The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rakpongpraiobec, 2020-02-16 00:10:57

คู่มือค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร

คู่มือค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร

ฐานที่ ๒ รูจด รูจริง รูจาย 

ใหนักเรียนทบทวนการใชจายเงินเมื่อวานนี้ และกรอกตัวเลขในชองวางใหครบถวน

๑. เมื่อวานนักเรียนไดรับเงินคาขนมจากผูปกครอง จํานวน ................................................... บาท

๒. นักเรียนใชจายเปนคาอะไรบาง? ................................................... บาท
คา................................................... ................................................... บาท
คา................................................... ................................................... บาท
คา................................................... ................................................... บาท
คา...................................................

๓. นักเรียนมีเงินคงเหลือ จํานวน ................................... บาท

ฐานที่ ๓ รูออม รูอนาคต

ใหนักเรียนลองวางแผนเก็บออมเงิน เพื่ออนาคตในวันขางหนา มาทดลองวางแผนกันนะคะ
๑. เด็ก ๆ คิดวาในวันสําคัญที่จะมาถึงนี้ วันแม ๑๒ สิงหาคม ของทุกป หนูจะใหอะไรคุณแม
หรือคุณครูหรือผูที่หนูรักและเคารพ
คําตอบ หนูจะมอบ.............................................ใหแก.......................... ในวันที่..................................
มูลคาประมาณ..........................................................................บาท

๒. มาเริ่มตนวางแผนการเงินของตนเองกัน เพื่อใหสิ่งที่ตั้งใจไวในขอ ๑ สําเร็จ
คําตอบ การวางแผนของหนู
รายรับตอวัน = ………………................ บาท ตั้งใจเก็บออม วันละ = ……………................... บาท
คงเหลือเปนรายจาย = ……………….... บาท หนูตองเก็บออมเงินเปนเวลา ………………......... วัน
จะไดเงินจํานวน ………………............... บาท เพื่อมอบของขวัญใหแกคนที่หนูรักและเคารพ

๓. หนูเริ่มตนบันทึกบัญชีรับ - จายของตนเอง ตั้งแตวันนี้นะคะ เพื่อมอบของขวัญใหแกคนที่เรารัก

ตัวอยางการบันทึกบัญชี

วันที่ รายการ รายรับ รายจาย (จํานวนเงิน) คงเหลือ
(จํานวนเงิน) ฝากเงิน/เงินออม คาใชจาย (จํานวนเงิน)
๑ ส.ค. ๖๒ ไดรับเงินคาขนมจากผูปกครอง
หยอดกระปุก ๑๐๐.๐๐ ๑๐๐.๐๐
คารถโดยสาร ๒๐.๐๐ ๘๐.๐๐
ซื้อขาวเหนียว ไกทอด ๑๐.๐๐ ๗๐.๐๐
ซื้อสมุด ๓๐.๐๐ ๔๐.๐๐
๑๕.๐๐ ๒๕.๐๐

 ¡ÒÃμÅÒ´àº×Íé §μ¹Œ



 ·Ñ¡ÉЪÕÇÔμ·Õàè »¹š ÁÔμáѺÊèÔ§áÇ´ÅŒÍÁ

Ģ ǰüĆ

Ĥ ǰÖ

¢ÂÐà»ÅÕ蹪ÕÇμÔ 

ÊÒàËμ·Ø Õè·íÒãËàŒ ¡Ô´¢ÂÐ

˹٤ԴNjÒ......¼Å¡Ãзº·Õèà¡Ô´¨Ò¡¢ÂÐ à˾¹×èÍÙæãËÁŒàÃÕáÒ¹à»Ç·š¹ÒÁ§Ôμ...Ã㡹Ѻ¡ÊÒÃÔè§»á¯ÇÔº´ÅÑμŒÔμ͹Á



ฉายDVD รักษกษัตริย
พระราชกรณียกิจ

และ
โครงการพระราชดําริ

ทัศนศึกษา โครงการพระราชดําริ

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โครงการประตูระบายนํา้ คลองลดั โพธ์ิอันเนองมาจากพระราชดําริ

ตนพะยอมทรงปลูกเปนพุทธบูชาหนาพระธาตุศรีสุราษฎร ทัศนศึกษา ศิลปาชีพบานหัวปาเขียว

 ÊíÒ¹¡Ö ã¹¾ÃÐÁËÒ¡ÃØ³Ò¸Ô¤Ø³

กิจกรรมจุดเทียน : ใหคํามั่นสัญญาจะเปนคนดีของแผนดิน และรองเพลง “ตนไมของพอ”

กิจกรรมสวดมนต รักษศาสน
เจริญสมาธิภาวนา แผเมตตา

ทัศนศึกษาศาสนสถาน

วัดปาธรรมานุสารี จ.ยโสธร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแกว)
ในพระบรมมหาราชวัง

วัดชัยมงคล อ.เมือง จ.เชียงใหม
พระธาตุศรีสุราษฎร

 œ™¬©–£›—q

·ÓÇÑμÃàªÒŒ
บาลี คาํ แปล

อะระหงั สมั มาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผูมีพระภาคเจาเปน พระอรหนั ต,

ดบั เพลิงกิเลส เพลิงทกุ ขสิน้ เชิง ตรัสรู

ชอบไดโ ดยพระองคเอง

พทุ ธงั ภะคะวนั ตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) ขา พเจา ขออภวิ าท พระผูมพี ระภาคเจา ผรู ู

ผตู ืน่ ผเู บิกบาน

สว๎ากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมอันพระผูมพี ระภาคเจา

ตรัสไวด ีแลว

ธัมมงั นะมสั สามิ (กราบ) ขาพเจาขอนมัสการพระธรรม

สปุ ะฏปิ น โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆส าวกของพระผูมีพระภาคเจา

ปฏิบตั ดิ ีแลว

สังฆัง นะมามิ (กราบ) ขา พเจาขอนอบนอ มพระสงฆ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
( ๓ ครง้ั )

บาลี พทุ ธาภิถุติ
โย โส ตะถาคะโต อะระหัง
คําแปล
สัมมาสมั พุทโธ
วชิ ชาจะระณะสมั ปนโน พระตถาคตเจา นั้น พระองคใด เปน ผูไกล
สคุ ะโต จากกเิ ลส
โลกะวทิ ู เปน ผูตรัสรชู อบไดโ ดยพระองคเอง
อะนุตตะโร ปรุ สิ ะทมั มะสาระถิ เปนผูถึงพรอ มดว ยวชิ ชา และจรณะ
เปน ผูเ สดจ็ ไปแลว ดวยดี
สตั ถา เทวะมะนสุ สานัง เปน ผูรโู ลกอยางแจม แจง
พทุ โธ เปนผูสามารถฝก บุรษุ ทค่ี วรฝก ได
อยางไมม ใี ครยง่ิ กวา
เปน ครผู ูสอนของเทวดาและมนุษยทั้งหลาย
เปน ผูรู ผตู ืน่ ผูเบกิ บานดว ยธรรม



ภะคะวา เปน ผมู คี วามจาํ เรญิ จาํ แนกธรรมสง่ั สอนสตั ว
โย อมิ งั โลกงั สะเทวะกงั พระผูมีพระภาคเจาพระองคใ ด
สะมาระกงั สะพรหั มะกงั ไดทรงทําความดับทุกขใหแจง
สัสสะมะณะพราหมะณิง ดวยพระปญ ญาอนั ยิ่งเองแลว
ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง ทรงสง่ั สอนสัตวโ ลกนี้
อะภิญญา สจั ฉกิ ัตวา ปะเวเทสิ พรอ มทง้ั เทวดา มาร พรหม
และหมูส ตั วพ รอมทัง้ สมณพราหมณ
โย ธมั มัง เทเสสิ เทวดาและมนษุ ยใ หรูตาม
พระผูม พี ระภาคเจา พระองคใด
อาทกิ ัล๎ยาณัง ทรงแสดงธรรมแลว
มชั เฌกัลย๎ าณัง ไพเราะในเบื้องตน
ปะริโยสานะกลั ๎ยาณัง ไพเราะในทา มกลาง
สาตถงั สะพยญั ชะนงั ไพเราะในทสี่ ุด
เกวะละปะรปิ ณุ ณงั ทรงประกาศพรหมจรรย
ปะรสิ ุทธงั พ๎รัหมะจะรยิ งั อันบรสิ ทุ ธ์ิ
ปะกาเสสิ บริบูรณสิน้ เชิง พรอมท้งั อรรถะ
ตะมะหัง ภะคะวนั ตัง และพยญั ชนะ
อะภิปูชะยามิ ขา พเจา ขอบูชาอยางย่งิ
ตะมะหงั ภะคะวันตงั สริ ะสา เฉพาะพระผูมีพระภาคเจา พระองคนน้ั
นะมามิ ขาพเจาขอนอบนอ ม
พระผมู พี ระภาคเจาพระองคนนั้
ดวยเศียรเกลา

(กราบราํ ลึกถงึ พระพุทธคุณ)

บาลี ธัมมาภถิ ตุ ิ

โย โส ส๎วากขาโต ภะคะวะตา คาํ แปล
ธมั โม
สนั ทฏิ ฐโิ ก พระธรรมน้ันใด
เปน ธรรมท่ีพระผมู ีพระภาคเจาตรัสไวดีแลว
เปน ธรรมทพ่ี งึ เหน็ ไดด ว ยตนเอง



อะกาลิโก เปน ธรรมทใ่ี หผ ลไดไมจ าํ กัดกาล
เอหิปส สโิ ก เปน ธรรมทค่ี วรกลา ววา ทา นจงมาดเู ถดิ
โอปะนะยโิ ก เปน ธรรมท่ีควรนอมเขา มาใสตวั
ปจ จัตตงั เวทติ พั โพ วญิ หู ิ เปน ธรรมท่ผี รู พู ึงรูไ ดเ ฉพาะตน
ตะมะหงั ธมั มงั อะภิปูชะยามิ ขาพเจา ขอบชู าอยา งย่ิง เฉพาะพระธรรมน้นั
ตะมะหงั ธัมมงั สิระสา นะมามิ ขา พเจา ขอนอบนอ มพระธรรมน้ัน
ดว ยเศยี รเกลา

(กราบรําลกึ ถึงพระธรรมคุณ)

สงั ฆาภิถตุ ิ

บาลี คาํ แปล

โย โส สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต พระสงฆสาวกของพระผมู พี ระภาคเจา น้ันใด
สาวะกะสงั โฆ ปฏิบตั ิดีแลว
อชุ ุปะฏิปนโน ภะคะวะโต พระสงฆส าวกของพระผมู ี
สาวะกะสงั โฆ พระภาคเจา ปฏบิ ัตติ รงแลว
ญายะปะฏปิ น โน ภะคะวะโต พระสงฆส าวกของพระผมู พี ระภาคเจา
สาวกะสงั โฆ ปฏบิ ัตเิ พ่ือรูธรรมเปนเครอื่ งออกจากทุกขแ ลว
สามจี ปิ ะฏปิ น โน ภะคะวะโต พระสงฆส าวกของพระผมู พี ระภาคเจา
สาวะกะสงั โฆ ปฏิบัติสมควรแลว
ยะทิทัง ไดแกบ คุ ลเหลา นี้ คือ
จตั ตาริ ปรุ สิ ะยคุ านิ คูแหงบุรุษ ๔ คู *
อัฏฐะ ปรุ ิสะปุคคะลา นับเปนรายบคุ คล ได ๘ บุรษุ
เอสะ ภะคะวะโต น่ันแหละ พระสงฆสาวก
สาวะกะสังโฆ ของพระผมู พี ระภาคเจา
อาหเุ นยโย เปนผูควรแกส กั การะท่เี ขานํามาบูชา
ปาหเุ นยโย เปน ผคู วรแกสักการะทีเ่ ขาจัดไวต อนรับ
ทักขิเณยโย เปนผูควรรับทกั ษณิ าทาน
อัญชะลกี ะระณโี ย เปน ผคู วรทําอญั ชลี
อะนุตตะรัง ปุญญกั เขตตัง โลกสั สะ เปนเน้อื นาบญุ ของโลก ไมมีเน้ือนาบุญอ่ืนย่งิ กวา

* สีค่ ู คอื โสดาปตตมิ รรค โสดาปต ตผิ ล, สกิทาคามิมรรค สกิทาคามผิ ล, อนาคามิมรรค อนาคามผิ ล, อรหตั ตมรรค อรหัตตผล



ตะมะหงั สงั ฆัง อะภิปูชะยามิ ขา พเจาขอบูชาอยางยิง่ เฉพาะพระสงฆน น้ั
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมาม.ิ ขาพเจา ขอนอบนอมพระสงฆนน้ั
ดว ยเศียรเกลา

(กราบรําลกึ ถึงพระสังฆคุณ)

·ÓÇÑμÃàÂç¹
บาลี คาํ แปล

อะระหัง สมั มาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผูมพี ระภาคเจา เปน พระอรหันต

ดบั เพลงิ กเิ ลส เพลงิ ทุกขส นิ้ เชงิ

ตรัสรู ชอบไดโ ดยพระองคเ อง

พทุ ธงั ภะคะวนั ตัง อะภวิ าเทมิ (กราบ) ขา พเจาขออภิวาท พระผูม ีพระภาคเจา

ผรู ู ผตู น่ื ผเู บิกบาน

สว๎ ากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมอันพระผมู ีพระภาคเจา

ตรสั ไวด แี ลว

ธมั มัง นะมัสสามิ (กราบ) ขาพเจา ขอนมัสการพระธรรม

สปุ ะฏปิ น โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆสาวกของพระผมู ีพระภาคเจา ปฏิบตั ิดแี ลว

สงั ฆัง นะมามิ (กราบ) ขาพเจา ขอนอบนอมพระสงฆ

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพทุ ธัสสะ ( ๓ ครัง้ )

บาลี พทุ ธานสุ สะติ

ตงั โข ปะนะ ภะคะวนั ตัง เอวงั คําแปล
กลั ยาโณ กิตตสิ ัทโท อพั ภุคคะโต
อิตปิ  โส ก็กิตตศิ ัพทอ ันงามของพระผูมีพระภาคเจา น้ัน
ภะคะวา ไดฟุงไปแลว อยางนีว้ า
อะระหัง แมเพราะเหตนุ ี้
สมั มาสัมพทุ โธ พระผมู ีพระภาคเจานน้ั
วชิ ชาจะระณะสัมปนโน เปนผูไกลจากกเิ ลส
สคุ ะโต เปน ผูตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง
โลกะวิทู เปน ผูถงึ พรอ มดวยวิชชา และจรณะ
เปน ผูเสด็จไปแลวดวยดี
เปนผูร ูโลกอยา งแจมแจง



อะนุตตะโร ปรุ ิสะทมั มะสาระถิ เปนผูสามารถฝกบรุ ุษทค่ี วรฝก
ไดอ ยางไมมีใครยิ่งกวา
สตั ถา เทวะมะนุสสานัง เปนครผู ูสอนของเทวดา และมนษุ ยทัง้ หลาย
พุทโธ เปนผรู ู ผตู ่ืน ผูเบิกบานดว ยธรรม
ภะคะวาติ เปนผูมีความจาํ เริญ จาํ แนกธรรม
ส่งั สอนสตั ว ดงั น้ี

(พงึ หมอบกราบลงวา :)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ดว ยกายกด็ ี ดวยวาจากด็ ี ดวยใจก็ดี

พทุ เธ กกุ ัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง กรรมนา ตเิ ตยี นอนั ใด ท่ขี า พเจา กระทาํ

แลว ในพระพุทธเจา

พุทโธ ปะฏคิ คัณหะตุ อัจจะยันตัง ขอพระพุทธเจา จงงดซง่ึ โทษลวงเกนิ อนั นัน้

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ เพอ่ื การสํารวมระวงั ในพระพุทธเจาในกาลตอ ไป

บาลี ธัมมานุสสะติ
สว๎ ากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม
คําแปล
สันทิฏฐิโก
อะกาลิโก พระธรรมเปนธรรมท่ี
เอหิปสสโิ ก พระผมู พี ระภาคเจาตรัสไวดีแลว
โอปะนะยโิ ก เปนธรรมทพ่ี ึงเห็นไดดว ยตนเอง
ปจ จตั ตงั เวทติ ัพโพ วิูหตี ิ. เปนธรรมท่ีใหผลไดไมจ ํากัดกาล
เปนธรรมท่คี วรกลาววา ทานจงมาดูเถดิ
เปน ธรรมทคี่ วรนอมเขามาใสตวั
เปนธรรมทผี่ ูรพู งึ รไู ดเ ฉพาะตน ดังนี้

(พงึ หมอบกราบลงวา :)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ดวยกายกด็ ี ดวยวาจากด็ ี ดว ยใจก็ดี

ธมั เม กุกัมมัง ปะกะตงั มะยา ยงั กรรมนา ตเิ ตยี นอนั ใด ทข่ี า พเจา กระทาํ แลว

ในพระธรรม

ธมั โม ปะฏคิ คณั หะตุ อจั จะยนั ตงั ขอพระธรรม จงงดซึง่ โทษนั้น ลว งเกินอนั น้ัน

กาลนั ตะเร สงั วะริตงุ วะ ธมั เม เพอื่ การสาํ รวมระวงั ในพระธรรมในกาลตอ ไป



สงั ฆานสุ สะติ

บาลี คําแปล
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ พระสงฆส าวกของพระผูมพี ระภาคเจา
ปฏิบัตดิ ีแลว
อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ พระสงฆสาวกของพระผมู ีพระภาคเจา
ปฏบิ ัติตรงแลว
ญายะปะฏปิ น โน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ พระสงฆส าวกของพระผูม พี ระภาคเจา
ปฏิบัติเพอื่ รธู รรม เปนเครอื่ งออก
สามจี ิปะฏปิ นโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ จากทกุ ขแ ลว
พระสงฆส าวกของพระผมู ีพระภาคเจา
ยะทิทงั ปฏิบัติสมควรแลว
จัตตาริ ปุรสิ ะยุคานิ ไดแกบุคลเหลาน้ี คือ
อัฏฐะ ปุริสะปคุ คะลา คแู หง บุรุษ ๔ คู
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ นบั เปนรายบคุ คลได ๘ บรุ ษุ
น้ันแหละ พระสงฆสาวกของ
อาหเุ นยโย พระผูมีพระภาคเจา
ปาหเุ นยโย เปนผคู วรแกส กั การะท่ีเขานาํ มาบชู า
ทกั ขเิ ณยโย เปน ผูค วรแกส กั การะทเี่ ขาจดั ไวต อ นรบั
อญั ชะลีกะระณีโย เปนผคู วรรบั ทกั ษณิ าทาน
อะนตุ ตะรัง ปญุ ญกั เขตตงั โลกัสสาติ เปน ผคู วรทําอัญชลี
เปนเน้ือนาบุญของโลก ไมมีนาบญุ อ่นื
ย่ิงกวา ดงั นี้

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา (พงึ หมอบกราบลงวา :)
สังเฆ กกุ มั มงั ปะกะตัง มะยา ยัง
ดวยกายกด็ ี ดว ยวาจากด็ ี ดว ยใจกด็ ี
สงั โฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง กรรมนา ติเตยี นอันใด
กาลนั ตะเร สังวะรติ ุง วะ สังเฆ ทข่ี า พเจากระทาํ แลว ในพระสงฆ
ขอพระสงฆ จงงดซง่ึ โทษลว งเกินอันน้นั
เพือ่ การสํารวมระวัง ในพระสงฆ
ในกาลตอ ไป

กราบพรอ มกนั ๓ คร้ัง (จบทําวตั รเย็น)

 Ẻ½ƒ¡¡Ò÷íÒÊÁÒ¸ÔÀÒǹÒàÁμμÒ¾ÃËÁÇËÔ ÒÃ

นั่งทําสมาธิ ฟงเสียงหลวงปูทิวา อานากโร (ศิษยเอกหลวงปูหลุย) และคิดตามดวยจิตใจ

ตอไปน้ีฝกแผเมตตา
กอนอ่ืนเราจะตองแผเมตตาใหตนเองซะกอนคิดในใจซ้ึงในใจเลยทีเดียว
ขอขาพเจาจงอยามีทุกขกายทุกขใจ ขอขาพเจาจงมีความสุข ในการปรารถนา
ความสุขใหแกตนเองทุกคนสามารถจะทําได คนที่มีความทุกขที่สุดคงจะปรารถนาใหตนเอง
มีความสุข ความปรารถนาความสุขเชนนั้น ๆ ทําใหเกิดขึ้นทําใหมีข้ึนในจิตในใจของเรา
ขอขาพเจาจงอยามีทุกขกายทุกขใจ ขอขาพเจาจงมีความสุข
ลําดับตอไป แผเมตตาแกสรรพสัตวท้ังหลายคิดในใจซ่ึงเหมือนกัน ขอสรรพสัตว
จงอยามีทุกขกายทุกขใจ ขอสรรพสัตวจงมีความสุขในการปรารถนาความสุขใหแก
สรรพสัตวท้ังหลาย
การแผเมตตา คือ การปรารถนาความสุขใหแกตนเองและคนอื่นเทาเทียมกัน
เสมอกันนี้ คือหัวใจลําดับสําคัญของการแผเมตตา ลําดับตอไป ทําความสมํ่าเสมอ
ในบรรดาสรรพสัตวท้ังหลาย รวมถึงตัวเราเองโดยการคิดถึงบุคคล ๔ คน
๑. ตัวเอง คือ ตัวเราท่ีนั่งอยูในปจจุบัน
๒. คนที่เรารักมากที่สุด
๓. คนท่ีไมรักไมชัง คนทั่ว ๆ ไป
๔. คนท่ีเราไมชอบคนท่ีเราเกลียด
แผเมตตาปรารถนาความสุขใหกับ ๔ บุคคลน้ีเทาเทียมกัน เสมอกัน คนที่ทําไดยาก
สักหนอยแตพยายามดู นึกถึงคนที่เกลียดท่ีสุด แผเมตตากับปรารถนาความสุขใหเทากับ
ตัวเราเอง ใหเทาคนที่เรารัก ใหเทาคนที่ไมรักไมชัง คนทั่ว ๆ ไป
พยายามทําดู ถาหากเราแผเมตตาเปนประจําทุกวัน เราจะหาคนที่เกลียดไมพบ
ทกุ คนจะเสมอื นเปน มติ รสหาย เปน ญาติ หรอื เปน พน่ี อ ง เปน ลกู เปน หลาน มคี วามปรารถนา
ดีเทาเทียมกันเสมอกัน
ลําดับตอไป แผเมตตาใหสรรพสัตวท้ังหลายทั่วจักรวาล แผเมตตากับปรารถนา
ความสขุ ไปยงั สรรพสตั วท ง้ั หลายทว่ั จกั รวาล นบั ตงั้ แตพ รหม พรหมอยเู หนอื เทวดา ขอพรหม
ทั้งหลายจงมีความสุข ลงมาเทวดา ขอเทวดาท้ังหลายจงมีความสุข ลงมามนุษย ขอมนุษย
ท้ังหลายจงมีความสุข



ลงมาพวกเปรต เปรตน้ีมีความหิวโหยเปนประจํา ขอเปรตท้ังหลายจงมีความสุข
ลงมาพวกอสูรกาย อสูรกายมีความทุกขทรมานทางกายเปนประจํา ขออสูรกายท้ังหลาย
จงมีความสุข ลงมาพวกสัตวเดรัจฉาน ขอสัตวเดรัจฉานท้ังหลายจงมีความสุข ลงมา
พวกสัตวนรก ขอสัตวนรกทั้งหลายจงมีความสุข แผเมตตากับปรารถนาความสุขไปยัง
สรรพสัตวทั้งหลายทั่วจักรวาล ขอสรรพสัตวท้ังหลายทั่วจักรวาลจงมีความสุข

ลําดับตอไป แผเมตตาอุทิศตาง ๆ แผเมตตากับปรารถนาความสุขทิศหนาตรงหนา
เรา ทิศหลังแทนสุขไปหลังเรา ทิศขวาแผความสุขไปขวามือ ทิศซายแผความสุขไปซายมือ
เฉียงขางหนาทางขวาความสุขไปเฉียงขางหนาทางขวา เฉียงขางหนาทางซายแผความสุข
ไปเฉียงขางหนาทางซาย เฉียงขางหลังทางขวา แผความสุขไปเฉียงขางหลังทางขวา
เฉียงขางหลังทางซาย แผความสุขไปเฉียงขางหลังทางซายทิศบน ความสุขบนหัวเรา
ทิศลาง แผความสุขดิ่งลงไปที่เราน่ัง สมมุติวาตัวเราน้ีคลาย ๆ หลอดไฟฟา แผรัศมีเปน
ยังแสงสวาง แตเปนรัศมีแหงความสุขหรือความปรารถนาความสุขแผออกไปรอบตัวเรา

สรุป ขอขาพเจาจงมีความสุข ขอสรรพสัตวทั้งหลายจงมีความสุข นึกแผความสุข
ใหออกไปรอบตัวเราทุกทิศทุกทางไมมีขอบเขตของความสุข นึกแผความสุขใหกับตนเอง
นึกแผความสุขใหแกสรรพสัตวทั้งหลาย นึกแผความสุขใหออกไปรอบตัวเรากวางออกไป
กวางออกไป ไมมีขอบเขตแหงความสุข ท้ังความสุขท่ีแผกวางออกไปแบบอารมณ อารมณ
ของเมตตา พรหมวิหารคือความสุขท่ีแผกวางออกไป เปนความสุขท่ีเกิดขึ้นจากการ
ปรารถนาความสุขใหแกตนเองและสรรพสัตวท้ังหลาย ถาหากวาเราทําไปสักพักหน่ึง
อารมณน้ีอาจจะจางไป เพราะวามีอารมณอื่นมาแทรกทําใหสับสนเราก็เริ่มตนคิดใหม
ขอขาพเจาจงมีความสุข ขอสรรพสัตวทั้งหลายจงมีความสุข นึกแผความสุขใหออกไป
รอบตัวเราทุกทิศทุกทาง ไมมีขอบเขตของความสุข นึกแผความสุขใหกับตนเอง นึกแผ
ความสุขใหแกสรรพสัตวท้ังหลาย นึกแผความสุขใหออกไปรอบตัวเรากวางออกไป กวาง
ออกไป ไมมีขอบเขตแหงความสุข นึกถึงความสุขท่ีแผกวางออกไป ทําตอไปสักพักหนึ่ง





u¥²¬œƒ´¥•Åq ›ƒ´¥Â„n´†m´¤†¥³Ë‰›·vË

Ó ¬¶Ê‰™·ÆÊ –Ân ¥·¤›¥»Šn ´ƒ†´m ¤ u¤´©Œ› ¥³ƒ«q ‰Æ ¥ ‹§¶£ ¥²Âƒ·¤¥—¶±v

Ô Š²›µÆÅŒn ¥²Ä¤Œ›Æq –n¯¤´m ‰Æ¥

 ÇÒ´ÃÙ»»ÃÐʺ¡Òó· Õèä´ŒÃѺ

ºÑ¹·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ 


Click to View FlipBook Version