The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.ข้อสอบวิทยาศาสตร์ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Som O Patamawadee, 2022-12-13 23:43:28

1.ข้อสอบวิทยาศาสตร์ ป.5

1.ข้อสอบวิทยาศาสตร์ ป.5

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 1

แบบทดสอบชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ปกี ารศึกษา 2562

สานักทดสอบทางการศึกษา
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน

แบบทดสอบนเี้ ปน็ เอกสารสงวนลิขสิทธขิ์ องสานักทดสอบทางการศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ถา้ คดั ลอก ดดั แปลง เฉลย
เพ่อื จาหนา่ ย หรือนาไปเผยแพรโ่ ดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต จะถกู ดาเนนิ คดีตามกฎหมาย

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชั้น ป.5 หนา้ 2

คาช้ีแจงแบบทดสอบกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5

1. แบบทดสอบฉบบั น้ีมี 35 ขอ้ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใหเ้ วลาทาแบบทดสอบ 75 นาที
2. แบบทดสอบมี 5 แบบ ดังน้ี

แบบท่ี 1 แบบเลือกตอบ (4 ตวั เลอื ก) แต่ละขอ้ มคี าตอบท่ีถูกต้องทสี่ ุดเพียงคาตอบเดียว
จานวน 23 ข้อ (ขอ้ ละ 2 คะแนน รวม 46 คะแนน)
ตวั อย่าง 0. การกระทาของใครที่สง่ ผลทาใหเ้ กิดภาวะเรือนกระจกมากและเร็วที่สดุ

1) นา้ ฟ้าเข้าบา้ นแลว้ เปดิ แอรท์ นั ที
2) นา้ ออ้ ยเปิดพัดลมไล่ยงุ ขณะนั่งดูโทรทศั น์
3) นา้ ผ้ึงรวบรวมพลาสติกและโฟมเผาหลงั ใช้แล้ว
4) น้าฝนกลบั เข้าบา้ นเปิดตู้เยน็ ท้ิงไวข้ ณะดื่มน้าเยน็
วิธีการตอบ ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดยี วโดยระบายทับหมายเลขท่ีตรงกับ
ตัวเลอื กทีต่ ้องการลงในกระดาษคาตอบ เช่น ถา้ นกั เรียนคิดว่าตัวเลือกท่ี 3) เป็นคาตอบ
ท่ถี กู ต้อง ให้ระบายทบั หมายเลข  ดังนี้

ข้อ 0.    

แบบที่ 2 แบบเลอื กหลายคาตอบ (6 ตัวเลอื ก) : เลือกคาตอบท่ีถกู ต้อง 2 คาตอบ
จานวน 3 ข้อ (ข้อละ 4 คะแนนรวม 12 คะแนน) จะต้องตอบให้ครบท้ัง 2 คาตอบจึงจะไดค้ ะแนนดังน้ี

ตอบถูก 1 คาตอบ ได้ 2 คะแนน
ตอบถูก 2 คาตอบ ได้ 4 คะแนน
ตวั อย่าง 00. ถา้ ต้องการศึกษาวา่ วัตถุทม่ี ีมวลมากเมื่อสั่นจะให้เสียงสงู หรือเสียงตา่ ควรออกแบบการทดลอง
ในขอ้ ใด (ตอบ 2 คาตอบ)
1) เคาะแทง่ ไมข้ นาดต่างกันด้วยแรงเท่ากัน
2) ใช้น้ิวดีดเส้นเอ็นขนาดตา่ งกันดว้ ยแรงตา่ งกนั
3) ใช้ไมต้ กี ลองท่ีมีขนาดเทา่ กนั ด้วยแรงทเ่ี ท่ากัน
4) ใชไ้ ม้เคาะแผน่ เหล็กขนาดเท่ากนั ดว้ ยแรงตา่ งกนั
5) ใช้ไม้เคาะขวดท่บี รรจนุ ้าไม่เท่ากนั ดว้ ยแรงเทา่ กนั
6) ใช้นิ้วถูวนรอบปากแก้วดว้ ยแรงทีเ่ ท่ากันและทีใ่ ส่นา้ เท่ากนั
วิธกี ารตอบ ให้นักเรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกตอ้ งที่สดุ เพียง 2 คาตอบ โดยระบายทบั ตวั เลขที่ตรงกบั ตวั เลอื ก
ท่ีต้องการลงในกระดาษคาตอบ ถา้ นักเรยี นคดิ ว่า ตวั เลอื ก 1 และ 5 เปน็ คาตอบทถ่ี ูกตอ้ งให้ระบาย
ในกระดาษคาตอบทบั ตัวเลข ดงั นี้

ขอ้ 00 

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 3

แบบท่ี 3 แบบเชิงซ้อน แตล่ ะข้อคาถามย่อยจะมีคาตอบที่ถกู ต้องที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
จานวน 3 ขอ้ (ข้อละ 6 คะแนน รวม 18 คะแนน)
ตัวอยา่ ง ศึกษาข้อมลู แลว้ ตอบคาถาม ขอ้ 000.

เร่ือง พืชดัดแปลงพันธุกรรม
พืชดดั แปลงพนั ธุกรรม คือ พืชที่ผ่านกระบวนการทางพันธุวศิ วกรรมเพื่อให้มีสมบัตหิ รอื คณุ ลักษณะ
ตา่ ง ๆ ท่จี าเพาะเจาะจงตามความต้องการ ปอ้ งกนั แมลงศตั รพู ืชทนต่อสภาพแวดล้อมทไ่ี ม่เหมาะสม
ตัวอยา่ งพืชท่ีมกี ารดัดแปลงพันธุกรรม ได้แก่ มะเขอื เทศสกุ ช้าลง ถัว่ เหลอื งมไี ขมนั ชนิดไม่อ่มิ ตวั สูงขึน้
สตรอว์เบอรร์ ่เี น่าช้าลง เปน็ ต้น

000. จากข้อมูล พจิ ารณาว่าข้อความใดเปน็ การปรับปรุงพันธ์พุ ืชแบบเดียวกบั ข้อมูลที่กาหนดหรือไม่
ถา้ เป็นให้ระบายทับในวงกลม  ใตค้ าว่า “ใช่” ถ้าไม่เป็นให้ระบายทับในวงกลม  ใต้คาว่า “ไม่ใช่”

ขอ้ ข้อความ ใช่ ไมใ่ ช่

000.1) มะละกอมีเมล็ดน้อยลงมคี วามต้านทานโรคได้ดขี นึ้  

000.2) แอปเปิลผา่ นการฉายรังสเี พื่อให้สกุ ช้าลง 

000.3) ฝา้ ยสามารถฆา่ หนอนที่เปน็ ศัตรูพชื ได้ 

000.4) อง่นุ และแตงโมที่ไรเ้ มล็ด 

วิธีการตอบ ระบายในแต่ละข้อยอ่ ย ดงั นี้

ขอ้ ใช่ ไม่ใช่

000.1)  
000.2)  
000.3)  
000.4)  

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ตอบถูกต้องข้อย่อยละ 1.5 คะแนน

แบบที่ 4 แบบเขยี นตอบสน้ั จานวน 3 ข้อ (ขอ้ ละ 3 คะแนน รวม 9 คะแนน)
ตัวอย่าง ศกึ ษาข้อมูล แล้วตอบคาถาม ข้อ 0000.

เรือ่ ง หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
หมู่บ้านร่มสุขเป็นหมู่บ้านท่ีประชากรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ครอบครัวของโก้ปลูกผักปลอดสารพิษ
ซ่งึ แบง่ พืชที่ปลูกในแปลง ได้แก่ ผกั บ้งุ หอม ขิง ข่า เขาปลูก บวบ มะระ เป็นซมุ้ ลอยฟ้าและปลูกตาลึงถั่วพู
เปน็ ผกั สวนครัวร้วั กินได้ เขายงั มพี ้นื ท่วี า่ งจึงขดุ บ่อเล้ียงปลาดุกพันธ์บุ ๊กิ อุย ซ่ึงเปน็ ลูกผสมระหว่างปลาดุกยักษ์
กับปลาดุกอุย เปน็ พันธท์ุ ่ีเลยี้ งง่าย โตเรว็ นา้ หนกั ดี อีกทัง้ ยังปลกู ไมย้ นื ต้นขนาดใหญอ่ กี ดว้ ย
ทาให้ครอบครัวของโก้มรี ายได้เพิ่มข้ึน

0000. ถ้าจดั ประเภทของพืชผักสวนครวั ที่ครอบครวั โก้ปลกู โดยใชล้ กั ษณะภายนอกเปน็ เกณฑ์
จะจัดได้ก่ีประเภท อะไรบา้ ง
ตอบ ........................................................................................................................... .........................

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ป.5 หนา้ 4

วธิ กี ารตอบ ใหน้ ักเรียนเขยี นตอบในกระดาษคาตอบตามท่ีโจทย์ส่ัง ดังน้ี
ตอบ จัดได้ 2 ประเภท ได้แก่ พชื ลาต้นบนดนิ และพืชลาตน้ ใตด้ ิน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางสว่ น (1.5 คะแนน) ไม่ไดค้ ะแนน (0 คะแนน)

เมื่อระบุประเภทของพืช โดยใช้ เมื่อระบุประเภทของพืช โดยใช้ เม่อื ตอบผิดหรอื ไม่ตอบ

ลกั ษณะภายนอกเป็นเกณฑไ์ ด้ ลกั ษณะภายนอกเปน็ เกณฑไ์ ด้

2 ประเภท คือ พืชลาต้นบนดิน 2 ประเภท แตไ่ ม่ระบวุ า่ เปน็

และพืชลาตน้ ใตด้ นิ พืชลาต้นบนดินและพชื ลาต้นใตด้ ิน

แบบท่ี 5 แบบเขียนตอบอิสระ จานวน 3 ข้อ (ข้อละ 5 คะแนน รวม 15 คะแนน)
ตัวอย่าง 00000. จากข้อมลู ในตวั อยา่ งที่ 0000 ถ้าต้องการให้หนา้ บา้ นมีความร่มร่ืน และเพ่มิ มูลคา่ บรเิ วณ

หนา้ บา้ นจะตอ้ งปลูกตน้ ไม้ชนิดใดเพิม่ พรอ้ มเหตุผล (ตอบ 3 ชนดิ )
ตอบ.................................................................................................................................................
วธิ ีการตอบ ให้นักเรียนเขียนตอบในกระดาษคาตอบตามทโ่ี จทย์สัง่ ดังนี้
ตอบ ปลูกไมย้ นื ตน้ คอื ต้นขนนุ มะม่วง ทุเรียน เพราะ ให้ความรม่ ร่ืน มผี ลรับประทาน และจาหน่ายได้
เกณฑ์การใหค้ ะแนน

คะแนนเตม็ (5 คะแนน) คะแนนบางส่วน (2.5 คะแนน) ไมไ่ ด้คะแนน (0 คะแนน)

เมอ่ื ระบุชนดิ ของตน้ ไม้เปน็ ไม้ยนื ตน้ เมอื่ ระบุชนิดของต้นไม้ทเี่ ป็นไม้ยืนตน้ เมอ่ื ระบุชนดิ ของพชื ที่ไมใ่ ช่
ทใี่ หค้ วามรม่ รืน่ ได้ถูกต้องจานวน
3 ชนิด ครบถ้วนพร้อมอธิบายเพ่มิ เตมิ ท่ใี หค้ วามรม่ ร่ืน 1-2 ชนิด หรือไม่ ไมย้ ืนต้น หรือตอบผดิ
- ปลูกไม้ยนื ตน้ เช่น ขนุน มะมว่ ง
ทุเรียนฯลฯ เพราะ ใหค้ วามร่มร่นื อธบิ ายเหตุผลเพม่ิ เติม หรอื ไม่ตอบ
มีผลรับประทาน และจาหนา่ ยได้
ฯลฯ - ตน้ ทเุ รยี น - ขิง

- ตน้ สะเดา - ขา่

ฯลฯ ฯลฯ

หา้ มเปิดแบบทดสอบจนกวา่ กรรมการคมุ สอบจะอนุญาต

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หนา้ 1

1.

มนุษย์สรา้ งผลกระทบต่อธรรมชาติ
การจราจรหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อนกท่ีต้องมี
การปรับตัวในการบิน จากการศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลนาน 30 ปี
พบว่านกนางแอน่ ท่ที ารังใกล้ ๆ ถนนทม่ี รี ถวง่ิ หนาแนน่
มีแนวโน้มโครงสร้างของปีกหดสั้นลง 5 มิลลิเมตร เพ่ือให้บิน
และดารงชีวิตไดอ้ ย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงการปะทะกับรถยนต์
ทีว่ ่ิงดว้ ยความเรว็ สูง

ที่มา: http://www.the matter.com

จากข้อมลู การที่นกนางแอ่นมโี ครงสรา้ งเปล่ยี นแปลงดงั กล่าวสง่ ผลในข้อใด

1) บินได้สงู
2) บนิ ได้ไกล
3) บนิ ได้นาน
4) บนิ ได้คล่องแคลว่

2.

วิวัฒนาการสงิ่ มีชีวติ
ในปี พ.ศ.2514 นักวทิ ยาศาสตร์นาก้งิ กา่ สายพนั ธ์กุ าแพงอิตาเลยี่ น จานวน 5 คู่
ไปปล่อยบนเกาะแห่งหน่ึง หลังจากน้ัน 30 ปี พวกเขาจึงกลับไปสารวจพวกมันอีกคร้ัง พบว่า
กิง้ กา่ ทเี่ คยกนิ แมลงเปน็ อาหาร ได้เปลยี่ นมากินพชื อยา่ งน่าอัศจรรย์ เมอ่ื มกี ารตรวจสอบ
โดยละเอียดแล้ว พบว่ากระเพาะของมันสามารถย่อยสลายพืชได้และมีกรามหนาใหญ่ขึ้น
สาหรบั บดเคี้ยวพชื

ที่มา: http://www.the matter.com

จากขอ้ มูล เหตุผลขอ้ ใดทส่ี นบั สนุนให้กงิ้ กา่ กนิ พชื แทนแมลง

1) กง้ิ ก่ามปี ากขนาดใหญข่ น้ึ
2) กิ้งก่าต้องการสร้างสายพันธ์ใุ หม่
3) ก้งิ กา่ ต้องการดารงชวี ิตใหไ้ ด้ในทอี่ ยู่ใหม่
4) แหล่งท่ีอยู่ใหม่ของกิ้งก่าไม่มีแมลง

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้นั ป.5 หนา้ 2

3.
พีท และเพอ่ื น สารวจธรรมชาตริ อบตัวพบสงิ่ มชี ีวิต ดงั ภาพ

E

D

HG
FB

C

A

พที และเพือ่ น ได้สรปุ ผลการสารวจ ดงั นี้
พที : F เป็นผู้ผลติ และ E เป็นผูบ้ ริโภคลาดบั สดุ ท้าย
พดั : เมือ่ F เพ่ิมข้นึ E กบั A จะลดจานวนลง
ดรมี : บ้านเปน็ สถานที่ที่ปลอดภยั สาหรบั D ท่ีจะออกลูก
นินจา : B กบั C เป็นสตั ว์กนิ พืชเป็นอาหาร

จากขอ้ มลู ขอ้ สรุปของใครถกู ต้องทง้ั หมด
1) พที กับ พดั
2) พดั กบั นนิ จา
3) พที กบั ดรมี
4) ดรมี กับ นนิ จา

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หนา้ 3

4.

รดา เดินเล่นทสี่ วนสม้ หลังบา้ น และสงั เกตต้นสม้ แตล่ ะต้น ดงั นี้
ตน้ ที่ 1 มีแมลงมาเกาะทีผ่ ลส้ม
ตน้ ท่ี 2 มีเพล้ียมาเกาะท่ผี ลส้ม
ตน้ ที่ 3 มมี ดแดงมาเกาะท่ผี ลสม้
ต้นท่ี 4 มีแมงมมุ มาเกาะทผี่ ลสม้

เม่ือเวลาผา่ นไป รดา พบว่ามเี พยี งต้นสม้ ตน้ ที่ 1 เท่าน้ันท่ภี ายในผลสม้ เนา่ เสีย

จากขอ้ มลู ข้อใดเป็นความสมั พนั ธข์ องแมลงกับตน้ สม้ รปู แบบเดยี วกนั ทัง้ หมด

1) ต้นที่ 1 กบั ตน้ ที่ 2
2) ต้นท่ี 2 กับ ตน้ ท่ี 3
3) ต้นท่ี 2 กับ ต้นที่ 4
4) ตน้ ที่ 1 กบั ตน้ ที่ 4

5.

นิชาและเพ่อื น สารวจกลุ่มส่ิงมีชวี ิต บริเวณสวนขา้ งโรงเรยี นและสระนา้ หลงั วัด
ได้ขอ้ มูลดังนี้

ลาดบั สวนขา้ งโรงเรยี น ลาดบั สระน้าหลงั วัด

1 ไส้เดือนอยู่ในดิน 1 กบอย่บู นใบบัวกาลังกินแมลง
2 นกกระจอกทารงั บนต้นไม้ 2 เตา่ อย่บู นโขดหนิ กลางสระน้า
3 เหด็ สีขาวและสสี ม้ ข้นึ อยูบ่ นขอนไมผ้ ุ 3 ปลาหางนกยูงกนิ ลกู น้า
4 กระรอกอยบู่ นตน้ ชมพู่ 4 แมลงบินตอมดอกบวั

พิจารณาขอ้ ความทกี่ าหนดใหว้ ่าถกู ต้องสอดคลอ้ งกับขอ้ มลู ขา้ งต้นหรอื ไม่ ถ้าถกู ต้องให้ระบายทับ
ในวงกลม  ใต้คาวา่ “ใช่” ถา้ ไมถ่ กู ตอ้ งใหร้ ะบายทับในวงกลม  ใต้คาว่า “ไมใ่ ช่”

ข้อ ขอ้ ความ ใช่ ไมใ่ ช่

5.1) บรเิ วณสวนข้างโรงเรียนพบส่ิงมชี วี ติ ทม่ี คี วามสมั พนั ธ์แบบองิ อาศัย  

5.2) บริเวณสระนา้ หลงั วดั พบสิ่งมชี ีวิตท่มี ีความสมั พนั ธ์แบบได้ประโยชน์  
รว่ มกนั

5.3) บรเิ วณสระนา้ หลังวัดพบส่ิงมีชวี ิตทีม่ ีความสมั พนั ธ์แบบปรสติ 

5.4) สง่ิ มชี ีวิตที่พบลาดับที่ 2 ท่สี ระนา้ หลังวดั มคี วามสมั พันธ์แบบเดยี วกับ  
สง่ิ มชี ีวิตลาดบั ที่ 3 ทอ่ี ยู่ทสี่ วนข้างโรงเรยี น

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หน้า 4

พจิ ารณาข้อมูลตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถามขอ้ ท่ี 6 – 8 G
ที่แปลงนาขา้ วแหง่ หนง่ึ มคี วามสัมพันธ์ของส่งิ มชี วี ิต ดังนี้

F F
D D

A E
C A

B CB
แก้ว และเพอ่ื น สารวจนาข้าวแหง่ หน่งึ เขียนลาดบั การกินอาหารของส่ิงมีชวี ิต ไดด้ ังนี้
แกว้ : A  E  D  F

นดิ : A  E  F  G  B

เมย์ : A  F  B  G

ก้อย : A  C  D  F  G

6. จากขอ้ มลู ใครเขยี นลาดบั การกินอาหารของส่ิงมีชวี ติ ไดถ้ กู ตอ้ งท้ังหมด

1) นิด กับ เมย์
2) แก้ว กบั กอ้ ย
3) เมย์ กับ ก้อย
4) นดิ กบั แก้ว

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 5

7. ถา้ ส่ิงมชี วี ิต E ในนาขา้ วระบาดมากขึน้ เหตุการณ์ใดมโี อกาสเกดิ ขึ้นมากทีส่ ดุ (เลือก 2 คาตอบ)

1) สงิ่ มีชีวติ B และ C จะมีแหลง่ อาหารลดลง
2) สง่ิ มชี ีวติ D และ F จะมจี านวนเท่าเดมิ
3) สิ่งมีชีวติ D จะมีแหล่งอาหารเพ่มิ มากขึน้
4) ส่งิ มชี วี ิต G จะมจี านวนเพม่ิ มากขึน้
5) สิ่งมีชวี ติ A จะตายและมจี านวนลดลง
6) ส่งิ มชี ีวติ F และ G มีจานวนเพม่ิ ขนึ้

8. จากขอ้ มลู ถ้าชาวนาในชมุ ชนนี้ จับส่ิงมีชวี ิต F เพ่อื นาไปขายและผลติ เซรุ่ม จะมีผลตอ่ สง่ิ มชี ีวติ
ในระบบนเิ วศบรเิ วณนาข้าวน้ีอยา่ งไร (ตอบ 2 คาตอบ)
ตอบ.............................................................................................................................................

สทศ. สพฐ. ร้าน C วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 6

9. รา้ น D
ร้านค้า 4 ร้าน ทากระทงขาย ดังน้ี
รา้ น A รา้ น B

กระทงทาจาก กระทงทาจากกระดาษ กระทงทาจาก กระทงทาจาก
ดอกไมแ้ ละกาบกลว้ ย ลอตเตอรีแ่ ละแผ่นโฟม โคน(กรวย)ไอศกรมี ใบขา้ วโพดและโฟม

เราไปเลือกซ้ือกนั เถอะ แตล่ อยกระทงปนี ี้ เขารณรงค์ให้อนุรกั ษส์ ่งิ แวดลอ้ มด้วยนะ

โอโ้ ห้! มกี ระทงสวย ๆ หลายร้านเลย ใช่ แล้วเราจะเลือกซื้อ
กระทงจากร้านไหนดีละ

เอก บอย
แกว้ แหวน

เอก และเพ่อื น จงึ เลอื กซือ้ กระทงจากแตล่ ะรา้ นและใหเ้ หตผุ ล ดังน้ี
เอก : รา้ น A เพราะทาจากวัสดธุ รรมชาติ และย่อยสลายเองได้
บอย : รา้ น B เพราะนาเอากระดาษทใ่ี ชแ้ ลว้ นากลับมาใช้ใหม่ และจบั แล้วเบามอื
แกว้ : ร้าน C เพราะโคน(กรวย)ไอศกรมี เปน็ อาหารของปลาได้ และจับแล้วเบามือ
แหวน : รา้ น D เพราะทาจากใบข้าวโพด สามารถยอ่ ยสลายได้ จับแลว้ เบามอื

จากข้อมูล กระทงของใครมีส่วนในการอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อมมากทีส่ ุด

1) แก้ว กบั เอก
2) บอย กับ แก้ว
3) เอก กบั แหวน
4) บอย กบั แหวน

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชั้น ป.5 หนา้ 7

10.
เม่ือวันที่ 15 ธ.ค. ท่ีผ่านมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในงานสัมมนา

เรารักษ์คลอง สืบจิตวิญญาณ สายธารคลองแสนแสบ ว่า “การบุกรุกคลองเป็นอีกหน่ึง
สาเหตุท่ีทาให้เกิดปัญหาขยะและน้าเน่าเสีย หากจะแก้ปัญหาน้ีได้อย่างย่ังยืน ประชาชน
จะต้องใหค้ วามรว่ มมือ เพราะเพยี งแค่ข้าราชการหรือเจา้ หนา้ ทีไ่ มส่ ามารถดาเนินการ
ได้มากนกั ”

ทีม่ า: matichon.co.th

จากขอ้ มลู ถา้ นักเรยี นเปน็ ประชาชนท่อี าศยั อยู่ในกรุงเทพมหานคร นกั เรียนจะมวี ิธีการแกไ้ ข
ปญั หานี้ไดอ้ ย่างไร (ตอบ 3 วธิ )ี
ตอบ 1..............................................................................................................................

2..............................................................................................................................
3..............................................................................................................................

11.

เรณู ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวตนเอง แล้วนามาเขียน
แผนภาพ ดังน้ี

เรณู

ชายที่มลี กั ยมิ้

หญงิ ทีม่ ีลักย้มิ

จากข้อมลู การทีเ่ รณไู ม่มีลักย้ิมเปน็ ลกั ษณะทไี่ ด้รับการถา่ ยทอดพนั ธุกรรมมาจากใครทัง้ หมด
1) ตา ย่า แม่
2) ตา ยาย พอ่
3) ปู่ ยา่ แม่
4) ยาย ยา่ พอ่

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้นั ป.5 หน้า 8

12.

แม่ม้าสีนา้ ตาล พ่อมา้ สีดา

ลูกมา้ ตวั ผสู้ ีดา ลกู ม้าตวั เมียสีน้าตาลเขม้

แมส่ ุนขั สีขาวแตม้ ดา พอ่ สนุ ัขสีน้าตาล

ลูกสนุ ัขเพศผูส้ นี ้าตาล ลูกสุนัขเพศเมยี สนี ้าตาลแต้มดา

แมแ่ มวสที อง พ่อแมวสีดา

ลูกแมวตวั ผู้สดี า ลกู แมวตัวเมยี สที องแตม้ ดา

จากขอ้ มลู ข้อใดสรปุ การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั วท์ ั้ง 3 ชนิดไดถ้ กู ต้อง
1) ลกู สัตวเ์ พศผ้จู ะรับเอาลักษณะสีขนจากพ่อพันธุ์
2) ลกู สัตว์เพศเมียจะรบั เอาลักษณะสขี นจากแม่พนั ธ์ุ
3) ลูกสัตวเ์ พศเมียจะรบั เอาลกั ษณะสีขนจากพอ่ พนั ธ์ุ
4) ลกู สตั ว์เพศผจู้ ะรับเอาลกั ษณะสขี นจากทั้งพ่อและแม่พันธ์ุ

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชั้น ป.5 หนา้ 9

13.

แดง สงั เกตเหน็ ลกู เหม็นทแี่ ม่นามาใสใ่ นห้องน้าเพื่อดับกลิ่น หลงั จากน้นั หนง่ึ สัปดาห์
พบว่าลูกเหม็นมีขนาดเล็กลง แต่ช่วงนอี้ ากาศรอ้ น อุณหภมู สิ งู คณุ แมน่ าลูกเหมน็ ก้อนใหม่มา
วางไว้ พบวา่ ในหนงึ่ สัปดาห์ ลูกเหมน็ หายไปจนเกอื บหมด

พิจารณาขอ้ ความทีก่ าหนดให้ว่าถกู ตอ้ งสอดคล้องกับข้อมลู ข้างต้นหรอื ไม่ ถ้าถูกตอ้ งใหร้ ะบายทบั
ในวงกลม  ใตค้ าว่า “ใช่” ถ้าไม่ถูกต้องใหร้ ะบายทับในวงกลม  ใตค้ าว่า “ไม่ใช่”

ข้อ ข้อความ ใช่ ไม่ใช่

13.1) การที่ขนาดของลกู เหมน็ เปลยี่ นไป เกิดจากการที่ลกู เหมน็ 
หลอมเหลวเป็นน้าแล้วเกดิ การระเหยเป็นไอ

13.2) ความรอ้ นทาใหล้ ูกเหมน็ เปล่ยี นสถานะกลายเปน็ ไอจึงทาให้มีขนาดเล็กลง  

13.3) ลูกเหมน็ ที่แม่ใช้คร้ังท่สี องมีขนาดเลก็ ลงเร็วกว่าครงั้ แรกเน่ืองจาก 
อณุ หภมู ิในชว่ งคร้ังทสี่ องสูงกว่าครัง้ แรก

13.4) การทข่ี นาดของลูกเหม็นเปลย่ี นไปเกิดจากความชน้ื ในหอ้ งน้า 

14.

เด็กชาย A ทาขนมช้ันโดยมขี ัน้ ตอน ดังนี้
ขัน้ ตอนที่ 1 นามะพรา้ วขดู ใส่นา้ ค้ันมะพรา้ ว แลว้ กรองดว้ ยผา้ ขาวบางได้นา้ กะทิ
ขัน้ ตอนท่ี 2 เติมนา้ ตาลลงในน้ากะทิ แล้วคนให้เขา้ กัน
ข้ันตอนที่ 3 เตมิ แป้งในนา้ กะทิ แลว้ คนใหเ้ ข้ากนั
ข้ันตอนท่ี 4 แยกแป้งออกเป็นสว่ น ๆ ผสมสที ตี่ า่ งกนั ลงในแต่ละสว่ น

จากข้อมูล ในการทาขนมของเด็กชาย A ในขัน้ ตอนใดจดั เป็นสารละลาย

1) ขนั้ ตอนที่ 1
2) ขั้นตอนที่ 2
3) ขัน้ ตอนท่ี 3
4) ขั้นตอนที่ 4

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ป.5 หนา้ 10

พิจารณาข้อมลู ตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถามขอ้ ท่ี 15 – 16

กล้า กับ เกง่ ทาการทดลองตามแผนภาพ ดงั นี้ ?
เกลอื ?
?
A ?

นา้ ?

เกลือ

B เผาไฟใหค้ วามรอ้ น
ทอ่ นไม้

C บ่มแกส๊
กลว้ ยดบิ

D นา้ ตม้ ให้เดอื ด ?
ทิ้งไว้ 15 วนั
E
ตะปู น้า
เนย เมล็ดข้าวโพด
F
เมลด็ ขา้ วโพด คั่ว

15. จากขอ้ มูล ข้อใดเป็นการเปล่ยี นแปลงทางเคมขี องสารทั้งหมด

1) A B และ F
2) B C และ E
3) D E และ F
4) A C และ D

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชั้น ป.5 หนา้ 11

16.

มีนกั เรียน 4 คนสรุปการทดลองเป็นปฏกิ ริ ยิ าท่ผี นั กลับได้ และปฏกิ ิริยาที่ผนั กลบั ไมไ่ ดท้ ้ังหมด
ไดด้ ังน้ี

นักเรียน ปฏกิ ิรยิ าที่ผันกลับได้ ปฏิกิรยิ าทผ่ี ันกลับไม่ได้
เอ A และ B E และ F
บี C และ E A และ D
ซี B และ D C และ E
ดี A และ D B และ F

จากขอ้ มลู ใครสรุปได้ถูกต้อง

1) เอ
2) บี
3) ซี
4) ดี

17.
ภาพแสดงแรงท่กี ระทาต่อแทง่ สีเ่ หลี่ยมในแนวเดยี วกนั 4 แรง โดยมที ิศทาง ดังภาพ

10 N 20 N
15 N
20 N

จากข้อมูล วธิ ีการหาแรงลัพธข์ อ้ ใดถกู ต้อง
1) (10+15+20) - 20 = 25 N
2) 10 + 15 + 20 + 20 = 65 N
3) (10+15) - (20+20) = 5 N
4) 20 - (10+15+20) = 25 N

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 12

18.
นที ขอให้เพ่ือนช่วยเลื่อนตู้เก็บของไปไว้อีกด้านหน่ึงของห้อง เพ่ือน ๆ จึงวางแผน

ช่วยกันออกแรง ดงั ภาพ

ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2

ภาพท่ี 3 ภาพท่ี 4

ภาพแสดงทิศทางของแรงในการเลอ่ื นตู้

จากขอ้ มูล การเลื่อนต้ตู ามภาพใดทท่ี าใหเ้ กิดแรงลัพธ์มากทีส่ ดุ
1) ภาพท่ี 1
2) ภาพท่ี 2
3) ภาพที่ 3
4) ภาพที่ 4

19.

ตะวนั ตอ้ งการทดลองการเคลื่อนทก่ี ล่อง 2 ใบ ทีม่ ขี นาดและนา้ หนักเทา่ กนั
โดยปล่อยกล่องให้เริ่มเคลื่อนที่จากปลายคานที่มีความยาวเท่ากัน จากปลายด้านหน่ึงไปยัง
อีกปลายด้านหน่ึง แต่พื้นคานแตกต่างกัน โดยวางคานพาดบนกล่อง A และ B ท่ีมีความสูง
เท่ากัน ดังภาพ

A พืน้ ยาง B พ้ืนปูน

ตะวัน จงึ ใหเ้ พอื่ นช่วยสรปุ ผลการทดลอง ได้ข้อสรปุ ดงั นี้

แก้ว : คานมคี วามยาวเทา่ กนั ทาให้กลอ่ งเคลอ่ื นที่ได้ดว้ ยความเร็วเท่ากัน

ซเี กม : กลอ่ งท้ัง 2 ใบ เคลอื่ นที่ไปยงั ปลายอีกด้านหน่ึงดว้ ยความเรว็ เทา่ กนั

ฝ้าย : พืน้ ผิวของคานตา่ งชนิดกนั จงึ ทาให้ความเรว็ ในการเคลือ่ นที่ต่างกัน

ขนุน : ความสูงของกล่อง A และ B เท่ากัน จึงทาให้มีแรงเสียดทานเทา่ กัน

จากข้อมูล ใครสรุปไดถ้ กู ตอ้ ง
1) แกว้
2) ซีเกม
3) ฝ้าย
4) ขนุน

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หน้า 13

20.

สมชายเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยการออกแรงลาก 70 นิวตัน ในขณะนั้นมีแรงเสียดทาน
ขนาด 50 นวิ ตันกระทากับวตั ถดุ ้วย

จากข้อมูล จงเขียนลูกศรแสดงทิศทางของแรงเสียดทาน และแรงที่สมชายกระทาต่อวัตถุ
พร้อมท้งั ระบขุ นาดของแรงให้ถูกตอ้ ง
ตอบ.........................................................................................................................................

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หนา้ 14

21.

เรือจม
ทีมกูภ้ ยั จานวน 5 คน ไดล้ งสารวจรอบ ๆ บริเวณท่ีเรือจมเปน็ เวลา 3 ชว่ั โมง
และเจ้าหน้าท่ีคนท่ี 5 ได้พบซากเรือที่จม เขาได้ส่งสัญญาณเสียงเรียกเจ้าหนา้ ที่กู้ภยั คนอ่ืน ๆ
ใหล้ งมาชว่ ยเหลอื ดังภาพ

คนท่ี 1

คนที่ 2
คนท่ี 4

คนที่ 3

กดสัญญาณเสยี ง

คนที่ 5

จากขอ้ มลู ใครได้ยนิ เสียงสญั ญาณเสยี งเรียกก่อนและหลัง ตามลาดบั
1) คนที่ 1 2 3 4
2) คนท่ี 3 4 2 1
3) คนที่ 4 3 2 1
4) คนท่ี 3 2 4 1

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หน้า 15

22.

ABC DEF

กีตาร์หน่งึ ตัวมี 6 สาย แต่ละสายมขี นาด ดงั นี้
สาย A มขี นาด 0.010 mm
สาย B มีขนาด 0.014 mm
สาย C มีขนาด 0.023 mm
สาย D มขี นาด 0.030 mm
สาย E มขี นาด 0.039 mm
สาย F มขี นาด 0.047 mm

จากขอ้ มลู ถ้าดีดกตี ารใ์ นตาแหนง่ เดยี วกนั ด้วยแรงท่ีเทา่ กนั ข้อใดกล่าวถูกตอ้ ง (เลอื ก 2 คาตอบ)

1) ถ้าสายกีตารท์ ้ัง 6 สาย มคี วามตึงเทา่ กันจะเกิดเป็นเสียงเดยี วกนั
2) ความยาวของสายกตี าร์ ไม่มผี ลตอ่ การเกิดเสียงสูง เสยี งตา่
3) ถา้ สายกีตารม์ ีความยาวเทา่ กนั เสียงจะเกิดเป็นเสยี งสงู
4) สาย A ใหเ้ สยี งความถีส่ งู สดุ เพราะมขี นาดเสน้ เลก็ ที่สดุ
5) ขนาดของสายกตี าร์ มผี ลตอ่ การเกดิ เสียงสงู เสียงตา่
6) สาย F ให้ความถี่ต่าสดุ จงึ เกดิ เป็นเสยี งสูงทส่ี ดุ

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชั้น ป.5 หนา้ 16

23.

แม่พาธิดาไปทาบุญวันเกิดท่ีวัด ก่อนเดินทางกลับ แม่ตีระฆังท่ีอยู่บริเวณวัด
ซงึ่ มีขนาดและลกั ษณะเหมือนกันและออกแรงเทา่ กัน โดยธิดาอยู่หา่ งจากแม่ ดังภาพ

แม่ ธดิ า

  

จากขอ้ มูล เสียงทเี่ กิดขน้ึ จากการตรี ะฆงั แต่ละอันของแม่ทธี่ ดิ าได้ยินมีลักษณะอย่างไร

1) ได้ยนิ เสยี งระฆังใบที่ 1 2 3 4 5 และ 6 เสยี งค่อยลง ตามลาดับ
2) ไดย้ นิ เสยี งระฆงั ใบท่ี 1 เสยี งคอ่ ยกว่าระฆงั ใบที่ 6
3) ไดย้ ินเสียงระฆังใบที่ 2 เสียงดงั กว่าระฆังใบที่ 4
4) ไดย้ ินเสยี งระฆังใบท่ี 2 และ 5 เสยี งเท่ากัน

24.

บ้านของอารีอยู่ท้ายหมู่บ้านแห่งหน่ึงในตัวเมือง ซ่ึงมีความสงบ ร่มร่ืน แต่ต่อมามีถนน
ตัดผ่านหลังหมู่บ้าน มีตึกแถวปลูกสร้างริมถนนมากมายและมีโรงงานอุตสาหกรรมมาต้ังอยู่
ห่างออกไปเล็กน้อย ส่งผลให้มีการจราจรคับคั่งมากขึ้น ทาให้ชุมชนที่บ้านของอารีอยู่เกิด
มลพษิ ทางเสียง

จากข้อมูล อารีควรหาแนวทางในการหลีกเลี่ยงหรือแก้ปัญหาลดมลพิษดังกล่าวได้โดยวิธีใดบ้าง
(ตอบ 2 วธิ ี)
ตอบ 1...........................................................................................................................................

2............................................................................................................................................

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 17

25.

แพรว และเพอื่ น ศกึ ษาเร่ืองดวงดาวและเขียนภาพแสดงแบบจาลองการโคจร
ของดวงดาว ดงั ภาพ

ชือ่ ภาพแบบจาลอง ช่อื ภาพแบบจาลอง

B A A
B
แพรว C พราว C

A เปน็ ดาวเคราะห์ B เป็นดาวฤกษ์
B และ C เป็นดาวฤกษ์ A และ C เปน็ ดาวเคราะห์

A B A B

แป้ง C แจ่ม C

A และ C เปน็ ดาวเคราะห์ A และ C เปน็ ดาวฤกษ์
B เปน็ ดาวฤกษ์ B เป็นดาวเคราะห์

จากขอ้ มลู ใครเขยี นภาพแบบจาลองของดวงดาวได้ถกู ต้องท่ีสุด

1) แพรว
2) พราว
3) แปง้
4) แจม่

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หนา้ 18

26.

DB

A CE F G

H

จากการสังเกตดวงดาวบนท้องฟ้าของกุ๊กไก่ในคืนเดือนมืด ในเวลาเดียวกันทุกคืน
ตดิ ต่อกัน 3 วนั พบวา่

1. ดาว A B C D E F G H มีแสงสวา่ งในเวลากลางคืน
2. ดาว A E และ F มกี ารเคลือ่ นท่ไี ม่อยู่ในตาแหนง่ เดิม
3. ดาว C D และ G H B จะอยใู่ กล้ ๆ กนั และไมเ่ ปล่ียนตาแหน่ง

จากข้อมูล ถ้ากุ๊กไก่สังเกตดวงดาวอีกครั้งในอีก 1 ปีต่อมาในเวลาเดิม ดวงดาวทั้งหมด
ในข้อใด ที่มีแสงระยบิ ระยบั อยู่ในตาแหน่งเดิม

1) A B C
2) B D E
3) C G H
4) D F G

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ป.5 หน้า 19

พจิ ารณาขอ้ มูลตอ่ ไปน้ี แล้วตอบคาถามขอ้ 27 – 28

A พซ่ี กั ผา้ เสร็จแลว้ B
ใชม่ ั้ยครบั
น้าไหลสะดวก
เดยี๋ วผมเอานา้ น้ี รดต้นไมใ้ ห้ชมุ่ ชน้ื
คงโตไวแน่ ๆ
ไปรดต้นไมน้ ะ
D
นา้ ไหลแรงดีจงั C
ซักผา้ เดีย๋ วเดียว

ก็เสร็จ

น้าเย็น สดชื่นดีจงั
หมดโอ่งแน่ ๆ

27. จากข้อมูล บุคคลในข้อใดใช้น้าอย่างประหยัดและค้มุ คา่ มากท่ีสดุ

1) A
2) B
3) C
4) D

28. จากข้อมูล ถ้าหมู่บ้านนี้ขาดแคลนน้าในชว่ งหนา้ แล้ง นกั เรยี นจะเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาอยา่ งไร
(ระบุ 4 วิธ)ี
ตอบ.1...................................................................................................................................................

2...................................................................................................................................................
3...................................................................................................................................................
4...................................................................................................................................................

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชนั้ ป.5 หน้า 20

พิจารณาขอ้ มูลต่อไปน้ี แล้วตอบคาถามข้อ 29 – 30

แตม้ และเพอื่ น ๆ ไดศ้ กึ ษาจากแบบจาลองการทดลอง 3 แบบ ดังนี้

แบบจาลองที่ 1 จ่อธปู

นา้ แข็ง

น้าอุน่

แบบจาลองที่ 2 สบู ลมเข้า ปิดฝาแลว้ เขย่าอย่าง
แอลกอฮอล์ รวดเร็ว

เขย่า
แบบจาลองที่ 3

น้าแขง็

นา้ รอ้ น นา้ รอ้ น

จากแบบจาลอง แตม้ และเพอ่ื นจึงสรุปผลการทดลอง ดังนี้
แตม้ : แบบจาลองที่ 1 เปน็ แบบจาลองการเกดิ น้าคา้ งแข็ง
แต๋ม : แบบจาลองที่ 2 เปน็ แบบจาลองการเกดิ หมิ ะ
ป๋อง : ผลท่ีไดจ้ ากการทดลองแบบที่ 1 และ 2 อาจเกิดฝน
เป้ง : แบบจาลองที่ 3 เป็นแบบจาลองการเกิดเมฆ

29. จากขอ้ มูล ใครสรุปผลการทดลองได้ถกู ต้อง

1) แตม้
2) แต๋ม
3) ป๋อง
4) เป้ง

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้นั ป.5 หน้า 21

30. พจิ ารณาข้อความที่กาหนดให้ว่าถูกต้องสอดคลอ้ งกับขอ้ มูลข้างตน้ หรอื ไม่ ถ้าถูกต้องใหร้ ะบายทบั
ในวงกลม  ใตค้ าว่า “ใช”่ ถ้าไมถ่ กู ตอ้ งใหร้ ะบายทบั ในวงกลม  ใต้คาว่า “ไมใ่ ช่”

ข้อ ข้อความ ใช่ ไม่ใช่
 
30.1) ผลการทดลองจากแบบจาลองทั้ง 3 แบบ ไม่แตกต่างกนั จึงใชอ้ ธบิ าย  
ในเรื่องเดียวกันได้  
 
30.2) การสูบลมเขา้ ไปในแบบจาลองที่ 2 เปน็ การเพมิ่ ความดนั ทาให้เกดิ
กลุม่ ละอองแอลกอฮอล์คล้ายเมฆได้เร็วขึ้น

30.3) ในแบบจาลองที่ 2 ถา้ เปล่ียนแอลกอฮอลเ์ ปน็ นา้ จะเกดิ ผลการ
ทดลองได้ช้ากวา่

30.4) ถา้ เฝา้ สังเกตการทดลองตามแบบจาลองที่ 3 ตอ่ ไป จะทาใหเ้ ห็น
หยดนา้ เกดิ ขึ้น ซง่ึ นาไปอธิบายกระบวนการเกิดฝน

31.

ปรียา เทน้าเดือดลงในแก้วใสปริมาณ 1 ใน 3 ของแก้ว จากนั้นนาน้าแข็งใส่ลงในจาน
สเตนเลส แล้วนาไปปิดปากแก้วไว้ ดังภาพ

กอ้ นนา้ แข็ง
นา้ ร้อน

จานสเตนเลส

นา้ รอ้ น น้าร้อน
ภาพ 1 ภาพ 2

จากขอ้ มูล เมือ่ นาก้อนน้าแขง็ ใส่จานสเตนเลสแล้ววางบนแกว้ น้าร้อน ดังภาพท่ี 2 เกดิ การเปล่ียนแปลง
อย่างไร

1) ไอน้าในแก้วจะควบแน่นเปน็ ละอองนา้ รวมกนั เปน็ หยดนา้
2) ไอน้าในแกว้ ดนั จานสเตนเลสกระเดน็ ออกจากปากแกว้
3) ไอนา้ ในแกว้ ยังคงเป็นไอน้าเหมือนเดิม
4) ไอน้าในแกว้ รวมตัวกันเปน็ นา้ แขง็

32. สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ป.5 หนา้ 22
ภาพที่ 1
ภาพที่ 2 ภาพท่ี 3

0°C 32°F

อุณหภมู ิน้อยกวา่ 0°C อุณหภมู ิมากกวา่ 0°C

www.gotoknow.org

จากข้อมลู ข้อใดอธบิ ายการเกดิ ปรากฏการณ์ได้ถูกต้อง (เลือก 2 คาตอบ)

1) ภาพท่ี 1 เกดิ ขึน้ ในชน้ั บรรยากาศที่อุณหภมู ติ ่ากวา่ 0 °C
2) ภาพที่ 1 เกิดขึ้นไดใ้ นทกุ พ้นื ท่ีของโลก
3) ภาพที่ 2 เกดิ ขึ้นในทโ่ี ลง่ แจ้ง
4) ภาพท่ี 2 เมือ่ มอี ณุ หภูมิสงู ข้ึนไอนา้ จะเปลยี่ นเป็นหยดน้า
5) ภาพที่ 3 เกดิ ขึน้ บริเวณยอดเขาทีม่ อี ุณหภมู สิ งู
6) ภาพท่ี 3 จะเกดิ ขึ้นในบรเิ วณที่มฝี นฟา้ คะนอง

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หนา้ 23

33.

มาลีย้ายบ้านมาใหม่ จึงต้องจัดของเข้าห้อง โดยมีโต๊ะคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ เตียงนอน
ตู้เสื้อผ้า และเปล มาลจี ึงปรึกษากบั คุณแม่วา่ ควรจดั ห้องอยา่ งไรจึงจะเหมาะสม

กาหนด เงือ่ นไขในการจดั ดงั นี้
1) เตยี งนอนตอ้ งไม่ตรงกบั ประตู
2) หน้าตา่ งต้องไมม่ สี ่ิงของกดี ขวาง
3) โต๊ะคอมพิวเตอรแ์ ละเกา้ อ้ตี ้องอยู่ติดกนั

6 เมตร ขนาดของส่งิ ของในห้องของมาลี

หนา้ ต่าง หน้าตา่ ง ต้เู สอื้ ผ้า

6 เมตร เตียงนอน

ประตู โต๊ะคอมพวิ เตอร์
เปล
แผนภาพแสดงห้องของมาลี เกา้ อี้

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ชนั้ ป.5 หนา้ 24

จากขอ้ มลู มาลจี ดั ห้องตามแผนภาพในข้อใดจงึ จะถกู ตอ้ งตามเง่ือนไขทกี่ าหนด

1) หน้าต่าง หนา้ ตา่ ง 2) หนา้ ตา่ ง หนา้ ตา่ ง

เ ีตยงนอน

เปล
เ ้กาอ้ี
โต๊ะคอมพิวเตอร์

โต๊ะคอมพิวเตอร์
เ ้กาอ้ี
เตยี งนอน
ตเู้ ส้ือผ้า
เปล
ประตู
ตเู้ สอื้ ผ้า
3) หน้าต่าง หน้าตา่ ง
ประตู

4) หน้าต่าง หนา้ ตา่ ง

เตียงนอน โต๊ะคอมพวิ เตอร์

เปล

โ๊ตต๊ะะคคอมพิวเตอร์


เ ีตยงนอน

เ ้กา ้อี
เก้าอี้
ตูเ้ ส้ือผา้ เปล
ตู้เสอ้ื ผ้า
ประตู ประตู
ประตู

สทศ. สพฐ. วิทยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หน้า 25

34.
คุณคือผูโ้ ชคดี

หนูดี น่ังเลน่ เฟซบุก๊ อย่แู ล้วไปเจอขอ้ ความวา่ คณุ คอื ผ้โู ชคดไี ดร้ ับโทรศพั ท์รนุ่ ใหม่
เลยกดเข้าไปดูรายละเอียด ปรากฏว่าในเว็บไซต์บอกว่า “กรุณายืนยันสิทธ์ิภายใน 5 นาที
กรุณาใสห่ มายเลขโทรศพั ท์ อเี มล ท่ีอยู่” เพอ่ื ยืนยนั การรบั สทิ ธิ์

จากขอ้ มลู ถา้ เกดิ เหตกุ ารณเ์ ช่นน้ี นักเรียนจะมีวิธีการดาเนินการอยา่ งไร จงึ จะปลอดภัยจากพวกมิจฉาชพี
(ตอบ 2 ขอ้ )
ตอบ 1..............................................................................................................................................

2..............................................................................................................................................

สทศ. สพฐ. วทิ ยาศาสตร์ ช้ัน ป.5 หนา้ 26

35.

หอ้ งเรยี นคอมพวิ เตอร์
เด็กชายบอย นงั่ เรียนคอมพวิ เตอรแ์ ละไดพ้ บรูปภาพในวัยเดก็ ของเพอื่ นคนหนงึ่

กดแชรไ์ ปในเฟซบุ๊กเลย เมือ่ ก่อนเขาก็ปร้นิ รูปของเธอ อย่ากดแชร์นะมนั
เขาแกลง้ เธอตลอด เอาไปล้อเธอ เธอก็ทาบ้างสิ ไม่ดี ไมม่ ีมารยาท

นิด แกม้ พมิ พ์

เลิกดูรปู เถอะ แลว้ วา้ ว !! รูป
ต้ังใจทางานสง่ ครู เมือ่ ก่อนไม่
ดีกว่า เพราะมัน เหน็ หล่อ
ละเมดิ สิทธ์ิของคนอน่ื บอย เลย

ดวงดาว

จากข้อมลู เดก็ ชายบอยควรปฏิบตั ติ ามคาพูดของเพอ่ื นคนใดจึงจะเหมาะสมทั้งหมด

1) นิด กบั ดวงดาว
2) พมิ พ์ กับ แก้ม
3) แกม้ กบั นดิ
4) ดวงดาว กบั พมิ พ์


Click to View FlipBook Version