The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การตายอย่างมีคุณภาพ (Beautiful Death)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-01-05 23:01:29

การตายอย่างมีคุณภาพ (Beautiful Death)

การตายอย่างมีคุณภาพ (Beautiful Death)

การตายอยา่ งมีคณุ ภาพ (Beautiful Death)

ดร.อภิรัชศกั ด์ิ รัชนีวงศ์
“การตายอย่างมีคุณภาพ” (Beautiful Death)1 วิชาออนไลน์ล่าสุดจาก Chula MOOC
ที่จะพาผู้เรียนไปตีสนิทกับความตาย โดยเฉพาะความหมายของ “การตายดี” หรือตายอย่างมี
คุณภาพซ่งึ จะเปน็ ประโยชน์ ต่อ “คนเปน็ ” ท่จี ะได้รบั รคู้ ุณค่าความหมายของการมชี ีวติ อยู่
คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย1 เปดิ สอนมาตัง้ แต่ปกี ารศกึ ษา 2552 พอถงึ ปี
2560 จงึ ไดเ้ ปิดเป็น “วิชาการศกึ ษาทั่วไป” (Gen Ed) และดว้ ยกระแสความสนใจอย่างล้นหลาม
และต่อเน่ืองจากผู้เรียน ปัจจุบันจึงได้เปิดเป็นคอร์สออนไลน์ทาง Chula MOOC เพื่อให้ผู้สนใจ
ท่ัวไปไดร้ ่วมเรยี นรู้ดว้ ย
รายวชิ าวิชา Beautiful Death การตายอย่างมีคณุ ภาพ2 รายวชิ านจ้ี ะนาเสนอเน้ือหาให้
ผู้เรียนมาทาความเข้าเร่ืองการตาย การจัดการอารมณ์ของผู้ที่อยู่ในภาวะใกล้ตาย การจั ดการ
อารมณ์ของผู้ท่ีต้องสูญเสีย และสามารถอธิบายแนวทางการจัดการกับอารมณ์ให้เรื่องความตาย
ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม รวมไปถึงวิธีการให้ผู้เรียนสามารถคิดอย่างมีวิจารญาณ มีทักษะ
การคิด แก้ปัญหา และมที กั ษะการบริหารการจดั การไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม บทที่ 1 ภาวะแห่ง
การสูญเสยี 1.1 การจดั การอารมณข์ องผู้ท่ตี อ้ งสญู เสยี 1.2 การจัดการอารมณข์ องผู้ที่อยู่ในภาวะ
ใกล้ตายหรือภาวะท่ีกาลังจะสูญเสีย บทท่ี 2 การ "เตรียมตัวเผชิญ" ความจริงของชีวิตเรื่อง
ความตาย 2.1 ความไม่กลัว 2.2 การยอมรับ 2.3 การทาใจ บทที่ 3 การ "เตรียมความพร้อม"
ท่ีจะเผชิญ เร่ือง "ความตาย" (การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความสุข) 3.1 การวางแผนชีวิต
3.2 การดูแลสขุ ภาพ 3.3 การทาความดี 3.4 การฝึกจิต 3.5 การซอ้ มเผชิญเร่ืองความตาย

ท่ีมา https://mooc.chula.ac.th/courses/220



“เรามชี ีวติ อยไู่ ปทาไม?”
คาถามง่ายๆ แต่กลับหาคาตอบไดย้ ากเยน็ โดยเฉพาะในยามท่ชี วี ติ กาลังถูกทดสอบจาก
อุปสรรคสารพัดที่ประดังเข้ามา รวมทั้งช่วงเวลาน้ี วันที่ผู้คนทั่วโลกกาลังประสบเภทภัยจากการ
แพร่ระบาดหนักของ เช้ือไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 การพลัดพรากตายจากเป็นเหตุการณ์ท่ี
เกดิ ขึ้นทุกๆ นาที ขณะที่ครอบครัวนับล้านล้วนต้องก้าวผ่านการสูญเสียด้วยความเศร้าโศก ญาติ
สนิทมิตรสหายที่เคยเห็นหน้าต้องจากกันโดยไม่ทันร่าลา ประสบการณ์ “การตาย” ใกล้ตัวเรา
เขา้ มาทกุ วนั ท้ังปรากฏผ่านภาพขา่ วรายวนั และรายงานยอดผ้เู สียชวี ติ จากทางการ การรับขา่ วสาร
เช่นนี้เป็นประจาย่อมทาให้ภาพการตายถูกลดทอนเหลือเพียงข้อมูลเชิงสถิติ หรือไม่ ก็ถูกตรึง
ความหมายกลายเป็นเพียงสภาวะชวนขนลุกกระตุ้นต่อมความกลัว “โดยพ้ืนฐานแล้ว ความตาย
เป็นสง่ิ ท่มี นุษย์กลวั ที่สดุ ”

ท่ีมา https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/474654

ศ.ดร.เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์1 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปริญญาตรี
สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท
สาขาสุขศกึ ษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากน้ันไปเรียนต่อท่ี Oregon State
University ประเทศสหรัฐอเมรกิ า)3 กลา่ วถงึ ปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อการตาย “ยามป่วยไข้ มนุษย์
ก็จะด้ินรนรักษา ยามประสบภัยก็จะต่อสู้เพ่ือความอยู่รอด ความกลัวตายเป็นอาการของมนุษย์
ปกตเิ ชน่ เดยี วกบั สัตวโ์ ลกอน่ื ๆ” ทศั นะต่อประสบการณ์การตายกบั ความหมายของการมีชีวิตอยู่ใน
โลกปจั จุบันถูกจาแนกแยกขาด ออกจากกนั เด็ดขาด ชวี ติ ผคู้ นวนั นเ้ี หินห่างจากการเรียนรู้เร่ืองการ
ตายจนกระทั่งภาพการตายกลายเป็นโลก คู่ตรงข้ามกับการมีชีวิต ทั้งๆ ที่ความเชื่อเดิม การตาย
และการมีชีวิตอยู่เป็นคนละด้านของเหรียญเดียวกัน “การเปิดมุมมองเร่ืองความตายว่าไม่ใช่สิ่งท่ี



น่ากลวั แต่เป็นเร่ืองธรรมชาติของมนษุ ยน์ ั้นมีความสาคัญต่อการค้นหาความหมายหรือคุณค่าของ
การมีชีวิตอยู่” Death Studies2 ส่วนใหญ่วิชาน้ีจะเกิดขึ้นอย่างมากในมหาวิทยาลัย
ในสหรฐั อเมริกา เขาสอนกันมานานแลว้ แต่เมอื งไทยไม่มี หนังสือเมืองไทยที่ออกมาเก่ียวกับเรื่อง
นี้กพ็ อมบี า้ งแต่จะเน้นหนกั ในเรื่องศาสนามากกว่า บางทีบางคนอาจไม่ชอบหรือคิดว่ายากเกินไป
คนไทยส่วนใหญ่โตมาแบบวิถีพุทธ วิชานี้จะอธิบายความตายต่างกับกรอบคิดแบบพุทธอย่างไร ?
หมายความว่า เราจะมองความตายอย่างชัดข้ึน ตายแน่นอน แต่ไม่ต้องกลัว เพราะต้องมีสติ
ซ่ึงธรรมะเองกม็ ีส่วนชว่ ยดว้ ย นอกจากน้มี ันยังเป็นเรือ่ งของการให้ความรักกับผู้อ่ืน รวมท้ังการทา
ความดีไว้สร้างคุณค่าให้กับสังคมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งท่ีจะทาให้ผู้เรียนได้คือจะจัดกิจกรรม
ให้ผู้เรียนเข้าใจว่าสมมุติเรามีของสิ่งหน่ึงหายไป ถามว่าเสียใจไหมก็เสียใจ แต่คุณก็ต้องรู้ว่า
ทาไมมันถึงหาย แล้วคุณจะทาอย่างไร คุณดูแลตัวเองไหม คุณดูแลสิ่งของเหล่านั้นไหม แม้แต่
สัตว์เลี้ยงที่เรารักตายไป ซ่ึงจะทาให้เห็นว่าเม่ือของท่ีเรารักตายไป จะจัดการอารมณ์อย่างไร
ไม่ใช่ว่าเศร้าโศกไปตลอดจนไมร่ ู้จะทาอะไร

ทมี่ า https://thematter.co/social/what-is-death-education/12989

การตายอย่างมีคุณภาพ1 คือ “การตายอย่าง สมศักดิ์ศรี ตายในวัยที่เหมาะสม”
หรือไมต่ ายกอ่ นวัยอันควร



การตายอย่างสมศกั ด์ศิ รี ตายอยา่ งไร1
“ขณะใกล้ตายก็ควรมีคนในครอบครัว ญาติหรือเพื่อนสนิท คอยอยู่เคียงข้างเพ่ือเป็น
กาลงั ใจให้เราข้ามผ่านช่วงเวลาสาคัญที่สุดของชีวิต และหลังจากไปก็มีคนระลึกถึง เพราะฉะน้ัน
ช่วงท่ีเรามีชีวิตอยู่จึงสาคัญ ถ้าปรารถนาการตายอย่างมีคุณภาพ ตายอย่างสมศักดิ์ศรี
เราจาเป็นต้องประพฤติตนหมั่นทาความดีเพื่อให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ระลึกถึง” วิชาการตายดี
จึงเป็นการชวนผู้เรียนร่วมค้นหาคุณค่าในตน มองเห็น “คุณค่าของชีวิต” เพื่อดาเนินชีวิตอย่างมี
สติตื่นรู้และต้ังอยู่ในความไม่ประมาท รู้จักจัดการปัญหาชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบท
แวดลอ้ มและเหตุปัจจยั ไม่วนุ่ วายสับสนตามสถานการณ์จะพาไปจนเกิดความอลหม่านภายในใจ
การตายอย่างมคี ุณภาพ จึงต้องเร่ิมฝึกฝนต้ังแต่ยังมีชีวิตอยู่ หมั่นบ่มเพาะความคิดและพฤติกรรม
เชิงบวก ปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อโลกและเร่ืองราวท่ีเกิดข้ึน ไม่ว่าจะเป็นท่ีพอใจหรือตรงข้าม
เสมือนหางเสือเรือที่จะทาหน้าที่กากับวิจารณญาณและทิศทางการเลือกใช้ชีวิต รวมทั้งช่วงเวลา
ทีต่ ้องตัดสินใจครง้ั สาคญั

ท่มี า https://thestandard.co/quality-of-dead/

ศาสตราจารย์ ดร.แสวง บุญเฉลิมวิภาส คณะนิติศาสตร์ และท่ีปรึกษาศูนย์กฎหมาย
สุขภาพและจริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณวรรณา จารุสมบูรณ์ นักอาสา
จากเครือข่ายพทุ ธกิ า ในงานสัมมนาเร่อื ง ‘Happy Deathday…เผชญิ ความตายอยา่ งสงบ’ จัดโดย
อลิอนั ซ์ อยธุ ยา ประกนั ชีวติ 4 ดงั น้ี

1. ต้องเช่ือก่อนว่าความตายอยู่ใกล้ตัว นิยามกับการตายอย่างมีคุณภาพไว้ว่า
“ตายอย่างมีคุณภาพ คือการตายอย่างสงบ เป็นการตายอย่างธรรมชาติ ไม่ถูกย้ือชีวิต
ด้วยเครื่องมือตา่ งๆ และผ่านการเตรียมตัวในช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่กล้าเผชิญ



กับความตาย ละเลย ไม่กล้าพูดถึง เมื่อถึงเวลาก็เป็นทุกข์ รับไม่ได้ สายเกินแก้ หรืออาจไป
โดยไม่รู้ตัว” เผ่าพันธุ์มนุษย์เราไม่พูดถึง ‘ความตาย’ ทุกคนกลัวความตาย เพราะเราไม่รู้ว่า
โลกหลงั ความตายเปน็ เช่นไร จะดับสูญหรือนับหน่ึงใหม่ ถ้าใครเถียงว่า “ไม่นะ! ก็เห็นเขาพูดกัน”
แต่ไม่เคยตระหนักได้ว่าจรงิ ๆ แล้วความตายอย่ใู กลต้ ัวมาก ใกลช้ ิดพอ ๆ กับอากาศหรือเวลาที่อยู่
รอบตวั เรา เกิดข้ึนเมอ่ื ไรไมร่ ู้ อาจเปน็ ไม่ก่วี ินาทีข้างหน้าหรอื ลมหายใจหนา้ กไ็ ด้

2. เตรยี มพร้อมเพ่อื ‘ตาย’ อย่างมี ‘คณุ ภาพ’ คาแนะนากับการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือ
กบั ความตายไวต้ ามน้ี

1) ได้ทาตามปรารถนา มนุษย์ทุกคนล้วนมีสิ่งปรารถนา มีส่ิงที่ฝัน อยากทาและ
อยากเปน็ ดงั นน้ั จงใชช้ วี ติ ทม่ี ีอย่ทู าสิ่งทอี่ ยากทา อยากเป็นให้ครบถ้วน จะปีนยอดเขาเอเวอเรสต์
นอนแคมป้งิ ในปา่ อยากเดินทางไปที่ไหน ทาสงิ่ ใด ลองลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ แล้วทาซะ เม่ือมีชีวิต
อยู่ เรารู้สึกว่ามีเวลาเหลือเฟือ ทว่าเม่ือถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ทุกอย่างที่คุณปรารถนาก็สาย
ไปเสียแลว้

2) มีโอกาสดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัว ครอบครัวเป็นส่ิงท่ีผู้เผชิญความตาย
ติดบ่วงมากทีส่ ุด ยงั ไม่ได้ดูแลพอ่ แม่เลย ลูกๆ ของฉันจะอยู่อย่างไร ฉะน้ันจงพัฒนาความสัมพันธ์
ในครอบครัวให้ดพี ร้อมและดีพอจนวางใจทีจ่ ะปล่อยหรือไมเ่ สยี ใจใดๆ เม่อื ไมอ่ ยู่บนโลกนี้

3) ฝากฝงั สงิ่ ทห่ี ว่ งไว้เรยี บรอ้ ย ในกรณนี ้หี นกั ไปทางทรัพย์สิน คาเฟ่มรณานุสติ และ
เจอคาถามชะงักหน้าหลายครา เช่น คุณอยากให้ใครดูแลทรัพย์สมบัติของคุณหลังคุณตาย
ลูก ๆ ของคุณ อยากให้เป็นคนดูแลต่อ ใครท่ีคุณวางใจให้ดูแลแอ็กเคานต์โซเชียลท้ังหมด ฯลฯ
ซึ่งเหล่าน้ีมักเป็นคาถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน แต่เป็นสิ่งที่เราห่วงและสร้างความกังวลเป็นท่ีสุด
ซ่ึงปัญหาน้ีแก้ง่าย ๆ ด้วยการทาพินัยกรรม หรือทาหนังสือเจตจานงเป็นลายลักษณ์อักษร
ไว้ให้แนช่ ัด

4) ความปรารถนาช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต หมายถึง ปรารถนาที่ว่าตายอย่างไร
คุณรับไดไ้ หมกับการย้ือชวี ติ ของแพทย์ คุณโอเคไหมกบั การรกั ษาจนถึงทางตันก่อนจะดับสูญ หรือ
ยินดีกว่าในการได้ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายที่บ้านของตนเอง “ปัจจุบันความคุ้มครองทางกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ระบุไว้ว่า บุคคลมีสิทธ์ิทาหนังสือ
แสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อย้ือการตายในวาระสุดท้าย
ของชีวิตตน หรือเพ่ือยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้” ซึ่งการทาพินัยกรรมชีวิต หรือ Living
Will สามารถทาไดง้ า่ ยๆ ไม่จาเป็นต้องมที นายหรือแบบฟอร์มทแ่ี น่ชดั เพยี งเขยี นเป็นลักษณ์อักษร
ลงนาม และแนบให้คณะแพทย์ก่อนทาการรักษาก็มีผลแล้ว การเขียน Living Will ยังรวมไปถึง
ลักษณะของงานศพ งานแจกของชาร่วย และหลายสิ่งหลายอย่างที่บุคคลนั้นอยากให้เกิดผลกับ
ตวั เองหลงั มรณะ



ที่มา https://today.line.me/th/v2/article/W7YNna

Palliative Care หรือ การดูแลแบบประคับประคอง หรือ การดูแลผู้ป่วย ซ่ึงใส่ใจ
คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว5 โดยลดความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ คานึงถึง
สทิ ธิผู้ปว่ ย และเชื่อเสมอวา่ ผ้ปู ว่ ยมีสิทธิเ์ ลือกทีจ่ ะตาย ในวันที่อยู่ไปก็ทรมานรา่ งกาย

ธรรมชาติของมนุษย์ ก่อนที่จะถึงระยะท้ายของชีวิต5 ร่างกายจะค่อย ๆ ถดถอย
สมองจะเร่ิมหยุดการทางาน คนไข้จะเบื่ออาหาร และหมดสติไปก่อนท่ีอวัยวะน้ันๆ จะพัง …
เม่ือไม่ได้กิน ร่างกายจะค่อย ๆ ซึม ค่อย ๆ ง่วง และเข้าสู่นิทรา เนื่องจากไม่ได้รับสารอาหาร
กระบวนการทางร่างกายจะสลายพลังงานจากโปรตีน ไขมัน จนทาให้เกิดการสะสมของ
สารจาพวกคีโตน และแอมโมเนีย ซ่ึงมีฤทธ์ิแก้ปวดและทาให้เคล้ิม ช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่ง
ที่ทาให้คนไข้ตายอย่างสงบที่หมอแดงค้นพบ ขณะเดียวกัน หากไปยื้อชีวิตโดยการให้อาหาร
กระบวนการข้างต้นจะไม่เกิด สมองสดใสก็จริง แต่ปอดที่ถูกกินด้วยฤทธิ์มะเร็งระยะสุดท้าย
กลับอ่อนแรงจนเจียนตาย ทาให้มีอาการเหนื่อย และสมองยังรับรู้ว่า “มึงกาลังเจ็บอยู่”
ตายแบบรู้ว่าเจ็บ กับค่อย ๆ ชัตดาวน์ตัวเอง แล้วจากไปอย่างสงบ คนไข้เลือกได้ การไม่ห้าม
ให้ติดเชื้อก็เป็นอีกวิธีหน่ึงที่หมอแดงคิดว่า ช่วยให้คนไข้ไปสบาย จริง ๆ หลักการไม่ต่างจากการ
ไม่บงั คับวา่ หา้ มกนิ ข้าว แต่ถา้ กนิ ไม่ได้ ก็ไมฝ่ ืนกนิ แบบทว่ี า่ ไป เพยี งแต่การติดเชื้อจะทรมาน 1 – 3
วันแรก คลา้ ยอาการไขห้ วดั ใหญ่ ปวดเนือ้ ปวดตวั คร่นั เนอื้ ครน่ั ตวั แต่หลงั จากนั้นปฏิกิริยาร่างกาย
ที่กาลังสู้กับเช้ือโรคจะทาให้เกิดสารที่ทาให้เส้นเลือดขยายตัวและความดันเลือดตก พอตกปุ๊บ



จะรู้สึกวูบ สมองตัดการรับรู้ ไม่รับรู้อะไร ไม่ทรมาน เป็นลมภายในไม่ก่ีวินาที และจากไป หรือ
กรณีที่คนไข้นอนแล้วไม่ตื่น หมอแดงจะแนะญาติว่า ไม่ต้องไปปลุกเขานะ เพราะหากยื้อชีวิต
เจาะเลอื ด เอกซเรย์ การฟืน้ ข้นึ มาอีกครั้งคุณภาพชีวิตของเขาจะเปล่ียนไป มันทรมาน ถ้าย้ือแล้ว
คุณภาพชีวิตดีก็ควรย้ือ แต่ถ้าไม่ ปล่อยให้เขามีความสุขในโลกหน้า ก็ถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่ญาติ
จะใหผ้ ปู้ ว่ ยได้

ที่มา https://urbancreature.co/pornsak-phoncharoensomboon/

ในการพบเจอผู้ป่วยระยะสุดท้ายของหมอแดง เร่ิมต้นจากการประเมินเคสว่า อีกนาน
แคไ่ หนเขาจะเสียชีวิต เช่น กินข้าวไม่ได้ คนไข้เร่ิมตัวเหลือง ท้องมาน ผอมติดกระดูก หรือคนไข้
ติดเตียงท่ีไม่สามารถกินอะไรได้ จะอยู่ได้ไม่เกิน 3 สัปดาห์ และถ้าไม่กินน้าเลยจะอยู่ได้ไม่เกิน
3 วัน หากประเมินแลว้ อย่ไู ด้อีกนาน เขาจะให้ความรู้และแนวทางการรักษาต่อไป แต่ถ้ารู้แล้วว่า
ไมน่ าน ตอ้ งรีบบอกความจริงเพื่อให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจถึงนิยามการตายดี และทีมแพทย์จะมีเวลา
วางแผน แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด หมอแดงต้องเรียนรู้การใช้จิตวิทยาในการพูดคุยอยู่ทุกครั้ง
เพราะคนไข้แต่ละคนมีลักษณะนิสัยต่างกัน “แรกเร่ิมคือต้องให้คนไข้ยอมรับความจริงก่อน
พอรู้ว่าป่วยเป็นอะไร ต้องรู้อีกว่าเขาอยากจากไปแบบไหน บางคนรู้ว่าเป็นมะเร็งแต่ไม่ยอมรับ
ความจริง เราก็ตอ้ งคยุ กับเขาไปเรื่อยๆ เจอกนั บ่อยหน่อย เพอื่ ใหเ้ ขายอมรับว่ายังไงทุกคนก็ต้องไป
ถึงวันน้ัน “พอเราคุยกับคนไข้ที่เขาอินเร่ืองธรรมะ มองการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเร่ืองธรรมดา
เราสามารถคุยได้เลยว่าเขาอยากตายอย่างไร กลับบางคนท่ีทิฐิเยอะหน่อย เราอาจลงลึกกับเขา
ไปเลยวา่ ตอนนีท้ ี่ไม่มแี รงมคี วามสขุ ไหม บอกความจริงไปเลยว่า การรักษาจะทาให้แย่ลง พอเขา



หลุดออกมาว่า ฉันไม่อยากอยู่แล้ว หรือสังเกตพฤติกรรมบางอย่าง เช่น พยักหน้า ฟังแล้วอิน
เราก็รแู้ ลว้ ว่าเขายอมรบั ตอ้ งปลอบเขาตอ่ วา่ ไมเ่ ปน็ ไรนะ หมอจะดูแลให้

มะเร็งเตา้ นมระยะทส่ี ามตอนปลาย (Locally Advanced Breast Cancer)

ที่มา http://www.thaibreastcancer.com/ca-122/
“เคยเจอคนไข้มะเร็ง เต้านมที่นับถือศาสนาคริสต์ เขาไม่ยอมทาอะไรเลย บอกว่า
“แล้วแต่พระเจ้าจะกาหนด” จึงทาให้คนไข้หลายเคสท่ีมีความเช่ือแบบน้ี ต้องตายอย่าง
ทุกข์ทรมาน เขาร้องไห้ ครอบครัวร้องไห้ เพราะทรมานจากการปวด โดยไม่รับยา เพราะเห็นว่า
นี่คือสิ่งที่พระเจ้าต้องการ เราจึงต้องคิดอุบายพูดกับเขาว่า หากผู้ท่ีสร้างคุณมา คือพระเจ้า
ผสู้ รา้ งโลกคอื พระเจ้า ผู้ท่ีส่งหมอมาให้พบคุณก็คือพระเจ้า ถูกไหม ง้ันแสดงว่า พระเจ้าประสงค์
ให้คุณมาคุยกับหมอ มารักษากับหมอหรือเปล่า ไม่ใช่ยอมรับความเจ็บปวด” หิวก็กิน ไม่หิว
ก็ไม่บังคับ ปวดแผลก็กินยา ไม่ปวดก็ไม่บังคับ อยากหลับก็ปล่อยให้หลับ โดยไม่ปลุก ติดเช้ือ
ก็ปล่อยให้ตดิ ล้วนเป็นวธิ ีรักษา โดยไม่ฝืนรา่ งกายตามธรรมชาติ

ท่มี า https://health.kapook.com/view263315.html



ในความเป็นจริงญาติใช้ความอาวรณ์ของตัวเองเป็นเครื่องมือย้ือผู้ป่วยอยู่เสมอ 5
“ถ้าญาติไม่ให้ความร่วมมือ หมอต้องโน้มน้าวให้เขาตระหนัก เช่น ถ้าคุณทรมานแบบพ่อตอนน้ี
คุณอยากมีเวลาอยู่อีกกี่นาที ถ้าคุณกินข้าวไม่ได้ ความสุขในชีวิตคุณยังเหลือเยอะไหม หรือ
การให้นอนสบาย ๆ โดยที่ไม่มีอาการปวดเลย แต่ให้ข้ีบนเตียง เยี่ยวบนเตียง จิตใจจะบ่ันทอน
หรือเปล่า คนท่ัวไปขยับไม่ได้ไม่ก่ีนาทีก็อึดอัด แล้วผู้ป่วยที่ขยับไม่ได้เลยถาวรจะไม่อึดอัดเหรอ
“ต้องสื่อให้ญาติรู้ว่านี่คือ ความทุกข์ทรมานที่เขาเจอนะ ถ้าคุณไม่ยอมให้เขาไป คุณขังเขาไว้
ในกรง ขณะที่ร่างเขามันพัง หรือถ้าญาติยังด้ืออีก เราก็ต้องใช้อีกมุกหน่ึง คือทาให้เขาเห็น
ภาพความทรมาน เช่น คนไข้แผลกดทับจากมะเร็งระยะสุดท้าย เราจะทาแผลทุกครั้งที่ญาติมา
คนไข้คนน้ันร้องดังล่ันห้อง ตะโกนว่าไม่เอาแล้ว ญาติก็จะได้เห็นเต็มตาว่า เขาทรมาน ดีกว่า
มาเยี่ยมตอนคนไข้หลับเฉย ๆ” เสียงเตียงรถเข็นเคล่ือนย้าย และทุกเคสท่ีหมอแดงดูแล คือ
เช้ือเพลิงในการพัฒนางานในสายอาชีพหมอ เพราะทุกวันคือการเรียนรู้ และการรีวิวเสมอว่า
วันนี้ ผิดพลาดอะไรไปบ้างคือประสบการณ์ อย่างเคสหนึ่ง ญาติยอมตกลงให้ผู้ป่วยได้ตายดี และ
ขอใหผ้ ้ปู ว่ ยกลบั ไปตายทีบ่ ้านบนเตียงที่คุ้นเคย แต่พออาการหนักกลับพามาหาหมออีก ซ่ึงนั่นทา
ให้เขารู้ว่า เขาพลาดการอธิบายเรื่องกระบวนการตาย (Dying Process) ท่ีคนไข้จะหายใจถี่ ๆ
หยุด ๆ ชักกระตกุ เกร็ง เขียว ตามธรรมชาติ การคุยกบั ญาติผู้ป่วย หมอแดงยอมรับอย่างเต็มปาก
เต็มคาว่า เจอพลงั งานลบอยู่บ่อยครง้ั ท้งั โดนดา่ โดนวา่ และยังพบด้านมืดหลาย ๆ อย่างท่ีเกิดข้ึน
เพราะขณะทคี่ นไข้บางคนเหนื่อยเจยี นตาย แตญ่ าตไิ ม่ยอมปลอ่ ย เพราะความผูกพัน ยังมีบางกรณี
ที่คานงึ ถึงผลประโยชน์สว่ นตัว เชน่ ดงึ เรอ่ื งบาเหนจ็ บานาญ เข้ามาเอยี่ ว

ทีม่ า https://www.estadao.com.br/saude/como-funciona-a-ecmo-terapia-usada-
pelo-humorista-paulo-gustavo/

๑๐

ทีม่ า https://www.karolinska.se/ecmo/

แม้จะไม่ใช่ทุกเคสที่คุณหมอ (หมอแดง) คนนี้ จะส่งให้ตายดีแบบท่ีคนไข้ต้องการได้
เพราะญาติบางคนยืนยันหัวชนฝาว่าไม่ยอม แต่เคสที่เขาได้ส่งคนไข้ให้ตายอย่างสงบกลับทาให้
ตัวคนไข้ตาย ตาหลับ ญาติหมดทุกข์และตัวเขาก็สุขใจ “พอเร่ิมทากระบวนการรักษา จะถาม
คนไขว้ ่าอยากทาอะไรบา้ งกอ่ นตาย เพราะนนั่ จะเป็นส่งิ ทีท่ าใหเ้ ขาช่ืนใจแน่ ๆ ก่อนจากไป บางคน
อยากฟงั เพลง แน่นอน จะเพลงอะไรเราก็เปดิ ให้ฟงั เกาหลี ลูกทุ่ง ลูกกรุง สากล “บางคนอยากฟัง
พระสวด เพือ่ ใหร้ ู้สกึ เหมือนมีสิ่งยึดเหน่ียวจิตใจนาทาง เราก็เปิดให้ฟัง หรือถ้าอยากดูซีรีส์เกาหลี
สารคดีท่องเที่ยว สารคดสี ัตวโ์ ลก ก็ตอ้ งเปดิ ใหเ้ ขาดู “มากไปกว่าน้ัน ยังเปิดเวทีให้คนในครอบครัว
คยุ กนั ไดข้ อโทษในส่ิงท่ีอยากขอโทษ เราเห็นแลว้ จะรอ้ งไห้ตาม มันอบอุ่นดีนะ ซึ่งเราจะแนะญาติ
ให้พูดแต่เรื่องดีๆ ที่คนไข้เคยทา ความภาคภูมิใจของเขาคืออะไร ก็พูดไป แต่ห้ามพูดอะไร
ที่สรา้ งห่วงขน้ึ มา เช่น กาลังจะมีหลาน อยู่ต่ออีกหน่อยนะ อะไรแบบน้ี ไม่ง้ัน เขาจะไม่หมดห่วง”
“ถ้าเป็นผม (หมอแดง) จะขอตายในกระต๊อบเล็ก ๆ ลมเย็น ๆ เบ้ืองหน้าเป็นทุ่งหญ้าท่ามกลาง
ธรรมชาติ ตายไปแลว้ หลับ ๆ ไป ไม่ทรมาน ทุกคนรอบตัวรู้อยู่แล้วว่าเราต้องการตายแบบไม่ย้ือ
คงมีความสขุ ดี”

“แลว้ แตพ่ ระเจ้าจะกาหนด”
จึงทาให้คนไข้หลายเคสท่ีมีความเช่อื แบบนี้ ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน
เขารอ้ งไห้ ครอบครวั ร้องไห้ เพราะทรมานจากการปวด โดยไม่รบั ยา

เพราะเหน็ ว่า นค่ี อื สิ่งท่ีพระเจา้ ต้องการ

๑๑

Palliative Care หรอื การดแู ลแบบประคับประคอง
“หวิ ก็กนิ ไม่หวิ ก็ไม่บงั คับ ปวดแผลก็กนิ ยา ไมป่ วดกไ็ ม่บงั คับ อยากหลับกป็ ลอ่ ยใหห้ ลับ
โดยไม่ปลุก ติดเช้ือก็ปลอ่ ยใหต้ ดิ ลว้ นเป็นวิธีรกั ษา โดยไม่ฝืนรา่ งกายตามธรรมชาติ”
หลกั การที่ถกู ต้อง เมื่อรูต้ ัวว่าเจ็บป่วยและเข้าสู่ระยะท้ายของชวี ติ 6
1. ยอมรับตามธรรมชาติวา่ ทุกชีวติ ไมว่ ่าจะยือ้ นานแค่ไหนก็ตอ้ งจากไป
2. แสดงเจตจานงไว้อยา่ งชัดเจน หรือทา Living Will เอาไว้
3. การแพทย์สมยั ใหมใ่ ช้เพ่ือช่วยลดความเจ็บปวด โดยปลอ่ ยอาการของโรคดาเนนิ ไป
ตามวถิ ีธรรมชาติ ไมไ่ ปเปลย่ี นอะไรมัน

ทมี่ า https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=7917

๑๒

อ้างองิ

1 KomChadLuek Online. 2564. Beautiful Death "ตายอย่างมคี ณุ ภาพ" วชิ าชวี ติ ท่ีตอ้ งเรยี น
กอ่ นสาย. เข้าถงึ ข้อมูลไดจ้ าก https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/474654
วนั ท่ีสืบค้นข้อมูล 26 ธนั วาคม 2565.
2 ศ.ดร.เอมอัชฌา วัฒนบรุ านนท์. ม.ป.พ. Beautiful Death การตายอย่างมคี ุณภาพ. เข้าถงึ
ขอ้ มูลไดจ้ าก https://mooc.chula.ac.th/courses/220 วันท่สี บื ค้นขอ้ มลู 26 ธันวาคม
2565.
3 มตชิ นออนไลน์. 2559. เปิดใจ ‘รศ.ดร.เอมอัชฌา’ เจ้าของวิชา ‘การตายอยา่ งมคี ุณภาพ’
เปิดใหม่ครัง้ แรกในไทย. เขา้ ถึงขอ้ มูลได้จาก https://www.matichon.co.th/education/
news_368372 วันที่สบื ค้นข้อมูล 26 ธันวาคม 2565.
4 พลอยจนั ทร์ สขุ คง. 2561. เกดิ แกเ่ จบ็ ตายเป็นเร่ืองธรรมดา แล้วตายแบบไหนหนอถึงเรียกวา่
‘มคี ุณภาพ’. เข้าถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก https://thestandard.co/quality-of-dead/ วนั ทสี่ ืบค้น
ขอ้ มูล 26 ธนั วาคม 2565.
5 พัชญส์ ติ า ไพบูลย์ศริ ิ. 2564. หมอแดง พรศักด์ิ ผู้สรา้ งนิยามที่แท้ของ ‘ตายดี’ ไมใ่ หค้ วามหวัง
แตใ่ ห้คนไขเ้ ลอื กตายได้เอง. เขา้ ถึงขอ้ มูลได้จาก https://urbancreature.co/pornsak-
phoncharoensomboon/ วันที่สบื คน้ ขอ้ มูล 26 ธันวาคม 2565.
6 Thamonwan Kuaha. 2562. น.พ.พรศกั ด์ิ ผลเจริญสมบรู ณ์ | กระบวนการตายตาม
ธรรมชาตินัน้ ส้ันและเจบ็ ปวดนอ้ ยกว่า. เข้าถึงขอ้ มูลได้จาก https://adaybulletin.com/talk-
conversation-the-last-life-lesson-06-pornsak/33878 วันทส่ี บื ค้นขอ้ มูล 26 ธันวาคม
2565.


Click to View FlipBook Version