ในการใชส้ ารกำจัดรอยเปื้อน ควรรจู้ กั คุณสมบัติของสารชนดิ นน้ั เพอ่ื การเลือกใช้อย่างเหมาะสม
1. ด่างและกรด เป็นสารกำจัดรอยเปื้อนที่ควรนำมาใช้ในเฉพาะท่ี เป็นสารละลายอย่างอ่อน เช่น
นำ้ ส้มสายชู ด่างอยา่ งออ่ น เชน่ โซดาไบคารบ์ อเนต แอมโมเนีย ซึง่ ในการทำความสะอาดด้วยกรดและด่างนั้น
เมอื่ ทำความสะอาดเสรจ็ แล้วจะต้องนำผา้ ไปซักให้สะอาดทกุ ครง้ั
2. สารฟอกขาว สารฟอกขาวทีน่ ำมากำจัดรอยเปื้อนมีอย่หู ลายชนิด เวลาใชต้ ้องระมัดระวังเพ่ือไม่ให้
สารเหลา่ น้ีทำลายเน้ือผ้า สารฟอกขาวทใ่ี ชก้ ำจัดรอยเป้ือน มีดังน้ี
(1) สารฟอกขาวคลอรนี หรอื โซเดยี มไฮเปอรค์ ลอไรค์ เป็นสารฟอกขาวท่ีใช้กันท่ัวไปมักใช้
กับผ้าฝ้าย ลินิน ไม่ควรใช้กับผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ เมื่อใช้อย่าทิ้งไว้นาน ควรรีบล้างออกด้วยน้ำแล้วหยด
กรดออกซาลิกลงไปทรี่ อยเป้ือน เพื่อทำใหค้ ลอรีนซึง่ เปน็ ด่างเกิดความเปน็ กลางกอ่ นนำผา้ ไปซักทั้งคนื
(2) โซเดียมเปอร์บอเรตและกรดออกซาลิก เป็นสารที่ใชก้ ำจัดรอยเปื้อนของสนิมเหล็กและ
หมึกได้ดี สารฟอกขาวชนิดนี้จดั ว่ามีอันตรายนอ้ ยที่สดุ แต่ต้องระวังการทำปฎิกิรยิ ากับสยี อ้ มผ้า และไม่ควรใช้
กรดออกซาลิกกบั ผา้ ไหม
(3) โซเดียมไฮโดรซัลไฟล์ เป็นสารกำจัดรอยเปื้อนของรา หมึก สนิมเหล็ก น้ำผลไม้สีโดย
ใชโ้ ซเดยี มไฮโดรซัลไฟล์ 1 ช้อนชา ผสมกบั นำ้ 1 แกว้ แล้วใหร้ ีบล้างออก และไม่ควรใช้สารน้กี ับผ้าไหม
(4) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกขาวชนิดอ่อน และสารนี้จะใช้ได้ดีเมื่อใช้
แอมโมเนียผสม สามารถใชไ้ ดก้ บั ผ้าทุกชนดิ
3. สารละลาย สารกำจัดรอยเปื้อนประเภทสารละลาย ได้แก่ น้ำมันสน เบนซิน อีเทอร์ โรเอทีลีน
และแอลกอฮอล์ ใชส้ ำหรับกำจัดรอยเป้ือนประเภทท่มี ีส่วนผสมของนำ้ มันและไขมันเวลาใช้ควรใช้สำลีชุบและ
ทดลองเช็ดด้านในของผ้ากอ่ น เช่น ตะเข็บ แนว พับ เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อเน้ือผ้าจึงค่อย
ทำการเช็ดรอยเป้ือนนัน้
2.2 วธิ ีการกำจดั รอยเปื้อน
การกำจัดรอยเปื้อนเป็นการทำผ้าให้สะอาดโดยเฉพาะผ้าที่สกปรกหรือเปื้อนเฉพาะที่ใหส้ ะอาดก่อน
การซัก สำหรบั การลบรอยเปือ้ นควรพจิ ราณาวา่ รอยเปอื้ นนน้ั เปน็ รอยเปอื้ นทเ่ี กิดจากอะไรและควรเลอื กใช้สาร
ใหถ้ ูกต้องตามชนิดของรอยเปอื้ นน้นั ๆ นอกจากนี้ การลบรอยเปอ้ื นนั้นควรคำนงึ ถงึ ชนิดของผ้าเพราะว่าเสื้อผ้า
บางชนดิ เมือ่ ถูกสารเคมี อาจทำใหเ้ นอ้ื ผา้ เสยี หายหรือขาดได้ ในขนั้ แรกควรทดสอบกบั ผ้าส่วนท่ีอยู่ด้านในก่อน
เช่น ตะเข็บ รอยพับ เมื่อแน่ใจว่าสารลบรอยเปื้อนที่ใช้ไม่ทำให้ผ้าเสียหาย จงลงมือปฏิบัติลบรอยเปื้อนน้ัน
โดยการทำอย่างเบาๆ และใช้สารอย่างเจือจางหลายครั้งดีกว่าการทำครั้งเดียว และควรทำอย่างระมัดระวงั
รอยเปือ้ นทพ่ี บเห็นกันอยู่บ่อยๆ ในชีวิตประจำวนั มีดงั น้ี
1) รอยเป้ือนหมึกดำ ถ้าเปน็ รอยเปอื้ นใหม่ๆ ให้ขยี้ในนำ้ ผสมสารซักฟอก ถา้ ยังมีรอยเปื้อนตกค้างอยู่
ให้ใช้กรดออกซาลิกผสมน้ำ หรือใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยแช่เฉพาะส่วนที่เปื้อน บีบมะนาวลงไปใหช้ มุ่
ทง้ิ ไวป้ ระมาณ 2 นาที และนำไปผึ่งแดดประมาณ 3 ช่วั โมง แลว้ จึงนำไปซักตามวธิ ีปกติ
2) รอยเปื้อนลิปสติก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตราคลอไรด์ โดยกลับเอาด้านในออกด้านล่างรองด้วยผ้า
ฝ้ายซึมน้ำได้ดี และเชด็ ทางดา้ นผิด แล้วนำไปซกั ดว้ ยนำ้ ร้อนผสมผงซักฟอก
3) รอยเปื้อนชา กาแฟ ถ้ารอยเปื้อนยงั ไมแ่ หง้ ให้นำแปง้ ข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียวหรอื แป้งฝุ่นโรยลง
บนรอยเปอ้ื น เพอ่ื ใหแ้ ปง้ ดูดซับรอยเปื้อนและทิ้งไว้ให้แห้ง ปัดแป้งออกแล้วนำไปซักดว้ ยสารซักฟอกตามปกติ
หรอื ถ้าเป็นผ้าไหมหรือขนสัตว์ ใหเ้ ช็ดดว้ ยไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซดก์ ไ็ ด้
4) รอยเปอื้ นเลือด ถา้ เป็นผ้าฝ้ายหรือลนิ นิ ใหแ้ ชน่ ำ้ และใช้แอมโมเนียเจือจางเช็ดแลว้ นำไปซัก หรือใช้
แป้งมันผสมน้ำให้เขม้ เหมือนแปง้ เปียก ทาตรงสว่ นรอยเปื้อน ทงิ้ ไวป้ ระมาณ 4 ชั่วโมง แป้งมันจะทำหน้าที่ดูด
ซับรอบเป้อื น และนำไปซักตามปกติ
5) รอยเปื้อนหมากฝรั่ง ให้ใช้น้ำแข็งถูให้หมากฝรั่งจับตัว และใช้สันมีดขูดออก แล้วเช็ดด้วย
สารละลายเปอรค์ ลอโรเอทลิ ีนหรอื คารบ์ อนเตตราคลอไรด์ หรือสารละลายอน่ื
6) รอยเป้ือนน้ำผลไม้ กำจัดรอยเปื้อนดว้ ยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
หรอื แช่ในนำ้ ร้อนแลว้ ซกั ด้วยสารซักฟอกตามปกติ
7) รอยเปื้อนน้ำมัน เช็ดออกด้วยเปอร์คลอโรเอทิลีนและซักในน้ำสบู่ หรือสารละลายอื่น หรือ
ใช้ผ้าขนหนหู รอื ผ้าฝา้ ยท่ีดูดซึมนำ้ ไดด้ ีรองด้านลา่ ง แล้วเทคาร์บอนเตตราคลอไรด์ลงไปที่รอยเป้อื นแล้วเช็ดด้วย
สำลีหรอื ผ้าแห้ง และนำไปซกั กบั นำ้ อุ่นทผ่ี มสารซักฟอก
8) รอยเป้อื นไอศกครมี ใหเ้ ชด็ ออกดว้ ยแอลกอฮอล์หรือต้มในน้ำผสมสารละลายโซเดยี มไทโอซัลเฟต
หรอื นำไปซักในน้ำอุ่นผสมด้วยผงซักฟอก ถ้ายงั เชด็ ไมห่ มดให้ใช้คารบ์ อนเตตราคลอไรด์
9) รา ใชผ้ งชอลก์ ละลายนำ้ ทง้ิ ไว้ แลว้ นำไปซักโดยวธิ ีปกติ หรอื เชด็ ออกดว้ ยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอ
ไรด์
10) นม ครีม เช็ดออกด้วยสารฟอกขาวไฮเปอรค์ ลอไรด์ และซกั ในน้ำอุ่นผสมสารซักฟอก
11) ยางผลไม้ ใหใ้ ช้สารสม้ ถบู ริเวณรอยเปื้อน และนำไปซักดว้ ยสารซักฟอก
2.3) การซกั ผ้า
การซักเป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้า สำหรับการซักผ้าให้ถูกวิธีควรปฎิบัติ
ตามดังนี้
1. กอ่ นการซักผา้ ใหล้ ว้ งกระเปา๋ เสื้อ กระเปา๋ กางเกงทกุ ตวั หากมวี ัตถุส่งิ ของตกคา้ งอยูใ่ ห้เอาออกจาก
กระเป๋า หากมเี สอ้ื ที่ชำรุดใหแ้ ยกออก และทำการซ่อมแซมใหเ้ รียบรอ้ ยก่อนนำไปซัก
2. แยกผ้าขาว ผ้าสี ออกจากกัน เสื้อเด็กและเสื้อผู้ใหญ่ควรแยกซัก เพราะเสื้อเด็กสกปรกมากกว่า
เส้อื ผู้ใหญ่
3. นำน้ำเปล่าผสมสารซักฟอกอย่างอ่อนใส่กะละมัง แช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยแยก
ระหว่างผ้าสีและผา้ ขาว เพือ่ ให้น้ำผสมสารซกั ฟอกซมึ เข้าไปในเนื้อผา้ และใยผ้าคายความสกปรกออกมา ในการ
แช่ผา้ ไม่ควรนำกางเกงใน ถงุ เท้า แช่ปนกบั เสือ้
4. ขยี้หรือแปรงเสื้อผ้าให้ทั่ว ส่วนที่สกปรกมาก ได้แก่ ปกเสื้อ ส่วนพับปลายแขน ขอบกางเกง
ปากกระเปา๋ ใหแ้ ปรงขยจ้ี นสะอาด
5. บีบผ้าเอานำ้ สารซักฟอกออกมาควรบดิ ผา้ แรงๆ
6. ซกั ผ้าท่แี ปรงแล้ว 3-4 คร้งั จนหมดนำ้ สารซักฟอก
การจดั เกบ็ เสือ้ ผ้า
1. เสื้อผ้าไม่จำเป็นต้องรีด เช่น เสื้อยืด ชุดชั้นใน ถุงเท้า ให้นำมาพับแล้วแยกเก็บเป็นประเภทต่างๆ
ให้เรียบรอ้ ย
2. เสือ้ ผ้าท่ตี ้องรีด เม่ือรดี เสร็จแล้ว ให้แยกเกบ็ ใหเ้ รียบรอ้ ย ดงั ต่อไปน้ี
1) เก็บด้วยไม้แขวนเสื้อ เช่น ชุดนักเรียน ชุดทำงาน ให้ใช้ไม้แขวนเสื้อแขวนโดยจัดทรง
ใหเ้ รยี บรอ้ ยโดยไม่จำเปน็ ต้องแขวน
3. การซ่อมแซมเสื้อผ้า
เส้อื ผ้าทเ่ี ราสวมใสเ่ ปน็ ประจำ เมอื่ ใช้ไปนานๆ อาจทำใหเ้ กิดการชำรุดเสียหาย เชน่ กระดมุ หลุด ตะขอ
หลุด กระเป๋าขาด ดังนั้นเราจึงควรรู้จักซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อจะได้ใช้เสื้อผ้าอย่างคุ้มค่า และยังช่วยประหยัด
รายจา่ ยอกี ดว้ ย
ประโยชนข์ องการซ่อมแซมเส้ือผา้
การซ่อมแซมเส้ือผา้ ได้ดว้ ยตนเองนัน้ ทำให้เราไดร้ ับประโยชน์ ดังนี้
1) ชว่ ยยดื อายกุ ารใชง้ านของเสื้อผา้ ให้นานย่ิงข้นึ
2) ช่วยประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายของตนเองและครอบครวั ได้
3) เพิ่มรายไดใ้ ห้กบั ครอบครัว เชน่ รับจา้ งซ่อมแซมเสอ้ื ผ้าง่าย ๆ เป็นตน้
4) เป็นการใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์
5) ทำให้เกิดความภาคภูมิใจที่สามารถซอ่ มแซมเสื้อผ้าดว้ ยตนเองได้
วธิ ีการซ่อมแซมเส้อื ผ้า
การเกบ็ ตะขอกางเกงหรอื กระโปรง
การสวมใส่หรือถอดเสื้อผ้าโดยไม่ระมัดระวัง อาจทำให้ตะขอหลุดออกได้ ดังนั้นนักเรียนจึงควรรู้จกั
การเยบ็ หรอื เปลย่ี นตะขอ เพอ่ื สามารถซ่อมแซมดว้ ยตนเองได้
1) วสั ดอุ ุปกรณ์ มีดังน้ี
- กรรไกร - เขม็ เย็บผา้ - ด้าย
- ตะขอแบบแผน่ โลหะ - เข็มหมดุ
2) การซอ่ มแซมตะขอ มขี นั้ ตอนดังน้ี
1. เลาะดา้ ยออกจากตะขอทีห่ ลุดให้หมด
2. นำตะขอตัวผ้วู างหงายขึน้ ตรงตำแหน่งเดิม แล้วใชเ้ ข็มหมุดตรงึ ไวเ้ พื่อไมใ่ หต้ ะขอเลอ่ื น
3. ใชเ้ ขม็ รอ้ ยด้าย แล้วขมวดปมดา้ ยตรงสว่ นปลาย
4. แทงเข็มโดยสะกิดผ้าด้านหน้าเท่าปลายเข็มผ่านเข้ามาในรูตะขอ และแทงเข็มลงให้ทะลุ
รขู า้ งตะขอ ทำซ้ำ 7-8 รอบ แลว้ ขมวดปมด้ายให้แนน่
5. เย็บตะขอตัวเมียเหมือนวิธีการเก็บตะขอตัวผู้ ซึ่งใช้หลักการเย็บเหมือนกัน และการวาง
ตะขอตัวผแู้ ละตะขอตัวเมยี จะต้องวางใหต้ รงกัน
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8
เรือ่ ง แนวทางการเขา้ สอู่ าชีพ
การเตรียมตวั เข้าส่อู าชีพเปน็ การเตรยี มความในดา้ นการหางานและพัฒนาตนใหม้ ีคุณสมบัติที่จำเป็น
เพื่อใหส้ มคั รงานไดต้ รงตามความสนใจและความถนดั ของตนเอง
การหางาน
การหางานใหไ้ ดง้ านตามความต้องการ เหมาะสมกับความรูค้ วามสามารถของตนเองมแี นวทาง ดังนี้
1. สำรวจตนเอง เป็นการพิจารณาความสนใจความถนัด ความรู้ ความสามารถและทักษาความ
ชำนาญของตนเองว่าเกย่ี วข้องกับอาชีพที่ต้องการทำงานหรือไม่ ถา้ ขาดคณุ สมบัตขิ อ้ ใดก็ควรศกึ ษาเพมิ่ เติมจาก
การอ่านหนังสือหรอื บทความในเว็บไซต์ เรียนพเิ ศษเพม่ิ เติมจากสถาบันที่เปิดสอน และหม่ันฝึกฝนด้วยตนเอง
เป็นประจำ เช่น ถ้าสนใจประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ก็ควรสำรวจตนเองว่ามาความสามารถในด้านการฟัง พูด
อ่าน เขียน ภาษาใดบ้าง มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศมากน้อยเพียงใด
หากพบว่าความสามารถในการฟงั พูด อา่ น เขยี นภาษาองั กฤษยังไมด่ ีพอสมควรเรียนพิเศษจากสถาบันภาษา
ท่ีเปิดสอน หมน่ั ฝกึ ฟงั พดู อ่าน เขียน ภาษาองั กฤษเป็นประจำดว้ ยตนเอง เพอ่ื ให้เกดิ ทกั ษะและความชำนาญ
ศกึ ษาแหล่งท่องเท่ียวตา่ งๆ จากหนงั สือท่ัวไป เวบ็ ไซตใ์ นอนิ เตอร์เน็ตและแผน่ พบั ใบปลวิ ต่างๆ เปน็ ตน้
2. สำรวจตลาดแรงงาน เป็นการพิจารณาความต้องการอาชีพใดๆ ก็ตามของตลาดแรงงาน ในช่วง
เวลาท่ตี นเองต้องการหางาน ซ่งึ หากเป็นอาชีพทีข่ าดแคลนคนทำงาน หรอื ต้องการคนทำงานด่วน ก็มแี นวโน้ม
ทจี่ ะได้ทำงานมากกว่าอาชีพท่ีมคี นต้องการทำงานมากแตร่ ับสมคั รคนทำงานนอ้ ย
นอกจากนี้ ถา้ มีบรษิ ัทหรือองคก์ รท่ีเปิดกิจการใหม่ตอ้ งการรับสมัครคนทำงานจำนวนมากในช่วงเวลา
นั้นโอกาศจะไดท้ ำงานก็มสี ูงเช่นกัน
การสำรวจตลาดแรงงานอาจดูได้จากประกาศรับสมัครงานในหนังสือพิมพ์สมัครงานเว็บไซต์
ในอินเตอร์เน็ต ประกาศรับสมัครที่ติดไว้ในองคก์ รหน่วยงานหรือบริษัทตา่ งๆ ฟังจากวิทยุหรอื ติดตอ่ สอบถาม
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการหางานและสมัครงาน เช่น กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน กรมพัฒนา
ฝมี ือแรงงาน เป็นตน้
3. หางานจากแหลง่ งานตา่ งๆ อย่างมืออาชีพ เป็นการหางานจากแหล่งทีม่ งี านจำนวนมากให้เลอื ก
ในหลายสาขาอาชีพ เช่น หนังสือพิมพ์สมัครงานเว็บไซต์หางานและสมัครงานในอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ของ
หน่วยงานบริษัทหรือองค์กรที่เปิดรับสมัครงานเอง สมัครงานกับหน่วยงาน บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ที่ติดต่อ
ขอรับสมัครพนักงานผ่านสถานศึกษาที่ตนเองศึกษาอยู่ หรือเดินเข้าไปสอบถามและกรอกใบสมัครทิ้งไว้กับ
หน่วยงาน บรษิ ทั หรือองค์กรท่เี ปิดรับสมัครงานโดยตรง
การเตรยี มตวั เองเขา้ สู่งานอาชีพ
การเตรียมตวั เองเข้าสู่งานอาชพี มีความสำคัญอย่างมากต่อการประกอบอาชีพ ซึง่ หากมกี ารเตรียมการ
ที่ดีย่อมส่งผลให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ดังนั้น การเตรียม
ตวั เองเขา้ สูง่ านอาชพี มวี ธิ กี ารดงั น้ี
1. การเตรยี มตัวขณะกำลังศึกษา
การเตรียมตัวขณะกำลังศึกษา เป็นการเตรียมตัวในด้านวิชาการ ด้านประสบการณ์ และการฝึกฝน
ความสามารถพิเศษ ซึ่งมีวธิ ีปฏบิ ตั ิ ไดแ้ ก่
1. การเตรยี มตัวความร้วู ิชาการ เปน็ การศึกษาความรูส้ อู่ าชพี เก่ียวกับหลกั การหรือทฤษฎีใน
งานอาชพี ท่ีนา่ สนใจ เพ่ือใหเ้ ข้าใจอย่างทอ่ งแท้
2. การเตรียมตัวประสบการณ์ชีวิต การที่จะได้รับประสบการณ์จะต้องทำกิจกรรมนอก
หลักสูตรการเรียนอย่างเป็นระบบ เช่น ศึกษาดูงานจากแหล่งเรยี นรทู้ ีไ่ ด้รับรางวัล รว่ มกจิ กรรมกลุ่มหรือชมรม
ต่าง ๆ ตามท่ตี นเองสนใจ
3. การฝึกฝนความสามารถพิเศษ เป็นการฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถที่เอื้อต่อการ
ประกอบอาชีพต่างๆ เช่น สามารถขับรถยนต์ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ สามารถพูดภาษาอังกฤษและภาษา
ประเทศเพ่อื นบ้าน เป็นตน้
2. การเตรียมตัวภายหลังจบการศกึ ษา
หลังจากสำเร็จการศึกษา เราจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพ
มวี ธิ ีการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1. การศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะความรู้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพในยุคปัจจุบัน เช่น
เข้ารบั การอบรมคอมพิวเตอรโ์ ปรแกรมตา่ งๆ อบรมภาษาตา่ งประเทศทจี่ ำเปน็ เปน็ ต้น
2. การเตรียมตัวความรู้เรื่องงานที่จะทำ เป็นการเตรียมการเกี่ยวกับตำแหน่งงาน หน้าที่
ความรบั ผดิ ชอบของงาน ความรูค้ วามสามารถที่จะใช้ในการทำงาน รวมถึงผลตอบแทนที่จะไดร้ บั
3. การเตรียมความรู้ด้านตลาดแรงงาน เราต้องหาช่องทาง หาตำแหน่งงานที่สนใจ
จากแหลง่ ต่างๆ เช่น จากหนังสือพมิ พ์ สอ่ื สิ่งพิมพ์ต่างๆ ฯลฯ
3. การเตรยี มตัวสมัครงาน
การเตรียมตัวสมัครงาน เป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลิกภาพ การเตรียมเอกสารและ
อุปกรณ์ตา่ งๆ ซงึ่ มวี ธิ กี ารเตรียม ดังน้ี
1. การเตรียมความพร้อมด้านบุคลิกภาพ ได้แก่ การฝึกปรับปรุงกิริยา มารยาท การพูด
การเดนิ รวมถึงการแต่งกาย
2. การเตรียมเอกสารและอปุ กรณ์ต่างๆ เช่น ใบรบั รอง วฒุ ิการศกึ ษา บตั รประชาชน สำเนา
ทะเบยี นบ้าน รูปถ่าย เป็นต้น
ใบความรู้ที่ 9
เร่อื ง การจัดประสบการณ์ในอาชพี
การคน้ หาความสามารถของตนเอง
1. ความรู้ เช่น ภาษา การคิดคำนวณ คอมพิวเตอร์
2. ทักษะในการทำงาน เชน่ ทกั ษะการสือ่ สาร ทกั ษะการแกป้ ัญหา ทักษะการเปน็ ผ้นู ำ
3. จุดเดน่ ของตนเอง เป็นบุคลกิ ภาพทที่ ุกคนมตี า่ งกนั
4. ความถนัดหรือความสามารถพเิ ศษ หมายถึง ศักยภาพทม่ี อี ยใู่ นตัวบุคคล
5. ขอ้ จำกัด หมายถึง สิ่งท่ีทำใหเ้ กดิ อุปสรรค
6. ความสมั พนั ธท์ ่ีมตี ่อบคุ คล ความสมั พันธ์ที่ดจี ะชว่ ยใหท้ ำงานสำเรจ็ และมปี ระสิทธิภาพ
7. ความชอบ/ความสนใจ เปน็ การคิดทบทวนเกย่ี วกับประสบการณ์ท่ีผ่านมาของตนเอง
เปิดแนวโนม้ ปี 64 อาชีพใด มีเกณฑ์โตสวนทางโควิด
โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไม่หยุด สร้างความปั่นป่วนทั่วโลกยังไม่จบไม่สิ้น ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ
ทำใหซ้ บเซา รายได้หดหาย ใครแขง็ แกร่งกว่าก็อยรู่ อดไปได้ ท้งั วิกฤตการณ์ครั้งนี้กท็ ำใหอ้ าชีพเก่าสัน่ คลอน ล้ม
หายตายจาก ในทางกลับกันสง่ ผลดีต่อการเกดิ อาชีพใหมใ่ หเ้ ข้ากบั ยคุ สมัย สรา้ งโอกาสทำเงินเปน็ กอบเป็นกำ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด สะท้อนมุมมองภาพรวมให้เห็นว่าในยุคโรคโควิดยังไม่หมดจากโลกใบน้ี
ในปี 2021 แนวโน้มอาชีพท่มี แี นวโน้มนา่ จะมาแรงมากสดุ เกาะกระแสเทรนด์เทคโนโลยี ประกอบด้วย
1. อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล คงไม่มีใครปฏิเสธว่า อาชีพนักโปรแกรมเมอร์
นักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือคนที่ทำอาชีพเกี่ยวกบั เทคโนโลยีมาแรงสุด เนื่องจากที่ผ่านมาเทคโนโลยีได้เข้ามามี
บทบาทสำคัญต่อชีวติ ในช่วงโควดิ ระบาด ทำให้ทุกคนเกิดความคุ้นชิน เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งไม่
ต้องเดินทางไปธนาคารเหมือนแต่ก่อน สามารถทำธุรกรรมผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย หรือการสั่งอาหาร
ดีลิเวอรี่ การซื้อของออนไลน์ ซึ่งมีการใช้บริการมากขึ้นทำให้พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เพราะเทคโนโลยีทำให้
อาชีพนี้มาแรง
2. อาชีพอคี อมเมิร์ซ ขายของออนไลน์ ซึง่ ตลอดปี 2020 ธุรกจิ ออนไลนเ์ ติบโตสงู สูด จากเดิมคนเช่ือ
วา่ ต้องมีหน้าร้านจะสามารถขายของได้ แตย่ ุคนไ้ี มม่ หี น้าร้านก็สามารถขายของได้ในรูปแบบออนไลน์ ทำให้ไม่
ตอ้ งใชท้ ุนมาก เพราะไม่ต้องมีหน้าร้าน และสามารถขายเมอ่ื ใดก็ได้
3. ร้านอาหาร แม้ช่วงวิกฤตโควิดกระทบหนัก แต่หลังคลี่คลาย กลายเป็นปัจจัยที่ 4 เพราะอาหาร
เป็นสิ่งจำเป็นทุกคนต้องทาน ยกตัวอย่าง ร้านยำต่างๆ เปิดขายสร้างรายได้จนรวย โดยเฉพาะพวกซีฟู้ด หรือ
กะเพราต้องจานใหญ่ ทำให้ขณะน้ีมผี ้ปู ระกอบการรายใหญ่หันมาทำซีฟู้ดและกะเพรามากขน้ึ ถอื เป็นอาชีพไม่
มีวนั ตาย
4. กลุ่มสุขภาพอนามัย อาชีพนี้สามารถแยกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ฟิตเนส ลดน้ำหนัก ทุกคน
เริม่ สนใจดแู ลสขุ ภาพมากข้นึ เพ่ือทำใหส้ ุขภาพแขง็ แรง ปลอดภัยจากโรคภยั หรือเครอ่ื งดื่มผสมวิตามิน เปน็ อกี
เทรนด์กระแสแรง น้ำหรือขนมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรง รวมไปถึงเครื่องออกกำลังกาย
มแี นวโน้มมาแรงมาก
5. เกษตรประยุกต์ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง จากฮิตนั่งแช่นั่งร้านตามห้างสรรพสินค้า
หนั กลับไปใชบ้ ริการ รา้ นกาแฟกลางทุง่ นา ท่ามกลางดอกไม้ จงึ เกิดธรุ กจิ ประเภทนีม้ าก และการทำไร่นาสวน
ผสมน่าจะเป็นอาชพี มีความสำคัญ ยังรวมไปถงึ เกษตรอินทรีย์ เกษตรออรแ์ กนิกแบบผสมผสาน มกี ารแบ่งเป็น
ผลิตภัณฑ์การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เนื่องจากผู้คนไม่กล้าเข้าไปเดินห้างมากนัก
เนือ่ งจากกลัวตดิ เชอื้ โควดิ จงึ หนั มาเที่ยวแหลง่ ท่องเท่ียวเหลา่ นี้
การศึกษาเกย่ี วกบั ประกาศรับสมัครงาน
ทำใหท้ ราบเกย่ี วกบั ตำแหน่งทร่ี บั สมคั ร คุณสมบัตขิ องผสู้ มัคร อตั ราคา่ ตอบแทน
การศึกษาเกยี่ วกบั ผลตอบแทนในการประกอบอาชีพ
ผลการตอบแทนในการประกอบอาชีพ คอื ส่งิ ทีเ่ ราจะไดร้ ับเม่อื ประกอบอาชพี นั้น เช่น รายได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการ การจ่ายค่าตอบแทน
และการทำงาน เพอื่ ให้ลกู จ้างทำงานดว้ ยความปลอดภัย มีสขุ ภาพอนามัยทีด่ ี
นายจา้ ง คือ
1. ผ้ทู ต่ี กลงรับลกู จา้ งเขา้ ทำงานโดยจา่ ยค่าจา้ งให้
2. ผ้ซู ึ่งได้รับมอบหมายใหท้ ำงานแทนนายจา้ ง
3. กรณนี ิติบคุ คล หมายความถงึ ผทู้ ี่มอี ำนาจกระทำการแทนนติ ิบุคคล
4. กรณีเจ้าของกิจการได้จา้ งเหมาคา่ แรง ให้ถือว่าเจา้ ของกิจการเป็นนายจ้าง
ลูกจา้ ง คือ
ผูท้ ต่ี กลงทำงานใหน้ ายจ้างโดยไดร้ ับค่าจา้ ง ซ่งึ จะได้รับสทิ ธิและหน้าท่ี ดงั นี้
1. การกำหนดเวลาทำงานทกุ ประเภทไม่เกนิ 8 ช่ัวโมง/วัน และไม่เกิน 48 ชวั่ โมง/สัปดาห์ เวน้ แต่งาน
ทอี่ าจเปน็ อันตรายไมเ่ กิน 7 ชว่ั โมง/วัน และไม่เกิน 42 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
2. การกำหนดวันหยุด มีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วัน/สัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี ไม่
นอ้ ยกวา่ 13 วนั /ปี โดยรวมวันแรงงานแหง่ ชาติ และวนั หยดุ ประจำปไี มน่ อ้ ยกว่า 6 วันทำงาน/ปี
การกำหนดวันลา
1. ลาป่วยได้เท่าท่ปี ่วยจริง โดยได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาทีล่ า แต่ไมเ่ กิน 30 วนั /ปี
2. ลาเพ่อื ทำหมนั ได้ตามที่แพทยก์ ำหนดและออกใบรับรอง โดยได้รบั ค่าจา้ ง
3. ลากจิ ไดต้ ามข้อบังคบั เกยี่ วกบั การทำงาน
4. ลาเพื่อรบั ราชการทหาร โดยได้คา่ จ้างตลอดระยะเวลาทลี่ า แตไ่ มเ่ กนิ 60 วนั /ปี
5. ลาฝกึ อบรมหรอื พฒั นาความรคู้ วามสามารถ
6. วันลาเพ่ือคลอดบตุ ร ไม่เกนิ 90 วนั นับรวมวันหยุดโดยได้รับคา่ จ้างไม่เกนิ 45 วัน
สวสั ดกิ าร
1. น้ำสะอาดสำหรับดืม่ หอ้ งน้ำ หอ้ งส้วม และปัจจยั ในการปฐมพยาบาลใหแ้ ก่ ลกู จา้ ง
2. นายจ้างที่มีลูกจ้างตัง้ แต่ 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ
เพื่อรว่ มประชมุ ปรึกษาหารือกบั นายจ้างเก่ียวกบั การจัดสวสั ดกิ ารในสถานประกอบการ
การเตรียมตวั เขา้ สู่อาชีพ
- การหางานจากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ
- สื่อสง่ิ พมิ พ์ ส่อื อินเทอรเ์ น็ต สำนกั งานจดั หา หนว่ ยงานจัดหางานของมหาวิทยาลยั
- สำนกั งาน ก.พ. ญาตสิ นทิ มิตรสหาย หรือการสมคั รงานในองค์กรที่สนใจโดยตรง
คุณสมบตั ิท่จี ำเปน็ ในงานอาชพี
1. ความรู้ ความรเู้ กย่ี วกับงาน
2. คุณลกั ษณะ เชน่ ความรับผิดชอบ ความอดทน
3. ทกั ษะ เช่น ทกั ษะการตัดสนิ ใจ
คำสำคญั
ความสามารถ แนวโน้มอาชีพ ตลาดแรงงาน การสมัครงาน ผลตอบแทน พระราชบัญญัติคุ้มครอง
แรงงาน
Note