MAY 2020, ISSUE NO. 1
เรืองของ 'ตัวฉัน' ผ่านคําคม
เล่าเรืองเรียน เรืองรัก เรืองชีวิต ผ่านคําคมจากสารพัดทิศทีชืนชอบ
มี เ รื อ ง อ ะ ไ ร ม า เ ล่ า บ้ า ง สวัสดี
ถ้าการเรียนเปนนรก ก็ ในทีนี จะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า 'เรา' เพราะว่า ใช้คําว่า 'ฉัน' แล้ว
จ ง เ ลื อ ก น ร ก ที ช อ บ รูส้ ึกแปลก ๆ
ฉั น จ ะ ร ัก คุ ณ ต ล อ ด ไ ป
แ ต่ ต ล อ ด ไ ป ไ ม่ มี จ ร ิง เราเปนคนชอบอ่านนิยาย ชอบอ่านการต์ ูน และชอบฟงเพลง ทุกครงั ที
อ่านก็จะชอบจาํ ประโยคอะไรสักประโยคมาเก็บไว้ในหวั บางทีก็มีความ
หมาย แต่บางทีก็มีความหมายกับเราแค่คนเดียว ถึงเวลาได้เอามาใช้สัก
ที
ภาพหน้าปก ถ่ายที Marina Barrage เปนวิวทะเลของสิงคโปร์ ทีเลือก
มาเพราะทรปิ นีเปนทรปิ ทีเราไปคนเดียว และตัดสินใจไปเดินเล่นทีนี รูส้ ึก
เปนช่วงเวลาทีได้อยู่กับตัวเอง
เบนซ์
จ า ก ก า ร์ตู น เ รือ ง ม ห า เ ว ท ย์ ผ นึ ก ม า ร โ ด ย เ ก เ ง ะ อ า คุ ต า มิ
"...เลือกนรกทีเธอชอบเถอะ"
"ถ้าการเรยี นเปนนรก ก็จงเลือกนรกที
ชอบ"
“..เลือกนรกทีเธอชอบเถอะ..”
อิตาโดริ ยูจิ เด็กหนุ่มวัย 15 ป ต้องเลือกความตายใหต้ ัวเอง และปูของ
เขาได้ฝากคําสังเสียไว้ว่า ‘จงตายโดยมีคนหอ้ มล้อม’ ทําใหเ้ ขาเลือกทีจะ
ตายโดยได้ช่วยเหลือผู้คน แต่ระหว่างการเดินทางทีแสนยาวนานไปสู่เปา
หมายใหม่นัน เขาต้องผ่านเหตุการณ์มากมายรวมถึงการสูญเสีย จึงมี
บางครงั ทีเขาต้องถามตัวเอง นีคือนรกทีถูกต้องแล้วใช่ไหม
เมือพูดถึงนรก เราต่างก็เคยโดนสอนว่านรกเปนจุดหมายปลายทางของ
คนไม่ดี ส่วนคนทําดีจะได้ขึนสวรรค์ แต่สมมติว่าถ้านรกเปนจุดหมาย
ปลายทางของทุกคนอยู่แล้วล่ะ เราจะยังต้องเลือกนรกทีตัวเองจะไปอยู่
ไหม
นรกในการต์ ูนไม่ได้หมายถึงนรกแบบพระพุทธศาสนา แต่กลับหมายถึง
เส้นทางชีวิตทีจะเลือกเดินก่อนทีจะไปถึงจุดจบนัน อิตาโดริ ยูจิ พระเอก
ของเรอื งถูกตัดสินโทษประหาร ดังนันไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องตายอยู่ดี
หรอื อีกนัยหนึงคือได้รบั โทษตายไปแล้ว ชีวิตทีเหลือต่อจากนีคือการใช้
ชีวิตในนรกจาํ ลอง ก่อนจะพบจุดจบทีแท้จรงิ พอรูอ้ ย่างนี เรายังคิดว่า
มีนรกทีเราชอบอยู่อีกหรอื ไม่
สาํ หรบั ตัวเรา ถ้าใหเ้ ลือกว่านรกในชีวิตจรงิ คืออะไร ก็คงต้องตอบว่า
ระบบการศึกษา ถ้าหากลองไปถามเด็กทีกําลังอยู่ในช่วงมัธยมปลาย
จนถึงมหาวิทยาลัยล่ะก็ เชือว่าเกินครงึ ก็ต้องตอบแบบนีแน่นอน
การเรยี นไม่ใช่นรก ระบบการศึกษาต่างหากทีเปนนรกสาํ หรบั เรา ตังแต่
เมือไหรก่ ็ไม่รูท้ ีรูส้ ึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับระบบการเรยี นรูแ้ บบนีเลยสัก
นิด เพราะเปนคนไม่ชอบท่องจาํ และไม่ชอบทําการบ้าน จรงิ อยู่ทีการบ้าน
อาจเปนตัวช่วยวัดความรบั ผิดชอบของนักเรยี น แต่ก็ไม่เหน็ ว่าการบ้าน
บางอย่างจะมีประโยชน์ต่อการเรยี นรูต้ รงไหน (ในความคิดเหน็ ส่วนตัว)
ตังแต่ชันประถมจนถึงมัธยมปลาย เคยได้รบั การบ้านทีต้องคัดลายมือ
สิบหน้า วาดรูปแบบเดิมสิบตัว วาดรูปตามหวั ข้อพรอ้ มเขียนบรรยาย ทํา
หนังสือความดี บันทึกการอ่าน ในตอนนันก็หาคําตอบใหต้ ัวเองไม่ได้ว่าที
ทํานันได้ประโยชน์อย่างไร เพราะครูไม่เคยตรวจทีวาดไปหรอื ทีเขียนไป
เลย แค่ตรวจเช็คแล้วเซน็ ชือเท่านัน พอตอนนีถึงได้คําตอบแล้วว่า สิงที
แย่ไม่ใช่แค่การบ้านทีไม่มีประโยชน์ แต่เปนบุคลากรทังระบบเลยต่าง
หาก ตัวเราเองรูส้ ึกสูญเสียศรทั ธาในการศึกษา แต่เราก็ไม่สามารถหนี
มันพ้นอยู่ดี เด็กไทยทุกคนถูกปลูกฝงใหเ้ รยี นมาทังชีวิต รูต้ ัวอีกทีก็เสีย
เวลาหนึงในสีของอายุขัยใหก้ ับการเรยี นเสียแล้ว
จ า ก ก า ร์ตู น เ รือ ง ม ห า เ ว ท ย์ ผ นึ ก ม า ร โ ด ย เ ก เ ง ะ อ า คุ ต า มิ
"...เลือกนรกทีเธอชอบเถอะ"
ตังแต่เด็ก ๆ มาแล้ว เราก็สังเกตตัวเราเองว่าเราเปนคนชอบอ่านเรอื ง
แต่ง ไม่ว่าจะเปนนิทาน การต์ ูน หรอื ว่าพอโตขึนก็เรมิ จะอ่านนิยาย แล้ว
เราเปนคนมีจินตนาการสูงมาก ตอนเด็ก ๆ เวลาอยู่คนเดียวก็จะแต่ง
เรอื งขึนมา แล้วใหส้ ิงรอบตัวรบั บทเปนตัวละครในเรอื งของเรา ขนาด
ตอนอาบนาํ เรายังเคยแต่งใหห้ ยดนาํ สองหยดเปนนักวิงทีกําลังแข่งขัน
กัน อะไรทํานองนัน
มาถึงตรงนีคงเดาได้แล้วว่าอาชีพในฝนของเราคืออะไร
ใช่แล้ว คือนักเขียนนันแหละ
คิดย้อนไปแล้วก็ตลกตัวเองมาก มีอาชีพในฝนกับเขาทังที ก็ดันเปน
อาชีพทีประสบความสาํ เรจ็ ยาก แถมสังคมมองว่าไม่มันคงอีก แต่ว่า
ตังแต่เกิดมาเราไม่เคยคิดภาพตัวเองทํางานด้านอืนออกเลย ถ้าไม่เกียว
กับการเขียน หลังจากมีอาชีพในฝนแล้ว เมือจะต่อมอสี สิงทีต้องเลือก
คือระหว่างสายภาษากับสายวิทย์คณิต
แน่นอนว่าทีบ้านเราต้องเชียรใ์ หเ้ ลือกวิทย์คณิตอยู่แล้ว ตามความเข้าใจ
ของพ่อกับแม่คือภาษาสามารถหาเรยี นข้างนอกได้ (ซงึ เอาจรงิ ๆ เราก็
คงไม่ไปหาเรยี น ถ้าเลือกวิทย์คณิต) แต่โชคดีทีทีบ้านไม่เคยกดดันเราให้
เลือกสายอะไร เปนเราเองทีต้องตัดสินใจ
และในตอนนันโรงเรยี นทีเราเรยี นมัธยมต้นอยู่ กําลังจะเปดสายภาษา
หลังจากไม่มีมานานหลายป แต่พูดตรง ๆ ว่าหลังจากทีเรยี นทีนันมาจะ
สามป เราไม่เข้ากับระบบการสอนของโรงเรยี นนียิงกว่าตอนประถมอีก
แถมสายทีจะเปดใหม่เปนภาษาจีน ซงึ ไม่เหมาะกับเราทีมีปญหาเรอื ง
ความจาํ ไม่สามารถจาํ ตัวอักษรทีมีมากกว่าพันตัวได้จรงิ ๆ ดังนันถ้าจะ
ต่อทีเก่า จะเหลือแค่สายวิทย์คณิตและศิลปคํานวณ และตลกรา้ ยเปน
อย่างมาก เพราะเราเกลียดคณิตศาสตรเ์ ข้าไส้
สาํ หรบั เรา ช่วงนันถือเปนช่วงทีค่อนข้างเครยี ดอีกช่วงหนึงในชีวิต
เพราะเลือกสายเรยี นไม่ได้ สาํ หรบั โรงเรยี นมัธยมต้นทีเรยี นอยู่ จาก
เกรดรวมสามป เราสามารถเรยี นต่อมอปลายได้อย่างสบาย และเมือ
ประเมินจากวิธีการเรยี นการสอนรวมถึงสภาพแวดล้อมทังหมดแล้ว ทัง
เพือนและอาจารย์ก็บอกใหเ้ ลือกสายวิทย์คณิต น่าจะเหมาะกับเราทีสุด
เหมาะกับผีน่ะสิ
ในสายตาคนอืนเราเปนคนเรยี นอยู่ในระดับดี ในโรงเรยี นนีเคยได้เงิน
สาํ หรบั นักเรยี นเรยี นดีลําดับสอง (แน่นอนว่าทีไม่ได้ลําดับแรกก็เพราะ
วิชาคณิตศาสตร)์ แต่ไม่มีใครรูว้ ่าเราไม่ชอบเรยี น แล้วก็รูส้ ึกไม่เข้ากับ
การเรยี นทุกรูปแบบ ตอนนีอาจจะไม่สามารถบรรยายความรูส้ ึกตอน
อายุสิบหา้ ได้แล้ว แต่จาํ ได้ว่าเครยี ดมาก ไม่มีวันไหนทีไม่คิดเรอื งนีเลย
จ า ก ก า ร์ตู น เ รือ ง ม ห า เ ว ท ย์ ผ นึ ก ม า ร โ ด ย เ ก เ ง ะ อ า คุ ต า มิ
"...เลือกนรกทีเธอชอบเถอะ"
สุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจเลือกวิทย์คณิตไป จากการฟงเสียงของเพือน
และอาจารย์ จากการประเมินสภาพแวดล้อมด้วยตัวของเราเอง แต่เชือ
เถอะว่าหลังจากทีตัดสินใจเลือกสายนีไปแล้ว ไม่มีคืนไหนทีไม่คิดมาก
เลย หนทางเดียวทีจะไม่ต้องเรยี นวิทย์คณิตทีนีคือต้องสอบติดสาย
ภาษาทีโรงเรยี นอืนเท่านัน
สุดท้ายแล้วเราก็กลายเปนหนึงในผู้สมัครเข้าโรงเรยี นมัธยมปลาย
ใจกลางเมือง ทีเอ่ยชือแล้วทุกคนน่าจะรูจ้ ักกันเปนอย่างดี
เพือทีจะได้เรยี นเกียวกับภาษา เราต้องกลายเปนคนทีเราไม่ชอบ พูดก็
คือ ต้องเรยี นพิเศษเปนบ้าเปนหลัง ต้องอ่านหนังสือ ฝกทําข้อสอบเก่า
ความรูส้ ึกคือ เรากลายเปนผู้เข้าแข่งขันมากกว่าจะเปนนักเรยี น แต่เพือ
จะเลือก 'นรก' ทีตัวเองชอบ ก็คงเปนสิงทีจาํ เปนต้องทํา
สุดท้ายเราก็สอบติดตามทีคาดหวังไว้
ภาษาเยอรมันเปนภาษาทีเลือกในตอนนัน เหตุผลในการเลือกมีเพียงไม่
กีข้อ อันดับแรกคือตัดภาษาจีนและญีปุนออกไป (ถึงแม้จะได้รบั การ
บอกกล่าวหลายครงั ว่าสองภาษานีหางานง่าย และคงเปนความจรงิ แต่
เพราะนีคือการเลือกนรกทีชอบ เราจึงไม่มีทางเลือกนรกทีเราไม่ชอบ
เด็ดขาด) อันดับสองคือ ดูสายทีผู้เข้าแข่งขันน้อยทีสุด จากสถิติผู้เข้า
สอบปทีแล้ว ระหว่างเยอรมัน ฝรงั เศส และสเปน ได้ผลว่าฝรงั เศสมีคน
สอบเยอะกว่า จึงโดนตัดออกเปนลําดับถัดมา เหลือเพียงสเปนและ
เยอรมัน ซงึ ไม่มันใจว่าอะไรทําใหเ้ ลือกเยอรมัน น่าจะเปนการสุ่มจาก
ความคิดในตอนนัน แต่เปาหมายเดียวของเราคือแค่เข้าไปใหไ้ ด้ก็พอ
และปญหาใหญ่ทีพบคือ เมือเข้าไปแล้ว เราไม่มีพืนฐานภาษาเยอรมัน
หรอื แม้กระทังความชอบต่อภาษาเยอรมันเลย ตอนสอบเข้าได้ จะดู
เหมือนเปนคนเก่ง พอเข้าไปเรยี นก็กลายเปนคนธรรมดา น่าจะเปน
ความจรงิ การเรมิ ต้นในช่วงนันทรมานมาก เราตามเพือนไม่ทันสักอย่าง
และคะแนนสอบกลางภาคภาษาเยอรมันก็ค่อนข้างแย่
ถามว่ามันต่างจากทีเราคิดไว้ไหม ก็ไม่ เรารูอ้ ยู่แล้วว่าเราไม่ชอบเรยี น
และสิงนีมันก็จะเกิดขึนแน่นอน แต่ก็อย่างทีบอกไป ทุกทางก็เปนนรก
หมดทังนัน อย่างน้อยทางนีเราก็ได้เลือกเอง
สภาพแวดล้อมโดยรวมของทีนี จากการประเมินส่วนตัวคิดว่าดีกว่าทีเก่า
แต่ไม่ต่างจากโรงเรยี นมัธยมปลายทัวไป เรามีเพือนทีพาทังเรยี นทังเล่น
โดยรวมชีวิตทีนีเราสามารถปรบั ตัวใหเ้ ข้ากับมันได้ และทีสาํ คัญคือเรา
พยายามไปต่อโดยไม่เรยี นพิเศษเลยสักครงั จนกระทังถึงเวลาทีต้อง
เลือกอีกครงั
เมือขึนมอหก ทุกคนต่างรูด้ ีว่าการสอบครงั ใหญ่กว่าตอนมอสีกําลังจะ
มาถึง
จ า ก ก า ร์ตู น เ รือ ง ม ห า เ ว ท ย์ ผ นึ ก ม า ร โ ด ย เ ก เ ง ะ อ า คุ ต า มิ
"...เลือกนรกทีเธอชอบเถอะ"
และเราก็ต้องกลายเปนผู้เข้าแข่งขันอีกครงั ต้องกลับมาเรยี นพิเศษ
อ่านหนังสือ ฝกทําข้อสอบเก่า ทุกอย่างเหมือนตอนสอบเข้ามอสี แต่
ต่างกันทีครงั นียิงใหญ่กว่ามาก และมีผู้เข้าแข่งขันมากกว่าเดิม
ครงั นีการฝนทําในสิงทีไม่ชอบไม่ใช่เรอื งยากเท่าไหร่ อาจเปนเพราะ
สภาพแวดล้อมทีเพือนทุกคนก็จรงิ จังกับการสอบครงั นีด้วย เราใช้เวลา
ในการติวแพทเยอรมันทีเราไม่ถนัดน้อยมาก เมือเทียบกับคนอืนทีเรยี น
มาเปนระยะเวลานาน ส่วนเราเพิงมาเรยี นเอาสองคอรส์ สุดท้ายก่อน
สอบ เปนเวลาประมาณหกเดือนเท่านัน (แต่ก็ใช้เงินเยอะมาก เปนอีก
ครงั ทีตังคําถามกับระบบการศึกษาไทย) ซงึ น้อยมากหากจะต้องการปู
พืนฐานทังหมด เราจึงทําได้แค่ติวข้อสอบเท่านัน
แน่นอนว่า ผลการสอบแกทแพทครงั แรกไม่ค่อยดีเท่าไหรน่ ัก เราได้แกท
ในเกณฑ์ปกติทัวไป ส่วนแพทได้น้อยกว่าทีคิดไว้ค่อนข้างเยอะ ถ้านี
เปนการสอบในโรงเรยี น เราคงโล่งใจทีอย่างน้อยก็ผ่านครงึ แต่คงไม่ใช่
สาํ หรบั สนามสอบทีมีผู้เข้าแข่งขันจากทัวประเทศ
เรารูส้ ึกถึงการเปลียนแปลงของตัวเรา
เราเรมิ วางแผนอ่านหนังสือใหม่ จากทีอ่านทิงอ่านขว้าง (ต้องใช้คํานีจรงิ
ๆ เพราะก่อนหน้านันคิดว่าแค่ทําโจทย์ตอนเรยี นพิเศษก็พอแล้ว) เราเรมิ
จรงิ จังกับการเรยี นพิเศษและทบทวนข้อสอบมากขึน จนกระทังเรมิ มี
พฤติกรรมเหมือนอย่างทีคนเขาเรยี กกันว่า ‘เด็กเรยี น’
ชัวครูห่ นึง เรามีความคิดแวบเข้ามาในหวั ว่า เรากําลังเสียความเปนตัว
เองไปหรอื เปล่า
สาํ หรบั บางคนทีอ่านมาถึงตรงนีอาจจะรูส้ ึกว่าอะไรของแก มันก็เปน
เรอื งทีควรทําอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ตังใจเรยี นน่ะ แต่มันไม่ใช่สาํ หรบั เราที
ต่อต้านระบบการศึกษามาตลอด อยู่ดี ๆ ก็ต้องทําตามระบบไปเสียอย่าง
นัน
แต่พอมาคิดดูดี ๆ แล้ว เราไม่เคยออกนอกระบบเลยสักครงั ต่างหาก
เราเข้าเรยี นตามหลักสูตรมาตรฐาน เราเลือนระดับชันทุกป เราสอบเข้า
โรงเรยี นทีอยากเรยี นได้ เราเรยี นจนจบมอหก นังเรยี นในชันเรยี น เข้า
สอบวัดผลทุกครงั ไม่มีตรงไหนทีแสดงใหเ้ หน็ ว่า เราต่อต้านระบบนี
นอกจากตัวเราเองทีรูอ้ ยู่แก่ใจลึก ๆ ว่าเราเกลียดทีต้องเปนแบบนี
แต่เพราะเราไม่สามารถเลือกได้ เหมือนกับทีเด็กทุกคนน่าจะเข้าใจ เราไม่
ได้เรยี นหนังสือแค่เพือตัวเราเอง เราเรยี นเพือพ่อแม่ ครอบครวั เรา
เรยี นเพือสังคมทีคาดหวัง เราเรยี นเพืออนาคตของลูกหลาน
จ า ก ก า ร์ตู น เ รือ ง ม ห า เ ว ท ย์ ผ นึ ก ม า ร โ ด ย เ ก เ ง ะ อ า คุ ต า มิ
"...เลือกนรกทีเธอชอบเถอะ"
การศึกษากลายเปนเงือนไขสาํ คัญในสังคมไทย หากต้องการมีชีวิตที
‘ไม่ลําบาก’ จนเกินไป เราไม่กล้าใช้คําว่าชีวิตทีดี บนโลกนียังคงมีคนทีได้
รบั การศึกษาขันพืนฐานแต่ไม่ได้มีชีวิตทีดี เนืองจากชีวิตทีดี (ในประเทศ
นี) ใช้เงือนไขหลายอย่าง การศึกษาเปนเพียงหนึงในนัน ซงึ ทําใหร้ ูส้ ึก
ตลกรา้ ยทุกครงั ทีคิดว่า เราพยายามกันมากกว่ายีสิบป เพือจะมีชีวิตทีไม่
ลําบากจนเกินไป
สุดท้ายแล้วหลังจากปรบั เปลียนพฤติกรรมการอ่านหนังสือ ผลปรากฏ
ว่าคะแนนสอบเก้าวิชาสามัญได้ดีเกินคาด (ดีจนแม่ตกใจว่าอะไรเข้าสิง
ตอนทําข้อสอบ) และแน่นอนว่ารวมผลคะแนนอะไรต่าง ๆ ออกมาแล้วก็
อุ่นใจว่าน่าจะติดแน่นอน แต่ก็มีลุ้นอยู่ว่าคะแนนปนีจะสูงขึนไหม
ในทีสุดวันประกาศผลก็มาถึง
เราเชือว่าเปนสถานการณ์ทีเด็กทุกคนยังจาํ ได้ เราแกล้ง ๆ ลืมมันไป
เผือว่าวันนีมันจะมาถึงช้าลง แต่สุดท้ายเวลาบนโลกนีก็ยังคงหมุนตาม
หน้าทีอย่างเทียงตรงทีสุด
แน่นอนว่าต้องสอบติดอยู่แล้ว ทุกคนคงเดาได้จากภาพประกอบ
ทีเลือกเรอื งนีมาเล่าเปนเรอื งแรกเพราะช่วงนีเปนช่วงประกาศผลแอด
มิชชัน รวมถึงตัวเราก็กําลังจะสินสุดการศึกษาทีใช้เวลายาวนานมากกว่า
22 ป (ถ้าอาจารย์ทุกท่านยอมใหจ้ บ)
หลายคนอาจจะรูส้ ึกว่ากําลังทําในสิงทีไม่ใช่ตัวเอง หลายคนอาจจะรูส้ ึก
ว่าถ้าเปนทางทีเลือกจรงิ ๆ ทําไมมันถึงยังเจ็บปวด ความรูส้ ึกเหล่านีมัน
จึงทําใหเ้ ราสะดุดตากับประโยค "เลือกนรกทีเธอชอบ" เปนอย่างมาก
เพราะเปนประโยคทีอธิบายความรูส้ ึกของเรากับการเรยี นและระบบการ
ศึกษาได้อย่างชัดเจน
คณะอักษรศาสตรข์ องจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือคณะทีเราเลือก
จนถึงตอนนีเราไม่สามารถพูดได้ว่าเรามีความสุข 100% กับการเรยี นใน
คณะนี ช่วงทียากลําบากและท้อจนอยากจะทิงทุกอย่างก็มีเช่นกัน แต่
พอความรูส้ ึกนันมาถึง เราก็มักจะถามตัวเองว่า ถ้าทิงแล้วจะไปอยู่ทีไหน
อิตาโดริ ยูจิ (ชือพระเอกทีบอกไปตอนต้น) เลือกนรกของเขาด้วยการ
ช่วยเหลือผู้คนก่อนทีจะตาย ถึงแม้ระหว่างทางเขาจะเจ็บปวด แต่
สุดท้ายเขาก็รูว้ ่าเขาจะเลือกทางนีอย่างแน่นอน
เราก็เหมือนกัน ถึงแม้ตลอดเวลาการเรยี นทัง 22 ปของเราจะเหมือน
ตกนรก แต่ถ้าใหเ้ ลือกอีกครงั เราก็จะเลือกทางนีอย่างแน่นอน
เพราะนีคือนรกทีเราชอบยังไงล่ะ
จากภาพยนตร์เรือง LA LA LAND นครดารา
"ฉันจะรกั คุณตลอดไป"
"ฉันจะรกั คุณตลอดไป แต่ตลอดไปไม่มี
จรงิ "
“..ฉันจะรกั คุณตลอดไป..”
มีอา กล่าวกับ เซบาสเตียน ก่อนทีพวกเขาจะแยกทางกัน มีอาและเซบาส
เตียนคือ ตัวละครพระเอกนางเอกจากภาพยนตรเ์ รอื ง La La Land
หรอื มีชือไทยว่า "นครดารา" เปนภาพยนตรเ์ กียวกับความรกั และความ
ฝน มีอามีความฝนทีจะเปนนักแสดงละครเวที ส่วนเซบาสเตียนมีความ
ฝนจะเปนนักดนตรเี พลงแจ๊ส มีอาชอบเพลงแจ๊สมาก ทําใหเ้ ธอตกหลุม
รกั เซบาสเตียน นอกจากนีเธอยังชอบความมุ่งมันของเขาทีเหมือนกับ
ของเธอ
ฟงดูเหมือนเปนหนังโรแมนติกคอมเมดีทัวไป ก็คงจะเปนอย่างนัน เว้น
เสียแต่ว่าตอนจบ มีอาและเซบาสเตียนไม่ได้ครองคู่กันแบบทีฝนไว้ หลัง
จากทีมีอาพูดว่า "..ฉันจะรกั คุณตลอดไป.." พวกเขาก็ไม่ได้กลับมารกั กัน
อีกเลย
ตอนทีดูครงั แรกในโรงหนัง จาํ ได้ว่ารอ้ งไหเ้ ปนวรรคเปนเวร (จาํ ไม่ได้
แล้วว่าเพือนทีไปด้วยรอ้ งไหห้ รอื เปล่า) ในหวั มีแต่ความสงสัย ว่าทําไม
คนทีรกั กันถึงไม่ได้คู่กัน
ในตอนนัน ความคิดของเรามีแค่ว่าคนทีรกั กันก็ต้องได้อยู่ด้วยกันจนถึง
ตอนจบสิ แล้วยิงปมความสัมพันธ์ระหว่างมีอาและเซบาสเตียนไม่ใช่ปม
ทีหนักหนาเลยสาํ หรบั ความคิดเราในตอนนัน ทําไมพวกเขาไม่เลือกทีจะ
แก้ไข ทําไมถึงเลือกทีจะเดินจากกันไป
พอโตขึน ได้มีโอกาสดูซาํ อีกสองสามรอบ เราถึงเรมิ เข้าใจ ทีมีอาบอกว่า
จะรกั เซบาสเตียนตลอดไปนัน เธอก็ไม่ได้โกหก เพียงแต่ความรูส้ ึกรกั
กับการใช้ชีวิตอยู่บนความเปนจรงิ นันมันต่างกัน
ประโยคนีทําใหเ้ ราย้อนถามตัวเองว่า เราเคยพูดประโยค "จะ.....ตลอด
ไป" ทังหมดกีครงั แล้วในชีวิต แน่นอนว่าถ้าใหน้ ับจรงิ ๆ ก็คงจะจาํ ไม่ได้
แต่ถ้าใหย้ กตัวอย่างเหตุการณ์ทีสาํ คัญ ก็พอจะหลงเหลือความทรงจาํ
ส่วนนีอยู่
เราเคยสัญญากับเพือนสมัยประถมว่า "จะอยู่ด้วยกันตลอดไป"
ในยุคทีเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า การติดต่อกันสมัยนันก็มีแค่โทรศัพท์
หรอื แพลตฟอรม์ โซเชียลไม่กีแพลตฟอรม์ และตัวเราทีเปนเด็กประถมก็
ยังคงไม่มีโทรศัพท์ใช้ ทางเดียวทีจะได้เจอหน้าเพือนก็คือไปโรงเรยี น
เท่านัน
จนมาถึงวันทีเราต้องย้ายโรงเรยี นตอนขึนปอสี
จากภาพยนตร์เรือง LA LA LAND นครดารา
"ฉันจะรกั คุณตลอดไป"
เราในวัยประถมก็มีจินตนาการทีกว้างไกล อย่างทีเราบอกไปส่วนแรกว่า
เราเปนคนชอบจินตนาการ วันหนึงเราก็นังวาดรูปบ้านทีมีทังหมดหา้ ชัน
แล้วเราก็วาดเพือน ๆ ทังหา้ คนลงไปในบ้าน เพือนมีชือว่า เบลล์ใหญ่
เบลล์เล็ก (ตังฉายาตามส่วนสูง) หลิว แปง สา แล้วเราก็บอกกับเพือน
ว่านีเปนบ้านของพวกเราตอนโต เราจะอยู่ด้วยกันทีบ้านหลังนีตลอดไป
เราจาํ รแี อคชันของเพือน ๆ ตอนนันไม่ได้แล้ว แต่จาํ ได้ว่าพวกเราก็ช่วย
กันแต่งเติมเรอื งกันอย่างสนุกสนาน อย่างเช่นทุกวันหยุดจะไปสวนสัตว์
ด้วยกัน (ซงึ ในตอนนีสวนสัตว์ดุสิตก็ได้ปดไปแล้ว) ตอนนันเหมือนมี
ภาพเกิดขึนในหวั ของเราจรงิ ๆ ทังตอนทีพวกเราทังหา้ คนใช้ชีวิตด้วย
กันหรอื ตอนทีไปเทียวด้วยกัน
ความรูส้ ึกนีแหละ ทีเราเรยี กมันว่าตลอดไป
จนกระทังเราย้ายโรงเรยี น เราจึงไม่สามารถติดต่อกับเพือน ๆ ได้อีก
(เราเปนคนเดียวทีย้ายออกไป ส่วนอีกหา้ คนเรยี นต่อทีเดิม) ในตอนนัน
เราไม่ได้ตระหนักถึงการเปลียนแปลงหรอื การลืมเลือนแต่อย่างไร เรา
ยังคงใช้ชีวิตสนุกตามประสาเด็กประถมไปวัน ๆ พอมาคิดย้อนตอนนีเรา
ถึงเพิงรูส้ ึกว่าการเปลียนแปลงมันน่ากลัว เพราะแค่ไม่กีเดือนเราก็ลืม
เรอื งทีเราเคยรูส้ ึกว่า "ตลอดไป" ได้เสียสนิท
หลังจากทีเปดการศึกษาใหม่ประมาณสองสามเดือน เราก็ได้รบั สาย
เรยี กเข้าจากเบอรท์ ีไม่คุ้นเคย โทรศัพท์โนเกียรุน่ ปาหวั หมาแตก (เขาว่า
อย่างนีกัน) หน้าจอขาวดาํ เปนโทรศัพท์เครอื งแรกทีเราได้รบั มาใช้ต่อ
จากแม่ แน่นอนว่าเบอรก์ ็ยังคงเปนเบอรข์ องแม่ เรายังจาํ วันได้อย่าง
ชัดเจน เปนวันทีเรากําลังเดินหา้ งแถวบ้านอยู่กับแม่
พอเรากดรบั สาย ถึงรูว้ ่าเปนเบอรท์ ีโทรจากตู้โทรศัพท์สาธารณะของ
โรงเรยี น ปลายสายคือเพือนทังหา้ คนของเราในวัยประถม เราจาํ ความ
รูส้ ึกตอนได้ยินเสียงเพือน ๆ ไม่ได้แล้ว แต่แน่นอนว่ารูส้ ึกดีใจ พวกเรา
คุยกันไม่กีประโยค เพราะว่าโทรศัพท์แบบหยอดเหรยี ญ แปบเดียวก็กิน
เหรยี ญจนหมด ทีจาํ ได้ไม่เคยลืมจนถึงตอนนีคือ เพือนถามว่าเราเปนยัง
ไงบ้าง มีความสุขไหมทีโรงเรยี นใหม่
หลังจากนันเราก็ไม่ได้ติดต่อกับใครอีกเลย ถือได้ว่าเปนประโยคสุดท้ายที
ได้คุยกัน เราจาํ ชือจรงิ ของเพือนไม่ได้ เลยไม่สามารถหาช่องทางติดต่อ
ของเพือนได้ในปจจุบัน และพวกเราก็ไม่แม้แต่จะเดินสวนทางกันใน
ทีไหนสักทีอีกเลย
ตลอดไปของเรานันมีอายุสันเพียงแค่ไม่กีเดือนเท่านัน อายุราว ๆ หนึงป
การศึกษา แต่สิงหนึงทีเรามันใจคือ ตอนทีเราพูดว่า "ตลอดไป" เรา
หมายความว่าอย่างนันจรงิ ๆ
จากภาพยนตร์เรือง LA LA LAND นครดารา
"ฉันจะรกั คุณตลอดไป"
จากนัน เมือได้มาดู La La Land อีกครงั จึงพบว่า ตอนทีมีอาพูดว่า
ตลอดไป มีอาไม่ได้โกหก แต่ตลอดไปมันคือความรูส้ ึกตอนนันจรงิ ๆ
และไม่ว่าเมือไหรก่ ็ตามทีคิดย้อนกลับไป ช่วงเวลานันก็คงเปนเหมือน
"ตลอดไป" ของเราอยู่
แต่การเปลียนแปลงเปนสิงทีเราไม่อาจหา้ มได้ กาลเวลาไม่เคยหยุดนิง
มันเคลือนไปข้างหน้าเสมอ ชีวิตคนเราต้องเผชิญกับการเปลียนแปลง
ตลอดเวลา มีหลายอย่างทีผลัดกันเข้ามาในชีวิตแบบไม่ซาํ กัน และตัวมี
อากับเซบาสเตียนก็คงเปนเหมือนกับเรา พอเราย้ายโรงเรยี นใหม่ เจอ
สิงแวดล้อมใหม่ ๆ นันก็เปนการเผชิญการเปลียนแปลงของชีวิต และ
เมือเวลาผ่านไป มันก็ทําใหเ้ รามองเรอื งทีผ่านมาเปนเพียงอดีต ไม่ใช่ว่า
เราลืมเลือนมันไปเสียหมด แต่คล้ายกับว่ามันหลับอยู่ในส่วนลึกของ
ความทรงจาํ และจะย้อนกลับมาตอนทีเราเรยี กหาเท่านัน
มีอากับเซบาสเตียนรกั กันในตอนทีพวกเขาบอกว่ารกั กัน แต่ชีวิตมีอะไร
หลายอย่างรวมถึงความฝนทีพวกเขาตามหา มีอากลายเปนนักแสดงชือ
ดัง ส่วนเซบาสเตียนก็มุ่งมันกับดนตรแี จ๊ส พวกเขาได้เลือกทีจะเดินตาม
ความฝนและเผชิญกับการเปลียนแปลงในชีวิต ส่วนความรูส้ ึกรกั ทีมีให้
กัน พวกเขาเลือกทีจะเก็บไว้ในความทรงจาํ
"ตลอดไปไม่มีจรงิ " เปนสิงทีเราเชือเสมอ ตามทีบอกว่าชีวิตมีการ
เปลียนแปลงเพราะเวลาไม่เคยหยุดเดิน ต้นไม้ใหญ่ทีเคยตังตระหง่าน
สักวันพวกมันก็จะแหง้ ตายตามกาลเวลา ความรูส้ ึกของคนก็เช่นกัน
แต่ถึงอย่างนัน มนุษย์ก็ยังคงตามหาความมันคง เพราะการ
เปลียนแปลงทําใหท้ ุกสิงไม่มันคง เราจึงออกตามหาความมันคง อย่าง
น้อยก็ในแง่ของความสัมพันธ์ ทุกคนหวังว่าจะได้พบคนทีใหค้ วามรูส้ ึก
"ตลอดไป"
เราก็หวังว่าเราจะได้พบคนทีทําใหเ้ รารูส้ ึกถึงคําว่า "ตลอดไป" แม้เราจะรู้
อยู่แล้วว่า "ตลอดไปไม่มีจรงิ " ก็ตาม