The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Prang 's, 2020-11-26 07:05:11

หนังสือรัฐศาสตร์วิชาการ 2563

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

สารบญั

1 คาํ นาํ
2 จากฮอ งกงสไู ทย ในกลยุทธ “มอ็ บไรแกนนํา”
4 [มอ็ บ + รฐั = จอสดี าํ ]: บทบาทและเสรภี าพส่อื ใน

การรายงานขาวประเดน็ การเคลอ่ื นไหวทางการเมือง

11 สดดุ ีแด ‘เปด ยาง’ ทร่ี กั ยงิ่ : มติ ใิ หมของการ

ประทว งดว ยอารยอารมณ

17 อนรุ กั ษนยิ มทาํ ใหผ ูปกครองคดิ ตา งทางการเมือง

กับขบวนการนกั ศึกษาไทยไดอยางไร?

22 How to be #Singhadang73

26 Little story of the journey to BIR Program
29 รายชอ่ื คณะทาํ งาน

คาํ นํา

ผมเร่ิมเห็นขบวนการเคล่ือนไหวทางการเมืองครงั้ แรก ประมาณชวงป 2552 และไดเห็นเหตุการณค วาม
รุนแรงระหวางประชาชนกับเจาหนาที่รัฐผานรายการขาวทางโทรทัศน ในเวลาตอมาผมสนใจขบวนการ
เคล่อื นไหวอยางจริงจังกอ นเขาคณะรัฐศาสตร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตรเพียง 2 ปเทานนั้ จากเหตุการณร ณรงค
ไมรับรางรัฐธรรมนูญฉบับป 2560 เปนตนมา ซึ่งทําใหผมเห็นความสําคัญของการมีสวนรวมทางการเมืองที่จะ
กําหนดทศิ ทางของการเมืองไทยในอนาคต

สําหรับผมแลว หนังสือเลมน้ีเปนการนําเสนอมุมมองตาง ๆ เชน วงการสื่อมวลชน และมุมมองของ
นักวิชาการดานสันติวิธี ตอการเคล่ือนไหวทางการเมืองที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธอยางไมเคยเกิดขึ้นใน
ขบวนการเคล่ือนไหวของประวัติศาสตรการเมืองไทย ซึ่งอาจทําใหเห็นปญหาเชิงโครงสรางท่ีฝงรากลึกของ
สงั คมไทย เปรียบกับสภาพรางกายท่ปี วยอยา งยาวนาน แตมาพบกบั หมอท่สี ามารถชว ยเย่ียวยาอาการปว ยใหดี
ขึน้ แตก ็ไมส ามารถรกั ษาไดหายขาดได

ดงั นัน้ คําถามทจี่ ะเกิดขนึ้ จากการเคล่อื นไหวทางการเมอื งรปู แบบใหมใ นปจ จุบนั คือ จะมวี ธิ ีการอยา งไร
ที่จะเกิดความปรองดองระหวา งฝายตาง ๆ ภายใตกรอบกติกาท่ีเปนธรรมกับทุกฝา ยอยางเปนรูปธรรม? และ
อุดมการณ/คานิยม/ความเช่อื ของตะวันตกจะถูกปรับใหเขา กับสภาพสังคมไทยอยางไร? ซึ่งยังมีคําถามอ่ืน ๆ
อีกมากมายที่ตอ งการคําตอบ เพื่อแกไขปญหาสภาวะการเมืองไทยท่ีดํารงอยู และทิศทางของการเมืองไทยใน
อนาคตจะเปนอยา งไร ขึน้ อยกู บั ความคาดหวงั หรอื แสงสวางในความหมายของแตละบุคคลทมี่ ีตอ ระบบการเมอื ง
และสถาบันการเมอื ง

ปรชั ญา เผอื กบริสุทธ์ิ
ประธานโครงการรัฐศาสตรวชิ าการ ครงั้ ที่ 28

1

จากฮองกงสไู ทย

ในกลยทุ ธ “ม็อบไรแ กนนํา”

ภายหลังจากการจับกุมแกนนําคณะราษฎร 2563 การชุมนุมแบบไรแกนนําเปนปรากฏการณการชุมนมุ
แบบใหมของการประทว งในประเทศไทย และไดเกิดกลยทุ ธใ นการชุมนมุ ใหม“ เราทกุ คนคือแกนนํา”มอ็ บไรแกน
นาํ นนั้ ไดเ คยเกิดขึ้นแลว ในการประทวงท่ีฮอ งกง การประทว งทม่ี ีระยะเวลาที่จํากดั ไมยดื เย้ือ ลดการเผชญิ หนา
ตาํ รวจและเกดิ การกระจายตวั ของผูชุมนุมไดถ กู นาํ มาใชใ นการชุมนุมของไทยในที่สดุ

การชุมนุมตอตานรัฐบาลจีนในฮองกงน้ันผูคนสวนมากจะมีภาพจําวาเปนการประทวงท่ีนําโดย “โจชวั
หวอง” แตแทท่ีจริงแลวหวองไดถูกจบั กุมไปกอนหนานั้นแลวในป 2019 การประทวงในรูปแบบ “ม็อบไรแกน
นํา” จึงถือกําเนิดขึ้น บรรดาผูชุมนุมซ่ึงสวนใหญลว นเปนนักศึกษาไดมีการนัดการชมุ นมุ ผานโซเชียลมเี ดีย การ
ตดิ แฮชแท็กสรางกระแสหรอื รวมไปถึงการนดั ชมุ นมุ ผานแอพพลิเคชันเขารหสั ระหวางผูใชอยา ง “Telegram” ซึ่ง
การชุมนุมแบบไรแกนนําน้ันมีขอดีตรงท่ีเจาหนาที่ตํารวจตอรองและจับกุมผูชุมนุมไดอยางลําบากเพราะไมรวู า
ใครกันแนที่เปน แกนนํา แตในขณะเดยี วกันก็มขี อ เสยี ตรงท่ีอาจจะเกิดการสรางสถานการณความรุนแรงอนั เปน
เหตุใหรัฐใชเปนเหตุผลในการเขาสลายการชุมนุมได ซ่ึงจากที่เราไดทราบกันดีวาการประทวงในฮองกงไมได
เปนไปอยางสันติ มีการใชค วามรุนแรงของผูชุมนุมบางสว น มีการทําลายทรพั ยสนิ สาธารณะตางๆเชน การเผา
ทําลายสถานีรถไฟใตดิน การทุบทําลายรานคาสัญชาติจนี และการใชความรุนแรงตอ ประชาชนชาวฮองกงดว ย
กันเอง กลยทุ ธไ รแ กนนําในแบบฮองกงจึงลม ไมเปนทา

2

กลับมาดูกันที่สถานการณการประทวงในประเทศไทยดวยกลยุทธ “ม็อบไรแกนนาํ ” ซึ่งแทบจะเปนการ
ลอกแบบมาจากม็อบฮองกงทั้งหมด ทั้งการใชสื่อโซเชียลมีเดียในการเผยแพรขาวสาร การติดแฮชแท็กปน
กระแสในทวิตเตอรและการนัดหมายการชมุ นุมผา นแอพพลเิ คชันเขา รหัสอยาง “Telegram” ก็ไดถ กู นาํ มาใชด ว ย
สําหรับกลุมผูประทวงในไทย การกระจายตวั ของผูชมุ นุมที่เรามักจะเรียกกันวา เปนกลยุทธแ บบ“ดาวกระจาย”
น้นั ประสบความสาํ เรจ็ อยา งมากจากท่ปี ระชาชนมีการนัดการชุมนมุ กันทว่ั ประเทศอยางตอเนื่อง แตส ่ิงสําคญั ส่ิง
หน่ึงที่ผชู ุมนุมไทยไมไดถ อดแบบมากจากม็อบฮองกงคอื การใชค วามรุนแรงในการตอบโตเ จา หนาทต่ี ํารวจ แมวา
จะมีการพยายามสรางสถานการณในการใชความรุนแรงจากผูไมประสงคดีแตก็ไมเปนผลสําเร็จ ผูชุมนุมไทย
ยังคงใชส นั ตวิ ิธีในการชุมนุมตอไป กลยุทธการชมุ นมุ แบบดาวกระจายยังคงเกดิ ขนึ้ เรื่อยๆตอไปทั่วประเทศ

จากการชมุ นมุ แบบไรแ กนนํา“ฮอ งกงโมเดล”และการชมุ นมุ แบบไรแ กนนาํ ของไทย“เราทกุ คนคอื แกนนํา”
มีตัวแปรสําคัญที่ทําใหรัฐมีความชอบธรรมในการเขาสลายการชุมนุมไดนั่นคือ“การใชความรุนแรง”ของผู
ประทวงชาวฮอ งกง ฉะน้นั หากจะพูดวา เรามาถกู ทางแลวก็คงจะไมผ ดิ เสยี ทเี ดียวเพราะการประทว งแบบไรแกน
นําดว ยสันติวิธีนน้ั ทาํ ใหก ารชุมนุมดําเนนิ ตอ ไปไดใ นอนาคตแมวาจะตองแลกดวยเง่ือนไขของเวลาทีไ่ มมีทางรูได
สุดทายผเู ขยี นขอเปนกาํ ลังใจใหผ ูชมุ นมุ ยืนหยดั สูตอ ไปดว ยสนั ติวธิ ีตามวถิ แี หงประชาธิปไตย

3

[ม็อบ + รัฐ = จอสดี าํ ]

บทบาทและเสรีภาพสอื่ ในการรายงานขาว
ประเดน็ การเคล่ือนไหวทางการเมอื ง

เมอ่ื พดู ถึงการเคล่ือนไหวของขบวนการภาคประชาชนเพ่อื ใหไดมาซึ่งสงั คมแหงความเทา เทยี ม การไดร ับ
การยอมรบั ซ่งึ ตัวตนอัตลักษณ สภาวะท่หี ลุดพนจากระบอบอํานาจนิยม ไปจนถงึ เปา หมายในการปฏริ ูปสถาบัน
ทางการเมืองในชว งป 2563 ที่ผานมาแลวนัน้ หลายคนอาจนึกถงึ วลีถอ ยคาํ ตางๆที่ถกู ใชเพ่ือนิยามแนวทางการ
เคลอ่ื นไหวของผชู มุ นมุ จนกลายเปน ภาพจาํ ไปโดยปรยิ าย ไมว าจะเปน ‘ม็อบมุงมิ้ง’ ‘มอ็ บเดก็ ’ ‘มอ็ บแหง ความ
หลากหลาย’ หรอื กระทง่ั ‘ม็อบจาบจวง’ แตท งั้ นีท้ ั้งนนั้ ปฏเิ สธไมไดวา ภาพจาํ ของมวลชนที่แตกตางกันออกไป
เชนน้ี สวนหนึ่งลว นแตถกู แตงแตมและถา ยทอดจากกลุมบุคคลผบู ันทกึ เรื่องราวการตอสู รวมทั้งเปนผูเปดทาง
ใหข อ เรียกรองตา งๆของพวกเขาไดเ ปน ที่รบั รใู นวงกวา งตอสังคมโลก

แนน อนวา เปน ใครไปไมไ ดเ ลยนอกจาก ‘พๆี่ สอื่ มวลชน’

หากเรานิยามวา ส่ือมีบทบาทสําคัญมากเชนนี้ ทา มกลางการนับถอยหลงั รอคอยวนั ที่ฟา สีทองผอ งอําไพ
ชางนาสนใจเปน อยางยิ่งวา ในทศั นะของสื่อแลว “อะไรคือแสงสวา งทป่ี ลายอุโมงคข องการตอสโู ดยประชาชนใน
ครานี?้ ”

แดดรอ นๆตอนบายๆ หลังจากกลิ่นควนั เทาๆเร่มิ เจือจางลง เราไดชวนอาจารยว โิ รจน อาลี อาจารยคณะ
รฐั ศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร หรอื ที่ทกุ คนจดจาํ เขาไดในฐานะ ‘ผูป ระกาศขาวสถานโี ทรทัศนช อง Voice
TV’ มาพูดคุยถึงมุมมองยุทธศาสตร ขอเสนอตอรัฐ และโดยเฉพาะอยางยิ่ง บทบาทของส่ือมวลชนตอการ
รายงานขาวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เสมือนเปนการจดุ ไฟ(แช็ก)เพื่อเติมแรงใจใหขบวนการสามารถไปถงึ
เสนชัย ณ ปลายอุโมงคไ ดใ นเร็ววัน

4

อาจารยค ดิ วา บทบาทของสอื่ ไทยในการนาํ เสนอขา วเกย่ี วกบั ‘การเคลอื่ นไหว
ประเด็นการเมือง’ ในชวงการชุมนุมครึ่งปหลังของ 2563 ท่ีผานมานี้เปน
อยา งไรบา ง ?

อันดับแรก ยังนําเสนอกันแบบมีขอจํากัด คือ มี
สือ่ บางสว นทย่ี งั เกรงใจรฐั เขากจ็ ะพยายามทําสื่อ
ในลักษณะท่ีใหเห็นภาพเฉยๆ ไมมีการลงไป
พูดคุยสัมภาษณหรือเขาไปทําการวิเคราะห
ประเดน็ อะไรในเชงิ ลกึ ในขณะเดยี วกนั ก็มีอีกดาน
หนึง่ ซง่ึ เปน ส่อื ทอ่ี าจวิพากษวจิ ารณก ารเคลือ่ นไหว
ของประชาชนท่ีนําดวยอุดมการณทางการเมือง
หรือสนับสนุนการเคล่ือนไหวของนักศึกษา ทั้งนี้
มันมีหลายประเด็นมาก แตพูดในฐานะสื่อ
สาํ หรบั ผมตองการ 2 เร่ืองใหญ ๆ
1) ไมอยากใหร ฐั เขา มาแทรกแซง อยางเชน ในกรณีของส่ือที่ผมทําอยูคอื Voice TV เราถูกแทรกแซงหนกั มาก ท้ัง
ท่ีเปนทางการและไมเปนทางการ ท้ังการถูกถอดจากดาวเทียม ถูกถอดจาก Digital TV อะไรตาง ๆ ดวยแรง
กดดันมหาศาล ผมคิดวาสื่อตองสามารถทํางานอยางเปนอิสระไดมากท่ีสุด ไมวาจุดยืนทางอุดมการณคุณจะ
มองอยางไรก็แลวแต คณุ มสี ิทธใ์ิ นการวเิ คราะหทจ่ี ะใหเห็นแงม ุมตา ง ๆ ของการเคล่ือนไหวภาคประชาชน
2) ขอ เท็จจรงิ ยงั ไงกต็ อ งสอ่ื ใหค รบถว น หลงั จากน้นั จะมองในตัวขอเทจ็ จริงดังกลาววา มนั มีนัยยะอะไรเปน พเิ ศษ
มากนอยแคไหน ก็ถือวาเปนสิทธ์ิของส่อื ท่ีสามารถทําได เพราะวาหนาท่ีหลักของเราคือไมใชแคอานขาวอยาง
เดยี ว แตเราตองพยายามวิเคราะหใหเ ห็นมุมมอง ส่อื ถงึ มมุ มองคนอน่ื ทั้งหมดทงั้ ปวงผมคดิ วา มันจะตอ งไปสรา ง
การรูเทาทันสื่อ (Media Literacy) ใหประชาชนรูจักเลือกส่ือในหลากหลายดาน และตัดสินใจเอาเองวาส่ือใน
ลักษณะแบบไหน ขอ มูลในลักษณะแบบไหนท่เี ปน ประโยชน หรอื ไมเปนประโยชน

5

ถา เทยี บในอดตี เปน ชว งรฐั ประหาร มาจนกระทง่ั หลงั การเลอื กตง้ั บทบาท
และการมสี ว นรว มของภาคประชาชนทด่ี เู หมอื นจะเพม่ิ ขนึ้ ตรงนไ้ี ปเสรมิ ให
เพดานการรายงานขา วของสอื่ สงู ขนึ้ ดว ยไหม ทง้ั สอื่ หลกั และสอ่ื ออนไลน ?

เพ่ิมขึ้นแนนอนหลังจากท่ี คสช. ส้ินสภาพไป ทําใหเพดานมันขยับมากขึ้น แตเราก็จะเห็นประเด็นเร่ืองความ
เกรงใจที่สื่อตาง ๆ ยังมีตอรัฐบาลคอนขางสูง ส่ือออนไลนจะไมคอยเปนมากเทาไหร แตวาสื่อหลักซึ่งคนดู
คอนขางเยอะจะมสี ภาวะของความเกรงใจมาก อนั น้ีเราตอ งเขา ไปดใู นรายละเอยี ดเรอื่ งประเดน็ เจา ของส่ือ กลุม
ทุน และความเชอ่ื มรอยที่มีตอ รฐั บาล อะไรพวกนี้มันมีผลทั้งหมด แตผมคิดวาเสรีภาพในการนําเสนอเปนสิง่ ท่ี
เราตองมี ถาบอกวามนั ไมควรมแี บบนี้ ๆ มันไมได ยงั ไงมนั กต็ อ งมี เพียงแตว าตองอยูท ผ่ี ูช มในการ Balance ชดุ
วิธีคิดที่มีอยูมากมายในสังคมท่ีซ่ึงตองการสะทอนปญหาออกมา ดังน้ันมันตองไมมีการแทรกแซง การกดดัน
และใหอิสรภาพในการนาํ เสนอไดอยางตรงไปตรงมา

ในมุมมองของส่ือ ใหความเห็นเก่ียวกับการเคล่ือนไหวของภาคประชาชน
ในชวงป 2563 อยางไร มีความเปนสันติวิธีมากนอยเพียงใด และมี
ยทุ ธศาสตรเปนอยางไร ?

ถาถามวาสันติไหม สันติมากนะครับ (หัวเราะ) กรณีของตางประเทศ แมจะเปนในประเทศท่ีเปนประชาธิปไตย
มาก ๆ อยางฝร่ังเศส เจอม็อบเสื้อก๊ัก หรือเจอรมในฮองกงอะไรตาง ๆ เหลาน้ีก็ยังมีมิติท่ีอาจนําไปสูความ
รุนแรงได ของเรายงั ถอื วายังไมม ตี น สายปลายเหตทุ จี่ ะนําไปสคู วามขดั แยง หรือความรนุ แรงไดม าก แตดเู หมือน
รัฐตางหากทพี่ รอมจะเปน คนใช เพราะรฐั ผูกขาด (Monopoly) ความรุนแรงเอาไวใชไหม

โดยรวม ขบวนการนก้ี ็เปน Movement ในรูปแบบใหมนะ เพราะวาท่ีผานมาเราจะเห็นแตมอ็ บท่ีมแี กนนาํ มีแกน
ทางการเงนิ ทีค่ อ นขางชดั เจน การเคล่อื นไหวของนกั ศกึ ษาครั้งนแ้ี มในชว งแรกจะมีแกนนํา แตภ ายหลงั ท่แี กนนํา
ถูกจับไป เขากย็ ังสามารถขบั เคลื่อน (Move) ขบวนการตอไปได แลว ก็มกี ารประทวงในรูปแบบใหม ๆ ที่คอ นขาง
สรางสรรค มีดนตรี มีมุกตลก คือมันไมตางไปจากม็อบเกา ๆ ตรงที่ยังมีลักษณะของความเปน Carnival
คอนขางสูง แตตางตรงท่ีในรอบนี้ไมสามารถที่จะระบุ (Pin point) ไดชัดเจนวาถูกขับเคล่ือนโดยกลุมทาง
การเมืองใด และประเดน็ ไมไดถูกชน้ี ําโดยแกนนาํ มากจนเกนิ ไป มันกเ็ ลยเปน ประเด็นหลวม ๆ ใหญ ๆ ที่อาจจะ
มขี อ เรียกรอ ง 3 ขอ บวก 10 อะไรตา ง ๆ ถามีคนเหน็ ดว ย กจ็ ะคอยออกมาขบั เคลือ่ นดว ยกนั

ท้งั น้ี ดวยความท่ขี บวนการมันหลวม มคี วามคิดสรางสรรคมาก กวา งมาก มนั กส็ ามารถดงึ คนไดห ลากหลาย แต
การไมมีความชัดเจนในแงของแกนนํามันกม็ ีผลเสยี ตรงท่ีวา อาจทําใหขอ เรียกรองหรือยุทธศาสตรในบางเร่ือง
อาจจะดูออนไป เชน บางคนบอกวาใหประยุทธลาออก บอกใหยุบสภา หรือเขียนรัฐธรรมนูญใหม กระทั่ง

6

ประเด็นเรื่องสถาบัน คือ ใครควรจะทําอะไรกอน-หลงั การที่ไมมีแกนกลางมันก็มีปญหา อยางท่ีอาจารยว ษิ ณุ
เครอื งามบอกวาไมรจู ะคุยกับใคร มนั จึงเปน ปญหาสําหรับเขาเหมอื นกนั วาเขาตอ งเขา หา (Approach) กบั ใคร
แตดวยม็อบที่ขับเคลื่อนแบบไมมีแกนนํา มีความเปนประชาธิปไตยสูง ก็ทําใหรัฐมองวาการเคลื่อนไหวแบบนี้
ตองมีคนอยูเบื้องหลัง แตสําหรับผม คิดวามันคอนขางโอเค เพราะมันไมไดถูกผลัก (Corner) ใหกลายเปน
Movement ทม่ี ีเบ้อื งหลงั อะไรชดั เจน เหมือนที่ครงั้ กอ นๆท่ีมกั จะถกู ครอบงาํ ไดมาก

ในแงน ี้ อาจารยจ ะแนะนําใหข บวนการตอ งปรับปรงุ แนวทางหรอื ยุทธศาสตร
ในการตอสูอยา งไร ?

ผมคิดวา เรื่องการสอื่ สารทาํ ไดด ีแลว มันนา ตืน่ เตนทกุ ครัง้ วาจะมใี ครขนึ้ มาพูด พดู เร่อื งอะไร ซงึ่ แทบจะคาดเดา
กันไมไ ด ทกุ อยา งมนั นาสนใจมาก ผมเจอม็อบที่สีลม (29 ตุลาคมและ 7 พฤศจกิ ายน 2563) ผมชอ็ กอะ มีคนไป
เตน ไปเดินแบบ คือ Issues ที่คุณนําเสนอน้ันทําไดดีเพียงแตวามันกินระยะเวลาลวงเลยมาคอนขางนานและ
ตอเนือ่ ง จนถงึ จุดท่รี ัฐบาลรูแลววามอ็ บไมมีพิษภยั อะไร เพราะฉะนน้ั ส่ิงที่รัฐทาํ จงึ เปนเพยี งการซื้อเวลา อยากให
มี ‘ขอเสนอในเชงิ Solution ทีส่ ามารถนาํ ไปปฏบิ ัตไิ ดจ รงิ ’ ใหช ดั เจนมากข้ึน เพือ่ ทีจ่ ะใหฝงรฐั บาลเองก็มที างออก
ในเม่ือประชาชนก็รูสกึ วามันยงั มีทางเลอื ก มีความยืดหยุนหรือเด็ดขาดในการเรยี กรองประเด็นใดประเด็นหนง่ึ
ใหช ดั เจนมากขนึ้ ไปเรอ่ื ย ๆ

ถา ประเด็นคณุ ชดั คณุ ก็จะสามารถขยายกลมุ คนเขา มาไดมาก อกี หนึง่ ปญหาคือ ‘สมาชกิ ของขบวนการยงั อยแู ค
ในกลมุ คนทอ่ี ายใุ กลก นั ’ ทาํ อยา งไรใหค นวัยทํางานหรือวัยกลางคนทไ่ี มโ อเคกับรัฐบาลออกมาขบั เคลอ่ื นรวมกนั
ไดดวย ในขณะเดียวกันก็ตองขยับฐานมวลชน ไมอยางน้ันรัฐบาลเองก็จะมองวา ม็อบนี้ไมมีอะไรและปลอยให
ประชาชนเรยี กรองไปเรอื่ ย ๆ จนออ นกาํ ลงั ในทางกลบั กัน ประชาชนทอ่ี ยูนอกขบวนการเองก็ตองสนบั สนุนดว ย
การเรยี กวา ‘การเมอื งภาคประชาชน’ ในทแี่ บบทค่ี ุณพูดถึง คือ ไมว า จะเปนฝา ยใดกส็ ามารถออกมาขับเคลื่อน
ไดถามันสันติและมีขอเรียกรอ งที่เปนธรรม เราจะตองสนับสนุนใหมีการใชส ิทธิเสรีภาพ เพราะในบานเรามนั มี
กลไกของการทําลายสิทธิเสรีภาพในมือประชาชนดวยกนั เอง ฉะน้ันจะตอ งขยับฐานและปรบั การทําความเขา ใจ
เกยี่ วกับการเคลือ่ นไหวของภาคประชาชนใหม คี วามชดั เจนกวานี้

อีกเรือ่ งหน่งึ คอื ‘มอ็ บตอ งสรา งความชอบธรรม (Legitimacy) ใหตัวเองมากกวา น’้ี ในแงท ี่อภปิ รายถงึ ปญหาหรือ
การสื่อสารกับสังคม เพราะภาษาท่ีสอื่ ออกมาผหู ลักผูใ หญใ นประเทศน้ีฟงแลวไมคอยเขาใจ อยางผมคุนเคยกับ
คนอายุนอย ผมก็จะรูวาพวกคุณคิดอะไรอยู แตถาไปถามพอแมผมเคาจะแบบ “โอย อะไรก็ไมรู ไรสาระ”
นอกจากนคี้ อื การอธิบายความชอบธรรมหรือความจาํ เปน ที่ขบวนการตอ งออกมา เปน ไปเพ่ืออะไร ตอ งการท่ีจะ
ใหน าํ ไปสูเปา หมายอะไร ตรงนีจ้ ะตองชดั เจนมากยิ่งขน้ึ อยางประเดน็ เร่อื งใหป ระยุทธลาออกอะไรพวกนไ้ี มคอย
มปี ญหา แตป ญ หาอยูทกี่ ารปฏริ ูปสถาบนั เพราะบางคนกไ็ ปสาย Extreme บอกวาปฏิรูปคือลม แตบางคนบอก
วาปฏิรปู คือการทาํ ใหด ีข้นึ คาํ ถามก็คอื การปฏิรปู มนั คืออะไร จะทาํ มันแคไหน และทาํ อยา งไร ความหมายของ

7

สิ่งที่เราเรียกวา สถาบันพระมหากษัตริยภ ายใตรัฐธรรมนูญคืออะไร มีตัวอยางไหม อะไรแบบน้ี ตรงน้ีผมคิดวา
ตอ งส่ือสารใหชดั เจน ความชอบธรรมตอ งดขี ึ้น เพ่ือใหข ยายทางออกไดมากยงิ่ ขึ้น

ในประเดน็ ทางการเมอื ง มักมีเรอ่ื งผลประโยชนเ ขา มาเกย่ี วขอ ง หากพบวา สอ่ื
อีกสํานักมกี ารบิดเบือนขอ เท็จจริงเพ่ือผลประโยชนบางอยา ง จะมวี ิธจี ัดการ
อยางไร เพอื่ รักษาไวซ ึง่ จรรยาบรรณท่ีดี ?

ประเดน็ คอื ผมพดู ไดน ะ เพราะส่อื ทผี่ มทํานี้เจา ของเขาไมยงุ เลย อยากจะพดู อะไรก็พูด จะดาเคาก็ดา ไดไมเปน ไร
แตผมคิดวาถามันมีเบ้ืองหนาเบื้องหลังชัดเจนอยางกรณีสื่อของอเมริกาท่ีมี Fox Rupurt Murdoch ซึ่งสนับสนุน
พรรครพี ลับลิกัน กรณนี กี้ จ็ ะชัดเจนในแงข องจุดยืน
เราตองบอกกอ นวา ‘การบิดเบอื นเปนส่ิงทีร่ ับไมได’ อะไรท่มี นั เกนิ ความจรงิ แตหากบอกไปต้ังแตแ รกวา คุณจะ
มีมมุ มองตอ เรื่องน้อี ยางไรก็เปนอีกเรือ่ งหน่ึง เชน การบอกวา ธนาธรหรอื ปยบตุ รมีพวกอเมรกิ ันอยูขา งหลงั กรณี
น้ถี ามวาคณุ มีสิทธว์ิ พิ ากษว จิ ารณไ หม ทําไดนะ แตต องถามดว ยวา คณุ มีขอมูลหรอื หลกั ฐานในการสนบั สนนุ ชุดวธิ ี
คิดน้ีมากนอยแคไหน นี่คือส่ิงท่ีคุณตองพิสูจน เพราะถาคุณพิสูจนไมได คุณก็กลายเปนมนุษยเดินบนถนน
ธรรมดาที่คิดจะพูดหรือทําอะไรกไ็ ด ถกู ไหม ดังน้นั คณุ ตอ งมีอา งอิง มีทมี่ าของขอมลู และเหตผุ ลดว ย
และอยา งท่บี อก ‘ส่ิงท่สี ําคญั ย่ิงกวาตัวสื่อ คอื ตวั ของประชาชน’ วาสามารถทาํ ความเขาใจหรอื แยกแยะวาอะไรมี
เหตผุ ล อะไรไมมีเหตผุ ล มนั เปนเรือ่ งของผฟู งทีต่ องเรียนรูไปพรอมกบั สือ่ ท่ีทําหนา ที่ ผมไมอ ยากบอกวาควรทํา
ใหเปนกลางนะ แตคุณตองยึดม่ันและซ่ือตรงตอสิ่งที่คุณคิดมากที่สดุ ใชไหม อยางผมเองก็จะบอกวายืนอยบู น
หลักการท่ีเปนประชาธิปไตยท่ีเปนสากล และผมจะวิพากษวิจารณผานกรอบนี้ ใครไมเห็นดวยก็ไมเปนไร นั่น
ไมใ ชปญหาเลยเพราะถงึ อยา งไรผมก็ยังจะยืนยันวา กรอบหลักการนี้จะทาํ ใหเกิดประโยชนตอ สาธารณะมากท่ีสุด
ถา อีกฝา ยหนึง่ บอกวา ไมเอา แบบนี้คือเผด็จการก่ึงประชาธิปไตยแบบบดิ เบ้ยี ว การอางวา มนั เขา กับสถานการณ
ของความเปนไทยๆ มันสรางความมั่นคงได หรืออะไรก็แลวแต สิ่งสําคัญคือผูรับสาร วาเม่ือเห็นขอมูลทัง้ สอง
ฝา ยแลวจะทํามาคดิ วเิ คราะหต อ ไปอยา งไร ประเด็นนี้ผมคดิ วา เปนเร่ืองสาํ คญั กวาคณุ ภาพของส่ือเสียดวยซาํ้
แตทง้ั หมดทั้งปวง รฐั ตองไมเ ขา มาแทรกแซง เพราะวาตางประเทศก็เปน แบบน้ีหมด ผมคิดวา อันตรายมากหาก
รัฐพยายามจะวางกรอบใหส ่อื วา มหี นา ท่ีคอื แคการรายงาน แคเ อากลองไปวางใหเ หน็ วามันเกดิ อะไรขนึ้ ทาํ แคนี้
ผมคิดวายังไมพอ เพราะฉะน้ันรัฐควรจะหยุด และปลอยใหกลไกกระการบวนของส่ือเดินหนาไปเอง เนนการ
พดู คุยกันดวยเหตผุ ล ดวยหลกั การ ดว ยหลักฐาน ใหมากที่สดุ เทาท่ีจะทาํ ได

8

อาจารยค ดิ เหน็ อยา งไรกบั สอ่ื ทเี่ รยี กตวั เองวา เปนกลาง ทา มกลางสงั คมทเ่ี ตม็
ไปดวยความอยตุ ิธรรม ?

สื่อเปนกลางมันไมมี มันไมเคยมีอยูแลวนะ แลวเราก็ไมควรพยายามอุปโลกนวามันมีส่ิงที่เราเรียกวา ‘เปน
กลาง’ ดวย ถูกไหมครับ มันข้ึนอยูกับวา ‘คุณยืนอยูบนชุดวิธีคิดและหลักการแบบใด แลวมันทําใหคุณส่ือสาร
ออกมาแบบไหน’ มากกวา นอกจากนี้ มันเปนเร่ืองของประชาชนดวยท่ีตองเลือกเสพเอาเองวาประเด็นไหน
รักษาผลประโยชนของเคาไดม ากท่สี ดุ แตใ นสังคมท่ีมีความอยุตธิ รรม มรี ะบบสองมาตรฐาน สังคมบิดเบ้ยี ว อัน
นี้เรากต็ อ งชวยกนั ตรวจสอบใหไ ดม ากท่สี ดุ

อยางในกรณีของรายการโทรทัศนช่ือดังชองหนึ่ง ท่ีเปดพื้นท่ีใหท้ังสองฝาย
ไดมาพูดคุยกัน สุดทายแลวพื้นท่ีตรงนี้มัน function หรือเปลา หรือจะเปน
อยา งท่มี กี ารวิพากษว ิจารณวาสุดทายแลวส่ือกแ็ คตอ งการเรียก rating ?

ผมวาก็วิพากษกันเวอรไป ถาเขาไมทําแบบนั้นแลวจะใหเขาทําอยางไรละ ประเด็นมันอยูที่วาสังคมไทยเปน
สังคมท่ีไมรูจักการดีเบต กลายเปนวาตางฝายตางพยายามสราง statement ของตัวเองบนพื้นท่ีส่ือ ถามวาผู
ประกาศขา วทานนน้ั หรือสถานีโทรทศั นชองน้นั ผิดไหม ไมผิดหรอก ตรงกันขา ม เราควรมีพนื้ ทีแ่ บบนี้เยอะๆ และ
ดว ยความท่ีเปน สถานีที่มีสภาวะของความเปน บาน ๆ มฐี านผชู มเยอะ เขาก็เลยทําใหท ุกฝา ยอยากเขามาพูดคุย
แตเราจําเปนตองเรียนรูกลไกของการดีเบตใหมากข้ึน ผมวาดี ควรทําแบบน้ีไปเรื่อย ๆ แตผมกลัวผูดําเนิน
รายการหญิงทา นน้นั เคา จะเครียดซะกอน (หัวเราะ) เรากต็ อ งทํารูปแบบของการดีเบตใหชัดเจนวา มนั คอื การตอบ
คําถามของพิธีกร คุณตองตอบในเรื่องเดียวกันท้ังสองคน ไมใชอยากจะพูดอะไรคุณก็พูด แบบน้ันมันไมมี
ประโยชน ไมต างกับแคการไปตะแบงในส่ิงท่ตี ัวเองคดิ ของแตล ะฝายแคน นั้ เอง แตท ั้งนมี้ นั ก็เหน็ วุฒิภาวะนะ ผม
วาผูชมหลายคนเห็นแลวก็เกิดการคิดวิเคราะห ท่ีอาจจะนําไปสูการเปล่ียนแปลงในเร่ืองจุดยืนหรือไมอยางไร
ผมวา ก็มสี วนสาํ คัญ

ถามีรายการอยา งนเ้ี ยอะ ๆ จะสงผลใหขอเรียกรองของมอ็ บชดั เจนข้ึนไหม ?

มันก็จะชัดขึ้น สําหรับบางคนท่ีรับสารอยูฝายเดียว ไมเคยฟงขอเสนอของอีกฝง การเชิญบุคคลที่เปนที่ชื่นชอบ
ของฝายน้ันๆไปออกรายการกับอีกฝายหนึ่ง อยางนอยผูฟงก็ไดเห็นขอมูลท่ีหลากหลาย เกิดมุมมองที่
หลากหลายมากขึ้น

9

คําถามสดุ ทา ย อาจารยค ดิ วา ‘แสงสวา งที่ปลายอโุ มงค’ ในการเรยี กรอ งใน
ประเด็นตาง ๆ ของประชาชน จะเกิดขึน้ จรงิ หรือไม ?

ถึงท่สี ุดแลว ความสําเร็จตามขอเรยี กรอ ง 100% ในทางการเมอื งเปน ส่ิงทเี่ ปนไปไมไ ด แมกระทง่ั กับฝา ยทยี่ ึดกุม
อํานาจในทางการเมืองก็เหมือนกัน เขารูอยเู สมอวา มคี นไมเห็นดวย แตท้ังหมดทั้งมวลคือ ‘การนําขอ เรยี กรอ ง
ทัง้ หมดเขา สกู ระบวนการของการประนีประนอม’ อันนเี้ ปน เรื่องใหญ เพราะคณุ ตอ งเขาใจวา ในบานเรา ทกุ การ
เปล่ยี นผา นมนั เกิดจากชนชน้ั นําดว ยกนั ทง้ั ส้นิ แตใ นครงั้ นี้ การเคลือ่ นไหวของภาคประชาชนนา จะเปนสวนหนง่ึ ที่
เปน แรงกดดันและทาํ ใหเ กดิ การปรบั ในเร่ืองการตัดสินใจและการใชอํานาจกบั ชนชน้ั นําได
แสงสวางท่ีปลายอุโมงคแบบท่ีประชาชนเปนฝายชนะมันตองใชการปฏิวัติประชาชน ซ่ึงเปนเรื่องที่ผมคิดวาใน
สังคมไทยเรายังไมมีประสบการณใ นเรื่องนี้ และหากมันเกดิ ขนึ้ จริงกจ็ ะสรา งความเสียหายมาก เพราะสงั คมมันมี
สองคายท่ีมันแบงข้ัว (Polarize) กันสุดๆ ถาฝงหน่ึงทําสําเร็จ ก็หมายความวาตองใชความรุนแรงกับอีกฝายใน
ขณะเดียวกันหากฝงที่ถูกใชความรุนแรงไมยอมหยุด พวกเขาก็จะตองตอบโต และฝายน้ันก็เปนฝายท่ีเคยยึด
ครองอาํ นาจรัฐหรอื อาวุธ ดังนัน้ ผมคิดวาแสงสวางในบริบทนจ้ี ะตองเกิดพื้นทท่ี ี่มกี ารกดดนั มกี ารเจรจา
ส่ิงที่นายกพูดก็ถูกอยูอยางหนึ่ง คือ ‘จะทาํ อยางไรใหถอยคนละกา ว’ แตประเด็นคือนายกเขาไมย อมถอย เขา
แคถอยใหเราเขาคุกแคนั้นเอง (หัวเราะ) สวนเขาก็ยังลอยตัวอยูเหมือนเดิม เพราะฉะน้ันมันจะตองนําไปสู
กระบวนการทไ่ี ดพ ดู คุยกนั แมใ นเปลอื กเขาจะทําเปนพดู วา ‘เอา ! กเ็ นย่ี เดยี๋ วจะมีต้ังคณะกรรมการสมานฉันท
เนี่ย! เดย๋ี วกจ็ ะแกร ฐั ธรรมนญู แลว ’ แตท ง้ั หมดนีท้ าํ อยบู นฐานผลประโยชนข องรัฐทง้ั หมด ซา้ํ ทีร่ ัฐตอ งเริม่ ขยับก็
เพราะมนั มแี รงเรยี กรอ ง แตรัฐไมเคยฟง วา คนเหลานีเ้ รยี กรองอะไร ถกู ไหม รฐั ตอ งใหป ระชาชนเขา มามสี วนรวม
ในแบบท่ีทําใหพวกเขารสู กึ วา เสียงของเขามีคุณคา ไมใชพวกคุณไปคุยกันเอง ตั้งประเด็น ต้ังญัตติดีเบตกนั เอง
ไปจนถงึ ใสรา ยม็อบกนั เอง แลวก็จบทตี่ ดั สินใจหาทางออกกนั เอง ยง่ิ ตอนนม้ี กี ารก็จะเชิญ 4-5 อดตี นายกมาน่ัง
พดู คยุ กันเองอีก
จรงิ ๆ ทางประชาชนกเ็ สนอทางเลอื กใหแ ลว ถูกไหม คณุ ประยุทธอาจจะไมลาออก แตบ างคนก็บอกวาลาออกไป
ก็ไมม ปี ระโยชนอ ยูด ีเพราะยังไมแกรฐั ธรรมนูญ ถางั้นเรื่องรฐั ธรรมนญู ละ จะเลื่อนมันออกไปเปนเดอื นเพอ่ื อะไร
มันแสดงใหเ ห็นวา รัฐไมใ หค วามจริงใจในการพูดคุย-เจรจา-ตอรองใหไปสูขอ สรุป เพราะรฐั เชอ่ื วาตนกุมอาํ นาจไว
ได ดังน้ันหากรัฐจะมขี อเสนออะไรตอบกลบั มา ผมคิดวาขบวนการตอ งมขี อเสนอตอบกลับที่ดีและเปนรูปธรรม
มากกวาน้ี และยนื หยัดอยูบนหลักการไดมั่นคงมากกวานี้ และหากเปน เชนนั้นแลว สงั คมจะยงิ่ ใหก ารสนับสนุน
ขอเรียกรองมากขึ้น.. น่ีแหละคือแสงสวาง ..เราตองเดินหนาตอ ไป กดดนั รฐั ใหสามารถเขาไปอยูในพ้นื ทขี่ อง
อํานาจและกระบวนการของการประนปี ระนอมใหไ ด..

190

สดดุ แี ด ‘เปดยาง’ ที่รักยง่ิ

มิตใิ หมข องการประทว งดวยอารยอารมณ

“อะหรอื อะหรอื อะหรอื วา มคี นสงั่ ?”
“เอา ออกมาวง่ิ วงิ่ นะวงิ่ นะแฮมทาโร. . ของอรอ ยทส่ี ดุ กค็ อื ออ เมลด็ ทานตะวนั !”
“ทเ่ี จด า หนชู งั ชาติ หนไู มว า อะไร แตท เี่ จไ ลห นอู อกจากบา น นบี่ า นมรงึ หรอ!?”
“กลา ไหม กลา ไหม? กลา มาก กลา มาก!” มาจนถงึ “พลเรอื เอกเปา แลว ฟฟู ”ู

กอนจะเขาสูเนื้อหา หากวาถอยคําดังกลาวขางตนน้ีทําใหคุณรูสึก ‘555’ เล็ก ๆ ในใจแลวละก็.. ยินดี
ดวย! เพราะคณุ ไดก ลายเปน ประจกั ษพยานของยุคสมัยใหมแหง การประทวง ที่ซ่งึ โดดเดน ดว ยกลยุทธการยอย
สารตั ถะของปรมิ าตรการเมอื ง (ทแี่ ตเ ดมิ แสนจะเขา ถึงยาก) ใหก ลายเปนเรอ่ื ง ‘ขําขัน’ ไปเสยี

เม่ือจว่ั หัวคว่ั ปอ ปคอรน กนั มาขนาดนี้ การจะหาคําอธบิ ายเพอื่ ใหช ดุ ความคิดเรอ่ื ง ‘การประทว งดว ยอารย
อารมณ’ มีสมบูรณครบถวนนั้น คงจะตองขอยืมมอื ใครคนอน่ื ไปไมไดนอกจาก ‘อาจารยจ นั จริ า สมบตั พิ นู สริ ิ’
เจาของหนังสอื “หัวรอตออํานาจ: การประทวงดวยอารมณขันและสนั ติวธิ ี” (2558) รวมทั้งยังเปนอดตี อาจารย
คณะรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ซ่ึงปจจุบันดํารงตาํ แหนงนักวิจยั ประจําสถาบัน German Institute of
Global and Area Studies (GIGA) และสถาบนั เอเชียศึกษา จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย

ทงั้ น้ี นาเสยี ดายอยา งมากท่เี ราไมสามารถเชญิ อาจารยจนั จริ ามาพดู คยุ ที่ประเทศไทยได ดงั นั้น เนอ้ื หาที่
ทานจะไดอานตอไปน้ีจึงเปนการรวบรวมบทสัมภาษณออนไลนจากหลากหลายส่ือ ในประเด็นที่เกี่ยวของกับ
การประทว งดว ยอารมณขัน ทจ่ี ะเปล่ียนโฉมหนาของการเมอื งภาคประชาชนไทยไปตลอดกาล

11

(1)

หากเรานิยามวาการชุมนุมประทวงครั้งนี้เปน ‘การชุมนุมแหงความคิด
สรางสรรค’ แลวน้ัน ไอเดียหรือกิจกรรมใดของม็อบคณะราษฎร 2563 ที่
อาจารยชอบหรอื รสู ึกเซอรไพรซที่สดุ ?

ดิฉันติดตามผูชุมนุมตลอด หลายอยางท่ีผูชุมนุมทําก็
ฉลาดกวาที่คิด แตสิ่งท่ีทํามาแลวสนับสนุนคือ การไม
ปกหลักม็อบขามคืน ไมยึดพ้ืนท่ี ไมทําใหคนอ่นื เดอื ดรอน
แบบท่ีเขาอยูกับม็อบไมได อยางท่ีบอกวาสังคมไทยผาน
จุดน้ันมาไมวาคนเส้ือสีอะไร ชีวิตมันลําบากนะ และมัน
เส่ียงกับการใชกาํ ลังบนทองถนนทั้งสองฝาย โดยมากมา
จากเจาหนาที่แหละ แตผูชุมนุมท่ีปกหลักในที่ประทวง
นาน ๆ มันเครียด มีการพยายามแหวกวงลอม และอาจ
นําไปสูการใชกาํ ลงั ได

คดิ วา สิ่งท่เี รากําลงั เห็นคอื การทดลองกา วขา มอุปสรรคของการประทวงแบบเกา และการทาํ แฟลชมอ็ บที่
เราเหน็ วา มีประโยชนใ นแงแปบเดยี ว แตมนั สามารถเกดิ ขน้ึ ไดทกุ วนั เพราะฉะนัน้ ทนุ ในการจัดก็นอ ยกวา ไมต อ ง
มีเต็นท การด และอาหารเล้ียงคน อีกท้ังคุณไมรบกวนชีวิตคนสวนใหญขนาดนั้น ทั้งยังลดความตึงเครียดกับ
เจาหนาท่ีและผูชมุ นุม ลดความเสี่ยงมือท่ีสามในการฉวยโอกาส คิดวาการทดลองแฟลชมอ็ บเปนสิ่งที่นาสนใจ
คนจะรูสึกปลอดภยั (Save) ในการเขาชมุ นมุ และไมร สู กึ เสียเวลามาก

นอกจากนี้การกระจายของม็อบในพ้ืนท่ีท่ัวประเทศไทย ที่ไมไดเกิดในเฉพาะกรุงเทพฯ ที่เดียวแบบ
เมื่อกอน มันเปนการกระจายศูนยกลางสูการจดั กิจกรรม คิดวานักศึกษาฉลาดในการใชพ้ืนท่ีมหาวิทยาลัยเปน
หลักในการชุมนุม เพราะในทางกฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมมันยกเวนพื้นท่ีมหาวิทยาลัยใหไมตองขออนุญาตกับ
เจาหนาท่ีตํารวจ นอกจากนี้ รูปแบบกิจกรรมท่ีจดั มันกย็ ังไปคลา ยกิจกรรมสันทนาการของมหาวิทยาลัย ดังนน้ั
มันจึงชวยหลีกเล่ียงกฎหมาย (พ.ร.บ.ชุมนุม) ได และที่สําคัญก็ชวยทําใหมหาวิทยาลัยเชื่อมตอ กับชุมชนไดมาก
ขึ้น เพราะผูชุมนุมไมจําเปนตองเปนนักศึกษาเสมอไป เราจึงไดเห็นการมีสวนรวมของชุมชนรอบขางที่เขามา
รว มกบั นักศกึ ษาในร้ัวมหาวิทยาลัยไทย

12

ประเดน็ สุดทา ยคอื การทาํ ใหพืน้ ทีช่ มุ นุมมีมิติของ ‘ความบนั เทิง’ กิจกรรมกง่ึ การเมืองก่ึงสนั ทนาการแบบ
น้ีมันเปดโอกาสใหคนอีกกลุมท่ีนาจะมีอยูเยอะในสังคม คือ คนท่ีไมไดสนใจการเมืองมาก ก็อยากมาเขารวม
ชุมนุมดวย เพราะเขามีประเด็นที่อยากรู มีประเด็นท่ีอยากฟง อยางคนท่ีเปนโอตะแฮมทาโรปกติอาจไม
เคล่ือนไหวทางการเมือง แตพอมีกิจกรรมแบบนี้ก็เขารวม หรือท่ีมีกลุมแดร็กควีนแตงตัวไปตอบทเร่ืองหอแตว
แตกกนั การออกไปชมุ นุมมันเปน เร่ืองท่เี หน่อื ยและมคี วามเสย่ี ง แตพ อมีความบันเทงิ กเ็ ปนแรงจูงใจ

(2)

การใช ‘อารมณขัน’ ของผูช ุมนมุ มีจุดแข็งและจุดออ นตอ การบรรลุเปา หมาย
ในการเคลื่อนไหวอยา งไรบา ง?

เอาจริงอารมณขันนี่การเมืองมากนะ สําหรับนักรัฐศาสตรเรียนมาวาการเมืองเปนเร่อื งของอํานาจ และ
อํานาจมีหลายแหลงที่มา บางสํานักอาจบอกวาอํานาจคือการที่คนกลุมหนึ่งสามารถทําใหคนอีกกลุมทําตาม
คาํ สงั่ ของตัวเองได เปนเชิงอํานาจนิยม และแนนอนวาเครอ่ื งมือหนึ่งท่ีทาํ ใหค นทําตามคําสงั่ ไดคือ การขใู หกลัว
เพราะความกลวั เปน อารมณขนั้ พนื้ ฐานทีส่ ดุ ของมนุษย

Hannah Arendt นักปรัชญาชาวเยอรมัน พูดถึงอารมณขันวา “ส่ิงที่อาํ นาจกลัวทีส่ ุดคือการถูกหวั เราะ”
การใชอารมณขันในสภาวะการเมืองแบบปดจะเปนประโยชน ในชวง คสช. ที่พื้นที่การเมืองปด อารมณขันเปน
เครอ่ื งมือทาํ ใหเรื่องท่ีซเี รียสและนา กลวั มาก ๆ กลายเปน เรอ่ื งตลก เวลาเราบอกผมู ีอํานาจวา ‘คุณเปน ตวั ตลก’
มันทําใหเกิดมิติท่ีผูมีอํานาจถูกลอได และสิ่งนี้ทําใหอํานาจมันหดเล็กลง หรืออยางนอยภาพที่เราเห็นจาก
ประยุทธที่นากลัวกลายเปนโดนดาโดนลอวา เปนไอนูนเลยไอน่ี อารมณขันชวยประคองสปริตการตอสูในชว ง
พื้นท่ีการเมืองปด ทําใหมีการส่ือสารระหวางกลมุ กิจกรรมตาง ๆ ได ในแงนี้การเมอื งกับอารมณขันจงึ สัมพนั ธ
กนั อยางมาก

นอกจากนี้ อารมณขันทําใหบรรยากาศการประทวงมันไมไดเอนเอียงไปฝงการโจมตีผูมีอํานาจอยาง
เดียว มันเปนการสื่อสารกับสาธารณชน ทําใหภาพลักษณของผูชุมนุมในสายตาสาธารณชนคอนขางคลุมเครอื
(Ambiguous) จากท่ีมีคําถามวาเปนเสื้อสีอะไร เปนคนของใคร ก็กลายเปนไมแนใจ และเปนความบันเทิง การ
ออกไปชมุ นมุ มันเปน เร่อื งทเ่ี หนือ่ ยและมีความเสย่ี ง แตพ อมีความบันเทิงกเ็ ปนแรงจูงใจเวลาท่ีคนเบ่ือการชุมนุม
แบบเดมิ ๆ ..อยา งการมมี ็อบตุงตง้ิ ฯ หรอื มอ็ บแฮมทาโร

13

ดิฉันคิดวาการชุมนมุ ตองสรางการกดดนั เพราะวามันตองทําใหเสียงของผูชุมนมุ ดังพอเพ่ือท่ีจะส่ือสาร
กบั ผูมอี ํานาจ แตว าหลายครัง้ เราลืมไปวาเวลาทีเ่ รามกี ารประทว งเราสือ่ สารกบั อยางนอย 2 กลมุ ใหญ ๆ คอื ผู
มีอาํ นาจ ซึ่งเปนเปา หมายโดยตรงของเรากับสาธารณชนทวั่ ๆ ไป หลาย ๆ ครงั้ ผูชมุ นมุ คดิ วาเราสือ่ สารกับผูมี
อํานาจอยางเดียวเทานัน้ มันก็จะเปนการโจมตีตัวบุคคล ‘ประยุทธออกไป’ หรือ ‘ยิ่งลักษณออกไป’ ทํานองนี้
ซง่ึ วิธกี ารประทว งแบบนก้ี ดดนั ทําใหผ ูมีอํานาจปกครองไดลําบาก

แตปญ หาคอื สาธารณชนกลมุ ท่ี 2 กส็ าํ คัญ อํานาจอยูไดเม่ือสาธารณชนสนับสนนุ เวลาที่คนโจมตอี ํานาจ
มาก ๆ โดยไมไดนึกถึงสาธารณชน ก็จะทําใหคนที่จริง ๆ แลวเปนผูฟงของเราจะถอยหางจากเรา เขาก็จะไม
เปลยี่ นใจ เขากจ็ ะย่ิงไมเอาดวยกบั การประทวงมากกวา เดมิ

ถาใชแตว ธิ ีแบบน้จี ะไดผ ลไหม ดิฉันคดิ วาไม การประทวงเปน สว นหนึง่ ของเครอ่ื งมอื ทางการเมอื งในการ
ตอสูการเมอื งภาคประชาชน ยังมีเคร่ืองมอื อื่น ๆ เต็มไปหมด อารมณขันกเ็ ปนองคป ระกอบ (Subset) หนึ่งของ
วิธีการประทวงท่ีตองเกิดข้ึนควบคูกับกิจกรรมทางการเมืองแบบอื่น เพราะฉะนั้นคนที่จัดกิจกรรมใหมีการ
เปล่ียนแปลงทางการเมืองตองเขาใจพลวัตเหลาน้ี และออกแบบกิจกรรมใหเขากับบริบท ตองฟงสาธารณชน
บอย ๆ เพราะสุดทายแลวการประทวงคือการส่ือสารตอสาธารณะ ถาเราสอื่ สารไมไ ดเร่ือง ไมตรงกับจริตของ
สาธารณชน กอ็ าจสง ผลตอความชอบธรรมของขบวนการประทวง

ถา เรายดึ อยทู ีว่ ิธีการใชอ ารมณขันอยางเดียวก็เปน เหมือนอาหารท่ีมรี สชาตเิ ดยี ว ไมบรรลุเปา หมายอยา ง
ที่อยากใหเกิดข้นึ เสมอไป การเคล่ือนไหวทางการเมืองไมจาํ เปนตองเปนการชนอํานาจอยางเดียว แตเปนการ
สมานได โดยพยายามชกั จงู ผูทสี่ นบั สนุนฝายอํานาจเพ่ือหาขั้วพันธมิตรใหม คณุ ตอ งหาบาลานซ คอื คุณจะตลก
อยางเดียวไมได การชุมนุมตองมีมิติทจ่ี ริงจงั มีมิติที่สรางแรงกดดนั แตถากดดันอยางเดียวโดยที่ไมส่ือสารกบั
สาธารณะ คุณกโ็ ดดเดีย่ ว คุณกป็ ะทะกบั อํานาจตัวคนเดียว คณุ ก็จะไมมีเพ่อื น ไมม ีพนั ธมติ ร ซึ่งสําหรบั ดฉิ ันมัน
เปน การประทวงที่ไมประสบความสําเรจ็

อะหรอื .. อะหรอื ..

อะหรือวา มคี นสัง่ ?

14

(3)

จากขอวิพากษวิจารณตอ ขบวนการท่ีวา ‘การเคล่ือนไหวในครง้ั นีไ้ มสามารถ
ขยายฐานมวลชนได’ เน่ืองจากมีความเปนการเมืองเชิงอัตลักษณ (Identity
politics) หรือการเมืองเฉพาะกลุมอายุ (Generation) มากเกินไป อาจารย
คดิ เห็นอยางไร และมองวา น่ีเปนขอดอ ยของขบวนการหรอื ไม?

ดิฉันคิดวาคนรุนใหมยังคงอยูในหองท่ีมีแตเสยี งสะทอน (Echo Chamber) เรายังคุยกับคนท่ีเห็นดวยกับ
เราเทานั้น คนที่ใชทวิตเตอรมีก่ีลานคน 11 ลานคนถึงไหม? ปญหาคือเราอยูในทวิตเตอร แตเรื่องที่เราคุยใน
ทวิตเตอรไมไดเปนสิ่งท่ีคนเห็นดว ยกับเรา เราอยายึดวาน่คี ือความจริงสถาวร มันเปนความจริงสําหรับเรา มัน
ไมใชความจรงิ ของคนอ่นื ของสังคม

ตองเขาใจวา คนอยางนอยครึ่งหน่ึงในสังคมไทยมีลักษณะความคิดแบบอนุรกั ษนิยม ซึ่งไมใชส่งิ ผดิ บาป
คนเหลาน้ีอยากรักษาสังคมไทยใหเปนในแบบท่ีเคยเปนมา แลวถาคนอีกคร่ึงหนึ่งในสังคมท่ีเคลื่อนไหวทาง
การเมืองไปบอกวาสงิ่ ที่เขารกั และเคารพ ไมใชส่ิงทท่ี รงคณุ คาสําหรบั เรา แทนท่ีเราจะ neutralize คนเหลาน้คี อื
การทาํ ใหคนบางสวนกลายเปน พวกหรอื ทาํ ใหเขาไมตอ ตา นสงิ่ ท่เี ราทาํ อยู แตเ รากลบั ไปกระตนุ ใหเ ขาเคลอื่ นไหว
เพ่อื ปกปองสงิ่ ท่เี ขารัก

ถา เราไมสามารถหาผูสนับสนุนเพ่มิ จนทําใหคน 60-70 เปอรเ ซ็นตใ นสงั คมมีฉันทามติรว มกับเราได การ
เปลี่ยนแปลงระยะยาวก็ยากท่ีจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถาจะเคล่ือนไหวเชิงยุทธศาสตร เราตองเขาใจวาควรจะ
สื่อสารอะไรท่ีไมเ ปนการไปกีดกนั คนเหลานอี้ อก ไมไ ปกระตนุ ใหค นเหลา น้มี าทะเลาะกับเรามากข้ึน หรอื ไมเปน
การผลกั ใหคนเหลานไ้ี ปเขา ขางฝายผูมอี าํ นาจที่เราไมเห็นดว ย

สงั คมไทยชวงสบิ กวา ปที่ผา นมาเปนสังคมทคี่ วามคดิ แยกเปน สองข้ัว สง่ิ ที่ปรากฏในโลกทวติ เตอรห รือใน
การประทวงตอนน้ี เปนแนวคิดใหมท่ีกําลังปะทะกับแนวคิดเกา ซ่ึงแนวคิดเกาไมตายงาย ๆ และยิ่งคุณไป
กระตกุ หนวดแนวคดิ เกา น้กี จ็ ะยิ่งอยูนานกวา เดิม จะทําอยางไรใหค นที่ยังอยากจะรกั ษาแนวคิดเกาเหลา นีเ้ ห็นวา
เขามีท่ีทางในแนวคิดใหม ถาทําแบบนั้นไดการเคลือ่ นไหวกจ็ ะมีลักษณะเชิงยุทธศาสตรมากกวา การแสดงออก
เทา นั้น อยางทบี่ อก ตอนนสี้ ังคมมสี องวิธีคดิ ท่ีปะทะกัน ง้ันมนั ตองสูกนั แตส ุดทา ยถาเราไมอยากสูแลวทําลาย
ลางกันไปใหสน้ิ ซากสักฝงหนึ่งหรือเราไมม ีปญญาที่จะทํา มันก็ตองทําอะไรสักอยางกบั อีกฝงหนึ่ง ถึงเราจะโนม
นา วเขาไมไ ดท้งั หมด แตเ ราก็ตองทาํ ใหเขาอยเู ฉย ๆ อยา ไปกระตกุ หนวด อยาทําใหเ ขาตองลุกขน้ึ มาปกปอ งสิง่
ทเี่ ขารัก เพราะฉะนนั้ คดิ วา การประทว งท่ีดสี าํ หรบั ดฉิ ันมีประสทิ ธภิ าพคอื การประทวงทม่ี ยี ุทธศาสตรใ นลกั ษณะ
ท่คี ณุ เหน็ สงั คมไทยในอกี 50 ปข า งหนา เปน อยางไร และความคดิ ของคณุ ไมใ ชค วามคดิ ทถ่ี กู ตอ งท่สี ดุ คุณจะอยู
กับคนอ่ืนอยางไร อนั นสี้ ําคญั

15

รายการอางอิง

เดือนเพ็ญ จยุ ประชา. (2563). คุยกบั จนั จริ า สมบตั พิ นู ศริ ิ ผบู อกวา อารมณข นั กบั การเมอื งคอื เรอ่ื งเดยี วกนั .
เขา ถงึ ไดจ าก https://adaymagazine.com/humor-and-politics/

วจนา วรรลยางกรู . (2563). จนั จริ า สมบตั ิพนู ศริ :ิ ‘หวั เราะตอ อาํ นาจ’ ยคุ สมยั แหง การปะทะของแนวคดิ เกา -
ใหม. เขา ถงึ ไดจ าก https://www.the101.world/janjira-sombatpoonsiri-interview/

อรพิณ ยง่ิ ยงพฒั นา. (2563). การลงถนนประทว งยงั จาํ เปน ไหมในสงั คมไทย คยุ กบั ‘จนั จริ า สมบตั พิ นู ศริ ’ิ .
เขาถึงไดจาก https://themomentum.co/janjira-sombatpoonsiri-interview/

Wasinee Pabuprapap. (2563). อารมณข นั ตอ กรผมู อี าํ นาจ มอ็ บ 2020 ในมมุ มอง ผศ.จนั จริ า พนู สมบตั ศิ ริ .ิ
เขา ถงึ ไดจ าก https://workpointtoday.com/interview-janjira-onprotest2020/

16

อนรุ กั ษนิยมทําใหผ ูป กครอง
คดิ ตางทางการเมอื งกบั ขบวนการ

นักศึกษาไทยไดอยางไร?

ป พ.ศ. 2563 ถือไดวาเปนหนึ่งในปท่ีเกิดความเปล่ียนแปลงทางการเมืองไทยเปนอยางมาก เน่ืองจาก
เกิดขบวนการนักศึกษา (Thai students movement) รวมถึงภาคประชาชนทั่วไป ที่รวมมือรวมใจกันชุมนุมเพื่อ
เสนอขอเรยี กรองตอ ภาครัฐไทยในสงิ่ ทีพ่ วกเขามองวา เปนปญ หาเรอื้ รังของการเมืองไทยและความไมย ุตธิ รรมใน
สังคมไทย อันไดแก การย่ืนคําขาดใหรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทรโอชา ลาออกจากการเปนนายกรัฐมนตรี
การเรียกรองดา นสทิ ธมิ นุษยชน เรียกรองการผลิตเบียรเสรี สิทธิผูมีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) หรือ
กระท่ังการเรียกรองปฏิรูปสถาบันพระมหากษตั ริย ซ่ึงเปนหน่ึงในสามสถาบันท่ีอยูคูสังคมไทยมาอยางยาวนาน
นับตัง้ แตอ ดีต

ชวงเวลานี้นักเรียน นักศึกษา หลาย ๆ ทานมักมีประสบการณที่คลายคลึงกันน้ันคือผูปกครองไม
สนับสนุนหรือเห็นดวยกับการประทวงและอุดมการณของนักศึกษา มักจะมีคํากลาวมากมายจากปากของ
ผูปกครองไมวา จะเปน “นักเรียน นักศึกษา เหลานี้โดนหลอกใหไ ปประทว ง” หรือ “ประทวงรฐั บาลได แตหาม
ไปแตะตอ งสถาบนั ”

การประทว งเรยี กรองของเหลา นกั เรียน นกั ศกึ ษา ในชว งเวลานีท้ าํ ใหผปู กครองไมพอใจ เนอื่ งดว ยการมี
อุดมการณความคดิ ทางการเมอื งที่แตกตางกันระหวางวัยของผูปกครองและวยั ของนักเรียน นักศกึ ษา หรือความ
กังวลในเร่อื งของความปลอดภัย เนือ่ งจากมีตนทนุ ดา นความปลอดภยั ท่ตี องจา ย สงั เกตไดจ ากแกนนาํ ประทวง
หรือผูประทวงบางสวนที่ภาครัฐไทยทราบถึงตัวตนและขอมูลสวนตัวมักถกู คุกคามจากรฐั เชน การเขาไปขม ขู
สะกดรอยตาม หลายครั้งการแสดงออกทางการเมืองเหลานี้ไมวาจะเปนการโพสตบนสื่อออนไลนหรือการ
แสดงออกดวยวิธีการอ่ืน ๆ ยอมทําใหผูปกครองไมพอใจไมมากก็นอย ในกรณีที่ไมรุนแรงท่ีมักพบเห็นไดบอย
คือ การถกู ผูปกครองตกั เตือนหรือหามไปประทวงเด็ดขาด แตในกรณีทร่ี า ยแรงท่ีสดุ เทา ที่ผูเขียนเคยไดพบเห็น
ผานสื่อออนไลนคือการตดั สายสมั พนั ธร ะหวางครอบครวั เพียงเพราะการมมี มุ มองทางการเมอื งท่แี ตกตางกัน

17

สาเหตุท่ีผูปกครองสวนใหญไมสนับสนุนและตอตานไมใหนักเรียน นักศึกษา ออกไปแสดงออกทาง
การเมืองเพื่อเรยี กรอ งความเปนอยูท่ีดี สวนหน่ึงเปนเพราะกําแพงขนาดใหญท่ีเรียกวา คตแิ บบ “อนุรักษนยิ ม”
(Conservative) เนอ่ื งดว ยผปู กครองของนักเรียน นักศกึ ษา สวนใหญในปจจบุ นั มักเปน ประชากรยคุ Babyboomer
และบางสวนของยุค GEN X ซ่ึงประชากรทั้งสองยุคน้ีเกิดมาคาบเกี่ยวกันในชวงเวลาประมาณป พ.ศ. 2489 –
2522 ประชากรทั้งสองยุคน้ตี างเติบโตมาในยุคที่ยากลําบากหลังจากการส้ินสุดสงครามโลกคร้ังท่ี 2 ประชากร
ท้ังสองกลุมน้มี ลี กั ษณะคือ ขยนั ทํางาน เครงครัดในขนบธรรมเนยี มประเพณี ยดึ ถือในความเปน เจาคนนายคน มี
ความเปน “อนุรักษนิยมสูง” และความเปนอนุรักษนิยมสูงน้ีเองจึงทําใหมีมุมมองทางการเมืองที่แตกตางกับ
นักเรียน นักศกึ ษา เนอื่ งดว ยสาเหตุประการแรกคือ

ประการแรก ความเปนอนรุ ักษนิยมสูงท่ีเชอ่ื ในความเปน ระเบียบและความมั่นคง (Order and stability)

ซ่ึงพวกเขาเชื่อวา ระเบียบและความม่ันคงเปนส่ิงที่สําคัญท่ีสุดที่ควรจะรักษาไว โดยเฉพาะอยางยิ่งคือเรื่องของ
สถาบันทั้งสามไดแก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ึงสถาบันท้ังสามกลายเปนสถาบันหลักของประเทศไทย
นับตัง้ แตส มยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลาเจา อยูห ัว ทีไ่ ดส ถาปนาสามสถาบันใหเปนแกนหลักความมน่ั คงของ
ชาติ ซง่ึ ความเช่อื ในสถาบันท้งั สามของชาตนิ ้ีไดสง ผลมาถงึ ยุคสงครามเย็น ซึ่งเปน ยุคท่ีกลุมผูปกครอง นักเรยี น
นักศึกษา หลาย ๆ คนเกิดและเตบิ โตมาในชว งน้ี โดยสหรัฐอเมริกาไดดาํ เนนิ นโยบายขยายอทิ ธพิ ลของตน (Pax
Americana) และดําเนินนโยบายตอตา นแนวคิดคอมมิวนิสตในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต โดยใหประเทศ

18

ไทยเปน ปอมปราการตอ ตา นคอมมวิ นสิ ต สหรัฐอเมรกิ าไดสง ผูเ ชีย่ วชาญเขามาเผยแพรแผนการจติ วทิ ยาตอ ตา น
คอมมวิ นสิ ต โดยใหสถาบนั ชาติ ศาสนา รวมถึงพระมหากษัตรยิ  เปนสถาบนั หรอื ศนู ยกลางเอกลกั ษณแหงชาติ
เพอ่ื สรา งตวั ตนของความเปนไทยในการตอ ตา นคอมมวิ นิสต โดยใชว ิธีการอบรม ปลูกฝง ผา นการศึกษาและสอื่
ตาง ๆ เกย่ี วกับพระปรชี าสามารถของกษตั รยิ ไ ทยในอดีตในการรักษาชาติจากอริราชศตั รู การปลูกฝง เหลานีไ้ ด
ถูกปลูกฝงไปยังผูปกครองของนักเรียน นักศึกษา ที่เกิดในยุค Babyboomer และ GEN X ซ่ึงในปจจุบันการ
ออกมาประทวงของนักเรียน นักศึกษา มีการวิพากษวิจารณและเรียกรองใหปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริยซ่งึ
เปนสถาบันหลักของชาติ เปนสิ่งท่ีแทบจะไมเคยเกิดขึ้นมากอนในสังคมไทย ทําใหผูปกครองหลาย ๆ ทานจึง
หามปรามไมใหนักเรียน นักศึกษา ท่ีเกิดมาในยุคท่ีรับชุดขอมูลหลาย ๆ ดาน มีความคิดวิจารณญาณเปนของ
ตนเองออกไปประทว งเรยี กรอ ง

ประการที่สอง อนุรักษนิยมไมเช่ือในความเปนสากล (Universalism) ผูปกครองหลาย ๆ ทานที่มี

ความคดิ แบบอนุรกั ษนิยม มักมคี วามเชื่อท่วี าสิง่ ท่ีเปนสากลไมส ามารถใชไดกับทุกสงั คมของทุกประเทศ เพราะ
แตละประเทศมปี จ จยั สภาพแวดลอ ม สังคม ทีม่ ีความแตกตา งและวถิ กี ารพัฒนาทไี่ มเ หมือนกัน ข้นึ อยูกบั แตล ะ
สงั คมน้ัน ๆ เห็นไดจ ากประโยคที่ไดยินบอยครั้งตามสือ่ ออนไลน “ประชาธปิ ไตยแบบตะวันตกไมเ หมาะกบั ความ
เปนสังคมไทย” หรือ “การเรียกรองสิทธิ์ใหผูคาบริการ (Sex workers) ใหกลายเปนอาชีพเสรี เปนสิ่งไม
เหมาะสมเพราะไทยเปนสังคมพุทธศาสนา” หรือ “การสมรสเพศเดียวกันเปนสิ่งท่ียอมรับไมไดเพราะจะเปน
ตัวอยางที่ไมดแี กเด็ก” ซ่ึงขอเรียกรองเหลานี้ของนักศึกษาในยอมทําใหผูปกครองและชนช้ันนําหัวอนุรกั ษน ิยม
ตางหวาดกลัวเปนอยางยิ่ง เพราะส่ิงท่ีเรียกรองมาน้ันอาจไมเหมาะสมกับสังคมไทยท่ีเปนสังคมจารีตอนุรักษ
นิยม สังคมเมืองพุทธ ซ่ึง อาจทําใหเกิดความวุนวายและไรเสถียรภาพในสังคมได ซึ่งสะทอนถึงความเปน
อนรุ กั ษน ยิ มทหี่ วาดกลัวสิ่งใหม ๆ และไมกลา จะเปลีย่ นแปลงใด ๆ เพราะเชอื่ วาสิง่ ทเ่ี ปนอยใู นปจ จบุ นั เหมาะสม
ที่สุดแลว

ประการสดุ ทา ย อาบน้ํารอนมากอน (Experience) ผูปกครองหลาย ๆ ทา นมกั จะชอบกลา วประมาณ

วา “พอแมเคยผานมากอนนะ, พอ กบั แมร ูวา พวกนักการเมอื งมนั ชกั จูงนักศึกษาออกไปประทว งเพือ่ ผลประโยชน
ของพวกมัน หรือ ถาการประทวงชุมนุมสําเร็จ พวกนักการเมืองหรือแกนนาํ ท่ีสนบั สนุนผูชมุ นุมนี่แหละจะขนึ้ มา
เปนรัฐมนตรี เปนคนใหญคนโตแทน พอกับแมเห็นมาหลายคร้ังแลว” ซ่ึงคําพูดเหลาน้ีมักเปนคําพูดท่ีถูกพูด
ออกมาในเชงิ ท่ีวา เชื่อในประสบการณมากกวา เหตผุ ล เพราะอนุรกั ษนยิ มไมเ ชื่อวา ปจเจกจะสามารถใชหลักเหตุ
ผลไดอยางถูกตอง เห็นไดชัดจากอนุรักษนิยมท่ีเช่ือในประสบการณของบรรพชน คนรุนกอน ท่ีเคยสั่งสมมา
มากกวาท่ีจะใชหลกั ความมีเหตุผล(Rational) สอดคลองกบั การประทว งชุมนุมของนักเรียนนักศึกษา ทผี่ ูปกครอง
มักมองวาการออกมาประทวงเชนน้ีคือการเลนเกมการเมืองของนักการเมือง เม่ือการประทวงสําเร็จผูที่ไดผ ล
ประโยชนย อ มเปน นกั การเมืองท่ีอยูเ บ้ือหลังหาใชน กั เรียน นกั ศกึ ษาไม

19

ความคิดแบบอนุรักษนิยมสูงท่ีอยูในตวั ผูปกครองของใครหลาย ๆ คน ยอมทําใหมีความคิดที่แตกตา ง
กันกบั กลมุ นกั เรียน นักศกึ ษา ในเรอื่ งมุมมองทางการเมือง ประชาธิปไตย สทิ ธิมนษุ ยชน และอกี หลาย ๆ เร่ือง
เนื่องดวยอุดมการณอนุรักษนิยมท่ีประกอบสรางชุดความเชื่อและแวนตาท่ีสงผลตอมุมมองความคิดของ
ผปู กครอง รวมไปถึงอิทธพิ ล ชุดความรู ทไี่ ดรบั รวมถงึ ชว งเวลาและบริบททางการเมอื งและสงั คมของแตละยุค
ยอมที่จะทาํ ใหม มุ มองทางความคดิ หลาย ๆ อยางยอ มแตกตา งกนั เปน เรื่องที่ปกติในทุกสังคมโลก แมจ ะมีความ
แตกตางกันในดานความคิดแตคนทั้งสองวัยจาํ เปนที่จะตองเปดอก ทําความเขาใจถึงมุมมองของแตละวัยวามี
ความคดิ มมุ มองหรือความตองการอยา งไร ตอ ใหม ีมมุ มองความเขา ใจทางการเมอื งของคนสองวยั ทีต่ า งกันยอ ม
เปนสิ่งที่ยอมรับไดเพราะปจเจกมคี วามรูสกึ นกึ คิด มีเหตุผลของตนเอง มีสิทธ์ิท่ีจะเลอื กตดั สินใจทางเลือกและ
ความเชื่อของตนเองได แตส ่งิ หนึง่ ท่คี นทุกวัยจําเปนทจี่ ะตองมชี ุดความเชอื่ รว มกันเพื่อสรางสงั คมท่ีดีคือ “ความ
เปน มนษุ ย” “ความเทา เทยี มเสมอภาคของคน” และ “การตอ ตา นความรุนแรงตอผทู เี่ หน็ ตาง”

– นัดชนิ หนอง –

20

รายการอา งอิง

ชํานาญ จนั ทรเ รือง. (2558) อนรุ กั ษนิยมแบบไทย ๆ.
เขา ถึงไดจ าก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635707

ณฐั พล ใจจรงิ . (2563). ขุนศึก ศกั ดนิ า และ พญาอนิ ทร.ี นนทบุร.ี สาํ นักพิมพฟ าเดยี วกัน
ไทยรฐั ออนไลน. (2563). เห็นตางอยางเขา ใจ จติ แพทยแ นะนาํ วิธี “พอแมลกู ” เปด อกคุยการเมอื ง.

เขา ถึงไดจ าก https://www.thairath.co.th/lifestyle/mom-and-kids/1915136
ธกิ านต ศรนี ารา. (2559). การสงเสรมิ อดุ มการณ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย.

เขาถึงไดจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.
ปย วฒั น สแี ตงสกุ และ ดร.ชาติชาย มุกสง (2559). ชาตนิ ิยม.

เขา ถงึ ไดจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.
BBC Thai. (2561). โลกท่ี เสกสรรค เหน็ คือโลกทฝ่ี า ยอนุรกั ษนิยม-กา วไกลไมเ คยคดิ .

เขา ถงึ ไดจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-43341487
MGR Online. (2556). “ชาตินยิ ม” อดุ มการณทีค่ วรปลูกฝงใหก ับคนไทย/ดร.แพง ชนิ พงศ.

เขาถึงไดจ าก https://mgronline.com/qol/detail/9560000142945
Peter Viereck. (ไมระบุปท ี่เขยี น). Conservatism.

เขาถึงไดจ าก https://www.britannica.com/topic/conservatism
Posttoday. (2562). เขาใจความแตกตางคน 4 เจเนอเรช่นั ทลายชอ งวา งเพอื่ การทํางานท่ีแฮปป.

เขา ถึงไดจ าก https://www.posttoday.com/life/healthy/587633
Terence Wall. (ไมระบุปท ีเ่ ขยี น). Communism.

เขาถึงไดจาก https://www.britannica.com/topic/communism
Thongchai Vinichakul. (1994). Siam Mapped. United States Of America:University of Hawaii Press

21

How to be

#Singhadang73

22

TCAS64

รัฐศาสตรธรรมศาสตร

¡ÒÃà»ÅÂÕ่ ¹á»Å§ã¹»‚ 2564

1.) ÂØºÃÇÁÃͺ 4 ¡ºÑ 3 äÇŒ´ŒÇ¡ѹ໹š ‘Admission 3.1 áÅÐ 3.2’
2.) ࡳ±¡ÒÃÃºÑ à¢ÒŒ ¢Í§Ãͺ 3 à»Å่ÂÕ ¹ä»ãªŒÊÑ´ÊÇ‹ ¹

‘¤Ðá¹¹ÊͺµÃ§ 70 : GAT 30 %’ á·¹
3.) Ãͺ 4 (Admission 3.2) Âѧ¤§ãªŒà¡³±à ´ÔÁ ¤Í×

‘GPAX 20% O-NET 30% GAT 30% PAT 20%’

23

Ãͺ·Õ่ 1 Portfolio

1.1) ¾Ñ·ÂÒ/ÅÒํ »Ò§ 1.2) Ã§Ñ ÊµÔ

• àÃÔ่ÁÃºÑ ÊÁ¤Ñ à 5-16 Á¡ÃÒ¤Á 2564
• GPAX 5 ÀÒ¤àÃÂÕ ¹ 3.75
• GPAX ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ 3.50
• ä´ÃŒ ѺÃÒ§ÇÅÑ ÃдѺ»ÃÐà·ÈËÃ×͹ҹҪҵԴŒÒ¹Ê§Ñ ¤ÁÈÒʵÏ

(ÅํҴѺ·Õ่ 1-3) ËÃÍ× ÁÕ¼Å§Ò¹Í¹Ñ à»š¹»ÃÐ⪹µÍ‹ 椄 ¤Á
Í¹Ñ à˹็ ໹š ·่Õ»ÃШ¡Ñ ɏªÑ´
>> ÊÒ¢ÒÅÐ 5 ¤¹ ÃÇÁ 20 ¤¹ äÁ‹ÁÕÃºÑ à¡Ô¹/àÃÕ¡ÊํÒÃͧ

Ãͺ·่Õ 2 Quota

>> ໚¹â¤Ã§¡Ò÷¢Õ่ Ö้¹µÃ§¡ºÑ ·Ò§
ÁËÒÇ·Ô ÂÒÅÑ â´ÂÊÇ‹ ¹¡ÅÒ§à»¹š ¼Œ¤Ù ´Ñ àÅÍ× ¡

Ãͺ·่Õ 3 Admission

ÃѺÊÁѤà 7-15 ¾ÄÉÀÒ¤Á 2564

24

Admission 3.1

>> Ê´Ñ Ê‹Ç¹¤Ðá¹¹ ÊͺµÃ§ 70 : GAT 30
• ÃºÑ ÊÁ¤Ñ ÃÊͺµÃ§ 5 ¡ØÁÀҾѹ¸ - 18 ÁÕ¹Ò¤Á 2564
• ÊͺµÃ§Ã°Ñ ÈÒʵÏ 10 àÁÉÒ¹ 2564
• »ÃСÒȤÐá¹¹ 5 ¾ÄÉÀÒ¤Á 2564
- GPAX ¢Ñ¹้ µÒ่ํ 2.75
- GAT äÁ¡‹ Òํ ˹´¤Ðá¹¹¢¹Ñ้ µํÒ่
- ÃѺ¹Ñ¡àÃÂÕ ¹ÊÒÂÊÒÁÑÞ ¨º»‚¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ 2563 à·Ò‹ ¹้¹Ñ (äÁË ºÑ à´¡็ «Ô่Ç)
- ÃºÑ ¨ํҹǹ 40 ¤¹µÍ‹ ÊÒ¢Ò äÁ‹ÃѺà¡Ô¹¨Òํ ¹Ç¹/ÊÒํ Ãͧ

Admission 3.2

>> 㪌ࡳ±¤ Ðá¹¹à´ÁÔ ÃѺà´็¡«Ç่Ô ´ŒÇ ·§้Ñ ËÁ´ 45 ¤¹µ‹ÍÊÒ¢Ò
GPAX 20% O-NET 30% GAT 30% PAT 20%

25

Little story of the journey
to ‘BIR Program’

Hello everyone, I am a third years student of BIR
program or “The Bachelor of Political Science Program
in Politics and International Relations (English Program)”.
Today I am going to tell you guys about my story since
the day I applied for this program until now.

BIR program provides two rounds for admission,
one round is called “portfolio” focusing on the works
of the student, and another round is a normal direct
admission exam. All the admission requirement, the
number of student that the program can accept, and
other information will be showing at the admission part
of this book.

My journey started when I was in grade 1 2 , last year of high school. Me as a normal
student form normal public school wanted to study International Relations with a big dream to
be one of Thai diplomats. And Thammasat University is my first and only choice. However, many
conditions made me unable to make sure that my plan to study in normal Thai program can be
possibly happened, so I started to find other alternative ways to study International Relation, and
I found BIR program which shifted my interest forever.

26

At that time, I thought studying in English would be very useful for me in the future, but
I only have one semester left to prepare for everything. As I told you guys that my profile is so
normal, I was not the kind of student who can speak English confidently, and yes, my English
was my main problem (now it is still my problem as you can see from my writing). I took TUGET
three times before getting the score that is more than half, luckily it was still on time.

During the last semester that I had left, I went to the “Open Thamsigha Camp” and “BIR
the Future”, these two camps helped me a lot on guiding what to read before taking admission
exam, and the books I got from these camps that were made by the first year students who
know about the latest exam the most are very useful for the people who cannot find the content
about the fundamental knowledge about Political Science. Apart from the camp, I only follow the
news to know what is going on in the world, and went to Mock Interview that was also held
by the freshmen of BIR program to prepare myself for an interview.

On the exam day, I went to Rangsit Campus. The exam consisted of two parts, which is
the multiple choices and essay. The first fifteen questions of multiple choices part are about the
fundamental knowledge such as what country is not the member of G7 , and the rest is the
news, graph and chart that you need to read, this part is hardest for me because of the unfamiliar
vocabularies. Next, the essay part provided me three questions and I had to choose only one
question to answer. All these 2 parts of exam is needed to be done within 2 hours.
After the result of the exam was published, my score is more than the median, so I decided to
apply for this program through the third round of TCAS. And after I saw my name on the list of
eligible people to take an interview, my head started to think that this is the scariest part. I was
so scared, nervous and anxious.

27

I went to Thaprachan campus on the interview day with my grandma. In the big room,
there are many professors interviewing the student one by one. Mainly questions the professor
asked me are normal, until I answer him that my favorite diplomat is Zou Enlai. My answer made
the professor started to ask me more about him, I am not going to tell you the funny details,
but I will leave you guys some of my advises.

“Do not worry too much about your answer on an interview,

including with your essay, I think the program just want to know your ideas.

Try your best and you will not be regret.”

It was difficult time for me at the beginning of my first semester as a BIR student, I did
not understand what the professors said and I cannot help comparing myself with all the
classmates. I just want to tell you guys that if you confront the situation like me, do not be
worry, in short or long time, you will be better.

BIR program provides the chances to study with knowledgeable professors, many
extracurricular activities, and many fields of study you can choose by yourself in the second half
of the course. Although studying in Thaprachan campus made many things seem to be limited
comparing with Rangsit campus, but you will surely get everything that university students need.
And lastly, the question that you guys might wondering, BIR program operates on full time
bisemester system and the tuition fees for Thai student are estimated total 125,000 Baht per
academic year. For those who interested, I hope to see you soon, bye!

28

รายชือ่ คณะทํางาน

ฝา ยตอบปญ หา มารค การเมืองการปกครอง
กฤตภาส หอมขจร เพยี งฟา การเมอื งการปกครอง
กฤติมา อินทรประเสรฐิ ณทั การเมอื งการปกครอง
ณทั พัฒน เกยี รติไชยากร บุค การเมอื งการปกครอง
ดรสั วิน คมุ ชาติ สมโี จ การเมอื งการปกครอง
ไตรศิกษ มณจี ันทร ทีน การเมอื งการปกครอง
ธนดล ธรรมปาน เผอื ก การเมอื งการปกครอง
ปรัชญา เผอื กบรสิ ุทธ์ิ เพียว การเมืองการปกครอง
รุง ฤดี หลักชัย เลง การเมืองการปกครอง
สุเทพ ธรากลุ ปราย การระหวา งประเทศ
นทั การระหวา งประเทศ
ชนิตาภรณ กงสะเดน็ โลมา การระหวางประเทศ
ณฐั กมล โยธา บิว การระหวางประเทศ
ธัญญา โอฬารร ตั น เนเน การระหวางประเทศ
ธันยชนก อินบุญสุ เอแคร การระหวางประเทศ
นคนันทินี ดาํ รงคกูล กุง การระหวา งประเทศ
พัชรพร คาํ มีสนี นท ภูเบญญ การระหวา งประเทศ
เพญ็ พิชชา มุงงาม สเกล การระหวางประเทศ
ภูเบญญ ลเี ลิศพันธ ตน ขา ว การระหวา งประเทศ
ศุทธินี สลี ะพฒั น
เรือนใจ ตรงจันทึก

ฝา ยทะเบยี น ใบเฟน การเมอื งการปกครอง
จฑุ ามาศ ย่ิงวรากร พีค การเมอื งการปกครอง
พชร พลอยทบั ทมิ ฟาโย การเมืองการปกครอง
พิชชาวรี  เลศิ สุขสมบตั ิ เอริ น การเมอื งการปกครอง
อรสิ รา เจริญไชยศรี เปล การระหวางประเทศ
แซน การระหวางประเทศ
ฐิติมา สุทา เตย การระหวา งประเทศ
พทั ธพล รงุ กจิ จริ พงศ วี การระหวา งประเทศ
อาจารยี  แสนธนาพิพัชร ตอง บรหิ ารรฐั กจิ
อาลาวยี  วาแม ณชิ า บรหิ ารรฐั กจิ
พลอย บริหารรฐั กจิ
ณัชชา จนั ทรเ พญ็ เบส บริหารรฐั กจิ
ณัฐณชิ า ปนประดับ น้มิ บรหิ ารรัฐกจิ
ธันยช นก ฐติ ิวฒุ พิ งศ
ศริ โิ รจน ธาตรีนาจ
อตพิ ร ศรีเหรา

ฝา ยนิทรรศการ แบรนดเนม การเมืองการปกครอง
กชกร อทาโส ไขห มก การเมอื งการปกครอง
ฐนรนิ ทร พรพงศภาณุรฐั เพชร การเมอื งการปกครอง
ตรีเพชร ทพิ ยไพฑูรย โอม การเมืองการปกครอง
ธนพัฒน สบื เสาะ แซนด การเมอื งการปกครอง
ภานุพงศ สุกใส วนิ การเมืองการปกครอง
วรนิ ทร สงิ หเสมานนท อารต การเมอื งการปกครอง
ศมพร มเี กดิ มูล บมี ะ การเมืองการปกครอง
ศรนิ ทรท ิพย กรดิ รมั ย เอย การระหวางประเทศ
กันตศิ า ชนะภยั เบนซ การระหวา งประเทศ
จรี ภทั ร ศรีประสิทธ์ิ มิ้น การระหวางประเทศ
ชุลติ า วิไลเจรญิ ตระกูล มิ้น การระหวา งประเทศ
ชลุ ิตา วิไลเจรญิ ตระกูล เพชร การระหวางประเทศ
ธนภทั ร ศิริสาการ อากาศ การระหวา งประเทศ
ธญั ญลกั ษณ เศวตมาลย ไอย การระหวางประเทศ
ปวีณาพรรณ นปิ ุณั แซนด การระหวางประเทศ
พณั ณติ า ธปี ฏาิ นนท เหมยี่ น การระหวา งประเทศ
มนิดา เตชานุวัตร ตว้ั การระหวา งประเทศ
ศุภกฤษ จริ ธรรมประดับ เฉียน การระหวางประเทศ
สุนนั ทา บญุ ลอื แยม การระหวา งประเทศ
สวุ รี ยา อินทสังข ปอน บริหารรัฐกจิ
กวิสรา อินทนนท ปยุ นุน บรหิ ารรฐั กจิ
ชนิกานต มะโหรา แจน บริหารรฐั กจิ
ปริชญา ทวสี ขุ กัน BIR
วราภรณ ภูครองจิตร

ฝา ยแนะแนว เดยี ร การเมืองการปกครอง
เวลล การเมอื งการปกครอง
กมลชนก แปน โพธิ์ ฟรอยด การเมอื งการปกครอง
จนิ ตนฤทธิ์ สาคร บัว การเมืองการปกครอง
ณัฏฐ รอดบุญธรรม ปน การเมอื งการปกครอง
บัวชมพู ชูทอง มารควี การเมืองการปกครอง
ปณ ณวิทย วจิ ิตรานนท ตน หลิว การเมืองการปกครอง
วีระวัฒน จงจริ มงคลชยั โบนุส การระหวางประเทศ
อารยา เข็มงาม จโี น การระหวา งประเทศ
เบว การระหวางประเทศ
กุลธิดา ฤาไชย แจบ การระหวา งประเทศ
ครษิ ฐ ภวู กาญจนะ จับ๊ การระหวา งประเทศ
จีรปรยิ า จนั ทผดาวัลย ก้ี การระหวา งประเทศ
ธีรภัทร งามกจิ จาจา บริหารรฐั กจิ
ปฐพี เรืองศรี ลกิ อร บรหิ ารรฐั กจิ
อธพิ ัชร นธิ ิศกั ดิ์พรกลุ สิบกร บริหารรัฐกจิ
โบท บรหิ ารรัฐกจิ
ชนญั ญา พิลาศรี
ละไมมาด ดาราฤกษ
สิปปกร นิลเพชร
สิรวิ ัฒ ดําพลับ

ฝา ยสถานที่ ฟล การเมืองการปกครอง
เตอร การเมืองการปกครอง
ณฐภัทร ทรงพระ ที การเมอื งการปกครอง
ณัฐชนน รวมวงศ โบนสั การเมืองการปกครอง
ธรี  จิระเมธากลุ อันวา การเมืองการปกครอง
อธบิ ดี หัสดสิ าร เชลซี การระหวางประเทศ
อนั วา ยูโซะ เดน การระหวางประเทศ
กฤติภมู ิ สนิ ทวี ธัญ การระหวางประเทศ
ชนดุ ร แกว เมือง ปกปอ ง การระหวางประเทศ
ธญั พิชชา ปท มธรรมกลุ กกุ ไก การระหวางประเทศ
ธปิ ก เลาศรรี ัตนชยั ใบเตย การระหวางประเทศ
ปณุ ยวีร จาํ าเทศ สิน การระหวา งประเทศ
รวงรวี งามสงวน ม้ิน บรหิ ารรฐั กจิ
ศภุ ชติ เพราแกว ขิม บริหารรัฐกจิ
กวนิ ทศั น ดีอาษา ทาม บรหิ ารรัฐกจิ
ชุตพิ ร หงษา เอนิ บริหารรฐั กจิ
ทรงพล แดงกระจา ง แปง บริหารรัฐกจิ
ปญ ญดา แจมกระจาง ดดี ี้ บริหารรัฐกจิ
พิมพชนก พชิ ยั กลุ กกุ ไก บริหารรฐั กจิ
ฟร ดีย สะแต เบนซ ไมร ะบุ
ศภุ สั สรา มาพทิ ักษ
ศุภณัฐ เขยี วเสน

ฝา ยสปอนเซอร ตั้น การเมอื งการปกครอง
กอเตย การระหวา งประเทศ
ภูรเิ ดช แตป ระเสรฐิ มิลา การระหวางประเทศ
รพภี ัทร ทว มชมธรรม มลลี่ บริหารรัฐกจิ
ยามีละ ระยี แอลล่ี บริหารรฐั กจิ
พายโอหม โพธ์ิไทย
อภสิ รา มากลน อาเจาเกน็ บรหิ ารรัฐกจิ
มานี บรหิ ารรัฐกจิ
ฝา ยPR
ปาลม การเมอื งการปกครอง
ธนทรพั ย สายบุตร ออม การเมืองการปกครอง
อซั มานี เจะสือแม นัท การระหวา งประเทศ
บบู ี๋ การระหวางประเทศ
ฝา ยสวสั ดกิ าร ออม การระหวางประเทศ
เดีย บรหิ ารรัฐกจิ
กุลธวัช ลม้ิ ปรชี าชาติ นทั บริหารรัฐกจิ
ฐานพันธ อนิ ทรเพชร หมพี หู  บรหิ ารรฐั กจิ
ณัฐณิชา สมมาก พซิ ซา บริหารรฐั กจิ
นิชนนั ท ลอองบวั
อารยา จตุรเดชา
นาตาชา ลําดวน
นิรัญญาเนตร อินพาเพยี ร
ภาณุวิชญ ทองมี
แสงตะวัน แกวจาํ ปา

ฝา ยเสวนาและหนงั สอื แพรวา การเมอื งการปกครอง
ใบเตย การเมืองการปกครอง
กลุ ภา พบูประภาพ บอล การเมอื งการปกครอง
เนตรฤทัย ไพโรจนก ลั ยา ปราง การเมอื งการปกครอง
ปฏิพัทธ ทรพั ยทกั ษณิ า อฐั การเมืองการปกครอง
ปรางชณา ภัทรนรากุล ปลื้ม การเมืองการปกครอง
พทั ธพัฐ บวรธรรมรตั น สนิ การระหวางประเทศ
อภิชญา เผอื กอํ่า เพชร การระหวางประเทศ
พศิน ยนิ ดี นิว การระหวา งประเทศ
เวชพิสิฐ ดาวแสงสวา ง ปน บรหิ ารรัฐกจิ
สรุ ีรัตน พรศิริรัตน ปอ น บรหิ ารรฐั กจิ
จฑุ าทิพย ชูจนั ทร มงั กร บริหารรัฐกจิ
ชนัดดา สาผุยทํา ลองกอง BIR
รัตนกร อนิ ทรแกว วา น BIR
จติ รกัญญา บญุ นิม่
อสญาภรณ เรืองจาํ เนียร

“..ปลายอโุ มงค แสนไกล ใครใครรู
ประจญั สู ฤาโสมแสง อยแู หง ไหน
หากแตค รา ฟา สีทอง ผองอําไพ

ประชาชน จะเปนใหญ ในแผน ดนิ ..”

III




Click to View FlipBook Version