วิวัฒนาการ
มนุษย์
ชื่อ อดิเทพ เทพศิริ ม.5/8 เลขที่ 17
วิวัฒนาการมนุษย์
กระบวนการวิวัฒนาการเป็นความเปลี่ยนแปลงของลักษณะสืบสายพันธุ์ ของ
กลุ่ม สิ่งมีชีวิต ผ่านหลายชั่วยุคชีวิต เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความหลายหลาก
กับสิ่งมีชีวิตในทุก ระดับชั้น รวมทั้งระดับ สปีชีส์ ระดับสิ่งมีชีวิตแต่ละชีวิต และแม้
กระทั่งโครงสร้างระดับ โมเลกุล เช่น ดีเอ็นเอ และ โปรตีน สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลก
สืบสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกันที่มีชีวิตประมาณ พันล้านปีก่อน การเกิดสปีชีส
ใหม่ ๆ และการแยกสายพันธุ์ออกจากกันของสิ่งมีชีวิต สามารถอนุมานได้จาก
ลักษณะสืบสายพันธุ์ทาง สัณฐาน และทางเคมีชีวภาพ หรือโดย ลำดับดีเอ็นเอ ที่มี
ร่วมกัน คือ ลักษณะสืบสายพันธุ์และลำดับดีเอ็นเอที่มีกำเนิดเดียวกัน จะมีความ
คล้ายคลึงกันระหว่างสปีชีส์ที่มีบรรพบุรุษร่วมกันเร็ว ๆ นี้มากกว่าระหว่างสปีชีส์ที่มี
บรรพบุรุษร่วมกันมานานแล้ว ดังนั้นความคล้ายคลึงกันและความแตกต่างกันจึง
สามารถใช้สร้างแบบของต้นไม้สายพันธุ์สิ่งมีชีวิต ที่แสดงความสัมพันธ์เชิงญาติ
โดยใช้สิ่งมีชีวิตที่ยังมีอยู่หรือใช้ ซากดึกดำบรรพ์ เป็นหลักฐานข้อมูล รูปแบบความ
หลากหลายของสิ่งมีชีวิตในโลกเปลี่ยนแปลงไปเพราะการเกิดขึ้นของสปีชีส์ใหม่ ๆ
และการสูญพันธุ์ไปของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่
ทฤษฎีชาร์ลส์ ดาร์วิน กับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมจะมีโอกาสอยู่รอดและสืบทอด
ลักษณะนั้นให้แก่ลูกหลาน ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ประชากรนั้นๆ ก็จะมีสิ่งมีชีวิตที่
ปรับตัวได้ดีกับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ทฤษฎีของลามาร์ค
สิ่งมีชีวิตผันแปรได้ตามสภาพแวดล้อม อวัยวะใดที่ใช้อยู่บ่อยๆ ย่อมขยาย
ใหญ่ขึ้น ส่วนอวัยวะใดที่ไม่ได้ใช้จะค่อยๆ ลดขนาด อ่อนแอลงและหายไปใน
ที่สุด
โฮโมแฮบิลิส
เป็นมนุษย์เผ่า HOMININI มีชีวิตอยู่ในระหว่างช่วงอายุหิน GELASIAN และ
CALABRIAN คือครึ่งแรกของสมัยไพลสโตซีนประมาณ 2.3–1.65 ล้านปีก่อน
โดยอาจวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษสาย AUSTRALOPITHECINE ตัวอย่าง
ซากดึกดำบรรพ์ที่เป็นแบบก็คือซากศพหมายเลข OH 7 ที่พบในปี 2503 (ค.ศ.
1960) ณ โบราณสถาน OLDUVAI GORGE ในประเทศแทนซาเนีย ต่อมาในปี
2507 จึงได้จัดเป็นสปีชีส์ต่างหากคือ H. HABILIS (แปลว่า มือชำนาญหรือ
คล่องแคล่ว อังกฤษ: HANDY MAN) เพราะซากดึกดำบรรพ์มักจะพบพร้อมกับ
เครื่องมือหินแบบ OLDOWAN และเชื่อว่า มนุษย์พวกนี้สามารถแปลงหิน
ธรรมชาติให้เป็นเครื่องมือหินได้
โฮโม เซเปียนส์
เชื้อสายมนุษย์แยกออกจากบรรพบุรุษร่วมสุดท้ายกับชิมแพนซี
ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ชิดที่สุด เมื่อราว 5 ล้านปีที่แล้วในแอฟริกา
ก่อนจะวิวัฒนาการไปเป็นออสตราโลพิเธซีน
(Australopithecines) และสุดท้ายเป็นสกุล Homo สปีชีส์ โฮโม
แรก ๆ ที่อพยพออกจากแอฟริกา คือ Homo erectus, Homo
ergaster ร่วมกับ Homo heidelbergensis ซึ่งถูกมองว่าเป็น
บรรพบุรุษสายตรงของมนุษย์สมัยใหม่ Homo sapiens ได้เดิน
ทางต่อไปเพื่อตั้งถิ่นฐานในทวีปต่าง ๆ โดยมาถึงยูเรเชียระหว่าง
125,000-60,000 ปีที่แล้วทวีปออสเตรเลียราว 40,000 ปีที่แล้ว
ทวีปอเมริการาว 15,000 ปีที่แล้ว และเกาะห่างไกล เช่น ฮาวาย
เกาะอีสเตอร์ มาดากัสการ์ นิวซีแลนด์
โฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส
เป็นสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์หรือชนิดย่อยของมนุษย์ในสมัยโบราณซึ่งดำรงอยู่
ในช่วงกลาง PLEISTOCENE มันถูกจัดเป็นสปีชีส์ย่อยของ H.
ERECTUSในปี 1950 ในชื่อ H. E. HEIDELBERGENSISแต่ในช่วงปลาย
ศตวรรษ มันถูกจำแนกอย่างกว้างขวางว่าเป็นสายพันธุ์ของตัวเอง มีการถก
เถียงกันว่าจะจำกัด H. HEIDELBERGENSISเฉพาะยุโรปหรือรวมตัวอย่าง
แอฟริกันและเอเชียด้วยหรือไม่ และสิ่งนี้ทำให้สับสนโดยตัวอย่างประเภท
( MAUER 1) เป็นกระดูกขากรรไกร เนื่องจากกระดูกขากรรไกรมีลักษณะ
การวินิจฉัยน้อย และโดยทั่วไปแล้วจะขาดหายไปในกลุ่มตัวอย่าง
PLEISTOCENE ตอนกลาง ดังนั้นจึงเป็นที่ถกเถียงกันว่าตัวอย่างเหล่านี้
บางส่วนสามารถแยกออกเป็นสปีชีส์ของตนเองหรือเป็นสปีชีส์ย่อยของH.
ERECTUSได้หรือไม่ เนื่องจากการจำแนกประเภทนั้นขัดแย้งกัน ไพลสโต
ซีนตอนกลางจึงมักถูกเรียกว่า "กองอยู่ตรงกลาง"