พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว
ประวัติส่วนตัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระ
ราชสมภพเมื่อวันอังคาร เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู
เบญจศก จ.ศ. 1215 (ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.
2396) เพลาก่อนทุ่มหนึ่งบาตรหนึ่ง เป็นพระราชโอรส
ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่
พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์ (ในรัชกาล
ที่ 6 ได้มีการสถาปนาพระบรมอัฐิเป็นสมเด็จพระเทพ
ศิรินทราบรมราชินี) ครั้งนั้นพระบรมวงศานุวงศ์
เสนาบดีเข้าชื่อกันกราบบังคมทูลว่า ทุกวันนี้เจ้าฟ้าก็
ไม่มีเหมือนแต่ก่อน ขอให้ยกขึ้นเป็นเจ้าฟ้าอย่างสมัย
ก่อน จึงพระราชทานพระนามว่า เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์
ถึงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2404 จึงได้รับพระราชทาน
สุพรรณบัฏจารึกพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามกุฎ บุรุษยรัตน
ราชรวิวงศ์ วรุตมพงศบริพัตร สิริวัฒนราชกุมาร แล้ว
โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเจ้ากรมเป็น หมื่นพิฆเนศวรสุรสัง
กาศ ซึ่งคำว่า "จุฬาลงกรณ์" นั้นแปลว่า เครื่อง
ประดับผม อันหมายถึง " พระเกี้ยว " ที่มีรูปเป็นส่วน
ยอดของ
ด้านการปกครอง
พระองค์ดปรดเกล้าฯ ให้มีการตราพระราช
บัญญัติขึ้นเพื่อปกครองคณะสงฆ์ เรียกว่า
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์
ร.ศ.๑๒๑
ด้านการศึกษา
ได้ทรงสถาปนาการศึกษาของคณะสงฆ์ขึ้น
เป็นมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหากุฏ
ราชวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เขต
พระนคร กรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่สัด
มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร
กรุงเทพมหานคร
ด้านการเผยแผ่ศาสนา
ในสมัยของพระองค์ได้มีการนำเอกสารหนังสือ
ต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาพิมพ์เผยแพร่
และมีงานนิพนธ์ของนักปราชญ์เกิดขึ้นเป็นจำนวน
มาก
ด้านสาธารณูปการ
ทรงส่งเสริมสนับสนุนให้มีการก่อสร้าง
และการบุรณะซ่อมแซมวัดวาอารามต่างๆ
ที่สำคัญ พระองค์ทรงสร้างวัดที่มีชื่อเสียง
หลายวัด เช่น วัดเบญจมบพิตรดุสิต
วนาราม
คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็น
แบบอย่าง
จากการศึกษาพระราชประวัติของพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทำให้เห็น
คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างหลาย
ประการ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
๑)ทรงตั้งพระทัยศึกษาค้นคว้าหาความรู้ในทุก
ด้าน
๒)ทรงมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมอง
การณ์ไกล
๓)ทรงปรีชาสามารถ มีความรอบรู้ในหลายด้าน
๔)ทรงมีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระ
ราชกรณียกิจต่อประเทศชาติเป็นอันมากและทรงมี
คุณธรรมในการดำเนินชีวิต พระองค์จึงทรงเป็นที่
เคารพรักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทย ปวงชน
ชาวไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญา
พระองค์ว่า พระปิยมหาราช ซึ่งมีความหมายว่า
พระมหากษัตริย์ผู็ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รักของทวย
ราษฎร์
สมาชิก
๑)นายพงศกร พรมลา เลขที่๑
๒)นางสาวกนกนาท พรมสาเทศน์ เลข
ที่๓
๓)นางสาวกิจจาภรณ์ อุปพงษ์ เลขที่๔
๔)นางสาวณิชารีย์ ไชโยธา เลขที่๑๐
๕)นางสาววสุธดา ศิริจันทพันธ์ เลขที่๒๒
๖)นางสาวหทัยกาล การบรรจง เลขที่๒๔
๗)นางสาวอินธืรา คำโสมศรี เลขที่๒๗
เสนอ
ครูศศินันท์ ไชยพิมพ์