่ นา้ำ บอ่ นำ้าบาดาล และนา้ำ ในอากาศ เชน่ ฝน หิมะ ไอน้ำา เมฆ หมอก ลกู เห็บ

1. นำ�้ ผิวดนิ เปน็ แหล่งนา้ำ ทใ่ี ชป้ ระโยชนก์ ันมากทีส่ ุด นำา้ ผิวดิน มที ง้ั นำา้ เค็ม
และนา้ำ จืด แหล่งนำา้ ผิวดนิ ท่ีเป็นน้ำาจดื เชน่ ทะเลสาบนำ้าจดื แมน่ ้าำ ลำาธาร หว้ ย
หนอง คลอง บึง และแหลง่ นำ้าผิวดนิ ทเี่ ป็นนา้ำ เคม็ เช่น นา้ำ ทะเล

2. นำ้� ใตด้ นิ เปน็ แหลง่ น้าำ ท่สี ะสมตัวอยตู่ ามรอยแตกของช้นั กรวดทรายท่ี
ทบั ถมกนั หรอื สะสมในหินปนู ทม่ี ีรอยรา้ วและมโี พรงในหนิ แหล่งน้าำ ใตด้ ินทีพ่ บ
ในปัจจบุ ัน คอื นาำ้ บาดาล

3. น้�ำในอำกำศ เป็นแหล่งน้ำาที่กระจายในชั้นบรรยากาศอย่างอิสระ ไม่บริษทั สร้างสรรค์ส่อื เพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

สามารถมองเหน็ เปน็ แหลง่ นา้ำ ได้ แตส่ ามารถตรวจสอบไดว้ า่ มลี กั ษณะเปน็ ละอองนา้ำ
อยู่ในอากาศ เกิดจากการระเหยของนา้ำ จากแหลง่ นา้ำ ต่างๆ บนโลก การคายน้าำ
ของพืช ตลอดจนการหายใจของสัตว์

นำ้าทั้งหมดของโลกส่วนใหญ่เป็นน้ำาเค็มมากถึงร้อยละ 97.5 และน้ำาจืด
มเี พียงร้อยละ 2.5

78 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

กิจกรรมพัฒนำทักษะที่ 1 ทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์
แหลง่ นำ้� บนโลก 1. การสังเกต
2. การจาำ แนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล

จุดประสงค์

สังเกต ศกึ ษา วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และระบปุ รมิ าณน้ำาในแต่ละแหลง่บรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

บนโลกทม่ี นษุ ย์สามารถนำามาใชป้ ระโยชน์ได้

วสั ดุ อุปกรณ์
แผนภูมิแสดงแหล่งน้ำาและสดั สว่ นของแหล่งน้าำ บนโลก

วิธที ำ�
1. ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุม่ กลุม่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ่วยกันทำากจิ กรรม
2. สังเกต ศกึ ษา วเิ คราะห์ แผนภูมแิ สดงแหลง่ นาำ้ และสัดสว่ นของแหล่งนำา้

บนโลกในประเดน็ ตา่ งๆ ต่อไปนี้
2.1 สัดสว่ นปรมิ าณน้ำาในแต่ละแหล่งบนโลก

บริษัท สรา้ งสรรค์ส่ือเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

2.2 สัดส่วนปริมาณน้ำาในแต่ละแหล่งบนโลกท่ีมนุษย์นำามาใช้.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD
ประโยชน์ได้

2.3 เปรยี บเทียบปรมิ าณนำา้ ในแตล่ ะแหล่ง
3. บนั ทึกผลการสงั เกต ศกึ ษา วเิ คราะห์
4. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผล

จากการทาำ กิจกรรม
5. อภิปรายผลร่วมกันเพื่อลงข้อสรุปถึงแหล่งน้ำาและสัดส่วนของแหล่งน้ำา

บนโลก

แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 79

แผนภูมแิ สดงแหล่งนำ้� และสัดสว่ นของแหลง่ น้�ำบนโลก

นา้� เคม็ ร้อยละ 97.5 น�า้ จดื ร้อยละ 2.5

ธารนา้� แขง็ +น�้าใตด้ ิน
ร้อยละ 99.61

น้�าผิวดินและน้า� ในช้นั บรรยากาศ บริษทั สรา้ งสรรคส์ ื่อเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด อุตสาหกรรม รอ้ ยละ 21
ร้อยละ 0.39 ครัวเรือน รอ้ ยละ 10
ทะเลสาบน�า้ จดื รอ้ ยละ 67.4 .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ความช้ืนในดิน ร้อยละ 12.2
ชัน้ บรรยากาศ รอ้ ยละ 9.5
พ้นื ท่ีชุม่ น�า้ ร้อยละ 8.5

แมน่ �า้ ร้อยละ 1.6 เกษตรกรรม รอ้ ยละ 69
สิ่งมีชีวิต ร้อยละ 0.8

การน�าน้า� ไปใชป้ ระโยชน์

บนั ทกึ ผลกำรวเิ ครำะห์ บริษทั สรา้ งสรรค์ส่ือเพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

สรุปผลกำรอภิปรำย

........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

80 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

คำ� ถำมท้ำยกิจกรรม

1. นำ้าบนโลกมที ี่มาจากแหลง่ ใดบา้ ง

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

2. สัดส่วนปริมาณน้ำาในแต่ละแหล่งบนโลกมีปริมาณเท่าไร และแหล่งน้ำา
ทีน่ ำามาใชป้ ระโยชน์ได้มปี รมิ าณเท่าไร

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ......................บริษทั สรา้ งสรรคส์ อื่ เพือ่ การเรียนรู้ .........(สสร.) จ�ำกดั . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................

3. ถา้ แบง่ แหลง่ นา้ำ จดื บนโลกทพี่ บรอ้ ยละ 100 จะเปน็ แหลง่ นาำ้ ทม่ี าจากทใ่ี ด
และคดิ เป็นรอ้ ยละเทา่ ไร

................................................................................................................................................

................................................................................................................................................

................................................................................................................................................

4. ถา้ แบง่ นาำ้ ผิวดนิ และในชน้ั บรรยากาศเปน็ ร้อยละ 100 สามารถแบ่งเป็น
น้ำาจดื ที่พบได้ในแหล่งใดบ้าง และแต่ละแหล่งคดิ เปน็ ร้อยละเทา่ ไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

5. กจิ กรรมนสี้ รุปไดว้ า่ อยา่ งไร
บรษิ ทั สร้างสรรค์สื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
......................................................................................SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU.........(SSR.)CO.,LTD ...................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

กจิ กรรมพัฒนำทักษะท่ี 1
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนท่ีได้ คะแนน

แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 81

2 แนวทำงกำรอนุรกั ษ์น�้ำ

ในปัจจุบันจำานวนประชากรของโลกมีแนวโน้มเพิ่มข้ึนทุกปี

ความตอ้ งการใชน้ าำ้ กเ็ พมิ่ ขนึ้ ตามไปดว้ ย นาำ้ จงึ เปน็ ทรพั ยากรทคี่ วร

ช่วยกันอนุรักษ์และใช้อย่างคุ้มค่า ซึ่งแนวทางในการอนุรักษ์นำ้า

มดี งั นี้
1. น้าำ อปุ โภคและบรโิ ภคในครัวเรอื นก่อนปลอ่ ยท้งิ ควรมีการบาำ บดั นำ้าเสยี

ก่อนที่จะทิง้ ลงแหล่งนำ้าสาธารณะ บริษทั สร้างสรรคส์ อ่ื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

2. ไมท่ ิง้ ขยะมลู ฝอยลงไปในแหลง่ นา้ำ สาธารณะ เชน่ แม่นาำ้ ลำาคลอง

3. ใช้นำ้าอย่างคุ้มค่าท่ีสดุ เชน่ นำาน้ำาท่ีใช้ซกั ผ้ามารดต้นไม้

4. ตรวจสอบอปุ กรณเ์ กย่ี วกบั นาำ้ เชน่ กอ๊ กนาำ้ ฝกั บวั ในบา้ นใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพดี

5. ในพ้นื ทีเ่ กษตรกรรมและอตุ สาหกรรมควรลดปริมาณนำา้ เสียทเ่ี กดิ ข้นึ

กจิ กรรมพฒั นำทกั ษะที่ 2 ทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์
เรำจะชว่ ยกันอนุรกั ษ์น�้ำ 1. การสงั เกต
2. การจาำ แนกประเภท
จุดประสงค์ 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

เสนอแนะแนวทางในการอนรุ ักษ์นำ้าได้บริษัท สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

วิธีท�ำ

1. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ว่ ยกันทำากิจกรรม
2. ศกึ ษาและวเิ คราะหภ์ าพตวั อยา่ งการใชน้ าำ้ ในครวั เรอื น พรอ้ มทงั้ เสนอแนะ

แนวทางในการอนรุ ักษน์ ำา้
3. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพ่ือเปรียบเทียบผล

จากการทำากิจกรรม
4. อภปิ รายผลรว่ มกันเพือ่ ลงขอ้ สรปุ ถงึ แนวทางในการอนรุ ักษน์ ำ้า

82 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

หนว ยการเรียนรทู ่ี

5 แรงลพั ธเ เละเเรงเสียดทาน
แรงลัพธเ์ เละ
เเรงเสยี ดทาน

1 บริษทั สร้างสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั 2

แรงลพั ธ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD แรงเสยี ดทาน

มาตรฐานการเรียนรแู ละตัวช้วี ัด

1. อธิบายวิธีการหาแรงลัพธของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระท�าต่อวัตถุในกรณีท่ีวัตถุ
อยู่น่งิ จากหลักฐานเชิงประจักษ (มฐ. ว 2.2 ป.5/1)
2. เขยี นแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทา� ตอ่ วตั ถทุ อี่ ยใู่ นแนวเดยี วกนั และแรงลพั ธท กี่ ระทา� ตอ่ วตั ถุ
(มฐ. ว 2.2 ป.5/2)
3. ใช้เครอ่ื งช่ังสปรงิ ในการวดั แรงที่กระท�าต่อวตั ถุ (มฐ. ว 2.2 ป.5/3)
4. ระบุผลของแรงเสียดทานท่ีมีต่อการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุจากหลักฐาน
เชงิ ประจกั ษ (มฐ. ว 2.2 ป.5/4)
บรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ ่อื เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
5. เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรง.SทRANอ่ีGSAยNSใUู่ EนPHUแAKAนRNRวIANเRดUU(ยีSSRว.)CกO.,LนัTD ทก่ี ระทา� ตอ่ วตั ถุ (มฐ. ว 2.2 ป.5/5)

สาระสําคญั

แรงเปนสิ่งที่ท�าให้วัตถุเกิดการเปล่ียนแปลง แรงลัพธเปนผลรวมของแรงท่ีกระท�าต่อวัตถุ
โดยแรงลัพธของแรง 2 แรงที่กระท�าต่อวัตถุเดียวกันจะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงท้ังสอง
เม่ือแรงท้ังสองมีทิศทางเดียวกัน และมีขนาดเท่ากับผลต่างของแรงทั้งสอง เมื่อแรงทั้งสอง
มีทิศทางตรงขา้ มกัน ส�าหรบั วตั ถุท่อี ยู่นงิ่ แรงลพั ธทกี่ ระท�าตอ่ วตั ถุมคี ่าเปนศูนย

แรงเสียดทานเปนแรงท่เี กิดข้นึ ระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพ่อื ต้านการเคล่อื นท่ขี องวัตถุน้นั
ถ้าออกแรงกระท�าต่อวัตถุที่อยู่น่ิงบนพ้ืนผิวหน่ึงให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทานจากพ้ืนผิวน้ัน
จะตา้ นการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ แตถ่ า้ วตั ถกุ า� ลงั เคลอ่ื นที่ แรงเสยี ดทานจะทา� ใหว้ ตั ถนุ น้ั เคลอื่ นที่
ช้าลงหรอื หยุดนิ่ง

1 แรงลัพธ์

แรง หมายถงึ ปรมิ าณทที่ า� ใหว้ ตั ถเุ ปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นที่
เชน่ จากหยุดนง่ิ เกิดการเคลอ่ื นที่ หรอื จากวตั ถุทเี่ คลื่อนท่ีอย่แู ล้ว
เม่ือมีแรงมากระท�าก็อาจเคล่ือนที่เร็วข้ึน ช้าลง หรือหยุดการ
เคล่ือนทีไ่ ด้

แรงลัพธ์ คือ ผลรวมของแรงตั้งแต่ 2 แรงขึ้นไปท่ีกระท�าต่อวัตถุท่ีอยู่น่ิง
ท�าใหว้ ตั ถเุ ร่ิมเคลอื่ นท่ีไปตามทศิ ทางของแรงลพั ธน้นั โดยผลของแรงลพั ธท ่เี ปนบริษทั สร้างสรรคส์ ่อื เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ศูนยจะส่งผลใหว้ ตั ถุอยู่นิ่งต่อไป
1. ถา้ มแี รง 2 แรงมากระทา� ตอ่ วตั ถชุ นิ้ เดยี วกนั ในทศิ ทางเดยี วกนั แรงลพั ธ

จะมคี ่าเท่ากับผลรวมของแรงทงั้ 2 แรง

áÃ§Å¾Ñ ¸ = áç 1 (F1) + áç 2 (F2)

F1
F2

2. ถา้ แรง 2 แรงท่กี ระท�าต่อวตั ถุชนิ้ เดยี วกันเปนแรงท่มี ที ศิ ทางตรงขา้ มกนับรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

แรงลพั ธจ ะมคี า่ เทา่ กับผลต่างของแรงทง้ั 2 แรง และถ้าแรงทงั้ 2 แรงน้ีมขี นาด
เทา่ กนั แรงลพั ธทีไ่ ด้จะมคี ่าเปนศูนย ซึง่ ท�าให้วตั ถอุ ยูใ่ นสภาพหยดุ น่ิง

104 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

กิจกรรมพฒั นาทักษะที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ผลของแรงทก่ี ระทาํ ตอ่ วตั ถุ 1. การสงั เกต
2. การวดั
จุดประสงค์ 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
4. การทดลอง

1. ทดลองและอธิบายวิธีการหาแรงลัพธของแรงหลายแรงท่ีกระท�าต่อวัตถุบริษัท สรา้ งสรรคส์ อื่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ในแนวเดียวกัน

2. เขยี นแผนภาพแสดงแนวแรงท่กี ระท�าต่อวตั ถุ
3. ใชเ้ คร่ืองชั่งสปรงิ ในการวัดแรงที่กระทา� ตอ่ วัตถุ

วัสดุ อุปกรณ์
1. ถงุ ทราย 1 ถุง
2. เคร่อื งชัง่ สปริง 2 อนั
3. ถงุ พลาสติก 1 ใบ
4. ไม้บรรทดั 1 อนั

วิธที ํา

บรษิ ัท สร้างสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

1. ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และให้ช่วยกนั ท�ากิจกรรม.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD
2. น�าถุงทรายใส่ในถุงพลาสติกแล้วใช้เคร่ืองช่ังสปริง 1 อัน เก่ียวท่ีหูของ

ถุงพลาสติก
3. ใช้เครื่องช่ังสปริงลากถุงทรายให้เคล่ือนท่ีตามแนวราบอย่างช้าๆ

ไปทางขวา ดังรูป

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 105

4. สังเกตและบันทึกขนาดของแรงที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริงและทิศทาง
ของเเรง

5. ทา� การทดลองเช่นเดยี วกับขอ้ 2 - 4 แตเ่ ปล่ยี นเปนเครอื่ งชง่ั สปริง 2 อัน
ดงั รูป

บริษัท สรา้ งสรรค์สือ่ เพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

6. สังเกตและบันทึกขนาดของแรงท่ีอ่านได้จากเครื่องช่ังสปริงท้ัง 2 อัน
และทศิ ทางของเเรง

7. น�าเสนอผลการท�ากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพ่ือเปรียบเทียบผล
จากการท�ากิจกรรม

8. อภปิ รายผลรว่ มกนั เพอ่ื ลงขอ้ สรปุ ถงึ วธิ กี ารหาแรงลพั ธข องแรงหลายแรง
ที่กระท�าต่อวัตถุในแนวเดียวกันและการเขียนแผนภาพแสดงแนวแรง
ทก่ี ระท�าตอ่ วัตถุ
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

ขนาดของแรงที่อ่านได้
ขนาดของแรงท่อี ่านได้ บริษทั สรา้ งสรรค์สื่อเพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

จากเครื่องช่งั สปรงิ 2 อัน (นิวตัน).SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD
จากเคร่อื งช่งั สปรงิ 1 อนั (นิวตัน) เครอ่ื งชง่ั เครอ่ื งชง่ั แรงลพั ธ์
สปรงิ อนั ท่ี 1 สปรงิ อนั ท่ี 2

106 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

เขยี นแผนภาพแสดงแนวแรง

สว่ นของเสน้ ตรงแทน..................ของแรง และหวั ลกู ศรแทน..................ของแรง

แนวแรงแสดงทศิ ทางการเคลอื่ นทข่ี อง แนวแรงแสดงทศิ ทางการเคลอื่ นทข่ี อง
ถงุ ทรายเม่ือใชเ้ คร่ืองชง่ั สปรงิ 1 อนั ถงุ ทรายเมอื่ ใชเ้ ครอ่ื งชงั่ สปรงิ 2 อนั

3N

6N บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอื่ เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด 3N
F1 F2
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ทศิ ทางของแรง.................
6N

ทศิ ทางของแรง.................

สรปุ ผลการอภปิ ราย

...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

คําถามทา้ ยกิจกรรม

1. คา่ ของแรงทีอ่ า่ นได้จากเคร่อื งชง่ั สปริง 1 อนั กับคา่ ของแรงท่อี า่ นได้จาก
เครอื่ งช่ังสปริง 2 อัน มีความแตกตา่ งกันหรือไม่ อยา่ งไร

.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 107

2. เมอื่ ใชเ้ ครอ่ื งชงั่ สปรงิ 1 อนั ลากถงุ ทราย ทศิ ทางการเคลอื่ นทขี่ องถงุ ทราย
ไปในทศิ ทางใด

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

3. เมือ่ ใช้เครอื่ งชัง่ สปรงิ 2 อัน ลากถงุ ทราย ทิศทางของแรงท้ัง 2 แรงไป
ในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ผลรวมของแรงน้ันท�าให้ถุงทรายเคล่ือนที่ไป
ในทิศทางใด

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ..............................บรษิ ัท สร้างสรรคส์ ่อื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

4. ถา้ แรง 2 แรงมีขนาดเทา่ กัน แต่มีทศิ ทางตรงข้ามกัน ผลรวมของแรงลัพธ
จะเปนอยา่ งไร และสภาพการเคลอ่ื นท่ขี องวตั ถจุ ะเปน อย่างไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

5. กจิ กรรมนสี้ รุปไดว้ ่าอยา่ งไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................
บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอื่ เพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

กิจกรรมพฒั นาทกั ษะที่ 1
คะแนนเต็ม 20 คะแนน
คะแนนที่ได้ คะแนน

108 แบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

6 เสียงเเละการไดย้ ิน
เสยี งเเละ
การได้ยิน

1 บรษิ ทั สร้างสรรคส์ ือ่ เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั 3

เสียงกับ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD มลพษิ ทางเสยี ง
การไดย้ ิน
2

เสียงสงู และ
เสียงตำา่ เสยี งดัง
และเสยี งคอ่ ย

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ัด

1. อธิบายการได้ยินเสยี งผา่ นตวั กลางจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ (มฐ. ว 2.3 ป.5/1)
2. ระบตุ วั แปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกดิ เสียงสูงเสียงตำา่ (มฐ. ว 2.3 ป.5/2)
3. ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลักษณะและการเกิดเสยี งดงั เสยี งคอ่ ย (มฐ. ว 2.3 ป.5/3)
4. วัดระดับเสียงโดยใช้เคร่ืองมือวัดระดับเสยี ง (มฐ. ว 2.3 ป.5/4)
5. ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียง โดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเล่ียงและบรษิ ัท สร้างสรรคส์ ื่อเพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ลดมลพษิ ทางเสียง (มฐ. ว 2.3 ป.5/5)

สาระสำาคัญ

เสียงเป็นพลังงานรูปหน่ึงที่เกิดจากการส่ันสะเทือนของวัตถุ การได้ยินเสียงต้องอาศัย
ตัวกลาง อาจเป็นของแข็ง ของเหลว หรอื อากาศ เสยี งจะสง่ ผ่านตวั กลางมายงั หู เสยี งทไ่ี ดย้ นิ
มรี ะดบั สูงต่าำ ต่างกนั ข้ึนอยกู่ บั ความถี่ของการสั่นของแหล่งกำาเนิดเสียง เมื่อแหล่งกาำ เนิดเสยี ง
สนั่ ดว้ ยความถต่ี า่ำ จะเกดิ เสยี งตา่ำ ถา้ สนั่ ดว้ ยความถส่ี งู จะเกดิ เสยี งสงู สว่ นเสยี งดงั และเสยี งคอ่ ย
ทไี่ ดย้ นิ ขนึ้ อยกู่ บั พลงั งาน การสน่ั ของแหลง่ กาำ เนดิ เสยี ง เมอื่ แหลง่ กาำ เนดิ เสยี งสนั่ ดว้ ยพลงั งาน
มากจะเกดิ เสยี งดงั แตถ่ า้ แหลง่ กาำ เนดิ เสยี งสน่ั ดว้ ยพลงั งานนอ้ ยจะเกดิ เสยี งคอ่ ย เสยี งทด่ี งั มาก ๆ
เปน็ อันตรายตอ่ การไดย้ ิน และเสยี งทก่ี ่อให้เกิดความรำาคาญเปน็ มลพิษทางเสยี ง

1 เสียงกบั การไดย้ นิ

เสียง เป็นพลังงานรูปแบบหน่ึง ซ่ึงมีลักษณะเป็นคล่ืนที่
กระจายออกจากแหลง่ กาำ เนดิ เสยี งทกุ ทศิ ทาง เสยี งเกดิ ขน้ึ จากการ
สน่ั สะเทอื นของวตั ถุ เมอื่ วตั ถเุ กดิ การสน่ั สะเทอื นจะทาำ ใหเ้ กดิ คลน่ื
เสยี งกระจายออกไปรอบ ๆ แหลง่ กาำ เนดิ เสยี ง โดยอาศยั ตวั กลาง
พาเสียงนัน้ ไปยงั เครื่องรบั เสยี ง

การไดย้ ินเสียง ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 3 สว่ น ดังนี้บริษทั สรา้ งสรรค์สือ่ เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

1. แหลง่ กำาเนิดเสียง เชน่ กล่องเสยี ง เคร่ืองดนตรตี า่ งๆ
2. ตวั กลาง เชน่ นำ้า อากาศ แกว้
3. เคร่ืองรับเสียง เชน่ หู
แหลง่ กา� เนิดเสยี ง แบ่งได้เปน็ 2 ประเภท ดังนี้
1. แหลง่ กาำ เนดิ เสยี งทมี่ นษุ ยส์ รา้ งขน้ึ เชน่ การดดี การสี การตี และการเปา่
2. แหล่งกำาเนิดเสียงตามธรรมชาติ อาจมาจากเสียงสัตว์ เสียงจาก
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น เสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่า เสียงนาำ้ ตก เสียงคล่ืน
กระทบฝง่ั เสียงสตั ว์รอ้ ง
คล่ืนเสียงจะเดนิ ทางถึงผฟู้ งั ได้ ต้องอาศยั ตวั กลางในการเคลือ่ นที่ ซงึ่ เป็น
ได้ทั้งของแข็ง ของเหลว และแก๊ส การเคล่ือนท่ีของเสียงจำาเป็นจะต้องอาศัย
ตวั กลางเสมอ ถา้ ไมม่ ตี วั กลาง เสยี งกเ็ คลอื่ นทไี่ มไ่ ด้ เชน่ ในอวกาศเปน็ สญุ ญากาศบรษิ ทั สร้างสรรคส์ ื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

จะไมไ่ ดย้ ินเสียง
ปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ การเคลอื่ นทข่ี องเสียง ไดแ้ ก่
1. ชนิดของตัวกลาง เสียงเคลื่อนท่ีผ่านตัวกลางท่ีเป็นของแข็งได้ดีท่ีสุด

รองลงมา คือ ของเหลว และแกส๊ ตามลำาดับ
2. อณุ หภมู ขิ องตวั กลาง เมอ่ื อณุ หภมู ขิ องตวั กลางเพม่ิ ขนึ้ เสยี งจะเคลอ่ื นที่

ไดเ้ ร็วขึ้น
3. ความหนาแนน่ ของตวั กลาง ตวั กลางทม่ี คี วามหนาแนน่ มาก เสยี งจะเคลอื่ นที่

ผ่านไดด้ กี วา่ ตัวกลางทีม่ คี วามหนาแนน่ น้อย

122 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

กจิ กรรมพฒั นาทักษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การเกดิ เสยี ง 1. การสงั เกต
2. การวดั
จุดประสงค์ 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
4. การทดลอง

ทดลองและอธบิ ายการเกดิ เสียงได้บรษิ ทั สร้างสรรคส์ อื่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

วสั ดุ อุปกรณ์ 2. ลาำ โพงบลทู ธู
1. เครือ่ งดนตรี 4. แกว้ น้าำ แบบมีหู
3. ลูกโปง่ 6. อา่ งแก้วใสน่ ำ้า
5. ทรายหรอื ผงเกลอื 8. ค้อนยางเคาะสอ้ มเสียง
7. ส้อมเสียง

วธิ ที �า

1. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน และใหช้ ่วยกันทำากิจกรรมต่อไปนี้
สังเกตและบันทึกผล

วธิ ีการทดลอง บันทกึ ผลการทดลองบริษัท สรา้ งสรรค์สื่อเพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด

1. ออกเสยี งคาำ วา่ “อา” จากนนั้ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เอามือจับที่คอของตนเอง
แล้วสังเกตและบันทึกผลการ
ทดลอง

2. ดีดเครื่องดนตรี เช่น กีตาร์
หรอื อคู เู ลเล่ สงั เกตและบนั ทกึ
การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึนกับ
สายของเครื่องดนตรี

แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 123

วิธกี ารทดลอง บันทกึ ผลการทดลอง

3. ทดลองนำามือไปจับที่ลำาโพง
ขณะเปิดเพลง สังเกตและ
บนั ทกึ การเปลยี่ นแปลงทเี่ กดิ ขน้ึ
กับลาำ โพง

4. ออกเสียงดังๆ ใส่แผ่นยาง บริษทั สร้างสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
ท่ีทำาจากลูกโป่งซ่ึงครอบอยู่
บนปากแก้วที่มีทรายหรือ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ผงเกลอื อยใู่ นแกว้ สงั เกตและ
บันทึกผลการเปล่ียนแปลง
ทเี่ กิดขึ้นกบั แผ่นยาง

5. ออกเสียงลงไปในอ่างแก้วท่ี
มนี า้ำ อยู่ สงั เกตและบนั ทกึ การ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณ
ผวิ นำา้

6. ใช้ค้อนยางเคาะขาของส้อม บริษทั สร้างสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
เสียง สังเกตและบันทึกการ
เปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ ขนึ้ ทขี่ าของ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
สอ้ มเสยี ง

2. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพ่ือเปรียบเทียบผล
จากการทำากจิ กรรม

3. อภิปรายผลร่วมกันเพ่อื ลงข้อสรุปถงึ การเกิดเสียง

สรปุ ผลการอภิปราย

..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

124 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

ค�าถามทา้ ยกจิ กรรม

1. ในการทดลองทง้ั 6 ขอ้ เกดิ เสยี งหรอื ไม่ และขณะทเี่ กดิ เสยี งแหลง่ กาำ เนดิ เสยี ง
มีการเปล่ียนแปลงอยา่ งไร จงอธบิ ายขน้ั ตอนการทดลองทีละข้นั ตอน

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ......................บริษัท สร้างสรรค์สื่อเพอ่ื การเรียนรู้ .........(สสร.) จำ� กดั . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

2. มีวิธีการอื่นๆ ทจี่ ะทำาใหเ้ กดิ เสยี งอกี หรอื ไม่ อยา่ งไร ให้ยกตัวอย่างและ
อธิบายวิธกี ารทำาใหเ้ กิดเสียง

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

3. กิจกรรมนส้ี รุปไดว้ ่าอยา่ งไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................
บรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ ่ือเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

......................................................................................SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU.........(SSR.)CO.,LTD ...................................................

.................................................................................................................................................

กจิ กรรมพฒั นาทักษะท่ี 1
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนที่ได้ คะแนน

แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 125

กจิ กรรมพัฒนาทักษะท่ี 2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
การเคลอื่ นทข่ี องเสยี ง 1. การสงั เกต
2. การวดั
จดุ ประสงค์ 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
4. การทดลอง

ทดลองและอธบิ ายการเคล่อื นที่ของเสยี ง
บรษิ ทั สร้างสรรคส์ อื่ เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

วัสดุ อุปกรณ์

1. ลำาโพงบลทู ูธ 2. ส้อมเสยี ง
3. คอ้ นยางเคาะสอ้ มเสียง 4. อา่ งแกว้ ใสน่ าำ้ ประมาณ 2 ใน 3 ของอา่ ง

วธิ ีทา�
ตอนที่ 1

ใหน้ กั เรียน 10 คน ยืนกระจายเป็นวงกลมอยู่ในบรเิ วณหอ้ ง จากนั้นเปดิ
เพลงจากลำาโพงบลูทธู ซึ่งต้ังอยกู่ ลางหอ้ งเพอื่ ทดสอบการได้ยินเสยี ง

ตารางบันทกึ ผลการทดลอง ตอนที่ 1

บรษิ ัท สรา้ งสรรค์ส่ือเพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ตา� แหนง่ ของนักเรยี น การไดย้ นิ

1. นกั เรยี นทย่ี นื ดา้ นขวาของลาำ โพง
2. นกั เรยี นทย่ี นื ดา้ นซา้ ยของลาำ โพง

3. นกั เรยี นทยี่ นื ดา้ นหนา้ ของลาำ โพง

4. นกั เรยี นทยี่ นื ดา้ นหลงั ของลาำ โพง
5. นกั เรยี นทย่ี นื อยใู่ กลล้ าำ โพง
6. นกั เรยี นทยี่ นื อยไู่ กลลาำ โพง

126 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ดาวและแผนทีด่ าว

7 ดาวและแผนทด่ี าว

1 บริษทั สร้างสรรคส์ ่ือเพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด 2

ความแตกต่าง .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD ปรากฏการณก์ าร
ของดาวเคราะห์ ขนึ้ และตกของกลุ่ม
และดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ และการใช้

แผนทด่ี าว

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั

1. เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษจ์ ากแบบจาำ ลอง (มฐ. ว 3.1 ป.5/1)
2. ใช้แผนท่ีดาวระบุตำาแหน่งและเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า
และอธบิ ายแบบรปู เสน้ ทางการขนึ้ และตกของกลมุ่ ดาวฤกษบ์ นทอ้ งฟา้ ในรอบป ี (มฐ. ว 3.1
ป.5/2)

บริษัท สร้างสรรค์สอื่ เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

สาระสำาคัญ

ดาวท่ีมองเห็นบนท้องฟ้า มีทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำาเนิดแสง
จงึ สามารถมองเหน็ ได ้ การมองเหน็ กลมุ่ ดาวฤกษม์ รี ปู รา่ งตา่ ง ๆ เกดิ จากจนิ ตนาการของผสู้ งั เกต
โดยกลมุ่ ดาวฤกษท์ ป่ี รากฏในทอ้ งฟา้ แตล่ ะกลมุ่ มดี าวฤกษเ์ รยี งกนั ทต่ี าำ แหนง่ คงท ่ี และมเี สน้ ทางการ
ขน้ึ และตกตามเสน้ ทางเดมิ ทกุ คนื ซง่ึ สามารถสงั เกตไดโ้ ดยใชแ้ ผนทดี่ าวทรี่ ะบมุ มุ ทศิ และมมุ เงย
ทกี่ ลมุ่ ดาวนน้ั ปรากฏไว ้ สว่ นดาวเคราะหไ์ มใ่ ชแ่ หลง่ กาำ เนดิ แสง แตส่ ามารถมองเหน็ ได ้ เนอ่ื งจาก
แสงจากดวงอาทติ ยต์ กกระทบดาวเคราะหแ์ ลว้ สะทอ้ นเขา้ ส่ตู า

1 ความแตกตา่ งระหวา่ งดาวเคราะห์กับดาวฤกษ์

ดาวเคราะห ์ เปน็ ดาวท่ไี ม่มีแสงสวา่ งในตวั เอง แต่สามารถ
มองเหน็ ไดจ้ ากแสงสวา่ งของดาวฤกษท์ มี่ าตกกระทบและสะทอ้ น
เข้าตา ดาวเคราะห์แตล่ ะดวงมขี นาด ลกั ษณะทางกายภาพ และ
ระยะห่างจากดวงอาทิตย์แตกตา่ งกนั ดาวเคราะหใ์ นระบบสุริยะ
มีท้ังหมด 8 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร
ดาวพฤหสั บด ี ดาวเสาร ์ ดาวยูเรนสั และดาวเนปจูน ท่มี องจาก
โลกดว้ ยตาเปล่าแล้วมองเห็นได้ม ี 5 ดวง คอื ดาวพธุ ดาวศกุ ร ์บริษัท สร้างสรรค์สือ่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

ดาวองั คาร ดาวพฤหสั บด ี และดาวเสาร์
ดาวเคราะห์เกิดจากการรวมตัวของอนุภาคในกลุ่มฝุ่นและแก๊ส ไม่มีความ
รอ้ นและแสงสวา่ งในตวั เอง มขี นาดเลก็ และมมี วลนอ้ ย มกี ารหมนุ รอบตวั เองและ
โคจรรอบดวงอาทติ ยใ์ นทศิ ทางเดยี วกนั เปน็ ดาวบรวิ ารของดวงอาทติ ย ์ มจี าำ นวน
นอ้ ยและไมอ่ ยรู่ วมกนั เปน็ กลมุ่ กอ้ น มองเหน็ เปน็ แสงสวา่ งนวลนงิ่ ซง่ึ เกดิ จากการ
ตกกระทบของแสงจากดาวฤกษ ์

ดาวฤกษ ์ เป็นดาวทีม่ ีแสงสว่างในตวั เอง ซ่ึงเกิดจากการหดตัวของกลมุ่ ฝนุ่
และแกส๊ จากนนั้ จงึ เกดิ การสะสมตวั จนมมี วลมากพอ และเกดิ ปฏกิ ริ ยิ านวิ เคลยี ร์
แบบฟวิ ชนั ซงึ่ เปน็ แหล่งพลังงานหลักของดาวฤกษ์ ดาวบนทอ้ งฟา้ ในยามคาำ่ คืน
สว่ นใหญ่เปน็ ดาวฤกษ์ ซ่ึงนักดาราศาสตรไ์ ดจ้ าำ แนกไว้เป็นกลมุ่ ๆ บรษิ ทั สร้างสรรคส์ อื่ เพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั เพอื่ ใหง้ ่ายต่อ
การเรยี กชอื่ และการศกึ ษา เรยี กวา่ กลมุ่ ด.SRAาNGSวANSUฤEPHกUAKAษRNRIA ์NRเUUช(SSน่R.)CO .,LกTD ลมุ่ ดาวแมงปอ่ ง กลมุ่ ดาว
นายพราน กลมุ่ ดาวแกะ
ดาวฤกษเ์ กดิ จากการหดตวั ของกลมุ่ ฝนุ่ และแกส๊ ในอวกาศ มคี วามรอ้ นและ
แสงสวา่ งในตัวเอง มองเหน็ เป็นแสงกะพริบ มีขนาดใหญ ่ มีมวลมาก มีตาำ แหน่ง
คงท่ ี ไม่เป็นดาวบรวิ าร มีจำานวนมากและอยูร่ วมกนั เป็นกล่มุ ก้อน

144 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

กจิ กรรมพฒั นาทักษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ดาวเคราะหเ์ เละดาวฤกษ์ 1. การสงั เกต
2. การจาำ แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู

จดุ ประสงค์
ศึกษาและเปรยี บเทียบความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ ์ บรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ ่ือเพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

วสั ดุ อุปกรณ์
ข้อมูลของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์

วธิ ีท�า

1. ให้นักเรยี นแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ่วยกนั ทาำ กจิ กรรม
2. สังเกต ศกึ ษา วิเคราะหข์ อ้ มลู ของดาวเคราะห์และดาวฤกษท์ ี่กำาหนดให้
3. สบื คน้ คน้ ควา้ ขอ้ มลู ของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษจ์ ากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ ง ๆ
4. บันทึกผลความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์
5. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าชั้นเรียนทุกกลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผล
จากการทาำ กจิ กรรม
บริษัท สรา้ งสรรค์สอ่ื เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

6. อภิปรายผลร่วมกันเพื่อลงข้อสรุปถึงความแตกต่างของดาวเคราะห์และ
ดาวฤกษ ์

ดาวเหนอื เปน็ ดาวทมี่ แี สงสวา่ งในตวั เอง ดาวเหนอื
และจัดเป็นดาวที่สว่างท่ีสุดในกลุ่มดาว
หมเี ล็ก ดาวเหนือจะอยู่ทางทิศเหนือเสมอ
นักเดินเรือและนักเดินทางในสมัยโบราณ
จงึ ใช้ดาวเหนือในการหาทิศ

แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 145

ดาวศุกร์มีขนาดใกล้เคียงกับโลกจึงได้ชอ่ื วา่
ดาวฝาแฝดของโลก ดาวศุกร์มีวงโคจรใกลก้ บั
ดวงอาทิตย์จึงได้รับแสงจากดวงอาทิตย์มา
ตกกระทบ ทาำ ใหเ้ กดิ แสงสวา่ ง ดาวศกุ รจ์ งึ มองเหน็
ได้ดว้ ยตาเปล่าในเวลาเช้ามดื และพลบค่ำา

บรษิ ัท สร้างสรรค์สื่อเพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

บนั ทกึ ผล

...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

สรุปผลการอภิปราย

.......................................................................บ.ร.ิษ.ทั ..................สรา้ งสรรคส์ อื่ เพื่อการเรยี นรู้.(ส.ส.ร..).....จำ� กัด ......................................................
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

..........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

146 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5

ค�าถามทา้ ยกิจกรรม

1. ดาวเหนือจัดเป็นดาวประเภทใด เพราะเหตใุ ดจึงเป็นเช่นนั้น

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

2. ดาวศกุ รจ์ ัดเปน็ ดาวประเภทใด เพราะเหตุใดจงึ เป็นเช่นน้นั

.................................................................................................................................................

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ...............................บริษัท สรา้ งสรรค์ส่ือเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

3. เพราะเหตใุ ดจงึ ใช้ดาวเหนอื ในการบอกทิศทาง

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

4. เพราะเหตใุ ดจึงสามารถมองเหน็ ดาวศุกร์ไดด้ ว้ ยตาเปลา่

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

5. กจิ กรรมน้สี รปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร

.................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................
บรษิ ัท สร้างสรรค์สื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั

......................................................................................SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU.........(SSR.)CO.,LTD ...................................................

กิจกรรมพัฒนาทักษะที่ 1
คะแนนเต็ม 20 คะแนน
คะแนนที่ได้ คะแนน

แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 147

2 ปรากฏการณก์ ารขนึ้ และตกของกลมุ่ ดาวฤกษแ์ ละการใชแ้ ผนทด่ี าว

ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ เป็นผล
ปรากฏจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ซงึ่ หมุนจากทศิ ตะวันตก
ไปทศิ ตะวนั ออก โดยหมนุ รอบแกนสมมติที่ผา่ นขวั้ โลกเหนอื และ
ขวั้ โลกใต ้ แกนทผี่ า่ นขวั้ โลกเหนอื ชไ้ี ปยงั ขว้ั ฟา้ เหนอื ซงึ่ มดี าวเหนอื
อยใู่ กล ้ ๆ แกนทผ่ี า่ นขว้ั โลกใตช้ ไี้ ปยงั ขว้ั ฟบริษา้ัท สใรา้ งตสรรค ้ ส์ ด่อื เพ่ืองัการนเรียนนั้รู้ (สส ร.เ) มจ�ำกดั อ่ื โลกหมนุ

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก จึงเห็นดาวเคล่ือนที่ปรากฏ
เป็นเส้นทางการขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก
เส้นทางการขนึ้ และตกของกลมุ่ ดาวจะขนานกัน สาำ หรับประเทศไทย กลุม่ ดาวที่
ขนึ้ ตรงตาำ แหนง่ ทศิ ตะวนั ออกพอด ี จะมเี สน้ ทางขนึ้ และตกเอยี งไปทศิ ใตเ้ ลก็ นอ้ ย
ทาำ ใหต้ าำ แหนง่ ทข่ี นึ้ ไปสงู สดุ อยทู่ ศิ ใตข้ องจดุ เหนอื ศรี ษะเปน็ มมุ เทา่ กบั ละตจิ ดู และ
คลอ้ ยตา่ำ ลงไปตรงตาำ แหนง่ ทศิ ตะวนั ตกพอด ี รวมระยะเวลาขนึ้ ถงึ ตก 12 ชวั่ โมง

แผนทด่ี าว เปน็ เครอ่ื งมือท่ีใช้เพอ่ื บอกตำาแหน่งของดาวบนทอ้ งฟา้ แผนท่ี
ดาวมี 2 ดา้ น คือ ด้านทเ่ี ปน็ ขั้วฟ้าใต้ และดา้ นท่ีเปน็ ขว้ั ฟา้ เหนือ เม่ือผูส้ งั เกต
หนั หนา้ เขา้ ทศิ เหนอื ใหใ้ ชแ้ ผนทด่ี าวดา้ นขวั้ ฟา้ เหนอื แตถ่ า้ ผสู้ งั เกตตอ้ งการดดู าว
ทิศใต้ ให้หันหน้าเข้าทิศใต้และใช้แผนท่ีดาวด้านขั้วฟ้าใต้ แผนที่ดาวจะบอก
ตาำ แหนง่ ของดาวเปน็ มมุ ทศิ และมมุ เงย แบรสิษทั ดสรา้ งงสรรตคส์ ื่อเาำพือ่ กแารเรหยี นรู้น(สสรง่.) จข�ำกดั องดวงอาทติ ยใ์ นแตล่ ะวนั

.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD

แสดงอนั ดบั ความสวา่ งของดาวฤกษ ์ ในแผนทด่ี าวจะมเี วลาตงั้ แต ่ 00.00-24.00 น.
วันทใ่ี นแตล่ ะเดือนและเดอื นในแต่ละปี

วธิ กี ารใชง้ านแผนท่ีดาว ใหห้ มุนแผนท่ีดาวเพ่ือกาำ หนดวนั ท่ ี เดอื น และ
เวลาท่ีต้องการดูดาว อ่านแผนท่ีดาวและบอกตำาแหน่งของดาวเป็นมุมทิศและ
มุมเงย ถ้าจะดูเวลาขึ้นและตกของดวงอาทิตย์โดยใช้แผนที่ ให้หมุนจุดไข่ปลาท่ี
เส้นสุริยวิถีให้ตรงกับขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกหรือตะวันตกพอดี จากน้ันอ่าน
เวลาจากตวั เลข

148 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5


Click to View FlipBook Version