The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ahongyom, 2022-03-27 00:49:50

หลักสูตร ป2

หลักสูตร ป2

คาํ นํา

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับน>ี เป็นเอกสารประกอบ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั หนองดนิ แดง (ประชารฐั อุทศิ ) พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ จดั ทําเพTอื เป็น
กรอบและทศิ ทางในการจดั การเรยี นการสอนในการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นใหต้ รงตามมาตรฐาน ตวั ชว>ี ดั
และสาระการเรยี นรูข้ องกลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยพจิ ารณาตาม หลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั> พ>นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มอี งค์ประกอบ
ดงั ต่อไปน>ี

- วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ และเป้าประสงค์
- สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
- คณุ ภาพผเู้ รยี น
- ตวั ชว>ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- โครงสรา้ งหลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
- คาํ อธบิ ายรายวชิ า
- โครงสรา้ งรายวชิ า
- สอTื /แหลง่ เรยี นรู้
- การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
คณะผูจ้ ดั ทําขอขอบคุณผูท้ Tมี สี ่วนร่วมในการพฒั นาและจดั ทําหลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตรฉ์ บบั น>ี จนสาํ เรจ็ ลุล่วงเป็นอย่างดี และหวงั เป็นอย่างยงิT ว่าจะเกดิ ประโยชน์ต่อการจดั การ
เรยี นรใู้ หก้ บั ผเู้ รยี นต่อไป

คณะผจู้ ดั ทาํ

สาระสาํ คญั

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นวงั แขม “สว่างชยั วงษ์”
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ จดั ทาํ ขน>ึ โดยยดึ มาตรฐาน ตวั ชว>ี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั> พน>ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งหวงั
ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรท์ เTี น้นการเชTอื มโยงความรกู้ บั กระบวนการ มที กั ษะสาํ คญั ในการคน้ ควา้
และสรา้ งองคค์ วามรู้ โดยใชก้ ระบวนการในการสบื เสาะหาความรแู้ ละแกป้ ัญหาทหTี ลากหลาย ใหผ้ เู้ รยี นมี
สว่ นรว่ มในการเรยี นรู้ ทุกขนั> ตอน มกี ารทาํ กจิ กรรมดว้ ยการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ อยา่ งหลากหลาย เหมาะสม
กบั ระดบั ชนั> โดยกาํ หนดสาระสาํ คญั ดงั น>ี

๔. เทคโนโลยี
๔.๑ การออกแบบและเทคโนโลยเี รยี นรเู้ กยTี วกบั เทคโนโลยเี พTอื การดาํ รงชวี ติ ในสงั คมทมTี ี

การเปลยTี นแปลงอย่างรวดเรว็ ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ Tนื ๆ
เพTือแก้ปัญหาหรือพฒั นางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม
เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สงั คม และสงิT แวดลอ้ ม

๔.๒ วทิ ยาการคาํ นวณ เรยี นรเู้ กยTี วกบั การคดิ เชงิ คาํ นวณ การคดิ วเิ คราะหแ์ กป้ ัญหา เป็น
ขนั> ตอนและเป็นระบบ ประยุกตใ์ ชค้ วามรดู้ า้ นวทิ ยาการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการ
สอTื สาร ในการแกป้ ัญหาทพTี บในชวี ติ จรงิ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

วิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ และเป้าประสงค์
วิสยั ทศั น์

จดั การศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที มTี มี าตรฐาน เพTอื บ่มเพาะความสามารถ ทาง
วทิ ยาศาสตร์ ปลกู ฝังการสงั เคราะหค์ วามรแู้ ละแกป้ ัญหาใหก้ บั นกั เรยี น มจี ติ สาธารณะและเจตคตทิ ดTี ตี ่อ
วชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

พนั ธกิจ

๑. ยกระดบั คณุ ภาพการจดั การเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๒. จดั การศึกษามุ่งเน้นการพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปัญหาทางวทิ ยาศาสตร์ การจดั การ ทกั ษะในการสTอื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจโดยใช้
เทคโนโลยี ตลอดจนสรา้ งทศั นคตทิ ดTี ดี า้ นการเรยี นรทู้ กั ษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
๓. พฒั นาศกั ยภาพของครูและนักเรยี นตามแนวทางของการปฏริ ูปการศกึ ษาใหท้ นั กบั โลก
ปัจจบุ นั

เป้าประสงค์

๑. ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิi างการเรยี นวทิ ยาศาสตร์
๒. ผู้เรียนความสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการ
แกป้ ัญหา การจดั การทกั ษะในการสอTื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจเพอTื นําความรคู้ วามเขา้ ใจใน
เรอTื งวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยไี ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสงั คม และการดาํ รงชวี ติ
๓. ครูผูส้ อนมคี วามรูค้ วามสามารถในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูเ้ พTอื ใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ ทกั ษะ ทTี
สาํ คญั เพอTื เตรยี มความพรอ้ มเดก็ ในศตวรรษทTี ๒๑

สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รียน และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการสอTื สาร เป็นความสามารถในการรบั และสง่ สาร มวี ฒั นธรรมใน การใช้
ภาษาถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สกึ และทศั นะของตนเองเพTอื แลกเปลTยี นขอ้ มูล
ข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมทงั> การเจรจาต่อรอง
เพTอื ขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้ ต่าง ๆ การเลอื กรบั หรอื ไม่รบั ขอ้ มูลข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและ
ความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ธิ กี ารสTอื สาร ทมTี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบทมTี ตี ่อตนเอง
และสงั คม

๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคดิ
อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพอTื นําไปสกู่ ารสรา้ ง องคค์ วามรหู้ รอื
สารสนเทศเพอTื การตดั สนิ ใจเกยTี วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆทTี
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ>ืนฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสมั พนั ธแ์ ละการเปลยTี นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรมู้ าใช้
ในการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมกี ารตดั สนิ ใจทมTี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบทเTี กดิ ขน>ึ ต่อ
ตนเอง สงั คมและสงTิ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ เป็นความสามารถในการนํากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้
ในการดําเนินชวี ติ ประจําวนั การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนTือง การทํางาน และการอยู่
ร่วมกนั ในสงั คมดว้ ยการสรา้ งเสรมิ ความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและความขดั แยง้
ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม การมเี หตุผล กตญั jกู ตเวที การปรบั ตวั ใหท้ นั กบั การเปลยTี นแปลงของสงั คมและ
สภาพแวดลอ้ ม และการรจู้ กั หลกี เลยTี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ สTี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ Tนื การรกั
และภมู ใิ จในความเป็นไทยและรกั ษท์ อ้ งถนิT

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยี ดา้ น
ต่าง ๆ และมที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอTื การพฒั นาตนเองและสงั คม ในดา้ นการเรยี นรู้ การ
สอTื สาร การทาํ งาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซTอื สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มนัT ในการทาํ งาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ

สาระและมาตรฐานการเรียนร้กู ล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

แผนภาพสาระและมาตรฐานการเรียนรกู้ ล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

สาระทFี ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๑เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพTือการดํารงชีวิตในสังคมทTีมีการ
เปลยTี นแปลง อยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ Tนื ๆ เพอTื
แก้ปัญหาหรอื พฒั นางานอย่างมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใช้
เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสม โดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สงั คม และสงิT แวดลอ้ ม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คาํ นวณในการแกป้ ัญหาทพTี บในชวี ติ จรงิ อย่าง
เป็น ขนั> ตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสTอื สารในการเรยี นรู้ การทํางาน และการ
แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม

คณุ ภาพผเู้ รียน

จบชนัD ประถมศึกษาปี ทIี 3
๑.ตงั> คาํ ถามหรอื กาํ หนดปัญหาเกยTี วกบั สงTิ ทจTี ะเรยี นรตู้ ามทกTี าํ หนดใหห้ รอื ตามความสนใจสงั เกต
สํารวจตรวจสอบโดยใชเ้ ครTอื งมอื อย่างง่าย รวบรวมขอ้ มูล บนั ทกึ และอธบิ ายผลการสํารวจตรวจสอบ
ดว้ ยการเขยี นหรอื วาดภาพ และสอTื สารสงTิ ทเTี รยี นรดู้ ว้ ยการเลา่ เรอTื ง หรอื ดว้ ยการแสดงทา่ ทางเพอTื ใหผ้ อู้ Tนื
เขา้ ใจ
๒. แกป้ ัญหาอย่างงา่ ยโดยใชข้ นั> ตอนการแกป้ ัญหา มที กั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสอTื สารเบอ>ื งตน้ รกั ษาขอ้ มลู สว่ นตวั
๓. แสดงความกระตอื รอื รน้ สนใจทจTี ะเรยี นรู้ มคี วามคดิ สรา้ งสรรคเ์ กยTี วกบั เรอTื งทจTี ะศกึ ษาตามทTี
กาํ หนดให้ หรอื ตามความสนใจ มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ และยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ผอู้ นTื
๔. แสดงความรบั ผดิ ชอบด้วยการทํางานทTไี ด้รบั มอบหมายอย่างมุ่งมนัT รอบคอบ ประหยดั
ซTอื สตั ย์ จนงานลุลว่ งเป็นผลสาํ เรจ็ และทาํ งานรว่ มกบั ผอู้ นTื อยา่ งมคี วามสขุ
๕. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของการใชค้ วามรแู้ ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการดาํ รงชวี ติ
ศกึ ษาหาความรเู้ พมTิ เตมิ ทาํ โครงงานหรอื ชน>ิ งานตามทกTี าํ หนดใหห้ รอื ตามความสนใจ

สาระทีF ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาทTีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น
ขนั> ตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสTอื สารในการเรยี นรู้ การ
ทาํ งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม

ชนัD ตวั ชีDวดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป.๒ ๑. แสดงลาํ ดบั ขนั> ตอนการทาํ งาน หรอื • การแสดงขนั> ตอนการแกป้ ัญหา ทาํ ไดโ้ ดยการ
การแกป้ ัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ เขยี นบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลกั ษณ์
สญั ลกั ษณ์หรอื ขอ้ ความ • ปัญหาอยา่ งงา่ ย เชน่ เกมตวั ต่อ ๖-๑๒ ชน>ิ
การแต่งตวั มาโรงเรยี น
๒. เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้ • ตวั อยา่ งโปรแกรม เชน่ เขยี นโปรแกรมสงัT ให้
ซอฟตแ์ วรห์ รอื สอTื และตรวจหา ตวั ละครทาํ งานตามทตTี อ้ งการ และตรวจสอบ
ขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม ข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามทTี
กาํ หนด
• การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ทาํ ไดโ้ ดยตรวจสอบ
คําสงัT ทTีแจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่
เป็นไปตามทตTี อ้ งการใหต้ รวจสอบการทาํ งานที
ละคาํ สงัT
• ซอฟต์แวร์หรอื สTอื ทใTี ชใ้ นการเขยี นโปรแกรม
เช่น ใช้บัตรคําสังT แสดงการเขียนโปรแกรม,
Code.org
๓. ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ ง จดั หมวดหมู่ • การใชง้ านซอฟตแ์ วรเ์ บอ>ื งตน้ เชน่ การเขา้
คน้ หาจดั เกบ็ เรยี กใชข้ อ้ มลู และออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การ
ตามวตั ถุประสงค์ จัดเก็บ การเรียกใช้ไฟล์การแก้ไขตกแต่ง
เอกสารทําได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรม
ประมวลคํา โปรแกรมกราฟิ ก โปรแกรม
นําเสนอ
• การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลTียนชTือ จัด
หมวดหมู่ไฟล์และโฟลเดอร์อย่างเป็ นระบบจะ
ทาํ ใหเ้ รยี กใชค้ น้ หาขอ้ มลู ไดง้ า่ ยและรวดเรว็
๔. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ อยา่ ง • การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั
ปลอดภยั ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง ในการใช้ เช่น รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการ
คอมพวิ เตอรร์ ว่ มกนั ดแู ลรกั ษาอุปกรณ์ เผยแพรข่ อ้ มลู สว่ นตวั และไมบ่ อกขอ้ มลู สว่ นตวั
เบอ>ื งตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม กับบุคคลอTืนยกเว้นผู้ปกครองหรือครูแจ้ง
ผเู้ กยTี วขอ้ งเมอTื ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื เกยTี วกบั
การใชง้ าน

• ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษา
อุปกรณ์ เชน่ ไมข่ ดี เขยี นบนอุปกรณ์ ทาํ ความ
สะอาด ใชอ้ ุปกรณ์อยา่ งถกู วธิ ี
• การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จดั ท่านังT ให้
ถูกต้อง การพักสายตาเมTือใช้อุปกรณ์เป็ น
เวลานาน ระมดั ระวงั อุบตั เิ หตุจากการใชง้ าน

ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรียนรู3

ชนัK ประถมศึกษาปี ทีF 2

สาระทIี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคาํ นวณในการแก้ปัญหาทIีพบในชีวิตจริงอย่างเป็ น
ขนัD ตอนและเป็ นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสIือสารในการเรียนรู้ การทาํ งาน และ
การแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร้เู ท่าทนั และมีจริยธรรม

ตวั ชีDวดั สาระการเรียนรู้
\. แสดงลาํ ดบั ขนัD ตอนการทาํ งาน
หรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย Ø การแสดงขนั> ตอนการแกป้ ัญหาทาํ ไดโ้ ดยการเขยี นบอก
โดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรอื ข้อความ เลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลกั ษณ์
]. เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้
ซอฟตแ์ วรห์ รอื สIือและตรวจหา Ø ปัญหาอยา่ งงา่ ย เชน่ เกมตวั ต่อ w - xy ชน>ิ การแต่งตวั
ข้อผิดพลาด มาโรงเรยี น
ของโปรแกรม
Ø ตวั อยา่ งโปรแกรม เชน่ เขยี นโปรแกรมสงัT ใหต้ วั ละคร
`. ใช้เทคโนโลยีในการสร้างจดั ทาํ งานตามทตTี อ้ งการ และตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดปรบั
หมวดหมู่ ค้นหาจดั เกบ็ เรียกใช้ข้อมลู แกไ้ ขใหไ้ ดผ้ ลลพั ธต์ ามทกTี าํ หนด
ตามวตั ถปุ ระสงค์
Ø การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดทาํ ไดโ้ ดยตรวจสอบคาํ สงัT ทแTี จง้
ขอ้ ผดิ พลาด หรอื หากผลลพั ธไ์ มเ่ ป็นไปตามทตTี อ้ งการให้
ตรวจสอบการทาํ งานทลี ะคาํ สงัT

Ø ซอฟตแ์ วรห์ รอื สอTื ทใTี ชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เชน่ ใชบ้ ตั ร
คาํ สงัT แสดงการเขยี นโปรแกรม Code.org

Ø การใชง้ านซอฟตแ์ วรเ์ บอ>ื งตน้ เชน่ การเขา้ และออกจาก
โปรแกรม การสรา้ งไฟล์ การจดั เกบ็ การเรยี กใชไ้ ฟล์
การแกไ้ ขตกแต่งเอกสาร ทาํ ไดใ้ นโปรแกรม เชน่
โปรแกรมประมวลคาํ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรม
นําเสนอ

Ø การสรา้ ง คดั ลอก ยา้ ย ลบ เปลยTี นชอTื จดั หมวดหมไู่ ฟล์
และโฟลเดอรอ์ ยา่ งเป็นระบบจะทาํ ใหเ้ รยี กใช้ คน้ หา
ขอ้ มลู ไดง้ า่ ยและรวดเรว็

ตวั ชีDวดั สาระการเรียนรู้
4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง Ø การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เชน่ รจู้ กั
ปลอดภยั ปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการใช้
คอมพิวเตอร์ ขอ้ มลู สว่ นตวั อนั ตรายจากการเผยแพรข่ อ้ มลู สว่ นตวั
ร่วมกนั ดแู ลรกั ษาอปุ กรณ์เบอืD งต้น ใช้ และไมบ่ อกขอ้ มลู สว่ นตวั กบั บุคคลอนTื ยกเวน้ ผปู้ กครอง
งานอย่างเหมาะสม หรอื ครแู จง้ ผเู้ กยTี วขอ้ งเมอTื ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื
เกยTี วกบั การใชง้ าน
Ø ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการใชง้ านและการดแู ลรกั ษาอุปกรณ์ เชน่ ไม่
ขดี เขยี นบนอุปกรณ์ ทาํ ความสะอาด ใชอ้ ุปกรณ์อยา่ งถกู
วธิ ี
Ø การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม เชน่ จดั ทา่ นงัT ใหถ้ กู ตอ้ ง การ
พกั สายตาเมอTื ใชอ้ ุปกรณ์เป็นเวลานาน ระมดั ระวงั
อุบตั เิ หตุจากการใชง้ าน

คําอธิบายรายวิชา

เทคโนโลยี วิทยาการคาํ นวณ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนัD ประถมศึกษาปี ทIี 2 เวลา ]b ชวัI โมง / ปี

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะในการแกป้ ญั หาโดยใช้การแสดงข้นั ตอนการแก้ปญั หา ทําไดโ้ ดยการเขียน

บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สญั ลักษณ์ ใชก้ ระบวนการความคดิ เชิงวิเคราะห์ เพือ่ นํามาใชแ้ ก้ปญั หา

ในการเขียนโปรแกรมและในชีวิตจริง เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ สั่งให้ตัวละคร

ทํางานตามที่ต้องการ และตรวจสอบข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กําหนด จัดหมวดหมู่ไฟล์

และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะทําให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

อยา่ งปลอดภัย ขอ้ ปฏิบัตใิ นการใชง้ านและการดูแลรกั ษาอุปกรณ์

ตวั ชีว้ ดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ)
1. แสดงลําดับขนั้ ตอนตอนการทํางาน หรือการแก้ปญั หาอยา่ งงา่ ย โดยใชภ้ าพ สญั ลกั ษณ์หรอื ขอ้ ความ
2. เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรอื ส่ือและตรวจหาข้อผดิ พลาด ของโปรแกรม
3. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่ คน้ หาจดั เกบ็ เรยี กใชข้ ้อมูล ตามวัตถุประสงค์
4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภยั ปฏิบัตติ าม ขอ้ ตกลงในการใช้คอมพวิ เตอรร์ ว่ มกนั
ดูแลรักษาอุปกรณ์ เบื้องต้น ใช้งานอย่างเหมาะสม
รวม 4 ตวั ชี้วดั

โครงสรา้ งรายวชิ า

เทคโนโลยี วิทยาการคาํ นวณ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนัD ประถมศึกษาปี ทีI 2 เวลา ]b ชวัI โมง / ปี

ลาํ ดบั ทIี หน่วยการเรียนร้/ู เรIือง มาตรฐาน สาระสาํ คญั เวลา คะแนน
การเรียนร้/ู (ชวัI โมง)

ตวั ชีDวดั

1 การใช้เทคโนโลยี ว z.y ป.2/4 - การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2 10
สารสนเทศอย่าง อยา่ งปลอดภยั เชน่ รจู้ กั ขอ้ มลู 4 10
ปลอดภยั สว่ นตวั อนั ตรายจากการ
เผยแพรข่ อ้ มลู สว่ นตวั
2 การใช้ประโยชน์จาก ว z.y ป.2/3 - ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการใชง้ าน
เทคโนโลยี และการดแู ลรกั ษาอุปกรณ์
เชน่ ไมข่ ดี เขยี นบนอุปกรณ์
ทาํ ความสะอาดใชอ้ ุปกรณ์
อยา่ งถกู วธิ ี
- การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
เชน่ จดั ทา่ นงัT ใหถ้ กู ตอ้ ง การ
พกั สายตาเมอTื ใชอ้ ุปกรณ์เป็น
เวลานาน ระมดั ระวงั อุบตั เิ หตุ
จากการใชง้ าน
- การใชง้ านซอฟตแ์ วร์
เบอ>ื งตน้ เชน่ การเขา้ และออก
จากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์
การจดั เกบ็ การเรยี กใชไ้ ฟล์
การแกไ้ ขตกแต่งเอกสาร ทาํ
ไดใ้ นโปรแกรม เชน่ โปรแกรม
ประมวลคาํ โปรแกรมกราฟิก
โปรแกรมนําเสนอ
- การสรา้ ง คดั ลอก ยา้ ย ลบ
เปลยTี นชอTื จดั หมวดหมไู่ ฟล์
และโฟลเดอรอ์ ยา่ งเป็นระบบ
จะทาํ ใหเ้ รยี กใช้ คน้ หาขอ้ มลู
ไดง้ า่ ยและรวดเรว็

ลาํ ดบั ทีI หน่วยการเรียนร/ู้ กมาารตเรรียฐนาโนรค/ู้ รงสรา้ งแผนสากระาสราํ จคัดญั การเรียนรู้ เวลา คะแนน
เรIือง (ชวัI โมง)
ตวั ชีDวดั

3 การแก้ปัญหาอย่าง ว z.y ป.2/1 - การแกป้ ัญหาโดยใช้ 4 10
เป็นลาํ ดบั ขนัD ตอน
วธิ กี ารคดิ อยา่ งเป็นระบบ

รจู้ กั แยกแยะปัญหา
เขา้ ใจความสาํ คญั ของปัญหา
รจู้ กั วเิ คราะหร์ ปู แบบของปัญหา
ออกแบบและแสดงลาํ ดบั ขนั> ตอนการ
แกป้ ัญหา
- การแสดงขนั> ตอนการแกป้ ัญหาทาํ ได้
โดยการเขยี นบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใช้
สญั ลกั ษณ์
ว z.y ป.2/2 - เขยี นโปรแกรมสงัT ใหต้ วั ละครทาํ งาน 4 10
4 การเขียนโปรแกรม
เบอืD งต้น ตามทตTี อ้ งการ และตรวจสอบ

5 Scratch ขอ้ ผดิ พลาดปรบั แกไ้ ขใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์

ตามทกTี าํ หนด

- การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดทาํ ไดโ้ ดย

ตรวจสอบคาํ สงัT ทแTี จง้ ขอ้ ผดิ พลาด หรอื

หากผลลพั ธไ์ มเ่ ป็นไปตามทตTี อ้ งการให้

ตรวจสอบการทาํ งานทลี ะคาํ สงัT

ว z.y ป.2/2 - การใชง้ านซอฟตแ์ วรเ์ บอ>ื งตน้ เชน่ 6 20

การเขา้ และออกจากโปรแกรม การสรา้ ง

ไฟล์ การจดั เกบ็ การเรยี กใชไ้ ฟล์ การ

แกไ้ ขตกแต่งเอกสาร ทาํ ไดใ้ นโปรแกรม

เชน่ โปรแกรมประมวลคาํ โปรแกรม

กราฟิก โปรแกรมนําเสนอ

- การแสดงขนั> ตอนการแกป้ ัญหาทาํ ได้

โดยการเขยี นบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใช้

สญั ลกั ษณ์

สอบปลายภาค 40

รวม 20 100

หน่วยการเรียนรู้ แผนการ วิธีการจดั ทกั ษะทีIได้ การประเมิน เวลา
หน่วยการเรียนรู้ จดั การ กิจกรรมการ 1.ทกั ษะความคดิ 1.ใบงานทTี 1.1 (ชวัI โมง)
ทีI 1 การใช้ เรียนรู้ สรา้ งสรรค์
เทคโนโลยี แผนการ เรียนรู้ 2.ทกั ษะการ 1.แบบประเมนิ 1
สารสนเทศอย่าง จดั การเรยี นรู้ 1.วธิ กี ารสอนแบบ สอTื สาร รายบุคคล
ปลอดภยั ทTี 1 สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน 3.ทกั ษะการคดิ 1
ขอ้ มลู สว่ นตวั (Creativity-Based อยา่ งเป็นระบบ x.แบบประเมนิ
หน่วยการเรียนรู้ Learning : CBL) 4.ทกั ษะการคดิ รายบุคคล 2
ทIี 2 แผนการ 2. การเรยี นแบบ วเิ คราะห์
การใช้ประโยชน์ จดั การเรยี นรู้ สบื เสาะหาความรู้ x.ทกั ษะความคดิ
จากเทคโนโลยี ทTี 2 ‰ ขนั> ตอน (The 5 สรา้ งสรรค์
อุปกรณ์ E’s of Inquiry- y.ทกั ษะการ
เทคโนโลยใี น Based Learning) สอTื สาร
ชวี ติ ประจาํ วนั 1.วธิ กี ารสอนแบบ ”.ทกั ษะการคดิ
แผนการ สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน อยา่ งเป็นระบบ
จดั การเรยี นรู้ (Creativity-Based z.ทกั ษะการคดิ
ทTี 3 Learning : CBL) วเิ คราะห์
การใชง้ าน 2. การเรยี นแบบ x.ทกั ษะความคดิ
โปรแกรม สบื เสาะหาความรู้ สรา้ งสรรค์
PowerPoint ‰ ขนั> ตอน (The 5 y.ทกั ษะการ
ในการสรา้ ง E’s of Inquiry- สอTื สาร
งาน Based Learning) ”.ทกั ษะการคดิ
1.วธิ กี ารสอนแบบ อยา่ งเป็นระบบ
สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน 4.ทกั ษะการ
(Creativity-Based แกป้ ัญหา
Learning : CBL)
y.วธิ กี ารสอนโดย
การลงมอื ปฏบิ ตั ิ
(Practice)

หน่วยการเรียนรู้ แผนการ วิธีการจดั ทกั ษะทIีได้ การประเมิน เวลา
จดั การ กิจกรรมการ 1.แบบประเมนิ (ชวัI โมง)
หน่วยการเรียนรู้ เรียนรู้ 1.ทกั ษะความคดิ ผลงาน
ทIี 3 แผนการ เรียนรู้ สรา้ งสรรค์ 2.แบบประเมนิ 2
การแก้ปัญหา จดั การเรยี นรู้ x.วธิ กี ารสอน 2.ทกั ษะการสอTื สาร รายบุคคล
อย่างเป็นลาํ ดบั ทTี 4 แบบสรา้ งสรรค์ 3.ทกั ษะการคดิ 4
ขนัD ตอน วธิ กี ารจดั เกบ็ เป็นฐาน อยา่ งเป็นระบบ 1.ใบงานทTี 3.1
หน่วยการเรียนรู้ ไฟล์ (Creativity-Based 4.ทกั ษะการคดิ y.ใบงานทTี 3.2 2
ทIี f Learning : CBL) วเิ คราะห์ ”.ใบงานทTี 3.3
การเขียน แผนการ y.วธิ กี ารสอน 5.ทกั ษะการ z.แบบประเมนิ
โปรแกรม จดั การเรยี นรู้ โดยการลงมอื แกป้ ัญหา กจิ กรรมกลมุ่
เบอืD งต้น ทTี ‰ ปฏบิ ตั ิ x.ทกั ษะความคดิ ‰.แบบประเมนิ
ปัญหาคอื (Practice) สรา้ งสรรค์ รายบุคคล
อะไร อะไรคอื x.วธิ กี ารสอน y.ทกั ษะการสอTื สาร x.ใบงานทTี z.1
ปัญหา? แบบสรา้ งสรรค์ ”.ทกั ษะการคดิ y.ใบงานทTี z.y
เป็นฐาน อยา่ งเป็นระบบ ”.แบบประเมนิ
แผนการ (Creativity-Based z.ทกั ษะการคดิ รายบุคคล
จดั การเรยี นรู้ Learning : CBL) วเิ คราะห์
ทTี w 2.วธิ กี ารสอน ‰.ทกั ษะการทาํ งาน
การเขยี น แบบใชเ้ กม รว่ มกนั
โปรแกรมดว้ ย (Game) 6.ทกั ษะการ
บตั รคาํ สงัT แกป้ ัญหา
x.วธิ กี ารสอน x.ทกั ษะความคดิ
แบบสรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์
เป็นฐาน y.ทกั ษะการสอTื สาร
(Creativity-Based ”.ทกั ษะการคดิ
Learning : CBL) อยา่ งเป็นระบบ
2.วธิ กี ารสอน z.ทกั ษะการคดิ
แบบใชเ้ กม วเิ คราะห์
(Game) 5.ทกั ษะการ
แกป้ ัญหา

หน่วยการเรียนรู้ แผนการ วิธีการจดั ทกั ษะทIีได้ การประเมิน เวลา
จดั การ กิจกรรมการ 1.ใบงานทTี 4.3 (ชวัI โมง)
เรียนรู้ x.ทกั ษะความคดิ y.ใบงานทTี 4.4
แผนการ เรียนรู้ สรา้ งสรรค์ ”.แบบประเมนิ 2
จดั การเรยี นรู้ x.วธิ กี ารสอนแบบ y.ทกั ษะการ กจิ กรรมกลมุ่
ทTี ˜ สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน สอTื สาร 6
(Creativity-Based ”.ทกั ษะการคดิ 1.แบประเมนิ
Unplugged Learning : CBL) อยา่ งเป็นระบบ ผลงาน
Game 2.วธิ กี ารสอนแบบ z.ทกั ษะการคดิ y.แบบประเมนิ
ใชเ้ กม (Game) วเิ คราะห์ รายบุคคล
หน่วยการเรียนรู้ แผนการ ‰.ทกั ษะการ
ทIี 5 จดั การเรยี นรู้ x.วธิ กี ารสอนแบบ ทาํ งานรว่ มกนั
ทTี ™ สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน w.ทกั ษะการ
Scratch (Creativity-Based แกป้ ัญหา
Scratch Learning : CBL) x.ทกั ษะความคดิ
y.วธิ กี ารสอนโดย สรา้ งสรรค์
การลงมอื ปฏบิ ตั ิ y.ทกั ษะการ
(Practice) สอTื สาร
”.ทกั ษะการคดิ
อยา่ งเป็นระบบ
z.ทกั ษะการคดิ
วเิ คราะห์
5.ทกั ษะการ
แกป้ ัญหา

สืFอ/แหล่งเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จดั ทําสTอื และจดั ให้มแี หล่งเรียนรู้ ตาม
หลกั การ และนโยบายของการจดั การศกึ ษาขนั> พน>ื ฐาน ดงั น>ี

สTอื การเรยี นรู้เป็นเครTอื งมอื ส่งเสรมิ สนับสนุนการจดั การกระบวนการเรยี นรู้ ให้ผูเ้ รยี นเขา้ ถงึ
ความรูท้ กั ษะกระบวนการ และคุณลกั ษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ สTอื การ
เรยี นรมู้ หี ลากหลายประเภท ทงั> สอTื ธรรมชาติ สอTื สงTิ พมิ พ์ สอTื เทคโนโลยี และเครอื ขา่ ยการเรยี นรตู้ ่าง ๆ ทTี
มีในท้องถิTนการเลือกใช้สTอื ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกบั ระดบั พฒั นาการ และลีลาการเรียนรู้ทTี
หลากหลายของผูเ้ รยี นการจดั หาสTอื การเรยี นรู้ ผูเ้ รยี นและผูส้ อนสามารถจดั ทําและพฒั นาขน>ึ เอง หรอื
ปรบั ปรุงเลอื กใชอ้ ยา่ งมคี ุณภาพจากสอTื ต่าง ๆ ทมTี อี ยรู่ อบตวั เพอTื นํามาใชป้ ระกอบในการจดั การเรยี นรทู้ Tี
สามารถส่งเสรมิ และสTอื สารให้ผู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ โดยสถานศกึ ษาควรจดั ให้มอี ย่างพอเพยี ง เพTอื
พฒั นาใหผ้ เู้ รยี น เกดิ การเรยี นรอู้ ยา่ งแทจ้ รงิ สถานศกึ ษาเขตพน>ื ทกTี ารศกึ ษา หน่วยงานทเTี กยTี วขอ้ งและผู้
มหี น้าทจTี ดั การศกึ ษาขนั> พน>ื ฐาน ควรดาํ เนินการดงั น>ี

๑.จดั ให้มแี หล่งการเรยี นรู้ ศูนย์สTอื การเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครอื ข่ายการ
เรียนรู้ทTีมีประสิทธิภาพทงั> ในสถานศึกษาและในชุมชน เพTือการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลTียน
ประสบการณ์การเรยี นรรู้ ะหวา่ งสถานศกึ ษา ทอ้ งถนTิ ชมุ ชน สงั คมโลก

๒.จดั ทําและจดั หาสTอื การเรยี นรู้สําหรบั การศึกษาค้นคว้าของผู้เรยี น เสรมิ ความรู้ให้ผู้สอน
รวมทงั> จดั หาสงTิ ทมTี อี ยใู่ นทอ้ งถนTิ มาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสอTื การเรยี นรู้

๓.เลอื กและใช้สTอื การเรยี นรูท้ Tมี คี ุณภาพ มคี วามเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคล้องกบั
วธิ กี ารเรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบุคคลของผเู้ รยี น

๔.ประเมนิ คณุ ภาพของสอTื การเรยี นรทู้ เTี ลอื กใชอ้ ยา่ งเป็นระบบ
๕.ศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ยั เพอTื พฒั นาสอTื การเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งกบั กระบวนการเรยี นรู้ ของผเู้ รยี น
๖.จดั ใหม้ กี ารกํากบั ตดิ ตาม ประเมนิ คุณภาพและประสทิ ธภิ าพเกTยี วกบั สTอื และการใชส้ Tอื การ
เรยี นรเู้ ป็นระยะ ๆ และสมTาํ เสมอ
ในการจดั ทาํ การเลอื กใช้ และการประเมนิ คณุ ภาพสอTื การเรยี นรทู้ ใTี ชใ้ นสถานศกึ ษาควรคาํ นึงถงึ
หลกั การสาํ คญั ของสอTื การเรยี นรู้ เชน่ ความสอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้ การออกแบบ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ การจดั ประสบการณ์ใหผ้ ูเ้ รยี น เน>ือหามคี วามถูกต้องและทนั สมยั ไม่กระทบความ
มนัT คงของชาติ ไมข่ ดั ต่อศลี ธรรม มกี ารใชภ้ าษาทถTี กู ตอ้ ง รปู แบบการนําเสนอทเTี ขา้ ใจงา่ ย และน่าสนใจ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ คะแนน
อตั ราส่วนคะแนน ๘๐
๗๐
คะแนนระหว่างปี การศึกษา : สอบปลายปี การศึกษา = ๗๐ : ๓๐
๑๐
รายการวดั ๒๐
๑๐๐
Ø ระหว.างภาค
มกี ารวดั และประเมินผล ดงั นี้
๑. คะแนนระหว.างป;การศกึ ษา
๑.๑ วดั โดยใชBแบบทดสอบ
๑.๒ วัดทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ (เลือกวัดตามแผนการจดั การเรยี นรBู)
๑.๒.๑ ภาระงานทีม่ อบหมาย
- การทำใบงาน/แบบฝTกหัด/แบบฝTกทักษะ
- การแกปB ;ญหาทางวิทยาศาสตรV
- การศึกษาคBนควBาทางวิทยาศาสตรV
- การร.วมกิจกรรมการเรยี นรูB
๑.๒.๒ แฟมX สะสมงานวทิ ยาศาสตรV
๑.๒.๓ โตรงงานวทิ ยาศาสตรV
๑.๒.๔ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรV และสมรรถนะสำคัญของผูเB รยี น
๑.๓ วัดคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคV และเจตคตทิ ดี่ ตี .อวชิ าวทิ ยาศาสตรV
๒. คะแนนสอบกลางป;การศกึ ษา
วดั และประเมนิ ผลโดยใชBแบบทดสอบ

Ø คะแนนสอบปลายปก; ารศกึ ษา
มวี ดั และประเมนิ ผลโดยใชBแบบทดสอบ

รวม

เกณฑก% ารวัดผลประเมนิ ผล

๑. การวดั และประเมนิ ผลโดยใชแ8 บบทดสอบ
๑.๑ เกณฑใV หคB ะแนนแบบทดสอบแบบเลอื กตอบ พิจารณาจากความถูกผดิ ของการเลือกตอบ
ตอบถกู ใหB ๑ คะแนน ตอบผิดใหB ๐ คะแนน
๑.๒ เกณฑใV หBคะแนนแบบทดสอบแบบถกู ผิด พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของคาํ ตอบ
ตอบถูกใหB ๑ คะแนน ตอบผิดใหB ๐ คะแนน
๑.๓ เกณฑใV หคB ะแนนแบบทดสอบแบบเตมิ คํา พิจารณาจากความถกู ผิดของคําตอบ
ตอบถกู ใหB ๑ คะแนน ตอบผิดใหB ๐ คะแนน
๑.๔ เกณฑVใหBคะแนนแบบทดสอบแบบจับคู. พจิ ารณาจากความถกู ผิดของการจบั คู.
จับคถู. กู ใหB ๑ คะแนน จบั คผู. ดิ ใหB ๐ คะแนน
๑.๕ เกณฑVใหBคะแนนแบบทดสอบแบบเปรียบเทียบ พิจารณาจากความถูกผิดของ การ
เปรียบเทยี บ
เปรียบเทยี บถกู ใหB ๑ คะแนน เปรียบเทยี บผดิ ใหB ๐ คะแนน
๑.๖ เกณฑVการใหคB ะแนนแบบทดสอบแบบเขียนตอบ พจิ ารณาจากคำตอบในภาพรวมท้ังหมด

โดยกำหนดระดบั คะแนนเปfน ๕ ระดบั ดังนี้

ระดบั คะแนน เกณฑก@ ารใหค8 ะแนน
๔ ตอบไดถB ูกตอB ง สามารถอธบิ ายเหตุผลไดชB ดั เจน แสดงแนวคิดเชิงเปรยี บเทียบ

๓ ตอบไดถB ูกตBอง สามารถอธิบายเหตผุ ลไดBอย.างชดั เจน
๒ ตอบไดถB ูกตBอง สามารถอธบิ ายเหตุผลไดBเปนf บางสว. น แต.ยังไมอ. ย.างชัดเจน

๑ ตอบไดถB ูกตอB ง แตไ. ม.สามารถอธิบายเหตผุ ลไดB
๐ ตอบไม.ถกู ตอB ง และไมส. ามารถอธิบายเหตุผลไดB

๑.๗ เกณฑVการใหBคะแนนแบบทดสอบแบบต.อเนื่อง

(๑) เกณฑVการใหคB ะแนนแบบทดสอบแบบต.อเนื่องทกี่ ำหนดสถานการณV
พิจารณาจากความถูกผดิ ของคาํ ตอบ ตอบถูกใหB ๑ คะแนน
ตอบผิดใหB ๐ คะแนน

(๒) เกณฑกV ารใหBคะแนนแบบทดสอบแบบตอ. เน่ืองสองข้ันตอน
โดยกำหนดระดับคะแนนเปนf ๓ ระดับ ดงั นี้

ระดบั คะแนน เกณฑ@การใหค8 ะแนน

๑ เลือกคำตอบและบอกเหตผุ ลประกอบถูกตBอง
เลือกคำตอบถูกตอB ง แต.บอกเหตผุ ลประกอบไม.ถูกตBอง หรือ เลอื กคำตอบ ไมถ. กู ตอB ง แต.
๐ บอกเหตุผลประกอบไดสB อดคลBองกบั คำตอบที่เลือก
เลอื กคำตอบและบอกเหตผุ ลประกอบไมถ. ูกตBอง

๑.๘ เกณฑVการใหBคะแนนแบบทดสอบแสดงวิธีทำ โดยกำหนดระดบั คะแนนเปนf ๕ ระดับ ดังนี้

ระดบั คะแนน เกณฑ@การให8คะแนน
๔ คำตอบถกู ตอB งและแสดงวธิ ีทำที่มีประสทิ ธภิ าพ โดยแสดงถงึ การ อย.างเปนf ระบบ และการ
คิดวเิ คราะหV

๒ คำตอบถูกตอB งและแสดงวธิ ที ำถูกตอB งสมบูรณ
๑ คำตอบถูกตBอง แต.แสดงวธิ ที ำถกู ตอB ง

คำตอบถกู ตBอง มีการแสดงแสดงวธิ ีทำ แตย. ังไม.สมบรู ณ
คำตอบไม.ถูกตBอง และแสดงวิธที ำไม.ถกู ตอB ง

๒.การวดั และประเมนิ ผลด8านทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ
ภาระงานที่มอบหมาย
- ใบงาน/แบบฝกL หัด/แบบฝLกทกั ษะ
กำหนดเกณฑกV ารใบงาน/แบบฝTกหดั /แบบฝTกทกั ษะ ๔ ระดับ ดังนี้

ระดับ เกณฑ@การให8คะแนน
คณุ ภาพ
- ทำใบงาน/แบบฝTกหัด/แบบฝกT ทักษะครบถBวนและเสรจ็ ตามกาํ หนดเวลา
๔ - ทำใบงาน/แบบฝกT หัด/แบบฝTกทักษะไดBถกู ตอB ง
(ดมี าก) - แสดงลำดบั ขัน้ ตอนของการทำใบงาน/แบบฝTกหดั /แบบฝกT ทกั ษะชัดเจนเหมาะสม
- ทำใบงาน/แบบฝTกหดั /แบบฝกT ทกั ษะครบถBวนและเสรจ็ ตามกาํ หนดเวลา
๓ - ทำใบงาน/แบบฝกT หดั /แบบฝกT ทกั ษะไดBถูกตอB ง
(ด)ี - สลับขน้ั ตอนของการทำใบงาน/แบบฝTกหัด/แบบฝTกทกั ษะ หรอื ไม.ระบุข้นั ตอนของการทำใบงาน/
แบบฝกT หดั /แบบฝกT ทักษะ
๒ - ทำใบงาน/แบบฝกT หดั /แบบฝTกทกั ษะครบถBวน แตเ. สร็จหลงั กําหนดเวลาเลก็ นBอย
(พอใชB) - ทำใบงาน/แบบฝกT หดั /แบบฝTกทกั ษะขอB ไมถ. ูกตอB ง

- สลับขนั้ ตอนของการทำใบงาน/แบบฝTกหัด/แบบฝTกทกั ษะ หรอื ไมร. ะบุขั้นตอ ของการทำใบงาน/
แบบฝกT หดั /แบบฝTกทกั ษะ

- ทำใบงาน/แบบฝกT หัด/แบบฝกT ทกั ษะไมค. รบถBวน หรือไม.เสรจ็ ตามกำหนด เวลาเลก็
๑ - ทำใบงาน/แบบฝกT หดั /แบบฝTกทักษะไม.ถูกตBอง
(ปรบั ปรงุ ) - แสดงลำดับข้ันตอนของการทำใบงาน/แบบฝกT หัด/แบบฝกT ทักษะไมส. ัมพนั ธV กบั โจทยหV รอื ไมแ. สดง

ลำดบั ขัน้ ตอน

การประเมินผลการรวO มกจิ กรรมการเรียนร8ู
การร.วมกิจกรรมการเรียนรูBส.วนใหญ.มอบหมายภาระงานเปfนกลุ.ม กำหนดเกณฑVการ
ประเมนิ ผลการรว. มกจิ กรรมการเรยี นรBู ดงั นี้

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ@การพิจารณา
๑. การวางแผน
๓ (ดี) - วางแผนและมอบหมายหนBาทีใ่ หสB มาชิกไดBชัดเจน
๒. ความรว. มมอื ๒ (พอใช)B - วางแผน แตม. อบหมายหนBาทใ่ี หBสมาชกิ ไม.ชัดเจน
ในกลม.ุ ๑ (ปรบั ปรุง) - ไม.มกี ารวางแผน
๓. ทักษะการ
ปฏิบตั กิ าร ๓ (ด)ี - ทกุ คนทำงานตามหนาB ท่รี บั ผดิ ชอบ
๔. การเขยี นรายงาน ๒ (พอใชB) - สมาชิกส.วนมากทำงานตามหนBาท่ี
๑ (ปรับปรงุ ) - สมาชิกไมท. ำงานตามหนาB ท่ี
๕. เวลา
๓ (ดี) - ปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอนอย.างถกู ตBองเหมาะสม
๒ (พอใช)B - ปฏิบัตติ ามข้นั ตอนแตย. งั มขี อB ผิดพลาดเปนf บางสว. น
๑ (ปรับปรงุ ) - ไมส. ามารถปฏบิ ัตไิ ดBตามข้นั ตอนและมีความผดิ พลาด

๓ (ด)ี - เขยี นรายงานไดถB ูกตอB งเหมาะสมและนำเสนอไดสB มบูรณV
๒ (พอใชB) - เขียนรายงานไมส. มบูรณV

๑ (ปรบั ปรุง) - รายงานมีขอB ผิดพลาดหรอื ไมเ. ขยี นรายงาน

๓ (ดี) - ปฏิบตั ิงานเสร็จสมบูรณตV ามเวลาท่กี ำหนด
๒ (พอใช)B - ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ตามเวลาทก่ี ำหนดแตไ. ม.สมบรู ณV

๑ (ปรบั ปรุง) - ปฏิบตั งิ านไมเ. สร็จสมบรู ณตV ามเวลาท่ีกำหนด

สมรรถนะสำคัญของผเ8ู รยี น
- การประเมินผลสมรรถนะสำคัญของผูBเรียน ประเมินโดยใชBแบบประเมินสมรรถนะสำคัญ

ของผเBู รยี น กำหนดเกณฑกV ารประเมนิ ดังนี้

ระดบั คุณภาพ เกณฑ@การใหค8 ะแนน
(๓)
ดีเยย่ี ม ผูBเรยี นปฏิบัติตนตามสมรรถนะจนเปfนนสิ ัย และนําไปใชใB นชีวิตประจำวนั
เพื่อประโยชนVสุขของตนเองและสังคม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดับดเี ย่ยี ม
(๒) จำนวน ๓-๕ สมรรถนะ และไมม. ีสมรรถนะใดไดBผลการประเมนิ ต่ำกวา. ระดบั ดี
ดี
ผBูเรยี นมสี มรรถนะในการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑV เพือ่ ใหเB ปนf การยอมรับของสงั คม
(๑) พจิ ารณาจาก
พอใช8
(๐) ๑. ไดผB ลการประเมินระดบั ดีเยี่ยม จำนวน ๑-๒ สมรรถนะ
ปรบั ปรงุ และไมม. ีสมรรถนะใดไดBผลการประเมินต่ำกว.าระดบั ดี หรอื

๒. ไดผB ลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๒ สมรรถนะ
และไมม. สี มรรถนะใดไดผB ลการประเมนิ ต่ำกวา. ระดับผ.าน หรือ

๓. ไดผB ลการประเมินระดบั ดี จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ
และไม.มีสมรรถนะใดไดผB ลการประเมินต่ำกว.าระดบั ผ.าน

ผเBู รียนรับรูBและปฏบิ ัติตามกฎเกณฑแV ละเงื่อนไขทสี่ ถานศกึ ษากำหนด พจิ ารณาจาก
๑. ไดBผลการประเมินระดับผา. น จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ
และไม.มีสมรรถนะใดไดBผลการประเมินตำ่ กวา. ระดับผ.าน หรอื
๒. ไดผB ลการประเมินระดบั ดี จำนวน ๒ สมรรถนะ และไม.มีสมรรถนะใด
ไดผB ลการประเมนิ ตำ่ กว.าระดบั ผา. น

ผBูเรยี นรบั รแBู ละปฏบิ ตั ิไดไB ม.ครบตามเกณฑVและเงอ่ื นไขทก่ี ำหนด โดยพิจารณา
จากผลการประเมนิ ระดับตBองปรับปรงุ ตั้งแต. ๑ สมรรถนะ

เกณฑ@การใหค8 ะแนน

พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติสม่ำเสมอ ใหB ๓ คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตบิ .อยครง้ั ใหB ๒ คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั บิ างคร้งั ใหB ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตนิ อB ยครง้ั ใหB ๐ คะแนน

เกณฑก@ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม (๓)
ชวO งคะแนน
๑๓-๑๕ ดี (๒)
๙-๑๒ ผา. น (๑)
๕-๘ ไม.ผ.าน (๐)
ตำ่ กวา. ๕

แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผู>เรยี น

ชื่อ................................................นามสกลุ ................................................เลขท.่ี .............ชั้น.................
คำชีแ้ จง : ใหBผสBู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น และขดี P ลงในช.องทตี่ รงกับคะแนน

สมรรถนะดา( น รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ

๑. ความสามารถ ๑.๑ มคี วามสามารถในการรับ-สง5 สาร ดีเยย่ี ม ดี ผา* น ไม*ผา* น
ในการสื่อสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถา5 ยทอดความร<ู ความคิด ความเขา< ใจ
๒. ความสามารถ ของตนเอง โดยใชภ< าษาอย5างเหมาะสม (๓) (๒) (๑) (๐)
การคิด ๑.๓ ใชว< ธิ กี ารส่อื สารทีเ่ หมาะสม มปี ระสทิ ธภิ าพ รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๑.๔ เจรจาตอ5 รองเพอ่ื ขจดั และลดปญO หาความขดั แย<งต5าง ๆ ได< รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
๑.๕เลือกรบั และไม5รบั ขอ< มลู ขา5 วสารดว< ยเหตุผลและถูกตอ< ง รวม .......... คะแนน ระดบั ...............
รวม .......... คะแนน ระดับ ...............
สรปุ ผลการประเมิน
ใน ๒.๑ มีความสามารถในการคดิ วเิ คราะหV สงั เคราะหV

๒.๒ มีทักษะในการคดิ นอกกรอบอยา5 งสรา< งสรรคV

๓. ความสามารถ ใน ๒.๓ สามารถคดิ อย5างมวี ิจารณญาณ
การแกป< Oญหา ๒.๔ มคี วามสามารถในการสร<างองคVความร<ู
๒.๕ ตดั สินใจแกป< ญO หาเกย่ี วกบั ตนเองได<อยา5 งเหมาะสม

สรุปผลการประเมิน
๓.๑ สามารถแกป< ญO หาและอุปสรรคตา5 ง ๆ ทเี่ ผชิญได<
๓.๒ ใช<เหตผุ ลในการแก<ปญO หา
๓.๓ เขา< ใจความสมั พนั ธแV ละการเปลีย่ นแปลงในสงั คม
๓.๔ แสวงหาความรู< ประยุกตคV วามรมู< าใชใ< นการปอู งกนั และแกไ< ขปญO หา

๔. ความสามารถ ในการ ๓.๕ สามารติดสนิ ใจไดเ< หมาะสมตามวัย
ใชท< ักษะชวี ิต สรปุ ผลการประเมนิ
๕. ความสามารถ
ในการใช<เทคโนโลยี ๔.๑ เรียนร<ูด<วยตนเองได<เหมาะสมตามวัย
๔.๒ สามารถทำงานกลุ5มรว5 มกับผ<อู น่ื ได<
๔.๓ นําความร<ูที่ไดไ< ปใชป< ระโยชนVในชีวติ ประจำวนั
๔.๔ จดั การปญO หาและความขัดแย<งไดเ< หมาะสม
๔.๕ หลกี เลย่ี งพฤติกรรมไม5พงึ ประสงคVทสี่ 5งผลกระทบต5อตนเอง

สรปุ ผลการประเมิน
๕.๑ เลือกและใช<เทคโนโลยีไดเ< หมาะสมตามวัย
๕.๒ มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
๕.๓ สามารถนาํ เทคโนโลยีไปใช<พัฒนาตนเอง
๕.๔ ใช<เทคโนโลยใี นการแกป< ญO หาอย5างสรา< งสรรคV
๕.๕ มีคณุ ธรรม จริยธรรมในการใช<เทคโนโลยี

สรุปผลการประเมิน

ระดบั คุณภาพตามเกณฑกV ารประเมนิ ในหลกั สูตรรายช้นั

ลงช่ือ................................................................ผป(ู ระเมิน

๓.คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค@
การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงคV ประเมินโดยใชBแบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง

ประสงคV กำหนดเกณฑใV นการประเมนิ ดังนี้

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ@การให8คะแนน
(๓)
ดีเยยี่ ม ผูBเรียนปฏิบตั ติ นตามคณุ ลักษณะจนเปfนนสิ ยั และนาํ ไปใชBในชวี ิตประจำวนั เพื่อประโยชนV
สขุ ของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ทั้ง ๘ คุณลักษณะ คอื ไดรB ะดับ
(๒) ๓ จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม.มีคุณลกั ษณะใดไดผB ลการประเมินต่ำกวา. ระดบั ๒
ดี
ผูเB รียนมีคุณลกั ษณะในการปฏิบัตติ ามกฎเกณฑV เพื่อใหBเปfนการยอมรับของสังคม
(๑) พจิ ารณาจาก
ผ.าน
(๐) ๑. ไดBผลการประเมนิ ระดบั ๓ จำนวน ๑-๔ คณุ ลกั ษณะ และไม.มคี ุณลกั ษณะใด
ไม.ผ.าน ไดBผลการประเมนิ ตำ่ กว.าระดับ ๒ หรือ

๒. ไดBผลการประเมนิ ระดบั ๓ จำนวน ๔ คณุ ลกั ษณะ และไม.มคี ณุ ลักษณะใด
ไดBผลการประเมินต่ำกว.าระดบั ๑ หรอื

๓. ไดBผลการประเมนิ ระดบั ๒ จำนวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไมม. คี ุณลกั ษณะใด
ไดผB ลการประเมนิ ตำ่ กว.าระดบั ๑

ผูBเรยี นรับรBูและปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑV และเงอื่ นไขทส่ี ถานศกึ ษากำหนด พจิ ารณาจาก
๑. ไดผB ลการประเมนิ ระดบั ๑ จำนวน คุณลกั ษณะ และไม.มีคุณลักษณะใด
ไดผB ลการประเมินตำ่ กวา. ระดบั ๑ หรอื
๒. ไดBผลการประเมนิ ระดบั ๒ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไมม. คี ุณลกั ษณะใด
ไดBผลการประเมินต่ำกว.าระดับ ๑

ผเูB รยี นรบั รูBและปฏิบตั ิไดไB มค. รบตามเกณฑแV ละเง่อื นไขทกี่ ำหนด โดยพจิ ารณาจาก
ผลการประเมนิ ระดบั ๐ ต้งั แต. ๑ คุณลกั ษณะขน้ึ ไป

เกณฑกV ารใหคB ะแนน

พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิสมำ่ เสมอ ใหB ๓ คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั บิ .อยครั้ง ใหB ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครั้ง ใหB ๑ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั นิ Bอยคร้ัง ใหB ๐ คะแนน

แบบประเมินคุณลักษณะที่พงึ ประสงค%

ชื่อ................................................นามสกลุ ................................................เลขที่..............ช้ัน.................
คำช้แี จง : ใหBผสBู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน และขดี P ลงในช.องทตี่ รงกบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการระเมนิ ดีเยีย่ ม ระดบั คณุ ภาพ ไมผ5 5าน
(๓) (๐)
ดี ผา5 น
(๒) (๑)

๑. รกั ชาติ ศาสนD ๑.๑ ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ( งเพลงชาติได(
กษัตริยD ๑.๒ เตขJอา( โรรวJ งมเรกียจิ นกรรมที่สรา( งความสามคั คี และเปนO ประโยชนD
๒. ซ่ือสตั ยD สจุ รติ ๑.๓ เขา( รวJ มกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถือ ปฏิบัตติ าม

หลักศาสนา
๑.๔ เขา( รวJ มกจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตริยD

ตามทโี่ รงเรียนจดั ข้ึน
๒.๑ ให(ขอ( มลู ท่ถี กู ต(อง และเปนO จริง

๒.๒ ปฏิบัตใิ นส่งิ ท่ถี ูกต(อง

๓. มีวินัย ๓.๑ ปฏิบัติตามข(อตกลง กฎเกณฑD ระเบยี บ ขอ( บังคบั
รับผิดชอบ ของโรงเรียน
๔. ใฝเ^ รียนรู(
๓.๒ มคี วามตรงตอJ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตJาง ๆ
ในชวี ิตประจำวัน

๔.๑ ร(ู จกั ใช(เวลาวาJ งให(เปนO ประโยชนD และนำไปปฏบิ ตั ิได(

๔.๒ รูจ( กั จดั สรรเวลาใหเ( หมาะสม

๔.๓ เชือ่ ฟ`งคำส่ังสอนของบดิ า-มารดา ครู

๔.๔ ตง้ั ใจเรียน

๕. อยJอู ยาJ ง ๕.๑ ใชท( รัพยสD ินและสงิ่ ของของโรงเรยี นอยJางประหยดั
พอเพียง ๕.๒ ใช(อุปกรณDการเรียนอยJางประหยดั และร(คู ณุ คJา

๕.๓ ใช(จาJ ยอยJางประหยัดและมีการเก็บออมเงนิ

๖. มJุงมัน้ ในการ ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ไี ด(รบั มอบหมาย
ทำงาน ๖.๒ มีความอดทนและไมทJ (อแท(ตJออุปสรรคเพื่อให(งานสำเรจ็

๗. รกั ความเปนO ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรกั ษDวฒั นธรรมและภูมิปญ` ญาไทย
ไทย ๗.๒ เห็นคณุ คJาและปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ ร(ูจกั ชวJ ยพอJ แมJ ผู(ปกครอง และครทู ำงาน
๘.๒ รจ(ู ักการดูแลรกั ษาทรพั ยสD มบัติและสงิ่ แวดล(อมของ
หอ( งเรยี นและโรงเรยี น
ระดับคณุ ภาพตามเกณฑDการประเมินในหลักสตู รรายช้นั

ลงชื่อ................................................................ผู(ประเมนิ

๔. เกณฑ@การตัดสินผลการเรียน
๔.๑ เกณฑก@ ารตัดสินระดบั ผลการเรียน

ระดับผลการเรยี น ความหมาย ชวO งคะแนน
๔ ผลการเรยี นดเี ย่ยี ม ๘๐ - ๑๐๐

๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ - ๗๙
๓ ผลการเรยี นดี ๗๐ - ๗๔

๒.๕ ผลการเรียนค.อนขBางดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรียนปานกลาง ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ๕๕ - ๕๙
ผลการเรยี นพอใชB
๑ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรยี นผา. นเกณฑขV ัน้ ตำ่ ๐ - ๔๙
ผลการเรยี นต่ำกว.าเกณฑV

๔.๒ เกณฑ@การตัดสินผลการเรียน ร และ มส.
(๑) ตัดสินผลการเรียน ร
หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม.ไดBเนื่องจาก ผูBเรียนไม.มีขBอมูลผลการ

เรียนในรายวิชาครบถBวน ไดBแก. ไม.ไดBวัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม.ไดBส.งงานที่มอบหมายใหBทำ ซ่ึง
งานนน้ั เปนf สว. นหนงึ่ ของการตัดสนิ ผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยทท่ี ำใหBประเมินผลการเรยี นไมไ. ดB

ตดั สินผลการเรียน มส.
หมายถึง ผูBเรียนไม.มีสิทธิเขBารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผูBเรียน มีเวลาเรียน
ไม.ถงึ รBอยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมด และไม.ไดBรบั การผอ. นผันใหBเขาB รับการวัดผลปลายภาคเรียน


Click to View FlipBook Version