The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระบบโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Patomporn Chawati, 2022-09-14 02:55:13

ระบบโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ

ระบบโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ

ระบบโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ
Skeleton and Muscle

ระบบโครงกระดูก

ร่างกายของมนุษยท์ ี่เจริญเติบโตเตม็ ท่ีจะประกอบดว้ ยกระดูกท้งั หมด
206 ชิ้นแบ่งเป็น กระดูกแกน 80 ชิ้น เช่น กะโหลกศีรษะ กระดูกสนั หลงั
กระดูกกน้ กบ กระดูกซ่ีโครง อีกพวกหน่ึง คือ กระดูกรยางค์ จานวน 126 ชิ้น
เช่น กระดูกแขนขา สะบกั ไหปลาร้า เชิงกราน

ความสาคญั ของกระดูก

โครงกระดูกมีหน้าทสี่ าคญั อยู่ 3 ประการ คือ

- ทาหนา้ ท่ีเป็นโครงร่างของร่างกายใหร้ ่างกายคงรูปอยไู่ ด้
- ป้องกนั อนั ตรายใหแ้ ก่อวยั วะที่สาคญั เช่น สมอง ไขสันหลงั หวั ใจ ปอด ตบั
- เป็นท่ียดึ ของกลา้ มเน้ือ การที่เราเคลื่อนไหวไดเ้ ป็นผลมาจากการหดตวั และคลายตวั ของ

กลา้ มเน้ือ ที่ยดึ ติดกบั กระดูก

ส่ วนประกอบของกระดูก

1. สารอนินทรีย์ คือ สารแคลเซียมฟอสเฟต ซ่ึงเป็นสารทา
ใหก้ ระดูกแขง็ แกร่ง มีปริมาณสองในสามของเน้ือกระดูก
2. สารอนิ ทรีย์ คือ สารที่มีลกั ษณะเหนียวและยดื หยนุ่ เช่น
โปรตีน ทาหนา้ ที่ประสานโมเลกลุ ของแคลเซียมฟอสเฟต
เขา้ ดว้ ยกนั เกิดเป็นโครงร่างของกระดูก ถา้ ขาดแคลเซียม
ฟอสเฟต จะทาใหก้ ระดูกมีลกั ษณะอ่อนน่ิมเหมือนกระดอง
ปูนิ่ม ขณะเดียวกนั ถา้ ขาดสารโปรตีนจะมีลกั ษณะเป็นผง
คลา้ ยข้ีเถา้

โครงสร้างของกระดูก

กระดูกมลี กั ษณะแห้งเมื่อพจิ ารณาเนื้อกระดูกจะเห็นว่ามี
ส่วนทแ่ี ตกต่างชัดเจนอยู่สองจุด
จุดแรกมีลกั ษณะแน่น เรียกวา่ Compact boneมีลกั ษณะเน้ือแขง็ ทึบ
จุดสอง มีเน้ือเป็นรูพรุน เรียกวา่ Spongy bone มีลกั ษณะเป็นรูพรุน
คลา้ ยฟองน้า ประกอบดว้ ย กระดูกชิ้นเลก็ ๆ บางๆ (trabecula)
เชื่อมโยงกนั เป็นร่างแห และระหวา่ ง trabecula จะมีช่องวา่ ง
ซ่ึงภายในช่องวา่ งน้ีมีไขกระดูก (bone marrow)



ระบบโครงกระดูก

มีหนา้ ท่ีค้าจุนร่างกายใหค้ งรูปร่างอยไู่ ด้ กระดูกของมนุษยท์ ้งั ร่างกายมี
อยทู่ ้งั สิ้น 206 ชิ้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1) กระดูกแกน (Axial Skeleton)
2) กระดูกรยางค์ (Appendicular Skeleton)

1) กระดูกแกน (Axial Skeleton)

เป็นโครงกระดูกท่ีเป็นแกนกลางของร่างกาย ทาหนา้ ที่ค้าจุนและ
ป้องกนั อนั ตรายใหแ้ ก่อวยั วะสาคญั ภายในร่างกาย มีจานวนท้งั สิ้น 80 ชิ้น
ประกอบดว้ ย

2) กระดูกรยางค์ (Appendicular Skeleton)

เป็นกระดูกที่เชื่อมต่อกบั กระดูกแกน มีหนา้ ที่ค้าจุนและเก่ียวขอ้ งกบั การ
เคล่ือนไหวของร่างกาย มีจานวนท้งั สิ้น 126 ชิ้น ประกอบดว้ ย

เมื่อศึกษาถงึ โครงสร้างของกระดูกแล้วพบว่า กระดูกของมนุษย์แบ่ง
ออกเป็ น 2 ชนิด คือ

1. กระดูกอ่อน (Cartilage) เป็นเน้ือเยอ่ื เกี่ยวพนั ซ่ึงประกอบดว้ ยเซลลก์ ระดูก
อ่อน (Chondrocyte) สารระหวา่ งเซลลแ์ ละเสน้ ใยชนิดต่าง ๆ โดยทว่ั ไป
กระดูกอ่อนจะไดร้ ับอาหารโดยแทรกซึมผา่ นสารระหวา่ งเซลลม์ า เนื่องจาก
ไม่มีหลอดเลือดฝอยมาหล่อเล้ียงกระดูกอ่อนเลย

2. กระดูก (Bone) เป็นโครงสร้างท่ีเจริญมาจากเน้ือเยอ่ื
เกี่ยวพนั (Membrane Bone) หรือกระดูกอ่อน (Cartilagenous Bone) กไ็ ด้

ประกอบดว้ ยเซลลก์ ระดูก (Osteocyte) เสน้ ใยชนิดต่าง ๆ และสารระหวา่ ง

เซลล์ ตรงกลางของกระดูกน้นั จะมีลกั ษณะโปร่งเป็นโพรงคลา้ ย
ฟองน้า (Spongy Bone) ซ่ึงเป็นท่ีอยขู่ องไขกระดูก (Bone Marrow) ท่ีทา
หนา้ ท่ีสร้างเมด็ เลือดแดงและเมด็ เลือดขาวใหแ้ ก่ร่างกาย

 กระดูกแต่ละชิ้นจะมีเอน็ เรียกวา่ ลิกาเมนต์ ( Ligament) ซ่ึงมีความเหนียว
มากยดึ ติดกนั ทาใหก้ ระดูกเคล่ือนไหวไดใ้ นวงจากดั

 บริเวณที่กลา้ มเน้ือท่ีติดกบั กระดูกยงั มีเอน็ เป็นเน้ือเยอื่ เกี่ยวพนั เรียกวา่ เทน็
ดอน ( Tendon) ซ่ึงจะช่วยยดึ กลา้ มเน้ือใหต้ ิดกระดูก

 กระดูกสันหลงั มีหนา้ ที่ค้าจุนร่างกายมีกระดูกชิ้นเลก็ ๆ เป็นขอ้ ๆ แต่ละ
ขอ้ มีแผน่ กระดูกอ่อน เรียกวา่ “ หมอนรองกระดูก ” รองรับ ป้องกนั การเสียด
สีขณะเคล่ือนไหว และยงั มีเอน็ และกลา้ มเน้ือยดึ ติดกนั แต่ละขอ้ ทาใหบ้ ิดตวั
เอียงตวั กม้ ตวั และโนม้ ตวั ได้

ข้อต่อกระดูก

โครงกระดูกของมนุษยม์ ีขอ้ ต่อมากมาย ซ่ึงการมีขอ้ ต่อจะทาใหก้ ระดูก
ยดื หยนุ่ และทาใหส้ ่วนต่างๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวไดส้ ะดวก ข้อต่อมี 3
แบบ ดงั นี้
1. ข้อต่อแบบลกู กลมในเบ้า
2. แบบบานพบั
3. แบบเป็ นเดือยสวมลงในเบ้า
4. แบบบดเลื่อน

1. ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า

เช่น กระดูกขอ้ ต่อท่ีสะโพก ขอ้ ต่อท่ีหวั ไหล่ ทาใหเ้ คลื่อนไหว ไดห้ ลาย
ทิศทาง รวมท้งั การหมุนแขนและหมุนขา ซ่ึงในเบา้ กระดูกจะมีกระดูกอ่อน
และ น้าไขขอ้ หล่อล่ืน ช่วยลดการเสียดสีของกระดูกเวลาเคล่ือนไหว



2. แบบบานพบั

เช่น กระดูกขอ้ ต่อที่นิ้วมือ นิ้วเทา้ ขอ้ ศอก หรือขอ้ พบั ต่างๆ มีลกั ษณะ
การเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกนั กบั การเคลื่อนท่ีของบานพบั ประตูหรือ
หนา้ ต่าง



3. แบบเป็ นเดือยสวมลงในเบ้า

เช่น กระดูกตน้ คอทาใหเ้ ราสามารถกม้ และเงยหนา้ เอียงคอซา้ ยขวา
และหนั หนา้ ซา้ ยขวา



โรคทเี่ กย่ี วกบั โครงกระดูก

อาหารบารุงกระดูก

อาหารช่วยเสริมสร้างความแขง็ แรงใหก้ ระดูก เช่นอาหารพวกที่มีแคลเซียม
สูง ไดแ้ ก่ นมสด ไขแ่ ดง ผกั ใบเขียว ผลไม้ และอาหารที่มีวติ ามินดี เช่น
น้ามนั ตบั ปลา ผกั สด การออกกาลงั กายเป็นประจาเป็นส่วนหน่ึงที่ช่วยพฒั นา
กระดูกใหเ้ จริญอยา่ งเตม็ ท่ีและแขง็ แรง ระวงั อยา่ ใหน้ ้าหนกั ตวั มากเกินไป
เพราะอาจทาใหข้ อ้ ต่อชารุดเส่ือมสภาพเร็ว

วธิ ีการดูแลกระดูก

เพื่อให้กระดูกมสี ุขภาพทแี่ ข็งแรงอยู่เสมอ ส่ิงทเ่ี ราควรต้องปฏบิ ัตใิ ห้
เป็ นประจา ได้แก่

1. ออกไปรับแสงแดดในช่วงเช้าก่อน 9 นาฬิกาเพื่อให้ร่างกายสร้างวติ ามินดี ที่จะ
ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม

2. ด่ืมนมเป็ นประจาและบริโภคอาหารทมี่ ีประโยชน์ และครบถ้วนทุกหมู่ นม
และผลติ ภัณฑ์ต่างจากนมน้ัน อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และ
แมกนีเซียม ซ่ึงนมแคลเซียมสูงทม่ี ส่ี ่วนผสมของวติ ามนิ เคทช่ี ่วยลดการเสื่อม
สลายของแคลเซียมน้ัน กเ็ ป็ นอกี หน่ึงทางเลือกทด่ี สี าหรับสุขภาพรกระดูก

3. ออกกาลงั กายเป็ นประจา

ระบบกล้ามเนื้อ

Muscle

ระบบกล้ามเนื้อ

กลา้ มเน้ือเป็นอวยั วะท่ีใชใ้ นการเคล่ือนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย
มนุษยป์ ระกอบดว้ ยกลา้ มเน้ือประมาณ 500 มดั แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

1. กล้ามเนื้อลาย
2. กล้ามเนื้อเรียบ
3. กล้ามเนื้อหัวใจ



1. กล้ามเนื้อลาย

เป็นกลา้ มเน้ือยดึ ติดอยกู่ บั กระดูกโดยมีเอน็ ยดึ กลา้ มเน้ือจะทางาน
ประสานกนั คือ ถา้ กลา้ มเน้ือมดั หน่ึงหดตวั กลา้ มเน้ืออีกมดั หน่ึงจะคลายตวั
ทาใหก้ ระดูกสามารถเคล่ือนไหวได้ เช่น การงอแขนหรือเหยยี ดแขนได้
เน่ืองมาจากการหดตวั และคลายตวั ของกลา้ มเน้ือทอ้ งแขนดา้ นในท่ีเรียกวา่
กลา้ มเน้ือไบเซฟ ( bicep muscle ) และกลา้ มเน้ือดา้ นนอกท่ีเรียกวา่ กลา้ มเน้ือ
ไตรเซฟ ( tricep muscle) ทางานตรงกนั ขา้ ม การทางานของกลา้ มเน้ือใน
ลกั ษณะน้ีเรียกวา่ Antagonistic muscle

การทางานของกล้ามเนื้อ

เม่ือสมองสงั่ ใหร้ ่างกายเคลื่อนไหว กลา้ มเน้ือจะเกิดการหดตวั และ
คลายตวั ทางานประสานเป็นคู่ ๆ พร้อมกนั แต่ตรงขา้ มกนั ในขณะท่ี
กลา้ มเน้ือมดั หน่ึงหดตวั กลา้ มเน้ืออีกมดั หน่ึงจะคลายตวั การทางานของ
กลา้ มเน้ือในลกั ษณะน้ี เรียกวา่ Antagonistic muscle

เม่ือกลา้ มเน้ือไบเซพ คลายตวั กลา้ มเน้ือไตรเสพจะหดตวั ทาใหแ้ ขน
เหยยี ดออก ส่วนเม่ือกลา้ มเน้ือไบเซพหดตวั กลา้ มเน้ือไตรเสพจะคลายตวั ทา
ใหแ้ ขนงอเขา้



2. กล้ามเนื้อเรียบ

เป็นกลา้ มเน้ือท่ีพบในกระเพาะอาหาร ลาไส้ ผนงั หลอดเลือด

3. กล้ามเนื้อหัวใจ

เป็นกลา้ มเน้ือชนิดพเิ ศษพบเฉพาะในหวั ใจเท่าน้นั การทางานของ
กลา้ มเน้ือชนิดน้ีจะมีการหดตวั คลายตวั เป็นจงั หวะดว้ ยตวั เอง กลา้ มเน้ือหวั ใจ
จะมีการหดตวั และคลายตวั เวลาที่มนุษยย์ งั มีชีวติ อยู่



สวสั ดี


Click to View FlipBook Version