The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by v.weeraput, 2022-06-25 07:04:03

ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ตำนานก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ก่องข้าว

น้อยฆ่าแม่

ตำนาน
ของ

วัดทุ่งสะเดา จ.ยโสธร

จั ด ทำ โ ด ย
เ ด็ ก ช า ย วี ร ภั ท ร แ ส น กู ล

ตำนาน
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ผู้กำพร้าบิดาตั้งแต่ยังเล็ก

ยังคงเหลือมารดาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูแต่เพียงผู้เดียว


จวบจนถึงวัยหนุ่มฉกรรจ์ บังเอิญวันหนึ่งเขาไปไถนาแต่เช้า

ตามปกติ เขาไถนาอยู่นานจนสายตะวันขึ้นสูงแล้ว
รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลียมากกว่าที่เคยเป็นมา

และรู้สึกหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ในแต่ละวันมารดาผู้ชรา
จะมาส่งก่องข้าวพร้อมอาหารการกินให้ทุกเช้าแต่เช้าวันนี้

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าผู้เป็นมารดา มาส่งข้าวช้าผิดปกติ

คงเป็นเพราะความหิวโหยนั่นเอง เขาจึงหยุดไถนาเข้ามาพัก


ผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ ปล่อยเจ้าทุยเดินไปและเล็มหญ้า
ตามสบาย ขณะเดียวกัน สายตาก็เหม่อมองไปตามเส้นทาง

ที่มารดาเคยเดินมาส่งข้าว สายตาจดจ้องรอคอยมารดาที่


จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา ด้วยความรู้สึก

กระวนกระวายใจ ยิ่งสายตะวันขึ้นสูง แดดยิ่งร้อน ความหิว


กระหายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

ตำนาน ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ตำนาน
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ท่ามกลางไอแดดที่กำลังร้อนผ่าว พลันสายตาเหลือบไป

เห็นแม่กำลังเดินเลียบมาตามคันนาเหมือนเช่นเคย ด้วย

ท่าทางร้อนรนพร้อมกับคอนตะกร้าก่องข้าวน้อยโงนเงน

ไปมาอยู่เบื้องหลัง เขารู้สึกไม่พอใจที่มารดามาส่งข้าวช้า

ด้วยความหิวกระหายจนตาลาย อารมณ์พลุ่งพล่าน อีก

ทั้งเมื่อแลเห็นข้าวก่องนั้นน้อยมาก ดูท่าทางจะไม่พอกิน

ด้วยความโมโหหิว จึงเอ่ยปากต่อว่ามารดาด้วยถ้อยคำ


รุนแรงว่า
“มึงไปทำอะไรอยู่ จึงมาส่งข้าวให้กูช้านัก ก่องข้าวก็เอา


ก่องน้อย มาให้กิน กูจะกินอิ่มหรือ”
ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า

“ถึงก่องข้าวน้อย แต่แม่ก็ยัดแน่นในดอกลูกเอ๋ย ลองกินเบิ่ง
ก่อน”

ด้วยความหิว ประกอบกับ ความเหน็ดเหนื่อยและโมโห

หุนหัน ส่งผลให้หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ ชาย

หนุ่มจึงเกิดบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า คว้าได้ไม้แอก

น้อยเข้าตีมารดาที่แก่ชราจนล้มลง จากนั้นจึงเดินไปกิน

ข้าว จนอิ่มเหลือบดูข้าวก็ยังไม่หมดก่อง จึงรู้สึกว่า

ตนเองตีแม่ด้วยความโมโหหิว เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่ว

ดีขึ้นมาทันใด รีบวิ่งไปดูอาการของมารดาพลัน เข้า

สวมกอด และเอ่ยคำขอโทษ ร่างมารดาแน่นิ่งไม่ไหวติ่ง

อนิจจา…แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว

ตำนาน ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ตำนาน
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ชายหนุ่มเถลือกไถลหน้าไปบนร่างที่ไร้ความรู้สึก

ของมารดา ร้องไห้คร่ำครวญก้มลงกราบที่ร่าง

ของมารดา สำนึกผิดที่ได้ฆ่ามารดาของตนเอง

ด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ ไม่รู้จะทำประการใดดี จึง

เข้าไปกราบนมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟัง


สมภารสอนว่า
“การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้น

บาปหนัก ถือเป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจี ตาย

แล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้

บาปนั้นเบาลงได้ ก็ด้วยการสร้างธาตุฝังกระดูก

มารดาไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาป

หนักให้เบาบางลงได้บ้าง” เมื่อชายหนุ่มปลงศพ

แม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้านช่วยกัน

ปั้ นอิฐก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ ผู้คนทั้ง


หลายต่างให้ชื่อว่า
“ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” จนตราบเท่าทุกวันนี้

ตำนาน ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

เจดีย์
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

โดยเฉพาะ ธาตุก่องข้าวน้อย วัดทุ่งสะเดา มีลักษณะเป็น

ธาตุรูปทรงแบบล้านช้าง ฝีมือช่างพื้นถิ่น เป็นธาตุ หรือ


เจดีย์ขนาดเล็กทรงแปดเหลี่ยม ประกอบเป็นฐานบัว

เตี้ยๆ เรียกตามภาษาช่างว่า “ฐานเอวขัน” ที่ตกแต่งเป็น


บัวคว่ำบัวหงายขึ้น ส่วนตรงกลางเป็นหน้ากระดานที่

คอดเล็ก เหนือขึ้นไปตกแต่งเป็นรูปบัวหงายหรือบัวปาก

ระฆัง รองรับองค์ระฆัง ที่ประดิดประดอยรูปแบบทรงสูง

ชะลูดขึ้นไป จนถึงส่วนยอดที่เรียวแหลมธาตุลักษณะนี้

เป็นธาตุที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากธาตุสี่เหลี่ยมแบบล้าน


ช้าง ที่พบเห็นหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนมากสร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23-24 หรือ

ประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว

ตำนาน ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

เจดีย์
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนธาตุก่องข้าวน้อย
วัดทุ่งสะเดา เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติปรากฏ

ในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 53 ตอนที่ 34 วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479

และประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานใน
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 6 ง หน้า 11

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552
กำหนดพื้นที่ประมาณ 2 งาน 36 ตารางวา ปัจจุบันพื้นที่ธาตุ

ก่องข้าวน้อย อยู่ในบริเวณวัดทุ่งสะเดา ซึ่งได้รับการบูรณะ


ซ่อมแซมล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2555
สำหรับตำนานเรื่องราว “ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” ที่บ้านตาด


ทองและบ้านทุ่งสะเดานั้น อาจารย์พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา

ประพันธ์เป็นบทเพลงให้ เทพพร เพชรอุบล ร้อง มีเนื้อหาดังนี้

ตำนาน
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ณ ลุ่มน้ำชี ถิ่นนี้พี่น้อง หมู่บ้านตาดทองก่อตั้งนานมา
มีองค์พระธาตุที่คนบูชา ขนานนามว่า

ธาตุก่องข้าวน้อยก่องข้าวน้อยฆ่าแม่โตตาย
หิวจนตาลาย ไถนาเหงื่อย้อย

โมโหหุนหัน จนตะวันสูงลอย ฮึดฮัดรอคอย แม่บ่เอาข้าวมา
ส่วนแม่ผู้เฒ่า เย้าเย้าวิ่งย่ำ จนตั๋วคะมำ ตกคันแทนา
กลัวลูกจะหิว รีบลิ่วแล่นมา จวนจะถึงปลายนา
อยู่ท้ายปลายดอน

หำทองเอ๋ย หำทองเอ๋ย แม่มาแล้ว ข้าวกับแจ่ว ปิ้ งไก่ยังฮ้อน
มากินสาอย่ามัวแง่งอน กินข้าวก่อนแดดสายพอแฮง
ทองโมโห ลุกโผขึ้นมา งุ่นง่านชี้หน้า สองตามันแดง
กูหิวแทบตาย ไถนาหลายแปลง หิวแทบลงแดง
มึงมัวทำอะไร อะไร อะไร
ข้าวกะเอามาก่องน้อยน้อย สิพอน้ำย่อย กูได้จั่งใด๋
แม่บอกก่องน้อยก็ยัดจนแน่นใน
กินเถิดดวงใจ อย่ามัวโกรธาหล่าเอย
ทองคว้าไถ ไล่ตีแม่ ชีวิตแม่แก่ก็มรณา เลือดแม่หยด
แซมพื้นพสุธา
ทุกทั่วหล้าว่าบักทองทรพี ก่อนมันตาย ให้ใช้ค่าน้ำนม

ให้มันก่ออิฐถมเป็นองค์เจดีย์ พวกเราจึงเห็นอยู่ทุกวันนี้
“นั่นแหละเจดีย์บักทองฆ่าแม่ นั่นแหละเจดีย์บักทองฆ่าแม่”




ตำนาน ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่


Click to View FlipBook Version