ประวัติศาสตร์ ชุมชน
ตำบล
แแมม่่ฮฮ้้ออยยเเงงิินน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5
หมู่บ้าน ตำบลแม่ฮ้อยเงิน
อาชีพ วัด
หมู่บ้าน
หมู่ที่ 1 บ้านแม่ฮ้อยเงินเหนือ
หมู่ที่ 2 บ้านแม่ฮ้อยเงินใต้
หมู่ที่ 3 บ้านสันทราย
หมู่ที่ 4 บ้านม่วงโตน
หมู่ที่ 5 บ้านหนองแฝก
หมู่ที่ 6 บ้านม่วงโตนใต้
วัด
วัดถาวรังษี
วัดศรีทรายมูล
วันแม่ฮ้อยเงิน
วัดหิรัญญาวาส (แม่ฮ้อยเงินเหนือ)
วัดถาวรังษี วัดถาวรรังสีเดิมชื่อว่า “วัดม่วงโตน” ตามชื่อบ้านเหตุที่ได้นาม
วัดศรีทรายมูล ว่า “ม่วงโตน” เพราะมีต้นมะม่วงโตนใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง มีขนาด
ใหญ่หลายคนโอบ จากโคนถึงค่าคบ ๑๐ กว่าเมตรมีกิ่งใหญ่ ๒-๔
ด้านละ ๑๐ กว่าเมตร มีผสมหลายรส กิ่งหนึ่งก็มีรสหลาย รสชาติ
ไม่เหมือนกัน ต้นเดิมอยู่ตรงประตูวัดด้านตะวันตก (ใกล้ๆ กับ
เจดีย์ปัจจุบัน) เหตุที่ไม้ตายเพราะถูกไฟเผาเนื่องจากมีนกเค้าแยก
อาศัยอยู่มากเนื่องจากข้างในต้นไม้เป็นโพลง พระเณรเบื่อเสียง
นก จึงได้เอาไฟเผาให้นกหนีทำให้ไฟไหม้ต้นมะม่วงหมด จึงไม่
เหลือหลักฐานให้เราเห็นในปัจจุบัน จากการสอบถามปรากฏว่าต้น
มะม่วงนี้ถูกปลูกขึ้นเพื่อหมายทางเดินของช้างเจ้าผู้ครองนคร
เชียงใหม่สมัยก่อน และทางช้างเดินก็มีปรากฏอยู่บางแห่งใน
ปัจจุบันนี้ เหตุที่ได้นามว่า “วัดถาวรรังษี” เพราะในปี ๒๔๘๑ ทาง
คณะสงฆ์คือ พระครูรัตนปัญญาญาณ (เจ้าคุณโพธิรังษี)เจ้าคณะ
จังหวัดเชียงใหม่สมัยนั้น มาตรวจการคณะสงฆ์ได้เห็นวัดนี้สะอาด
เรียบร้อยดี เป็นหนึ่งในอำเภอดอยสะเก็ด และมั่นคงถาวรดี
เห็นจะเจริญต่อไปในวันข้างหน้ า จึงเปลี่ยนชื่อวัดม่วงโตน (ไม้ม่วง
ใหญ่ต้นเดียว) เป็นวัดถาวรรังสี แปลว่า(รัศมีแห่งความมั่นคง) วัด
นี้ตั้งอยู่ในเขตติดต่อระหว่างอำเภอสันกำแพงและดอยสะเก็ด คือ
จาก อ.ดอยสะเก็ดมาถึงราว ๙ กม. จากอำเภอสันกำแพงมาถึงราว
๖ กม. นับว่าสถานที่แห่งนี้ ถึงความเจริญตามลำดับ
เริ่มแรกนั้นศรัทธาสาธุชน ในสมัยก่อนได้เดินทางไปทำบุญที่วัดแม่ฮ้อย
เงินซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ก่อนเดิม ครั้นต่อมาหมู่บ้านสันทรายแห่งนี้ได้มี
ประชาชนมาอาศัยอยู่จำนวนมากขึ้น เห็นสมควรว่าควรสร้างวัดประจำ
หมู่บ้านขึ้นเพื่อที่จะสะดวกต่อการเดินทางโดยไม่ต้องเดินทางไปทำบุญที่วัด
แม่ฮ้อยเงิน ซึ่งระยะทางอยู่ไกลไม่สะดวกในการเดินทางจึงทำเรื่องยื่น
หนังสือต่อ เจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด ตามลำดับ และยื่น
ต่อศึกษาธิการอำเภอดอยสะเก็ด ในสมัยนั้น เพื่อขออนุญาตตั้งวัดขึ้นมาใหม่
เมื่อได้รับอนุญาตให้สร้างวัดแล้ว ได้มีการสำรวจบริเวณสถานที่สร้างวัดก็พบ
ว่าบริเวณเนินทรายเป็ นสถานที่กว้างจึงเห็นพ้องกันว่าจะสร้างวัดขึ้นบริเวณ
เนินทรายนั้นเมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๐และได้ตั้งชื่อวัดขึ้นชื่อว่า “วัดสันทรายมูลทุ่ง
ล้อม” เพราะที่ตั้งวัดเป็นเนินทราย และ มีทุ่งนาล้อมรอบ จากนั้นได้นิมนต์
พระภิกษุสงฆ์จากวัดแม่ฮ้อยเงิน มาจำพรรษา ๑ รูปพร้อมกับนำ พระพุทธ
รูปมาด้วย ๑ องค์ เพื่อให้ชาวบ้านบูชากราบไหว้ในปี ๒๔๘๑ ทางคณะ
สงฆ์คือ พระครูรัตนปัญญาญาณ(เจ้าคุณโพธิรังษี) วัดเชตุพน เจ้าคณะ
จังหวัดเชียงใหม่สมัยนั้น มาตรวจการคณะสงฆ์อำเภอดอยสะเก็ดตามวัด
ต่าง ๆ พิจารณาเห็นว่าวัดต่าง ๆ ในอำเภอดอยสะเก็ดสมควรเปลี่ยนชื่อเสีย
ใหม่ จึงเปลี่ยนชื่อจากเดิม “ วัดสันทรายมูลทุ่งล้อม ” เป็น “วัดศรีทรายมูล
”และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๒
กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตรวัดศรีทรายมูลได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จนเจริญรุ่งเรืองในบวรพระพุทธศาสนา มาจนถึงทุกวันนี้
วันแม่ฮ้อยเงิน
วัดที่มีอายุเก่าแก่กว่าวัดอื่นๆ ในตำบลนี้ประวัติการสร้าง
นั้น ไม่มีลายลักษณ์อักษรจารึกไว้ หรือมีหลักฐานอื่นใดที่พอ
จะสืบทราบได้ว่ามีการก่อสร้างขึ้นเมื่อใด แต่ตามที่สันนิษฐาน
ดูแล้วลักษณะสถาปัตยกรรมละม้ายคล้าย ไปทางศิลปะพม่า
เป็นส่วนใหญ่ และเพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะไปเป็น
แบบไทยล้านนาประยุค และยังสร้างเป็นแบบศิลปะแบบพม่า
อยู่ในช่วงหลังๆ มาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ อีกก็คือองค์พระธาตุที่ยัง
มีอิทธิพลของพม่า หลงเหลือมาปรากฏให้เห็นอยู่ถึงทุกวันนี้
และที่แล้วๆมาก็เป็ นการก่อสร้างเอกลักษณ์แบบเดิมมาให้มี
การต่อเนื่องมาจนถึงที่สุด โดยเท่าที่ทราบสืบมาแม้แต่นาย
ช่างที่ก่อสร้างก็ยังเป็นเชื้อสายทางพม่าอยู่จนถึงปีพ.ศ. ๒๔๖๗
แล้วจึงค่อยๆ มาเป็นนายช่างชาวพื้นเมืองและก็เป็นการเริ่ม
เปลี่ยนแปลงของเก่า ให้หมดสิ้นไปด้วยตนเอง
วัดหิรัญญาวาส วัดหิรัญญาวาส เดิมเป็นวัดร้าง เพราะจากคำบอกเล่าผู้เฒ่าผู้แก่ คนสูงอายุ
(แม่ฮ้อยเงินเหนือ) ประจำหมู่บ้านบอกเล่าสืบต่อๆ กันมา ว่าได้มี ครูบาญาณะ ซึ่งไม่มีใครทราบว่า
ท่านมาจากไหน ท่านได้ก่อตั้งวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ และตั้งชื่อวัดว่า “ ต้นโชค
ทรายมูล ” เพราะตั้งตามต้นไม้โชคที่ขึ้นบริเวณที่ตั้งวัด ซึ่งการก่อตั้งวัดครั้งแรก
ๆ นั้นคงมีสิ่งก่อสร้างคือ กุฏิสงฆ์เล็ก ๆ เพียงแค่หลังเดียวเท่านั้น ต่อมากาล
เวลาได้ผ่านพ้นไป ครูบาญาณะ อายุได้ ๗๖ พรรษา ได้มรณภาพลง ต่อมา
ครูบาสิทธิ ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสต่อจาก ครูบาณาณะ และก็ได้สร้างพระวิหารสร้าง
ขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ กุฏิสงฆ์หลังใหม่ และศาลาบาตร นอกจากนี้ครูบาสิทธิได้
เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ จากชื่อเดิม “ วัดต้นโชคทรายมูล ”เปลี่ยนเป็น “ วัดแม่ฮ้อ
ยเงินเหนือ ” ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตรงกับชื่อของหมู่บ้าน คือ แม่ฮ้อยเงินเหนือ ซึ่งตั้งอยู่
ทางทิศเหนือของบ้านแม่ฮ้อยเงินเดิม บ้านแม่ฮ้อยเงิน เดิมที่เป็นที่เลี้ยงช้างของ
เจ้าผู้ครองนครลำพูน ซึ่งได้มาติดต่อขอซื้อที่ดินของชาวบ้านบริเวณนี้ ซึ่งเป็นป่า
ละเมาะเพื่อที่จะเอาไว้เลี้ยงช้าง ในราคาเงินหนึ่งฮ้อย จึงเรียกชื่อ วัดแม่ฮ้อยเงิน
เหนือ ตั้งแต่นั้นมาต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับเหตุที่ได้นามว่า “วัดหิรัญ
ญาวาส” ในปี ๒๔๘๑ ทางคณะสงฆ์คือ พระครูรัตนปัญญาญาณ (เจ้าคุณโพธิ
รังษี) วัดเชตุพน เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่สมัยนั้น มาตรวจการคณะสงฆ์อำเภอ
ดอยสะเก็ด จึงเปลี่ยนชื่อ “ วัดแม่ฮ้อยเงินเหนือ ” เป็น วัดหิรัญญาวาส มาน
ถึงทุกวันนี้ และได้รับพะราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๒
แลมีพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองตามลำดับมาจนถึงปั จจุบัน
อาชีพ
เกษตรกรรม
ปลูกข้าวโพด
จักรสาน
สมาชิก
นางสาว ปาริฉัตร ยอดคำลือ เลขที่ 26
นางสาว สุพัตรา หาญฤทธิ์ เลขที่ 27
นางสาว อนัญญา ยาประเสริฐ เลขที่ 29
นางสาว อรุณนภา เดชอุดม เลขที่ 30
นางสาว ชลธิชา ไชยเทพ เลขที่ 32
นางสาว ณัชฏาภรณ์ ดาวตาก เลขที่ 33